-[TAKE]-

รักเทค ก็อย่าทิ้งกันน้าาา อยู่กับเทคนานๆ แค่เข้ามาอ่านก็ดีใจแล้ววว

ชื่อตอน : ราตรีที่ 21

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 28.6k

ความคิดเห็น : 80

ปรับปรุงล่าสุด : 18 เม.ย. 2560 23:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ราตรีที่ 21
แบบอักษร

21

การสำรวจแคว้นตัวเองเป็นสิ่งหนึ่งที่หนิงลี่พึงกระทำตั้งแต่เช้าทันทีที่ตื่นขึ้นมา เมื่อก่อนที่จะไปอยู่กับซ่งจินเหลียง สิ่งที่หนิงลี่จำได้คือไฟสงครามที่โหมกระหน่ำอย่างรุนแรง บัดนี้สิ่งเหล่านั้นกลับเป็นเหมือนแค่เพียงฝันร้าย จี้หนานถูกปรับเปลี่ยนใหม่เกือบทั้งหมด ถูกบำรุงซ่อมแซม แต่ยังคงเอกลักษณ์เรื่องการเรียนการสอนเหมือนครั้งที่ฮ่องเต้องค์ก่อนยังคงครองราชย์

เมื่อครั้งถามถึงสงครามที่ล่วงเลยผ่านจากคนในหมู่บ้านเดียวกัน บ้างก็ยังคงเสียใจกับการสูญเสียลูกหลานที่ไปเป็นทหาร หากแต่ส่วนนั้นซ่งจินเหลียงกลับช่วยเหลือสิ่งที่สูญเสียเป็นเงินก้อนโตเพื่อให้ใช้ได้ตั้งต้นใหม่ มันอาจทดแทนกันไม่ได้แต่อย่างน้อยก็ยังสามารถทำให้เริ่มต้นใหม่ได้ บ้างก็บอกว่ามันเป็นสงคราม หากไม่มีการสูญเสียก็ย่อมเป็นไปไม่ได้ ซ่งจินเหลียงซื้อใจคนด้วยการทำนุบำรุงและสร้างความเจริญก้าวหน้าให้กับแคว้น เหล่าคนที่ถูกเกณฑ์ไปยังแคว้นฉินเป็นคนทุกข์ยากที่ไร้ซึ่งที่ทำมาหากิน คนพวกนั้นได้ถูกเกณฑ์ไปทำนาทำไร่ หรือทำการค้าขายเพื่อเป็นวิชาในการเลี้ยงชีพ

หนิงลี่เพิ่งรู้ซึ้งถึงข้อนี้...

สงครามไม่เคยทำให้ใครดีขึ้น ในเมื่อมีคนก่อก็ต้องมีคนแก้ แล้วซ่งจินเหลียงก็เป็นคนแก้สิ่งที่เสียหายได้ถูกจุด จนกลายเป็นที่รักของราษฎรในเวลาไม่นาน

“ท่านแม่”

หนิงลี่จับมือผู้เป็นมารดา ยังอยู่ไม่หายคิดถึงบ้านแต่ต้องเดินทางกลับเสียแล้ว

ชิงเถารับรู้ว่าบุตรชายก็คงไม่ต่างจากตน จึงได้ลูบไล้ใบหน้าที่ดูสะอาดขึ้น “อาลี่ เจ้าไปเสียเถิด ข้ากับพ่อเจ้าและน้องๆ ของเจ้ายังคงรอเจ้ากลับมาอยู่เสมอ”

ชิงเถานางรักหนิงลี่ดั่งแก้วตาดวงใจ สวรรค์มีตาส่งหนิงลี่ให้มาเกิดในท้องของนาง หนิงลี่ตั้งแต่เด็กเป็นเด็กฉลาด แต่ด้วยฐานะทางบ้านยากจนจึงไม่อาจส่งเสียบุตรชายให้เรียนหนังสือได้ตามที่หวัง แต่หนิงลี่ก็ยังไม่ละความพยายามจนสามารถอ่านออกเขียนได้ ไม่เหมือนกับนางผู้ให้กำเนิดที่ไม่มีความรู้

