ชะโดตัวโต
facebook-icon

เชิญพบกับภาคต่อของ 'พี่คิณ - ณิริณ' 'พี่ภาคย์ - ไออุ่น' ในเรื่อง 'HATE ME: บงการรัก' เรื่องราวของภัทธิรา ลูกสาวคนเดียวของพี่คิณ - ณิริณ และเป็นน้องสาวฝาแฝดของพี่ภาคย์กับการที่จะต้องจำใจแต่งงานกับ 'คิริน' เพื่อแลกกับชีวิตของภิชญ์น้องชายของเธอ ***โหวต เม้น ให้กำลังใจกันด้วยนะคะ***

HATE EFFECTS: 20 ทางเลือก 100% รีไรท์

ชื่อตอน : HATE EFFECTS: 20 ทางเลือก 100% รีไรท์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 13.8k

ความคิดเห็น : 22

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ส.ค. 2560 23:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
HATE EFFECTS: 20 ทางเลือก 100% รีไรท์
แบบอักษร


HATE EFFECTS: 20



วาณิชาเดินกระฟัดกระเฟียดเริ่มแสดงท่าทีไม่พอใจออกมาเรื่อยๆ ตลอดสามวันที่ฝึกงานมาเหมือนคนในแผนกนี้เห็นเธอเป็นแค่มดตัวเล็กๆที่คอยแต่หาเรื่องกระแทกแดกดันอยู่ตลอดเวลา สาวน้อยที่พยายามสะกดจิตใจไม่ให้เผลอไผลไปตามแรงยั่วยุของสิ่งรอบด้านในตอนนี้ แต่ทว่า...มันกำลังจะถึงขีดจำกัด



ระหว่างที่เธอกำลังถึงถ้วยกาแฟที่ชงเสร็จใหม่ๆเดินไปตามทางนั้นเอง วาณิชาก็ต้องหยุดชะงักลงที่หน้าห้องถ่ายเอกสารที่มีพนักงานแผนกการตลาดสาวสามคนยืนอยู่ข้างใน



"นี่เราจะเล่นแบบนี้จริงๆหรอ? เด็กฝึกงานน่ะคุณภากรเป็นคนเอาเข้ามาเองเลยนะ" หญิงสาวตรงกลางพูดเสียงเบา "อีกอย่างเด็กมันก็ยังไม่ได้ทำอะไรผิดเลยด้วย เราก็แค่ใช้ไปชงกาแฟอย่างเดียว"


"โอ้ย! จะไปกลัวทำไม ก็แค่อ่อยจนคุณภากรพาเข้ามาเหมือนยัยนางแบบที่ชอบมาเบ่งใส่เรานั่นแหละ" ผู้หญิงที่ยืนกอดอกพูดออกมาอย่างขุ่นเคืองเล็กน้อย เธอเองก็พยายามมากแต่ทำไมภากรถึงมองไม่เห็นเสียที "เด็กมันแรด! ดูไม่ออกกันหรือไงยะ?"


"จ้า! อย่าทำเป็นพูดดีไป ฉันเพิ่งไปได้ยินมาว่ายัยเด็กนั่นเป็นน้องสาวภรรยาของคุณภาคิณอีกด้วยนะ แล้วงานบ่ายนี้ก็สำคัญมากด้วย...ถ้าความแตกขึ้นมาคงโดนไล่ออกกันหมด" คนที่กำลังวุ่นอยู่กับเครื่องถ่ายเอกสารมีน้ำเสียงหวั่นวิตก "เห็นว่าที่มีเรื่องตบตีที่ฝั่งอะไหล่ยนต์น่ะก็ยัยเด็กนี่นี่แหละ สองรุมหนึ่งยังไม่สะทกสะท้านเลย"


"โอ้ย! จะกลัวอะไรนักหนากะอีแค่เด็กฝึกงาน จะรอให้มันคาบคุณภากรไปหรือไง" สามสาวในนั้นยังคงปรึกษาหารือกันไม่เลิกด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาเพราะเกรงว่าจะมีใครได้ยิน



แต่ก็ช้าไปเสียแล้ว...



วาณิชายกยิ้มเล็กน้อยเพราะในห้วเธอเหมือนจะมีความคิดดีๆผุดขึ้นมา ตากลมใสมองแก้วกาแฟในมือก่อนจะยกมันขึ้นสูงในระดับสายตา "สงสัยคงจะต้องเติมเกลือเพิ่มสักห้าช้อนพูนๆ หึ! ไม่ได้กินนิ่มฉันหรอกย่ะ" คิดจะรังแกคนอย่างวาณิชามันยังเร็วไปล้านปี



สาวน้อยเดินกลับไปยังห้องครัวเล็กอีกครั้งและใช้เวลาไม่นานก็เดินไปที่แผนกการตลาด มือเรียววางถ้วยกาแฟลงตรงหน้าคนที่สั่งให้เธอไปชงโดยไม่พูดไม่จาก่อนจะกลับไปยังโต๊ะทำงานของตัวเอง 



พรวด !!!



