มาลาริณ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )
My dear friend คุณเพื่อนที่รัก 20+

ชื่อตอน : ตอนที่ 4 secret love รักที่ซ่อนไว้

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 499

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 23 เม.ย. 2560 00:52 น.

ตอนที่ 4 secret love รักที่ซ่อนไว้

แบบอักษร

ตอนที่ 4 secret love รักที่ซ่อนไว้


                      ​ตรัยคุณ

​ 

ตรัยคุณ เป็นผู้ชายร่างสูงผิวไม่ขาวมาก หน้าคมเข้มแบบชายไทยแท้ อายุประมาณ 35 ปี จันทร์เจ้าชอบเล่าให้ฟังเสมอว่า อาจารย์ของหล่อนชอบเล่นกีฬากลางแจ้ง ทำให้หุ่นดีมีกล้ามหน้าท้องที่ทำให้เจ้าหล่อนและนางพยาบาลที่โรงพยาบาลน้ำลายหกมาแล้ว หล่อนพึ่งสังเกตเห็นว่าน้องสาวตัวดีชอบเก็บเรื่องเล่าเกี่ยวกับอาจารย์ของตนมาให้ฟังเสมอเมื่อพบเจอ หรือแม้แต่คุยโทรศัพท์ จนบางครั้งหล่อนยังแซวเจ้าตัวไปว่าอาจจะชอบอาจารย์ของตนเองโดยไม่รู้ตัวแล้วรึเปล่า แต่ทุกอย่างก็กระจ่างเมื่อเจ้าตัวสารภาพความจริงออกมา หล่อนยอมรับว่าตกใจในนาทีแรก และตามมาด้วยความสงสัย ตรัยคุณมาชอบพอหล่อนได้อย่างไร ในเมื่อเจอกันครั้งแรก อาจเป็นตอนที่หล่อนไปรับแม่ตัวแสบที่โรงพยาบาล ตอนนั้นก็ไม่ได้มีเรื่องราวน่าประทับใจอะไร อีกทั้งหล่อนเป็นเพียงหญิงสาวธรรมดา ที่ไม่ได้แต่งตัวจัด หรือโดดเด่นจนต้องเหลียวมอง หรือชายหนุ่มอาจจะรู้จักหล่อนมาก่อนหน้านั้น แวบนึงหญิงสาวนึกถึงสายตาอาลัยอาวรณ์ ขณะหล่อนหันไปขอบคุณเมื่อวานตอนที่ตรัยคุณขับรถมาส่งหน้าคอนโด แม้จะเพียงแค่เสี้ยวนาทีแล้วกลบด้วยใบหน้าเคร่งขรึม ในตอนแรกหล่อนไม่คิดจะใส่ใจแต่มาตอนนี้ความสงสัยเริ่มมีมากพอกับความอยากรู้ ตรัยคุณรู้จักหล่อนมาก่อนหน้าใช่หรือไม่ ไว้ค่อยเค้นถามจากเจ้าขา เมื่อเจอหน้ากัน เพราะเมื่อกี้หล่อนก็รีบตัดสายเมื่อได้ฟังคำสารภาพ อารมณ์และน้ำเสียงตกใจที่เผยออกทางสีหน้า ทำให้พรรษชลเงยหน้าขึ้นมองด้วยสายตาสงสัย นิ่งลึกยากจะคาดเดา และหล่อนก็รู้ ว่าตอนนี้คนที่กำลังขับรถกำลังรอฟังเรื่องราวจากปากหล่อน เพราะแต่ไหนแต่ไรมา หล่อนเป็นพวกไม่เก็บความลับ หรือเก็บความลับไม่มิด เรื่องราวทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับตัวเองจะต้องถูกถ่ายทอดไปสู่คนร่างสูงรับทราบเรื่อยมา แม้จะเป็นเรื่องจิปาถะเล็กๆน้อยๆ เมนส์มาช้า เมนส์ไม่มา หล่อนก็บอกให้คนตัวโตรับรู้หมด แม้แต่ตอนที่อยู่ห่างกันข้ามทวีป และหล่อนก็เต็มใจเล่าให้อีกฝ่ายรับฟัง ซึ่งเขาก็เป็นผู้ฟังที่ดีเสมอมา เหมือนกับหล่อนรับฟังเรื่องราวจากคนตัวโต แม้ว่าใครๆก็ชอบบอกว่าเจ้าตัวพูดน้อย เหมือนกลัวดอกพิกุลจะร่วงก็ตาม

