ลูกตุ้มเงิน

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เปลี่ยนหน้าที่

ชื่อตอน : เปลี่ยนหน้าที่

คำค้น : หน้ากากพรางเล่ห์, ศิลปิน, นักร้อง, แสดง, ช่างภาพ, นิยายรัก, ลูกตุ้มเงิน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 266

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 25 เม.ย. 2560 08:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เปลี่ยนหน้าที่
แบบอักษร

​            “เฮ้ยยยยยย!!!”

            เพล้งงงงง.... โครมมมม....

            “โอ๊ยยยยย!!!”

            เสียงทั้งหมดดังลงมาจากชั้นสองของบ้าน สร้างความตกใจให้นายเอ๋อที่กำลังทำการผูกมิตรกับเจ้าหลงอยู่ด้วยการติดสินบนเป็นขนมชิ้นโต ๆ จนต้องทิ้งขนมในมือแล้วรีบวิ่งขึ้นไปดูที่ต้นกำเนิดของเสียง จนได้เห็นสภาพของหญิงสาวเจ้าของบ้านคนเก่งลงไปนอนแอ้งแม้งให้บันไดอะลูมิเนียมทับอยู่ ส่วนหลอดไฟก็แตกกระจายอยู่เต็มพื้นห้อง

            “เฮ้ย! คุณ” ชายหนุ่มถึงกับอุทานเสียงหลงเมื่อได้เห็นภาพทั้งหมด ก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปยกบันไดออกจากตัวของมุทิตาแล้วช่วยพยุงเธอให้ลุกขึ้น แต่ปรากฏว่าแค่เพียงหญิงสาวลงน้ำหนักไปที่เท้าของตนเองก็ต้องร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดเสียแล้ว

            “โอ๊ยยยย!” เสียงร้องของมุทิตาทำให้ชายหนุ่มตัดสินใจอุ้มเธอแทนที่จะปล่อยให้เดินเอง “เฮ้ย! นายจะทำอะไรปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ คิดจะแต๊ะอั๋งฉันหรือไง? ปล่อยสิ..ปล่อยยยยย”

            ชายหนุ่มไม่สนใจจะฟังเสียง ยังคงอุ้มหญิงสาวที่ยังไม่สิ้นฤทธิ์ลงบันไดมา

            “อยู่เฉย ๆ สิคุณ เดี๋ยวก็ตกบันไดลงไปทั้งคู่กันพอดี.. ไหนบอกว่าแค่เปลี่ยนหลอดไฟ ทำเองได้ยังไงล่ะ..ทำได้แผลน่ะสิ ขาก็แพลง แขนก็เลือดออก ทำได้เยอะเลยนะคุณน่ะ หึหึ” เสียงห้ามปรามตามมาด้วยคำพูดถากถางเบา ๆ จากชายหนุ่ม ยิ่งสร้างความเจ็บใจให้หญิงสาว รู้สึกทั้งเสียหน้าและเสียฟอร์ม จนต้องแจกค้อนให้ชายหนุ่มไปหนึ่งที

            “เอ้า! คุณนั่งรออยู่ตรงนี้ก่อนนะ อยู่เฉย ๆ แล้วบอกมาว่ากล่องยาอยู่ที่ไหน” ชายหนุ่มส่งเสียงบอกหญิงสาวหลังจากที่วางร่างของเธอลงบนโซฟา

            “หลังตู้โน่น” มุทิตาพยักเพยิดหน้าไปทางตู้กระจกที่ตั้งอยู่ชิดกับผนังครัว

            นายเอ๋อเดินหายเข้าไปในครัว ก่อนจะเดินออกมาหาหญิงสาวอีกครั้งพร้อมกับกาละมังใส่น้ำแข็ง ผ้าขนหนูผืนเล็ก แล้วก็กล่องยา

            “คุณเอาเท้าแช่น้ำแข็งไปพลาง ๆ นะ รอผมทำแผลที่แขนให้คุณก่อน” เสียงพูดจากชายหนุ่มบอกขั้นตอนในการปฐมพยาบาลให้หญิงสาวปฏิบัติไปด้วย ก่อนที่เขาจะจัดการจับแขนของเธอขึ้นมาดูบาดแผลที่เศษหลอดไฟบาดเอา ยังดีที่ไม่มีเศษแก้วฝังอยู่ภายใน ชายหนุ่มจัดการล้างแผล ใส่ยาและปิดพลาสเตอร์ยาให้เรียบร้อย รวมถึงทายาหม่องให้ตรงบริเวณหัวไหล่ที่ฟกช้ำจากการกระแทกอีกด้วย

