Gila

ขอบคุณที่สนับสนุนนะคะ แนะนำ ติชม ได้น้า : ) อย่าลืมกด "ถูกใจ" ให้เค้าด้วยน้า

บทที่ 7 ดินเนอร์มื้อแรก (จบตอน)

ชื่อตอน : บทที่ 7 ดินเนอร์มื้อแรก (จบตอน)

คำค้น : ชะตารักพิศวาสหัวใจเถื่อน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 3k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 21 เม.ย. 2560 23:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 7 ดินเนอร์มื้อแรก (จบตอน)
แบบอักษร

“!!!”

ริมฝีปากที่ประทับเข้ามาแนบสนิทจนไม่เหลือช่องว่าง ร่างบางแข็งค้างเนื่องจากความตระหนกกับการกระทำของอีกฝ่าย สติที่ถูกขโมยไปกลับคืนมาเมื่อน้ำอุ่นค่อยๆทะลักเข้ามาทีละนิด ฤทธิ์เดชที่พับเก็บไว้กลับมาแสดงอำนาจแทบจะทันที

จากที่ผ่านมาทำให้เขาค้นพบว่าความดื้อรั้นของเจ้าหล่อนใช่เรื่องที่จะดูถูกได้ เมื่อหมดน้ำ ‘คำแรก’ น้ำสะอาดที่เตรียมไว้จึงถูกกรอกใส่ปากอีกครั้ง ชายหนุ่มเหยียดแขนไปวางแก้วให้ห่างออกไปเพื่อจะป้องกันอุบัติเหตุในภายภาคหน้า ก่อนที่มือข้างนั้นจะกลายมาเป็นพันธนาการรัดข้อมือบางที่ข่วนไปมาไม่หยุด

“อื้อ!!” แม้จะพยายามขัดขืนจนน้ำอุ่นบางส่วนไหลผ่านมุมปากออกมา แต่ก็มีไม่น้อยที่ไหลลงคอไป

เมื่อเห็นว่าแมวน้อยเก็บกรงเล็บยอมแพ้แต่โดยดี นิ้วคีมเหล็กจึงย้ายจากแก้มนิ่มมาเชยคางมนแทน สัมผัสหนักหน่วงแปรเปลี่ยนเป็นละมุนละม่อม ค่อยเป็นค่อยไปจนหมดหยดสุดท้าย

ให้ตายเถอะ…ไม่อยากจะเชื่อว่าคนแข็งแรงเช่นเขาจะมีวันที่ติดไข้ติดหวัดจากคนอื่นเหมือนกัน หัวใจเขาเต้นแรงมากกว่าหล่อนเสียอีก  

‘แค่ป้อนน้ำคนป่วย’ ชายหนุ่มค่อยๆถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง เตือนสติที่เหลืออยู่น้อยนิดของตนไม่ให้ทุกอย่างเกินเลยไปมากกว่านี้ หลังจากที่ช่วยหล่อนดับกระหาย กลับกลายเป็นเขาเองที่กระหายบางสิ่งที่มากกว่า

“อย่ามองหน้าฉัน” เสียงทุ้มเอ่ยเตือน

เขารู้อยู่แล้วว่าหล่อนไม่ใช่คนว่านอนสอนง่าย ไหนเลยคำสั่งสั้นๆปราศจากความเฉียบขาดจะทำให้คนตรงหน้าทำตาม เสียงหอบหายใจและใบหน้าแดงก่ำที่ช้อนตามองทำให้ทุกสิ่งแย่ขึ้น ใช่…แย่ขึ้นมากๆ

“ถือว่าฉันเตือนเธอแล้ว”

หมับ*!*

ชายหนุ่มคำรามเสียงต่ำในลำคอ ช้อนร่างบางขึ้นนั่งบนเคาน์เตอร์ ร่างหนาแทรกกายเข้าแนบชิดทุกส่วนกับอีกฝ่าย แขนแข็งแรงรัดร่างบางแน่น แม้แต่ลมก็ไม่อาจจะพัดผ่าน ริมฝีปากร้อนผ่าวประกบเข้าที่เดิมแทบจะทันที บดเม้มหาความหวานล้ำที่สามารถดับความรุ่มร้อนในกาย