"เมื่อกี้ เจ้าขาโทรมา " หญิงสาวหรี่เสียงเพลงสากลที่เปิดคลอเบาๆในรถ ให้ลดระดับเสียงลง

"อืม " เขาส่งเสียงรับรู้ในลำคอในขณะที่ขับรถมองไปตรงหน้า ไม่แม้แต่เหลือบมามอง

"เมื่อวานฉันไปกินข้าวกับเจ้าขามา ร้านอาหารทะเลที่ฉันบอกแกว่าอยากไปอ่ะ นั่นแหละ ทำให้อาหารเป็นพิษ จนไปทำงานไม่ได้" หญิงสาวเหลือบมองคนตัวโตที่พยักหน้ารับรู้ หญิงสาวลังเลว่าจะเล่าต่อเรื่อง 'ตรัยคุณดีไหม'แต่ไหนแต่ไร เรื่องใครมาจีบมาชอบหล่อนก็เล่าหมด ซึ่งอีกฝ่ายก็รับรู้ อาจเป็นเพราะคนเหล่านั้นอาจเล่นๆ ไม่จริงจังหล่อนไม่เล่นด้วยก็ถอยไปเอง แต่ครั้งนี้ทำไมหล่อนถึงรู้สึกได้ ว่า ลางสังหรณ์ ไม่ค่อยจะดีเลย

"มีอะไรอีกไหม" เสียงเข้มที่ดังกว่าปกติ ทำให้หล่อนอดเสียวสันหลังวูบไม่ได้ พรรษชลไม่ใช่คนโง่ ข้อนี้หล่อนรู้ดี นี่หล่อนไม่ได้ทำอะไรผิดน่ะ

"แค่นี้แหละ แกนี้ทำตัวเหมือนพี่พฤกษ์เข้าทุกวัน" หญิงสาวบ่น เปรียบเทียบอีกฝ่ายกับพี่ชายคนเดียว เฮ้อ แค่เล่าไม่หมดคงไม่เป็นอะไรมั้ง เล่าไปอีกฝ่ายก็ไม่สนใจอะไรอยู่ดี หล่อนก็เห็นอีกฝ่ายทำตัวเฉยมาตลอด คิดไปคิดมา อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเจ็บหน่วงๆตื้อๆในอกข้างซ้ายจากความน้อยใจที่ซ่อนอยู่ในส่วนลึก  เพื่อนกันเค้าไม่สนใจเรื่องแบบนี้หรอก ท่องไว้ๆ พุดพิชชา 

พรรษชล รอส่งร่างบางที่โบกมือลาเขาแล้วหันหลังเดินเข้าคอนโดเรียบร้อย จึงขับรถออกมา  นิ้วเรียวเคาะพวงมาลัยเป็นจังหวะ ระหว่างรอสัญาณไฟ นึกถึงสีหน้าและแววตาตกใจ ที่เขาเงยหน้ามาพบ ขณะที่อีกฝ่ายคุยโทรศัพท์ แม้จะนั่งดูข่าวสาร อ่านงานในแท็บแลต แต่เขาก็ได้ยินทุกประโยคที่เจ้าตัวพูด เมื่อวานพุดพิชชาไม่ได้ไปรับประทานอาหารกับเจ้าขาซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องที่เขาเคยเจอนับครั้งได้ ไม่ใช่แค่สองคนแต่มีคนอื่น ซึ่งเขาจับใจความได้ว่าอีกฝ่ายมาส่งเจ้าตัวถึงคอนโด มือเรียวของชายหนุ่มเผลอตัวกำพวงมาลัยแน่นกว่าปกติ ถ้าคนอื่นที่พุดพิชชา ไม่ยอมเปิดปากคือผู้ชาย มีเพียงไม่กี่เหตุผลหรอกน่ะที่ทำให้พุดพิชชา ไม่ยอมเอ่ยความจริง ออกมาจนถึงขั้นโกหกเขา 

