ยอนิม

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

[My Addiction] ตอนพิเศษ วันเกิดพัตน์

ชื่อตอน : [My Addiction] ตอนพิเศษ วันเกิดพัตน์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 73k

ความคิดเห็น : 162

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ส.ค. 2557 20:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
[My Addiction] ตอนพิเศษ วันเกิดพัตน์
แบบอักษร

 

 

 

ตอนพิเศษ วันเกิดพัตน์

Author:   (ยอนิม)

                        

                                              

 

         

 

“ทะเลาะอะไรกันอีกล่ะคู่นี้” มิ้นท์ถามขึ้นเมื่อเห็นพัตน์นั่งเล่นเกมส์ในมือถือหน้ามุ่ย ส่วนสไมล์ก็นั่งทำงานหน้าเครียดโดยที่ทั้งสองคนไม่หันมามองกันเลยสักนิด ซึ่งผิดปกติมากในสายตาของมิ้นท์ สไมล์เหลือบไปมองพัตน์นิดๆแต่เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่มองมา สไมล์ก็หันกลับไปเหมือนเดิม

 

 

“ผมขึ้นไปนอนเล่นบนห้องดีกว่า อยู่ตรงนี้เดี๋ยวรบกวนการทำงานของใครบางคน” พัตน์พูดพร้อมกับลุกเดินออกจากห้องทำงานไป มิ้นท์ถอนหายใจออกมาเบาๆ

 

 

“พวกแกสองคนนี่มันยังไงกันนะ สามวันดีสี่วันตีกันได้ตลอด” มิ้นท์พูดว่าออกมาไม่จริงจังนัก

 

 

“ก็พัตน์มันงี่เง่าอ่ะเจ๊” พอพัตน์ไม่อยู่ในห้อง สไมล์ก็หันมาบ่นกับพี่สาวตนเอง

 

 

“เรื่องอะไรอีกล่ะ” มิ้นท์ถามกลับไป สไมล์ละมือจากงานหันเก้าอี้มาหาพี่สาวตนเอง

 

 

“ก็อีก 2 วัน จะวันเกิดมัน” สไมล์พูดเกริ่นขึ้นมา

 

 

“อืม แล้วไง ก็เห็นม่อนมันบอกอยู่เหมือนกันว่ามะรืนนี้วันเกิดพัตน์ ชั้นยังคิดอยู่เลย ว่าจะหาซื้อของขวัญอะไรให้พัตน์มันดี” มิ้นท์พูดบอกกลับมา สไมล์ถอนหายใจออกมาเบาๆ

 

 

“ก็นั่นแหละ พอดีว่าวันเกิดมัน มันตรงกับวันหยุด มันก็เลยจะชวนผมไปเที่ยวต่างจังหวัดกัน 2 คน” สไมล์พูดบอกออกมา

 

 

“อ่อ นึกว่าอะไร พัตน์มันก็คงอยากจะฉลองวันเกิดกับแกสองคนล่ะมั้ง” มิ้นท์พูดบอก

 

 

“ผมก็รู้ แต่ช่วงนี้เจ๊ก็เห็นว่างานร้านเรามันยุ่งแค่ไหน อีกอย่างก่อนหน้านี้ผมรับงานถ่ายภาพนอกสถานที่ไปงานหนึ่ง ผมยอมรับว่าตอนนั้นผมลืมไปว่ามันตรงกับวันเกิดพัตน์” สไมล์พูดบอกออกมา มิ้นท์นิ่งไปนิดเพราะเข้าใจอะไรลางๆ

 

 

“แกก็เลยบอกพัตน์ไปว่าไปไม่ได้ พัตน์มันก็เลยโกรธใช่มั้ย” มิ้นท์พูดขึ้น สไมล์พยักหน้ารับ

 

 

“เจ๊ ความจริงมันไม่น่าโกรธผมนะ พัตน์มันก็รู้ว่าถ้าผมทำงานเสร็จ ผมก็จะกลับมาฉลองกับมันอยู่แล้ว ถึงจะไม่ได้ไปฉลองที่ต่างจังหวัดกันสองคนก็เถอะ พอผมอธิบายให้มันฟัง มันก็หาว่าผมไม่สนใจไม่ใส่ใจมัน ผมก็เลยโมโหว่ามันไปเยอะเหมือนกัน กะอิแค่วันเกิดวันเดียว มันจะอะไรนักหนา ผมอยู่กับมันทุกวันมันไม่พอใจอีกเหรอเจ๊ ถ้ามันอยากไปเที่ยว เอาไว้วันไหนว่างๆ แล้วค่อยไปเที่ยวด้วยกันสองคนก็ได้” สไมล์พูดว่าออกมาอีก มิ้นท์มองหน้าน้องชายตนเองพร้อมกับถอนหายใจออกมาเบาๆ

 

 

“ไมล์ ชั้นรู้นะเว้ย ว่าพวกวันเกิดอะไรนั่นน่ะ สำหรับแก มันไม่ได้สำคัญอะไรมากมายนัก แต่แกอย่าลืมสิ ว่าคนเรามันไม่เหมือนกัน พัตน์มันอาจจะให้ความสำคัญกับวันพวกนี้ก็ได้ อีกอย่าง แกอย่าลืมว่าตอนนี้แกไม่ใช่ตัวคนเดียวแล้ว แกคบกับพัตน์มันแล้ว บางครั้ง การเอาใจใส่หรือทำอะไรให้กันแบบพิเศษๆในวันสำคัญแบบนี้สักครั้งมันก็ไม่แปลกอะไรหรอกนะ” มิ้นท์พูดบอกออกมา สไมล์นิ่งไปนิด

“ไมล์ ชั้นไม่ได้เข้าข้างพัตน์มันนะ แต่สำหรับชั้นเอง ถ้าคนที่เรารักให้ความสำคัญกับเราทุกวันมันก็ดี แต่มันจะรู้สึกดีมากกว่าเดิมถ้าคนที่เรารักให้ความสำคัญกับวันพิเศษๆแบบนี้ด้วย” มิ้นท์พูดบอกออกมา สไมล์นิ่งไปนิด

 

 

“สรุปว่าผมผิดที่ไปฉลองกับมันสองคนไม่ได้ใช่มั้ยเจ๊” สไมล์พูดเหมือนตัดพ้อออกมา

 

 

“แกไม่ได้ผิดหรอกไมล์ แต่ถ้าแกอยากให้พัตน์มันเข้าใจ แกก็ต้องพูดอธิบายกับมันดีๆ ไม่ใช่พออธิบายแล้วก็ทะเลาะกัน” มิ้นท์พูดบอก

 

 

“แต่มันก็เป็นแบบนี้ทุกครั้งอ่ะเจ๊ พออธิบายมันไม่พอใจก็โวยวาย เจ๊จะให้ผมทำไงล่ะ” สไมล์พูดบอกออกมาอย่างเซ็งๆ เพราะเขาเองก็ไม่อยากทะเลาะกับพัตน์แบบนี้เลยจริงๆ

 

 

“ไมล์ ถามจริง แกเคยอ้อนพัตน์มันบ้างมั้ย” มิ้นท์ถามด้วยความอยากรู้ สไมล์นิ่งคิดก่อนจะส่ายหน้าไปมา

 

 

“ไม่เคยอ่ะ ผมอ้อนใครไม่เป็นนะเจ๊” สไมล์พูดบอกออกมา มิ้นท์ถอนหายใจนิดๆ

 

 

