แม่มณีสีขาว

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )
ฟาร์โรห์ร้ายรัก

ชื่อตอน : ตอนที่ 22 สงครามประสาท

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 21 เม.ย. 2560 18:32 น.

ตอนที่ 22 สงครามประสาท

แบบอักษร

สนามรบที่กำลังดุเดือด เลือดที่หลั่งไหลลงสู่พื้นทราย เหงื่อที่ไหลออกมาตามรูขุมขน แทบไม่มีเลือดทหารของเมเนสตกสู่พื้น มีก็แต่ทหารของฝ่ายตรงข้ามที่คิดจะช่วงชิงพื้นทรายนี้ไป  บ้างก็ล้มสลบลงไป แผนขององค์ราชินีแทบจะไม่ต้องหลั่งเลือด คนที่สลบก็ถูกจับใส่กรงขังไป ทำให้กองกำลังของฝ่ายตรงข้ามลดน้อยลงไป กองกำลังที่ปกป้องเมืองก็ลดน้อยลงจนมีบางคนยอมแพ้เดินออกมาให้จับตัวเองไป ส่วนคนในเมืองก็หลบอยูแต่ในบ้าน บางก็หนีออกมาเจอทหารของเมเนส เมเนสสั่งให้ค้นทุกอย่างก่อนจะปล่อยตัวออกไป ทำให้บางคนเกิดซาบซึ้งที่ไม่ฆ่าพวกเข้ายอมทำงานเป็นทาส ถวายชีวิตให้องค์ฟาโรห์ไป

“อีกไม่นาน พวกเขาจะอดอาหาร แต่ไม่อดน้ำ เมื่อยามใดที่อาหารหมด เมืองก็จะถูกตีออก ข้าไม่อยากให้พวกเจ้าทำร้ายฟาดฟันพวกเขาหรอกนะ แต่ถ้าบางคนรักเจ้าอยู่หัวของพวกเขามากจนยอมตาย ก็ปักนี้ที่คอของพวกเขาสะ คนนี้ข้าจะไปเป็นทูต..” การประชุมมีกันอยู่แค่เพียงสี่คน เมเนส ไดอาน่า คาลิลและ อะมีเลีย เพราะไดอาน่ารู้ว่าใครคือหนอนและวิธีป้องกันหนอนเจาะใบไม้ก็คือ..ไม่วางยา ก็ต้องคีบออกทีละตัว แต่จะทำไงไม่ให้หนอนพวกนั้นแตกตื่น ก็คงเป็นการคีบออก

“ไม่ได้ เจ้าเป็นราชินีนะไดอาน่า ข้ารู้เจ้ามีกลยุทธ์มากมายแต่หากเจ้าจะเข้าไปละก็มันเสี่ยงเกินไป หากจะเอาคนคุ้มกันไปด้วนคงจะ..”

“ท่านไง คนคุ้มกันข้า แค่ท่านกับข้า” ไดอาน่ายิ้มเพียงเล็กน้อย นั้นทำให้คาลิลเครียด หวานกันไม่เกรงใจข้าเลยนะ

“ไดอาน่า แล้วข้าละ เจ้าจะทิ้งข้าให้อยู่กับ...” ช่วงนี้เธอรู้สึกไม่อยากเจอหน้าคาลิลเสียเท่าไร เพราะการกระทำวันนั้นของเธอทำให้เธอรู้สึกอาย ที่เอาอารมณ์ของตัวไปใส่คนที่ไม่รู้อีโนอีเน

 “เจ้ากับคาลิลมีหน้าที่เห็นทางแม่น้ำสายหลักที่เขาเมืองไหม มันอยู่ใกล้ๆกับอะไรดูดีๆ อยู่ใกล้กับวังของฝ่ายตรงข้ามและที่ข้าสังเกต ห้องบรรทมของราชาก็คงจะเห็นทุกส่วนของวัง หากข้าส่งสัญญาณให้เจ้าได้ สงครามก็เป็นอันจบ”

“แล้วเจ้าจะให้ข้าทำอะไร” อะมีเรียไม่เข้าใจ หากให้เธออยู่ที่แม่น้ำไดอาน่าจะส่งสัญญาณใก้เธอทำอะไรคงไม่ใช่...สายตาของอะมีเลียหันไปเห็นขวดยาพิษที่เธอปรุงเองกับมือ ก่อนที่ไดอาน่าจะหยิบมาตั้งไว้ สายตาที่ส่งออกมช่างดูหน้ากลัวเกินไป

