Thichadad3938

ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่สนับสนุนนะคะ หากนิยายมีคำผิด หรือ ข้อผิดพลาดประการใด ต้องขออภัยที่ทำให้เสียอรรถรสในการอ่านค่ะ (Puingfungfing.)

บัวหลงจันทร์ ตอนพิเศษ ๐๑

ชื่อตอน : บัวหลงจันทร์ ตอนพิเศษ ๐๑

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.7k

ความคิดเห็น : 41

ปรับปรุงล่าสุด : 18 เม.ย. 2560 23:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 300
× 0
× 0
แชร์ :
บัวหลงจันทร์ ตอนพิเศษ ๐๑
แบบอักษร



บัวหลงจันทร์ ตอนพิเศษ

บัดนี้ที่แคว้นศศิมณฑลได้มีเหตุวุ่นวายทำให้ชาวบ้าน ไพร่ฟ้าเดือนร้อนกันถ้วนหน้าจนองค์จันทร์ แลองครักษ์ประจำพระองค์อย่างเหมต้องออกจากวังหลวงเพื่อปราบโจรที่ก่อความวุ่นวาย ปล้นเงินทองของชาวบ้าน นี่ก็เป็นเพลาเจ็ดวันแล้วที่ทรงเสด็จปราบโจรผู้ร้าย แลอีกสามวันถึงจักเสด็จกลับวังหลวง

ค่ำนี้ที่ตำหนักหลวงเงียบเชียบผิดปกติ มีเพียงไฟคบเพลิงที่ให้ความสว่างมิมาก แลทหารยามสามสี่คน พระชายาบัวงามทรงประทับอยู่ในห้องบรรทมพร้อมด้วยเจ้าน้อยที่มีพระชนมายุเพียงสามเดือนเพียงลำพังแม่ลูก

“แอ้...ฮึก แอ้”เด็กน้อยตัวขาวจ่ำม่ำดิ้นเบาๆในอ้อมแขนของมารดา ใบหน้าเล็กยับย่น มือน้อยปัดป่ายไปมา

“ชู่ว ‘พเยีย’ ของแม่เป็นกระไรไปจ๊ะ”พระสุระเสียงหวานตรัสกับลูกน้อยอย่างอ่อนโยน พลางโยกกายเล็กน้อยๆขับกล่อมให้เจ้าน้อยศศิมณฑลเข้าสู่นิทรา

“แอะ แอ้”หากแต่เจ้าตัวน้อยก็ยังมิยอมสงบ ดิ้นพลางอ้าปาก

“โอ๋ หิวหรือเจ้า..”ตรัสพลางวางลูกบนพระยี่ภู่แผ่วเบา พระหัตถ์ปลดผ้าแถบคาดอกสีขมิ้นออกเผยอกเป็นกระเปาะ แลเม็ดบัวสีหวาน ประคองพเยียน้อยแนบอก

“ฮึก แอ้ อึก จุ๊บๆๆ”ใบหน้าเล็กมุดหาเม็ดบัวของมารดา เมื่อได้มาอยู่ในปากก็ออกแรงดูดอย่างหิวกระหายทั้งๆที่ยังสะอื้นอยู่

“ค่อยๆเถิดเจ้าพเยีย มิมีใครแย่งเจ้าดอก”พระดรรชนีเกลี่ยคราบน้ำตาบนแก้มกลมเบาๆ ท่ามกลางสายตาคู่หนึ่งที่แอบมองอยู่ที่พระบัญชรด้วยความหื่นกระหาย

ทรงขับกล่อมจนเจ้าน้อยเข้าสู่นิทราจึงได้วางลูกนอนลงบนพระยี่ภู่ พระหัตถ์ขาวคว้าผ้าแถบมาใส่

“อ๊ะ อื้อออ!!!!”มิทันได้ตั้งตัว ทรงถูกชายฉกรรจ์ร่างกำยำพุ่งเข้ากอดรัดจากทางด้านหลัง มือกร้านยกปิดพระโอษฐ์มิให้ได้ส่งเสียง

“อยู่นิ่งๆเสียหากพระองค์มิอยากถูกปลงพระชนม์”เสียงเหี้ยมกระซิบข้างพระกรรณทำเอานัยน์ตากวางเบิกกว้าง พยายามดิ้นแต่ก็หาได้หลุดออกจากอ้อมกอดน่ารังเกียจนี่ไม่