“ไปเถิด เดี๋ยวจะไม่ทันกัน” ก้านลู่จับหัวไหล่ของชิงเถาเอาไว้เพื่อเป็นการบอกนัยๆ ว่าถึงเวลาแล้ว

“ท่านพ่อ ท่านแม่ ดูแลสุขภาพด้วย” หนิงลี่หันมองน้องชายและน้องสาวตัวเล็ก “อาเอ๋อ อาชิง ครั้งหน้าข้าจะมาหาพวกเจ้าใหม่ พวกเจ้าต้องเป็นเด็กดี เชื่อฟังท่านพ่อกับท่านแม่ เข้าใจหรือไม่”

หนิงเอ๋อและลู่ชิงพยักหน้าพร้อมกัน

สองร่างเล็กโผเข้ากอดพี่ชายคนโตด้วยความรัก เพิ่งพบกันได้เพียงแค่วันเดียวก็ต้องจากกันเสียแล้ว ภาพของสามพี่น้องกอดกันกลมเกลียวจนเหมือนรวมเป็นหนึ่ง สร้างความสะเทือนใจให้กับผู้พบเห็น

หนิงลี่ไม่อาจร้องไห้ได้ เขาเป็นชายชาติทหารจำเป็นต้องฝืนทนเก็บกลืนความรู้สึกที่มันปวดร้าว ปล่อยร่างน้องชายและน้องสาวที่กระจองอแงไม่ยอมปล่อย...กายโปร่งกระโดดขึ้นอาชาสีทมิฬ เสี้ยวหน้าผินมองครอบครัวที่รักยิ่งก่อนควบอาชาวิ่งไปอีกทาง

กลับสู่เสียนหยาง...กลับสู่แคว้นฉิน....

การเดินทางที่เต็มไปด้วยการเร่งรีบแทบไม่มีเวลาหยุดพัก โดยมีจิ่นสือคอยนำทางไปยังเส้นทางที่ถูกเตรียมเอาไว้เพื่อหลีกเลี่ยงทหารแคว้นโจวที่อาจคอยดักทำร้าย ผืนป่าสั่นไหวไปด้วยเสียงฝีเท้านับสิบ หนิงลี่มองตรงไปยังเบื้องหน้า มุ่งมั่นไปยังดินแดนที่กำลังเกิดศึกสงคราม

กว่าจะมาถึงจุดหมายที่จิ่นสือได้นัดแนะกับทหารของแคว้นฉินก็ใช้เวลาไปเกือบสามวัน สถานที่นัดหมายเป็นโรงเตี้ยมขนาดกลางที่ตั้งอยู่ในแคว้นหาน ที่นั่นมีเหล่าเสนาอำมาตย์ของเสียนหยางอยู่หลายคน หนิงลี่จำหน้าคนพวกนั้นได้ หนึ่งในนั้นคืออำมาตย์ยิ่นหย่ง...ทันทีที่ก้าวเดินมาถึงห้องที่จัดเตรียมเอาไว้ เสนาอำมาตย์ที่อยู่ภายในห้องก็ทำการคารวะจนหนิงลี่ตื่นตระหนก โชคดีที่มีจิ่นสือคอยอยู่เป็นเพื่อน มิเช่นนั้นแล้วก็คงทำตัวไม่ถูก

สิ่งแรกที่หนิงลี่เอื้อนเอ่ยคือซ่งจินเหลียง

ข่าวร้ายที่ไม่มีใครคาดคิด

อำมาตย์ที่อยู่ภายในห้องต่างพากันตกตะลึง ไม่มีใครคาดคิดว่าจักรพรรดิผู้เป็นใหญ่จะมาเสียทีให้กับอี้ชิงรองแม่ทัพผู้ทรยศ

