Akamone_Moka

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

EP 18 : ย้อนเวลากลับมาให้ไกลกว่าเดิม

ชื่อตอน : EP 18 : ย้อนเวลากลับมาให้ไกลกว่าเดิม

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 960

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 14 เม.ย. 2560 21:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP 18 : ย้อนเวลากลับมาให้ไกลกว่าเดิม
แบบอักษร

​*[ ความเดิมตอนที่แล้ว ]*

มันก้าวนำผมมาหนึ่งก้าวโดยตลอด..

และนั้นคือภาพสุดท้ายของผมก่อนจะหลับลึกไปตลอดกาล...

______________________________________________________


EP 18 : ย้อนเวลากลับมาให้ไกลกว่าเดิม


" แฮร์รี่! "


ใครนะ..


" แฮร์รี่ ตื่นสิ! " 


เสียงคุ้นๆนะ..เหมือน..


" แฮร์รี่ พอตเตอร์ ถ้าเธอไม่ตื่น พวกฉันจะไม่ช่วยเธออีกต่อไปแล้วนะ!! " และเสียงนี้ ที่ทรงอำนาจก็ได้ปลุกผมขึ้นมา จริงๆไม่ได้ทำให้ผมตื่นหรอก เสียงนี้นะ ผมคิดว่าผมควรตื่นขึ้นมา ดีกว่าหลับไปเฉยๆให้เรื่องราวมันดำเนินช้าไปกว่าเดิม และผมคิดว่า คนที่เรียกผมจะช่วยผมอะไรได้บ้างกันในยามเวลานี้


" ป้าโรวีน่า.. " และคนที่ผมเห็นเป็นคนแรกคือ โรวีน่า เรเวนคลอ


" และทุกๆคน.. " ต่อมาก็ ป้าเฮลก้า ลุงก็อดดริก และลุงซัลลาซาร์ ผมกลับมาอยู่ในที่ๆผมเริ่มต้นสินะ สถานที่..ที่พาผมย้อนเวลากลับไปอีกครั้ง


" ค่อยๆลุกนะหนูน้อย " ป้าเฮลก้าช่วยพยุงผมให้เอนตัวลุกขึ้นมาจากเตียงก้อนเมฆนุ่มๆ ผมคิดว่าพวกลุงๆป้าๆคงเป็นคนเสกมาสินะ ถึงว่าละนอนสบายสุดๆเลย แล้วป้าก็พาผมมานั่งที่เก้าอี้ที่ป้าแกได้เตรียมไว้ให้


" เกิดอะไรขึ้นนะคับ ผมอยู่ที่ไหน ผมตายแล้วหรอ... " ผมนั่งลงอย่างช้าๆและก้มหน้าลงเมื่อคิดว่า เวลาของผมคงหมดลงแล้ว..


" ยังหรอก เธอยังมีลมหายใจ พวกเราได้นำตัวเธอมาที่นี้ก่อนที่เธอจะผ่านประตูมิตินะ " ลุงก็อดดริกพูดขึ้น ก่อนจะลูบหัวผมและยิ้มให้อย่างอ่อนโยน นั้นทำให้ผมรู้สึกดีกว่ารอยยิ้มของอัลบัสเสียอีก..


" หมายความว่ายังไงหรอคับ ประตูมิตินะ " ผมถามไปและมองทุกคนอย่างสงสัย


" เธอนะโดน คาถาธามส์ และ คาถาโซลส์ " ป้าโรวีน่าพูด


" คาถาธามส์ ทำให้จิตมืดของเธอหลุดออกมา กลายเป็นอีกตัวตนหนึ่ง ที่มีความคิด ความรู้สึกเป็นของตัวเอง " ป้าโรวีน่าพูดเสร็จก็หันหลังไปมองบุคคลในกรงนั่น กรงสีขาวที่สลักลูกไม้อย่างสวยงามดูสะอาดตา ทำให้ผมหันไปมองตามเธออย่างสนใจ ผมพึ่งสังเกตว่าตรงนั้นมีกรง..และมีคนอยู่ในนั้น!


" นั้นมัน.. " คนที่ถูกขังอยู่ในนั้น...


มีใบหน้าที่เหมือนผม ตาสีเลือดและรูม่านตานั้นที่เหมือนดั่งอสรพิษ แต่พอมองลึกๆลงไป กลับไม่ใช่ มันมีมากกว่านั้น.. หูยาวเหรียวแหลมยิ่งกว่าเอลฟ์ ทั้งฟันของเขา เล็บมือและเล็บเท้าที่แหลมพอจะตัดกระชากคนตายได้..  มีหางเหมือนอินคิวบัสและผงธุลีสีดำทมิฬที่ปล่อยออกมาจากปลายหางของเขา...และบนตัวของเขามีฮอร์ครักซ์ของพี่ทอมทั้ง 5 อัน คือ สมุดบันทึกที่ล็อกกับโซ่ที่รัดเอวของเขา พร้อมไม้กายสิทธิ์ของผมและไม้กายสิทธิ์เอลเดอร์