วี๊ดวิ๊ว

ชายฉกรรจ์ผิวปากส่งสัญญาณก่อนที่จักมีชายอีกคนสวมชุดดำโพกผ้าปิดหน้าปิดตา เหลือไว้เพียงดวงตาเพื่อมองเท่านั้นจักปีนเข้ามาทางพระบัญชร ทหารยาม แลข้าหลวงหายไปไหนกันหมด!! เหตุใดจึงปล่อยให้โจรเข้ามาในวัง แลเข้ามาถึงตำหนักหลวงได้

“เอาเด็กออกไป”ชายที่กอดรัดพระชายาคนงามอยู่เอ่ยสั่งชายอีกคนที่พยักหน้ารับ

“อื้อออ!! อ่อยอ้า อื้อออ!!!”ทรงดีดดิ้นอยู่ในอ้อมกอดของชายโฉด หวีดร้องในพระศอยามที่ชายชุดดำอีกคนแตะต้องแก้วตาของพระองค์ ชายชุดดำค่อยๆประคองช้อนร่างเล็กของทารกขึ้นแนบอก เขย่าเบาๆขับกล่อมยามเด็กน้อยดิ้น เงยหน้าขึ้นสบตากับพวกก่อนจักอุ้มเด็กน้อยสูงศักดิ์ออกจากห้องบรรทม

“พเยีย!! ปล่อยข้าหนา ปล่อย”ดิ้นพลางตบตีโจรร้าย

“อยากตายหรือพะย่ะค่ะ”

“เจ้าจักทำกระไร บังอาจนัก”แม้นจักตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน แต่ก็หาได้ทิ้งความเป็นเลือดสีน้ำเงินไม่ จักมิยอมก้มหัวให้ใครง่ายๆเป็นแน่

“ชู่ว หม่อมฉันเพียงแค่อยากลิ้มลองรสบัว...”

“บังอาจนัก!! ทหาร!! ทหา...”

“ร้องให้พระศอแตกก็มิมีผู้ใดมาช่วยดอกพะย่ะค่ะพระชายา”เอ่ยยียวน

“...หากมิอยากต้องอาญาจากเจ้าหลว....”

“ฮะฮ่าๆๆ เจ้าหลวงหนาหรือ ป่านนี้คงปราบโจรอยู่กระมัง แลกว่าจักเสด็จถึงวังหลวงก็ใช้เวลาเป็นวัน หึหึ มิมีใครช่วยพระองค์ได้ดอก”

“....”นัยน์ตากวางจ้องโจรร้ายตรงพระพักตร์อย่างเคียดแค้น พระวรกายบอบบางฉวยโอกาสวิ่งไปที่พระทวาร แต่หาได้พ้นมือมารไม่ ลำแขนแกร่งคว้าพระกฤษฎีคอดไว้ ลากพระชายาคนงามเหวี่ยงลงพระแท่นบรรทม

“อ๊ะ..”

“หึ”กายกำยำคร่อมพระวรกายบางไว้ ตรึงพระกรเล็กไว้แนบพระยี่ภู่

“จักทำกระไร ปล่อยข้าบัดเดี๋ยวนี้!!”นัยน์ตากวางจดจ้องดวงตาคมคุ้นตาของชายชุดดำที่โพกผ้าปิดหน้าปิดตามิดชิด

“หึหึ ข้าบอกแล้วเยี่ยงไรเล่าว่าใคร่อยากลิ้มรสบัวที่งามที่สุดในแผ่นดิน”ว่าจบก็ฝังหน้าเข้ากับซอกพระศอสูดกลิ่นหอมหวาน ริมฝีปากอุ่นภายใต้ผ้าสีดำที่ปิดใบหน้าบดจูบพระฉวีขาวๆตามลาดพระอังสะเล็ก

“อ๊าาา...ปล่อยข้าบัดเดี๋ยวนี้ ปล่อย!!!”ทรงกรีดร้อง ดิ้นขัดขืนอย่างมิยอมถูกย่ำยี

“หากมิยอมแต่โดยดีข้าจักฆ่าท่านเสีย”

“เยี่ยงนั้นก็ฆ่าข้าเสีย ตายเสียยังดีกว่าถูกคนใจบาปหยาบช้าเช่นเจ้าย่ำยี”