“ไมล์ บางครั้งแกก็น่าจะลองหัดออดอ้อนพัตน์มันบ้างนะ ชั้นเห็นมีแต่พัตน์มันอ้อนแก ทั้งๆที่มันเป็นผัวของแก แกเป็นเมียก็หัดอ้อนผัวซะบ้างเหอะ อย่างเวลาที่แกอธิบายสาเหตุที่แกไปต่างจังหวัดกับมันไม่ได้ พอพัตน์มันมีท่าทีว่าจะโวยวายหรือโกรธ แกก็หัดอ้อนเข้าหามันบ้าง เชื่อเถอะ เดี๋ยวพัตน์มันก็ใจอ่อน ยอมเข้าใจแกเองแหละ แกลองนึกถึงตอนที่แกยังควงเด็กๆของแกสิ เวลาที่เด็กพวกนั้นอ้อนอะไรแก แกก็อดใจอ่อนไม่ได้อยู่ดี ใช่มั้ยล่ะ” มิ้นท์พูดสอนออกมาเป็นชุด ทำให้สไมล์นิ่งคิด จะว่าไปมันก็จริงอย่างที่มิ้นท์พูดบอก เพราะสมัยตอนที่สไมล์ยังควงกับเด็กๆของตนเอง เวลาเด็กๆอ้อนให้สไมล์พาไปไหน ถ้าตอนนั้นสไมล์ไม่อารมณ์ติสแตกจริงๆ สไมล์ก็จะใจอ่อนยอมพาไป และสไมล์เองยังเคยคิดว่า เวลาที่เด็กๆพวกนั้นอ้อนตนเองมันดูน่ารักดี

 

 

(น่ารักงั้นเหรอ...แมร่ง เราไม่ได้น่ารักขนาดที่จะอ้อนใครได้นะเว้ย) สไมล์ได้แต่บ่นว่าตัวเองในใจ

 

 

“เอาไปคิดดูเองล่ะกัน ว่าจะทำยังไง ให้พัตน์มันหายโกรธและยอมเข้าใจอะไรได้ง่ายๆ อ่อ อีกอย่าง  ระวังนะถ้ามันไปเจอใครที่ช่างออดอ้อนเอาอกเอาใจมากกว่าแกแล้วทิ้งแกไปหาคนนั้น ชั้นก็ช่วยอะไรไม่ได้” มิ้นท์แกล้งพูดขู่น้องชายตัวเอง ก่อนจะลุกเดินออกไปดูลูกค้าที่หน้าร้าน ส่วนสไมล์ก็นั่งคิ้วขมวดเข้าหากันอย่างเครียดๆ

..

..

..

..

“อืม ได้สิ...งั้นรอพี่อีกสักครึ่งชั่วโมงได้มั้ย เดี๋ยวพี่เอาออกไปให้...........เราจะรอตรงไหนล่ะ...อืม...โอเค แล้วเจอกัน  ถ้าพี่ไปถึงแล้วจะโทรหานะ” พัตน์ที่กำลังคุยโทรศัพท์อยู่ในห้องนอน หันมามองเมื่อเห็นสไมล์เปิดประตูเข้ามา ร่างแกร่งลุกไปเปลี่ยนกางเกงด้วยท่าทีนิ่งๆ

 

 

“จะไปไหน” สไมล์ถามเสียงเรียบ

 

 

“ไปห้าง vvv” พัตน์ตอบกลับ สไมล์เม้มปากเข้าหากันนิดๆ

 

 

“อืม งั้นไปด้วยกันเลยสิ พอดีกูจะออกไปซื้อของเข้าร้านเหมือนกัน”สไมล์พูดบอก พัตน์นิ่งไปนิด ก่อนจะพยักหน้า แต่ก็ไม่พูดอะไร เมื่อพากันลงมาที่รถ พัตน์ก็เป็นฝ่ายขับรถให้ สไมล์ลอบมองพัตน์อยู่บ่อยครั้ง

“มึงจะไปทำอะไรที่ห้าง” สไมล์ถามขึ้น

 

 

“เอาชีทงานมาให้น้องรหัส” พัตน์ตอบกลับสั้นๆ แล้วขับรถต่อด้วยท่าทีนิ่งๆ สไมล์เม้มปากเข้าหากัน แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีกจนมาถึงห้าง พัตน์หยิบแฟ้มใส่ชีทงานลงจากรถ แล้วเดินเข้าไปในห้างพร้อมๆกับสไมล์ พัตน์โทรหาน้องรหัสของตนเองและยืนรออยู่ที่หน้าร้านไอศกรีม โดยมีสไมล์ยืนอยู่ด้วย

“เดี๋ยวกูเอาชีทให้น้องเสร็จเดี๋ยวไปช่วยถือของ” พัตน์พูดบอกออกมา ทำให้สไมล์ยิ้มออกมาได้นิดๆ แล้วพยักหน้ารับ

 

 

“พี่พัตน์คะ” เสียงของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้น ก่อนจะเดินตรงเข้ามาหาพัตน์ สไมล์มองหญิงสาวอย่างสำรวจ ถือว่าน้องรหัสของพัตน์เป็นคนรูปร่างหน้าตาดีเหมือนเด็กญี่ปุ่นใสๆ

 

 

“ฝ้าย นี่ชีทงานของพี่ทั้งหมด ฝากเอาไปให้หลานรหัสด้วยล่ะกัน” พัตน์พูดบอกพร้อมกับส่งแฟ้มงานให้หญิงสาว

 

 

“ขอบคุณมากค่ะ แล้วนี่พี่พัตน์มากับเพื่อนแค่สองคนเหรอคะ” หญิงสาวถามขึ้นเพราะไม่รู้ว่าพัตน์เป็นอะไรกับสไมล์ พัตน์พยักหน้ารับก่อนจะแนะนำให้หญิงสาวรู้จักกับสไมล์

 

 

“พอดีฝ้ายรอเพื่อนอยู่น่ะคะ แต่มันยังไม่มาเลย พี่พัตน์ช่วยพาฝ้ายไปซื้อของทำงานส่งอาจารย์หน่อยได้มั้ยคะ ฝ้ายคิดว่าพี่พัตน์น่าจะช่วยฝ้ายเลือกได้แน่ๆ” หญิงสาวพูดถามขึ้นมา หลังจากที่พัตน์แนะนำสไมล์ให้รู้จักกันแล้ว พัตน์มีสีหน้าลังเลนิดๆ เพราะเห็นว่าสไมล์เองก็ต้องไปซื้อของเหมือนกัน

“นะคะพี่พัตน์ นะนะ ไปเป็นเพื่อนฝ้ายหน่อย เดี๋ยวฝ้ายเลี้ยงไอติมถ้วยหนึ่งอ่ะ” หญิงสาวพูดอ้อนพร้อมเขย่าแขนพัตน์กับเสนอของตอบแทนด้วยท่าทางอย่างเป็นธรรมชาติ สไมล์มองท่าทีของหญิงสาวด้วยความรู้สึกแปลกๆในใจ พัตน์ยิ้มขำออกมาก่อนจะยกมือขึ้นไปขยี้หัวหญิงสาวด้วยความเอ็นดู เพราะค่อนข้างสนิทกันพอสมควร

 

 

“เรานี่นะ คิดว่าแค่ไอติมถ้วยเดียวจะทำให้พี่ใจอ่อนรึไง” พัตน์ถามกลับไปอย่างขำๆ

 

 

“งั้นสอง” หญิงสาวชูนิ้วขึ้นมาสองนิ้ว พัตน์ขำในลำคอ

 

 

“เออ แบบนี้ค่อยน่าสนหน่อย” พัตน์ตอบกลับก่อนจะหันมาหาสไมล์

“มึงจะซื้ออะไรไมล์” พัตน์ถามคนรัก

 

 

“ก็ของใช้สำนักงานนั่นแหละ มีหลายอย่างที่หมด” สไมล์บอกกลับไป พัตน์จึงหันไปหาหญิงสาว

 

 

“พอดีเลย งั้นก็ไปซื้อด้วยกัน” พัตน์บอกกลับ

 

 

