junepopo

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

CHAPTER50.2:SHAWDOE EYES UP100% (NC20++)

ชื่อตอน : CHAPTER50.2:SHAWDOE EYES UP100% (NC20++)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 21.2k

ความคิดเห็น : 137

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ก.พ. 2561 02:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
CHAPTER50.2:SHAWDOE EYES UP100% (NC20++)
แบบอักษร



“อะอูย เบาๆหน่อยค่ะพี่ปัน”

“เจ็บเหรอ”

“จะ เจ็บค่ะ อ๊ะ”

“อย่าขยับ”

“ซี้ดดด ไม่เอาแล้วค่ะ พอก่อน”

“จะเสร็จอยู่แล้วไม่ดื้อสิ”

ปวันรีบคว้าแขนที่คริสาพรวดพราดดึงออกจากมือเอาไว้ คนใจเสาะขี้กลัว งอแงไม่ยอมให้ทำแผล ทั้งที่ทั้งตัวเต็มไปด้วยรอยถลอกปอกเปือกจากการล้มจักรยานเมื่อวาน ผ่านไปหนึ่งวันแผลเริ่มตึงและปวด พอจะล้างแผลและเปลียนผ้าพันแผลให้อีกรอบเลยกลายเป็นเรื่องยากซะงั้น เพราะคนเจ็บไม่ให้ความร่วมมือเลยสักนิดเดียว

“แค่นี้เอง เสร็จแล้ว”หมอหนุ่มปิดผ้าพันแผลชิ้นสุดท้ายเสร็จ ส่งสายตาละมุนให้กับคนที่ทำท่าทางกลัวขยาดได้อย่างน่าเอ็นดู คริสาเป็นจำพวกไม่กลัวตายแต่กลัวเจ็บ แอลกอฮอล์ที่ผสมในเหล้าดื่มเป็นน้ำเปล่าแต่กับที่ผสมอยู่ในน้ำยาล้างแผลกลับกลัวจับใจ ปวันรวบเก็บอุปกรณ์ทำแผลใส่กล่องแล้วนำไปวางไว้ในที่ของมัน ก่อนจะกลับมานั่งที่เดิม

“ระวังอย่าให้เปียกน้ำด้วยละ”เขาสั่ง คริสาพยักหน้ารับรู้ ปวันจ้องมองคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามแล้วก็นึกย้อนกลับไป ช่วงปีที่ผ่านมาคริสามีแต่เรื่องที่ทำให้เลือดตกยางออกเจ็บตัวเป็นประจำ

“เข้าสู่เบญเพศเต็มตัว ก็เลยมีแต่เรื่องเจ็บตัว”ปวันตั้งข้อสังเกต คริสาเงยหน้าขึ้นมอง พร้อมกับทำหน้าตาสงสัย

“เกี่ยวกันด้วยเหรอคะ”

“เกี่ยวกันหมดล่ะ ความเชื่อ รากเหง้า ประเพณี วิทยาศาสตร์ ทุกอย่างสอดคล้องกันหมด”

“งั้นก็ต้องไปหาหมอผีประจำหมู่บ้าน พอวาเคยบอกว่ามีหมอผีเก่งไสยศาสตร์ ให้แกทำพิธีแก้ปีชงให้”

“หึหึ”ปวันหัวเราะในลำคอ ทำให้คริสาสงสัยขึ้นมาทันทีว่าสิ่งที่เธอพูดมันมีอะไรน่าขำกันนัก

“หัวเราะอะไรค่ะ”

“ผมว่าคงเป็นปีชงของหมอผีเสียเองมากกว่า คนไข้ที่ผมไปตรวจก็คือหมอผีซาลูที่พอวาบอกนั่นแหละ แกจับไข้มาหลายวันแล้ว ไม่ยอมไปหาหมอ จนกระทั่งเมื่อวานคงเป็นหนัก ลูกศิษย์เลยตามผมไปดูอาการ”

“อ้าว แย่จัง แล้วแกเป็นอะไรมากมั้ยค่ะ”

“ตอนนี้ปลอดภัยแล้ว ดีที่ไม่มีภาวะปวดบวมแทรกซ้อน ถ้าเกิดน้ำท่วมปอดขึ้นมา แกคงแย่ ตอนนี้ก็พอฟื้นตัวแล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมจะไปดูอาการอีกรอบ”ปวันบอกให้สบายใจ โชคยังดีที่หมอผีเฒ่าไม่ได้มีโรคประจำตัวอะไร มิเช่นนั้นสภาพร่างกายที่อ่อนแอ คงมีโรคแทรกซ้อนมากมายตามมา

“กว่าแกจะหายดีคงอีกหลายวัน อดให้แกแก้ปีชงให้เลย”คริสาทำท่าเสียดาย ปวันอมยิ้มน้อยๆ

“หมอผีแก้ปีชงให้ไม่ได้ หมอคนช่วยได้นะ”เอ่ยด้วยใบหน้าจริงจัง คริสาทำตาโตสนอกสนใจขึ้นมาทันที

“จริงเหรอคะ แล้วทำยังไงค่ะ”คริสายื่นใบหน้าเข้ามาใกล้เขา สีหน้าแววตาเหมือนเด็กตื่นเต้นอยากรู้อยากเห็น

“อยากรู้จริงๆเหรอ”คริสาพยักหน้ารัวเร็ว ไม่ทันสังเกตรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ ปวันยื่นใบหน้าเข้าไปใกล้แล้วกระซิบเสียงเบาใกล้หู

“…….”

“หมอบ้า!”คริสาเงื้อมือฟาดใส่แขนปวันทันทีที่เขากระซิบจบประโยค หญิงสาวใบหน้าแดงเถือกแก้มร้อนเสียจนนึกว่าจับไข้เสียเอง หมอเจ้าเล่ห์ยกมือขึ้นลูบแขนตัวเองตรงตำแหน่งที่โดนตีแล้วทำตาปรอยน่าสงสาร

“โอ้ย ตีผมทำไม”

“ไม่พูดด้วยแล้วค่ะ คริสกลับกระท่อมดีกว่า”คริสาลุกขึ้นจากเก้าอี้ ปวันลุกตามทันที

“เดี๋ยว จะไปไหน”

“ก็กลับกระท่อมไงค่ะ เย็นมากแล้ว เดี๋ยวมืดกันพอดี”กำลังจะก้าวเท้าออกไป แต่ร่างหนาก็เคลื่อนตัวมาบังทางไว้ คริสาทำหน้าตาฉงน

“มีอะไรคะ มาขวางทำไม”คริสาถามด้วยใบหน้าใสซื่อ มีหรือจะไม่รู้ว่าเขาพรวดพราดมาขวางทางเธอทำไม คนตัวโตเอียงคอกะพริบตาปริบปรอยอย่างน่าสงสาร

“ทำไมต้องกลับอ่ะ”