ขวัญและกำลังใจที่มีเพียงหนึ่งเดียวดับสูญไปต่อหน้าต่อตา เหล่าอำมาตย์ต่างหวังพึ่งฮ่องเต้ผู้ชาญฉลาดเพื่อทำให้สงครามนี้สิ้นสุดลงเร็วที่สุด

หนิงลี่เสียใจอย่างสุดซึ้ง หวนนึกถึงยามที่ร่างของซ่งจินเหลียงร่วงหล่นไปยังหน้าผาสูงชันนั่น...หนิงลี่ไม่อาจช่วยเหลือซ่งจินเหลียงได้

ความโกรธแค้นถูกส่งมาให้ผู้อยู่ในห้องได้เห็นอย่างชัดเจน แต่ละคนต่างสาปแช่งอี้ชิงและโจวอี้หานด้วยความโกรธ แม้แต่ร่างผู้เป็นฮ่องเต้ก็ไม่อาจเห็น สิ่งที่หนิงลี่พึงกระทำได้ในยามนี้คือการนิ่งเงียบและรับฟังความทุกข์ยากของผู้คนเหล่านั้น

เรื่องนี้ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น...แต่เหตุการณ์ที่กำลังขับขันไม่อาจใช้ความบ้าบิ่นเพื่อเอาชนะ หากยิ่งตื่นตระหนกก็จะกลายเป็นว่าเข้าทางโจวอี้หาน

พระสนมผู้เคยอัปลักษณ์ถามทุกข์สุขดิบของคนในแคว้น ได้ข่าวว่ากว่าที่จะหนีออกมาจากเมืองหลวงได้ก็แทบเสี่ยงชีวิต โจวอี้หานที่คิดเป็นใหญ่ทำการยึดเมืองในขณะที่ซ่งจินเหลียงกำลังเดินทางไปต้าฉี นำกองทหารจำนวนแสนนายบุกรุกตีเข้าเมืองจนแตก แคว้นฉินที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัวจึงได้ตกเป็นเมืองขึ้นและอยู่ภายใต้การปกครองของโจวอี้หานอย่างรวดเร็ว...แม่ทัพหวางมู่ที่เป็นคนคอยออกคำสั่งได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้กับโจวอี้หาน เป็นตายเท่ากัน ชีวิตกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย โชคดีที่สามารถช่วยไว้ได้ทัน มิเช่นนั้นหวางมู่ก็อาจต้องไปพบปรโลกโดยที่อายุตั้งแต่ครั้งยังน้อย

หนิงลี่ได้ฟังเพียงคร่าวๆ ก็พอจับใจความได้ คิดว่าการศึกครั้งนี้มันช่างยากเย็นนัก ดวงหน้าเป็นกังวลทอดมองไปยังเหล่าเสนาที่สีหน้าเศร้าสลด

“พระสนม การศึกในครั้งนี้แคว้นฉินยากที่จะพ้นภัย ฝ่าบาทได้ถูกคนชั่วลอบทำร้ายจน...” อำมาตย์ผู้หนึ่งกล่าว ใบหน้าโศกศัลย์ยามเมื่อคิดถึงเรื่องที่ไม่พึงประสงค์ “แคว้นฉินของเราต้องการขวัญและกำลังใจ พระสนมได้โปรดนำทัพศึกนี้ได้หรือไม่”

“ท่านอำมาตย์!” หนิงลี่มองหน้าผู้เอื้อนวาจา

ยินหย่งยกมือขึ้นคารวะ “พระสนม การศึกที่ชายแดนเหนือเป็นแผนการของท่านทำให้กำจัดโจรป่าไปได้ ครั้งนี้มีแต่ท่านเท่านั้น ได้โปรดบัญชา ข้ายินหย่งน้อมกายถวายชีวิต”

“ท่านยินหย่งพูดเกินไปเสียแล้ว ข้าเป็นเพียงทหารต่ำต้อย ไม่สามารถออกคำสั่งได้ ศึกชายแดนเป็นเพียงแค่ศึกเล็กๆ ข้าก็แค่เสนอความคิดเท่านั้น”

