noonaa(น.ส.ศรัทธาวลี)

ทุกตอนอยู่ในเรทของกุญแจฟรีนะคะ ทริคสำหรับการอ่านคือ หนูนาเว้นตอนให้แล้ว กว่าจะอ่านถึงตอนที่ติดกุญแจ เวลาก็เดินถึงจนกุญแจครบอีกรอบพอดี หรือใครใจร้อน ใช้เหรียญซื้อทั้งเรื่องไปเล้ยยย จะได้ทำบุญกับนักเขียนตาดำๆ ด้วยเด้ออออ

ตอนที่ ๑๕ เหตุใดจึงทำร้ายกัน

ชื่อตอน : ตอนที่ ๑๕ เหตุใดจึงทำร้ายกัน

คำค้น : บ่วงอนธการ ๑๕

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 772

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 22 เม.ย. 2560 02:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ ๑๕ เหตุใดจึงทำร้ายกัน
แบบอักษร

บ่วงอนธการ

-เหตุใดจึงทำร้ายกัน**-**

บนที่สูงสุดของคฤหาสน์หลังใหญ่กว้าง****รวบรวมไว้ซึ่งความเศร้าระทมทุกข์ และความเดียวดาย จากก้นบึ้งของหัวใจชายหนุ่มผู้ไร้ซึ่งคนข้างกายให้เชื่อใจ แม้แต่คนที่พร่ำบอกว่ารัก ยังหักหลังกันได้

เสียงหัวเราะครื้นเครงของเหล่าชายหนุ่มหลายคน ที่กำลังวิ่งหยอกล้อกันด้านล่างเรียกให้ต้องหันไป ดวงตาคมสวยนิ่งมองลงไปด้วยใจที่ว่างเปล่า เขาสวมชุดนอนสีขาวสะอ้าน เสื้อเชิ้ตตัวโตยาวเกือบถึงเข่า ส่วนที่เหลือคือเรียวขาเนียนเปลือยเปล่าโผล่พ้นออกมา กำลังนั่งพิงขอบหน้าต่าง ขาข้างหนึ่งยกขึ้นวางบนขอบมองออกไปจากชั้นบนสุดของคฤหาสน์ ทั้งเงียบและเปลี่ยวเหงา 

วินทรนิ่งมองพวกเขาด้านล่างที่ยังยิ้มเริงร่ามีความสุขแล้วเจ็บที่หัวใจตนเอง กี่ปีแล้วที่ชายหนุ่มถูกพามา นับได้ตั้งแต่อายุสิบแปดปีจนตอนนี้เข้าวัยหนุ่มเต็มตัว อายุยี่สิบหกปีแล้ว เมื่อนึกถึงคราวแรกที่ได้พบเจอเสี้ยวหน้าของชายผู้เป็นเจ้าของบ้าน วินทรจำได้ ว่าเขาคนนี้มีใบหน้าเช่นนี้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เจอ จวบจนสิบสองปีมาแล้ว ฟิลลิกซ์ยังมีรูปร่างหน้าตาเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน 

อีกฝ่ายเคยทำดีกับเขา ใจดีกับเขา แล้วก็เปลี่ยนไป

วินทรไม่อยากทราบว่าเพราะอะไร คิดเพียงแค่อยากหนีออกไปจากที่แห่งนี้ มองร่างกายของตนเองที่ถูกย่ำยีด้วยความใจร้ายแล้วได้แต่เจ็บปวด ไม่อาจเดินออกไปยิ้มแย้มกับทุกคนในที่แห่งนี้ได้ เขาไม่อาจร่าเริงเหมือนใครคนใดได้เพราะรู้ดี วินทรเกลียดที่แห่งนี้แต่ไปจากมันไม่ได้! 

มือขาวสวยกุมหน้าอกแสนชอกช้ำของคนเอง หยาดน้ำตารินไหล ภาพเบื้องล่างพร่าเลือนด้วยเม็ดน้ำตาที่บิดเบือนให้มองไม่ชัด ชายหนุ่มพยายามอดทน ยอมทนอยู่อย่างนี้เผื่อวันหนึ่งว่าเขาอาจหนีไปจากที่นี่ได้ จะไปให้ไกลแสนไกลและฟิลลิกซ์จะไม่มีวันได้เจอเขาอีก 

ฉันจะตามหาเธอ ต้องพลิกแผ่นดินก็จะตามหาให้เจอ*!* 

น้ำเสียงของอีกฝ่ายตอนที่พูดขู่ยังก้องมาในหัว แต่วินทรไม่มีวันเชื่อ เขายังคิดจะหนีต่อไป ฟิลลิกซ์เกลียดชังอีกฝ่ายนักนั้นมีจากต้นเหตุอะไร วินทรไม่อาจเข้าใจ 