“อ้าว ไม่กลับแล้วจะนอนที่ไหนค่ะ มืดค่ำแล้วก็ต้องนอนสิ”คริสาได้ที ทำเป็นไม่เข้าใจสถานการณ์ ปวันยกมือขึ้นท้าวสะเอว แล้วเกาหัวตัวเองเหมือนแก้เก้อแก้เขินด้วยท่าทางเก้ๆกังๆ ไม่ทันสังเกตุว่าคนตัวเล็กแอบยิ้มกับท่าทางของเขา

“กระท่อมนั่นมันเก่ามากแล้ว ไม่กลัวมันถล่มตอนนอนเหรอ”

“ก็แข็งแรงดีนะคะ ไม่ได้เก่าอะไรขนาดนั้น”

“ตอนดึกๆไม่เคยได้ยินเสียงอะไรแปลกๆเหรอ เหมือนเสียงคนเดินบนไม้ หรือเสียงเคลื่อนย้ายเข้าของอะไรประมาณนี้”น้ำเสียงโทนต่ำ ท่าทางเหมือนกำลังเล่าเรื่องสยองขวัญนั้นก็น่ากลัวอยู่หรอก แต่เมื่อรู้ว่าเล่าไปด้วยจุดประสงค์อะไรก็ทำเป็นไม่สนใจ

“นอนมาหลายคืนแล้วไม่เห็นมีอะไรเลยค่ะ แล้วคริสก็ไม่กลัวผีแล้วด้วย”คริสายักไหล่ ทำท่าจะก้าวออกไปอีกครั้ง แต่ปวันก็เคลื่อนตัวไปขวางเหมือนเดิม

“มีอะไรคะ ไหนลองบอกมาสิ”คริสาช้อนสายตาพลางถาม

“ไม่กลับได้มั้ย”เอ่ยเสียงเบา

“คะ? พี่ปันว่าอะไรนะคะ”คริสาทำเป็นไม่ได้ยิน

“อยู่ด้วยกันที่นี่ ไม่ต้องกลับไปที่กระท่อม”คราวนี้ปวันพูดเสียงดังฟังชัด คริสาเผลอหลุดยิ้มออกมา แต่ก็ทำทีเป็นถามต่อ

“แค่คืนนี้เหรอคะ”

ปวันอมยิ้ม ยัยตัวดีรู้ว่าเขาชวนมาอยู่ด้วย แต่ทำเป็นไก๋ แล้วก็แกล้งถามให้เขาเป็นคนเอ่ยปากออกมา ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดตัว เขาไม่ตอบอะไร แต่กลับช้อนร่างคนตัวเล็กขึ้นอุ้ม

“ว้าย!”คริสาร้องอย่างตกใจ

“ทุกคืน”ปวันตอบ พร้อมกับอุ้มคริสาเข้าไปภายในห้องนอน เขาวางร่างในอ้อมกอดลงบนฟูกหนานุ่ม คริสาลงไปนั่งด้วยท่าทางเรียบร้อยแล้วทำเป็นมองรอบๆห้อง

“ยังไม่ง่วงเลยค่ะ ยังไม่ถึงเวลานอน”

“ก็ไม่ได้จะนอน”ปวันค่อยๆคลานเข้าไปหา แววตาเป็นประกายซุกซน รอยยิ้มกรุ้มกริ่ม สื่อสารชัดเจนว่าต้องการอะไร คริสาขยับตัวถอยน้อยๆ รู้อยู่เต็มอกว่าเขาต้องการอะไร ตั้งแต่ตอนเที่ยงก็อ้อนขอไปรอบหนึ่ง ถ้าไม่ต้องไปตรวจคนไข้ เขาคงทำไปตั้งแต่ตอนนั้น

“ตอนนี้เลยเหรอคะ”ถามเผื่อเขาจะคิดดูอีกครั้ง แต่ร่างที่เคลื่อนเข้ามาประชิดอย่างว่องไวตอบคำถามอยู่ในตัว

“ยังสว่างอยู่เลย”

“รอบสองรอบสามก็คงจะมืดแล้ว”

บ้าจริง! ดูเขาพูดเข้า เธอมีแผลปวดไปทั้งตัวเขายังคิดจะรังแกกันหลายครั้ง คิดจะถนอมกันบ้างหรือเปล่า

“คริส”

ไม่ว่าอะไรจะเปลี่ยนไปสักเท่าไร แต่สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนคือแววตาและน้ำเสียงยามปวันจ้องมองและเรียกชื่อของเธอ แค่เขาเรียกชื่อเธอด้วยเสียงแผ่วเคล้าปลายลมหายใจที่ปล่อยออกมา มันก็แทบทำให้เธอละลายและระเหยกลายเป็นไอน้ำ ริมฝีปากคริสาถูกนิ้วโป้งสากลูบไล้อย่างทะนุถนอม ก่อนที่ใบหน้าคร้ามคมของปวันจะเคลื่อนเข้ามาใกล้ แล้วประกบริมฝีปากนุ่มลงมาบนริมฝีปากสดสวยของเธอ สัมผัสแรกยังคงนุ่มนวลอ่อนหวานแต่นำพามาซึ่งความหวามไหว ก่อนที่ความรู้สึกจะผลักดันให้กดแนบริมฝีปากลงไปอย่างสนิทแนบชิด เร่งเร้าและรุกล้ำด้วยปลายลิ้นทีสอดเข้าไปในโพรงปาก คราวนี้คริสายกมือสองข้างขึ้นมาเกาะบ่า ทั้งสองคนอยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน คริสารู้มานานแล้วว่าปวันเป็นผู้ชายที่จูบได้ร้ายกาจมาก เขาจะเริ่มต้นด้วยความนุ่มนวลและแสนหวานปานขนมสายไหม ก่อนที่สัมผัสนั้นจะทวีความรุนแรงและเหวี่ยงเธอออกไปอีกโพ้นขอบฟ้าหนึ่ง ริมฝีปากชื้นเปียกหากแต่ร้อนผ่าวเหมือนถูกเบิร์นด้วยเปลวไฟร้อน มือที่แตะไว้ที่บ่าต้องยกขึ้นไปคล้องรอบคอไว้

ทำไมไม่เคยเบื่อกับการได้สัมผัสเธอกันนะ

ยิ่งได้ครอบครอบครองยิ่งโหยหา พอโหยหาก็ต้องครอบครองเธอ

มันเป็นแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ปวันไม่รู้ว่าหลายเดือนที่ผ่านมาเขาทนอยู่มาได้ยังไง ความทรงจำแห่งการสัมผัสเป็นสิ่งหนึ่งที่หล่อเลี้ยงหัวใจเขาไม่ให้ตายไปเสียก่อน แต่มันทรมานมากเมื่อมันนำมาซึ่งความคิดถึง มันเป็นความคิดถึงที่เขาต่อต้านแต่ก็โหยหาอยู่เนืองๆ และในตอนนี้เมื่อสามารถมีคริสาอยู่ในอ้อมกอดได้ มันยากเหลือเกินที่จะปล่อยเธอไปอีกครั้ง