มันมากเกินไป...สิ่งเหล่านี้มันหนักหนาสาหัสจนหนิงลี่นึกหวั่น ถึงจะเคยออกคำสั่งในสนามรบกับซูลี่ผู้เป็นแม่ทัพคนงามของต้าฉี แต่ก็หนิงลี่ก็อยู่แค่เบื้องหลัง ไม่เคยมีสักครั้งที่จะสั่งทหารให้ไปออกศึกโจมตี และถึงแม้จิ่นสือจะบอกว่าให้ใช้ความรู้ทั้งหมดช่วยเหลือเสียนหยาง หนิงลี่ยอมรับในข้อนั้น หากแต่หนิงลี่ไม่เคยคิดที่จะออกคำสั่งกับทหารนับหมื่นนับพัน คิดเพียงแค่ว่าจะช่วยออกความคิด ช่วยวางแผน และออกไปรบดั่งชายชาติทหาร

“พระสนม ข้าน้อยยินหย่งสาบานว่าจะจงรักภักดีต่อพระสนม เมื่อก่อนข้าทำไม่ดีต่อท่านหากมีสิ่งใดที่ท่านขัดข้องใจได้โปรดอย่าถือสา บัดนี้แคว้นฉินมีภัยร้ายรุกราน ได้โปรดเถิดพระสนม ได้โปรดออกคำสั่งออกรบด้วยเถิด” ยินหย่งยกมือขึ้นคารวะร้องขอ

เหล่าอำมาตย์ผู้อื่นจึงยกมือคารวะเพื่อร้องขอเช่นกัน ทั้งหมดประสานเสียงเป็นหนึ่งดังเซ็งแซ่...ในเมื่อผู้เป็นผู้ใหญ่กว่าร้องขอมีหรือที่หนิงลี่จะทนทานได้

หนิงลี่กลืนน้ำลายลงคอเอือกใหญ่ “หากเช่นนั้นแล้ว ข้าหนิงลี่...จะขอนำความรู้ทั้งหมดช่วยเหลือพวกท่าน นำพาแคว้นฉินสู่ชัยชนะ!”

อำมาตย์แคว้นฉินนั่งลงรับคำบัญชา

“รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ”

บนบันลังก์ทองที่เคยเป็นของอดีตฮ่องเต้วิปลาส ได้เปลี่ยนเป็นองค์รัชทายาทแห่งแคว้นโจว มีนามว่า โจวอี้หาน...องค์รัชทายาทหนุ่มฮึกเหิมในกำลังไพร่พลทหารของตน นำทัพโจมตีต่างแคว้น ความปรีชาในการรบกลับสร้างมาด้วยการฉ้อโกง

ซ่งจินเหลียงได้ตกเขาสิ้นชีพไปกับรองแม่ทัพอี้ชิง...เรื่องอี้ชิงนั้นเขากลับได้ใส่ใจไม่ ถึงอี้ชิงจะรอดและมีผลงานกลับมาโจวอี้หานก็เลือกจะสังหารในภายหลังอยู่ดี

คนกบฏคิดไม่เชื่อง ไม่สมควรเก็บไว้ให้เป็นหนามยอกอก

โจวอี้หานนึกเสียดายในใบหน้าของซ่งจินเหลียงนัก...ฮ่องเต้ผู้นั้นเปรียบได้ว่าเป็นดอกไม้งามดอกหนึ่งที่หาตัวจับได้ยาก หญิงงามล่มเมืองมีอยู่มาก ทว่าบุรุษงามกลับมีอยู่น้อยนิด โจวอี้หานนึกเสียดายนักที่ไม่ได้ลิ้มลองรสชาติสักครา ยามที่นึกถึงรอยยิ้มพิมพ์ใจนั่นก็ยิ่งเสียดาย แต่ซ่งจินเหลียงเป็นภัยร้ายไม่อาจปล่อยได้ จำเป็นต้องกำจัดทิ้ง

หรือบางทีจะเป็นพระสนมอัปลักษณ์ผู้นั้น?