แหวนตระกูลเพฟเวอเรลล์ ที่ตกทอดจนมาถึงตระกูลก๊อนท์ ที่สวมอยู่บนนิ้วกลางข้างซ้ายและมีโซ่ที่รัดนิ้วกับแหวนนั้น เป็นโซ่เล็กๆพอให้ดูสวยงาม และล็อกเก็ตสลิธีรินที่เขาใส่อยู่ ถ้วยฮัฟเฟิลพัฟที่บัดนี้ไม่ได้แขวนอยู่ตรงโซ่ตามที่ผมจำได้ แต่กลับกลายเป็นแหวนที่สวมอยู่ที่นิ้วชี้ข้างซ้ายของเขา และรัดเกล้าโรวีน่าที่สวมอยู่บนหัวของเขา รวมๆแล้วนั้นมัน.. ร่างจริงของผม...


ทำไมละ.. ทำไมถึงโดนขังในนั้น..และยัง..


" เธอลองสังเกตสิแฮร์รี่ ตอนนี้เธอไม่ได้ยินเสียงกระซิบนั้นอีกแล้ว " ป้าโรวีน่าพูด และจริงอย่างที่แกว่ามา ผมไม่ได้ยินเสียงนั้นแล้ว และซ้ำยังการแต่งตัวของผมตอนนี้ที่เสื้อผ้าสีขาวดูสะอาดตานั้นอีก ผมเริ่มงงงวยซะแล้วสิ


" เสียงกระซิบนั้นนะ คือตัวตนที่ถูกขังอยู่ในกรงนั้น.. " ผมมองไปที่บุคคลในกรงนั้นอย่างเงียบๆและพอเข้าใจอะไรขึ้นมาบ้าง


" แล้วป้ารู้ได้ไงว่านั้นคือเสียงกระซิบ..จิตของผม.. อ้อ..จริงสิ " ผมสงสัยในตัวพวกเขาและหันไปมองลูกแก้วบนโต๊ะประชุมของท่านทั้งสี่ ใช่ ผมเกือบลืม ว่าพวกเขาอาจคอยจับตาดูผมอยู่ไม่ต่างจากอัลบัสเป็นแน่ และนั้นก็จริง แต่พวกเขาต่างจากอัลบัสที่คอยจับตาดูผมเพราะคอยจับผิด แต่พวกป้าๆลุงๆดูผมและคอยช่วยเหลือผม..


" ตัวตนด้านมืดของเธอ ที่มีความคิดเป็นของตัวเอง นั้นละคาถาธามส์ ที่เธอโดน " ป้าเฮลก้ายิ้มแล้วพาผมมาดูลูกแก้วบนโต๊ะประชุมของพวกท่าน


" ก่อนที่เธอจะหมดสติแล้วมาที่นี้ ฉันมีอะไรให้ดู และคาถาอีกคาถานึงที่เธอโดน คือคาถาโซลส์ เวลาเอ้ยจงย้อนกลับไปตามที่ข้าปรารถนา นั้นละคาถาโซลส์ " ภาพในลูกแก้วฉายให้เห็นเหตุการณ์ ถึงสถานที่ ที่หอแห่งฮอกวอตส์ ในวันศึกสงคราม


ภาพนั้นฉายให้เห็นถึงจังหวะที่ผมโดนคาถาธามส์ จังหวะนั้น ตัวผมที่เป็นร่างปกติได้กระเด็นออกมาจากร่างปริศนาที่ยืนอยู่ตรงระเบียง ร่างของผมที่กระเด็นออกมา ต่อด้วยจังหวะที่เฮอร์ไมโอนี่ขว้างสร้อยนั้น ร่างปริศนาลงไปนอนเพราะคาถาจากสเนป และตามด้วยคาถาโซลส์นั้น ทำให้เห็นประตูมิติที่ดูดผมเข้าไป แต่ในจังหวะเดียวกันที่อัลบัสพูดประโยคนั้นกับผม ร่างปริศนานั้นอยู่ๆก็ลุกขึ้นมาเองได้ และวิ่งกระโดดเข้าไปในประตูกับผมเฉยเลย


" เดี๋ยวก่อนนะคับ คนๆนั้นที่กระโดดเข้ามาพร้อมผม อย่าบอกนะว่า... " ผมหันไปมองบุคคลในกรงนั้น


" ใช่แล้วละ คนเดียวกับในภาพลูกแก้วใบนี้เลยละ " ลุงก็อดดริกพูดเสริมแล้วยิ้ม หัวเราะเบาๆ


" ที่จิตนั้น ลุกขึ้นมาได้ทั้งๆที่เจอคาถาของสเนปไป เพราะพวกเราเอง เราคิดว่าถ้าปล่อยไว้ ให้พวกนั้นจับไป คิดว่ามันอาจเลวร้ายในภายหลัง " ลุงซัลลาซาร์พูด


" แล้วก็ถ้าเธอคิดจะใช้คาถาโซลส์ในการย้อนกลับมาละก็ ฉันขอบอกว่า คาถานั้น เธอไม่สามารถร่ายได้ ถึงจะมีพลังเยอะมากมายแค่ไหน แต่ถ้าใจยังไม่บริสุทธิ์ก็ร่ายไม่ได้อยู่ดี " ลุงซัลลาซาร์พูดดักเหมือนรู้ว่าผมจะทำอะไร รู้ทันอีก เฮ้ออ~ แต่เดี๋ยวนะ..ที่ว่าจิตบริสุทธิ์ ณ วินาทีนั้นนะ อัลบัส มีจิตใจที่บริสุทธิ์อย่างงั้นหรอ..


