noonaa(น.ส.ศรัทธาวลี)

ทุกตอนอยู่ในเรทของกุญแจฟรีนะคะ ทริคสำหรับการอ่านคือ หนูนาเว้นตอนให้แล้ว กว่าจะอ่านถึงตอนที่ติดกุญแจ เวลาก็เดินถึงจนกุญแจครบอีกรอบพอดี หรือใครใจร้อน ใช้เหรียญซื้อทั้งเรื่องไปเล้ยยย จะได้ทำบุญกับนักเขียนตาดำๆ ด้วยเด้ออออ

ตอนที่ ๑๙ หลุมพราง

ชื่อตอน : ตอนที่ ๑๙ หลุมพราง

คำค้น : บ่วงอนธการ ๑๙

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 625

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 22 เม.ย. 2560 02:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ ๑๙ หลุมพราง
แบบอักษร

บ่วงอนธการ

-หลุมพราง-

ท่ามกลางความเงียบเชียบในคฤหาสน์สุดแสนงดงามนี้ เหล่าเสียงอันแปลกประหลาดที่ใครสายคนไม่อาจกั้นจินตนาการตนเองได้นั้น กำลังร่ำร้องออกมาอยู่เนือง ๆ ไม่มีใครสามารถรู้ได้ว่าเสียงใดคือสัตย์ป่าชนิดไหน หรือมันมิใช่สัตว์ เป็นตัวอะไรที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความมืดสลัวของต้นไม้ใบหญ้า เป็นความน่ากลัวที่ไม่มีใครหยั่งถึง ในป่าไม้แห่งนี้

ทว่า อาทิตย์ที่มาใหม่ก็จำต้องทำใจให้ชาชินไปกับมัน

เสียงเหล่าลูกน้องหลายคนพูดคุยกันตั้งแต่เช้ามืด เรียกให้ชายหนุ่มผู้มาใหม่ต้องตื่นมาด้วยความอยากรู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น อาทิตย์รีบเดินไปแง้มประตูห้องมองออกไปด้านนอกทว่าไม่เห็นใครเลยสักคน ทั้งที่เมื่อครู่ก็เสียงดังกันยกใหญ่ แม้ในใจจะกลัว แต่ชายหนุ่มกลับเลือกที่จะพาร่างตนในชุดนอนไปหยิบชุดคลุม แล้วรีบเดินลงไปด้านล่าง ด้วยอยากที่จะพิสูจน์แก่ตนเอง ว่าสิ่งที่หูได้ยินมันเป็นจริงหรือไม่

หลังจากที่เขาเดินลงจากบันได เหลือบไปเห็นร่างสูงเจ้าของคฤหาสน์ยืนจิบกาแฟกลางห้องโถง อีกฝ่ายกำลังดูลูกน้องหยิบของขึ้นรถ เมื่อเห็นว่าเป็นเช่นนั้น อาทิตย์ก็ไม่ลืมตรวจตราความสุภาพด้านการแต่งกายของตนเอง เห็นว่าดีแล้วจึงรีบสาวเท้าเดินเข้าไปสอบถามให้กระจ่าง

“เกิดอะไรขึ้นหรือครับ” อาทิตย์ถามขึ้น เรียกให้อีกคนหันใบหน้างดงามมาสบ ทว่าคนเก่งต้องแสดงถึงความโมโหเมื่อเห็นแววตาซุกซนส่งมาหยอกเย้า “หยุดนะคุณฟิลลิกซ์ เลิกมองผมด้วยสายตาแบบนั้น”

“หืม…ทำไมล่ะ ฉันมีสิทธิ์มองสมบัติของฉันนี่นา ก็มันน่ามองออกขนาดนี้ ไม่เห็นจะน่าอายตรงไหนเลยอาทิตย์”