“เย้” หญิงสาวร้องออกมาอย่างดีใจ สไมล์ไม่ได้รู้สึกว่าหญิงสาวจะมีมารยาหรือเข้าหาพัตน์เพื่อหวังอะไร ทุกอย่างที่หญิงสาวแสดงออกค่อนข้างเป็นธรรมชาติ ซึ่งไม่แปลกถ้าพัตน์จะเอ็นดู แต่สิ่งที่หญิงสาวแสดงออก กลับทำให้สไมล์เกิดข้อเปรียบเทียบกับตนเองขึ้นมา ยิ่งคิดถึงคำเตือนของพี่สาวก็ยิ่งทำให้คิดมากกว่าเดิม เมื่อตกลงกันได้แล้ว ทั้งสามคนก็พากันเดินไปยังชั้นขายเครื่องเขียนและของใช้สำนักงานภายในห้าง

“อีก 2 วันก็วันเกิดพี่พัตน์แล้วนี่นา ฝ้ายจำได้ เพราะปีที่แล้วฝ้ายเมาจนอ้วกเลย ฮ่าๆ” หญิงสาวพูดบอกออกมาอย่างขำๆ พัตน์ก็ยิ้มรับนิดๆเพราะจำวีรกรรมของน้องรหัสตัวเองได้ดี

“แล้วปีนี้พี่พัตน์จะไปเลี้ยงที่ไหน ฝ้ายไปด้วยได้มั้ย หรือว่ามีแพลนจะไปฉลองที่อื่น มันตรงกับวันหยุดด้วยนี่นา” หญิงสาวถามขึ้น ทำให้ทั้งพัตน์และสไมล์ต่างนิ่งชะงักไปนิด พัตน์ถอนหายใจออกมาเบาๆ

 

 

“ยังไม่รู้เลย ไม่มีแพลนไปที่ไหนหรอก อาจจะเลี้ยงเหล้าพวกไอ้ม่อนไอ้ป๋องที่ห้องพักพวกมันเหมือนปีที่แล้วล่ะมั้ง” พัตน์ตอบกลับอย่างเซ็งๆ เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมา

 

 

“งั้นฝ้ายไปด้วย ฝ้ายจะไปถล่มพี่พัตน์ให้เละเลย” หญิงสาวบอกยิ้มๆ

 

 

“ก็ไปสิ ชวนพวกไอ้เอกมาด้วยนะ” พัตน์บอกกลับไป หญิงสาวก็พยักหน้ารับ ก่อนที่จะเดินเลือกซื้อของที่ต้องการ ส่วนใหญ่พัตน์จะคุยกับหญิงสาวเพราะต้องช่วยเลือกซื้อของ

 

 

“ตกลงว่าวันเกิดมึงจะไปกินเหล้าที่ห้องไอ้ป๋องเหรอพัตน์” สไมล์ถามขึ้น เมื่อหญิงสาวขอตัวไปเข้าห้องน้ำ พัตน์มองหน้าสไมล์นิดๆ ก่อนจะพยักหน้ารับ

 

 

“อืม ไปไหนไม่ได้ก็ไปแค่ห้องไอ้ป๋องเนี่ยแหละ” พัตน์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดเล็กๆ ซึ่งสไมล์รู้ดีว่าพัตน์พูดประชดตนเอง

 

 

“พัตน์ กูคิดว่ามึงจะเข้าใจกูซะอีก” สไมล์พูดถามออกมาเสียงขุ่น เริ่มจะหงุดหงิดขึ้นมาบ้างแล้ว

 

 

“กูเข้าใจมึงไมล์ เข้าใจดี เลิกคุยเรื่องนี้เหอะ กูไม่อยากอารมณ์เสีย” พัตน์บอกกลับเสียงขุ่น ซึ่งสไมล์รู้ดีว่าพัตน์ไม่ได้เข้าใจเหมือนที่พูดบอกเลยสักนิด

..

..

..

“พี่พัตน์ เพื่อนฝ้ายมาแล้ว เดี๋ยวเราไปกินไอติมด้วยกันเลยดีมั้ยคะ พี่พัตน์สะดวกรึเปล่า” หญิงสาวที่เดินกลับมาจากห้องน้ำพูดบอกออกมา

 

 

“เอาไว้ค่อยเลี้ยงพี่วันหน้าล่ะกัน เราไปกับเพื่อนเถอะ เดี๋ยวพี่ซื้อของเสร็จแล้วก็จะกลับเหมือนกัน” พัตน์พูดบอก หญิงสาวมีสีหน้าลังเลนิดๆ

 

 

“แต่ฝ้ายอุตส่าห์จะเลี้ยง” หญิงสาวบอกเสียงอ่อยๆ

 

 

“เอาไว้วันเกิดพี่ เปลี่ยนจากไอติมเป็นเหล้าสักขวดก็ได้นะ” พัตน์แกล้งบอกกลับไป หญิงสาวย่นจมูกใส่นิดๆ

 

 

“เอางั้นก็ได้ เอาไว้วันนั้นฝ้ายโทรหาอีกทีนะพี่พัตน์” หญิงสาวตอบกลับ ก่อนที่พัตน์จะส่งของที่หญิงสาวซื้อให้หญิงสาวไปจ่ายเงิน ส่วนของสไมล์ก็แยกไปจ่ายเงินเช่นเดียวกัน พัตน์กับสไมล์แยกกับหญิงสาวเพื่อกลับร้าน สไมล์เงียบมาตลอดทาง ซึ่งพัตน์เองก็ไม่ได้พูดอะไร แต่พัตน์ก็หันมามองสไมล์เป็นระยะเช่นกัน

 

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

หลังจากวันที่ออกไปซื้อของ พัตน์กับสไมล์ก็ไม่ได้คุยกันถึงเรื่องของวันเกิดพัตน์อีก และในวันพรุ่งนี้ก็จะเป็นวันเกิดของพัตน์แล้ว สไมล์ก็ยังเครียดเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่

 

“เป็นอะไร” พัตน์ถามขึ้นเมื่อเห็นว่าสไมล์นั่งเอาช้อนเขี่ยข้าวไปมาในช่วงมื้อเย็นของวัน และทั้งสองก็ซื้อกับข้าวมากินที่ในห้องทำงานของสไมล์ สไมล์เงยหน้ามองหน้าพัตน์นิดๆ รู้ดีว่าพัตน์เองก็ยังคงน้อยใจเรื่องของวันเกิดของพัตน์อยู่ แต่ก็ไม่อยากมาชวนสไมล์ทะเลาะอีก

 

 

“น้องฝ้ายน่ารักดีนะ” สไมล์พูดขึ้นลอยๆ ก่อนจะหลุบตาลงมองจานข้าว ทำให้พัตน์ขมวดคิ้วเข้าหากัน

 

 

“พูดเรื่องฝ้ายขึ้นมาทำไม มีอะไรรึเปล่า” พัตน์ถามเสียงเครียด

 

 

“เปล่า ก็เห็นน้องเค้าน่ารักดี แถมยังเอาใจ ยังอ้อนเก่งอีกตะหาก” สไมล์พูดขึ้นมา สายตาก็มองแต่จานข้าวที่กำลังเขี่ยไปมาอยู่ พัตน์วางช้อนที่กำลังกินข้าวอยู่ทันที พร้อมกับเอื้อมมือไปจับมือของสไมล์ที่ใช้ช้อนเขี่ยข้าวให้หยุด สไมล์เงยหน้าขึ้นมามองพัตน์

 

 

“มีอะไรก็พูดมาไมล์” พัตน์ถามเสียงเข้ม สไมล์หลบสายตาพัตน์ที่จ้องมองมา

 

 

“มึงเคยคิดมั้ย ว่าความจริงมึงไม่น่ามาคบกับคนอย่างกู” สไมล์พูดถามออกมาทำให้พัตน์ขมวดคิ้วมุ่น

 

 

“ทำไมมึงถึงถามแบบนี้หะไมล์” พัตน์ถามกลับไปอีก

 

 

“ก็กูไม่เคยเอาใจ ไม่เคยอ้อนมึง มึงคงชอบคนที่อ้อนเก่งๆเอาใจเก่งๆใช่มั้ยล่ะ” สไมล์ถามกลับไปอีก

 

 