หญิงสาวยังคงมึนงงกับการกระทำอุกอาจที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว วินาทีนี้เธอไม่รู้ว่าควรจะแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเช่นไร บางทีก่อนหน้านี้สิ่งที่เธอได้รับจากเขาอาจจะเป็นแอลกอฮอล์หรือสารบางอย่างที่แรงกว่า สติสัมปชัญญะที่เคยมีแทบจะกลายเป็นศูนย์ หัวสมองว่างเปล่าดุจเมามาย มือทั้งคู่กุมเสื้อโค้ทของอีกฝ่ายแน่น ไม่ได้โอนอ่อนแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธสัมผัสจากคนตรงหน้า ปล่อยให้ชายหนุ่มทำตามอำเภอใจ

มือหนาเลื่อนขึ้นประคองศีรษะได้รูปของหญิงสาว ก่อนจะใช้ปลายลิ้นแทรกเข้าไปตวัดเกี่ยวความอ่อนนุ่มในโพรงปากของอีกฝ่าย แม้เจ้าหล่อนจะพยายามหลีกหนี แต่มีหรือที่เขาจะปล่อยความวาบหวานเช่นนี้ไป ลิ้นสากตามไปราวีอย่างไม่ลดละ หากความอ่อนนุ่มของทั้งสองเป็นเชือกยาว เกรงว่าตอนนี้คงพันกันจนปมแน่นเป็นแน่แท้

ทุกอย่างกำลังดำเนินไปจนเกือบจะเสียการควบคุม เสียงอื้ออาเล็กน้อยปลุกความแข็งกร้าวใต้ท้องน้อยยิ่งกว่าครั้งไหนๆหรือกับใคร เขารู้สึกตัดสินใจถูกที่สุดที่เลือกเสื้อมีกระดุมให้หล่อนแทนเชือกผูก

ถึงเสียดายเพียงไหนแต่ก็ต้องข่มใจ ชายหนุ่มค่อยๆผละออกช้าๆ อดไม่ได้ที่จะขบริมฝีปากอวบอิ่มเบาๆเป็นการส่งท้าย นัยน์ตาสีครามวาววับจ้องความบวมช้ำดุจผลเชอร์รี่นี่ของอีกฝ่ายอย่างไม่อยากจะเชื่อ เสพติดความรู้สึกพึงพอใจจนแทบสำลัก

“…” เอาหละ เขาเตรียมใจเอาหน้าครึ่งซีกให้หล่อนฝนเล็บแล้ว

หญิงสาวจ้องอีกฝ่าย ดวงตาโตกระพริบปริบๆ ความรู้สึกเสียดายที่เกิดขึ้นภายในเสี้ยววินาทีไม่ใช่เรื่องล้อเล่น ความเงียบงันเกิดขึ้นชั่วขณะ เธอกำลังทบทวนว่าเมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ คำตอบจากรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของชายหนุ่มทำให้ใบหน้าซีดเซียวร้อนผ่าวอย่างห้ามไม่อยู่ มือไม้เก้กัง แสร้งไอค่อกแค่กเพื่อหลบสายตาแปลกๆของคนตรงหน้า

อยู่ๆเธอก็คิดถึงวาจาสุนัขบาดหูปวดประสาทขึ้นมา เพราะอย่างน้อยๆมันก็ไม่น่ากลัวเท่ากับอาการที่อีกฝ่ายกำลังเป็น 

“แค่ก แค่ก!”

“…” ชายหนุ่มเลิกคิ้วน้อยๆมองคนป่วยตรงหน้า ความปิติยินดีแผ่ซ่านขึ้นมา รู้สึกประหลาดใจที่ตัวเองยังรักษาความปลอดภัยให้กับใบหน้าหล่อเหลาของตน

“แค่ก แค่ก แค่ก!”

