vampire rose

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 34 ♥ [UPDATE]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 12k

ความคิดเห็น : 68

ปรับปรุงล่าสุด : 09 เม.ย. 2562 23:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 34 ♥ [UPDATE]
แบบอักษร

ตอนที่ 34

                           [PART: ฮันนี่]

                           วันนี้ที่โลกมนุษย์ตรงกับวันที่ 14 เมษายน เป็นวันสงกรานต์นั่นเอง! ทางโลกเวทมนตร์เองก็ถือว่าวันนี้เป็นวันพักผ่อนเหมือนกัน จึงทำให้พวกเราทั้งหมดมาอยู่ที่ทะเล ซึ่งอยู่ห่างออกมาจากปราสาทเล็กน้อย ทะเลของโลกเวทมนตร์เป็นทะเลสีฟ้าสวยสะอาดสุด ๆ ทั้งผม แอเรีย และท้องฟ้า อยู่ในชุดกางเกงขาสั้นสีดำกับเสื้อกล้ามสีขาว เรียกได้ว่าพวกเราใส่ทีมเดียวกัน ส่วนทางฝั่งของฟอเรส นัมเบอร์และคาร์ล ใส่เพียงกางเกงขาสั้นโชว์ซิกแพคละลายใจให้ชาวเมืองที่ออกมาจับจ่ายซื้อของเข้าบ้านไปทำกิน มองกันเป็นแถบ

                           บอกเลยว่าแต่ละคนยอมกันไม่ลงจริง ๆ ครับ ส่วนลูกๆ ของเราทั้งสามคนมีพี่เลี้ยงคอยดูและและวิ่งเล่นอยู่ตรงสวนน้ำของเด็กน้อย พร้อมกับองครักษ์ รวมถึงท่านปู่ที่มาเล่นกับหลานของท่านอยู่อีกทางด้วย  

                           0___0 ฮันนี่ดูนุ่มนิ่มมาก << ฟอเรส

                           0[]0 แอเรียเสื้อบางไปไหมครับ << นัมเบอร์

                           =__= ยิ้มทำไมครับ ท้องฟ้า...อยากโดนตีก้นเหรอ << คาร์ล

                           ดูหน้าตาแต่ละคนไม่ได้บ่งบอกความหื่นเลยนะครับ ผมหลุขำฟอเรสที่ทำหน้าอึ้งเมื่อเห็นผมเดินมาทางชายหาด จนคาร์ลแซว

                           “ฝ่าบาทครับ น้ำลายฝ่าบาทกำลังจะไหลแล้ว”

                           “ฉันไม่ได้น้ำลายไหลซะหน่อย...ฮันนี่จ๋า มานี่เร็ว” ฟอเรสเดินมาหาผมเรียกเสียงกรี๊ดจากสาว ๆ ที่เป็นแฟนคลับเราสองคน

                           “สุขสันต์วันสงกรานต์นะคะ ราชาฟอเรส ราชินีฮันนี่”

                           “โบกมือทักทายประชาชนหน่อยสิ” ร่างสูงก้มลงมากระซิบผม ผมเลยยกมือบ๊ายบายก่อนชะงักกับริมฝีปากหนาที่ฉวยโอกาสมาหอมแก้มผมต่อหน้าทุกคนที่กำลังมองอยู่

                           ฟอดดด...

                           “อ๊ะ”

                           “หอมจัง”

                           “คนเจ้าเล่ห์!” ผมว่าพร้อมกับแก้มแดงระเรื่อ ทำเอาทุกคนยิ้มไปตาม ๆ กัน พวกผมแยกกันไปเป็นคู่ของตัวเอง เหมือนกับว่าวันนี้เป็นวันหยุดที่ทุกคนมานั่งกินข้าวปิกนิกด้วยกัน และได้ใช้เวลาอยู่เล่นด้วยกันเพิ่มเวลาความหวานให้กันมากขึ้น...ผมคิดว่างั้นนะ แต่สำหรับคู่ผมไม่ต้องสวีทแล้วล่ะ แค่นี้ผมจะสำลักความหวานที่คนรักผมมีให้อยู่แล้ว

                           “คุณฟอเรสครับ”

                           “หืม” ผมกับร่างสูงกำลังจะเดินไปน้ำทะเลตรงหน้า

                           “แอเรียกับนัมเบอร์งอนอะไรรึเปล่า? ทำไมผมรู้สึกว่าเขาสองคนไม่คุยกัน” ผมแอบมองไปยังคู่แอเรีย แอเรียเดินนำหน้านัมเบอร์ไปตามชายหาด ส่วนนัมเบอร์เดินตามเงียบ ๆ