“หากพระองค์ตาย หม่อมฉันจักฆ่าเจ้าน้อยพเยียทิ้งเสีย ดีหรือไม่”

“อย่าทำกระไรลูกข้าหนา”

“หึหึ หากยอมเป็นเด็กดีมิขัดขืน หม่อมฉันจักไว้ชีวิตเจ้าพเยียดีหรือไม่พะย่ะค่ะ”

“บังอาจนัก พเยียเป็นโอรสของเจ้าหลวง กล้าดีอย่างไรจึงมาเรียกลูกข้าเช่นนี้”แม้จักตกเป็นรองแต่ก็หาได้ยอมไม่

“หึหึหึ เหตุใดจึงเรียกมิได้เล่า ก็พระองค์กำลังจักเป็นเมียหม่อมฉัน เช่นนั้นโอรสของพระองค์ก็คือลูกของหม่อมฉัน”โจรร้ายว่า

“สามหาว!!”

“หึ”

“อื้ออออออ”ทรงดิ้นเร่าๆพลิกดวงหน้างามหนีใบหน้าของโจรร้ายที่ก้มลงมาบดจูบที่พระโอษฐ์จิ้มลิ้ม แม้จักมีผ้าสีดำกั้นกลาง หากแต่ก็ยังรู้สึกรังเกียจจนแทบอาเจียน

“หากมิทรงหยุด หม่อมฉันจักสั่งให้ลูกน้องปลิดชีพเจ้าน้อยเสียบัดเดี๋ยวนี้”

“อย่าทำกระไรลูกข้าหนา ฮึก”น้ำพระเนตรไหลอาบปรางขาว

“ชู่ว อย่าทรงกรรแสงไปเลยพะย่ะค่ะ มามีความสุขกันเถิด”รวบพระกรเล็กไว้เหนือพระเศียรด้วยมือข้างเดียว ส่วนอีกข้างไล้ไปตามพระกฤษฎีคอด ลูบวนบีบคลึงพระอุระเป็นกระเปาะ หยอกเย้าเม็ดบัวด้วยปลายนิ้ว

“ฮึก...ปล่อยข้า!!”

“.....”มิทำตาม อีกทั้งยังขัดคำสั่งด้วยการปลดผ้าแถบคาดอกสีขมิ้นออกจากเรือนร่างขาวผ่อง ปลายนิ้วบีบบี้ เค้นคลึงยอดถันเปลือยนุ่มหยุ่น

“ฮึก ฮือออ อย่าหนา”

“อืม...”ไล้ปลายจมูกโด่งที่อยู่ภายใต้ผ้าดำไปตามเรือนร่างขาวผ่องของดอกบัวที่อยู่สูงที่สุดในแผ่นดิน ฝ่ามือร้อนลูบวนที่หน้าท้องแบนราบ เลื่อนต่ำลงปลดคลายโจงกระเบนสีทองออก

“ฮึก ปล่อยข้าหนา ฮือออ อย่า ไอ้โจรชั่ว”ดิ้นมิยอมให้ถอดโดยง่าย หากแต่ก็ถูกขึงตรึงจนมิสามารถปกป้องตน เยี่ยงนี้ข้าจักมองพระพักตร์ฝ่าบาท แลเจ้าพเยียได้อย่างหากต้องมลทินเช่นนี้

“หึหึ อ่า”ดึงโจงกระเบนออก เผยพระวรกายเปลือยขาวโพลน ลูบไล้อย่างจาบจ้วง

“ปล่อยข้า...ช่วยด้วย ฮือออ”หนทางที่จักรอดจากเงื้อมือมารเริ่มริบหรี่เมื่อถูกเปลื้องอาภรณ์ออกจนหมด เจ้าโจรร้ายจัดการมัดรวบข้อพระหัตถ์ทั้งสองข้างแลมัดด้วยผ้าแถบของเจ้าบัว จากนั้นจึงเคลื่อนใบหน้าลงต่ำ จับเรียวขาวงามแยกออกจากกัน เจ้าโจรดึงผ้าปิดหน้าลงก่อนจักฝังริมฝีปากแลจมูกซุกไซ้กลีบบัวสีหวาน

“อ่า”เสียงทุ้มครางเรืออย่างพึงใจในรสบัว ลิ้นร้อนไล้เลียพระฉวีนุ่มทิ้งรอยแดงประปราย

“ฮือ อย่าหนา...ปล่อยข้า ฮึก ฮือออ”แม้นเจ้าโจรจักดึงผ้าปิดหน้าออกแล้ว หากแต่เจ้าบัวก็ยังมิเห็นหน้าคร่าตาของผู้ที่ย่ำยีตนอยู่ดี เห็นเพียงกลุ่มผมดกสีปีกกาเท่านั้น

“อ่า...เจ้าบัวงาม”

“ฮึก...เจ้าว่ากระไรหนา เรียกข้าว่ากระไร!!”