“ทำไม หิวน้ำเหรอ”

“ไม่! ฉันหิวข้าว” ร่างบางสะดุ้งเฮือกรีบตอบเป็นพัลวัน ใครจะไปรู้ว่าอีกฝ่ายจะบ้าอะไรขึ้นมาอีก

ทั้งๆที่ความจริงมีเพียงหิมะขาวๆกับบรรยากาศมืดๆ แต่หญิงสาวก็ยังแสร้งชมนกชมไม้ภายนอกผนังกระจกไม่หยุด การที่ชายหนุ่มยังคงแนบชิดรัดร่างเธอไม่ยอมปล่อยสร้างความกระอักกระอ่วนไม่น้อย

มือไม้ยกไปมา สีหน้าเดี๋ยวแดงเดี๋ยวซีด อาการทุกอย่างของหญิงสาวอยู่ในสายตาของเขาทั้งหมด น่าแปลกที่อยู่ๆก็อารมณ์ดีขึ้นมา โอบเอวยกร่างบางลงมายืนดีๆ

“งั้นก็ไปหาอะไรกินกัน” มิเกลคว้าข้อมือบาง หมุนกายจะเดินออกไปข้างนอก

“เดี๋ยว” พิมพ์นาราแข็งขืน คว้าแขนเสื้ออีกฝ่ายไว้ เอ่ยถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ

“คุณหมายถึงออกไปข้างนอก ตอนนี้?”

“หรือจะอยู่ ‘สานต่อ’ กันที่นี่ก็ได้นะ” เสียงทุ้มหัวเราะในลำคอ

“ออกไปสูดอากาศข้างนอกดีกว่า”

ไม่ต่อความยาวสาวความยืดอะไรทั้งนั้น หญิงสาวพลิกข้อมือคว้าแขนหนักๆเดินนำชายหนุ่มไปยังโรงจอดรถแทบจะทันที

‘เร็ว! ก่อนที่เขาจะเปลี่ยนใจ’


รถสปอร์ตสีแดงตัดกับสีสันสิ่งแวดล้อมอย่างยิ่งหยุดล้อที่ร้านวาฟเฟิล 24 ชั่วโมงแห่งหนึ่ง เสียงคำรามของเครื่องยนต์และความหรูหราเรียกสายตานับสิบจากทั้งพนักงานและลูกค้าภายในร้าน เพียงไม่นาน ชายหญิงคู่หนึ่งก็ลงจากรถพร้อมๆกัน 

กริ๊ง

เสียงกระดิ่งดังเมื่อทั้งสองเปิดประตูเข้ามา เสียงพูดคุยภายในร้านเงียบลงโดยไม่นัดหมาย พนักงานที่ว่างกระวีกระวาดเข้ามาต้อนรับอย่างมีมารยาทอย่างยิ่ง ร่างสูงกำยำในชุดที่มองก็รู้ว่าแพงหูฉี่แผ่ไอคุกกรุ่นออกมาจางๆ ใบหน้าคมสันหล่อเหลาซึ่งกำลังขมวดคิ้วเรียกสายตาสาวๆทุกคนได้ชะงัก นี่พวกเธอโชคดีมาเจอนายแบบตอนตีสองหรือนี่!

“ไม่เอา” เสียงทุ้มเฉียบขาด คิ้วขมวดแทบจะผูกปม หงุดหงิดอย่างถึงที่สุด คิดผิดที่ปล่อยให้หล่อนชี้นกชี้ไม้ตามใจ คนอย่างเขาไม่ได้จนตรอกขนาดพาผู้หญิงมาร้านถูกๆเล็กๆแบบนี้

“ฉันหิวจนทนไม่ไหวแล้ว” หญิงสาวไม่ยอมแพ้เช่นกัน หากปล่อยให้เขาขับรถตามหาที่ถูกใจไปเรื่อยๆ เธอคงได้กินอีกทีตอนพระอาทิตย์โด่งกลางฟ้าแน่นอน

“เหอะ!” ความไม่พอใจฉายชัดในน้ำเสียงและสีหน้า แต่ก็ปล่อยให้คนป่วยลากแขนไปแต่โดยดี

 หญิงสาวหลายคนในชุดท่องราตรีสุดวาบหวิวมองสาวผมดำด้วยความริษยา หุ่นทื่อๆในชุดทึมๆหนาๆและใบหน้าซีดเซียวเหมือนเด็กน้อยแทบไม่มีอะไรดึงดูดใจ ทำไมถึงโชคดีได้มากับผู้ชายที่หล่อรวยแบบนี้