“เรื่องนี้เกี่ยวกับวันเกิดกูใช่มั้ย” พัตน์ถามอย่างข้องใจ สไมล์นั่งนิ่งทันทีเมื่อได้ยิน พัตน์ถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นแล้วดึงมือสไมล์ให้ลุกตามตนเองขึ้นไปบนห้อง เพราะไม่อยากคุยปรับความเข้าใจกันในห้องทำงานของสไมล์ ร่างแกร่งพาสไมล์เดินเข้ามาในห้องนอนพร้อมกับปิดประตูล็อคเอาไว้ สไมล์เดินไปนั่งที่ปลายเตียงเงียบๆ รอฟังพัตน์พูด พัตน์เดินไปหยุดตรงหน้าสไมล์

“เอาล่ะ เรามาเริ่มคุยกันใหม่ มึงเป็นอะไร ทำไมถึงพูดเรื่องเมื่อกี้ขึ้นมา” พัตน์ถามเสียงจริงจัง

 

 

“ก็..มึงไม่พอใจกู” สไมล์บอกขึ้นมาเสียงแผ่ว

 

 

“เรื่องอะไร ที่มึงบอกว่ากูไม่พอใจมึงน่ะ มันเรื่องอะไร” พัตน์ถามกลับไปอีก

 

 

“วันเกิด” สไมล์พูดเบาๆ พร้อมกับนั่งหน้าเครียด

 

 

“ใช่ กูไม่พอใจมึงเรื่องนี้ แล้วฝ้ายมาเกี่ยวอะไรด้วย” พัตน์ถามต่อ

 

 

“ก็กูเห็นมึงดูมีความสุขดี เวลาที่ฝ้ายเอาใจและอ้อนมึง แต่กูไม่เคยทำแบบนั้นเลยสักครั้ง แม้แต่เรื่องวันเกิดของมึงกูก็ทำให้มึงไม่พอใจ กูเลย..” สไมล์จะพูดต่อ

 

 

“มึงก็เลยคิดว่ากูอาจจะคิดผิดที่มาคบกับมึงใช่มั้ย” พัตน์พูดต่อขึ้นมาแทน สไมล์นั่งเงียบ พัตน์ถอนหายใจเบาๆ

“ไมล์ ถึงกูจะไม่พอใจเรื่องที่มึงไม่ใส่ใจวันเกิดกู แต่กูก็ไม่เคยคิดว่าที่กูเลือกคบกับมึง คือการตัดสินใจผิดพลาดเลยสักครั้ง  กูรักมึงเพราะว่ามึงเป็นตัวของตัวเอง กูรักมึงก็เพราะนิสัยแบบนี้ของมึง ถึงมึงจะไม่เอาใจจะไม่อ้อนกู ก็ไม่เป็นไร มันไม่ได้ทำให้กูรักมึงน้อยลงไปหรอกนะ” พัตน์บอกออกมาเสียงจริงจัง

 

 

“แต่เรื่องวันเกิด” สไมล์ยังคงคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ พัตน์นั่งลงข้างๆสไมล์ ท้าวแขนเอนตัวไปด้านหลัง

 

 

“วันเกิดกูทำไม” พัตน์ ถามขึ้น

 

 

“กู เอ่อ....กูยกงานให้ไอ้นิวไปทำแทนแล้ว เผื่อมึงอยากจะไปที่ไหน” สไมล์พูดบอกออกมาเพราะยกงานให้ลูกน้องของตนเองไปทำแทนแล้วในวันเกิดของพัตน์

 

 

“มาบอกตอนนี้ก็ไปไม่ได้แล้วล่ะ” พัตน์บอกกลับ ทำให้สไมล์นิ่งไปนิด

 

 

“ขอ..โทษ” สไมล์พูดบอกเสียงแผ่ว พัตน์มองแผ่นหลังบางของสไมล์ก่อนจะยกยิ้มมุมปากขึ้น

 

 

“อยากไถ่โทษมั้ยล่ะ” พัตน์ถามขึ้นเสียงเรียบ สไมล์หันมามองหน้าพัตน์อย่างงงๆ

 

 

“ไถ่โทษ??” สไมล์ถามย้อนกลับ

 

 

“ใช่ ไถ่โทษ มึงจะยอมรึเปล่าล่ะ” พัตน์ถามกลับอีก สไมล์เม้มปากเข้าหากันนิดๆอย่างชั่งใจ ก่อนจะยอมพยักหน้ารับ

 

 

“จะให้ไถ่โทษยังไงล่ะ”

 

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

วันรุ่งขึ้น

 

“จะไปไหนกันน่ะ” มิ้นท์ถามขึ้นเมื่อเห็นพัตน์กับสไมล์เดินลงมาจากชั้นบนในช่วง 9 โมงเช้าพร้อมกับหิ้วของจำนวนหนึ่งลงมาด้วย

 

 

“จะไปทำบุญถวายสังฆทานวันเกิดน่ะครับ” พัตน์ตอบยิ้มๆ

 

 

“อ่อ จริงด้วยสิ สุขสันต์วันเกิดนะพัตน์ แล้วนี่เราโทรไปหาแม่เรารึยัง” มิ้นท์ถามกลับไป

 

 

“แม่พ่อ เจ้าพล โทรมาตั้งแต่ผมยังไม่ตื่นน่ะครับ” พัตน์ตอบกลับ เพราะพ่อแม่ และน้องชายของเขาโทรมาอวยพรวันเกิดกันตั้งแต่เช้ามืด พัตน์ก็ถือโอกาสนี้ขอบคุณพ่อแม่ตนเองไปด้วยที่ทำให้ตนเองเกิดมา

 

 

“อืม ดีแล้วล่ะ ไมล์ตกลงว่ายกงานให้เจ้านิวเรียบร้อยแล้วใช่มั้ย” มิ้นท์ถามไปหาน้องชายตัวเองบ้าง

 

 

“ครับ ฝากเจ๊จัดการให้ด้วยล่ะกัน” สไมล์ตอบกลับ พัตน์หันไปมองสไมล์นิดๆ ก่อนจะยิ้มกริ่ม

 

 

“ไมล์จะกินข้าวเช้าก่อนมั้ย” พัตน์ถามคนรัก สไมล์ส่ายหน้าไปมา

 

 

“ไม่ล่ะ กะ..เอ่อ...ไมล์ไม่ค่อยหิว พัตน์ล่ะหิวมั้ย” คำพูดสุภาพออกมาจากปากของสไมล์ ทำให้มิ้นท์ยืนอึ้งไปนิด

 

 

“ดะ..เดี๋ยวนะ เมื่อกี้แกแทนตัวเองว่าไมล์ แล้วเรียกพัตน์ว่าพัตน์เฉยๆใช่มั้ย” มิ้นท์ถามขึ้นมาอย่างข้องใจ เพราะทั้งสองคนนี้ปกติจะเรียกกันกูมึงตลอด สไมล์หน้าขึ้นสีนิดๆ ในขณะที่พัตน์ยืนยิ้ม

 

 

“พี่มิ้นท์ได้ยินถูกแล้วล่ะครับ ก็วันนี้เป็นวันดี วันเกิดผมนี่นา ไปเถอะไมล์ เดี๋ยวเราไปหาอะไรกินหลังจากทำบุญเสร็จก็ได้” พัตน์พูดบอกมิ้นท์ก่อนจะหันไปเรียกสไมล์ สไมล์รีบเดินไปที่รถอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นสายตาล้อเลียนจากพี่สาวตนเอง พัตน์พาสไมล์ขับรถมายังวัดใจกลางกรุง ทั้งสองช่วยกันถือของทำบุญลงไปหาพระภายในวัด ทำการถวายอาหาร ของหวาน สังฆทานและกรวดน้ำรับพรจากท่านเพื่อความเป็นศิริมงคล

 

 

“ตกลงคืนนี้จะไปกินที่ห้องของป๋องจริงๆน่ะเหรอ” สไมล์ถามขึ้นมาอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ หลังจากที่ทำบุญเรียบร้อยแล้ว