“พี่ปัน”

เสียงหวานเอ่ยเรียกชื่อเขา เมื่อผละจูบออกจากกัน จมูกโด่งดุนดันจมูกรั้นเบาๆอย่างคลอเคลีย ก่อนจะฝังลงตรงข้างแก้ม สูดเอากลิ่นหอมอ่อนๆที่ทำให้สมองโปร่งโล่งแต่ทำให้อวัยวะเบื้องล่างหนักอึ้งแทน สองมือลูบไล้ไปตามลำคอไล่ลงไปยังไหล่สองข้าง บีบเบาๆ ก่อนจะอ้อมมาปาดหน้าอก กางมือบีบขยำทรวงอกเต่งตึงผ่านผ้าฝ้ายมัดย้อมเนื้อหยาบ คริสาเด้งกายน้อยๆพร้อมกับหยัดเนินอกให้เขาสัมผัสได้อย่างเต็มไม้เต็มมือ ปวันปรับเปลี่ยนท่าทาง ดึงร่างคริสาขึ้นมานั่งเกยบนตัก เธอโอบรอบคอเขาไว้ แล้วก้มลงงับจูบริมฝีปากแบบรวดเร็วเหมือนหยอกล้อ แววตาซุกซนในแบบลูกแมวตัวร้ายทำให้เขาร้อนฉ่าไปทั้งตัว

ปลายนิ้วดึงเชือกเสื้อผ้าฝ้ายที่ผูกไว้จนหลุดแยกออกจากกัน ฝ่ามือร้อนแหวกเสื้อออก เผยให้เห็น บราสีชมพูหวานที่รัดรึงทรวงอกทรงโตเต่งตึงไว้ถุกปลดออกอยากรวดเร็ว เขาไม่เสียเวลาที่จะได้สัมผัสแบบเต็มไม้เต็มมือ บีบขยำเบาๆ มันนุ่มนิ่มเพลิดเพลินเสียจนต้องเพิ่มแรงบีบด้วยความเมามันส์

“อะ อ๊ะ”เจ็บจี๊ดยามที่ถูกบี้ปลายถัน ริมฝีปากสีชมพูระเรื่อขบกัดเข้าหากัน เส้นริ้วแห่งความซ่านเสียวแผ่ไปทั่วร่างกาย

จ้วบ จ้วบ

เคล้นคลึงเล่นเสียวกับยอดอกได้เพียงชั่วครู่ อดรนทนไม่ไหวต้องก้มลงไปดูดงับคาบเม็ดบัวไว้ในโพรงปาก ดูดกลืนอย่างออกรสออกชาติเกิดเสียงดังจนคนถูกกระทำนึกอายขึ้นมา

“ซี้ด อ่า”คริสาสูดปากคราวเสียงเบา ขนลุกเกรียวจนต้องห่อไหล่ แต่ก็โอบกอดร่างหนาไว้แล้วกดใบหน้าให้ฝังจมลงไปกับทรวงอกของเธอ ปวันเข้าขั้นมึนเมากับความนุ่มหวานนั้นเสียเหลือเกิน ริมฝีปากเพลิดเพลินและถูกตรึงอยู่ระหว่างทรวงอกนุ่มนิ่ม ในขณะที่มือหนึ่งเริ่มสอดเข้าไปภายในผ้าถุง มือสากไต่ไปตามท่อนขา ลาดไล้ขึ้นไปอย่างเชื่องช้า จนคนที่นั่งคร่อมอยู่บนตักต้องยกสะโพกตัวเองขึ้นน้อยๆ และเมื่อไต่ไปจนส่วนกลางที่ควรจะมีชั้นในห่อหุ้มจุดซ่อนเร้น แต่กลับไม่พบอาภรณ์กีดขวางที่ว่า ปวันเงยหน้าขึ้นมาจากทรวงอก จ้องมองคนตัวเล็กบนตัก เธอทำหน้าตาไร้เดียงสา มิหนำซ้ำยังกัดริมฝีปากล่างเบาๆอย่างยั่วยวน

“ไม่สวมชั้นในเหรอ”

คริสาพยักหน้าน้อยๆ แก้มแดงระเรื่ออย่างเขินอาย ปวันยิ้มกริ่มอย่างพอใจ

“เตรียมพร้อมไว้แล้ว?”

คริสาตีไหล่เบาๆ ไม่ให้เขาแกล้ง ถึงจะเตรียมพร้อมอย่างที่เขาว่าแต่ก็เขินอายเป็นเหมือนกัน

“ร้ายนะเรา”เขาพูดด้วยน้ำเสียงเย้าหยอก แววตาแพรวพราว คริสาเขินจัดจนต้องฟุบใบหน้าลงกับไหล่ ได้ยินเสียงหัวเราะชอบใจอยู่ในลำคอ

“งั้นเดี๋ยวให้คริสทำเองนะครับ โอเคมั้ย”ปวันกระซิบใส่หู คริสาส่ายหน้าใส่บนไหล่เขา เรื่องอะไรเธอจะต้องเป็นคนทำ ก็เขาเองไม่ใช่เหรอที่เป็นคนอยากได้

“ไม่เอาค่ะ”คริสาตอบเสียงอู้อี้ ปวันเคลื่อนมือไปลูบแผ่นหลังนวลเนียนเบาๆเหมือนการปลอบ

“ทำไมละครับ ทำให้พี่หน่อยนะคนเก่ง”เอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานบาดใจ พร้อมกับเปลี่ยนสรรพนามตัวเองจาก ผม เป็น พี่ นั่นหมายความว่าเขาต้องการออดอ้อนขั้นสุด เมื่อไหร่ก็ตามที่หลุดคำว่า เด็กดี คนดี คนเก่ง เชื่อได้เลยว่าไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนรอดเงื้อมมือเขาได้

“อะ อื้อ”ยกคนบนตักให้เผยอขึ้นเล็กน้อย ปลดกางเกงเลของตัวเอง คริสารู้ตั้งแต่ถูกยกไปนั่งคร่อมบนตักว่าเขาเองก็ไม่ได้สวมชั้นใน เพราะว่าบั้นท้ายบดเบียดอยู่กับความแข็งแกร่งของเขา จนเธอเองชื้นแฉะไปหมด

“ทำให้พี่หน่อย มันจะระเบิดอยู่แล้ว”กำแกนกายของตัวเองไว้หลวมๆ ส่วนปลายผงกกวักเรียกอย่างเชิญชวน แล้วไอ้คำว่าจะระเบิดก็ดูใกล้เคียงไม่โอเวอร์สักนิด แท่งเนื้อแข็งโด่ตึงเครียดเป็นริ้ว สีสดและเมือกเหลวขุ่นก็ฉ่ำเยิ้มไม่แพ้กับร่องสวาทของหญิงสาว