“ผมไม่ใช่สิ่งของ แล้วก็หยุดทำหน้าบ้ากามนั่นสักที” ชายหนุ่มรีบย้อนด้วยสีหน้าไม่พอใจ หากแต่คนมองกลับเห็นว่าน่าเอ็นดูมากกว่า ฟิลลิกซ์ยกไหล่น้อย ๆ ย้อนกลับแทบทันทีว่า “แต่เงินก็ซื้อเธอได้ไม่ใช่หรือ”

“หน็อย ผมก็มีศักดิ์ศรีของผมนะ ถึงคุณจะซื้อผมมาด้วยความบ้ากามตัณหากลับ แต่ยังไงก็รู้เอาไว้เลย ว่าไม่มีทางได้ผมไปง่าย ๆ ได้โปรดจำไว้เถิดนะครับ” 

“บ้ากามตัณหากลับ” ฟิลลิกซ์ย้อน ก่อนจะหัวเราะในลำคออย่างเสียไม่ได้ “หึ…ฉันเป็นคนแบบนั้นในสายตาสังคมจริง ๆ รึนี่”

อาทิตย์กอดอกตัวเองด้วยความไม่ชอบใจเมื่อฟิลลิกซ์ไม่รู้สึกร้อนหนาวกับคำที่เขากล่าวหาแม้แต่น้อย กลับหัวเราะชอบอกชอบใจราวกับคนโรคจิต จนเขาจำต้องยอมละฝีปากลงไปเอง หันมาเริ่มพูดเข้าเรื่องอีกครั้งด้วยความเป็นผู้ใหญ่รู้จักคิด

“แล้วนี่คุณกำลังจะออกไปไหนหรือครับ” ถามขึ้นราวกับรู้ทัน ทั้งที่ฟิลลิกซ์รีบออกมาจัดแจงของตั้งแต่เช้ามืด ก็เพื่อกันท่าคนอื่นที่อยากออกไปด้วยแท้ ๆ เพราะรู้ดีอยู่ว่าพวกเขาทั้งหลายต้องตื่นไม่ทันเป็นแน่ แต่สำหรับอาทิตย์คงหลอกยาก

ฟิลลิกซ์ตีหน้าเรียบ ไม่อยากบอกถึงความจริงเท่าไรนัก “ฉันจะเข้าเมืองไปจัดการเรื่องบางอย่าง”

อาทิตย์หน้ารับรู้ กระชับผ้าคลุมเมื่อลมหนาวพัดวูบเข้าสู่ร่าง “ไปกะทันหันแบบนี้ เรื่องสำคัญแน่เลยใช่ไหมครับ”

“รู้ดีนัก รู้แล้วจะทำไม ที่จริงเธอกลับเข้าไปนอนต่อก็ได้ ฉันไม่ว่าอะไรหรอก”

“ตื่นแล้วให้กลับไปนอนต่อนี่นะ ผมไม่ใช่นักนอนมาราธอนนะคุณ นอนก็นอนตั้งแต่หัววัน จะให้ผมตื่นสายโด่งอีกน่ะหรือ ที่นี่ไม่ใช่ในเมืองพอจะให้ผมออกไปดูหนังฟังเพลงได้นะครับ น่าเบื่อ...” อาทิตย์ส่ายใบหน้าหน่าย

“เจ้านายครับ ทุกอย่างพร้อมแล้ว” ลูกน้องวิ่งมาบอก รอเพียงให้เขาขึ้นรถก็ออกเดินทางได้ หากแต่ชายชาวยุโรปรูปงามคนนี้กลับนิ่งมองอาทิตย์ ซึ่งกำลังยืนกอดอกรอส่งเขาขึ้นรถ ฟิลลิกซ์จับจ้องคนเพิ่งตื่นนอน มุมปากยกยิ้ม เคลื่อนมือหนาไปโอบเอวอีกฝ่ายเข้าหาพร้อมดวงตาพร่างพราวเจ้าเล่ห์ มองลูกกวางตาสวยตรงหน้า