 

 

“เห็นพวกมันบอกว่าจะชวนไปนั่งร้านเหล้าข้างหอไอ้ป๋องนั่นแหละ” พัตน์บอกกลับ สไมล์พยักหน้ารับ

 

 

“แล้วนี่จะไปไหนกันต่อ” สไมล์ถามอีก

 

 

“ไปหาข้าวกินในห้างข้างๆนี่ก่อนล่ะกัน เอารถจอดไว้ที่วัดนี่แหละ” พัตน์บอกกลับ ทั้งสองจึงพากันเดินออกมาหน้าวัด พัตน์ยื่นมือไปหาสไมล์ สไมล์กัดริมฝีปากล่างของตนเองก่อนจะเอื้อมมือไปจับมือของพัตน์เอาไว้ พร้อมกับก้มหน้าเดินด้วยใบหน้าที่ขึ้นสี พัตน์ยิ้มขำกับท่าทีของคนรัก ตลอดทางที่เดิน มีคนหันมามองคนทั้งคู่อย่างสนใจเพราะมีผู้ชายตัวโตๆ 2 คน เดินจับมือกัน ตลอดทางพัตน์ไม่ปล่อยมือของสไมล์เลยสักนิด จนเข้ามาในห้าง พัตน์ชวนสไมล์ไปกินฟูจิ ทั้งสองพากันเดินเข้าร้านท่ามกลางสายตาของคนอื่นๆที่มองมายิ้มๆ พัตน์กับสไมล์นั่งข้างกันพร้อมกับสั่งอาหารไป

 

 

“มองอะไร” สไมล์ถามขึ้นเมื่อเห็นพัตน์นั่งเอามือข้างหนึ่งขึ้นมาท้าวคางเอาศอกยันโต๊ะมองหน้าสไมล์ยิ้มๆ ส่วนมืออีกข้างก็คลึงมือของสไมล์เล่นอยู่ที่หน้าตักของตนเอง

 

 

“ก็กำลังคิดว่า ถ้าเป็นปกติ ไมล์ต้องโวยวายให้พัตน์ปล่อยมือแล้วน่ะสิ” พัตน์ตอบยิ้มๆ สไมล์ร้อนหน้าวูบวาบขึ้นมา

 

 

“กะ.ก็ วันนี้วันเกิดพัตน์นี่ แล้วพัตน์ก็ขอให้ไมล์ตามใจพัตน์ แล้วไมล์จะไปกล้าว่าอะไรล่ะ” สไมล์พูดไปเขินไป เพราะไม่เคยพูดอะไรแบบนี้กับพัตน์มาก่อน เนื่องจากเมื่อคืนพัตน์ขอให้สไมล์ไถ่โทษโดยการที่วันนี้ที่เป็นวันเกิดของพัตน์ สไมล์จะต้องพูดจาดีๆ เรียกพัตน์ด้วยชื่อและแทนตัวเองด้วยชื่อเช่นเดียวกัน เลิกพูดกูมึงกัน 1 วัน และตลอดทั้งวัน ไม่ว่าพัตน์จะขออะไร สไมล์ต้องตามใจทุกอย่างแลกกับการที่ให้พัตน์หายโกรธ แต่อีกอย่างสไมล์ก็อยากทำอะไรที่มันพิเศษๆให้พัตน์เหมือนกัน ถึงแม้ว่ามันจะดูเป็นเรื่องเล็กน้อยก็ตาม

 

 

“น่ารักมาก” พัตน์ตอบยิ้มๆ พออาหารมาเสริฟทั้งคู่ก็นั่งกินกันไปเรื่อยๆ

“ไมล์ ป้อนพัตน์หน่อย” พัตน์พูดบอก สไมล์ชะงักตะเกียบในมือนิดๆ

 

 

“จะกินอะไรล่ะ” สไมล์ถามกลับ พัตน์ก็ชี้ไปที่ซาชิมิ สไมล์ก็คีบมาป้อนพัตน์ทันที ใบหน้าของร่างเพรียวขึ้นสีระเรื่อตลอดเวลา ทำให้พัตน์กินไปยิ้มไป และตลอดทั้งมื้ออาหาร พัตน์แทบจะไม่ได้กินเองเลยด้วยซ้ำ คอยให้สไมล์ป้อนให้กินตลอด เมื่อกินอิ่มและจ่ายเงินเรียบร้อย ทั้งสองคนก็พากันเดินออกมาจากร้านโดยที่พัตน์จับมือสไมล์เอาไว้เหมือนเคย

 

 

“เขินเหรอ” พัตน์แกล้งถามคนรัก

 

 

“ก็นิดหน่อย ทำไงได้ก็คนไม่เคยทำอะไรแบบนี้นี่” สไมล์บอกกลับเสียงอ้อมแอ้ม อย่าว่าแต่กับพัตน์เลย กับคนอื่นๆที่สไมล์เคยคบมา สไมล์ก็ไม่เคยมาเดินจับมือหรือมานั่งป้อนอาหารให้กินแบบนี้เลยสักครั้ง เมื่อได้ยินที่สไมล์พูด พัตน์ก็ยิ้มกริ่ม ทั้งสองพากันเดินเล่นในห้างกันสักพัก ก่อนที่พัตน์จะชวนสไมล์ไปเดินเล่นในสวนลุมพินี

“ไม่บอกก่อนว่าจะมาที่นี่ จะได้หยิบกล้องมาด้วย” สไมล์พูดขึ้นขณะนั่งเล่นอยู่ที่สนามหญ้า

 

 

“เลิกถ่ายรูปสักวันเถอะ” พัตน์บอกยิ้มๆ พร้อมกับจับมือของสไมล์มาคลึงเล่น

 

 

“ทำไมชอบจับมือไมล์นัก” สไมล์พูดถามขึ้นมา

 

 

“ไม่รู้สิ พอจับแล้วรู้สึกดียังไงไม่รู้ ให้จับเล่นทั้งวันยังได้เลย” พัตน์บอกกลับยิ้มๆ

 

 

“พัตน์ ขอโทษนะที่ทำให้รู้สึกไม่ดีก่อนหน้านี้ ขอโทษที่ไปเที่ยวด้วยกันสองคนอย่างที่พัตน์ต้องการไม่ได้” สไมล์พูดบอกออกมาเสียงจริงจัง

 

 

“ใครบอกว่าไม่ได้ หืม ตอนนี้เราสองคนก็เที่ยวอยู่ด้วยกันสองคนนี่ไง อย่าคิดมากเลยไมล์ พัตน์เองก็ต้องขอโทษด้วยที่เอาแต่ใจ พัตน์ลืมคิดเหมือนกัน ว่าไมล์เป็นคนทำงานส่วนพัตน์ยังเรียนอยู่ ความรับผิดชอบของแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน เวลาว่างของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกันด้วย พัตน์ก็มาคิดได้ตอนที่เราทำบุญเนี่ยแหละ ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนไกลๆกันสองคน แต่เราสองคนก็ใช้เวลาอยู่ด้วยกันแทบจะตลอดเวลาอยู่แล้วนี่เนอะ” พัตน์บอกกลับยิ้มๆ  สไมล์ยิ้มรับขึ้นมาทันที

 

 

“ขอบคุณนะที่ไม่โกรธกัน” สไมล์บอกกลับ พัตน์ก็นั่งยิ้ม ทั้งสองนั่งคุยนั่งเล่น ใช้เวลาด้วยกันอยู่ที่สวนจนเย็น ก่อนที่จะพากันกลับมาอาบน้ำแต่งตัวที่ห้องพักอีกครั้ง เพื่อไปรวมตัวกับกลุ่มเพื่อนของพัตน์ที่ร้านเหล้าใกล้หอพักของป๋อง

..

..