แท้จริงแล้ว พิมพ์นาราไม่ใช่เด็กน้อยอย่างที่คนอื่นเข้าใจ อายุของเธอใกล้จะ 25 อยู่แล้ว แต่ด้วยความเป็นธรรมชาติปราศจากเครื่องสำอาง ดวงตาโตสองชั้น ผิวหน้าเรียบเนียนไร้ริ้วรอย ทั้งหมดนี้ทำให้เธอดูเด็กกว่าความเป็นจริงหลายปี บางครั้งเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองยังแทบไม่อยากจะเชื่อเมื่อเห็น ค.ศ. เกิดเธอในพาสปอร์ต

“นี่เมนูครับ”

“ค่ะ ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวยิ้มและขอบคุณตามมารยาท

“ด้วยความยินดีครับ” พนักงานหนุ่มยิ้มให้เล็กน้อยก่อนจะเดินออกไป

“อารมณ์ดีอะไรนักหนา” เสียงหนึ่งขัดขึ้น นัยน์ตาคมกริบฉายแววไม่พอใจชัดเจน

โต๊ะสี่เหลี่ยมเล็กๆทำให้ทั้งสองนั่งหันหน้าเข้าหากันอย่างเลี่ยงไม่ได้ หญิงสาวขี้เกียจที่จะต่อล้อต่อเถียงกับอีกฝ่าย จึงตั้งเมนูขึ้นปิดหน้า เลือกสรรอย่างตั้งใจ

อืม…วาฟเฟิลน้ำผึ้ง ถ้ากินของหวานๆจะรู้สึกคันคอรึเปล่านะ แล้วนี่เครื่องดื่ม น้ำผลไม้กับนม…เธอต้องกลับไปกินยา ทั้งสองอย่างคงไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีนัก หญิงสาวใช้เวลาครุ่นคิด

“เอามาทั้งหมดนี่แหละ” ชายหนุ่มกวาดตามองคร่าว มีแต่อะไรก็ไม่รู้ ไม่เข้าใจว่าหล่อนจะเสียเวลากับเรื่องแบบนี้ทำไม

“คุณหิวขนาดนั้นเลยเหรอ” หญิงสาวเงยหน้าจากเมนู

“เอาแค่พอกินก็พอ”

“ฉันมีเงินจ่าย” ผู้พูดโยนบัตรแบล็คการ์ดขึ้นมาบนโต๊ะ

“คุณช่วยดูพื้นที่ด้วย คุณคิดว่ามันจะวางได้ซักกี่จานเชียว”

“ก็ปิดร้าน วางมันให้หมดทุกโต๊ะนี่แหละ”

หญิงสาวกวาดตามองไปรอบตัว น้ำเสียงของชายหนุ่มชัดถ้อยชัดคำดึงดูดทุกสายตา เธออายเหลือเกินกับพฤติกรรมเอาแต่ใจของอีกฝ่าย เรื่องสร้างความเดือดร้อนนี่ บางทีต่อให้ไม่มีใครสอน เขาคงทำเป็นได้เองตั้งแต่เกิด

“ขอโทษค่ะ” เธอเลิกเถียงกับคนตรงหน้า ยกมือเรียกพนักงาน

“เอาวาฟเฟิลน้ำผึ้งชุด A ค่ะ แล้วก็ขอเป็นน้ำเปล่าธรรมดา” หญิงสาวยิ้มแย้มพร้อมกับส่งเมนูคืน

พนักงานมองชายหนุ่มอีกคนด้วยสีหน้าลำบากใจ ก่อนจะเบนสายตาขอความช่วยเหลือจากหญิงสาวที่ดูเหมือนจะคุยง่ายกว่า

“เหมือนกัน” ชายหนุ่มสั่งห้วนๆ โยนเมนูลงกลางโต๊ะ ไม่พอใจการลักลอบส่งสายตากันเบื้องหน้า