                           “แอบสงสัยเหมือนกัน อาจไปทำอะไรขัดใจแอเรียละมั้ง รายนั้นเขานิสัยงอนง่ายหายเร็วอยู่แล้ว” ฟอเรสว่า

                           “หวังว่าจะไม่ใช่เรื่องใหญ่นะครับ” ผมยิ้มให้กับมือร่างสูงที่ยืนมาให้ผม

                           “เชื่อสิ ตอนทานอาหารเย็นนี้ รับรองพวกเขาจะหวานนำหน้าเรา มานี่เร็ว น้ำไม่เย็นมากนะ” ผมก้าวลงไปทะเลพร้อมกับคนรัก

                           ............

                           ............


+นัมเบอร์X****แอเรีย+

                           [PART: แอเรีย]

                           หึ...ผมไม่มีหน้าอกโต ๆ เหมือนผู้หญิงนี่....เหอะ ผมเดินนำหน้านัมเบอร์ที่เดินตามผมมาเงียบ ๆ ถามว่าผมกับเขาเป็นอะไรกัน ก็เปล่านิ! ไม่ได้เป็นครับ ปกติดีทุกอย่าง...(เหรอ)...เอาจริง ๆ ประเด็นคือเมื่อวานครับ

                           ผมกับเขาไปดูงานราชการด้วยกัน หลังจากผมหายป่วยร่างกายปกติปรับสมดุลได้เรียบร้อยผมกลับมาทำงานตามปกติ โดยมีนัมเบอร์เป็นเสมือนเลขา...นัมเบอร์เป็นคนหล่อครับ ไม่แปลกอะไรที่จะมีสาว ๆ มาหมายปอง...แถมสาวที่มาต้องตาต้องใจเขายังเป็นพวกสาวนางแบบทั้งนั้น งานเลี้ยงเมื่อวานทำเอาผมเกือบขึ้น แม้จะรู้ว่ามันเป็นงานแต่การที่มีผู้หญิงมาเดินควงแขนนัมเบอร์ทำเอาผมรู้สึกไม่ชอบใจเอาซะเลย (พอดีมีคนขอให้นัมเบอร์เป็นนายแบบแทนคนที่ไม่มาคู่กับแม่สาวนางแบบอกบึ้ม) รู้ครับว่านัมเบอร์ไม่ได้คิดอะไร....แต่ก็อดหวงไม่ได้

                           เลยเป็นผลทำให้พวกผมไม่ได้พูดกันตั้งแต่งานเสร็จ ผมนอนกับลูก ส่วนนัมเบอร์นู่น...เขาออกไปนอนห้องรับแขก ทั้ง ๆ ที่ผมไม่ได้ไล่ซะหน่อย!! แล้วจะให้ผมคิดว่าไงล่ะ เขาไม่อยากนอนกับผมและลูกงี้เหรอครับ ? ชิชะ ที่มาวันนี้เพราะฮันนี่ชวนมาเล่นสงกรานต์ตามแบบฉบับชาวเวทมนตร์ เป็นการมาเล่นน้ำทะเล ถ้าฮันนี่ไม่ชวนอย่าหวังเลยครับว่าผมจะออกมาจากบ้านพร้อมกับนัมเบอร์

                           “แอเรียครับ ผมว่าเราอย่าเดินตากแดดเลยนะ” เสียงเข้มยอมเอ่ยปากกับผมจนได้ ผมเหลือบมองเขาที่พยายามเดินให้ทันผมเพื่อบังแดดให้ผม

                           ...ความห่วงใย เขามักมีให้ผมเสมอมา...

                           “ถ้าร้อนก็เข้าไปอยู่ในร่มสิ ฉันจะเดิน” ผมว่าและยังคงเดินต่อ ร่างสูงเร่งฝีเท้าเดินตามผมมาติด ๆ

                           “จะให้ผมทิ้งแอเรียได้ยังไง...คือ คุณโกรธอะไรผมรึเปล่า” เขาถาม ผมต่างหากต้องถามว่าเขาเป็นบ้าอะไรถึงได้นอนนอกห้อง แทนที่จะนอนกับผมและลูก!