“มีใครมาบ้าง” สไมล์หันไปถามพัตน์ที่ขับรถอยู่

 

 

“ก็เพื่อนๆของพัตน์แล้วก็รุ่นน้องน่ะ” พัตน์ตอบกลับ สไมล์พยักหน้ารับรู้ ไม่นานนักพัตน์ก็ขับรถมาจอดที่หน้าร้านเหล้าใกล้หอของป๋อง

 

 

“เจ้าของวันเกิดมาแล้วเว้ย” เสียงพูดของป๋องดังขึ้น ทำให้เพื่อนๆที่มารออยู่ก่อนแล้วต่างกวักมือเรียกพัตน์เป็นแถว พัตน์จับมือพาสไมล์เดินเข้าไป ท่ามกลางสายตาสงสัยของเพื่อนๆและรุ่นน้องของพัตน์บางคน

 

 

“มาด้วยเหรอวะ” สไมล์ทักดินที่นั่งอยู่ข้างป๋อง

 

 

“แน่นอนสิวันเกิดเพื่อนเขยกูทั้งคน” ดินตอบกลับมาเบาๆ ก่อนจะขยับให้สไมล์นั่งข้างตนเอง ส่วนพัตน์ก็นั่งลงข้างสไมล์ เพื่อนๆของพัตน์ตรงมาอวยพรวันเกิดและให้ของขวัญ พัตน์ก็รับมาวางไว้ที่เก้าอี้ด้านหลัง เครื่องดื่มถูกเสริฟมาให้คนทั้งคู่อย่างรู้งาน เสียงพูดคุยเฮฮาดังขึ้นตามประสาวัยรุ่น ส่วนดินกับสไมล์ก็นั่งดื่มเงียบๆ แต่ก็พูดคุยกันบ้างเป็นระยะ เรียวกับม่อนก็หันมาคุยกับสไมล์เป็นระยะเช่นกัน พัตน์นั่งกอดเอวสไมล์เอาไว้ตลอด จนหลายคนที่ไม่รู้เริ่มสงสัย

 

 

“พี่พัตน์ สุขสันต์วันเกิดค่ะ” เสียงของฝ้ายดังขึ้น หญิงสาวส่งกล่องของขวัญให้พัตน์

 

 

“ขอบใจมากฝ้าย ไปนั่งก่อนเถอะ” พัตน์บอกกลับ ฝ้ายหันมาเห็นสไมล์จึงยกมือไหว้อีกครั้ง

 

 

“สวัสดีค่ะพี่ไมล์” ฝ้ายทักทายสไมล์ยิ้มรับ ก่อนที่ฝ้ายจะถูกเพื่อนสาวของตนเองลากไปซักถามอะไรบางอย่าง พัตน์หันมามองสไมล์นิดๆ

 

 

“ไม่เป็นไรนะ” พัตน์ถามกลับ เพราะรู้ดีว่าสไมล์ไม่ชอบตกเป็นเป้าสายตาของใครมากนัก

 

 

“ไม่เป็นไร” สไมล์ตอบยิ้มๆ ก่อนจะหันไปมองน้องชายตัวเองที่นั่งอยู่ไกลนัก

“เรียว อย่าให้ม่อนมันดื่มมากนะ” สไมล์บอกน้องเขยตนเอง

 

 

“ครับ” เรียวตอบยิ้มๆ

 

 

“อะไรอ่ะพี่ไมล์ ผมไม่ใช่เด็กๆแล้วนะ” ม่อนโอดครวญ

 

 

“เรียว พวกมึงรู้จักพี่ที่มากับไอ้พัตน์ด้วยเหรอวะ” เพื่อนต่างคณะของพัตน์คนหนึ่งกระซิบถามเรียว

 

 

“ก็พี่ไมล์เป็นพี่ชายแท้ๆไอ้ม่อน มึงไม่รู้เหรอวะ” เรียวถามกลับไปอย่างขำๆ ก่อนที่เพื่อนจะส่ายหน้าไปมาเพราะไม่รู้จริงๆ

 

 

“แล้วเค้าสนิทกับไอ้พัตน์ได้ไงวะ” เพื่อนยังคงถามต่อ เรียวยิ้มนิดๆ แต่ไม่พูดอะไร

 

 

“พัตน์ อย่าดื่มมากนะ ไม่งั้นไมล์จะปล่อยให้พัตน์นอนที่ห้องทำงานนะ” สไมล์พูดบอกกับพัตน์ ในขณะที่ดินสำลักเหล้าที่ดื่มทันที

 

 

“แค่กๆๆ เมื่อกี้มึงพูดว่าอะไรนะไอ้ไมล์” ดินถามออกมาอย่างข้องใจ สไมล์เม้มปากนิดๆ หน้าขึ้นสี

 

 

“เปล่า ไม่มีอะไรนี่” สไมล์ตอบกลับเสียงอ้อมแอ้ม ในขณะที่พัตน์นั่งขำ ทุกคนนั่งดื่มกันไปเรื่อยๆ จนประมาณ 4 ทุ่ม เพื่อนๆของพัตน์ก็ซื้อเค้กมาเซอร์ไพส์ พัตน์เป่าเค้กท่ามกลางเสียงอวยพรของเพื่อนๆ พัตน์หันมามองคนข้างกายยิ้มๆ

 

 

“พี่พัตน์ ฝ้ายทนไม่ไหวแล้วมันอึดอัด” เสียงหญิงสาวดังขึ้นจากโต๊ะอีกฟากหนึ่ง ทำให้ทุกคนหันไปมอง

 

 

“อึดอัดก็ไปเข้าห้องน้ำสิ” พัตน์บอกกลับขำๆ

 

 

“ไม่ใช่ คือ ยัยพวกนี้ก็คะยั้นคะยอฝ้ายให้ถามพี่พัตน์ แล้วฝ้ายเองก็อยากรู้” หญิงสาวบอกออกมาอีก

 

 

“อยากรู้เรื่องอะไร ถามมาสิ” พัตน์ถามกลับ แต่ก็พอรู้ว่าหญิงสาวจะถามอะไร

 

 

“คือ...ฝ้ายอยากรู้ว่าพี่พัตน์กับพี่ไมล์เป็นอะไรกันคะ” หญิงสาวถามออกมาทันทีเมื่อพัตน์เปิดโอกาสให้ถาม สไมล์นิ่งไปนิด ทั้งสองหันมามองหน้ากัน

 

 

“เอ่...เราสองคนเป็นอะไรกันน๊า” พัตน์ไม่ตอบ แต่แกล้งหันมาถามสไมล์ พร้อมกับมองหน้าสไมล์ด้วยวายตาอ้อนๆ  สไมล์กัดปากอย่างลังเล ก่อนจะหันไปหาฝ้ายที่มองมาด้วยความอยากรู้

..

..

..

“พี่สองคนคบกันอยู่ครับ” สไมล์เป็นฝ่ายตอบกลับฝ้าย ทำให้พัตน์ยิ้มกว้างออกมาอย่างดีใจ เพราะสไมล์เองปกติไม่ค่อยประกาศความสัมพันธ์ของทั้งคู่ให้ใครรู้มากนัก แต่วันนี้สไมล์ยอมประกาศต่อหน้าเพื่อนๆและรุ่นน้องของเขาหลายคน พอได้ยินสไมล์ตอบหลายคนส่งเสียงฮือฮา แต่ส่วนหญิงสาวต่างกรี๊ดกร๊าดด้วยความพอใจ

 

 

“ขอบคุณนะ” พัตน์พูดบอกกับสไมล์ สไมล์บีบมือพัตน์เบาๆแล้วยิ้มอ่อนๆส่งไปให้

“ไมล์ ถ้าพัตน์ขออะไรสักอย่าง ไมล์จะทำให้พัตน์ได้มั้ย” พัตน์ถามขึ้นมาเสียงจริงจัง

 

 

“อะไรล่ะ” สไมล์ถามกลับ

 

 

“ร้องเพลงให้ฟังหน่อยสิ” พัตน์ตอบ พร้อมกับพยักหน้าไปที่เวทีขนาดเล็กกลางร้านซึ่งเป็นดนตรีสด

..