"อี๋! ทำไมมันเค็มแบบนี้ล่ะ" เสียงแหลมแว้ดขึ้นแล้วหันควับไปยังเด็กฝึกงาน "แยกเหลือกับน้ำตาลไม่ออกหรือไงหะ?"



วาณิชาฉีกยิ้มใส่ "ก็แยกออกค่ะ แต่เมื่อครู่ 'พี่นิดหน่อย' สั่งเองนี่คะว่าขอ 'เกลือ' พูนๆ ณิชาก็ทำตามที่บอกแล้วนี่ไงคะ เป็นไง...เค็มถึงใจดีไหมคะ?"



"ฉันจะรายงานคุณภากร!" นิดหน่อยจ้องราวกับโกรธแค้นกันมาสักร้อยชาติ "อย่าคิดว่าเป็นน้องสาวภรรยาของคุณภาคิณแล้วฉันจะไม่กล้าทำอะไรเธอ ทำตัวให้เหมาะกับเด็กฝึกงานหน่อยนะ...จะได้ไม่มีใครว่าลามไปถึงพี่สาวของเธอได้"



"หึ! ก็เพราะเป็นเด็กฝึกงานไงคะ ถึงได้ยอมทนมาถึงสามวัน" เอาล่ะ! หมดขีดจำกัดของความอดทนไปแล้วเรียบร้ย วาณิชายืนขึ้นแล้วเอามือเท้าโต๊ะ "ก็เข้าใจค่ะว่าเป็นแค่เด็กฝึกงานต้องทำตามที่สั่งทุกอย่าง แต่บางอย่างถ้าเกิดจากความชิงชังก็ไม่จำเป็นต้องทำตามนี่คะ อ้อ! ถ้าจะหาเรื่องกันก็หาเรื่องแค่ณิชาคนเดียวเถอะค่ะอย่าเอาพี่สาวของณิชาเข้ามาเกี่ยวข้อง...ก็ไม่อยากจะพูดแบบนี้หรอกนะคะแต่มันจำเป็น พี่คิณน่ะทั้งรักทั้งหวงพี่สาวของณิชามากชนิดที่แบบว่าใครพูดในทางเสียหายก็ไม่ได้ ถ้าเขาไม่พอใจขึ้นมาก็น่าจะรู้นะคะว่าต้องเจออะไร!!" คราวนี้เกมส์พลิกมาเป็นวาณิชาที่เป็นต่ออยู่มาก คนที่ได้ยินชื่อของภาคิณก็พากันหน้าซีดกันเป็นท่องเป็นแถว "ทีนี้จะสอนงานให้ณิชาได้หรือยังคะ?"



"ได้...ได้สิ" หญิงสาวชุดเดรสสีม่วงเอ่ยขึ้นเป็นคนแรก "มาดูเอกสารด้านนี้ก่อนนะ..."



วาณิชาไหวไหล่เดินผ่านหน้านิดหน่อยที่ยังคงนิ่งอยู่ อันที่จริงเธอก็ไม่ชอบอะไรแบบนี่หรอกแต่เพื่อความอยู่รอดก็จำเป็นต้องทำ...ถ้าไม่ให้คนพวกนี้รู้สึกเสียบ้างอีกไม่นานเธอเองก็คงทำเรื่องขอย้ายที่ฝึกงานเป็นแน่



ภากรที่แอบซุ่มดูอยู่ก็ยิ้มเล็กยิ้มน้อยให้กับวิธีแก้ปัญหาของยัยตัวแสบ สาเหตุที่เขาส่งเธอมาอยู่ในแผนกนี้ก่อนก็เพื่อที่จะฝึกให้วาณิชารู้จักใช้สติให้มากกว่าการใช้กำลัง ซึ่งถือว่าเธอสอบผ่านขั้นแรกแล้วแม้ว่าคำพูดคำจาและการกระทำบางอย่างยังคงเปลี่ยนไม่ได้ในเวลานี้ก็ตาม



#######



บ้านรัตนโยธิน...



