จิงโจ้น้อย
email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 10

คำค้น : จักรพรรดิ,นิยายจีน

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 27.8k

ความคิดเห็น : 52

ปรับปรุงล่าสุด : 19 เม.ย. 2560 15:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 300
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 10
แบบอักษร

ตอนที่ 10

                ฮ่องเต้หยางเจี๋ยออกว่าราชการเช้านี้ด้วยพระพักตร์แจ่มใสและแย้มพระสรวลเป็นระยะ เสมือนนึกถึงเรื่องที่ทำให้มีความสุขและอารมณ์ดีอยู่ตลอดเวลาจนทำให้เหล่าขุนนางในท้องพระโรงอดที่จะแปลกใจและสงสัยไม่ได้เพราะตลอดการครองราชบัลลังก์นี้ ฮ่องเต้ผู้นี้จัดว่าเป็นคนเคร่งครึมและดุดันเวลาออกราชการหรือสั่งงานตลอด จนทำให้ผู้คนใต้หล้าต่างเคารพในการประพฤติตนและพระปรีชาสามารถ

                แล้วเหตุใดวันนี้ทรงดูรื่นเริงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน?

                ขณะที่กำลังว่าราชการพระองค์ก็หยุดชะงักไปเมื่อขันทีคนสนิทได้กล่าวอะไรบางอย่างข้างๆพระกรรณ ร่างสูงขยับพระพักตร์ขึ้นลงช้าๆราวกับตอบรับ ก่อนที่จะกล่าวต่อไป

                “ข้าวางแผนการจัดการส่งเสบียงให้ตามเมืองต่างๆเช่นนี้ พวกท่านทั้งหลายมีข้อโต้แย้งอะไรหรือไม่”ปกติการเอ่ยถามเช่นนี้จะเจือไปด้วยสีหน้าเคร่งขรึมเสมอ แต่ตอนนี้บนพระพักตร์กลับมีแต่รอยยิ้มพร้อมกวาดพระเนตรมองลงมาจากราชบัลลังก์ช้าๆ

                “ถ้าพวกท่านไม่มีข้อโต้แย้งอันใด เช่นนั้นก็เป็นตามอย่างที่ข้าเอ่ยละกัน”พูดจบก็ก้าวลงจากราชบัลลังก์อย่างรีบร้อน ทำเอาพวกขุนนางในท้องพระโรงถวายความเคารพแทบไม่ทัน คล้อยหลังจากองค์จักรพรรดิเสด็จออกไปไม่นาน ผู้คนในท้องพระโรงก็ต่างพูดคุยกันเซ็งแซ่ถึงท่าทางที่แปลกไปและอาการรีบร้อนว่าราชการให้เสร็จ

                “เจ้าว่าไหมว่าฮ่องเต้ดูอารมณ์ดีแปลกๆนะวันนี้”

                “ข้าก็คิดเช่นเดียวกับท่านนี่ล่ะ”ทุกคนต่างพยักหน้าเห็นชอบกัน

                “อาการแบบนี้ข้าคิดว่าข้าเคยเป็นนะ”ขุนนางชราผู้หนึ่งเอ่ยออกมาอีก

                “ท่านเคยเป็นหรือ?แล้วมันคืออาการอะไรเล่า”

                “ข้าเคยเป็น...ตอนที่ข้าเริ่มมีความรักน่ะสิ...”

            ร่างแกร่งของฮ่องเต้หยางเจี๋ยก้าวออกมาอย่างรีบร้อนเป็นเพราะเมื่อสักครู่ขันทีเฉินได้มาบอกว่าสนมเฟิงตื่นแล้ว ก็ทำให้ในพระทัยของเขาอดที่จะมาดูหน้าคนตัวเล็กที่สนองอารมณ์เขาอย่างถึงใจตลอดคืนก่อนมิได้ ดังนั้นหยางเจี๋ยจึงรีบสรุปการว่าราชการและเสด็จมาที่ตำหนักของตนทันที และเมื่อมาถึงเปิดประตูบานหนาเข้าไปก็พบกับร่างบางที่กำลังมีนางกำนัลช่วยแต่งตัวอยู่ นางพวกนั้นเห็นว่าใครมาก็รีบทำความเคารพและออกไปอย่างรู้หน้าที่ทันที

                “พระองค์…”เฟิงกล่าวอย่างตกใจเมื่อจู่ๆประตูก็เปิดออกทั้งๆที่เขายังใส่อาภรณ์ไม่เรียบร้อย และเมื่อเห็นว่าเป็นผู้ใดใบหน้าก็พลันแดงทันที

                นางกำนัลก็ออกไปทั้งๆที่ยังช่วยเขาแต่งตัวไม่เสร็จทำให้ตอนนี้ร่างบางยืนเปลือยท่อนบนอย่างทำตัวไม่ถูกกับสายพระเนตรอันคมกริบที่มองมาด้วยความเสน่ห์หา

