-[TAKE]-

รักเทค ก็อย่าทิ้งกันน้าาา อยู่กับเทคนานๆ แค่เข้ามาอ่านก็ดีใจแล้ววว

ชื่อตอน : ราตรีที่ 24

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 28.6k

ความคิดเห็น : 114

ปรับปรุงล่าสุด : 25 เม.ย. 2560 23:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ราตรีที่ 24
แบบอักษร

23

เป็นอีกครั้งที่หนิงลี่ได้เห็นอี้ชิงอย่างเต็มตา หวนนึกถึงเมื่อครั้งที่เจอกันครั้งแรกจนกระทั่งเมื่อตอนที่ถูกตามล่า ดวงตาทั้งสองข้างจดจ้องอย่างใช้ความคิด ดูท่วงท่ากระประมือกับไป๋หวงและจิ่นสือ นับได้ว่าอี้ชิงเป็นผู้มีวรยุทธ์สูงส่งพอตัว การใช้กระบี่ที่ล้ำเลิศเหมือนกับว่าถูกฝึกปรือฝีมือมาเป็นอย่างดีจนจิ่นสือและไป๋หวงไม่สามารถต้านกำลังได้สำเร็จ

อี้ชิงพุ่งตรงเข้ามาประชิดตัวหนิงลี่อีกครั้ง แต่กลับถูกขัดขวางโดยอำมาตย์ยินหย่ง คนสูงอายุย่อมไม่สามารถต่อสู้กับคนหนุ่มได้นาน ยินหย่งก็แพ้พ่ายไปในไม่กี่กระบวนท่า

เคร้ง***!***

เสียงกระบี่ฟาดฟันกันดังลั่นสะนั่น หนิงลี่รองรับความคมของกระบี่ของฝ่ายศัตรู ด้วยแรงที่มีน้อยกว่าจึงทำให้ร่วงหล่นจากหลังอาชา สองมือกำมั่น เหงื่อกาฬไหลย้อยลงจากหางคิ้ว หากเมื่อสักครู่ไม่สามารถรับกระบี่นั่นได้แล้วล่ะก็คงไม่ได้มายืนอยู่เช่นนี้

ความรู้สึกนั่นมันช่างเหมือน...เหมือนกับ

“พระสนม!”

ในขณะที่หนิงลี่กำลังใช้ความคิด เสียงหนึ่งก็ดังมาจากอีกทิศทาง...เป็นโจวอี้หานที่ใช้กำลังภายในกระโดดมายังกลางสนามรบ ใบหน้าขมเข้มเกรี้ยวกราด ดวงตาร้ายที่ดุดัน สวมอาภรณ์สำหรับการออกรบ ในมือถือหอกด้ามยาวก่อนจับเขวี้ยงสุดแรงไปด้านหน้า

ไม่มีใครคาดคิดว่าโจวอี้หานจะมาด้วยตนเอง

องค์รัชทายาทแห่งแคว้นโจวพุ่งตรงเข้าหมายคร่าชีวิตพระสนม

หนิงลี่ยกมือปัดหอกนั้นให้พ้นห่างจากตัวได้ทันท่วงที...คนไม่เป็นวรยุทธกลับถูกรายล้อมด้วยศัตรู ถึงไป๋หวงกับจิ่นสือจะมีวิชาต่อสู้อยู่บ้าง แต่ด้วยฝีมือทั้งสองคนก็ไม่อาจทัดเทียมได้กับผู้ที่เรียนรู้ฝึกวรยุทธเป็นอย่างดี

สององค์รักพยายามรักษาไว้ซึ่งชีวิตของผู้บังคับบัญชา ในสงครามที่กำลังดุเดือดต่างคนปกป้องจากคนที่หมายปองจะทำร้ายแต่กลับถูกอี้ชิงมาขวางเอาไว้จนโจวอี้หานสามารถเข้าถึงตัวได้สำเร็จ...โจวอี้หานหยิบกระบี่จากเหล่าทหารจ้วงแทงฟาดฟันไปด้านหน้า หนิงลี่ที่แม้พยายามจะสู้สุดตน ช่วยเหลือตัวเองจากภัยที่กำลังคุกคาม รับเพลงกระบี่ที่หนังหน่วง