“ซี้ด อ่า นั่นแหละ”ร่างเล็กบนตักเริ่มเคลื่อนไหว ร่อนเนินเนื้อปาดลงไปเฉี่ยวส่วนปลายของแกนกายเหมือนการหยอกล้อ มันตื่นเต้น เร่งเร้าและจวนเจียนจะกระฉูดออกมาเดี๋ยวนั้น เหมือนถูกทรมานเล็กๆ แต่ให้ความรู้สึกดีชะมัด ลุ้นทุกลมหายใจว่าเธอจะตอกโพรงหนานุ่มลงไปบนเสาเข็มเขาเมื่อไหร่

“อะ โอย คริส”คนถูกทรมานเริ่มครางโหย เมื่อจุดอ่อนไหวตึงเครียดจนแข็งพาลให้เริ่มเจ็บ

“จัดการกับพี่สักทีสิ”รอช่วงเวลาที่ทำให้เขาต้องรอขอ คริสาเลื่อนมือขึ้นล้อมกรอบใบหน้าคร้ามคมไว้ ตรึงดวงตาสีนิลด้วยดวงตาที่แต้มไปด้วยประกายแวววาวพร่างพราวเหมือนดวงดาวที่ส่องแสงวิบวับ เธอก้มลงจุมพิตลงบนหน้าผากของเขาในทีแรก แล้วถอนใบหน้าออกมา ก่อนจะก้มลงไปซุกไซร้ถูไถจมูกโด่ง เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นพร้อมกับเสียงหายใจฟึดฟัดเหมือนคนหอบเหนื่อยของอีกคน จากนั้นจึงกดริมฝีปากนุ่มลงบนริมฝีปากหยักหนาอีกครั้ง คราวนี้สอดลิ้นเข้าไปในโพรงปากอุ่น จูบแลกลิ้นอย่างโรมรันพันตูจนอากาศไม่หลงเหลือจึงผละออกจากกัน

“พี่ปันใส่เข้ามาในตัวคริสหน่อยสิค่ะ”คริสากระซิบด้วยเสียงพร่าสั่น ยกร่างตัวเองลอยขึ้นจากตัก ปวันรู้หน้าที่ดีว่าเขาต้องทำยังไงต่อ มือรีบกำรวบท่อนเนื้อก่อนจะโยกไปจดจ่อตรงปากถ้ำ ที่ตอนนี้ฉ่ำเยิ้มไปด้วยน้ำสวาท

“อึก อื้อ”

“อ่า..คริส”

ร่างเล็กทิ้งน้ำหนักตัวลงมา ขยับจังหวะให้แกนกายมโหฬารเบียดแทรกเข้าไปภายในร่างกายเธอได้ และเมื่อมันถูกกลืนกินไปจนมิดลำ ความคับแน่นที่ทอดตัวอยู่นั้นทำให้จุกเสียดและรู้สึกราวกับว่ามันกำลังทิ่มทะลุไปถึงท้องน้อย คริสาแสดงใบหน้าเหยเกออกมา ทั้งเจ็บทั้งแน่น และเสียวจนอึดอัด

“ขยับสิค่ะ”ปวันออกคำสั่ง ถ้าเกิดคริสาแช่นิ่งอยู่นานเขาคงอดรนทนไม่ไหว เปลี่ยนเป็นพลิกให้เธอลงไปนอนแล้วเป็นฝ่ายบุกไม่ยั้งแน่ คนว่าง่ายทำตามที่บอกทันที คริสาขยับร่างกายตัวเองด้วยท่วงท่าและจังหวะที่เชื่องช้าในทีแรก โยกตัวไปมาหน้าหลังสลับกันไป แรงเสียดสีและเนินเนื้อที่บดร่อนอยู่บนร่างนั้นทำเอาปวันครางกระหึ่ม

“อ่า คนเก่ง แรงๆเลยค่ะ แรงๆ”เขาเร่ง แต่ไม่เอาเปรียบให้คริสาต้องออกแรงเพียงแต่ฝ่ายเดียว คนตัวโตขยับสะโพกของตัวเองเป็นจังหวะรองรับการบดคลึง

“กระแทกลงมาแรงๆเลย อย่างนั้นแหละ”

“อร๊าง อร๊าง”

“ซี้ดด อูย อย่างนั้น ดีค่ะ ดีมาก คริสเก่งที่สุดเลย”

ร่างเล็กกระแทกร่างกายของตัวเองลงมาบนแกนเนื้อส่วนที่เชื่อมคากันอยู่ แรงกระแทกส่งให้ร่างอรชรสั่นไหว ผมที่รวบไว้เป็นมวยอย่างลวกๆร่วงหล่นลงมาประบ่า ผมยาวดำขลับละไล้อยู่ตรงเนินอก ใบหน้าสวยจัดที่บัดนี้ทำราวกับกำลังเผชิญความเจ็บปวดห่อปากครางเสียงหวานแหบพร่า ร่างกายที่อ่อนยวบแอ่นไปทางด้านหลัง คริสาท้าวมือสองข้างลงไปบนหน้าขาของปวัน ยันตัวเองให้แอ่นขึ้นน้อยๆแล้วเด้งตัวขึ้นซอยเอวใส่แกนกายแกร่งไม่ยั้ง

“เร็วคริส อีกนิดเดียว เร็วๆ”คนใกล้ถึงฝั่งร้องเร่งให้อีกคนดึงสะโตรก ความเสียวกระสันแผ่วาบไปทั่วร่างแล้วขมวดเนปมจุกแน่นอยู่ตรงท้องน้อย คริสารู้สึกสติตัวเองพร่าเลือนไปหมด แต่ร่างกายก็ยังไม่หยุดเคลื่อนไหว ได้ยินเสียงอ้อนวอนของอีกคนดังแหบพร่า เหมือนจวนเจียนจะขาดใจ

“อ๊า อ๊า อร๊ายยยยย”และก่อนที่สติจะถุกพรากออกไป บางสิ่งบางอย่างระเบิดประทุอยู่ในตัว มือกำจิกลงไปบนไหล่หนา แผดเสียงร้องระบายความสุขสมออกมา ในขณะที่อีกคนเหงื่อกาฬไหลท่วมตัวและร้อนรุ่นทั้งไฟสุมเพราะใกล้คว้าดวงดาวเต็มที

“อ่า”

ร่างเล็กที่กระตูกวูบถูกลำตัวหนาโถมลงไปทาบทับให้นอน ใช้มือยกขาเรียวขึ้นเกี่ยวเอวหนาไว้ ก่อนที่จะรัวสะโพกเข้าใส่ไม่ยั้ง

“อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ”

“อึก อา อ้า!!!”