“มะ ไม่ ไม่ ไม่มีวันข้าไม่มีวันทำแน่ ข้าจะไม่ทำร้ายใคร แล้วจะให้ข้าใส่ยานั้นลงไปในแม่น้ำ ไม่คิดจะให้ข้าฆ่าคนตายรึยังไง ไดอาน่า” อะมีเลียไม่คิดจะทำแน่นอน

“นี้ของจริงอยู่ที่ข้า นี้ของปลอมอยู่ที่เจ้า เมื่อใดที่ข้าขึ้นไปถึงห้องบรรทมข้าจะส่งของจริงไปให้ แต่เจ้าแค่แสดงละครว่าเจ้าตั้งใจจะเทยานี้ลงไป หากมีอะไรผิดพลาดขอให้เจ้าทำตามที่ใจเจ้าสั่ง คาลิลฝากดูแลเพื่อนข้าด้วยถ้านางเป็นอะไรขึ้นมา ตัวข้าในโลกนี้และวิญญาณของข้าในโลกหน้าจะไม่มีวันให้อภัยเจ้า” ไดอาน่ารู้ว่ายังไงคาลิลต้องปกป้องเพื่อนของเธอเป็นแน่ แต่คงต้องกำชับว่าไว้บ้าง

“ข้าดูแลตัวเองได้นะ ไม่จำเป็นต้องให้คนอื่นมาดูแล” อะมีเลียที่ฟังไดอาน่าพูดขึ้น ยังไงๆก็ดูเหมือนการฝากเธอให้อยู่กับคาลิลชัดๆ

“เอาละ แล้วเจ้าจะขึ้นไปเสวนากับเจ้านั้นทำไมกัน”

“ไม่ได้เรียกว่าเสวนา เรียกว่าการขมขู่ หากไม่เป็นผลก็ส่งขวดยานี้ลงมา และหากยังยืนกรานที่จะสู้ก็คงจบลงที่ข้าจะส่งสัญญาณให้โจมตีเมืองในทันที แต่คนที่จะเข้าไปต้องเป็นคนที่เรารู้จักดีเท่านั้น ฝ่ายแม่ทัพต่างๆต้องไม่เกี่ยว ยกเว้นแม่ทัพคนที่เราเชื่อใจได้เท่านั้น เอาละคาลิลเจ้าลองจัดกำลังดู กระจายคนให้อยู่รอบเมือง ปลอมตัวเข้ามาในเมืองให้มากที่สุด จัดการแค่ทหาร อย่าทำร้ายคนอื่น ตอนนี้พวกหนอนคงจะสลบไปด้วยฤทธิ์ยาไปแล้ว”

ใกล้ๆห้องบรรทมของราชา

“นี้หยุดนะ ท่านจะทำอะไรเนี้ย ปล่อยข้านะ ท่าน..ข้าก็แค่หลงทาง”

“นั้นใคร นั้นเจ้าจะทำอะไร ปล่อยนางไปสะ” องค์ราชาฮัสกา ที่ได้ยินเสียงหวานก็เปิดประตูออกมาดูด้วยความสงสัย

“นางเป็นใครก็ไม่รู้ขอรับ เดินลับๆล่อมาทางนี้กระหม่อมเลยจับตัวมาให้พระองค์” เมเนสที่ปลอมตัวมาพูดขึ้นก่อนจะดันไดอาน่ามายังที่มีแสงสว่าง จนทำให้ฮัสกาเห็นโฉนงามได้อย่างชัดเจน

“ข้าๆแค่เป็นนางกำนัลเพิ่งจะเข้ามาใหม่ ข้าเลยหลงทาง แต่ทหารท่านนี้กลับไม่เชื่อข้า” ไดอาน่ามองตรงไปยังดวงตาของฮัสกา ที่มองเธออยู่และดูเหมือนจะตกหลุมพรางได้อย่างแน่นอน

“งั้นคืนนี้เจ้าก็มารับใช้ข้าก่อน เจ้าไปได้แล้ว” ฮัสกาเดินมาโอบไหลของไดอาน่าเดินเข้าห้องไป ทำให้เมเนสอารมณ์เสียไป แต่เขาก็ยังยืนอยู่ตรงนั้นจนทำให้ทหารที่เฝ้าหน้าประตูเอะใจ

“เจ้าองค์ราชาบอกให้ไปแล้วไม่ใช่หรอ ไปสิ”