ยินหย่งเห็นท่าจะไม่ดีจึงได้รีบรุดเข้าไปช่วยเหลือกลับถูกฝ่ามือที่ทรงพลังทำร้าย โจวอี้หานรวบรวมกำลังภายในอย่างเร็วแล้วซัดเข้าไปที่หน้าอกของอำมาตย์ชราจนกระเด็นไปอีกทาง

“ท่านยินหย่ง!” หนิงลี่เอ่ยเรียกด้วยความเป็นห่วง ยามที่เห็นยินหย่งกระอักเลือด

โจวอี้หานโกรธแค้นอย่างเหลือแสน แววตาดุร้ายจดจ้องพระสนมผู้เคยอัปลักษณ์ แม้จะแคลงใจที่รอยแดงบนใบหน้าหายไปจนหมด เหลือแต่เพียงใบหน้าที่เกลี้ยงเกลาไร้รอยมลทิน นับได้ว่าผิดแผกไปจากครั้งที่เห็นเมื่อตอนอยู่ที่ท้องพระโรงในงานเลี้ยง ผิวกายนั่นไม่มีรอยลอกของผิวหนัง

ช่างน่าเสียดายนัก*!...*โจวอี้หานคิดเช่นนั้น

เดิมทีตั้งใจจะให้อี้ชิงเป็นคนจับพระสนมลี่มาให้กับตัว ด้วยเหตุการณ์ในสนามรบที่ถูกรายงาน ทัพถูกตีแตก กองทัพถูกสร้างความปั่นป่วนจนโจวอี้หานไม่สามารถนั่งสั่งการอยู่แต่ในบัลลังก์ได้ ความร้อนใจจึงได้รีบเร่งฝีเท้าออกตามล่าด้วยตนเอง...โจวอี้หานฟาดแรงไม่ยั้ง กระบวนท่ากระบี่ที่เล่าเรียนมา ไม่ถึงสองกระบวนท่าผู้อ่อนกว่าย่อมต้องเป็นฝ่ายพ่าย หนิงลี่ถูกอัดกระเด็นไปอีกทางไม่ต่างจากยินหย่ง

อี้ชิงก้าวกระโดดไปยังคนเจ็บ จับกระชากตัวให้ลุกขึ้น

หนิงลี่ถูกจับเป็นตัวประกันในบัดดล

“พระสนม!” ไป๋หวงไม่สามารถปกป้องพระสนมไว้ได้

เสียงฟันดาบและการต่อสู้ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่ผู้บังคับบัญชาอยู่ภายใต้การจับกุม สร้างความแปลกใจให้โจวอี้หานไม่น้อย ไม่คิดห่วงพระสนมผู้กันรึ!

หนิงลี่ยกยิ้มบนใบหน้า คำสั่งสุดท้ายที่มีต่อเหล่าทหารก่อนที่จะออกมารบด้วยตนเอง

ถึงจะถูกจับเป็นตัวประกันก็ห้ามหยุด จงเดินหน้าทำการรบต่อไปห้ามวางอาวุธ

เหล่าทหารน้อมรับคำบัญชานั้นแต่โดยดี

“นี่พวกเจ้าไม่คิดจะหยุดงั้นรึ!” เท่ากับว่าแผนการจับตัวพระสนมล้มเหลว โจวอี้หานหันมองไปรอบทิศ “ได้ หาเช่นนั้นข้าจะกำจัดเจ้าซะ!”

หนิงลี่เคยเป็นทหารการตายย่อมไม่เป็นอุปสรรคต่อความกลัว แม้ต้องตายในสนามรบแต่ก็ไม่เสียชาติเกิด

องค์รัชทายาทไม่ยอมแพ้ ในเมื่อแคว้นฉินนึกอยากลองดี เขาเป็นถึงองค์รัชทายาทแห่งแคว้นโจว เป็นผู้ครองบัลลังก์แคว้นฉินผู้เลื่องชื่อ การกำจัดพระสนมแค่เพียงหนึ่งคงไม่เสียหาย

“อี้ชิง! จัดการพระสนมซะ!”