กระแสน้ำอุ่นเชี่ยวไหล่บ่าเข้าท่วมท้นร่องสวาท คริสาหยัดตัวเกร็งขืนด้วยความเสียวกระสัน ในขณะที่ปวันกระตูกเสี้ยวสุดท้ายเข้าไปในร่างกายของหญิงสาวจนไม่เหลือแม้สักหยาดหยด เสียงหอบพร่าและลมหายใจอุ่นร้อนลอยวนอยู่ในอากาศ แสงสีทองสุดท้ายอขงวันสาดทอเข้ามาฉาบไล้เรือนร่างของคนทั้งสอง ก่อนที่ปวันจะฟุบลงไปกอดรัดคนตัวเล็กมาไว้แนบอก จุมพิตขมับที่เต็มไปด้วยเหงื่อชื้น ความสุขล้นปรี่จนท่วมท้นอยู่ในอก

………………………………………………………………..



“มันมืดแล้วนะคะ”ณฉัตรบอกด้วยเสียงล่องลอย สายตาซัดทอดมองไปยังหน้าต่างที่กั้นไว้ด้วยผ้าม่านสีขาวแสงที่ส่องสะท้อนผ้าม่านนั้นหรี่ลงและถูกกลืนหายไปในที่สุด ความมืดเข้ามาแทนที่ ช่วงเวลาเคลื่อนผ่านไปอย่างปกติ ทว่ามันกลับรวดเร็วเสมอในยามที่ใจต้องการประวิงช่วงเวลาไว้ ทั้งตัวของณฉัตรถูกรวบอยู่ในอ้อมกอด อลันยกคางขึ้นเกยไหล่มน เขาอยากหยุดช่วงเวลาไว้แต่เพียงเท่านี้ ไม่อยากปล่อยคนในอ้อมกอดให้ห่างตัวเขาอีกแล้ว

“ต้องทำยังไงพี่ถึงจะมีฉัตรได้ตลอดไป”

เป็นคำถามที่หยุดความคิดทุกอย่างของณฉัตร อลันกำลังบอกว่าเขาต้องการจะมีเธออยู่ในชีวิตตลอดไป ตลอดไปของเขามันยาวนานแค่ไหน จวบจนชั่วชีวิตหรือเพียงแค่แย่งมาจากชานนท์ได้สำเร็จก็แล้วกันไป

“ฉัตรบอกพี่ได้มั้ยว่าทำไมถึงยอมแต่งงานกับมัน ถูกมันบังคับเหรอ”อลันเอ่ยถามจริงจัง เขาคลายออ้อมกอดแล้วดึงณฉัตรให้หันมาเผชิญหน้า แต่ณฉัตรหลบเลี่ยงสายตาของเขา

“ถูกมันบังคับใช่มั้ย”

“ไม่ได้ถูกบังคับค่ะ ฉัตรเต็มใจ”

อลันข่มตาอดกลั้นอารมณ์ของตัวเอง เขาจะไม่มีทางเจ็บไปได้กว่านี้อีกแล้ว นั่นเพราะลึกๆเขารู้ดีว่าณฉัตรมีเหตุผลบางอย่างในการตัดสินใจ และเขาจะไม่บีบคั้นหรือบังคับให้เธอต้องเปิดเผยอะไรอีก ณฉัตรอาจดูอ่อนแอและบอบบาง แต่ที่จริงเธอเป็นคนอดทนและเข้มแข็งมาก อีกทั้งยังดื้อพอตัว ไม่อย่างนั้นคงไม่ยอมตาบอดอยู่ได้หลายปี ทั้งที่มีทางรักษาให้หาย

“เข้าใจแล้ว”อลันเอ่ยเสียงเบา เขาถอยห่างจากณฉัตรด้วยท่าทางเซื่องซึม ทำเหมือนกับคนที่ยอมยกธงขาวพ่ายแพ้อีกครั้ง ท่าทางแบบนั้นทำให้คนไม่ประสาใจอ่อนยวบยาบ แต่ไม่ก็สามารถพูดอะไรออกไปได้

“ถ้าฉัตรมีความสุขกับสิ่งที่เลือก พี่ก็คงต้องปล่อยเธอไป”อลันหันหลังให้ตอนที่เขาเอ่ยคำนั้น เพราะมันไม่ใช่คำพูดที่มาจากใจ มันเป็นเพียงถ้อยคำที่ทำให้ใครบางคนตายใจ ณฉัตรสีหน้าสลดลงทันที ทั้งที่เธอควรจะดีใจที่อลันรามือจากเธอ แต่พอเอาเข้าจริง เมื่อรู้ว่าเขาจะไม่มีวันเข้ามาในชีวิตอีก มันกลับทำให้หัวใจเจ็บปวดจนแทบจะล้มลงเดี๋ยวนี้

“ขอให้ฉัตรมีความสุขนะ”อลันทำเสียงเหมือนคนกำลังจะสิ้นไร้ลมหายใจ เขาเดินออกไปจากตรงนั้นทันทีที่พูดจบ ณฉัตรยื่นมืออยากไปคว้าเขาไว้แต่ก็ต้องหยุดชะงัก ภายในใจตะโกนร้องเรียกให้เขาหยุด แต่ความเป็นจริงทุกอย่างเงียบเชียบ เงียบจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเองแตกร้าวอีกครั้ง

รถแล่นมาจอดยังคอนโดหรู ซึ่งเป็นที่อยู่ของณฉัตร เขาไม่คิดมาก่อนว่าณฉัตรจะอยู่ใกล้เขามากขนาดนี้ ตลอดระยะทางที่ขับมาส่งแทบจะไม่ได้พูดคุยอะไรกัน อลันวางท่าทางเงียบขรึมและเซื่องซึมเหมือนคนตกอยู่ในความเศร้าโศก ในขณะที่ณฉัตรร้อนรนอยู่ในหัวใจเพราะไม่อยากเห็นอลันต้องตกอยู่ในภาวะอย่างที่เป็นอยู่ หลายต่อหลายครั้งที่พยายามจะเอ่ยอะไรออกมา แต่คำพูดทั้งหมดก็ถูกกลืนหายลงไปในลำคอ เธอจะพูดอะไรได้อีก ไม่สมีสิทธิ์อะไรทั้งนั้น ในเมื่อคนที่เลือกทางเดินนี้คือตัวเธอเอง ก็คงต้องยอมรับสภาพทุกอย่าง

“อยู่ที่นี่เหรอ”

“ค่ะ”

อลันมองออกไปนอกบานกระจกรถ คอนโดหรูหราใจกลางเมือง ราคาแพงหูฉี่ ชานนท์คงซื้อไว้เพื่อจะได้เก็บณฉัตรไว้ข้างตัวตลอดเวลา แค่คิดว่าต้องปล่อยผู้หญิงข้างๆกลับสู่อ้อมอกของผู้ชายคนอื่น ก็แทบเต้น อยากระบายความกราดเกรี้ยวทุกอย่างออกมาให้พังย่อยยับกันไปข้างหนึ่ง แต่อย่างที่อานนท์บอก นั่นมันเป็นวิธีการของคนโง่ และเขาไม่ใช่คนโง่