××××××××

รถสปอร์ตคันหรูแล่นผ่านรั้วบ้านเข้ามาจอดสนิทภายในโรงจอดรถในเวลาเกือบเที่ยงคืนตรง คิ้วเข้มขมวดด้วยความสงสัย เมื่อสังเกตเห็นแสงไฟที่เปิดสว่างทั่วบ้านใหญ่อย่างผิดวิสัย บวกกับเสียงพูดคุยไม่เบานักของเหล่าแม่บ้าน ทำให้ชายหนุ่มรีบเร่งฝีเท้ากว่าปกติ ตรงไปยังมุขหน้าบ้าน

"คุณชาย คุณชาย กลับมาแล้ว" เสียงดีใจของสายใจสาวใช้วัยยี่สิบ ทำให้ทุกคนหันมองตาม พลางเงียบเสียงลงเมื่อบุตรชายคนโตของเจ้าของบ้านที่เดินตรงมายังส่วนที่พวกหล่อนยืนมุงกันซึ่งเป็นบริเวรหน้าห้องนอนของบิดาเขา 

"เกิดอะไรขึ้น จะมีใครบอกฉันได้ไหม " เสียงเข้มเอ่ยถามขึ้นเมื่อทุกคนพากันก้มหน้า หลบสายตาเขา

"คุณท่านเจ็บหน้าอกกลางดึกครับ แม่นวลเลยรีบโทรตามคุณหมอ คุณหมอมาถึงซักพักแล้วครับ นี่ก็ตรวจอาการคุณท่านอยู่ข้างใน พวกเราเป็นห่วงเลยรอยืนรอ แต่พยายามโทร หะหา คุณชายแล้ว แต่ไม่ติดครับ " เสียงนายเข้มคนสวนเก่าแก่อ้อมแอ้มตอบเมื่อเห็นสีหน้าที่เคร่งเครียดของผู้เป็นนาย

"อ้าว เจ้าพรรษ กลับมาแล้วรึ " คนสูงวัยที่ใบหน้าคล้ายคลึงกับเขาเดินออกมาจากห้องนอนบริเวณชั้นล่างพร้อมกับหมอหนุ่มที่ชายหนุ่มไม่คุ้นหน้า ในสีหน้าสดชื่นของอีกฝ่ายทำให้พรรษชลคลายความกังวลลงมาได้บ้าง เขาผ่อนลมหายใจเบาพลางรีบเข้าไปประคองบิดา 

"นี่หมอตรัยคุณ ลูกชายคนโตของอาหมอ เกียรติคุณเค้า อายุมากกว่าแกซักห้าปีได้ กระมัง" ไพศาลแนะนำบุตรชายให้รู้จักกับหมอหนุ่มซึ่งเป็นบุตรชายคนโตของแพทย์ประจำตัวที่ดูแลเขามาตั้งแต่เริ่มรู้ว่าเป็นโรคหัวใจ

"ส่วนนี้ เจ้าพรรษลูกชายคนโตของลุงเอง"

" สวัสดีครับผมพรรษชล ขอบคุณมากน่ะครับที่มาช่วยดูแลคุณพ่อ " พรรษชลยกมือไหว้พร้อมขอบคุณอีกฝ่าย ซึ่งมีอายุมากกว่าตน

