noonaa(น.ส.ศรัทธาวลี)

ทุกตอนอยู่ในเรทของกุญแจฟรีนะคะ ทริคสำหรับการอ่านคือ หนูนาเว้นตอนให้แล้ว กว่าจะอ่านถึงตอนที่ติดกุญแจ เวลาก็เดินถึงจนกุญแจครบอีกรอบพอดี หรือใครใจร้อน ใช้เหรียญซื้อทั้งเรื่องไปเล้ยยย จะได้ทำบุญกับนักเขียนตาดำๆ ด้วยเด้ออออ

ตอนที่ ๘ อาณาจักรสนธยา

ชื่อตอน : ตอนที่ ๘ อาณาจักรสนธยา

คำค้น : บ่วงอนธการ ๘

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 22 เม.ย. 2560 01:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ ๘ อาณาจักรสนธยา
แบบอักษร

บ่วงอนธการ

-อาณาจักรสนธย****า-

“ประกาศิต…ไม่มีวัน สะ… สูญสลาย…”

น้ำเสียงของผู้กล่าวแหบพร่าและพยายามบีบเค้นออกมาให้ร่างสูงตระหง่านตรงหน้าได้ยิน ลมหายใจขาดห้วง เลือดแดงฉานไหลอาบลงไปจนถึงลำคอ ดวงตาเลื่อนลอยของผู้ที่นอนจมกองเลือดเต็มเปี่ยมไปด้วยความโศกโศกา แววตายามเบิกค้างสะท้อนร่างผู้ที่เพิ่งใช้อาวุธแหลมคมในมือทิ่มแทงมายังร่างของเขา ด้วยความเจ็บปวดยิ่ง

ทว่า ผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้ากลับยกยิ้มอย่างพึงพอใจ ยกอาวุธสำหรับรบราขึ้นมา ก่อนจะจ้วงไปยังร่างที่ไม่มีแรงตอบโต้อย่างเลือดเย็นอีกครั้ง

“เจ้า…” ผู้กล่าวตัวสั่นสะท้าน นัยน์ตาเหลือกลอยเบิกโพลง ยกห้านิ้วกำข้อเท้าผู้ที่ยืนอยู่

ร่างกายสูงใหญ่สวมชุดดำมืดปกปิดสะบัดข้อเท้าตนออกจากแรงกุมนั้น ก้มลงมองชายผู้เป็นเหยื่อ สบดวงตาที่ไม่มีแม้เพียงแรงกะพริบอย่างสมใจ ก่อนกล่าวออกไปกับร่างผู้ถูกกระทำน้ำเสียงเย็นเยียบว่า “สหาย เจ้าบังคับให้ข้าเลือกทำเช่นนี้ องค์ราชา”

มือหนากร้านยกขึ้นปาดเลือดที่กระเซ็นมาแปดเปื้อนบนใบหน้าตนเอง แต่ในขณะที่กำลังพยายามดึงคมดาบสะท้อนแสงจันทร์ไสวออกมาจากร่างไร้วิญญาณนั้นเอง ความสว่างจ้าก็ปรากฏออกมาจากริมฝีปากที่ชุ่มไปด้วยสีแดงฉานของพระราชา  มันส่องสว่างวาบไหวสาดเข้าดวงตา เคลื่อนไปยังทิศใดทิศหนึ่งซึ่งบุคคลสวมชุดดำเข้าใจแล้วว่ามันหมายความว่าเยี่ยงไร ชายผู้สิ้นชีพนี้กำลังมอบพรอันวิเศษให้กับผู้สืบทอด

“เจ้าชาย!” เสียงเหี้ยมสบถพลางมองหาร่างของทารกที่เพิ่งลืมตาดูโลกได้ไม่ถึงครึ่งวัน หันรีหันขวางอยู่ครู่เมื่อไม่พบ ก่อนจะพ่นลมหายใจฟืดฟาด กัดฟันกรอดเมื่อนึกขึ้นถึงใครสักคน

พระราชินี

ดวงตาสีมืดหม่นแหงนมองไปตามแสงสว่างซึ่งกำลังเคลื่อนที่ไปยังป่านอกเมือง ครานี้ก็ทราบแล้วว่ามันหมายความว่าอย่างไร แสงนี้มันกำลังจะเดินทางไปยังรัชทายาทของพระราชา ชายที่เพิ่งสิ้นไปเมื่อครู่ ชายชุดดำใต้ฮู้ดกำหมัดแน่น เขาจะต้องหยุดเรื่องนี้ เจ้าชายจะไม่มีวันได้รับพรจากพระราชา!