หนิงลี่ที่ตกอยู่ในน้ำมือผู้ร้าย ยังคงสงบนิ่งอย่างไม่เกรงกลัว

“อี้ชิง ไม่มีวันฆ่าข้าหรอก”

โจวอี้หานชี้หน้ามาดมั่น "หึ สมองเจ้าสติไม่ดีแล้วรึ!"

อี้ชิงง้างกระบี่ขึ้นสูงเสียดฟ้า ประกายแสงจากอาทิตย์กระทบกระบี่เล่มคม รอคอยฟังทำตามคำสั่ง...โจวอี้หานหัวเราะร่อน อีกประเดี๋ยวพระสนมก็จะไปพบปรโลก

หนิงลี่เงยหน้ามองบุรุษผู้มีผ้าพันแผลซีกซ้าย

“ท่านไม่ทำเช่นนั้น จริงไหม..ฝ่าบาท”

ทุกอย่างหยุดนิ่งในชั่วขณะ โจวอี้หานถลึงตามองบุรุษตรงหน้าอย่างงุนงง เฉดเช่นเดียวกับอำมาตย์ยินหย่งและไป๋หวง ผู้ถูกเอ่ยเรียกชื่อยกยิ้มกว้าง รอยยิ้มที่ประดับด้วยผ้าพันแผลเกินครึ่งหน้ายิ่งทำให้เสียงหัวเราะนั้นดูน่ากลัวและทรงพลัง

“เก่งมาก อาลี่”

อี้ชิงคือซ่งจินเหลียง

ซ่งจินเหลียงคืออี้ชิง

สองบุรุษกลับกลายเป็นหนึ่ง หนิงลี่ได้รับอิสระถูกปล่อยตัว ทอดมองไปยังร่างที่สูงตระหง่าน ซ่งจินเหลียงกำลังทำการแก้ผ้าพันแผลของตนเอง เผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริง

จักรพรรดิวิปลาส***…ซ่งจินเหลียง***

โจวอี้หานชี้หน้า มือสั่นระริกจนยากที่จะควบคุม

“ซ่งจินเหลียง!”

นี่เขากลายเป็นคนโง่ที่ถูกหลอก! องค์รัชทายาทต่างแคว้นเหมือนถูกหักหน้ากลางสนามรบ ผู้ที่คิดว่าสิ้นใจไปแล้วกลับมายืนตรงหน้าได้อย่างหน้าตาเฉย...โจวอี้หานจับกระบี่เล่มคมไว้มั่น สงครามในคราวนี้เขาเป็นฝ่ายพ่ายแพ้อย่างไม่ต้องสงสัย

“ฝ่าบาท” จิ่นสือคารวะให้กับผู้ที่อยู่เบื้องหลัง

นอกจากหนิงลี่ที่ได้ขบคิดกลยุทธในการรบแล้วก็ยังมีซ่งจินเหลียงคอยหนุนหลัง และเขาเป็นผู้กุมความลับทั้งหมด ปกปิดไม่ให้หนิงลี่ได้ล่วงรู้ว่าแท้จริงแล้วมันเป็นเพียงแค่กลลวงที่จักรพรรดิผู้นี้วางแผนไว้ตั้งแต่ต้นเท่านั้น

เมื่อใดกันหนอที่ผู้รุกรานตกเป็นเบี้ยล่าง

ในวันหนึ่งเมื่อหลายเดือนก่อน...

พระสนมลี่ที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งมาหมาดๆ ได้ทำการหนีออกจากวังหลวงอย่างอุอาจ จนเป็นเหตุให้ซ่งจินเหลียงต้องไปตามตัวกลับมาด้วยตนเอง ในครั้งนั้นเขาได้กระทำการลงทัณฐ์พระสนมด้วยการกักขังและโบย สร้างรอยแผลให้หนิงลี่ไม่น้อย โจวอี้หานที่ได้ทราบข่าวจึงออกอุบายความคิด

‘ฝ่าบาท ใครๆ ก็รู้ว่าท่านใส่ใจพระสนมลี่ขนาดไหน ถึงขนาดลงไปดูในคุกมืดด้วยพระองค์เอง ข้าเกรงว่าถ้าท่านใช้แต่กำลัง สักวันพระสนมลี่อาจทนไม่ไหวคิดหนีท่านไปอีก ข้ามีความคิดดีๆ ไม่ทราบว่าฝ่าบาทจะสนหรือไม่’