"ผมตรัยคุณครับ ไม่เป็นไรครับ ช่วงนี้คุณพ่อผมท่านไปพักผ่อนที่ต่างจังหวัด ระยะนี้ผมอาจเป็นคนมาดูแลคุณลุงแทนคุณพ่อซักพัก" ตรัยคุณรับไหว้ คนตรงหน้าที่สูงพอๆกับเขา แต่ต่างตรงที่อีกฝ่ายมีผิวขาวกว่า จมูกโด่งเป็นสัน ดวงตาคมฉายแววเด็ดขาด ทำให้อดนึงถึงนึกถึงคำชื่นชมของบิดาที่พูดถึงอีกฝ่ายให้ฟังอยู่เสมอ คุณพรรษชล อายุแค่สามสิบแต่สามารถก้าวขึ้นเป็นประธานบริษัทอสังหาริมทรัพย์ลำดับต้นๆของประเทศได้ถือว่าชายตรงหน้าไม่ธรรมดา เขาไม่อยากคิดถ้าดันไปชอบผู้หญิงคนเดียวกันกับคนตรงหน้าเขาคงแพ้ตั้งแต่ไม่ลงแข่งกระมัง

"แล้วอาการคุณพ่อเป็นอย่างไรบ้างครับ" 

" ความจริงพ่อไม่เป็นอะไรแล้วลูก แม่นวลก็ตกใจไปเอง แค่อมยาใต้ลิ้นเหมือนปกติก็หายแล้ว แต่ห้ามไม่ทันดันโทรหาคุณหมอจนได้ แล้วนี่ดู กลับไปนอนกันได้แล้ว " ว่าพลางคนสูงวัยหันไปพูดกับคนในบ้านเกือบสิบชีวิตที่ตื่นตระหนกมาเฝ้ารอดูอาการเขานับชั่วโมง

สิ้นเสียงของไพศาลทุกคนต่างแยกย้ายกันไปยังเรือนพักของตนด้านหลังตึกใหญ่เมื่อเห็นว่าผู้เป็นนายไม่เป็นอะไรมาก เหลือเพียงศรีนวลแม่บ้านเก่าแก่ ที่วันนี้ต้องคอยดูแลไพศาล แทนวรรษาพยาบาลประจำตัวที่ลากิจไปงานศพญาติที่ต่างจังหวัด 

" นวลขอโทษ น่ะคะคุณท่านวุ่นวายกันไปหมดเพราะนวล " แม่บ้านวัยห้าสิบ ก้มหน้าลงอย่างรับความผิด จากความตื่นตระหนกของตัวเอง

"เอาเถอะไม่เป็นไร เธอก็ไปนอนได้แล้ว ฉันเข้าใจ" ไพศาลเข้าใจความเป็นห่วงของอีกฝ่ายดี

"ขอบคุณค่ะคุณท่าน" 

"งั้น ผมลากลับก่อนน่ะครับ" ตรัยคุณเอ่ยขึ้นมาคุณไพศาลและบุตรชายเดินมาส่งตนที่มุกหน้าบ้าน

"ขอบคุณมากน่ะ หมอ อุตส่าห์เสียเวลามาดูคนแก่อย่างลุง " 

"ไม่เป็นไรครับ มันเป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้ว "ซึ่งสำหรับเขาการดูแลคนในตระกูลพัฒนธาดา ไม่ใช่แค่หน้าที่ แต่เป็นสิ่งที่ต้องทำให้ดีที่สุด จากการปลูกฝังมาจากรุ่นต่อรุ่น ถ้าไม่มีตระกูลพัฒนธาดา คอยช่วยเหลือตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ อาจจะไม่มีเขาในวันนี้ นั่นคือสิ่งที่พ่อบอกเขาอยู่เสมอ ' การที่คุณท่านไม่เคยเอ่ยทวงถามถึงบุญคุณในอดีต และบอกไม่ให้คุณปู่ยึดติด มันยิ่งทำให้คุณปู่ของเรา อยากดูแลและทำในสิ่งที่เราสามารถทำได้ให้คนในพัฒนธาดาให้ดีที่สุด พ่อก็คิดเหมือนกับปู่เรา'


ชื่อ
ความคิดเห็น