“.....”มิตอบ ดึงผ้าขึ้นปิดหน้าจนเหลือแต่ดวงตาดังเดิม สอดนิ้วเข้าไปในกลีบบัวที่ปิดสนิท

“อ๊าาา...อย่า!! ฮึก เอาออกไปหนา เจ้าชั่ว”บิดเอวหนีเรียวนิ้วยาวที่หมุนคว้านในกลีบบัว

“อ่า รัดแน่นเสียจริงพระชายา”ครางด้วยความพึงใจ กลางกายความเป็นชายแข็งขืนปวดหนึบ

“ฮือ...อ๊าาา อย่า”กรีดร้องเมื่อนิ้วที่สอง แลสามถูกดันเข้ามา

“อ่า...อืม”ขยับนิ้วทั้งสามหมุนวนเตรียมความพร้อมให้พระชายาคนงาม เจ้าบัวพยายามบิดข้อพระหัตถ์ให้พ้นจากพันธนาการ แต่ยิ่งดิ้นพันธนาการก็ยิ่งแน่น

“อืม..มามีความสุขกันเถิดคนดี”กล่าวด้วยน้ำเสียงคุ้นพระกรรณ แต่เพลานี้หาได้สนใจไม่ ชายหนุ่มถอนนิ้วออกจากกลีบบัวที่คลายตัว ลุกขึ้นเปลื้องอาภรณ์จนหมด แต่หาได้ปลดผ้าปิดหน้าออกไม่ พระชายาบัวงามนอนหอบหายใจรวบรวมเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้าย เมื่อเจ้าโจรวัยฉกรรจ์มานั่งคุกเข่าทับส้นเท้าอยู่ที่หว่างขาเรียวจับขาขาวพาดบ่ากว้าง ก็ยกเท้าเล็กถีบไปที่ไหล่หนาเต็มแรงจนเจ้าโจรหงายหลังตกพระแท่นบรรทม จึงได้รีบลุกขึ้นรวบผ้าห่มพันกายวิ่งไปที่พระทวารหวังหนีให้พ้นเงื้อมือโจรลามก โจรหนุ่มสะบัดหัวไล่ความมึนงงจัดแจงผ้าปิดหน้าให้มิดชิดก่อนจักลุกขึ้นคว้าพระวรกายระหงเข้ามาในอ้อมกอดจนร่างเล็กแทบจักจมหายเข้าไปในอกกว้าง ดันพระชายาลงนอนรบกับพื้นห้องบรรทม ขึ้นคร่อม เจ้าบัวงามหลับพระเนตรด้วยกลัวถูกทำร้าย แต่โจรหนุ่มหาได้ทำให้เจ็บไม่

“ฮึก...ฮือออ”

“ฤทธิ์เยอะนักนะพะย่ะค่ะ”จับเรียวขาวเล็กแยกออก แต่ไม่เอาพาดบ่าอีกแล้วประเดี๋ยวจักโดนถีบอีก ดันให้ตั้งชันขยับกายเข้าแนบชิด ความเป็นชายร้อนผ่าวถูไถเย้ากลีบบัว

“ฮือออ อย่าทำข้า ได้โปรด เจ้าใคร่อยากได้กระไรก็เอาไปเถิด หากแต่อย่าทำกับข้าเยี่ยงนี้”

“สิ่งที่กระหม่อมใคร่ได้ก็คือพระองค์นี่แลพะย่ะค่ะ”

“อ๊าาาา”หวีดร้องอย่างสิ้นหวังเมื่อส่วนปลายถูกดันแทรกเข้ามาในกลีบบัวงาม

“อืม...”เชิดหน้าครางเครือ หมุนสะโพกคว้านไปมา ก่อนจักขยับเข้าสุดทาง

“ฮือออออ...อื้อออ”