ความคิดหนึ่งถูกเสนอขึ้น ซ่งจินเหลียงผินมองหน้า

‘ฝ่าบาท หญิงงามมักชอบความอ่อนโยน หากท่านอ่อนโยนกับพระสนมสักหน่อย ข้าว่าพระสนมอาจเปิดใจให้ท่านก็ได้’

‘องค์รัชทายาท ท่านคิดว่าแผนนี้จะใช้ได้ผล?’ ซ่งจินถามย้ำ

โจวอี้หานสะบัดชายเสื้อ*‘ฝ่าบาท ด้วยฐานะของพระสนมที่ถูกเลี้ยงมาอย่างอิสระ ไม่มีกฎเหมือนอยู่ในวังหลวง พระสนมก็เหมือนนกน้อยปีกหักที่ถูกกักขังให้อยู่แต่ในกรง ท่านว่าจริงหรือไม่’*

ซ่งจินเหลียงพยักหน้ารับ พึงพอใจให้กับความคิด

การพูดคุยเป็นไปอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่บุรุษทั้งสองจะเดินแยกจากไปคนละทาง...หนึ่งคนมีแผนร้ายอยู่ในใจ หวังให้จักรพรรดิผู้เลื่องชื่อหลงมัวเมากับพระสนมอัปลักษณ์จนไม่ทันระวังตัว ส่วนอีกคนหนึ่งก็มีแผนร้ายเช่นเดียวกัน ซ่งจินเหลียงหันมองโจวอี้หานที่ลับสายตาไปแล้ว แม่ทัพใหญ่ข้างกายจึงปรากฏตัวขึ้น

‘ฝ่าบาท องค์รัชทายาทผู้นี้ไม่น่าไว้ใจนัก’ หวางมู่เสนอความคิดเห็นตน

ซ่งจินเหลียงยกมือขึ้นเพื่อเป็นสัญญาณให้เงียบ หน้าต่างมีหู ประตูมีช่อง*…ซ่งจินเหลียงไม่อยากให้โจวอี้หานรู้ตัว “คอยจับตาดูอย่าให้คลาด”*

หวางมู่รับคำสั่ง “พ่ะย่ะค่ะ”

เพื่อเป็นการสอดแนม องค์จักรพรรดิจึงลดชนชั้นของตัวเองให้เป็นรองแม่ทัพ แอบปลอมตัวเป็นอี้ชิง วางแผนซ้อนแผนเพื่อไว้เตรียมสำหรับศึกสงคราม

มันเป็นอย่างที่คาด หลังจากให้หวางมู่สืบข่าวก็ได้ความว่าโจวอี้หานร่วมมือกับแม่ทัพใหญ่คนงามแห่งแคว้นฉี เพื่อผลักดันซูลี่ให้เป็นสนม จากนั้นก็ใช้ความงามที่สวรรค์ประทานหลอกล่อให้หลงระเริงจนละเลยภารกิจบ้านเมือง เมื่อถึงคราวที่เสียนหยางอ่อนแอโจวอี้หานก็จะสามารถแทรกซึมเข้ามาได้

ซูลี่ออกอุบายให้หนิงลี่เป็นเครื่องมือ นับว่าในคราวนั้นซ่งจินเหลียงนึกชั่งใจอยู่พอสมควร นึกว่าหนิงลี่จะยอมอ่อนข้อและทำตามคำขู่ของซูลี่ แต่หนิงลี่นั้นกลับปฏิเสธเสียงแข็งและไม่ยอมทำตามแต่โดยง่าย สร้างความประทับใจให้กับซ่งจินเหลียงไม่น้อย

หนิงลี่ไม่ได้สิ้นคิดจนยอมตกเป็นเบี้ยล่างของผู้อื่นให้จูงจมูก

การวางแผนของสองแคว้นที่คิดร้ายล้มเหลว ซ่งจินเหลียงให้โอกาสโจวอี้หาน ยกซูลี่ให้เป็นเครื่องบรรณาการในงานเลี้ยงต้อนรับ