..

..

..

“อ่าว ไอ้พัตน์ ไอ้ไมล์มันไปไหนวะ” ดินถามขึ้นเมื่อหันมาไม่เห็นสไมล์นั่งอยู่ พัตน์ยิ้มพร้อมกับชี้ไปที่เวทีด้านหน้า

 

 

“เฮ้ย มันขึ้นไปทำอะไรบนนั้นน่ะ” ดินถามอย่างตกใจเมื่อเห็นสไมล์กำลังคุยบางอย่างกับนักดนตรี

 

 

“ร้องเพลง” พัตน์ตอบกลับดิน

 

 

“บ้าแล้ว กูเป็นเพื่อนกับมันมาตั้งนานมันเคยร้องเพลงให้ฟังซะที่ไหน กูจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเคยได้ยินเสียงมันร้องเพลงล่าสุดเมื่อไร” ดินพูดบอกออกมา พัตน์ยิ้มขำ

 

 

“พี่ดิน พี่เป็นเพื่อน แต่ผมเป็นใครล่ะพี่” พัตน์บอกกลับขำๆ

 

 

“วันนี้มันตามใจมึงสุดๆเลยว่ะ กูพึ่งเคยเห็นมันเอาใจมึงวันนี้วันแรก ไหนจะเรียกชื่อแทนตัวเองอีก ไหนจะยอมให้มึงเกาะแกะต่อหน้าคนอื่น ไหนจะประกาศบอกคนอื่นอีกว่าเป็นอะไรกับมึง แล้วนี่ยังจะร้องเพลงอีก” ดินบอกออกมาอย่างแปลกใจ

 

 

“ก็วันนี้เป็นวันพิเศษของผมไงพี่ดิน” พัตน์บอกออกมาอย่างภูมิใจ ก่อนจะหันไปมองสไมล์ที่ยืนอยู่บนเวที

 

 

“เอ่อ..ก่อนอื่นต้องขอโทษที่ขัดจังหวะความสนุกของทุกคนนะครับ” เสียงของสไมล์บนเวที ทำให้ทุกคนในร้านหันไปมองด้วยความสนใจ โดยเฉพาะกลุ่มของพัตน์ สไมล์มองมาที่พัตน์ยิ้มๆ

“คือ วันนี้เป็นวันเกิดคนพิเศษของผม แล้วเค้าขอให้ผมขึ้นมาร้องเพลงให้เขาฟัง ยังไงก็ขอให้ทุกคนทนฟังหน่อยนะครับ ผมร้องเพลงไม่เก่งสักเท่าไร” สไมล์ออกตัวก่อน พัตน์ยิ้มกว้างในขณะที่เพื่อนๆ หันมาส่งสายตาล้อเลียนพัตน์ เสียงอินโทรดังขึ้น พัตน์นั่งมองนิ่งไปที่สไมล์

 

 

คนธรรมดาที่ไม่ธรรมดา
เคยเดินตามหาก็ไม่เจอสักราย
แค่คนคนหนึ่งที่มีผลทางใจ
ที่เจอก็ไม่ใช่ ที่ใช่ก็ไม่เจอ

คนธรรมดาที่ไม่ธรรมดา
ที่สุดฟ้าก็พาให้มาพบเธอ
เธอคือคนเดียวที่ไม่ต้องเลิศเลอ
แต่อยู่ใกล้เธอเหมือนเจอสวรรค์ในหัวใจ


จบแล้วที่เสาะหา ได้มาพบตัวจริงซะที
ชีวิตต่อจากนี้ คงจะดีถ้ามีแต่เธอ
ก่อนจะนอนอยากเจอเธอเป็นคนสุดท้าย
คนแรกของเช้าถัดไป ฉันก็อยากเห็นเธอ
เช้าก็มีแต่เธอ ค่ำก็มีแต่เธอคนเดียวเท่านั้น

อยากทำตัวติดเธอไม่ต้องห่างไปไหน
ไม่ว่าจะทำอะไรก็อยากทำด้วยกัน
ทุกลมหายใจเข้าออก ทุกเวลาของฉัน
โว้ โอ โอ อยากจะใช้กับเธอ

มันช่างคุ้ม คุ้มกับการรอคอย
เหนื่อยไม่น้อย ที่คอยเฝ้าเจอตั้งนาน
แต่ในนาทีแรกที่ได้เห็นหน้ากัน
นาทีนั้นรู้เลยว่าคุ้มที่รอ

จบแล้วที่เสาะหา ได้มาพบตัวจริงซะที
ชีวิตต่อจากนี้ คงจะดีถ้ามีแต่เธอ
ก่อนจะนอนอยากเจอเธอเป็นคนสุดท้าย
คนแรกของเช้าถัดไป ฉันก็อยากเห็นเธอ
เช้าก็มีแต่เธอ ค่ำก็มีแต่เธอคนเดียวเท่านั้น

อยากทำตัวติดเธอไม่ต้องห่างไปไหน
ไม่ว่าจะทำอะไรก็อยากทำด้วยกัน
ทุกลมหายใจเข้าออก ทุกเวลาของฉัน
โว้ โอ โอ อยากจะใช้กับเธอ
โว้ โอ โอ อยากจะใช้กับเธอ

 

ตลอดเวลาที่สไมล์ร้องเพลง สายตาของคนทั้งคู่จ้องมองกันตลอด ถึงแม้ว่าภายในร้านจะมืดสลัว แต่แววตาของทั้งสองคนก็สื่อถึงกันได้ดี และทันทีที่เพลงจบ เสียงปรบมือก็ดังลั่น เพราะเสียงของสไมล์เพราะมากจริงๆ จนเจ้าของวงดนตรียังเอ่ยปากชักชวนให้มาร้องเพลงด้วยกัน แต่สไมล์ปฏิเสธกลับไป แล้วเดินกลับมาหาพัตน์ที่โต๊ะ เพื่อนๆของพัตน์ต่างชมสไมล์กันยกใหญ่ สไมล์ก็ได้ยิ้มรับเขินๆ ทั้งพัตน์และสไมล์ยังไม่มีใครพูดอะไรออกมาได้แต่นั่งดื่มเหล้ายิ้มๆ จนใกล้เวลาเที่ยงคืน ทุกคนจะพากันแยกย้ายกลับโดยที่พัตน์เป็นเจ้ามือเลี้ยงทุกคน แต่สไมล์ก็ช่วยออกด้วย เพราะไม่อยากให้พัตน์จ่ายคนเดียว พัตน์เดินไปลาเพื่อนๆ พร้อมกับพูดขอบคุณเกี่ยวกับของขวัญและคำอวยพร ส่วนสไมล์ก็อาสาเอาของขวัญที่พัตน์ได้จากเพื่อนไปเก็บหลังรถ และยืนรออยู่ข้างรถ ไม่นานนักพัตน์ก็เดินกลับมา

 

 

“เรียบร้อยแล้วเหรอ” สไมล์ถามขึ้น พัตน์พยักหน้ารับพร้อมกับเดินอ้อมมายั่งฝั่งที่สไมล์ยืนพิงรถอยู่ ตรงที่พัตน์จอดรถค่อนข้างสลัว สไมล์เลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถามเมื่อเห็นพัตน์เดินมาหาตนเอง พัตน์จับมือสไมล์ข้างหนึ่งมาบีบเบาๆ

“มีอะไร” สไมล์ถามกลับไป

 

 

“ไม่มีอะไร ก็แค่อยากขอบคุณ” พัตน์บอกกลับ

 

 

“ขอบคุณเรื่องอะไร” สไมล์ถามขึ้นอีก พัตน์ยิ้มนิดๆ ใช้มืออีกข้างท้าวไปกับตัวรถโดยคร่อมร่างสไมล์ที่ยืนพิงรถเอาไว้

 

 