เสียงกุกกักจากประตูห้องดังขึ้น เรียกความแปลกประหลาดใจคนที่นั่งเงียบบนขอบหน้าต่าง วินทรหันไปมอง มือคู่สวยพยายามปาดน้ำตาตัวเองลวก ๆ พาร่างผ่ายผอมเดินออกไปมองด้วยความสงสัย กระทั่งประตูเปิดออกเผยให้เห็นว่าเป็นอะไร

“พี่วินท์…” เด็กสาวตรงหน้าทักทาย เจ้าของห้องกุมหน้าอกตัวเองตกใจพูดว่า “เธอเข้ามาทำไมนิสา ออกไป” 

มือของวินทรดุนดันร่างเล็ก ๆ ที่ยืนถือถาดอาหารอยู่นั้น ให้ถอยออกจากห้องไปยืนหน้าประตู เด็กสาวหน้าถอดสีเมื่อเห็นหน้าของอีกฝ่ายเปื้อนคราบน้ำตา “พี่วินท์ร้องไห้หรือคะ เป็นอะไรไป บอกนิสาหน่อยได้ไหมคะเผื่อนิสาช่วยได้” 

วินทรมองเด็กสาวตรงหน้าที่แสดงถึงความตกอกตกใจ ชายหนุ่มพยายามเชิดคอทำท่าทางว่าตนเองเข้มแข็งไม่รู้สึกรู้สา แต่แท้จริงแล้วกำลังเจ็บปวดทรมานอย่างที่สุด “ฉันไม่ได้ร้อง จะร้องไห้ทำไม เธออย่ามายุ่งกับฉันทีได้ไหม”

“ขอโทษค่ะ” นิสากล่าวด้วยความรู้สึกผิด ก่อนจะตาเป็นประกายนึกขึ้นมาได้ถึงธุระของตัวเอง “ว่าแต่พี่วินท์ทานอะไรหรือยังคะ นิสาเป็นห่วงว่าพี่วินท์จะยังไม่ทานอะไรแล้วคงจะหิว ก็เลยแวะเอาของว่างมาให้ กินเยอะ ๆ นะคะ” 

“ฉันไม่กิน ออกไปจากตรงนี้ได้แล้ว ฉันอยากอยู่คนเดียว” ชายหนุ่มเอ่ยออกไปเสียงเรียบ มองเด็กสาวที่ยื่นถาดอาหารน่าตาน่ากินมาพร้อมกับสีหน้าเป็นมิตรที่สุด เขาหน่ายใจกับนิสาที่มักจะเข้ามาก่อกวนด้วยความเป็นมิตรเช่นนี้ทุกวัน แต่เขาก็ยังปิดกั้นตัวเองต่อทุกคนในที่แห่งนี้ วินทรรู้ดีว่าเขาทำเพื่อตัวเอง ป้องกันตัวเองจากความร้ายกาจของคนอื่น หลังจากถูกคนที่รัก ทั้งบิดา ทั้งฟิลลิกซ์ตลบหลัง มันทำให้เขามองโลกในแง่ร้าย 

“พี่วินท์ต้องทานหน่อยนะคะ นิสาอยากให้พี่แข็งแรง อีกอย่าง…” เด็กสาวละสายตาลง มองของในถาดสีหน้าเหมือนวิตกกังวลอะไรสักอย่าง ก่อนจะเงยมากล่าวเสียงเรียบ “พี่ฟิลลิกซ์ปล่อยปละละเลยพี่วินท์ขนาดนี้ นิสาเป็นห่วงค่ะ” 

“ฉันดูแลตัวเองได้ เธอกลับไปได้แล้ว” วินทรไล่ หากนิสายังตื๊อไม่ยอมเลิก “ขอเข้าไปข้างในได้ไหมคะ” 

วินทรขมวดมุ่นคิ้วตนเองด้วยความขัดใจ “ไม่ฟังที่ฉันบอกเลยหรือไง บอกว่าให้กลับไป” 

“แต่นิสาอยากสนิทกับพี่วินท์นี่คะ” 