“คนเก่ง จะออกไปกับฉันก็ไปอาบน้ำอาบท่าเร็วเข้า” ชายหนุ่มกระซาบ อาทิตย์เบิกตาตัวเองด้วยความไม่เชื่อหู เอียงใบหน้าตนเองหลบด้วยเมื่อเห็นความงามของใบหน้าคนกล่าว เทพองค์ใดก็มิปาน ซึ่งอยู่ใกล้เพียงลมหายใจคั่นกลาง

“ใครบอกคุณว่าผมจะไปเล่า” กล่าวจบ นิ้วมือเรียวยกขึ้นมาจิ้มปลายจมูกรั้นหนึ่งที “ฉันรู้…ดวงตาเธอมันบอกฉันหมดแล้วอาทิตย์ อย่ามัวชักช้า ถ้าคนอื่นตื่นแล้วมันจะเสียเวลานะรู้ไหม”

คนเก่งเงยไปเถียงด้วยสายตา ทว่าต้องหลบลงไปตอบด้วยความจำใจ “เอ่อ…งะ งั้น รอผมเดี๋ยวนะครับ ผมจะรีบลงมาให้เร็วที่สุด”

“แค่สิบนาทีนะ” เมื่อละออกมาได้ เสียงของเจ้าของบ้านก็ไล่หลังเขามา อาทิตย์พยักหน้ารับแล้วรีบวิ่งขึ้นไปด้านบนด้วยความเร็วรี่ ดีใจอย่างประหลาด เขาไม่ได้พบบรรยากาศในเมืองมานานแล้วและอยากกลับไปเห็นมันอีกสักครั้ง แม้ไม่ได้ขอ ฟิลลิกซ์กลับใจดี ดังนั้นอาทิตย์จึงไม่เรื่องมาก รีบจัดการแต่งเนื้อแต่งตัวและจัดผมเผ้าให้อยู่ทรง จากนั้นรีบวิ่งลงมาด้วยกลัวว่าอีกฝ่ายจะทนรอไม่ไหว ทิ้งเขาไว้ที่นี่

ครั้นลงมาแล้ว อาทิตย์ก็ยังเห็นร่างสูงนั้นนั่งไขว่ห้างเป็นสง่ารออย่างใจเย็น ไม่โวยวายสักนิดแม้เวลาอาจจะเกินไปบ้าง เห็นแล้วอาทิตย์แย้มยิ้มรู้สึกดีถึงความใจกว้างนี้

วันนี้อาทิตย์แต่งตัวเบา ๆ แค่รองเท้าผ้าไบ เสื้อยืดแขนสั้นและกางเกงขายาว ชายหนุ่มเผยยิ้มสดใส บนแก้มมีเลือดฝาดเล็กน้อยเพราะความรีบ ด้วยเพราะเป็นคนที่มีผิวพรรณดีอยู่แล้ว ทำให้ใบหน้าของชายหนุ่มสดใสสมวัยน่ามอง

เพียงเท่านี้ก็ตรึงใจคนมองยิ่งนัก ฟิลลิกซ์ยิ้มกริ่มเมื่อเห็นชายหนุ่มเดินลงบันไดมา พบว่าใบหน้าน่ารักของเจ้าตัวงอมาแต่ไกลเมื่อเห็นแววตาของเขา ราวกับอาทิตย์รู้ทันไปเสียหมดทุกอย่างว่าเขาคิดอะไร บุรุษเจ้าของบ้านส่ายใบหน้าตนเองทั้งส่งรอยยิ้มละมุนให้ เคลื่อนมือไปจูงอีกคนออกเดิน 

“เอ่อ คุณฟิลลิกซ์ คุณจะออกไปกี่วันหรือครับ”

“ทำไม คิดว่าฉันจะพาเธอไปดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์หรือ เรื่องอะไรล่ะ ในเมื่อฉันยังไม่ได้ดื่มตัวเธอ…”

“นี่…” อาทิตย์เหว “ผมจริงจังนะครับ เลิกพูดจากวนโมโหสักที ไม่อย่างนั้นผมจะเปลี่ยนใจไม่ไปแล้วนะ”