            “เอ้า! แขนเสร็จแล้ว ทีนี้ก็มาที่ขาบ้าง เป็นไงล่ะ ปวดล่ะสิ บอกให้เอาแช่ลงไปในน้ำแข็งก็ไม่ทำ ดื้อจริง ๆ เลย” ชายหนุ่มพูดขึ้นหลังจากที่เห็นสีหน้าเหยเกของคนตรงหน้า

            “ก็มันเย็นนี่” หญิงสาวเถียงกลับทันควัน จนชายหนุ่มถึงกับส่ายหัวให้เบา ๆ ก่อนจะขยับลงไปนั่งที่พื้นแล้วยกขาข้างที่เริ่มบวมของมุทิตาขึ้นมาไว้บนตักของเขา “โอ๊ย! นั่นนายจะทำอะไร? ฉันเจ็บนะ เบา ๆ สิ โอ๊ยยย” หญิงสาวพยายามจะยกเท้าตัวเองออกจากตักของชายหนุ่ม แต่ก็ถูกมือหนาจับเอาไว้

            “ก็อยู่ให้มันเฉย ๆ สิ” บุรุษพยาบาลจำเป็นส่งเสียงบอกคนเจ็บ พร้อมกับนำผ้าขนหนูมาห่อน้ำแข็งในกาละมัง แล้วเอามาประคบให้บริเวณข้อเท้าที่เริ่มบวมอักเสบ

            ชายหนุ่มประคบข้อเท้าให้หญิงสาวอยู่เป็นเวลานานกว่าที่อาการปวดบวมของเธอจะค่อยทุเลาขึ้น พร้อม ๆ กับที่หญิงสาวเริ่มมองเห็นข้อดีของผู้ชายถือดีที่นั่งอยู่ตรงหน้าเธอ และเผลอยิ้มให้อยู่หลายครั้ง

            “ดีขึ้นไหมคุณ” เสียงห้าวดังขึ้นถามอาการของคนเจ็บ เมื่อเห็นว่าเสียงร้องโอดโอยของหญิงสาวได้เงียบลงไปแล้ว

            “อืม ค่อยยังชั่วแล้ว นายไม่ต้องประคบแล้วก็ได้ ขอบใจนะ” เสียงจากหญิงสาวทำให้ชายหนุ่มวางผ้าห่อน้ำแข็งลง แล้วลุกขึ้นยกขาเรียวของเธอขึ้นไปวางไว้บนโซฟาแทนที่จะปล่อยให้ขาห้อยอยู่ข้างล่าง

            “คุณอยู่ตรงนี้ก่อนแล้วกัน เดี๋ยวผมขึ้นไปจัดการข้างบนให้ก่อน”

            “ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันขึ้นไปทำเองได้ ไม่ต้องรบกวนนายหรอก”

            “พูดไม่ดูสังขารตัวเองเล้ยยยย เดี้ยงทั้งแขนทั้งขา ลุกเดินยังจะไม่ไหว ก็ยังจะเก่งอีกนะคุณน่ะ” ชายหนุ่มพูดจบก็ยกยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะเดินขึ้นไปที่ห้องของหญิงสาวจัดการตามที่พูด ปล่อยให้มุทิตามองตามด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งนึกขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือ แต่ก็ขัดใจวิธีการพูดจาของเขาเหลือเกิน



            หลังจากที่ชายหนุ่มจัดการทำความสะอาดที่ห้องของหญิงสาวให้จนเรียบร้อย ก็ลงมาเข้าครัวเป็นฝ่ายทำอาหารให้เจ้าของบ้านทานบ้าง ผัดมักกะโรนีหน้าตาน่ารับประทานถูกนำมาวางไว้บนโต๊ะตัวกลาง ให้คนเจ็บได้รับประทานกันถึงที่

            “โอ้โห! ไม่น่าเชื่อ นี่ฝีมือนายจริง ๆ เหรอเนี่ย” มุทิตาถึงกับตาโตออกอาการตะลึงกับอาหารที่อยู่ตรงหน้า ไม่คิดว่าคนปากไม่ดีจะมีฝีมือทำอาหารได้ถึงขนาดนี้

            “ไง..น่ากินล่ะสิ ไม่ใช่แค่หน้าตานะที่ดูดี รสชาติก็สุดยอดด้วย ไม่เชื่อก็ลองกินดูสิ”