                           “เปล่า” ผมยังคงเดินต่อไปจนลืมดูพื้นตรงหน้า จนไม่เห็นเศษแก้วที่อยู่ตรงหาดทราย นัมเบอร์เองก็มัวแต่มองหน้าผมจนไม่ได้ดูเช่นเดียวกัน

                           ฉึก...เลือดหยดลงหายทรายสีแดง ทำให้ร่างสูงเบิกตากว้าง

                           “อ๊ะ!” ผมร้องและก้มดู แสบมาก...ลึกด้วย ฮือออ...ทำไมผมไม่ดู

                           “แอเรีย! เจ็บไหมครับ” เขาพยุงผมที่เซเพราะเจ็บเท้า

                           กำแพงครอบคลุมทั้งอาณาจักรสว่างวาบและสั่น เพราะกำแพงทั้งหมดผมเป็นคนสร้างครับ...มันก็เหมือนเชื่อมต่อกับร่างกายของผมด้วย

                           “อ๊ะ นัมเบอร์” ผมถูกคนรักอุ้มไว้ในอ้อมแขน

                           “เกิดอะไรขึ้นนัมเบอร์...” ฟอเรสกับฮันนี่ กับทุกคนวิ่งมาทางผม

                           “แอเรียโดนแก้วบาดน่ะครับ...” นัมเบอร์บอก

                           “ผมไม่เป็นอะไรครับพี่ฟอเรส ขอโทษที่ทำให้เป็นห่วง ผมไม่ทันดู” ผมบอก ฟอเรสเลยลูบหัวผม

                           “เจ้าดื้อเอ๊ย ไป ๆ นัมเบอร์ดูแลเมียแกดี ๆ หน่อย พาแอเรียไปทำแผลไป” พี่ชายผมบอก นัมเบอร์พยักหน้ารับรู้ ก่อนพวกผมจะกลับมาที่ปราสาท

                           ผมมองร่างสูงนั่งคุกเข่าลงตรงหน้า ผมสะดุ้งกับความเจ็บแปล๊บ

                           “ทนเจ็บนิดเดียวนะครับ แอเรียถ้ากลัวก็หลับตาก่อนก็ได้” เสียงเข้มบอกด้วยความละมุน

                           “อึก” เขาดึงเศษออกทั้งหมด...เลือดไหลออกมาเต็มเลย ฮือออ...แอเรียเอ๊ยทำไมไม่เดินไม่ดู

                           “ไม่เจ็บแล้วนะครับ เดี๋ยวผมทำแผลให้นะ”

                           “อือ” ผมพยักหน้าและนอนลงกับเตียงปล่อยให้ร่างสูงทำแผลที่เท้าไป

                           “นัมเบอร์...” ผมนอนตะแคงข้างหันออกไปข้างนอก

                           “ครับ?”

                           “ขอโทษนะที่ทำให้นายอดเล่นสงกรานต์ ต้องกลับมาทำแผลให้ฉันแบบนี้” ผมพูดแผ่วเบาและรู้สึกว่าเขาทำแผลให้ผมเสร็จแล้ว

                           แรงยุบของเตียงทำให้ผมหันกลับมามองร่างสูงที่ใช้มือสองข้างของเขากั้นผมไว้

                           “แต่ไหนแต่ไร ผมเองไม่ได้สนใจเทศกาลสงกรานต์อยู่แล้ว คนที่ผมสนคือแอเรียเท่านั้น” เขาก้มลงมาจูบลงที่ริมฝีปากผมอย่างแผ่วเบา สัมผัสอ่อนโยนประจำตัวของเขาช่วงชิงลมหายใจของผมช้า ๆ

                           “ผมรักแอเรียนะครับ....” เขาผละออกจากผมแล้วนอนตะแคงลงหันหน้ามาหาผม

                           “เมื่อวานที่ผมไม่นอนห้องเดียวกับแอเรีย รู้ไหมเพราะอะไร...”

                           “เพราะ?” นัมเบอร์กระตุกยิ้มพร้อมกับใบหน้าหล่อที่เลื่อนมาใกล้ผม

                           “เพราะผมอยากกอดแอเรียไว้...แต่ลูกอยู่ด้วย ผมจะปลุกแอเรียมาทำก็ไม่ได้” ผมหน้าร้อนวูบ

                           “บ้า”

                           “ผมพูดจริงนะครับ...ผมก็เป็นผู้ชายธรรมดาที่อยากแตะต้องคนรักเป็นธรรมดา”

                           “อีกอย่างผมหื่น แอเรียก็รู้” มีคนบ้าที่ไหนยอมรับว่าตัวเองหื่นบ้าง...คนบ้าตรงหน้าของผมไง