“เรื่องอะไร จะไปแล้วก็ต้องไปเลย ห้ามโลเล ฉันไม่ชอบผู้ชายสองใจ” ชายหนุ่มละสายตาไปมอง ดึงแขนเล็กกว่าให้สาวเท้าเดินตาม แม้จะยอมเดินตามหลังฟิลลิกซ์แต่โดยดี ชายหนุ่มก็ยังไม่วายย้อนว่า

“ห้ามคนอื่นแต่ว่าตัวเองทำได้ ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง มีเมียทีเดียวหลายคนนี่ภูมิใจนักหนา ผู้ชายสมัยนี้นี่ยังไงนะ พอเมียสองใจเรียกเขาว่ามีชู้ แต่ตัวเองเจ้าชู้ดันเรียกว่ามีเมียน้อย เฮอะ…” คนกล่าวหัวเราะทำสีหน้าค่อนแคะ ทว่าคนที่เดินนำกลับยกยิ้มคนเดียว “แล้วอิเหนาคือใคร”

“คุณฟิลลิกซ์…” อาทิตย์ชักรำคาญคนช่างแหย่

อีกฝ่ายยิ้มขัน ส่ายใบหน้าอธิบาย “เธอก็เป็นผู้ชายเหมือนกันทำไมไม่เข้าใจ ผู้ชายน่ะ เมีย…กับเซ็กส์ ไม่ได้ใช้การมีเพศสัมพันธ์วัดเอาหรอกนะ แค่จะหาความสุขบนเตียงกับผู้หญิงที่ไหนก็ได้ เขาเรียกว่าเซ็กส์ แต่กับเมีย เขาเรียก… ร่วมรัก… หรือภาษาอังกฤษ เรียกว่าเมคเลิฟไงล่ะ…”

“ทะลึ่ง คุณก็แค่จะแก้ตัวให้ตัวเองดูดีเท่านั้นเอง ที่มีเมียอยู่เต็มบ้าน คุณจะแก้ตัวว่าผู้หญิงในนี้เป็นแค่ของเล่น ไม่สามารถเรียกว่าเมียได้ แบบนี้คนที่นอนกับคุณก็เสียหายน่ะสิ” อาทิตย์สะบัดแขนตัวเองออก มองชายหนุ่มเขม็ง

“มันก็จริง แต่ว่าตอนที่มีเซ็กส์กัน เธอเอาอะไรมาวัดว่าใครได้ใครเสีย หืม… เข้าใจดีแล้วหรือเรื่องอย่างว่าน่ะ ฉันว่าเธอเข้าใจผิดอย่างใหญ่หลวงเรื่องนี้นะอาทิตย์ ดังนั้น เพื่อที่จะให้เธอเข้าใจเสียใหม่ สองสามวันที่ออกไปข้างนอก ฉันหวังว่าเราน่าจะได้ศึกษา…”

“ฝันไปเถอะ!” อาทิตย์ชักโมโห เมื่อเห็นแววตาเจ้าเล่ห์ของชายตรงหน้า ฟิลลิกซ์ยกยิ้มน้อย ๆ เดินออกมายังบริเวณรถจอด เคลื่อนสายตาไปยังห้องพักของตนเอง เห็นเงาของบุรุษสูงใหญ่คนหนึ่งยืนสังเกตการณ์อยู่ตลอด ชายหนุ่มละรอยยิ้มเอ็นดูชายหนุ่มเปลี่ยนมาเคร่งขรึม เขาควรจะจริงจังได้แล้วสินะ

“ไปกันเถอะ ขึ้นรถได้แล้วอาทิตย์ เราต้องรีบไปรีบกลับ ฉันเป็นห่วงที่นี่”

อะไรนะ เปลี่ยนโหมดไวจริงเชียว อาทิตย์เอียงหน้าไปมองด้วยความสงสัยพลางสาวเท้าตามหลังไปติด ๆ เขาคิดว่าที่นี่ไม่เห็นน่ากลัวพอจะมีอันตรายสักนิด อย่างมากก็แค่สัตว์ป่าเท่านั้น