“เข้าข้างในเถอะ หายไปกับผู้ชายคนอื่นทั้งวัน ป่านนี้ว่าที่เจ้าบ่าวของเธอคงเอาหัวโขกผนังตายไปแล้วละมั้ง”อลันเปิดประตูรถให้ ก่อนแยกยังไม่วายจิกกัด ณฉัตรลงจากรถ เกิดความเงียบขึ้นชั่วครู่หนึ่งก่อนจะเป็นณฉัตรที่พูดขึ้นก่อน

“ขอบคุณนะคะ ที่พาฉัตรกลับไปหาคนที่คฤหาสถ์”ณฉัตรเอ่ยขอบคุณ แม้ทีแรกจะถูกบังคับลากออกไปจากร้าน แต่เมื่อรู้ว่าอลันพาไปพบใคร ก็รู้สึกขอบคุณอย่างที่สุด เพราะเธอคิดถึงคนเหล่านั้นเหลือเกิน

“ไม่ต้องขอบคุณหรอก เพราะฉันทำเพื่อตัวเอง”อลันบอกให้เข้าใจ เขาพาณฉัตรกลับไปคฤหาสถ์ หวังว่าจะเป็นการโน้มน้าวให้เธอเปี่ยนใจกลับมาอยู่กับเขา แต่มันก็เปล่าประโยชน์

“คุณอลันค่ะฉัตร….”

“เข้าไปข้างในเถอะ อากาศเย็นแล้ว เดี๋ยวจะไม่สบาย”อลันเอ่ยแทรกขึ้น ณฉัตรไม่สามารถพูดอะไรต่อได้ ทำเพียงแต่ส่งสายตาอาลัยอาวรณ์ให้กับคนตรงหน้า

“ขึ้นไปซะ ก่อนที่ฉันจะห้ามตัวเองไม่ไหว”

ณฉัตรปิดซ่อนแววตาอาลัยอาวรณ์โหยหาไว้ไม่มิด อลันก็ไม่ต่างกัน คนทั้งสองสื่อสารผ่านสายตา แล้วก็เป็นอลันที่ต้องถอนสายตาออกมาเสียก่อน ณฉัตรเอ่ยลาเบาๆแล้วหมุนตัวหันหลังเดินจากไป นายแพทย์ใหญ่เงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังบอบบางนั้นอีกครั้ง แววตาหม่นเศร้าแปรเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวในทันที เขาล้วงสมาร์ทโฟนออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วโทรหาใครบางคน

“คุณอลิสา ผมมีเรื่องต้องการจะพบคุณด่วนที่สุด”

ณฉัตรเปิดประตูเข้าไปในห้อง เตรียมใจยอมรับสภาพเมื่อกลับมาว่าจะต้องเจอกับอะไร แต่กลายเป็นว่าภายในห้องนั้นว่างเปล่า ไม่มีแม้แต่เงาของชานนท์ หญิงสาวล้วงหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากระเป๋าที่สะพายอยู่ ไม่มีมิสคอลแม้แต่สายเดียวโทรเข้ามา มันน่าแปลกที่ชานนท์เงียบหายไป ที่ร้านเขารีบพรวดพราดออกไปเพราะมีงานด่วน บางทีอาจวุ่นวายกับการสะสางงาน และอาจยังไม่รู้ว่าเธอถูกอลันพาตัวออกจากร้าน ถ้าเป็นอย่างนั้นจะดีที่สุด เธจะได้ไม่ต้องมาทนรับมือกับสภาพอารมณ์ของเขา ไม่รู้ว่าชานนท์จะปล่อยเธอไว้ถึงเมื่อไหร่ เขาอาจเย่อหยิ่งเกินไปที่จะข่มเหงน้ำใจของเธอ แต่ถึงอย่างนั้นหากเป็นเรื่องที่มีอลันมาเกี่ยวข้อง ชานนท์จะดึงสติไว้ยากและมันมักจะขาดผึงทันทีที่รับรู้ ร่างบางวางกระเป๋าสะพายลงบนโซฟาแล้วทิ้งตัวนั่งลงอย่างอ่อนแรง ยกขาขึ้นมาแนบอกกอดเข่าซุกตัวเองเอาไว้แล้วร้องไห้เงียบๆเพียงลำพัง

ชานนท์เปิดประตูเข้าไปภายในห้องทำงานของตัวเอง เขาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ประจำตำแหน่ง เอนหลังไปกับพนักพิงอย่างคนเนื่อยล้า ยกมือขึ้นมานวดขมับให้คลายความตึงเครียด หลายชั่วโมงในห้องประชุมต้องสะสางกับปัญหาภายใน เมื่อมีผู้ถือหุ้นบางกลุ่มรวมตัวกันปั่นหุ้นของโรงแรม ทำให้ชื่อเสียงของแกรนด์คริสตัลเสื่อมเสีย ไตรมาสที่ผ่านมาผลกำไรประกอบการยังไม่เข้าเป้าเท่าไหร่นัก เพราะธุรกิจโรงแรมขนาดใหญ่ถูกตีตื้นและแย่งลูกค้าด้วยโรงแรมระดับล่างที่มีความหรูหราในระดับหนึ่งแต่ราคาย่อมเยาว์กว่ากัน ในส่วนกิจการสาขาต่างประเทศยังคงทำกำไรได้ดีในระดับหนึ่ง แต่ยังต้องขยายกิจการให้มากสาขายิ่งไปอีก เพื่อผลกำไรที่ตอบแทนได้อย่างสมน้ำสมเนื้อกับเม็ดเงินที่ลงทุนไป

“กาแฟค่ะท่าน”เลขายกกาแฟมาเสิร์ฟ แล้วออกไปจากห้องทันที ชานนท์ยกกาแฟขึ้นดื่ม เพราะมัวแต่สะสางปัญหาจึงทำให้ไม่มีเวลาหาอะไรทานหรือทำอย่างอื่น หลังจากซดกาแฟไปจนหมดแก้ว ก็เหมือนจะนึกขึ้นได้ วันนี้ทั้งวันตั้งแต่ที่ร้านตัดชุดเขายังไม่มีโอกาศยกหูโทรหาณฉัตรสักครั้ง ไม่รู้ว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยดีหรือเปล่า แต่ก่อนที่จะได้กดเบอร์โทรหา มือถือของเขามีเมสเสจข้อความส่งเข้ามาเสียก่อน ชานนท์กดเข้าไปดู มันเป็นข้อความที่ส่งมาจากลูกน้องของเขา ซึ่งให้ติดตามณฉัตรในยามที่เขาไม่อยู่

เป็นรูปอลันพาณฉัตรออกจากห้องเสื้อแล้วขึ้นรถไปด้วยกัน

“แม่งเอ้ย!”