กลางดึกที่มืดสนิทมีเพียงแต่ภาคิณที่ยังคงวุ่นวายอยู่ที่โต๊ะทำงานของเขาที่เต็มไปด้วยเอกสารกองโตในห้องนอน สิ่งนั้นไม่ใช่อะไร...เป็นหลักฐานที่ใช้เอาผิดคนร้ายที่อยู่รอบข้างเขาก็เท่านั้นแหละ 



"คิดไม่ออกก็พักบ้างเถอะค่ะ" นมอุ่นๆในแกเวเซรามิคถูกวางไว้ตรงหน้า แม้แต่วาณิริณเดินออกจากห้องไปแล้วกลับเข้ามาเขาก็ยังไม่รู้ตัว "ทุกอย่างต้องค่อยๆเป็นค่อยๆไป วู่วามก็จะมีแต่ผลเสีย"



แขนใหญ่รวบตัวร่างเล็กลงมานั้งที่ตักของเขา โดยที่เธอเองก็ไม่ได้ขัดขืนอะไรนั่นก็อาจจะเป็นเพราะ...ชินเสียแล้ว "ก็อยากจะจัดการไปให้ได้สักครึ่งนึงก่อนฮันนีมูนของเราไงครับที่รัก ฟอด! จัดการทีละคนแบบนี้มันเสียเวลา"



"เสียเวลาแต่ว่าแน่นอนกว่านะคะ" เธอหันไปยิ้มให้คนที่กำลังโอบรัดร่างกายของเธออยู่ "ดื่มนมก่อนเถอะค่ะเดี๋ยวจะเย็นซะก่อน"



ภาคิณคางบนไหล่เล็กพร้อมส่ายหัวไปมา "อยากดื่มนมจาก..." สายตาก้มมองต่ำไปยังอกอวบของร่างเล็กที่อยู่ในอ้อมแขน



วาณิริณยกมือขึ้นปิดพร้อมส่งค้อนวงงามให้เขา "ไม่ดื่มก็ปล่อยค่ะ ณิริณจะเอาไปทิ้ง"




"หึ! เอาเป็นว่าวันนี่พี่ยอมแพ้" มือหนาคว้าแก้มนมขึ้นมาดื่มจนหมดในรวดเดียว "ง่วงนอนหรือยัง หืม?"



วาณิริณพยักหน้าเบาๆ "พักผ่อนก่อนเถอะค่ะ พรุ่งนี้ค่อยกลับมาทำใหม่"



"ก็ได้...แต่พี่มีอะไรจะถามณิริณสักอย่าง" หญิงสาวหยุดอยู่นิ่งๆพร้อมตั้งใจฟัง "คนร้ายที่เป็นคนในครอบครัว ถ้ามีสองทางเลือก...คือณิริณต้องตัดทิ้งแบบไร้เยื่อใยและ...เก็บเอาไว้แล้วให้โอกาสต่อไปเรื่อยๆ ณิริณจะเลือกทางไหน?"



"เรื่องแบบนี้ตอบยากค่ะ แต่ถ้าเป็นคนร้ายก็คงอยากได้โอกาสกลับตัว แต่บางคนได้โอกาสแล้วแต่ไม่รักษาไว้ก็ต้องตัดทิ้งค่ะ"



ได้ฟังคำตอบของเธอก็ทำให้ภาคิณได้ทางเลือกที่เด็ดขาดในการกำจัดปัญหาขั้นต่อไป การได้เธอมาเป็นทั้งคู่ชีวิตและคู่คิดถือว่าเป็นโชคดีของเขาอย่างถึงที่สุด



ในวันรุ่งขึ้น...



ในห้องทำงานของภาคิณ....



สองพี่น้องแห่งบ้านรัตนโยธินยังคงวุ่นวายอยู่กับกองเอกสารที่เป็นหลักฐานเอาผิดกับคนฉ้อโกงบริษัทของเขา หลายๆปัญหาเริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดีแต่ก็ยังมีหลายสิ่งที่พวกเขายังจัดการได้ไม่มากนัก ตอนนี้วิวัฒน์ที่เป็นหนึ่งในส่วนสำคัญของปัญหาก็กำลังถูกดำเนินคดีไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งบุคคลภายนอกรู้เพียงแค่ว่าวิวัฒน์ถูกส่งไปยังสาขาต่างประเทศเท่านั้น



ภากรคอยยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูเวลาบ่อยครั้งจนเป็นที่ผิดสังเกต "ทำไมเวลามันช้าจังวะ!?" เสียงพึมพำเบาๆแต่คนตรงหน้าได้ยิน



"มีนัดหรอ?" ภาคิณถามพี่ชายที่ดูจะกระวนกระวายอะไรสักอย่าง



"เปล๊า! ฉัน...ฉันหิวข้าว" ภากรขยับตัวเล็กน้อย "แล้วไม่คิดจะพักบ้างหรือไง ฉันเห็นแกวุ่นกับเอกสารพวกนี้มาหลายวันแล้วเนี่ย"



