น้ำมิ้ม

"เลิกจัดโซฟา แล้วมานอนบนเตียงกับพี่นี่แหละ" ใกล้รุ่งถึงกับหายใจไม่ทั่วท้อง เมื่อฝ่ามือหนานั้นกลับอ้อมสองแขนของเธอไปโอบรอบแผ่นหลังของหญิงสาว ก่อนจะค่อยๆรั้งร่างแบบบางนั้นด้วยสองแขนแข็งแกร่งจนเธอตกอยู่ในอ้อมแขนที่กอดกระชับเอาไว้อย่างอ่อนโยน “เห็นไหมบอกแล้วว่าไม่เป็นไรสักหน่อย”

ตอนที่ 13 : รุก-ฆาต (1/3)

ชื่อตอน : ตอนที่ 13 : รุก-ฆาต (1/3)

คำค้น : ปฐพีใกล้รุ่ง , แต่งงานหลอกๆ ,พินัยกรรม , มรดก , ที่ดิน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 719

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 15 เม.ย. 2560 00:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 13 : รุก-ฆาต (1/3)
แบบอักษร

ตอนที่ 13

กว่าคณินกลับมาถึงคอนโดมิเนียมที่ตนแยกออกมาพักส่วนตัวกับภรรยาก็ล่วงเข้าวันใหม่ไปแล้ว หากนิอรยังคงนั่งรอสามีอย่างอดทนพลางตรงเข้ามาปรนนิบัติเช่นเคย

“คุณดื่มจากงานเลี้ยงมากลิ่นเหล้าคลุ้งเลยค่ะ เอาอย่างนี้นิไปเตรียมน้ำอุ่นให้คุณอาบดีกว่า”

“คุณนี่น่ารักเสมอเลยนะนิ”

นายคณินเอ่ยเสียงอ้อแอ้ก่อนจะเดินตามภรรยาเข้าห้องน้ำไป นางนิอรปล่อยให้สามีลงไปแช่ตัวในอ่างก่อนจะเริ่มบีบนวดให้อีกฝ่ายผ่อนคลายในขณะที่เธอชวนคุยไปเรื่อยๆ

“วันนี้นิเจอคุณพริมด้วยค่ะ เธอมาเล่าให้ฟังว่าคุณคณุตม์ออกจากโรงพยาบาลและกลับมาทำงานที่กรุงเทพฯแล้ว ลูกชายของคุณป่วยเป็นโรคอะไรเหรอคะ ทำไมตอนนั้นถึงเข้าโรงพยาบาลกะทันหันแบบนั้น”

นายคณินนิ่งไปอย่างรวดร้าวก่อนจะหลุดปากเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นที่พิษณุโลกให้นางนิอรฟัง หญิงวัยกลางคนถึงกับหยุดมือที่กำลังนวดอยู่พลางนิ่งฟังอย่างตกใจ...คณุตม์เป็นโรคกลัวผู้หญิงอย่างนั้นหรือ?

“พ่อเกลียดผมเพราะเรื่องนี้ พ่อเอาแต่โทษว่าเป็นเพราะผม! ผมมันเลวใช่ไหมนิอร ใช่มั้ย!!!”

นางนิอรสวมกอดสามีเอาไว้จากด้านหลังก่อนจะเอ่ยปลอบโยนชายคนรักอย่างเจ็บปวด

“ไม่ค่ะคณิน คุณไม่ผิด นิจะทำทุกอย่างเพื่อให้คุณไม่ต้องทนแบกรับความเจ็บปวดนี้อีกแล้วนะคะ”

นางนิอรเอ่ยกับสามีด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลจนนายคณินได้แต่ซาบซึ้งใจ โดยที่ไม่มีวันได้เห็นแววตาที่มุ่งร้ายนของภรรยาตนเองเลย

เช้าวันต่อมานิอรเป็นฝ่ายขับรถไปเจอพริมาเองถึงบริษัท ศิริวัฒน์ ก่อนที่หญิงสาวจะต้องไปประชุมต่อที่บริษัทเพียงธำรง โดยนางนิอรปิดปากเรื่องโรคประหลาดของลูกเลี้ยงเสียสนิท หากกลับเอ่ยกับพริมาในเรื่องที่ตนเตรียมมาแทน

“คุณพริม ดีใจที่มาทันค่ะ พอดีดิฉันมีธุระตอนช่วงบ่าย คงอยู่รอพบคุณพริมไม่ได้ เลยมาหาคุณพริมที่นี่แทน”

“อันที่จริงคุณนิอรโทรมาคุยกับพริมก็ได้นะคะ เรื่องเล็กแค่นิดเดียวเอง”

พริมาเอ่ยพลางเดินนำนางนิอรไปยังชุดรับแขกในห้องทำงานของหญิงสาว หากนางนิอรยิ้มกว้างพลางเอ่ยเสียงหวาน

“ไม่เป็นไรค่ะ เรื่องนี้อาจจะเล็กน้อย แต่ว่าดิฉันไม่อยากคุยทางโทรศัพท์ คืออย่างนี้ค่ะ” นางนิอรแกล้งลดเสียงลงเพื่อดึงความสนใจจากหญิงสาวตรงหน้า และมันก็ได้ผลเมื่อพริมาขยับเข้ามาใกล้โดยอัตโนมัติ

“คราวที่แล้วที่คุณคณุตม์เข้าโรงพยาบาล เพราะเป็นแผนของเขาค่ะ”

“แผนเหรอคะ?”