องค์รัชทายาทนึกถึงใบหน้าของพระสนมลี่ที่เห็นครั้งสุดท้ายตอนงานเลี้ยงที่จัดขึ้นเพื่อต้อนรับแม่ทัพแห่งต้าฉี ใบหน้านั่นช่างอัปลักษณ์เสียจนต้องเบือนหน้าหนีไปอีกทาง โจวอี้หานส่ายหน้าให้กับความคิดเหล่านั้น...ได้ข่าวจากนายทหารที่ถูกส่งตัวไปตามล่าซ่งจินเหลียงว่าพระสนมที่ควรมีรอยปานแดงบนใบหน้า กลับหายไปเหมือนไม่เคยมีความด่างพร้อยนั้น โจวอี้หานนึกอยากเห็นนักว่าเป็นจริงอย่างที่พูดหรือไม่

“น่าเสียดายจริงๆ”

“น่าเสียอะไรรึองค์รัชทายาท...ไม่สิ ฝ่าบาท”

เสียงหนึ่งดังขึ้นพร้อมกับการเดินก้าวเข้ามาของใครอีกคนหนึ่ง

โจวอี้หานลุกจากบัลลังก์ทอง สีหน้าตื่นตระหนกยามที่เห็นคนที่คิดว่าสิ้นชีพไปแล้ว...อี้ชิง*!*

สองขายาวของรองแม่ทัพก้าวเดินมาเข้าใกล้ แค่เพียงเห็นหน้าโจวอี้หานถึงกับชักสีหน้าด้วยความไม่ชอบใจหนึ่งครั้งก่อนจะแปรเปลี่ยนกลับมาเป็นตามเดิม ไม่ว่าจะเห็นหน้าสักกี่ครั้งก็ไม่เคยรู้สึกดีด้วยสักนิด เมื่อครั้งตอนที่อาศัยอยู่แคว้นฉินเพื่อลักลอบคิดทำการใหญ่โดยหาจุดอ่อนของซ่งจินเหลียง มีบางครั้งที่โจวอี้หานได้แอบพบปะกับอี้ชิง

เมื่อตอนขณะที่กำลังปรึกษาหาหรือกับคนสนิทเฉินชุน อี้ชิงได้ปรากฏตัวขึ้นพร้อมคำกล่าวอ้างว่าจะช่วยเหลือในการกำจัดซ่งจินเหลียง ในคราวนั้นได้ติดต่อกับซูลี่ไว้แล้วและยังไม่ไว้ใจอี้ชิงเท่าใดนักจึงได้ทำเหมือนไม่สนใจในข้อเสนอนั้น จนกระทั่งแผนการที่วางไว้กับซูลี่ทั้งหมดล้มเหลวลง

โจวอี้หานยอมรับว่าไม่ค่อยชอบหน้ารองแม่ทัพผู้นี้เท่าใดนัก ใบหน้าด้านซ้ายที่ถูกพันจนเหลือแต่เพียงลูกตาด้านขวาและริมฝีปากเท่านั้น ปกปิดใบหน้าแท้จริงไปเกินครึ่ง ภายใต้ผ้าพันแผลนั่นคงจะเป็นแผลเน่าเฟะน่าสยดสยอง

น่าประหลาด?...

องค์รัชทายาทรับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลง ตอนที่เจอกันเมื่อครั้งก่อนบรรยากาศรอบตัวไม่ได้กดดันถึงเพียงนี้ จะว่าไปแล้วอี้ชิงที่เขาพบเมื่อครั้งก่อนต่างหากเล่าที่แตกต่าง

“นี่เจ้ายังไม่ตายงั้นรึ”

อี้ชิงหัวเราะแผ่ว “เหตุใดท่านจึงคิดว่าข้าสิ้นชีพเล่า ฝ่าบาท”