คนเป็นน้องเอามือท้าวคางพลางถอนหายใจ "ก็พี่ชายที่คลานตามกันมาไม่ค่อยสนใจ มัวแต่เอาเวลาไปเฝ้าเด็กฝึกงาน"



"เห้ยๆ จะตัดพ้ออะไรแบบนี้ล่ะ! แกเองที่รีบเคลียร์เพราะจะไปฮันนีมูนไม่ใช่หรือไง?" พูดจบภากรก็ยื่นเอกสารให้หนึ่งฉบับ "คนที่ส่งไปสะกดรอยรายงานมาว่าอาภูชิตไปถอยเบอร์ใหม่มาสามเบอร์ แต่ละเบอร์ก็ใช้เฉพาะกันไป...ส่วนใหญ่ก็นักการเมืองแถวหน้ากันทั้งนั้น"



"เอาเถอะ! อาภูชิตคงต้องการหาแบ็กเพื่อเป็นเกราะป้องกัน" แม้จะกังวลอยู่บ้างแต่สองพี่น้องก็ยังคงต้องใช้สติในการคิดหาทางออกไปด้วยกัน "แต่ตอนนี้เราต้องจัดการไอ้การันต์มันให้ได้ก่อน ดูช่วงนี้มันเงียบๆไปก็คงคิดหาทางทำอะไรอยู่แน่ๆ"



ภากรพยักหน้าเห็นด้วย...ทั้งสองยังคงก้มหน้าก้มตาตรวจสอบหลักฐานที่ได้มาก่อนจะส่งให้ทางการรวบรวมเอาไว้ ไหนจะงานของบริษัทที่จะต้องสะสางอีกมากมายจนรู้สึกอ่อนเพลียกันไปทั้งคู่ ยิ่งได้รู้ถึงตื้นลึกหนาบางต่างๆมากขึ้นก็ยิ่งมองเห็นแสงสว่างที่อยู่ไม่ไกล



เสร็จจากงานของตัวเองภาคิณก็แยกกับพี่ชายของเขาที่ทันทีเมื่อถึงเวลาเที่ยงตรงก็เดินดุ่มๆไปยังแผนกการตลาดของฝั่งนำเข้ารถยนต์ด้วยความว่องไว คนเป็นน้องได้แต่ส่ายหัวให้กับอาการไม่ยอมรับความจริงของภากรที่ปากนั้นแข็งราวหินผาแต่ว่าภายในใจกลับไม่เป็นเช่นนั้น ....ส่วนเขาเองที่เมื่อออกจากบริษัทแล้วจึงขับรถมาหาวาณิริณยังบริษัทของเธอ ร่างสูงเดินเข้าไปในตัวอาคารอย่างคนชำนาญเส้นทางก็มุ่งตรงไปยังห้องทำงานของเธอ น่าแปลกที่ปิยาพัชร์ไม่ได้อยู่หน้าห้อง...หรือว่าสองคนนี่จะไม่อยู่



เขาเองไม่ได้ใส่ใจอะไรเพราะถึงจะอยู่หรือไม่เขาก็เข้าออกที่นี่ได้ตามสบาย เมื่อเปิดประตูห้องเข้าไปก็ต้องชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นภรรยาของเขากำลังมีแขกคนสำคัญอยู่ แต่สายตาที่อ่อนโยนกลับแข็งกร้าวขึ้นมาทันทีเพราะแขกคนนั้นเคยเป็นชนวนที่ทำให้เขาหึงเธอจนขาดสติมาแล้ว



"คุณภาคิณ...เดี๋ยวเชิญด้านนี้ก่อนนะคะ" ปิยาพัชร์ผายมือไปทางโซฟาตามหน้าที่ ชายหนุ่มพยักหน้าเล็กน้อยและทำตามอย่างนิ่งๆ 




วาณิริณเองก็ไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไรมากนัก เมื่อเห็นสามีของเธอไม่วู่วามเหมือนแต่ก่อนก็เบาใจและหันมาคุยกับณวัฒน์ต่อ "ขอบคุณที่เลือกใช้สินค้าของทางเรานะคะ เอาเป็นว่าจะรีบจัดส่งให้ครบทั้งหมดภายในวันศุกร์นี้พร้อมกับใบกำกับภาษี"