ฟิลลิกซ์ลอบถอนใจ เป็นห่วงคนทางนี้ แม้ไม่อยากทิ้งที่นี่ไว้แต่ก็จำต้องออกไปสะสาง ต้องรีบกลับมาให้เร็วที่สุด

“ดูแลวินทรให้ดี ตอนที่ฉันไม่อยู่” เจ้าของเสียงทุ้มกล่าวกับลูกน้องที่เหลือ “ครับ นาย”

“อย่าให้ฉันผิดหวังล่ะ” สิ้นคำ คนรถเปิดประตูให้ทั้งคู่เข้าไปนั่งด้วยกัน แต่ถึงอย่างนั้นอาทิตย์ก็ยังรู้สึกเสียดายและกลัวเส้นทางนี้เช่นเดิม เพราะเขายังถูกนำผ้ามาปิดตาไม่ให้รู้เส้นทางไปกลับของคฤหาสน์แห่งนี้ ไม่อาจทราบว่าทำไม แต่อาทิตย์ก็โตพอที่จะไม่เถียงไม่เกี่ยงงอนอะไรทั้งสิ้น

ตลอดระยะเวลาของการเดินทางบนเหวนรกในจินตนาการของชายหนุ่ม ใบหน้าเขาซุกอยู่กับอกกำยำนั้นด้วยความกลัว รวมถึงมือคู่เล็กที่ยังเกาะกุมนิ้วมือเรียวยาวของอีกฝ่ายไว้ คนถูกกระทำรู้สึกถึงความหวาดกลัวด้วยเหงื่อที่ชื่นเต็มฝ่ามือนั้น ฟิลลิกซ์ลอบยิ้มกับตนเองพร้อมกับแกล้งด้วยการบอกเส้นทางน่ากลัว ๆ ให้เขาจินตนาการเข้าไปอีก

คนขับรถและชัชชาติที่นั่งข้างหน้า ซึ่งร่วมทางไปด้วยต้องลอบยิ้มให้กันเมื่อเห็นผู้เป็นเจ้านายกำลังมีความสุขกับสิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้ นานมากแล้วที่พวกเขาไม่ได้เห็นฟิลลิกซ์ยิ้มออกมาทางดวงตา มีใบหน้าที่เปี่ยมสุข ตั้งแต่ครานั้น คราที่อีกฝ่ายเสียความหวังครั้งสุดท้ายไป เจ้านายของพวกเขาก็ไม่เคยเป็นมนุษย์ที่มีความรู้สึกเช่นนี้

แต่เมื่อครั้นได้พบหนุ่มน้อยคนนี้ อาทิตย์เปลี่ยนฟิลลิกซ์ จากซากศพให้กลายเป็นชายหนุ่มที่กำลังมีความรัก

อีกครั้ง…




--------------------------------------------


ซันเป็นคนที่ฉลาด ช่างพูด เป็นนายเอกที่หัวสมัยใหม่ตามสมัยนิยม หวังว่าใครจะรักซันนะ หนูนาก็รักซันเหมือนกัน ชอบตอนนางเถียงกับฟิล พระเอกเลยกลายเป็นพวกหน้าหม้อไปเลย 5555 เพราะซันไม่ยอมเล่นด้วยง่าย ๆ

ในขณะที่วินทรเป็นคุณหนู เป็นคนเย่อหยิ่งที่สถานการณ์บางอย่างบีบเค้นให้ต้องตกอยู่ในสถานะลำบาก ถูกบีบคั้นทางอารมณ์ ความรู้สึก จะว่าไปน่าจะเป็นนายเอกสมัยก่อน รุ่นจำเลยรักล่ะ 5555 หนูนาชอบทั้งสองคน คนละแบบ เพราะแต่ละคนคาแรคเตอร์แตกต่างกัน ให้ความรู้สึกหลงรักคนละอย่าง

ทีมวินทร

ทีมอาทิตย์

เม้นเลย 



ความคิดเห็น