“ใช่ค่ะ คุณคณุตม์เขาวางแผนเอาไว้จะได้เป็นข่าวกับคุณพริมไงคะ ก่อนหน้านี้มันมีข่าวว่าเขาทำร้ายคุณพริม ครั้งต่อมาเขาเลยแกล้งทำว่าคุณพริมทำให้เขาเข้าโรงพยาบาลบ้าง จะได้มีข้ออ้างที่จะเข้ามาใกล้ชิดกับคุณพริมไงคะ”

พริมาเลิกคิ้วขึ้นกับเหตุผลที่ไม่เข้าท่าของนิอร หากประโยคต่อมาทำให้หญิงสาวถึงกับยิ้มอย่างเขินอาย

“คุณคณุตม์เขาอายน่ะค่ะ เลยไม่กล้าเริ่มต้นกับคุณ เลยออกจะทำเรื่องไร้เหตุผลไปบ้าง แต่จริงๆแล้วเขาสนใจคุณนะคะคุณพริม”

“แต่เมื่อวานที่พริมเจอเขา พริมไม่เห็นว่าเขาจะแสดงท่าทีว่าสนใจพริมเลยนี่คะ”

“ไม่จริงเลยค่ะ เมื่อวานดิฉันเจอเขาที่บ้าน เขายังถามหาคุณพริมอยู่เลยบอกว่าอยากเจอ เขาอาจจะอายเวลาที่เขาจะคุยกับคุณต่อหน้าคนอื่น  คุณพริมไม่ลองหาโอกาส หาที่คุยส่วนตัวกับคุณคณุตม์ล่ะคะ เผื่อว่าความสัมพันธ์จะได้แนบแน่นขึ้น”

นางนิอรเอ่ยโกหกหน้าตายเฉย ก่อนจะรีบยุให้หญิงสาวตรงหน้า รุก-ฆาต ลูกเลี้ยงของตัวเอง

“เชื่อดิฉันสิคะคุณพริม ถ้าคุณพริมไม่เป็นฝ่ายเริ่มต้น ความสัมพันธ์ของคุณกับคุณคณุตม์คงไม่มีทางไปจนถึงวันวิวาห์แน่ๆค่ะ”

“แต่ว่า...พริมไม่รู้จะเริ่มยังไงดีนี่คะ”

นางนิอรปั้นยิ้มในหน้าก่อนจะยื่นเศษกระดาษเล็กๆที่มีตัวเลข 4 ตัวส่งให้ พลางเอ่ยกำชับ

“นี่เลขป้ายทะเบียนรถของตาคณุตม์ค่ะ แกจอดรถที่ลานจอดชั้นใต้ดินของบริษัทโซน A ดิฉันคิดว่าที่นั่นคงจะเป็นส่วนตัวมากพอที่คุณจะเป็นฝ่ายเริ่มได้ไม่ยากค่ะ”

พริมาเงยหน้ามองหญิงวัยกลางคนตรงหน้าที่ลุกขึ้นทันทีพลางเอ่ยลา

“ดิฉันมีธุระต่อ คงต้องขอตัวนะคะ ขอให้คุณพริม..โชคดีค่ะ”

“ขอบคุณที่บอกนะคะคุณนิอร”

“ด้วยความยินดีค่ะ”

นางนิอรเอ่ยก่อนจะรีบเดินออกไปจากสำนักงานของบริษัท ศิริวัฒน์ เพื่อไปจัดการธุระด่วนที่ยังคั่งค้างอยู่ นั่นก็คือ กำนันไพบูลย์ ที่ยังคงพักอยู่โรงแรมหรูที่อยู่ดินเนอร์กับผู้หญิงตรงหน้าจนเกือบครึ่งคืน

นางนิอรวางกระเป๋าถือของตนลงก่อนจะเข้าไปนั่งเบียดที่โซฟากับบุรุษสูงวัยตรงหน้าอย่างออดอ้อน

“เรื่องที่นิขอ กำนันจัดการให้นิหรือยังคะ”

“คุณรอดูข่าวเด่นเย็นนี้ได้เลย รับรองว่าพรึ่บเดียวเป็นข่าวดังไปทั่วประเทศแน่”

“ถ้าเป็นอย่างที่กำนันว่าจริงๆ คืนนี้รับรองว่านิจะลงมือจัดดินเนอร์มื้อพิเศษสุดให้กำนันอย่างแน่นอนค่ะ”

“ถ้าอย่างนั้นผมขอเวลาโทรสั่งลูกน้องห้านาที แล้วคงต้องขอมัดจำเป็นมื้อกลางวันก่อนก็แล้วกัน!”