"ขอบคุณครับ อันที่จริงผมอยากจะได้เพิ่มอีกสักสองสามอย่าง อันนี้จะให้คุณแม่น่ะครับ...ไม่ทราบว่าคุณณิริณพอจะแนะนำลิปสติกสีที่เหมาะกับผู้หญิงวัยหกสิบบ้างไหมครับ" ณวัฒน์กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแม้แต่ปิยาพัชร์ยังรู้สึกปลาบปลื้ม "เอ่อ...ผมคงไม่ล้ำเส้นมากไปใช่ไหมครับ" พูดเสียงดังคล้ายกับว่าเกรงใจอีกคนที่เพิ่งเข้ามา




วาณิริณส่ายหัว "ไม่หรอกค่ะ เอาเป็นว่าฉันจะให้เลขาพาไปดูเฉดสีตัวอย่างดีกว่านะคะ เผื่อคุณณวัฒน์มีธุระต่อที่อื่นจะได้ไม่เสียเวลา"



ได้ยินน้ำเสียงณวัฒน์ก็รู้ถึงสาเหตุที่เธอพยายามบอกปัดเขา การที่เข้ามาตีสนิทโดยการทำทีมาสั่งซื้อสินค้าจากบริษัทนี้ก็เพราะสนใจว่าทำไมวาณิริณถึงเป็นที่ต้องการของใครหลายๆคน สิ่งที่ได้รับรู้ในเบื้องต้นก็คือนอกจากจะมีหน้าตาที่สะสวยแล้วยังเป็นคนที่มีความสามารถมากคนหนึ่ง จากที่ได้รับรู้มาจากการันต์ก็คือผู้หญิงตรงหน้าเป็นคนใจแข็งอยู่ไม่น้อยและไม่เคยมีชายใดเข้าใกล้ได้มาก ในหัวพลันนึกอิจฉาภาคิณอยู่ลึกๆที่เป็นเพียงคนเดียวที่ไขว่คว้าเธอไว้ได้




"แบบนั้นก็ได้ครับ...ยินดีที่ได้ร่วมงานกันนะครับคุณณิริณ" ณวัฒน์ยื่นมือซ้ายออกไปให้ วาณิริณลังเลเล็กน้อยแต่ก็เพราะเป็นลูกค้าเธอจึงยื่นมือตอบกลับเช่นกัน 



"อะแฮ่ม !!"



สายตาคมกริบจ้องมองไม่วางตาพร้อมกับความรู้สึกร้อนรุ่มในทรวง เขาใช้ความพยายามอย่างมากในการที่จะไม่โผงผางออกไป ผู้ชายด้วยกันนั้นทำไมจะดูไม่ออกว่าณวัฒน์ใช้สายตาแบบไหนมองภรรยาของเขา แล้วแบบนี้จะไม่ให้หึงหวงได้อย่างไร



ณวัฒน์เหลือบมองเล็กน้อยก็ดึงมือกลับ "ดูเหมือนว่าคนแถวนี้จะไม่อยากให้ผมอยู่ ขอตัวก่อนนะครับ"



"ค่ะ"



ปิยาพัชร์หยิบเอกสารบนโต๊ะที่วาณิริณรวบรวมเอาไว้มาที่ตน "เดี๋ยวเลือกดูตัวอย่างสินค้าที่ฝ่ายผลิตก่อนนะคะ อีกห้านาทีฉันจะนำสัญญาซื้อขายไปให้"



"ครับ"



เลขาสาวรู้ดีว่าไม่ควรจะอยู่นานกว่านี้จึงรีบพาแขกคนสำคัญออกไปอย่างรวดเร็ว ทั้งณวัฒน์และปิยาพัชร์ออกจากห้องนี้ไปแล้ววาณิริณก็ถอนหายใจโล่งๆ ก่อนจะเดินมานั่งข้างๆคนที่ทำสีหน้าเข้มขรึมอยู่ในเวลานี้



"ไม่รู้ว่าพี่คิณจะมาก็เลย..."



"ก็เลยคุยงานกับลูกค้าผู้ชาย! แปลกดีนะ...เป็นผู้ชายแท้ๆแต่มาซื้อเครื่องสำอาง" 



"ถ้าจะกระแนะกระแหนกันแบบนี้ก็ไม่มีอะไรจะพูดค่ะ" พอจะลุกขึ้นก็โดนดึงรั้งให้นั่งลงตามเดิม "มาถึงนี่มีธุระอะไรคะ? ถ้าไม่มีก็ปล่อยค่ะ ณิริณมีงานต้องทำอีกเยอะ"



"จะมาหาเมียทั้งทีต้องมีธุระด้วยหรือไง?" ร่างสูงค่อยๆคืบเข้าหาแล้วดันร่างอรชรให้นอนลงไป "ณิริณน่าจะรู้อยู่แล้วว่าพี่ไม่ชอบให้มันมาอยู่ใกล้เมียพี่ ดูสายตามันไม่ออกหรือยังไง?"