                “ข้าช่วย”กล่าวสั้นๆและก้าวเดินไปด้านหน้าเพียงไม่กี่ก้าวก็ถึงตัวใครบางคนที่ยังก้มหน้างุดอยู่ สองพระหัตถ์ใหญ่จัดการแต่งตัวให้คนตรงหน้าแต่พระหัตถ์นั้นก็ช่างซุกซนเสียเหลือเกิน นิ้วหนึ่งเลื่อนไปมาบริเวณจุดสองจุดที่หน้าอกสลับไปมา กว่าที่จะแต่งตัวเสร็จหัวนมทั้งสองของร่างเล็กก็แข็งเป็นไตเสียแล้ว

                “พระองค์...ได้โปรดหยุดเล่นหน้าอกกระหม่อมเถอะพะยะค่ะ”

                “ข้าเล่นเสียที่ไหนมือของข้ามันไปโดนเองต่างหาก”กล่าวออกมาอย่างหน้าเรียบเฉย

                “เจ้าหิวแล้วหรือไม่”

                “พะยะค่ะ”เฟิงตอบเพราะเมื่อคืนเขาก็ใช้กำลังไปเยอะเสียเหลือเกิน

                “ถ้าเช่นนั้นงั้นเจ้ากับข้าไปกินข้าวด้วยกันดีกว่า ตอนนี้ก็จวนจะเลยเวลากินข้าวแล้ว”

                “เอ่อ กระหม่อมกลับไปกินที่...”

                “ข้าสั่ง”ยังพูดไม่ทันจบทั้งๆที่เฟิงตั้งใจว่าจะกลับไปกินที่เรือนของตนเองแท้ๆแต่กลับโดนขัดด้วยน้ำเสียงราบเรียบราวกับไม่อยากให้ต้องขัดใจ เมื่อเป็นเช่นนี้จะทำเยี่ยงไรได้เล่า!

                “เจ้ากินนี่สิ ช่วยบำรุงร่างกาย”

                “อันนั้นก็ช่วยให้ร่างกายมีเรี่ยวมีแรง”

                “กินเข้าไปเยอะๆข้าชอบกอดคนตัวนิ่ม”

                “กินเข้าไปอีก เร็ว!”

             ตลอดเวลาที่เฟิงกินข้าวเขาโดนบังคับให้กินเสียสารพัดอย่างจนจุกแทบจะขย้อนออกมานั่นล่ะ ฮ่องเต้ถึงให้พอได้ แถมพอหลังจากมื้ออาหารนี้ คนตัวเล็กคิดจะทูลลากลับพระองค์ก็มีรับสั่งให้เตรียมตัวเพราะอีกหนึ่งชั่วยามจะเสด็จออกไปล่าสัตว์หาความสำราญในป่า

                “เจ้าไปเตรียมตัวซะ อีกหนึ่งชั่วยามข้าจะไปล่าสัตว์”

                “เตรียมตัว?”เฟิงงงเล็กน้อยเพราะถ้าพระองค์จะไปทำไมต้องให้เขาเตรียมตัวด้วย...

                หรือว่า...

                “ใช่ เจ้าต้องไปกับข้าด้วย!”

                “อ่ะ เอ่อ แต่กระหม่อมรู้สึกไม่ค่อยสบายแถมยังรู้สึกปวดไปทั่วตัวเลยพะยะค่ะ”อันนี้เฟิงไม่ได้พูดเล่นเพราะจากเมื่อคืนเขาก็ปวดไปทั่วตัวและเมื่อคิดว่ากินข้าวเสร็จจะได้ไปพักผ่อนเงียบๆ กลับต้องออกไปป่าอีก

                “ถ้าเช่นนั้นข้าจะให้คนส่งแพทย์หลวงไปดูอาการเจ้า และข้าจะจัดคนนวดฝีมือดีไปให้เจ้า”

                “...”คราวนี้เฟิงพูดไม่ออกอีกต่อไป ไม่ว่าอย่างไรพระองค์ก็จะให้เขาไปด้วยอยู่ดี!

           “พระสนมเจ้าคะ แพทย์หลวงมาแล้วเจ้าค่ะ”ชิงเอ๋อร์เอ่ยหลังจากที่สนมเฟิงกลับมานอนพักที่เรือนได้เพียงไม่นาน แพทย์หลวงก็มาตามรับสั่งขององค์จักรพรรดิ

                “พระสนมทรงเจ็บตรงไหนมากกว่าปกติหรือไม่ขอรับ”แพทย์หลวงชราฝีมือดีทำความเคารพเสร็จก็ถามอย่างนอบน้อม

                “ข้าปวดตรงสะโพกมาก ขยับทีราวกับร่างจะแหลก”เฟิงพูดออกมาตรงๆอาจจะเพราะเป็นบุรุษด้วยกันจึงไม่มีท่าทีเขินอายอย่างใด