หลังจากที่ตัดสินใจเดินทางไปยังจี้หนานเพื่อเยี่ยมเยียนบิดาและมารดาของหนิงลี่ ก่อนหน้าที่จะออกเดินทางซ่งจินเหลียงได้ให้ม้าเร็วติดต่อไปยังจิ่นสือที่ขณะนั้นได้รับตำแหน่งรองแม่ทัพเพื่อดูแลด่านนอกกำแพงเมือง เพื่อปกป้องหนิงลี่จากคนชั่วจิ่นสือจึงให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และด้วยเหตุผลที่ว่า

...หากหนิงลี่สามารถนำทัพชนะศึกสงครามนี้ไปได้ ผู้คนที่เคยครหาจะหายแคลงใจ...

หนิงลี่ที่บัดนี้กลายเป็นพระสนมอยู่เคียงข้างองค์ฮ่องเต้ จิ่นสือไม่สามารถฉุดสหายรักให้มาตกต่ำเหมือนอย่างเดิม หนิงลี่เป็นคนฉลาด ย่อมต้องมีอนาคตที่ดี

และเพื่อกันไม่ให้โจวอี้หานสงสัยในตัวของอี้ชิง ซ่งจินเหลียงจึงได้จ้างวานคนมาสวมรอยเป็นตัวเองขณะที่ไม่อยู่ การแสดงปาหี่จึงได้เริ่มขึ้นตั้งแต่ตอนที่อี้ชิงตัวปลอมมาแจ้งข่าวจนกระทั่งตกหน้าผา ปกปิดแม้กระทั่งหนิงลี่...มากคนย่อมมากความ มันเป็นคนทางที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

สงครามจะไม่เกิดขึ้น ถ้าหากว่าโจวอี้หานยอมแพ้ตั้งแต่ต้น

“การแสดงปาหี่ของข้าเป็นเช่นไรบ้าง ข้าคงทำได้ดีจนท่านหลงเชื่อ” คนถามหัวเราะ

มีครั้งหนึ่งที่ซ่งจินเหลียงได้มีโอกาสดูการแสดงของคณะละครในขณะที่กำลังท่องเที่ยวกับพระสนม เดิมทีก็ไม่คิดสนใจเท่าใดนัก แต่ก็นับว่ามันช่างได้ผลดีทีเดียว

“เจ้า!...เจ้าบังอาจนัก!”

ความผิดพลาดของตนเองที่ตกหลุมพรางตั้งแต่ต้น องค์รัชทายาทแคว้นโจวจึงได้เกรี้ยวกราด ความทะนงตัวไม่ยอมรับความพ่ายแพ้

เพลิงโทสะลุกโชติช่วงดั่งพายุโหมกระหน่ำ โจวอี้หานที่อยู่ในเกราะเต็มยศหันไปมองหนิงลี่ที่ยืนขนาบข้างซ่งจินเหลียง ใบหน้าบุรุษหนุ่มคนงามเผยยิ้มแผ่ว เรื่องราวทั้งหดกระจ่างชัดหมดแล้ว...ภายในเวลาไม่กี่นาที โจวอี้หานได้ปล่อยพลังลมปราณใส่กระบี่จนพุ่งตรงไปยังหนิงลี่หมายจะสังหารให้สิ้นซากสมกับความแค้น หลังจากนั้นค่อยจักการซ่งจินเหลียง ขนาดแม่ทัพใหญ่ผู้มากฝีมือแห่งแคว้นฉินยังสามารถชนะได้ นับประสาอะไรกับซ่งจินเหลียง!

ในทันใดนั้นกระบี่กถูกปัดกลางอากาศจนหล่นดังเคร้งยามที่ตกยังพื้น พร้อมกับการปรากฏกายของบุรุษในชุดเกราะนักรบอีกคนหนึ่ง ได้เข้ามาขัดขวางเพื่อกันอันตราย

บุรุษที่มาขัดขวางนั้นคือหวางมู่

ท่วงท่าทะมัดทะแมง แววตาทั้งสองข้างดุดันดั่งพญาเหยี่ยว การปรากฏกายของหวางมู่สร้างความตกตะลึงให้โจวอี้หานอีกครา...โจวอี้หานแทบไม่อยากเชื่อ เขาเป็นคนสังหารหวางมู่กับมือ จ้วงแทงเข้าร่างกายอีกฝ่ายด้วยคมกระบี่แหลม หยาดเลือดไหลทะลักออกจากร่าง...โจวอี้หานได้รับรู้โดยสันชาติญาณทันทีว่าถูกหลอกซ้ำสอง