“อ่า....อื้ม”ความเสียวซ่านแล่นไปทั่วร่างยามความนุ่มหยุ่นโอบล้อมตัวตน

“ฮือออ อ๊ะ ฮึก..อื้อออ ฮือออ อย่าหนา”

“ซี๊ด อื้ม”กระแทกกระทั้นจนพระชายาพระวรกายโยน กายกำยำทาบทับร่างข้างใต้จนมิด ใบหน้าที่ปกปิดด้วยผ้าปิดหน้าสีดำซุกซบอยู่ที่ซอกพระศอขาวชื้นพระเสโท มือข้างหนึ่งรั้งเรียวขาเล็กให้เกาะเกี่ยวเอวสอบ ส่วนอีกข้างกอบกุมเค้นคลึงหน้าอกเป็นกระเปาะ

“อ๊ะ..อ๊ะ..อื้อออ ฮือออ อื้มมม”ยกพระหัตถ์ดันอกแกร่งมิยอมให้กกกอดโดยง่าย พระนชาจิกข่วนลาดไหล่กว้าง อกหนา แลท้ายทอยชายหนุ่มจนเลือดซิบ

“โอ๊ย..ฮืม อ่า”รวบพระหัตถ์ที่ทำร้ายตัวไว้เหนือเศียร กระแทกกระทั้นหนักหน่วงราวกับจักลงโทษ

“อ๊า อ๊ะ อ๊ะ...ฮึก อืมมม งั่ม”เมื่อพระหัตถ์ทำร้ายมิได้ก็ใช้พระทนต์กัดเข้าที่ไหล่หนาเต็มแรง

“โอ๊ย...”โจรหื่นผละออกด้วยความเจ็บ จับพระวรกายพลิกคว่ำกอดรัดไว้แน่น

“ปล่อย ปล่อยข้าหนา...อ๊า”ดิ้นรน หวีดร้องพระสุระเสียงหลงเมื่อกลีบบัวช้ำถูกรุกล้ำอีกครา

“อ่า...ซี๊ด อื้ม เจ้าบัว”

“อึก ฮือออ อือ”ซบพระพักตร์กับพื้นอย่างหมดแรงจะสู้

“ฮะ..อ่า อื้ม..อ่ะ ซี๊ด”

“อ๊ะๆๆ”

.

.

.

นานราวกับเป็นปีในความรู้สึกของเจ้าบัวงามกว่าเจ้าโจรใจหยาบจักสำเร็จความใคร่

“ฮื้ม..อ่า อีกนิดหนาน้อง อื้ม”

“ฮือออ อย่าหนา”ดิ้นรนอีกครา มิยอมให้ปลดปล่อยในพระวรกาย

“อื้มมมม”จับพระวรกายช้ำพลิกหงายอีกครั้ง สะโพกสอบกระทั้นถี่รัว ความเป็นชายขยายเมื่อใกล้ปลดปล่อย

“อย่า ได้โปรด ฮือออ อย่าปล่อยในตัวข้าหนา ฮือออ อย่า”

“อ่ะๆๆ อ่า”ดูเหมือนเจ้าโจรร้ายจักมิฟังคำขอจากพระโอษฐ์

“ฮือออ อย่า!!”

“อ่ะ อ่า..อาาาา”สายธารร้อนไหลรดกลีบบัวจนเอ่อ

“ฮือออ อื้อออ”เมื่อรับรู้ถึงสายธารที่หลั่งไหลอยู่ในกายก็ดีดดิ้นอย่างรังเกียจ วิฬารที่สิ้นฤทธ์เมื่อครู่กางเล็บจิกข่วนกายหนาราวกับจักให้ขาดเป็นชิ้นๆด้วยความแค้น

“อ่ะ..โอ๊ย”หลบเป็นพัลวัน

พรึ่บ

พระหัตถ์เล็กจิกกระชากผ้าดำที่ปกปิดใบหน้าเจ้าโจรร้ายจนหลุดออก เมื่อได้ทอดพระเนตรใบหน้าหล่อร้ายของโจนชั่วก็อึ้งจนพูดมิออก ความรู้สึกทั้งหมดทั้งมวลถาโถมจนบอกมิได้ว่ารู้สึกอย่างไร

“.....”