“ไมล์รู้มั้ย ว่าวันเกิดปีนี้ของพัตน์ มันก็เหมือนกับทุกๆปี” พัตน์พูดบอกออกมา สไมล์ชะงักไปนิด เพราะคิดว่าพัตน์จะต่อว่าที่สไมล์ไม่ได้ทำให้มันเป็นวันพิเศษอะไรมากนักในวันนี้

 

 

“ขอโทษ” สไมล์ชิงพูดออกมาก่อน เพราะเขาเองก็แคร์ความรู้สึกของพัตน์ไม่น้อย

 

 

“ขอโทษทำไม พัตน์ยังไม่ได้ว่าอะไรเลย” พัตน์บอกกลับอย่างขำๆ

 

 

“ก็ขอโทษที่วันนี้ไมล์ไม่ได้ทำอะไรให้พัตน์พิเศษไปกว่าทุกปี” สไมล์บอกออกมาเสียงอ่อยๆ

 

 

“ใครบอกล่ะ ไมล์ฟังพัตน์พูดให้จบก่อนสิ พัตน์แค่อยากจะบอกว่า ปีนี้มันก็เหมือนกับทุกๆปี ที่พัตน์ตื่นขึ้นมาทำบุญวันเกิด ไปเดินเที่ยว และมาเลี้ยงฉลองที่ร้านเหล้าแบบนี้ แต่ปีนี้มันต่างออกไปก็เพราะพัตน์มีไมล์อยู่ข้างๆ ไปทำบุญ ไปเดินเที่ยว กินข้าว มาเลี้ยงฉลองอยู่ข้างๆพัตน์ตลอดเวลา พัตน์เองตะหากที่ต้องขอโทษไมล์ พัตน์เรียกร้องมากเกินไป เรียกร้องอยากไปโน่นไปนี่ ทำโน่นทำนี่ร่วมกับไมล์ในวันเกิดเพราะคิดว่าวันนี้เป็นวันพิเศษที่สุด แต่พัตน์ลืมคิดว่าพัตน์มีวันที่พิเศษที่สุดอยู่แล้วในทุกๆวัน วันพิเศษของพัตน์ก็คือวันที่มีไมล์อยู่ข้างๆพัตน์แบบนี้ไงล่ะ” พัตน์พูดอธิบายออกมา ทำให้สไมล์หัวใจเต้นแรง ใบหน้าร้อนผ่าวพร้อมกับสิ่งยิ้มไปให้พัตน์

 

 

“ขอบคุณ” สไมล์ตอบกลับยิ้มๆ  พัตน์ยกมือข้างที่ท้าวรถขึ้นมาเกลี่ยเส้นผมออกแก้มนวลเนียนของสไมล์แล้วลูบแก้มใสเบาๆ

 

 

“วันนี้พัตน์มีความสุขมากนะ เป็นวันที่ไมล์ยอมพัตน์ทุกอย่าง ทั้งยอมพูดเพราะๆ ยอมเอาใจ ตามใจ ยอมบอกต่อหน้าเพื่อนๆของพัตน์ว่าเราเป็นอะไรกัน ยอมขึ้นไปร้องเพลงทั้งๆที่ไม่ค่อยได้ร้องมากนัก” พัตน์บอกยิ้มๆ

 

 

“ใครว่าล่ะ ลืมไปแล้วรึไง ว่าไมล์เคยไปร้องเพลงที่ร้านของออดี้มาแล้วครั้งหนึ่งนะ” สไมล์บอกกลับ

 

 

“ตอนนั้นไม่นับ เพราะตอนนั้นไมล์ร้องเพลงให้บีม” พัตน์บอกกลับแต่ไม่ได้นึกโกรธอะไร สไมล์ยิ้มนิดๆ

 

 

“ใครบอกล่ะ ตอนนั้นไมล์ร้องให้พัตน์ตะหาก” ไมล์พูดบอก พัตน์เลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจ เพราะเขาหลงคิดว่าสไมล์ร้องเพลงให้บีมมาโดยตลอด

 

 

“จริงอ่ะ” พัตน์ถามย้ำ สไมล์พยักหน้ารับ ทำให้พัตน์ยิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจ

 

 

“จริงด้วยสิ เกือบลืมไปเลย รอแป๊บนะ” สไมล์พูดพร้อมกับเดินไปเปิดหลังรถเพื่อหยิบของบางอย่างออกมาส่งให้พัตน์ พัตน์รับมาถือไว้อย่างงงๆ

“แกะสิ” สไมล์พูดบอกให้พัตน์แกะกล่องของขวัญขนาดเท่าเอสี่ แต่มีความหนากว่ามาก พัตน์ก็แกะของขวัญตรงนั้นเลย พอแกะเสร็จ พัตน์ก็เลิกคิ้วขึ้นนิดๆ แล้วเปิดดูทีละหน้า โฟโต้บุคขนาดเอสี่ รวมภาพถ่ายของพัตน์ในเวลาเผลอเอาไว้ ซึ่งพัตน์เองยังยิ้มขำเนื่องจากบางภาพพัตน์ยังจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าถูกถ่ายที่ไหน

“ไมล์ถนัดทำของพวกนี้มากกว่าอย่างอื่น ก็เลยอยากจะทำให้พัตน์ในวันเกิด หวังว่าพัตน์คงชอบนะ” สไมล์พูดขึ้น

 

 

“ชอบสิ ชอบมากด้วย” พัตน์ตอบกลับยิ้มๆ

 

ตึ้ด ตึ้ด

เสียงนาฬิกาข้อมือของพัตน์ดังขึ้นเมื่อถึงเวลาเที่ยงคืน เนื่องจากพัตน์ตั้งเอาไว้ พัตน์มองนาฬิกาตัวเองยิ้มๆ แล้วเงยหน้ามามองสไมล์

 

 

“เที่ยงคืนแล้ว” พัตน์พูดขึ้น สไมล์ยิ้มนิดๆ

 

 

“สุขสันต์วันเกิดนะพัตน์..........กูรักมึง” สไมล์พูดขึ้นเสียงนุ่ม เพราะตอนนี้ข้อตกลงที่จะพูดแทนตัวเองด้วยชื่อหมดเวลาแล้ว

 

 

“ขอบคุณ กูก็รักมึงเหมือนกัน สไมล์” พัตน์บอกรักกลับไปเช่นเดียวกัน

“กูว่าเราสองคนเหมาะที่จะคุยอะไรกันแบบนี้มากกว่านะ” พัตน์บอกออกมาอย่างขำๆ สไมล์หัวเราะเบาๆ

 

 

“นั่นสินะ” สไมล์บอกกลับ ทั้งคู่มองหน้ากันนิ่งๆดวงตาที่สื่อถึงกันบอกกันได้ดีว่ารักกันและกันมากแค่ไหน

 

 

“ขออะไรอีกอย่างได้มั้ย” พัตน์พูดบอก

 

 

“อะไร” สไมล์ถามกลับ พัตน์ยื่นหน้าไปกระซิบข้างหูสไมล์ ก่อนที่ใบหน้าเนียนจะขึ้นสี พร้อมกับเม้มปากเข้าหากัน

 

 

“ว่าไงล่ะ” พัตน์ถามทวงคำตอบ

 

 

“อย่าหนักนักนะ พรุ่งนี้ต้องทำงาน” สไมล์บอกเสียงอ้อมแอ้ม พัตน์ยิ้มกว้างก่อนจะรีบเปิดประตูรถให้สไมล์

 

 

“งั้นรีบกลับเลย เดี๋ยวเวลาจะหมด” พัตน์บอกออกมาอย่างขำๆ

 

 

“ไอ้หื่นเอ๊ย” สไมล์ว่ากลับไปแต่ก็รีบขึ้นรถแต่โดยดี

 

 

 

 

+++++++++++++++++++++++++++++ วันเกิดพัตน์ ++++++++++++++++++++++++

 

ลงวันเกิดพัตน์ให้ เป็นตอนสุดท้ายของตอนพิเศษนะคร่า

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น