ฝ่าบาท...ช่างเป็นคำที่โจวอี้หานพึงพอใจนัก นับว่าอี้ชิงมีตานัก

โจวอี้หานผินมองรองแม่ทัพที่ยังคงมีชีวิต ความแคลงใจใคร่รู้ในตัวอี้ชิงยังคงมีอยู่มาก หน้าผาสูงชันแต่กลับรอดมาได้อย่างไร้บาดแผล หากอี้ชิงรอดมาได้ แล้วซ่งจินเหลียงเล่าจะเป็นเช่นไร

อี้ชิงเหมือนรู้ในความคิดของโจวอี้หาน “ฝ่าบาท ท่านวางใจได้ ซ่งจินเหลียงได้ตกเขาตายไปแล้ว หุบเหวลึกขนาดนั้นไม่มีทางรอด ที่ข้ารอดมาได้เพราะสวรรค์ยังมีตา ข้าเกาะกิ่งไม้ที่ยื่นมาจากหน้าผาเอาไว้ได้ แล้วส่งคนชั่วให้ตกลงไป น่าเสียดายนักที่ข้าไม่สามารถนำหัวของซ่งจินเหลียงมาให้ท่านได้” รองแม่ทัพกล่าวอย่างนึกเสียดายนัก

โจวอี้หานที่ได้ฟังก็เช่นกัน ช่างน่าเสียดายที่ไม่สามารถนำหัวซ่งจินเหลียงมาได้ อย่างน้อยก็อยากเห็นร่างที่ไร้วิญญาณสักครา

ซ่งจินเหลียง...เจ้าแพ้เราเสียแล้ว...โจวอี้หานนึกลำพองตน

ต่อไปก็เหลือแค่เพียงแต่พวกเสี้ยนหนามที่อยู่รายรอบ...ต้องกำจัดทิ้งให้สิ้นซาก

“นำไพร่พลทหารไปตามจับตัวคนที่เหลือซะ!”

“พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท”

อี้ชิงยกมือขึ้นประสานเพื่อรับคำสั่งผู้เป็นฮ่องเต้องค์ใหม่ก่อนเดินออกไป

เมื่อคนหนึ่งเดินจากไปแล้ว เฉินชุนคนสนิทของโจวอี้หานจึงเดินเข้ามาแทนที่ ดวงตาทั้งสี่มองร่างบุรุษกำยำจนละสายตา

“องค์ชาย ข้าน้อยว่าอี้ชิงไม่น่าไว้ใจ”

โจวอี้หานยกมือขึ้นเป็นการบ่งบอกว่าให้เฉินชุนนิ่งเงียบ “เอาเถิด ปล่อยมันไปก่อน เมื่อหมดประโยชน์เมื่อไหร่ค่อยกำจัด”

“พ่ะย่ะค่ะองค์ชาย” เฉินชุนรับคำสั่งผู้เป็นนายเหนือหัว

จิ่นสือกางแผนที่บนโต๊ะตัวใหญ่ มีตำแหน่งบอกเส้นทางอย่างชัดเจน รอบโต๊ะรายล้อมไปด้วยอำมาตย์ที่หนีรอดจากแคว้นฉินโดยการช่วยเหลือของจิ่นสือ มีพระสนมเป็นผู้นำทัพวางแผนในการออกรบ สถานการณ์รอบข้าเคร่งเครียด เนื่องจากคนของโจวอี้หานมีอยู่เต็มทุกพื้นที่ จิ่นสือจึงได้พามายังสถานที่ปลอดภัย พำนักอยู่ช่วงเขตทางแม่น้ำหานเพื่อเป็นที่กบดาน

ความตรึงเครียดโหมกระหน่ำหนิงลี่อย่างล้นพ้น การคุมทหารเป็นแสนนายมันช่างดูยิ่งใหญ่จนหนิงลี่นึกหวั่นเกรง...เดิมทีหนิงลี่ก็เป็นเพียงแค่ชาวบ้านธรรมดาเท่านั้น

ถ้าหากข้าไม่สามารถพาชนะศึกสงครามได้เล่า มันจะเป็นเช่นไร...