            มุทิตาถึงกับเบะปากให้กับความขี้โม้ของชายหนุ่ม แต่ก็ยอมตักอาหารในจานขึ้นมาชิม จนทำให้ได้ตะลึงอีกครั้ง เมื่อพบว่ารสชาติของผัดมักกะโรนีฝีมือชายหนุ่มนั้น ไม่ได้เกินไปจากที่เขาได้พูดไว้เลยจริง ๆ ถึงขั้นที่หญิงสาวหลับตาพริ้มดื่มด่ำกับรสชาติของความอร่อยอยู่ชั่วขณะ

            “เป็นไงคุณ” ชายหนุ่มยกยิ้มที่มุมปากมองหญิงสาว เพราะรู้คำตอบได้จากท่าทางของเธออยู่แล้ว เพียงแต่ว่าต้องการจะได้ยินจากปากก็เท่านั้น

            “ก็...พอกินได้”

            “ไม่ใช่มั้ง หลับตาพริ้มซะขนาดนั้น รสชาติฟินละสิ”

            จากที่เคยเป็นคนป่วยให้หญิงสาวเจ้าของบ้านดูแล ตอนนี้นายเอ๋อเปลี่ยนสถานะเป็นคนคอยดูแลเจ้าของบ้านบ้างแล้ว เพราะหลังจากที่รับประทานอาหารค่ำเสร็จเรียบร้อย ชายหนุ่มก็อุ้มมุทิตาขึ้นไปส่งให้ถึงห้อง ถึงแม้ว่าเธอจะบอกว่าเดินเองได้ก็ตาม ก่อนจะกลับลงมาเก็บจานชามไปทำความสะอาด และดูแลปิดบ้านจนเรียบร้อย

            วันรุ่งขึ้นมุทิตาตื่นมาพร้อมกับอาการปวดเมื่อยและรอยฟกช้ำตามร่างกายที่เห็นชัดเจนยิ่งขึ้น จึงได้โทรไปลางานอีกวัน ก่อนจะหอบสังขารอันไม่สมประกอบของเธอลงมาจากห้อง

            “ตื่นแล้วเหรอคุณ เป็นยังไงบ้างเช้านี้ ดีขึ้นไหมล่ะ” นายเอ๋อเอ่ยทักขึ้นมาในขณะที่เดินถือกับข้าวที่เพิ่งทำเสร็จมาวางไว้ที่โต๊ะอาหาร

            “ดีอะไรกันล่ะ เจ็บกว่าเดิมน่ะสิไม่ว่า ปวดเมื่อยไปหมดเลยเนี่ย” มุทิตายึดราวบันไดไว้เป็นหลักพาตัวเองกระเผลกลงมาที่ชั้นล่างจนได้

            “อ้าว! เป็นอย่างนั้นไป ยังเช้าอยู่มั้ง เส้นสายเลยยังไม่ได้ยืด มา ๆ กินข้าวกันก่อนดีกว่า ผมทำเสร็จพอดี” นายเอ๋อพูดจบก็เดินไปช่วยพยุงหญิงสาวให้มานั่งที่โต๊ะอาหาร

            ทำอาหาร จัดยา ทาแผล ถูนวด ชายหนุ่มบริการทำให้หญิงสาวทุกอย่างที่กล่าวมา ตอบแทนที่เธอเคยทำให้กับเขาด้วยเช่นกัน มุทิตานั่งพักผ่อน เคลื่อนไหวให้น้อยที่สุดตามคำบอกของบุรุษพยาบาลจำเป็น อันที่จริงจะว่าเธอเชื่อฟังก็คงไม่ถูกนัก เพราะไม่ใช่ว่าหญิงสาวจะไม่อยากไปไหน หากทว่าเมื่อเธอคิดที่จะลุกไปไหน ชายหนุ่มก็จะจัดการให้เสียหมดต่างหาก 

            จนถึงช่วงบ่ายของวันที่มุทิตารู้สึกว่าอาการของตนเองดีขึ้นมากแล้ว และก็เบื่อที่จะนั่ง ๆ นอน ๆ อยู่เฉย ๆ เต็มที จึงได้ลุกขึ้นชวนเจ้าหลงไปอาบน้ำ ชายหนุ่มออกมาเห็นเข้าจึงได้เกิดอาการไม่พอใจที่ได้เห็นคนดื้อไม่เชื่อฟัง

            “ผมบอกให้อยู่นิ่ง ๆ อีกวันหนึ่งไง ทำไมดื้ออย่างนี้นะคุณน่ะ เดี๋ยวขาก็กลับมาอักเสบอีกหรอก มา ๆ เข้าไปพักได้แล้ว ขายังไม่หายดี แล้วยังจะซ่าอีก” ชายหนุ่มส่ายหัว ก่อนจะเข้าไปหาตั้งใจจะไปจับเธอมานั่งพัก แต่มีหรือที่คนดื้อจะยอม ดังนั้นนอกจากสายยางที่อยู่ในมือจะฉีดน้ำให้เจ้าหลงแล้ว ยังเลยไปฉีดที่คนห้ามเข้าให้อีกด้วย