“องค์รัชทายาท” หวางมู่ยกมือประสานคารวะผู้มีฐานะสูงกว่า แต่ใบหน้ากลับเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน...ช่างน่าสงสารองค์รัชทายาทผู้โง่งม คิดว่าตัวเองเก่งกล้าเสียเต็มประดา หลงระเริงในชัยชนะที่เป็นเพียงหมอกควัน

ในครั้งนั้น...การแสดงปาหี่แสร้งทำเป็นพ่ายแพ้ ช่างเป็นเรื่องที่หนักหนาสาหัสเอาการ หากไม่ได้รับคำสั่งของซ่งจินเหลียงเกรงว่าคงได้ลงมือสังหารโจวอี้หานไปนานแล้ว

หลังจากที่ถูกทหารพาออกมา หวางมู่ก็แอบหลบซ่อนตัวคอยดูทุกการกระทำของพระสนมผู้เคยอัปลักษณ์ แม้การคิดกลยุทธจะเป็นเลิศ มีความเก่งกล้าก็หาได้วางใจไม่ ซ่งจินเหลียงได้มีแผนสำรองเอาไว้ หากเมื่อใดที่พระสนมลี่พ่ายแพ้ให้ยกทัพเสริมเข้ามาร่วมรู้รบ ซ่งจินเหลียงได้วางแผนอย่างรัดกุมและชาญฉลาด

หวางมู่คือแม่ทัพคู่ใจของฮ่องเต้วิปลาส หากต้องพ่ายแพ้ก็คงเสียหน้าไปหลายชั่วโคตร

โจวอี้หานมีใบหน้ามาดร้าย ใช่ว่าจะไร้สิ้นหนทางเสียเมื่อไหร่ นับคำนวณจากเวลาแล้วป่านนี้ทัพเสริมจากแคว้นโจวคงกำลังเดินทางมาถึง เวลานั้นแคว้นโจวจะมีชัยเหนือแคว้นฉิน

ซ่งจินเหลียงเหมือนกับเพิ่งนึกบางอย่างขึ้นมาได้

“หวางมู่ ทัพที่ส่งไปตีแคว้นโจวเป็นเช่นใดบ้าง”

แม่ทัพใหญ่รายงาน “ฝ่าบาท บัดนี้รองแม่ทัพได้ส่งข่าวจากม้าเร็วว่ากองทัพที่ส่งไปตีแคว้นโจวนั้นได้รับชัยชนะแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

ใบหน้าซ่งจินเหลียงผินมองไปยังด้านหน้า

“องค์รัชทายาท ท่านจะยอมปราชัยแต่โดยดีหรือไม่”

มันเป็นคำถามที่ซ่งจินเหลียงต้องการคำตอบจากผู้รุกรานแคว้นโจว

TAKE

อ้าว ลืมนึกถึงในข้อนี้ไปเลย เอาเป็นว่ายินหย่งคืออยู่ฝ่ายพลเรือน แต่นางอยากช่วยหนิงลี่เลยตามไปกับหนิงลี่ก็แล้วกัน นางทำเกินหน้าที่ไปนิสส ขอบคุณที่ให้คำแนะนำจ้าา

ป.ล.ขอบคุณทุกคนที่ตามทั้งธัญวลัย ทั้งเด็กดีเน่อ แหม่ ปลื้มปริ่มมาก >< ทุกคนด้วย ขอบคุณที่เข้ามาอ่าน มาเป็นกำลังใจให้ งี้เทคก็รักตายเลยย ม๊วฟๆ

สรุป นางมาตั้งแต่ต้น แฮ่ๆ เดิมทีตั้งใจจะเฉลยว่าอี้ชิงคือซ่งจินเหลียงตั้งแต่ครั้งแรกที่นางโผล่มาแล้ว แต่คิดไปคิดมาไม่เอาดีกว่า แต่งานนี้น้องลี่มีงอนกันเลยทีเดียวเชียว

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น