เสียงฝีเท้ากระทบพื้นระรัวถี่ ร่างบางที่กำลังโอบกอดทารกตัวน้อยวิ่งทุลักทุเลภายในความมืดสงัดของลำเนาไพร เวลานี้หญิงสาวไม่เกรงกลัวต่ออะไรทั้งสิ้น ดวงใจของนางคิดเพียงว่าเจ้าชายองค์น้อยในอ้อมอกจะต้องปลอดภัย น้ำตาผู้เป็นแม่ที่ไม่ค่อยแข็งแรงนักได้ไหลออกมาด้วยความทรมาน นางเพิ่งจะคลอดเขา ได้เจอหน้าลูกรักไม่กี่ชั่วยามเท่านั้น ไม่มีวันปล่อยให้เขาตกอยู่ในอันตรายแน่

เจ้าชายน้อยอ่อนแอ เหน็บหนาวกรีดร้องเอาแต่ใจ ต้องการความอบอุ่น

“ลูกรัก อย่าร้อง…” นางกอดลูกชายตัวน้อยไว้ในอก แม้จะไม่ใช่ฤดูหนาว ทว่าอากาศยามค่ำคืนก็เย็นเฉียบจนร่างของหญิงสาวชาดิกไปแทบทุกส่วน แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่คิดที่จะหยุดก้าวเท้าวิ่งแม้แต่น้อย

“ที่รัก…ได้โปรดอย่าร้อง อีกไม่นานเราก็จะอบอุ่น เชื่อแม่เถิดลูกรัก”

ราวกับเจ้าชายรู้ เสียงเล็กไร้เดียงสานั้นเงียบหายเชื่อฟัง พระราชินีเห็นความพิเศษนั้นจึงพาเจ้าชายน้อยวิ่งเข้าไปในป่าลึกด้วยความกลัว เมื่อเห็นว่าผู้เป็นสามีได้ออกคำสั่งให้เธอวิ่งหนีมาให้ไกลที่สุด หลังจากพบชายชุดดำผู้เป็นปริศนาเข้ามา ทำร้ายครอบครัวนางในคืนฉลองวันเกิดเจ้าชายที่ลืมตาดูโลก ไม่เคยนึกเลยว่าเรื่องเช่นนี้จะเกิดได้ แม้จะคิดอย่างนั้น หญิงสาวผู้อ่อนแรงก็ยังทำตามคำขอของสามีผู้เป็นที่รัก วิ่งหนีออกมาอย่างไม่คิดชีวิต

“โอ๊ย…”

ในขณะนั้นเอง เท้าเล็ก ๆ สะดุดกับอะไรสักอย่างจนร่างของนางล้มลงกระแทก พระราชินีกอดเจ้าชายแน่นไม่ให้ตกถึงพื้น ร่างบางสะดุ้งวูบกับความเย็นยะเยือกของพื้นหญ้า หากไม่ได้สาปใจให้ชาได้ เท่ากับตอนที่เหลือบไปเห็นร่างใหญ่ภายใต้ผ้าคลุมสีดำตรงหน้า หัวใจของนางสั่นด้วยความกลัว รีบพาร่างกายตนเองพยายามถอยกรูดหนี พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่ย่างกรายเข้ามา

“เจ้าเป็นใคร” นางร้องออกไปด้วยใจหวาดหวั่น กระถอดกระถอยหาที่ที่จะช่วยให้มีชีวิตรอด หากมันไม่เจอสักทาง

ร่างสูงในความมืดเดินเข้ามาเชื่องช้าเยียบเย็น ไม่กล่าวอะไรสักคำ ในความสลัวนั้นหญิงสาวเห็นเพียงร่างสูงใหญ่ภายใต้ชุดคลุมชนิดมีหมวกฮู้ดสีดำ ในหมวกมืดสนิทจนมองไม่เห็นอะไร เสี้ยววินาทีนั้นเอง ขณะที่ร่างของชายปริศนาตรงหน้าได้สาวเท้าเข้ามา แสงของดวงจันทร์ยามค่ำคืนได้สาดเข้าไปภายในหมวก เผยให้ร่างที่โอบอุ้มบุตรชายต้องหลุดร้องไห้ออกมาด้วยความไม่เชื่อสายตา