“...เจ้าบัวงาม”เมื่อทอดพระเนตรเมียรักที่นิ่งไป ดวงหน้างามอาบน้ำตาอึ้งค้างก็ตรัสเรียกด้วยพระสุระเสียงอ่อย

“...ฝ่าบาท”พระสุระเสียงหวานหลุดจากพระศอแผ่วเบาราวกับมิเชื่อสายตาองค์เองว่าโจรร้ายที่บุกเข้ามาข่มขืนพระชายาอย่างอุกอาจจักเป็น..องค์จันทร์ พระภัสดาขององค์เอง

“..เจ้าบัวงาม”เรียกอีกครา พลางเอื้อมพระหัตถ์หมายจักจับตัวเมียรัก

 ฟึ่บ

“ทรงเล่นกระไรพระเจ้าค่ะ ฮึก ฮือออ”สะบัดพระวรกายมิยอมให้พระภัสดาจับต้อง ปล่อยโฮเสียงดังจักว่าโล่งพระทัยก็ใช่ จักว่ากริ้วก็ใช่อีกนั่นแล

“โธ่ เจ้าบัวงาม พี่ขอโทษเจ้า”เข้าโอบกอดกายช้ำแม้จักถูกเมียตบตีก็ยอม

“ฮือออ เหตุใดจึงทำเช่นนี้ ทรงรู้หรือไม่ว่าหม่อมฉันกลัวแค่ไหน ฮือออออ”

“พี่ขอโทษเจ้า อย่าไห้เลยหนาคนดี”

“ฮือออ..มิทรงคิดถึงใจหม่อมฉันเลยหรือพระเจ้าค่ะ ถึงได้ทรงเล่นกระไรพิเรนทร์เช่นนี้ ฮึก ฮือออ”

“พี่ขอโทษจ้ะ พี่ขอโทษ หนาคนดี”

“ฮือออ”

“โ อย่าไห้เลยหนา พี่ใจมิดีเสียเลย”

“เมื่อครู่หม่อมฉันร่ำไห้จักเป็นจักตาย แต่พระองค์ก็มิทรงสนนี่พระเจ้าค่ะ ทรงสวมบทบาทเป็นโจรชั่ว!!! ได้อย่างแนบเนียนเทียว”กระแทกพระสุระเสียงตรงโจรชั่วให้พระภัสดาได้สะอึก

“แหะๆ...ขอโทษจ้ะ”

“แลยังกล้าตรัสว่าจักฆ่าเจ้าพเยียอีก ฮือออออ ทรงกล้าตรัสเช่นนี้ได้อย่างไร กล้าตรัสว่าจักฆ่าลูกได้อย่างไรพระเจ้าค่ะ”เมื่อตรัสถึงลูกความโกรธเกรี้ยวก็กลับมาอีกครา ยกพระหัตถ์ตบตีพระอุระเปลือยจนแดงเถือก

“อะ โอ๊ย..เจ้าบัวงามยกโทษให้พี่หนาคนดี”โอบกอดอย่างเอาอกเอาใจ

“แอ้..แง...แง” ความวัวยังมิทันหาย ความควายก็เข้าแทรก เสียงแผดร้องของเจ้าพเยียทำเอาเจ้าบัวรีบผุดลุก ดันพระกรพระภัสดาออก รวบผ้าห่มพันกายลวก

“จักไปไหนเจ้าบัว”รั้งเมียไว้

“หม่อมฉันจักไปหาลูก ปล่อยหนาพระเจ้าค่ะ”

“ไม่ได้ๆ จักออกไปแบบนี้ได้อย่างไรกันเจ้า”พระองค์จักมิปล่อยให้เจ้าบัวออกไปด้วยสภาพล่อเสือล่อตะเข้แบบนี้แน่

“หม่อมฉันจักไปหาลูก”

“ประเดี๋ยวพี่ไปพาลูกมาเองหนาจ้ะ คนดี รอพี่อยู่ที่นี่เถิดหนา”

“ฮึก...”