บุรุษชราว่าพลางโอบเอวนางนิอรเดินหายเข้าห้องนอนกว้างไป โดยที่ไม่ลืมกดโทรศัพท์สั่งลูกน้องตนเองเสียงเหี้ยม

“ฉันส่งแผนที่เข้าที่ในข้อความแล้ว แกไปจัดการตามที่ฉันสั่งได้เลย อย่าให้มีไอ้หน้าไหนมันเข้าไปตอกเสาเข็มบนที่ดินผืนนั้นได้เด็ดขาด!”

..............................................

 คะนึงนิจเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่เป็นสีฟ้าใสแจ๋วแบบไร้ปุยเมฆอย่างท้อแท้ ก่อนจะคว้าหมวกปีกกว้างมาสวมก่อนจะเดินลงจากรถตามโปรเจ็คเมเนเจอร์ไปยังลานกว้างด้านหน้าตึกสีกระดำกระด่างขนาดสองชั้นไปอย่างไม่มีทางเลือก

หญิงสาวตื่นแต่เช้ามืดเพื่อนั่งเครื่องบินเที่ยวแรกตรงมาที่พิษณุโลกให้ทันเวลานัดกับทีมช่างรับเหมาที่เดินทางล่วงหน้ามาแล้วตั้งแต่เมื่อวาน โดยมีอัสดงไปรับเธอที่สนามบินตามที่หญิงสาวขอร้องเอาไว้ หากคะนึงนิจเกรงใจชายหนุ่มที่เอื้อเฟื้อกับเธอเหมือนน้องสาวแท้ๆ จึงได้แต่บอกให้พี่ชายเพื่อนกลับไปทำงานที่ไร่โดยที่ตัวเองอยู่ทำงานกับทีมโปรเจ็คจากบริษัทเพียงลำพัง

“คุณคะนึงนิจครับ มีผู้ชายเขามาขวางไม่ยอมให้เราเอาเครื่องจักรเข้าไปด้านในครับ”

หัวหน้าช่างรับเหมาเดินเข้ามาบอกด้วยสีหน้าเคร่งเครียด จนคะนึงนิจได้แต่โอดครวญในใจ ให้มันได้อย่างนี้สิสำหรับงานฉายเดี่ยวของเธอ!

“เดี๋ยวฉันไปเจรจาเองค่ะ เขาอยู่ที่ไหนคะ คุณเดินนำฉันไปเลย”

คะนึงนิจเอ่ยพลางเดินตามช่างอ้อมไปยังด้านข้างตึกที่มีม้านั่งหินตัวยาวและเครื่องเล่นเด็กที่บ่งบอกให้รู้ว่าลานนี้คงเป็นสนามเด็กเล่นมาก่อน ก่อนที่จะถูกทิ้งร้างให้เจ้าของที่ขายทิ้ง

ร่างสูงบึกบึนที่ยืนหันหลังให้เธอนั้นคุ้นตาอย่างประหลาด อาจจะเป็นเพราะชุดที่เขาใส่เป็นยีนส์ตั้งแต่กางเกงยันเสื้อแจ็คเก็ต และท่ายืนที่กวนประสาทนั้น ทำให้คะนึงนิจร้องเรียกออกมาเสียงดังอย่างจำได้ขึ้นใจ

“นายพงศ์พิชชา!”

“คุณนิด! ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่ได้”

ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นพลางเดินตรงมาหาคนตัวเล็กที่แทบจะหันกลับไปหลบข้างหลังหัวหน้าช่างรับเหมาทันที

“คุณมากับช่างรับเหมาพวกนี้เหรอ”

“เอ่อ...ใช่ ช่างเขาเป็นทีมงานที่รับงานจ้างจากบริษัทของเราเอง”

“แล้วเขามาบุกรุกที่ดินของคนอื่นแบบนี้ได้ยังไง คุณเองก็เป็นเพื่อนของไอ้รุ่งมัน ก็น่าจะรักษาผลประโยชน์ให้เพื่อนบ้างนะ”

ชายหนุ่มเอ่ยตำหนิตรงๆพลางเริ่มเอะใจกับท่าทีที่สงบเสงี่ยมผิดปรกติของผู้หญิงจอมจุ้นตรงหน้า

“เดี๋ยวๆ นี่คุณ...อย่าบอกนะ”

“อืม..ฉันก็กำลังรักษาผลประโยชน์ให้ใกล้รุ่งอยู่นี่ไง ที่ดินผืนนี้รุ่งเค้าให้บริษัทเราเอาไปทำโครงการคอมเพล็กซ์โดยที่เราจะแบ่งหุ้นของโครงการกันคนละครึ่ง”

“มานี่เลยยัยตัวแสบ คุณดัดหลังผมแบบนี้ผมไม่ยอมเด็ดขาด!”