            “เฮ้ย! คุณ..ผมเปียกหมดแล้ว ทำอะไรของคุณเนี่ย” นายเอ๋อยกมือบังน้ำจากสายน้ำที่หญิงสาวฉีดใส่

            “เห็นคุณเดินเข้ามา ก็นึกว่าอยากจะอาบน้ำกับเจ้าหลงด้วยน่ะสิ ฉันก็เลยจัดให้ไง อิอิ” หญิงสาวยักคิ้วให้ชายหนุ่ม รู้สึกสะใจที่ทำให้คนที่ทำตัวเป็นเจ้านายคอยออกคำสั่งกับเธอเปียกได้

            ชายหนุ่มเดินเข้าไปพยายามจะแย่งสายยางออกมาจากมือของมุทิตา ยื้อแย่งกันเป็นเด็ก ๆ  หญิงสาววิ่งหนี ชายหนุ่มวิ่งตาม เจ้าหลงวิ่งไล่ สายยางในมือฉีดสายน้ำไปจนทั่วสนามหญ้าเป็นการรดน้ำไปในตัว ฉีดคน ฉีดหมา ฉีดหญ้าสนุกสนาน ขายาว ๆ ของชายหนุ่มวิ่งไปคว้าตัวของหญิงสาวเอาไว้ได้ในที่สุด แต่พื้นที่ลื่นอยู่ทำให้เสียหลักล้มลงไปบนพื้นหญ้าด้วยกันทั้งคู่ ริมฝีปากสัมผัสกันโดยบังเอิญ ส่งผลให้แก้มใส ๆ ของมุทิตาแดงขึ้นทันตาเห็น ส่วนชายหนุ่มที่ล้มลงหัวกระแทกพื้นนั้นรู้สึกมึน และปวดหัวขึ้นมาทันที แต่ก็ยังฝืนทำเป็นปกติต่อไป

            โฮ่ง..โฮ่ง....โฮ่ง..โฮ่ง.. เจ้าหลงส่งเสียงด้วยความเป็นห่วงเจ้านายสาว เรียกสติของมุทิตาให้พยุงตัวเองลุกขึ้นออกจากร่างหนาใหญ่ของชายหนุ่ม

            ผลสรุปคือเปียกปอนกันไปทั้งคนทั้งหมา แต่ภารกิจในการอาบน้ำให้เจ้าหลงก็สำเร็จลุล่วงลงไปได้ ก่อนที่ทั้งสองคนจะกลับเข้าบ้านมาจัดการตัวเอง พร้อมกับความรู้สึกบางสิ่งที่กำลังก่อตัวเกิดขึ้นภายในจิตใจของคนทั้งสอง

            ทางด้านของคุณสาลินี ซานีฟ แม่ของชยุต ซานีฟ ศรีภรรยาของมหาเศรษฐีเจ้าของบ่อน้ำมันในประเทศบรูไน ไม่สามารถติดต่อลูกชายของตนเองได้ จนเกิดความกังวลใจเป็นอย่างมาก ถึงขั้นจ้างนักสืบให้ออกตามหาอย่างเร่งด่วน โทรศัพท์สายตรงจากบรูไน ถึงคุณธวัช เจ้าของสำนักงานนักสืบชื่อดังของเมืองไทย เพื่อมอบหมายงานให้ติดตามตัวลูกชายหนึ่งเดียวกลับคืนมาให้ได้

            “ฉันต้องการรู้ข่าวของลูกฉันโดยเร็วที่สุด ที่ฉันเลือกใช้บริการนักสืบของสำนักงานคุณก็เพราะเห็นว่าที่นี่เปิดมานาน แล้วก็ดูเป็นมืออาชีพ เพราะฉะนั้นอย่าทำให้ฉันผิดหวัง เสียเท่าไหร่ฉันไม่ว่า แต่พวกคุณต้องตามหาตัวลูกชายของฉันให้เจอให้ได้” น้ำเสียงเด็ดขาดบอกความต้องการของตัวเองให้เจ้าของสำนักงานนักสืบให้รับรู้

            (ครับ..ได้ครับคุณนาย รับรองว่าผมจะไม่ทำให้คุณต้องผิดหวังแน่นอน) คุณธวัชตอบกลับด้วยความมั่นใจ ว่าไม่มีงานชิ้นไหนที่จะเกินความสามารถของสำนักงานนักสืบของเขาไปได้

ความคิดเห็น