"เขาเป็นลูกค้า! จะให้ปฏิเสธยังไงคะ? เคยบอกแล้วใช่ไหมคะว่าเหตุผล! และสติ!!" คำพูดนี้ทำให้ภาคิณได้หยุดคิดก่อนจะพ่นลมหายใจหนักๆออกมา มือเรียวยกขึ้นทาบเข้าที่แก้มสากทั้งสองข้างพร้อมกับรอยยิ้มพิมพ์ใจ "ไม่มีอะไรนอกเหนือไปจากหน้าที่หรอกค่ะ"



เจ้าของร่างหนาทิ้งตัวทาบทับกายสาวลงไป "จริงๆวันนี้พี่จะมารับณิริณไปซื้อของ" เสียงทุ้มพูดเบาๆที่ข้างหูเธอ "พี่มีทางเลือกให้สองทาง...ณิริณจะไปกับพี่ตอนนี้หรือจะให้พี่เลือกเอง"



"เสื้อผ้าเยอะแยะ ไม่เห็นต้องไปซื้อใหม่เลยนี่คะ..."



"หึ! ว่าแล้วต้องได้ยินแบบนี้" ภาคิณกดจูบเบาๆที่หน้าผากมน "แต่พี่จะให้ซื้อ"



สายตาดูเจ้าเล่ห์ยิ่งนักจนวาณิริณต้องยอมแพ้และปล่อยให้คนเอาแต่ใจพาเธอมายังห้างสรรพสินค้าจนได้ ตอนแรกก็นึกว่าจะเป็นพวกเสื้อผ้าที่ธรรมดาทั่วไปแต่สามีของเธอกลับพามาที่แผนกชุดว่ายน้ำ มิหนำซ้ำยังเป็นคนเลือกทั้งสีและขนาดไม่ว่าจะเป็นวันพีชหรือทูพีช ทั้งๆที่เขารู้ทุกสัดส่วนบนร่างกายเธอแล้วไม่จำเป็นจะต้องพาเธอมาด้วยก็ได้



"เฮ่อ"


หลังจากที่เสร็จภารกิจที่สามียัดเยียดให้ในห้างสรรพค้าแล้ว วาณิริณก็ได้แต่นั่งถอนหายใจอยู่ในห้องรับรองของ PK AUTO GROUP เพราะภากรโทรตามน้องชายว่ามีธุระสำคัญและด่วนที่สุด เธอจึงถูกหิ้วให้มารออยู่ในที่นี้



"พี่ณิริณ" เสียงใสๆทำให้เธอสะดุ้งเล็กน้อย วาณิชาเดินหน้ามุ่ยเข้ามาสวมกอดตามอย่างที่เคยทำ "ไม่เจอตั้งหลายวันเลย วันนี้ณิชาไปนอนด้วยนะคะ"



"หืม? เป็นอะไรหรือเปล่า" วาณิริณยกมือลูบหัวน้องสาวเบาๆ "แล้วมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ที่แผนกเขาไม่ว่าเอาหรอกหรอ?"



สาวน้อยส่ายหัว "เลิกงานแล้วล่ะค่ะ ณิชาไม่ชอบที่นี่เลย...มีแต่พวกชอบอู้งาน ขี้นินทา ไม่เหมือนคนที่บริษัทของพี่ณิริณสักคน" ฝึกงานมาไม่ถึงอาทิตย์...ยัยตัวแสบไม่ชอบบรรยากาศการทำงานของที่นี่เอาเสียเลย



"เพิ่งจะเริ่มฝึกเองณิชาต้องอดทนนะ อย่างอแง อย่าดื้อ...น้องสาวพี่เก่งอยู่แล้ว สามเดือนมันไวมากเดี๋ยวก็จบ" วาณิริณพยายามพูดเพื่อให้กำลังใจน้องสาวของเธอ เพราะเข้าใจว่ายัยตัวแสบมีความอดทนน้อยจึงต้องคอยกระตุ้นอยู่เสมอ "ใครจะว่าอะไรก็ช่าง ทำหน้าที่ตัวเองให้ดีที่สุดก็พอ"



"ค่ะ" วาณิชายิ้ม "แล้วซื้ออะไรมาเยอะแยะคะเนี่ย นี่มัน....ชุดว่ายน้ำทั้งนั้นเลย หรือว่าที่บริษัทนี้จะยกกันไปพักร้อนพี่ณิริณก็ได้ด้วยหรอคะ? วันอาทิตย์นี้ก็ไม่อยู่น่ะสิ!! ไม่เอานะ...ลองขอพี่คิณให้ไปวันอื่นได้ไหมคะ นะๆ...เรากลับบ้านกันนะคะ" จากสีหน้ายิ้มแย้มก็เปลี่ยนเป็นเศร้าลงเล็กน้อย พยายามพูดจาออดอ้อนหวังว่าพี่สาวของเธอจะเข้าใน



"ใครจะลืมวันเกิดของน้องสาวสุดที่รักได้ลงล่ะ แต่เรื่องที่จะให้ไปขอ..."