“ท่าน…”

ตัวของนางสั่นไหวด้วยความกลัว สันหลังชาวาบ ไม่คิดเลยว่าคนตรงหน้าจะเป็นสหายที่เติบโตมาพร้อมกันกับผู้เป็นสามีของนาง และเมื่อผู้ที่นั่งเกลือกกลั้วกับพื้นเห็นตัวตนจริงแล้ว ชายตรงหน้าจึงเลือกที่จะเปิดผ้าคลุมออกมาให้เธอดูอย่างเต็มตา

“ใช่ ข้าเอง…” เขากล่าวราวถือไพ่เหนือกว่า ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ ริมฝีปากยกยิ้มด้วยใบหน้าที่ยากจะเดาความคิดความอ่านในเวลานี้ออก เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเหี้ยมโหดไม่อ้อมค้อมให้เสียเวลากับเธอว่า “ส่งเจ้าชายมาให้ข้า เอลียา

“ไม่…” ตอบแทบทันที แม้ร่างกายสั่นเร่าหวั่นใจเพียงไหน

“ส่งมาให้ข้า!”

“ไม่!”

ราวกับรู้เรื่อง เจ้าชายตัวน้อยร้องไห้กระจองอแงขึ้นมาอีกครั้ง เอลียาฟังเสียงทารกน้อยร้องไห้ด้วยความปวดหนึบดวงใจ

ฉับพลันทันใด ชายชุดดำผู้เป็นฆาตกรมองขึ้นไปยังฟากฟ้า บัดนี้พรที่พระราชามอบให้เจ้าชายสาดแสงลงมาอย่างน่าอัศจรรย์ใจ เขาขบฟันด้วยความโกรธขึ้งทั้งมองมันที่เคลื่อนลงมาแช่มช้า

ฆาตกรร้ายขบคิดอยู่ครู่ เลือกพุ่งร่างเข้าไปรับเอาพรนั้นมาเป็นของตนเอง ทว่าร่างกายกลับไม่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับแสงนั้น ด้วยมันไม่ได้มีไว้เพื่อตัวเขา ชายในชุดคลุมมืดร้องคลั่งทุบผืนดินอย่างคนขาดสติ หันไปหาหญิงที่นั่งด้วยความคับแค้น ชี้ดาบแหลมยาวสะท้อนแสงพระจันทร์ไปยังร่างของเอลียา “ส่งตัวเจ้าชายมา!”

“ไม่!”

“ไม่อย่างนั้นข้าจะสังหารเจ้าตามประกาศิตไปอีกคน ส่งเจ้าชายมาเดี๋ยวนี้!” ร่างหนาผู้เหี้ยมโหดเกรงว่าไม่ทันการณ์ ในวินาทีที่พรอันศักดิ์สิทธิ์กำลังมุ่งตรงไปหาร่างเล็กเจ้าชายน้อยในอกผู้เป็นแม่ ลำดาบแสงจันทร์ในมือก็พุ่งตรงไปจ้วงแทงเจ้าชายทันที

“ไม่…” หากผู้เป็นพระมารดาไม่ยินยอม นางเบี่ยงกายรับคมดาบนั้นเพื่อปกป้องชีวิตลูกชายตนเอง!

“เอลียา!” เสียงชายผู้สังหารสตรีไร้การต่อสู่ก้องไปทั่วทั้งป่า ฝูงนกแลค้างค้าวแตกกระพือ น้ำเสียงเขาฟังดูตระหนกตกใจอยู่บ้าง แต่เพียงน้อยนิดเท่านั้น เพราะในคราแรกเขาตั้งใจจะสังหารทารกที่มีอายุยังไม่ถึงหนึ่งวันเสียด้วยซ้ำ

เอลียาล้มลงหายใจรวยรินทั้งกอดลูกไว้ มือเรียวยาวไล้ตามผืนดินและหญ้า รับรู้ว่าตนเองกำลังจะสิ้นชีพจากลูกรักไป ใจก็ห่วงหาอาทรคนอยู่ในอกว่าจะเป็นอยู่อย่างไรหากสิ้นเธอ ดวงตาสีฟ้าสวยพริ้มหลับทั้งรับรู้ถึงการตอบสนองของทวยเทพในผืนป่าแห่งนี้ เสียงของเธอขาดสะบั้นหากก็ยังพยายามกล่าวกับแวดล้อมรอบตนเองด้วยความหวัง และร้องขอความเมตตาของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มี