                “กระหม่อมจะให้ยาไว้ทานะขอรับ ตรงส่วนนี้ของท่านมีรอยช้ำอยู่ ส่วนที่อื่นข้าจะขอตรวจดูหน่อยนะขอรับ”ร่างบางพยักหน้ารับช้าๆ

                “ท่านไม่ได้เป็นอะไรมากแค่ช่วงเอวอาจจะปวดเอ่อ...จากการรับแรงกระแทกนะขอรับ มีเพียงแค่นี้”แพทย์ชรากล่าวจบก็ทำความเคารพพร้อมเดินออกไปทันที และสวนเข้ากับนางกำนัลของสนมเฟิงที่ก้าวเข้ามาเช่นกัน

                “พระสนมเจ้าคะ หมอนวดมาถึงแล้วนะเจ้าคะ ท่านจะให้เขาเข้ามาเลยหรือไม่”

                “อืม เข้ามาเลย”

                “ถวายความเคารพพระสนมเฟิง”

                “เจ้ามิต้องมากความเพียงนี้หรอก ข้าอยากให้เจ้าช่วยนวดตรงนี้ให้หน่อย”เฟิงจับไปแถวบริเวณที่ตนปวดเมื่อย

                “ขอรับถ้าเช่นนั้นขอให้ท่านนอนลงเลยขอรับ”

                เฟิงทำตามที่บอก ร่างเล็กค่อยๆนอนช้าๆเพราะปวดไปทั่วตัวพลันก็มีมือที่แรงกำลังดีมาช่วยจับช่วยบีบร่างกายตนทำให้ผ่อนคลายไปมาก มือทั้งสองนั้นยังคงแรงสม่ำเสมอและช่วยให้เขารู้สึกดีขึ้นมาก ร่างกายเริ่มหายจากการปวดเมื่อย และความรู้สึกสบายนี้ทำให้ผล็อยหลับลงไปอย่างไม่รู้ตัว...

     “ฮ่องเต้เสด็จ!”

     หยางเจี๋ยเดินทางมาที่เรือนของเฟิง ก่อนที่จะแปลกใจเล็กน้อยเมื่อไม่เห็นเจ้าของเรือน และเมื่อเดินเข้าไปเพียงประตูข้างในก็เจอกับนางกำนัลคนหนึ่งที่กำลังก้มลงทำความเคารพอยู่ ร่างสูงจึงถามถึงสนมของตน

“เจ้านายของพวกเจ้าอยู่ไหน”

“พระสนมได้รับการนวดจนหลับไปเพคะ ตอนนี้ทรงนอนอยู่ในห้อง เดี๋ยวหม่อมฉันจะไปเรียกให้นะเพคะ”

“ไม่ต้อง ข้าไปเอง”เอ่ยจบก็ก้าวไปหน้าห้อง ทรงโบกมือให้แสดงความเคารพแบบเงียบๆกับข้ารับใช้ที่เฝ้าอยู่หน้าห้องก่อนจะเปิดประตูเข้าไป

พระเนตรอันแหลมคมมองเห็นร่างที่คุ้นเคยนอนหลับตาพริ้มดูราวกับเป็นสุขเสียเหลือเกินจึงอดไม่ได้ที่จะแย้มพระสรวลออกมาอย่างไม่รู้ตัว ก่อนที่จะเหลือบไปเห็นยาที่โต๊ะไม้แกะสลัก ทอดพระเนตรมองสักพักก่อนที่จะเสด็จไปนั่งข้างๆ พระหัตถ์ข้างหนึ่งยื่นเข้าไปลูบหัวน้อยๆของคนที่นอนหลับอย่างไม่รู้สึกตัวบนเตียง

นี่ข้าเป็นอะไรไปนี่…

แท้จริงแล้วข้าต้องมาเรียกเจ้าให้รู้สึกตัวเพื่อจะออกเดินทาง แต่ไยเวลานี้ข้าเห็นเจ้าสงบเสงี่ยม ไม่ดื้อ แววตาไม่มีร่องรอยกลัวแกมเกลียดชังตอนที่เจ้ามองข้าเช่นนี้แล้ว ข้ากลับอยากให้เจ้าเป็นเช่นนี้ตลอดเสียเหลือเกินแม้กระทั่งตอนลืมตามองข้า...

“ทำไมข้าต้องรู้สึกแปลกๆแบบนี้กัน”พึมพำเบาๆ

รักงั้นหรือ?

ไม่!ข้าก็แค่ได้ของเล่นใหม่มาเพียงแค่นั้น ถ้าเวลาผ่านไปข้าก็คงจะเบื่อเจ้าเหมือนคนอื่นๆเช่นกัน...

แต่เพียงแค่ตอนนี้ที่ข้าลุ่มหลงเจ้าเป็นพิเศษ...

ความคิดเห็น