"คงให้ไม่ได้!!" สองศรีพี่น้องหันไปตามทางของเสียง ภาคิณและภากรเดินเข้ามาด้วยท่าทีปกติแต่ยัยตัวแสบเองก็แสดงอาการทันที วาณิชากระชับอ้อมแขนที่กอดพี่สาวเอาไว้จนแน่นเพื่อบอกว่าเธอขอคัดค้าน ภาคิณหัวเราะในลำคอก่อนจะนั่งลงข้างๆภรรยาของเขา "เพราะฉันจะให้เธอไปด้วย"



"เอะ!? แต่ณิชาเพิ่งมาฝึกงานไม่ถึงอาทิตย์เลยนะคะ" แม้จะดีใจแต่ก็ถามออกไปเพื่อความแน่นอน "ณิชาอยากอยู่พร้อมครอบครัวค่ะ จะ..."



"พ่อกับแม่เธอ...ฉันให้คนไปรอรับแล้ว เจอกันที่ภูเก็ตเย็นวันศุกร์" ภากรรู้ความประสงค์ของยัยตัวแสบจึงอธิบายต่อ แต่สิ่งที่ได้กลับมาก็คือการเมินเฉยและไม่ยอมแม้แต่จะหันมาพูดด้วยสักนิด



แม้ว่าอยากจะกล่าวขอบคุณแต่ด้วยความที่กลัวเสียหน้าของวาณิชาเลยทำนิ่งๆไว้เสีย วาณิริณส่ายหัวเล็กน้อยและยิ้มบางๆก่อนจะยกมือลูบผมคนไม่รู้จักโตด้วยความเอ็นดู "ขอบคุณนะคะ ลำบากพี่กรอยู่เรื่อยเลย"



"เรื่องเล็กน้อยเอง เอ้อ! พี่มีเรื่องจะถามน่ะว่าอาภูชิตได้ติดต่อกลับมาบ้างหรือเปล่า" ภากรถามน้องสะใภ้ของเขา 



"ยังค่ะ ณิริณไม่ได้ให้เบอร์ติดต่อไปคงจะติดต่อผ่านพี่คิณ"



"เรื่องอาภูชิตช่างมันก่อนเถอะ อีกไม่นานก็คงจะติดต่อมาเอง" ภาคิณแทรกขึ้นกลางคัน "ทุกอย่างกำลังดำเนินไปในทางของมัน"



วาณิชาไม่เข้าใจว่าสามคนนั้นพูดถึงอะไรกัน ด้วยความที่เด็กกว่าจึงไม่เซ้าซี้อะไร อยู่คุยเล่นกับพี่สาวได้ไม่นานก็โดนภากรลากตัวกลับเสียดื้อๆ ยัยตัวแสบที่ยังเคืองเรื่องที่ส่งเธอมาให้คนในแผนกการตลาดรังแกอยู่ก็ใช้สงครามประสาทสู้กับภากรจนเขาหมดหนทาง คงต้องปล่อยให้หายงอนเองไปตามกาลเวลา



บ้านรัตนโยธิน...



ในค่ำคืนที่กำลังจะผ่านพ้นไปอีกวัน...หลังจากที่ถักหมวกไหมพรมและปักชื่อของวาณิวาไว้จนเสร็จเรียบร้อยแล้ว วาณิริณนั่งอยู่ปลายเตียงก็จัดใส่กล่องห่องของขวัญติดโบว์อย่างสวยงามเพื่อเตรียมให้น้องสาวคนเดียวของเธอ



"อยากรู้จังว่าถ้าถึงวันเกิดพี่จะได้ของขวัญแบบนี้บ้างหรือเปล่า?" ภาคิณค่อยๆคลานเข้ามาสวมกอดภรรยาจากด้านหลัง



"ทำตัวดีก็อาจจะได้นะคะ" เธอพูดโดยไม่ได้หันไป "นอกจากเรื่องคุณอาแล้วพี่คิณยังเป็นกังวลอะไรอีกหรือเปล่า อย่าหาว่าจุ้นจ้านเลยนะคะ...ดูช่วงนี้พี่คิณไม่ค่อยสดชื่นเลย"