เมื่อเกิดภาวะความเครียดกัดกินสมอง จึงทำให้แสดงออกทางสีหน้าได้อย่างแจ่มแจ้ง เหงื่อกาฬซึมไหล่ผ่านหางคิ้วลงไปสู่ลำคอ...หนิงลี่นึกถึงทหารที่ล้มตายเป็นจำนวนมาก นึกถึงยามที่แคว้นโจวประกาศชัยชนะ ภาพเหล่านั้นมันช่างถดถอยกำลังใจที่มีเสียจริง

“พระสนม ขณะนี้โจวอี้หานกำลังตั้งทัพอยู่ที่หน้าเมือง มีกองกำลังทหารนับแสนนาย ล้อมรอบทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ข้าจะนำไพร่พลสามหมื่นไปยังดินแดนทางเหนือเพื่อหลอกล่อให้ไปยังอีกทางดีหรือไม่” ยินหย่งเสนอความคิดเห็น แต่กลับไร้เสียงของผู้บังคับบัญชา

หนิงลี่มองแผนที่ด้านหน้า แววตาเป็นกังวลยิ่ง

เมื่อไร้เสียงตอบรับเสนาอีกท่านหนึ่งที่อยู่ขนาบข้างจึงได้เอ่ยทัก “พระสนม”

หนิงลี่ใจสั่นระรัว สองมือกำแน่น ดวงตาฉายชัดสะท้อนความหวาดกลัว

“ข้า...”

จะทำเช่นไรเล่าหากต้องพ่ายแพ้

จะทำเช่นไรเล่าหากต้องมีคนตายเป็นจำนวนมาก

“อาลี่...”

จิ่นสือเห็นท่าทีของสหายสนิทจึงเป็นฝ่ายขานชื่ออีกฝ่ายบ้าง...จินสืออยู่กับหนิงลี่มาตั้งแต่ครั้งยังเยาว์ นิสัยของหนิงลี่แล้วมักจะชอบขบคิดอยู่เสมอ ความรู้สึกเป็นยังไงก็มักจะแสดงสีหน้าตรงกันข้าม น้อยครั้งนักที่จะเห็นหนิงลี่หวาดหวั่น ครั้งแรกก็คงจะเป็นตอนที่ตกในแม่น้ำนั่นล่ะมั้ง



---------------------

TAKE

ตายค่ะ! ตายยยย เทคจะตายสิหลังจากนี้ อาจต้องไปศึกษาข้อมูลการวางแผน การรบ เสียแล้ว มิเช่นนั้นแล้วเทคอาจเพราะการเขียนฉากรบได้

ส่วนคำถามที่เทคถามว่า จะออกกับ สนพ เลย หรือทำเองก่อนค่อยส่ง สนพ หลายคนเชียร์ให้ส่ง สนพ ไปทีเดียวเลย...เทคก็อยากทำเช่นนั้นนะ ไม่ลำบากตัวเองดี ฮ่าๆ แต่กลัวว่าถ้ายินชื่อที่เทคจะไปออกด้วยแล้ว กลัวจะไม่มีคนซื้อละเกิน เลยยังสองจิตสองใจอยู่นิ...เอาเป็นว่ารอต่อไปละกัน เขามาเมื่อไหร่เทคคงได้คำตอบที่ชัดเจนกว่านี้

ในเรื่องตังนั้นเทคไม่ค่อยซีเรียสเท่าไหร่ ปกติขายได้น้อยอยู่แล้ว แค่ทำเพราะอยากทำเฉยๆ อยากเก็บงานตัวเองเป็นรูปเล่ม

ป.ล.เดาสิว่าชายซ่งไปไหน

ป.ล.ขอบคุณสำหรับคำแนะนำเรื่องทิศนะค้าา พอเอาเป็นภาษาจีนแล้วดูดีมาก เทคคิดบ่ถึงเลย แล้วก็ขอบคุณสำหรับคำแนะนำเรื่องแม่ทัพ จะพยายามปรับปรุงในส่วนนี้ค่า

มีตรงไหนที่ต้องติ ติได้เลยเน่อ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น