“พวกพี่ท่านข้ามีเรื่องจะเหล่าให้ฟัง ฟุบฟุบ เหตุใดกันพี่ท่านไม่อยากฟังแล้วรึ” เมเนสปักลูกดอกยาสลบไปที่ลำคอของทหาร ไม่นานก็ล้มลงไปกองกับพื้น ก่อนที่เขาจะทำสัญญาณให้อะมีเลีย

“เจ้าชื่ออะไร เจ้ามาจากไหนกันละ” ฮัสกามองไดอาน่าอย่างหลงใหลในความงาม

ฟุบ ตึง

“เกิดอะไรขึ้น” ฮัสการีบเดินไปดูที่หน้าต่างที่ถูกจาะเป็นรูเพราะลูกธนู

“อย่างที่ท่านถาม ข้าชื่อไดอาน่า องค์ราชินีแห่งแม่น้ำไนล์ ท่านพอจะนึกออกไหม” ไดอาน่าดึงผ้าคุมออกจากศีรษะ ผมสีทองที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้ฮัสกากลืนน้ำลายเหนี่ยวๆลงคงไป

“เจ้า หึเมเนสหมดหนทางแล้วรึ ถึงให้ชายาเป็นคนออกมาต่อสู้”

“ป่าวเลยฮัสกา ข้ามาด้วยเจ้าเองต่างหากที่กำลังหมดหนทาง”

“เมเนส พวกเจ้าต้องการอะไร จะให้ข้ายอมแพ้งั้นรึ ข้าไม่มีวันยอมหรอก” ฮัสกาจนมุมแต่ไม่สิ้นหนทางอย่างแน่นอน

“ถ้างั้นเลือกเอาระหว่างที่เจ้ายอมแพ้ เจ้าก็ยังคงเป็นผู้ปกครองเมืองไปแต่ต้องส่งบรรณาการให้กับเรา รึจะให้ชาวเมืองที่รักเจ้าต้องตายแทนเจ้าละ คงไม่มีใครจดจำเจ้าเมื่อยามเจ้าตายหลอกจริงไหม ยาเนี้ยแรงมาขนาดที่สามารถทำให้คนของเจ้าลงไปนอนตายอยู่กับพื้นได้ หากลงไปสู่แม่น้ำ คนในเมืองของเจ้าก็คงเป็นเช่นเดี่ยวกัน อีกไม่กี่เพลาเทพตุ่มก็จะขึ้น ท่านไม่คิดถึงชาวเมืองที่รักท่านบ้างหรือไร หืม” ไดอาน่ายิ้มให้ฮัสกาอย่างอ่อนหวาน แต่ภายในสายตาของฮัสกานั้นช่างดูเหมือนปีศาจร้าย

“เจ้ามัน..เหตุใดถึงทำศึกได้ชั้วช้าเช่นนี้”

“ข้าไม่ทำใครก่อนฮัสกา หากท่านทำให้ลูกๆข้าต้องหมดแรงไป ข้าก็จะทำให้ลูกหลานของท่านนอนหลับไปก็เท่านั้นเอง ไม่ต้องทรมานแบบลูกๆข้า จำได้ไหม แม่ทัพที่ท่านได้ส่งของไปให้เพื่อให้พวกเขายอมทรยศข้าได้ ไหนจะเป็นโอเทียรลูกสาวของท่าน ที่ท่านตั้งใจส่งเป็นบรรณาการ ที่ง่ายๆคือค่อยส่งข่าวให้เจ้าได้รู้” เมเนสเองก็รู้เรื่องนี้ทำให้ในตอนนี้โอเทียรก็อยู่ในคุกเป็นที่รีบร้อย ส่วนเหล่าแม่ทัพที่หลับไหลไปก็ได้จับออกมาขังไว้แล้ว

“เจ้ารู้ตั้งแต่เมื่อไร” ฮัสกาหน้าถอดสี ก่อนจะมองไปยังขวดยาที่ไดอาน่าถืออยู่

“รู้นานแล้ว ข้าสังเกตเห็นได้ หากท่านอยากเจอลูกสาวท่านก็ยอมเสียดีๆ ท่านก็เป็นเจ้าเหนือหัวของที่นี้ต่อไปเพียงแต่อยู่ภายใต้บรรชาของฟาโรห์เมเนสเท่านั้น แต่ถ้าไม่ก็เตรียมเดินทางไปรอลูกสาวของเจ้าที่ยมโลกได้เลย และคนทั้งเมืองก็จะไปกับเจ้า”

“เจ้ามันบ้าไปแล้ว”


ถึงเวลาที่ต้องร้าย หุหุหุ

ชื่อ
ความคิดเห็น