ร่างสูงขยับมาที่ปลายเตียงแล้วล้มตัวลงนอนที่ตักนิ่ม วาณิริณไม่ได้ผลักไสแถมยังใช้นิ้วเขี่ยปอยผมที่ปกปิดใบหน้าของเขาอย่างแผ่วเบา "พี่ไม่อยากเอาณิริณเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเลย แค่ระวังไอ้การันต์คนเดียวก็ยากแล้ว"



"ก็ส่งคนมาเฝ้าทุกวันอยู่แล้วนี่คะ?" ทำไมวาณิริณจะไม่รู้ว่าสามีของเธอส่งคนมาคอยดูแลความปลอดภัยอยู่ห่างๆ ตั้งแต่เกิดเรื่องที่การันต์และวิวัฒน์พยายามทำร้ายเมื่อคราวนั้น ภาคิณก็แทบจะไม่ปล่อยให้เธอคลาดสายตาไปไหน "เหนื่อยก็พักบ้างเถอะค่ะ...จะว่าไปก่อนที่ปลาจะรถคว่ำ มีคนพยายามแฉการันต์ในหลายๆเรื่อง" เหมือนวาณิริณจะนึกอะไรบางอย่างได้



"ณิริณ! หมายความว่ายังไง?" ภาคิณหยัดกายขึ้นนั่งไม่นานนักหญิงสาวก็รีบลุกขึ้นไปหยิบกระเป๋าโน้ตบุ้คของตัวเองออกมา



"เจอแล้ว" แฟลชไดรฟ์สีขาวขนาดเล็กถูกเก็บไว้อย่างมิดชิดไม่ได้นำออกมาใช้ ร่างบางยกโน้ตบุ้คขึ้นมายังเตียงนอนแล้วเปิดเครื่องก่อนจะเชื่อมต่อกับแฟลชไดรฟ์อันนั้นเข้าไป "อันนี้ยัยปลาฝากเพื่อนในห้องมาให้ก่อนเกิดเรื่องค่ะ ในนี้มีภาพที่การันต์ถ่ายแบล็คเมย์ผู้หญิงที่หลับนอนด้วยแล้วก็การพนันกับยาเสพติด ตอนที่สรุปสำนวนคดีของยัยปลาหลักฐานอื่นๆถูกทำลายหมดยกเว้นอันนี้ที่แอบเอาออกมาได้"



"จุ้บ! ช่วยพี่ได้เยอะจริงๆ แบบนี้เวลาที่ไอ้การันต์มันจะเสพย์สุขได้คงเหลืออีกไม่นาน" วาณิริณมองเขาเชิงสงสัย "บนเรือที่เราจะไปมีการจัดงานประมูลเพชรการกุศลที่ไอ้การันต์เป็นตัวตั้งตัวตี จะเอาผิดมันได้ก็มีแค่ครั้งนี้ครั้งเดียว เอาเป็นว่าณิริณสำรองข้อมูลพวกนี้ไว้ก่อนแล้วพรุ่งนี้พี่จะเอาไปให้สารวัตรเป็นหลักฐานเพิ่มเติม"



"ค่ะ" หญิงสาวทำตามอย่างว่าง่าย เพราะความปารถนาที่จะทวงความยถติธรรมให้ปาลิตาเริ่มเห็นแสงสว่างรำไรอยู่ตรงหน้า เสร็จสรรพทุกอย่างก็เก็บของเข้าที่เตรียมตัวเข้านอน ร่างอรชรนอนตะแคงข้างหันแผ่นหลังแนบชิดร่างกำยำที่กำลังสวมกอดเธออยู่แน่น ใบหน้าซุกซบซอกคอหอมด้วยความรักใคร่ "ระวังตัวด้วยนะคะ" 



น้ำเสียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเป็นห่วงทำให้ภาคิณยิ่งมีความหวังมากยิ่งขึ้น "พี่จะไม่ยอมเป็นอะไรจนกว่าเราสองคนจะแก่ไปด้วยกัน"



เธอคือคนที่เขามั่นใจมานานแสนนานว่าจะเป็นคนที่ใช้ชีวิตร่วมกันไปจนถึงบั้นปลายของทุกสิ่ง ไม่ว่าวาณิริณต่องการหรือปารถนาสิ่งใดเขาก็จะหาและทำทุกอย่างให้เธอแม้จะยากเย็นสักเพียงใดก็ตาม ขอเพียวแค่เธอค่อยๆเปิดใจยอมรับเขาเป็นค่าตอบแทนก็คุ้มเพียงพอ



ภาคิณขอแค่เขาเอาชนะใจเธอได้...ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดเขาก็ยอม

____100%___


เจอกันตอนต่อไปจ้า

มีคำผิดบอกด้วยน้าาา 


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น