เพล้ง!

ชานนท์เขวี้ยงมือถือออกไปสุดแรง เครื่องมือสื่อสารบางเฉียบกระแทกเข้ากับผนังห้องหล่นลงหน้าจอแตกร้าว เขาทุบมือลงบนโต้ะของตัวเอง ขบกรามจนสั่น ร่างกายสั่นเทิ้มไปด้วยความโกรธ เขาหันหลังให้เพียงแค่ไม่กี่นาที ไอ้สาระเลวนั่นก็บุกไปตีท้ายครัว คนอย่างอลันมันไม่เคยเห็นหัวใครและไม่สนด้วยซ้ำว่ามันจะมีสิทธิหรือไม่ ทำแบบนี้เท่ากับหยามกันชัดๆ

“แกอยากลองดีใช่มั้ย ฉันจะทำให้แกกระอักเลือดตายเลยคอยดู”



…………………………………………………………………..

อลิสาถุกนัดหมายมายังร้านอาหารที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัว หม้ายสาวรู้สึกตื่นเต้นและดีใจไม่น้อยเมื่ออลันโทรมาพร้อมกับนัดแนะให้เธอออกมาทันที ทั้งที่เมื่อตอนเที่ยงเขาเพิ่งเลี้ยงอาหารเธอไป พอตกค่ำก็โทรเรียกออกมาอีก แม้จะบอกว่ามีเรื่องสำคัญต้องการพูดด้วย แต่นั่นก็อาจเป็นเพียงข้ออ้างที่เขาสร้างขึ้นเพื่อจะได้มาพบกับเธอ ร่างอรชรในชุดสีน้ำเงินเข้มเข้าไปภายในร้าน พนักงานเชื้อเชิญเข้าไปในห้องที่ตระเตรียมไว้เป็นพิเศษทันที ใบหน้าสวยเฉี่ยวแย้มยิ้มเมื่อเห็นว่าอลันนั่งรออยู่ก่อนแล้ว อลิสาสำรวจตรวจเช็คเสื้อผ้าหน้าผมตัวเองก่อนจะร้อวทักอลันด้วยสุ้มเสียงอ่อนหวาน

“ขอโทษนะคะที่มาช้า”

“ไม่เป็นไรครับ ผมนัดกะทันหันเอง เชิญนั่งครับ”อลันลุกขึ้นต้อนรับพร้อมเชื้อเชิญให้อลิสานั่ง เขาสั่งเมนูสุดพิเศษเตรียมไว้ พร้อมกับแชมเปญรสเลิศ

“คุณอลันมีธุระสำคัญอะไรกับอลิสหรือเปล่าค่ะ ถึงนัดออกมาแบบปุบปับ”อลิสาทำทีเป็นถาม

“ทานอาหารก่อนดีกว่าครับ แล้วเราค่อยคุยกัน”อลันส่งแก้วแชมเปญให้อลิสา หญิงสาวรับไป ทั้งสองคนชนแก้วกัน แล้วเริ่มรับประทานอาหาร ระหว่างนั้นมีพูดคุยกันบ้าง แต่ไม่ใช่หัวข้อสนทนาที่อลันต้องการจะพูดคุยจริงๆ จนกระทั่งจานของหวานถูกยกออกไป เวลาที่เขาจะเริ่มเรื่องก็มาถึงเสียที

“ตกลงว่าคุณอลันมีเรื่องอะไรจะคุยกับอลิสรึเปล่าค่ะ”อลิสาเริ่มตั้งคำถาม อลันวางแก้วแชมเปญของตัวเองลง

“ผมมีเรื่องอยากให้คุณช่วย”

“เรื่องอะไรคะ”อลิสามีท่าทีสงสัยอย่างจริงจัง เธอรับรู้ได้ว่าเป็นเรื่องสำคัญ อลันมีท่าทางตึงเครียดและจริงจังมากกว่าทุกครั้ง

“ก่อนอื่นผมต้องถามคุณก่อนว่า ศัตรูของเรายังคงเป็นคนเดียวกันรึเปล่า”อลันหยั่งเชิง คริสาหัวเราะเบาๆอยู่ในลำคอ ส่งสายตาพราวไปด้วยประกายให้แก่อลัน

“ถ้าคุณอลันหมายถึงชานนท์ละก็ ชัวร์ค่ะ เรามีศัตรูคนเดียวกัน”อลิสาเข้าใจทันทีว่าอลันเรียกเธอาพบด้วยเหตุผลใด น่าเสียดายที่เขาไม่ได้สนใจในตัวเธออย่างที่คิด แต่ถ้าเป็นเรื่องของชานนท์ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน

“ดีเลย ผมอยากได้ยินคุณบอกอย่างนั้น”

“แล้วถ้าเรามีศัตรูคนเดียวกัน มันจะเป็นยังไงเหรอคะ”

“เราก็จะได้มีเป้าหมายเดียวกันยังไงละครับ”

“คุณอลันหมายความว่ายังไงคะ”อลิสาเอียงคอถามด้วยความอยากรู้ ไม่ว่าอลันกำลังจะทำอะไร หากมันเป็นไปเพื่อการทำลายชานนท์ เธอยินดีโดดเข้าร่วมด้วยทันที

“ผมมีคำถามจะถามคุณอีกข้อหนึ่ง”

“ถามมาสิค่ะ”

“คุณยังอยากเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจการบริหารโรงแรมซึ่งครั้งหนึ่งมันเคยเป็นของครอบครัวคุณรึเปล่า”คำถามนั้นทำให้อลิสาแทบหยุดหายใจ นับตั้งแต่ที่ครอบครัวเธอเสียกิจการโรงแรมไปให้กับชานนท์ ไม่มีวันไหนเลยที่เธอจะหยุดเคียดแค้นเขา และเธอโหยหาการได้มันมาครอบครองอีกครั้ง ดวงตาคู่คมของอลิสาเปล่งไปด้วยประกายวาวโรจน์ หญิงสาวมีท่าทางตื่นเต้นจนเก็บไว้ไม่มิด

“คุณอลันบอกมาสิค่ะ ว่าต้องการให้ฉันทำอะไร ฉันจะทำทุกอย่าง เพื่อจะได้กลับเข้าไปในวงจรนั้นอีกครั้ง”

ผมมีบางอย่างที่ต้องการจากชานนท์ และผมต้องเอามาให้ได้ ผมไม่สนว่าจะต้องแลกกับอะไร และถ้าคุณช่วยผมให้ได้มันมา ผมจะช่วยให้คุณได้ในสิ่งที่ต้องการ