                           “หื่นมากไหม” ผมหัวเราะออกมาอย่างสดใส ทำเอาร่างสูงมองใบหน้าหวานนิ่ง

                           “มาก” เขาก้มหน้าเข้ามาใกล้ ผมยิ้มออกมาและเขยิบเข้าไปใกล้เขาเหมือนกัน

                           “งั้นเรามาทำกันไหม นายได้โอกาสเต็มที่เลยนะ กว่าลูกจะกลับมาจากเล่นสงกรานต์” ผมเลื่อนมือไปลูบไล้ซิกแพคตรงหน้า นัมเบอร์ยิ้มมุมปาก

                           “ยั่วอย่างนี้...ต่อให้ร้องไห้ผมก็ไม่ปล่อยคุณนะครับ อ้อนวอนบอกว่าพอ ผมก็จะไม่หยุด...”

                           ผมเริ่มคิดแล้วล่ะว่า คิดถูกรึเปล่าครับ ที่เปิดโอกาสให้กับนัมเบอร์....คนที่บอกว่าหื่นมาก

                           ..................

                           .................


+ คาร์ลXท้องฟ้า+

                           [PART: คารล์]

                           โคตรขาว...เนียน เสื้อกล้ามเห็นแขนที่ท้องฟ้าใส่อยู่ กราวใจผมมาก!...นี่ผมมานั่งลวนลามเมียตัวเองทางสายตาทำไมกันครับ ผมกำลังนั่งซดเบียร์มองท้องฟ้านั่งเล่นหม้อข้าวหม้อแกงกับลูกชายทั้งสามคนของพวกที่ไปสวีท  หวานกลางทะเลหวานฉ่ำ ฮันนี่กับฟอเรสเล่นน้ำอยู่กลางทะเล ส่วนแอเรียกับนัมเบอร์กลับปราสาทไปเรียบร้อย เนื่องจากแอเรียเหยียบเศษแก้ว ผมว่าไม่น่าจะรอดไอ้นัมเบอร์ไปได้

                           ส่วนผมเหรอครับ...ความหวานสวีทกลางทะเล อย่าฝันเลย เมียของผมว่ายน้ำไม่เป็นก็เลยไม่ลงทะเลแน่นอน ผมกับเขาเลยนั่งอยู่ชายหาดแถมยังมีทั้ง เฟธ(ลูกฟอเรสกับฮันนี่) ไนท์ (ลูกนัมเบอร์กับแอเรีย) และก้อนเมฆ ลูกชายของผมเอง พ่อก้อนเมฆมันหล่อมากเลยนะครับ...ผมเองแหละ (ชมตัวเองก็เป็น)

                           ผมมองท้องฟ้าเล่นขายของตามประสาเด็ก ที่มีเอาหม้อดินมาเอาน้ำใส่ ใบไม้สีต่าง ๆ เหมือนเวลาเราเล่นขายของตอนเด็ก...ผมมองแววตาท้องฟ้าที่มองเด็ก ๆ เล่นกัน เดาว่าเขาคงคิดถึงวัยเด็กตัวเองแน่ ๆ

                           “พ่อฮะ! ซื้อขนมครกไหมฮะ” ก้อนเมฆเอามือเล็กมาสะกิดผม แววตาใสละมุนเหมือนกับแววตาของท้องฟ้าไม่มีผิด ท้องฟ้ายิ้มเล็กน้อยให้ผม...อ่า ฟินกับรอยยิ้มเมียชะมัด

                           “ไหน ๆ ขายยังไง?” หน้าที่ของพ่อที่ดีคือเล่นกับลูกใช่ไหมครับ

                           “กระทงละ 10 บาทฮะ” ผมมองใบตองที่มีพวกสาวใช้หามาให้เด็ก ๆ เล่น ช่างสรรหาดีจริง

                           “ถ้าเกิดพ่อสั่งขนมครก แถมแม่ค้าคนนั้นด้วยไหม” ผมกระตุกยิ้มชี้ไปที่ท้องฟ้าที่เอาดินใส่เตาขนมครกช่วยกับเด็ก ๆ น่ารักชะมัด....