สายตาหลายคู่ลอบมองมาที่คนทั้งสองเป็นระยะ โดยเฉพาะหญิงสาวหลายคนที่เก็บอาการตื่นเต้นไม่มิด คนป่วยก็พิจารณาคนตรงข้ามเช่นกัน เสน่ห์ หน้าตา ท่าทาง ทุกอย่างเกือบจะเรียกได้ว่าเพอร์เฟ็ค ไม่แปลกใจที่โต๊ะเล็กๆไม่มีอะไรน่าสนใจจะกลายเป็นเป้าดึงดูดขึ้นมาได้

อาหารร้อนๆมาเสริฟภายในไม่กี่นาที เธอค่อนข้างเกรงใจคนอื่นๆในร้านที่พาตัวปัญหามาที่นี่ ไม่รู้ว่าสองจานนี้แทรกคิวมากี่คน

มิเกลเท้าคางมองหญิงสาวที่ละเลียดอาหารตรงหน้า ส้อมในมือเขี่ยไปมาแต่สุดท้ายก็ฝืนเคี้ยวคล้ายไม่เต็มใจ เมื่อเผลอสบสายตากับเขา หล่อนก็ทำท่าทางกระตือรือร้นขึ้นมาทันที

“ไว้ถ้าฉันว่างๆ จะพาไปซื้อของที่เธออยากได้” น้ำเสียงที่กล่าวขึ้นเรียบสนิท แต่ใจความกลับทำให้ผู้ฟังตาลุกวาวอย่างอดไม่อยู่

“พาไปแค่ซุปเปอร์มาเก็ตธรรมดาก็พอ” ผู้พูดยิ้มน้อยๆ เคี้ยวอาหารงับๆอย่างอารมณ์ดี

เธอไม่รู้ตัวเลยว่าริมฝีปากบวมเป่งแดงก่ำทำให้นัยน์ตาสีครามเข้มขึ้นหลายระดับ จิตใจพลุ่งพล่านไม่อยู่กับเนื้อกับตัว

อาหารตรงหน้าดูจืดสนิทหากเทียบกับความหวานล้ำที่เขาเคยได้ลิ้มลอง เกือบอดใจไม่ไหวคว้าร่างบางมาคว้านชิมว่าที่อีกฝ่ายกำลังเคี้ยวนั่นอร่อยจริงหรือ

“ฉันรู้ว่าคุณค่อนข้างยุ่ง จริงๆให้ผู้ช่วยของคุณพาฉันไปก็ได้ จะได้ไม่รบกวนเวลาคุณด้วย” หญิงสาวเสนอ จะใครก็ได้หนึ่งในสองแฝด

“ทำไมต้องคนอื่น ฉันก็พาเธอไปได้” คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน ความหงุดหงิดกลับมาเป็นระลอกที่สอง ไม่ว่าจะเป็นใครในสองคนนั้น ยึดกุญแจรถ!

“ก็แล้วแต่คุณ” ไหล่ทั้งคู่ยักขึ้นน้อยๆ ก่อนจะก้มลงจัดการกับอาหารตรงหน้าต่อ

‘ไม่สบายก็ดี จะได้นอนอย่างเดียวไม่ต้องคิดอะไรมาก พรุ่งนี้ตื่นมาก็ลดลงไปหลายวัน อิสระ อิสระ!’ หญิงสาวคิดในใจอย่างอารมณ์ดี

ขณะที่อีกคนกำลังนับถอยหลัง อีกคนกลับครุ่นคิดบางอย่างเพื่อยื้อทุกเวลาออกไป…

-------------------------------------------------

​สวัสดีค่าาาา แฮร่ ไม่รู้ว่ามาดึกเกินไปมั้ย หวังว่าผู้อ่านจะยังไม่นอนกันนะคะ

ดินเนอร์จริงๆใช่มั้ย กว่าจะตบตีกันเสร็จ นึกว่าจะได้เปลี่ยนเป็นมื้อเช้าแทน 555555

1 คอมเม้นต์ = 1 กำลังใจนะคะ

คืนนี้ฝันดีราตรีสวัสดิ์ค่า

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น