ทันใดนั้นเอง ต้นไม้ใบหญ้าผุดขึ้นพันรัวนัวเนียกับนิ้วเพื่อบ่งบอกการสนองตอบกลับมา เมื่อได้ยินเสียงแผ่วพร่าครั้งสุดท้ายของเธอ

“ฝาก…เจ้าชายด้วย” 

และชีวิตของพระนางเอลียาก็ดับลงตามราชาประกาศิตผู้เป็นที่รักไป

“โธ่!” เขาสบถเมื่อเห็นว่าไม่ทันการณ์ แสงแห่งพรซึมเข้าไปยังหน้าผากของเจ้าชายน้อยที่กำลังกรีดร้องบนร่างไร้วิญญาณของพระมารดา ทว่าเมื่อผู้ร้ายมุ่งจะเดินไปสังหารเจ้าชายอีกหน แสงสว่างจ้าแสบตาที่สุดเท่าที่เคยเห็นก็ได้สาดมายังร่างของเขาจนปลิวว่อน ลอยไปกระแทกต้นไม้ต้นหนึ่งหักโค่นดังครืนใหญ่จนได้รับบาดเจ็บ

ชายในชุดดำตัวสั่นด้วยความโกรธโกรธาเป็นที่สุด “หน็อย ฤทธิ์เยอะจริง ๆ เจ้าชาย!”

ในเวลาที่จะเดินเข้าไปนั่นเอง ลมก็กรรโชกแรงขึ้นจนต้นไม้ไพรหญ้าไหวเอนแทบจะหักล้มลง พรที่ได้รับจากพระบิดาตีตราบนร่างน้อย แสดงเดชานุภาพออกมาทันทีที่ได้รับ เหล่าสัตว์ป่าน้อยใหญ่ต่างแตกฮือวิ่งกันโกลาหลอลหม่านด้วยความตกใจ บริเวณโดยรอบปกคลุมด้วยรังสีแห่งวาทะอันศักดิ์สิทธิ์ จากร่างกายของทารกน้อยที่เพียงแค่ร้องไห้ด้วยความหิวเท่านั้น

“อะไรกัน!”

รอบกายเจ้าชายน้อยมีวงกลมบาง ๆ กั้นกลางระหว่างร่างกายและโลกภายนอก ชายชุดดำยกมือปิดหูตัวเองด้วยความเจ็บปวด มองร่างของสัตว์ทั้งหลายที่กำลังจะล้มตายกระเสือกกระสนวิ่งหนี เลือดต่างไหลออกมาจากทวารทั้งห้ากันอย่างถ้วนหน้า

รุนแรงเหลือเกิน พลังนี้รุนแรงเกินไป

ร่างสูงใหญ่พยายามจะเข้าไปหยุดยั้งพลังนี้ไว้ ทว่ากลับก้าวเท้าเข้าใกล้ไม่ได้ ยิ่งได้ยินเสียงร้องดังเท่าไร ร่างกายของเขาก็เริ่มมีเลือดไหลออกมาไม่ยอมหยุด ท้ายที่สุดลำขานั้นก็ทรุดลงกับพื้นสิ้นแรงกับพลังอำนาจอันเหลือล้นนี้ ก่อนจะใช้พละกำลังเฮือกสุดท้ายพาตนเองหลบหนีไปอย่างเจ็บใจ ปล่อยให้ร่างของทารกน้อยนอนร่ำไห้ข้าง ๆ ศพพระมารดาในป่าอย่างนั้นด้วยภาพน่าหดหู่ใจ

จากนั้นมา

ก็ไม่มีใครได้พบเจ้าชายประกาศิตน้อยอีกเลย…



----------------------------------------------------------------


เรื่องที่เกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับทุกคนอย่างไร

มาร่วมกันตามหาความจริงไปพร้อมกับอาทิตย์นะคะ 

อยู่ทีมใครเอ่ย

1. ทีมอาทิตย์

2. ทีมวินทร

กรุณาคอมเม้นเป็นกำลังใจ ไม่รู้คอมเม้นอะไรบอกชื่อทีมอย่างเดียวก็ได้จ้า


ความคิดเห็น