                           ท้องฟ้าผมมองเหมือนรู้ว่าผมคิดเจ้าเล่ห์กับเขา...ผมคิดเจ้าเล่ห์กับเขาจริงแหละ โฮะ ๆ ไม่ปิดบัง

                           “ไม่แถมฮะ...” ไอ้ที่ตอบไม่ใช่ลูกผมครับ แต่เป็นลูกของนัมเบอร์ อ้าว...ทำไมนิสัยกวนเหมือนพ่อมันอย่างนี้ ผมมองไนท์ที่ตัวเล็ก แต่ดูท่าทางเข้มแข็งพร้อมปกป้องคนอื่นได้มาก...ถอดแบบมากจากนัมเบอร์เป๊ะ

                           “ถ้าซื้อ 3 กระทงจะแถมฮะ...” ประโยคต่อมาทำเอาผมหลุดหัวเราะก๊าก...ไอ้นิสัยนี้ก็เหมือนนัมเบอร์อีก โวะ ๆ สมแล้วที่เป็นพ่อลูกกัน

                           ท้องฟ้าเองที่นั่งฟังหลุดหัวเราะออกมาเช่นเดียวกัน

                           “งั้นก็ซื้อสามกระทงเลย” ผมบอก

                           “ขายแต่ขนมครกครับ ไม่ได้ขายคนซะหน่อย คาร์ลก็…” ท้องฟ้าฟังอยู่นานเอ่ยพูดกับผม ผมเขยิบเข้าไปใกล้ ๆ

                           “ก็จะซื้อ ห้ามไม่ได้หรอก” ผมยิ้มกวน “จัดมาเลยก้อนเมฆพ่อซื้อสามกระทง” ผมบอกลูก ๆ ที่พากันนั่งแคะขนมครกเหมือนสนุกมาก

                           “สั่งน้ำปั่นเฟธด้วยฮะ พ่อ” ก้อนเมฆสะกิดยิก ๆ อีกรอบ ผมมองลูกชายตัวน้อยแต่แววตาคม ใบหน้าหล่อได้ฟอเรสมาเต็ม ๆ และผมสัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่ของอำนาจ...นี่ใช่ไหมคนที่จะเป็นผู้นำต่อไปของอาณาจักร

                           “มีน้ำอะไรบ้างล่ะ?” ผมถาม ทุกคนที่อยู่รอบข้างมองด้วยสายตาเอ็นดูเด็ก ๆ ที่เล่นกัน...แต่ถ้ามองมาที่ผม พวกเขาคงจะอึ้งกันน่าดู ปกติผมเคยมาเล่นอะไรแบบนี้ซะที่ไหน

                           ....คนที่ทำให้ผมเปลี่ยนคือ....ท้องฟ้ายังไงล่ะครับ....

                           “ใบบัวบอกฮะ...” ผมจะไม่ขำคำที่เจ้าชายน้อยตรงหน้าเอ่ย

                           “ใบบัวบกครับ ไม่ใช่ใบบัวบอก” ท้องฟ้าแก้ให้

                           “น้ำลำยาย” ผมเกือบจะหลุดขำ...นี่แกล้งเล่นมุขหรือเป็นจริง...เสียงหัวเราะเล็กของเฟธทำให้ผมมองอึ้ง ๆ เฟธแกล้งพูดคำผิดครับ

                           โห..นิสัยเจ้าเล่ห์เหมือนฝ่าบาทฟอเรสเป๊ะ ถอดฉบับมาอย่างถูกต้อง

                           “ก็มีทุกน้ำแหละฮะ…”

                           “งั้นเอากระเจี๊ยบละกัน” ผมบอก ท้องฟ้าเลยมองหน้าผม

                           “แล้วแม่ค้าคนสวยคนนี้ขายอะไรเหรอครับ...อยากซื้อ” ผมหันไปหยอกคนรักของตัวเอง

                           “คาร์ล มาคนสวยอะไรล่ะครับ”

                           “ห้ามหยอดแม่ค้านะฮะ พ่อ! นี่ฮะ ขนมครกของพ่อ” ลูกชายตัวป่วนของผมมายื่นกั้นผมกับท้องฟ้าไว้ทันที ท้องฟ้าดูจะชอบอกชอบใจมาก...เดี๋ยวกลางคืนจะจับกอดให้หน่ำใจเลยคอยดู

                           “คิดลูกค้าคนนี้แพง ๆ เลยนะครับ ก้อนเมฆ” แหนะ...แม่กับลูกเข้ากันเชียวเวลาจะรุมพ่อ

                           “ฮะ! จ่ายเงินด้วยฮะ” มือเล็กยื่นมาเอาเงินจากผม

                           ทำให้ผมกับท้องฟ้าหัวเราะออกมาพร้อมกัน...ผมว่าแบบนี้เป็นอะไรที่มีความสุขมาก ๆ ทุกคนอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข ไม่มีเรื่องอะไรให้ต้องตกใจ อยู่แบบนี้ไปจนนิรันดร์......