หมอกหนาจัดปกคลุมไปทั่วเรือนกระจก เท้าเปลือยเปล่าเหยียบย่ำไปบนแผ่นดินเปียกชื้น สายลมหนาวเหน็บพัดมามาอย่างไร้ทิศทาง ร่างกายที่สวมเพียงชุดนอนตัวบางห่อไหล่โอบกอดตัวเองอย่างหนาวสั่น ณฉัตรรู้ตัวว่ากำลังอยู่ในเรือนกระจก และบางอย่างชักนำให้เธอเดินมุ่งตรงมุ่งไปยังพุ่มดอกเดซี่สีขาว ทว่าเมื่อถึงตรงตำแหน่งนั้น ทุกอย่างกลับดำถูกปกคลุมไปด้วยหมอกหนาจัด จนมองไม่เห็นดอกไม้แม้แต่ดอกเดียว

“ฉัตร”

เสียงหวานเอ่ยเรียกชื่อดังสะท้อนก้องอยู่ภายในเรือนกระจก ณฉัตรจดจำได้ดีว่านั่นป็นเสียงของใคร

“เฌอร์ นั่นเฌอร์เหรอ”

“ฉัตร”

เสียงนั้นเรียกชื่อเธออีกครั้ง ณฉัตรสอดส่ายสายตาพลางมุนตัวมองหาที่มาของเสียง หากแต่ไม่พบคนที่เธอวาดหวังไว้

“เฌอร์ เฌอร์อยู่ไหน”

“ฉัตร”

เสียงของเฌอร์มาลเอาแต่ร้องเรียกชื่อของเธอ หากแต่ไม่ปรากฏตัวขึ้นมาตรงหน้า ณฉัตรย่ำเท้าลงบนพื้นดิน มุ่งตรงเข้าไปหา หมอกหนาจัดเริ่มเลือนลางลง ร่างบางแหวกพุ่มดอกเดซี่เดินลึกเข้าไปราวกับว่าหนทางไม่สิ้นสุด

“เฌอร์ นั่นเฌอร์ใช่มั้ย”

ณฉัตรร้องเรียกด้วยความดีใจเมื่อม่านหมอกเริ่มเจือจางปรากฏให้เห็นเงาโครงร่างของใครบางคนที่ยืนอยู่ตรงสุดปลายทาง

“ฉัตร”

“เฌอร์”

“มาสิ”เฌอร์มาลยื่นมือมาตรงหน้า ใบหน้าของเฌอร์มาลยังคงถูกบดบังด้วยม่านหมอก หากแต่ณฉัตรรู้สึกดีใจเป็นที่สุดที่ได้พบเจอพี่สาวอีกครั้ง

“เฌอร์จริงๆด้วย”หญิงสาวระบายยิ้มออกมา แล้วก้าวย่างอย่างว่องไวเข้าไปหา หากแต่ยิ่งเร่งฝีเท้าเข้าไปเท่าไหร่ คนตรงหน้ากลับยิ่งถอยห่างออกไป

“เฌอร์รอหนูด้วย”

“มาสิ”

“เฌอร์”

“มาสิ”

“กรี้ดดดดดดดดดดดดดด”

แฮ่กๆๆๆ ณฉัตรสะดุ้งพรวดขึ้นสุดตัว เสียงหอบหายใจก้องสะท้อนดังไปทั่วห้อง ดวงตากะพริบไล่ความมืดที่ปกคลุมอยู่ทั่วห้อง หัวใจเต้นกระหน่ำจนแทบทะลุออกมานอกอก มือเรียวยกมือขึ้นกอบกุมตำแหน่งหัวใจตัวเอง มันเบาโหวงสั่นไหวและตื่นตระหนก ก่อนที่สติสัมปชัญญะที่แตกกระจายจะประกอบตัวขึ้นอีกครั้ง เสียงหอบหายใจเจือจางหายไปแล้ว หญิงสาวยกมือขึ้นมาปาดเหงื่อบนหน้าผากของตัวเอง ก่อนจะหันไปดูนาฬิกาตรงหัวเตียง

3:33 am

“แค่ฝันร้าย”

ณฉัตรคิดอย่างนั้น แม้ในฝันจะมีเฌอร์มาล แต่เธอสัมผัสได้ว่าไม่ใช่ฝันที่ดีนัก หญิงสาวนั่งนิ่งอยู่บนเตียงพักใหญ่ ลำคอแห้งผากและรู้สึกกระหายน้ำเต็มที ณฉัตรดึงผ้าห่มที่คลุมตัวออก ก้าวลงจากเตียง เดินออกไปจากห้องไปยังห้องครัว เปิดไฟจนสว่าง แล้วพุ่งตรงไปยังตู้เย็น หาน้ำดื่มสักหน่อยคงจะดี

“อื้อ”

ทันทีที่เปิดตู้เย็นออกมาถึงกับผงะและยกทือขึ้นปิดปากปิดจมูก กลิ่นอาหารแช่แข็งที่อยู่ในนั้นทำเอาณฉัตรรู้สึกคลื่นเหียนและหน้ามืด เธอรีบหยิบขวดน้ำออกมาขวดหนึ่งก่อนจะรีบปิดทันที ก่อนจะถอยออกห่าง

“อะ อื้อ”

แต่ดูเหมือนว่ากลิ่นนั้นจะรุนแรงเสียจนทนทานไม่ไหว ประตูตู้เย็นไม่ทันถูกปิด ณฉัตรก็วิ่งจ้ำอ้าวเข้าไปในห้องน้ำ แล้วโก่งคออาเจียนใส่อ่างล้างหน้าทันที

อ้วกกกกกกกกก

อาเจียนออกมาเป็นน้ำ นั่นเพราะไม่มีอาหารตกถึงท้อง โก่งคออาเจียนจนเหลือเพียงน้ำลายหนืดหนืด เมื่อไม่เหลืออะไรขย้อนออกมาอีก จึงเปิดน้ำแล้วกวักขึ้นล้างปาก ล้างหน้าไปในตัว

“เป็นอะไรกัน”ณฉัตรพึมพำกับตัวเอง เงาในกระจกสะท้อนใบหน้าซีดเผือด หวั่นใจว่าเป็นสัญญาณของอะไรบางอย่าง





……………………………………………………………………………………….

Writer talk:

อ้วกนำมาเลยจ้า คาดว่าจะเป็นดอกที่ฟิลิปปินส์ เพราะผ่านมาเดือนกว่าพอดี 555555

อลันนำปวันไป1-0หรือเปล่าน้อออออ อิฝ่ายหมอบนดอย มันหื่นจริงจัง ขยันทำลูกเช้าเย็น แต่ว่ายังเสกเบบี๋ใส่ท้องเมียไม่ได้สักที แพคนแก่นะยะบอกเลยยยย ว่าแต่แค่อ้วกเอง อาจไม่ท้องก็ได้ อาจจะแค่ลำไส้แปรปรวน หนูฉัตรต้องไป preg test ด่วนนะจ้า ส่วนไรท์เองก็ตรวจละ ผลออกมาผีมากกกกกกกก 55555555 

                               by:junepopo​

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น