“ฉันไม่อยากจะสนิทด้วย ไม่อยากสนิทกับเธอหรือกับใครทั้งนั้น ฉันอยากอยู่คนเดียว!” หนุ่มคนเก่งตรงหน้ากล่าวด้วยความรำคาญ อยากให้นิสาไปจากตรงนี้เต็มแก่ นิสาได้แต่มองแล้วทอดถอนใจกับตัวเอง “พี่วินท์คะ ไม่มีใครเขาอยากอยู่คนเดียวในโลกหรอกนะคะ มันน่าเศร้าใจออกจะตายไป อย่าทำร้ายตัวเองอย่างนี้เลย”

นิสาแนะนำพี่ชายตรงหน้าด้วยความเป็นห่วง ไม่ทันได้ยินว่ามีใครคนหนึ่งเดินมาเมื่อไร “เขาจะอยู่ยังไงก็ช่างเขาสินิสา เขาจะไม่ห่วงตัวเอง ทำร้ายตัวเองก็ช่างเขา ถ้าไม่คิดห่วงชีวิตตัวเองแบบนี้อยู่ไปก็ไร้ค่าเปล่า ๆ”

“พี่ฟิลลิกซ์…” นิสาหันไปมองคนกล่าวที่เดินเข้ามา

“ทำไมไม่ไปนอนพัก ไม่สบายอยู่ไม่ใช่หรือไง” ผู้มาใหม่ถามไถ่ทั้งชำเลืองตาไปมองวินทร 

พร้อมกันนั้น ประตูห้องของพี่ชายคนเก่งของนิสาก็ถูกปิดลงดังปังเมื่อเห็นว่าเป็นฟิลลิกซ์ที่เดินขึ้นมา สาวน้อยหันไปมองตามเสียงคนกล่าวด้วยความขัดใจตัวเอง มองถาดอาหารที่ตั้งใจเลือกมากับมือ น่าเสียดายที่วินทรไม่ต้องการมัน นิสาเข้าใจว่าคนแบบวินทรต้องการพื้นที่ส่วนตัวเพื่อป้องกันตัวเอง อยากอยู่คนเดียวในโลกส่วนตัวไม่สุงสิงกับใคร แต่ในสายตาของนิสา วินทรคือคนที่เขาเห็นว่าเป็นคนดีที่สุด 

มากกว่าอาทิตย์ที่เพิ่งมาใหม่และเห็นหน้ากันไม่กี่ครั้งด้วยซ้ำ 

“พี่วินท์ นิสาจะวางไว้หน้าห้องนะคะ” นิสาร้องบอก ทว่าไร้เสียงตอบรับจากคนในห้อง เด็กสาวถอนใจตัวเอง ก้มตัววางถาดของว่างด้วยใจที่หวังว่าพี่ชายคนเก่งจะออกมาหยิบมันเข้าไปทานบ้าง 

“ไม่ต้องไปสนใจคนอื่นขนาดนั้น ห่วงตัวเองเถอะน่า” คนที่ยืนด้านหลังกล่าว เรียกให้นิสาต้องหันไปมองค้อน ต่อว่าอีกด้วยว่า “เพราะพี่ฟิลลิกซ์มาไม่รู้เวลานั่นแหละค่ะ ตอนแรกพี่วินท์จะรับแล้วเชียว” 

คนตรงหน้าเลิกคิ้ว “จะบอกว่าวินทรเกลียดฉันหรือ” 

“ใช่แล้วค่ะ ก็พี่ฟิลลิกซ์ใจร้ายกับพี่วินท์นี่นา” เด็กสาวกล่าวพลางกอดอกคาดโทษ

“ไม่ต้องไปสนใจผู้ชายคนนั้นหรอก เธอน่ะลงไปพักผ่อนได้แล้ว ไปนอนพักให้หายดีกว่านี้” 

“แต่นิสาหายแล้วนะคะ” เด็กสาวว่าเสียงจริงจัง พลางพาร่างตัวเองเดินละไปพร้อมกับคนตัวสูงเจ้าของถิ่น ตอนฟิลลิกซ์กล่าว คนที่ฟังอยู่อีกฝั่งของประตูภายในห้องใจสั่นหวิว น้ำตารินไหลด้วยความเจ็บปวด ทำไมน้ำเสียงตอนที่ฟิลลิกซ์กล่าวกับนิสาถึงได้อ่อนโยนนัก แต่กับเขามันคนละอย่าง แตกต่างอย่างสิ้นเชิง 

ไร้ความห่วงใย ไร้คำพูดปลอบประโลม มีแต่ตำพูดทำร้ายจิตใจ ทำไมกัน วินทรได้แต่เก็บความเจ็บปวดของตนเองและตั้งคำถาม

ที่อย่างไรก็ไม่มีวันได้รู้ 





----------------------------------------------



ความคิดเห็น