“รอพี่หนาจ๊ะคนดี”ประคองเมียขึ้นประทับบนพระแท่นบรรทมก่อนจักคว้าพระภูษาพันรอบพระกฤษฎี แลออกจากห้องบรรทมเพื่อไปพาลูกมาหาแม่

“ฮึก..”เจ้าบัวงามสะอื้น ยกพระหัตถ์ขึ้นปาดน้ำพระเนตรออกจากพระปราง ก่อนจักคว้าโจงกระเบน แลผ้าแถบที่ถูกพระภัสดาในคราบโจรร้ายเปลื้องออกมาสวมใส่

“แอ้..แง”พเยียน้อยร่ำไห้อยู่กับพระอุระของบิดา องค์จันทร์ทรงอุ้มลูกแนบพระอุระอย่างทะนุถนอมเข้ามาภายในห้องบรรทม

“พเยียลูกแม่”รับลูกน้อยจากพระภัสดามาจูบหอม โยกกายเบาๆปลอบประโลมลูกรัก

.

.

.

ทางด้านชายชุดดำอีกคนที่รับหน้าที่พาเจ้าน้อยออกจากห้องบรรทม หรือก็คือองครักษ์คนสนิท เหม เมื่ออุ้มทารกผู้เป็นนายออกจากห้องบรรทมก็เดินเข้ามาที่ห้องโถงซึ่งมีข้าหลวงสาวสี่คน แลคนสนิทของพระชายา สายหยุดภรรยาตนถูกมัดมือมัดปากรวมกัน

“อื้อออ”สายหยุดร้องทั้งๆที่มีผ้ามัดปากอยู่ทันทีเมื่อเห็นโจรที่บุกปล้นตำหนักหลวงอุ้มเจ้าน้อยออกจากห้องบรรทม

“อย่าร้องไปเลย นั่งเงียบๆเสีย”ดัดเสียงสั่ง โยกกายเล็กในอ้อมแขนเบาๆขับกล่อม

“ข้าจักปล่อยเจ้า แลเจ้าให้มาดูแลเจ้าน้อย ตกลงหรือไม่”

“อื้อๆ”สายหยุด แลข้าหลวงสาวอีกคนพยักหน้าทันที

“อย่าได้คิดหนีเชียว”

“อื้อๆๆๆ”

เมื่อเห็นว่าสายหยุด แลข้าหลวงสาวยอมแล้วจึงประคองเจ้าน้อยพาดบ่ากว้าง ก่อนจักใช้มือข้างเดียวแก้เชือกให้สายหยุด แลข้าหลวงสาว

“เจ้าน้อย”รับทารกมาจากโจรร้ายกอดปลอบ แต่มิรู้ปลอบใครเจ้าน้อยหรือตนเอง ส่งทารกให้ข้าหลวงสาว ก่อนจัก

พรึ่บ

“อ๊ะ”

“.....”

“.....”

“พี่เหม!!”

“...สะ สายหยุด”ใครจักคิดว่าสายหยุดจักหันมากระชากผ้าปิดหน้าตนออก

“นี่มันกระไรกันพี่เหม”เสียงเข้มจนเหมใจสั่น

“...ผะ แผนขององค์จันทร์พี่มิรู้หนาคนดี มิทำตามพระบัญชามิได้ดอก”

แลนี่ก็เป็นเหตุผลว่าเหตุใดจึงมิมีทหารยาม องครักษ์ หรือข้าหลวงมาช่วยเจ้าบัวเลยสักคน

.

.

.

“เจ้าบัวงาม ยังมิหายโกรธพี่อีกหรือคนดี”ตรัสถามเมียรักที่อุ้มลูกมิสนพระองค์ นี่ก็ผ่านมาหลายวันแล้วหากแต่เจ้าบัวก็ยังคงมึนตึงใส่พระองค์มิคลาย

“......”

“บัวจ๋า”

“มิต้องมาพระโอษฐ์หวานดอกพระเจ้าค่ะ”

“โธ่...เมียจ๋า”

“จนกว่าพระองค์จักสำนึกว่าสิ่งที่พระองค์ทำมันร้ายแรงเพียงใด”ปรายพระเนตรจิกพระภัสดา

“จ้ะ...”จำพระทัยยอมรับ มิเช่นนั้นคงโดนเมียโกรธอีกกระทง ทอดพระเนตรเมีย แลลูกพระเนตรละห้อย หากพระองค์พระเนตรมิฝาด ทรงเห็นมุมปากจิ้มลิ้มของเจ้าพเยียยกขึ้นแน่ๆ




ความคิดเห็น