                           ....มันดีใช่ไหมล่ะครับ....

                           “ท้องฟ้า....เงินไม่มีอ่า” ผมบอกขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปหอมแก้มนุ่มตรงหน้า

                           ฟอดดด...

                           “เปลี่ยนเป็นหอมแทนเงินละกันเนอะ จ่ายแล้วนะ” หน้าของท้องฟ้าอมชมพูขึ้นทันที

                           “คาร์ล...บ้า จ่ายเงินกับก้อนเมฆสิมาจ่ายกับผมทำไม...” เขาโวยวาย ผมเลยก้มไปหอมแก้มเล็กของลูกชายของผมหัวเราะคิกคัก...

                           ....ครอบครัวสำคัญที่สุดมากกว่าสิ่งอื่นใด เพราะมีพวกเขาถึงมีผมที่เข้มแข็งยังไงล่ะ....



+ฟอเรสX****ฮันนี่+

                           [PART: ฮันนี่]

                           ผมมองลูกชายตัวเองกำลังเล่นอยู่กับไนท์ และก้อนเมฆ เห็นรอยยิ้มลูกชายตัวเองก็พลอยอุ่นใจไปด้วย

                           “เป็นห่วงลูกใช่ไหม” เสียงเข้มดังขึ้น ผมมองเขาที่เอื้อมมือมากุมมือผมเอาไว้

                           “ครับ...ผมอยากให้เขาโตมาอย่างเข้มแข็งและอยู่ในโลกที่เขากำลังจะเผชิญต่อไปได้”

                           “เชื่อมั่นในตัวของเฟธนะ...ฉันเชื่อว่าเฟธจะเข้มแข็ง เข้มแข็งเหมือนแม่ของเขาไงล่ะ” ฟอเรสประคองหน้าผมไว้ด้วยมือสองข้าง

                           “ครับ ผมเชื่อมั่นในตัวลูกชายตัวเอง...เราจะดูแลเขาไปด้วยกัน” ผมบอก

                           “แน่นอน ฉันจะดูแลลูกของเราให้ผ่านทุกอย่างไปได้” ฟอเรสพูดสร้างความมั่นใจให้ผม ผมพยักหน้าก่อนจะตาโตกับกลีบกุหลาบสีแดงที่ลอยรอบตัวผมกับฟอเรส

                           ฟอเรสยิ้มและส่ายมือไปมาเล็กน้อย กลีบกุหลาบที่กำลังลอยอยู่บนผิวน้ำเคลื่อนตัวเป็นรูปหัวใจอยู่รอบตัวของผมกับเขา คนที่อยู่ชายฝั่งมองอย่างตื่นเต้น

                           มันสวยมาก...เขาเป็นทำงั้นเหรอ

                           “สุขสันต์วันสงกรานต์นะ ฉันไม่มีอะไรจะให้ฮันนี่มาก...มีแค่นี้แหละที่ให้ได้” เขาพูดเหมือนว่ามันเป็นเพียงเซอร์ไพร์เล็ก ๆ แต่เปล่าเลย สำหรับผม ไม่ว่าอะไรที่เขาทำให้มันก็สำคัญเสมอ

                           “ผมชอบมันมากครับ...ขอบคุณนะครับ” ผมยิ้มหวานให้กับร่างสูงตรงหน้า ฟอเรสเลื่อนมือมาโอบเอวผมเข้าไปใกล้กับเขา ก่อนก้มหน้าลงมาจูบปากผมอย่างแผ่วเบา ท่ามกลางสายตาประชาชนมากมายอย่างกับต้องการจะประกาศว่า ผมเป็นของเขาคนเดียวเท่านั้น...

                           และไม่ว่าใครก็ห้ามยุ่งกับของ ๆ เขา

                           ริมฝีปากหนากดจูบผมอย่างตราตรึงและผละออกช้า ๆ...

                           “รักเราจะอยู่อย่างนี้ไปเรื่อย ๆ....ไม่มีวันสิ้นสุด ฉันรักฮันนี่นะ รักมากที่สุด”

                           คำบอกรักเบาราวกระซิบแต่กลับได้ยินก้องทั้งหัวใจ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}