พงศ์พิชชาคว้าข้อมือเล็กลากหลุนๆไป โดยที่ไม่สนใจหญิงสาวที่ร้องลั่น

“โอ๊ย! ฉันเจ็บนะ บอกดีๆฉันก็เดินไปแล้ว ปล่อยสิ”

“คุณครับ แล้วเรื่องงานล่ะครับ” หัวหน้าช่างเดินตามมาถามอย่างงุนงง สรุปตกลงที่ดินผืนนี้ของใครกันแน่ หากคะนึงนิจตะโกนบอกก่อนที่จะถูกชายหนุ่มลากร่างเล็กนั้นไปยังลานกว้างใต้ร่มจามจุรีต้นใหญ่ที่ขึ้นอยู่ด้านหลังตึกร้าง

“ให้ช่างเข้ามาทำงานได้เลยจ้ะ เดี๋ยวฉันเคลียร์กับอีตาบ้านี่เอง”

“คุณต่างหากที่บ้า ไม่ใช่ผม คุณตั้งใจหลอกให้ผมขายที่ให้ใกล้รุ่งแล้วคุณมาชุบมือเปิบง่ายๆอย่างนี้เนี่ยนะ”

“นี่นายพงศ์พิชชา นายพูดให้ดีๆนะ ใครหลอกใครก่อนกันแน่ นายเป็นคนบอกฉันเองว่าจะขายที่ผืนนี้ให้ฉัน แต่วันต่อมานายดันทำสัญญามาขายให้รุ่ง ฉันก็แค่ตามน้ำ ฉันผิดตรงไหน?”

คะนึงนิจลอยหน้าเถียงฉอดๆอย่างไม่ยอมแพ้ จนพงศ์พิชชาได้แต่เข่นเขี้ยวก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างพาลๆ

“ไม่รู้ล่ะ ผมจะยกเลิกการขาย ผมจะไม่ให้ใกล้รุ่งผ่อนจ่ายให้ผม ถ้าผมไม่ได้เงินภายในวันนี้ ผมจะถือว่าการซื้อขายที่ดินผืนนี้เป็นโมฆะ!”

“ได้! ฉันเซ็นเช็คให้นายเดี๋ยวนี้เลย เรื่องนี้จะได้จบ โอเคมั้ย?”

“ไม่โอเค...ผมจะรับเงินจากรุ่งเพียงคนเดียวเท่านั้น”

“งั้นฉันให้พี่นุดจัดการให้ก็ได้”

“นี่คุณ ฟังภาษาไทยไม่เข้าใจหรือไง ผมบอกว่าผมจะรับเงินจากรุ่งคนเดียว ไม่รับจากคนอื่น”

พงศ์พิชชาเอ่ยย้ำอย่างไม่ยอมแพ้ หากคะนึงนิจกรอกตาใส่ชายหนุ่มตรงหน้าก่อนจะอธิบายอย่างช้าๆชัดๆทุกคำ

“เงินพี่นุดก็เหมือนเงินของรุ่งนั่นแหละ เพราะเขาเป็น สามี-ภรรยา กัน ทางกฎหมายเขาถือว่าเป็นเสมือนคนคนเดียวกัน ..โอเค๊?”

คราวนี้พงศ์พิชชาอ้าปากค้างจนหญิงสาวเอื้อมมือมาตบปลายคางเบาๆให้ขากรรไกรชายหนุ่มเข้าที่ก่อนฉีกยิ้มกว้าง

“คราวนี้คงไม่มีปัญหาเรื่องซื้อขายที่ดินอีกนะจ๊ะ นายพงศ์พิชชา ฉันขอตัวไปทำงานต่อก่อนล่ะ เสียเวลาจริงๆ”

คะนึงนิจว่าพลางหันหลังจะเดินกลับ หากแล้วเสียงระเบิดที่ดังตูม!!! สนั่นขึ้น ทำให้ชายหนุ่มคว้าร่างเล็กดึงเข้ามาหาตนก่อนจะหมุนใช้ตัวเองบังหญิงสาวเอาไว้ในขณะที่มีสะเก็ดหินและปูนร่วงลงมาจากอาคารร้างสองชั้นที่กำลังถล่มลงมาจนตึกเมื่อครู่กลายเป็นซากปรักหักพังเพียงภายในเวลาไม่กี่นาที!

………………………………

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น