" และการที่เราพาเธอและจิตของเธอมาที่นี้ เพื่อเตรียมการสำหรับการย้อนเวลาอีกครั้ง " ลุงก็อดดริกพูดและเดินไปเปิดประตู ภายในประตูนั้นเต็มไปด้วยนาฬิกาที่ลอยไปมาอย่างสวยงามดั่งประตูของโลกอลิซ อิน วันเดอร์แลนด์  


" ย้อนเวลา? " ผมงงในทันที ว่าพวกท่านต้องการย้อนให้ผมไปไหน


" เราแค่เตรียมตัวให้เธอ จริงๆแล้วเธอจะถูกย้อนกลับไปตามที่อัลบัสต้องการ แต่เราไม่รู้หรอก ว่าอัลบัสจะพาเธอย้อนกลับไปในช่วงไหน เอาละมาเตรียมตัวกัน " ป้าเฮลก้าพูดเสร็จก็เดินไปหาบุคคลในกรงนั้นทันที


" เราจะประสานจิตของเธอ ให้กลับเข้าไปในตัวเธอ แต่มันอาจจะกลับไม่เป็นเหมือนเดิม อย่างที่เคยชินนะหนูน้อย " ลุงก็อดดริกพูดและเดินกลับมาหาผม


ผมเริ่มใจไม่ดีในทันที แต่ด้วยที่ว่าคนที่จะประสานจิตให้ผม ฟังแล้วดูเป็นเรื่องที่ดีนะ คือท่านทั้งสี่ ผมก็พอจะอุ่นใจบ้าง คงปลอดภัยละมั้ง.. ป้าเฮลก้าเดินมาหาผมพร้อมกับกรงนั้นที่ลอยตามมา ทั้งป้าโรวีน่าและลุงซัลลาซาร์ที่เดินเข้ามาล้อมรอบตัวผมทั้งสี่คน


" หลับตาลงซะหนูน้อยแฮร์รี่ " ลุงก็อดดริกพูด


ผมหลับตาลงและทำใจให้สงบพรางคิดไปว่า มันจะเปลี่ยนไปยังไงและมากน้อยแค่ไหน


"  ปิดผนึกวิญญาณสองดวง จงรวมกันเป็นหนึ่ง! " ท่านทั้งสี่พูดพร้อมกันและยื่นฝ่ามือแบออกไปทางแฮร์รี่ ทำให้เกิดผงธุลีค่อยๆลอยหมุนไปรอบๆตัวแฮร์รี่


" แปรเปลี่ยนสภาพพลังวิเศษดั่งจันทราให้หายไปดั่งฝุ่นธุลี! " เสียงทุกคำที่ร่ายออกมา เริ่มดังกังวาลสะท้อนไปทั่วนภาทำให้เกิดเสียงที่ฟังแล้วทรงอำนาจและยิ่งใหญ่


" แปรเปลี่ยนกายภาพให้กลับมาปกติ อายุของร่างกายเจ้าจะหยุดลง กลับสู่วัยเยาว์ตลอดกาล! " บทร่ายยังคงร่ายต่อไปอย่างเพลิดเพลินในความคิดของผม แต่เดี๋ยวก่อนนะ...


" ห่ะ! ตลอดกาล!! " ผมลืมตาตื่นขึ้นทันที แต่รู้ตัวอีกทีผมก็โดนโซ่หมัดกับเก้าอี้ซะแล้ว


" และเมื่อถึงเวลา..คำสาปนี้จะหายไปเมื่อเจ้าค้นพบตัวตนของเจ้า..และรักแท้อันเป็นนิรันดร์! " สิ้นสุดทุกคำพูด ทุกคำที่พวกเขาร่ายออกมา มันคือ..คำสาป..และผมคิดว่า พวกท่านต้องการช่วยผม..หรือกำลังสนุกกับชีวิตของผมกันแน่..


จู่ๆผมก็หลับตาลงไปเองและรู้สึกว่าร่างกายมันหนักอึ้งจนทำให้ร่างกายของผมไม่สามารถขยับได้เลย ผมรู้ว่าผมกำลังหลับตาอยู่และขยับร่างกายตัวเองไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้หมดสติไปเหมือนทุกที นั้นทำให้ผมพอเบาใจได้อยู่ และกังวลว่าจะมีภัยเข้ามาหาผมในเวลานี้หรือเปล่า


" เอาละ เรียบร้อย ลืมตาขึ้นเถิดเด็กน้อย " เสียงของลุงซัลลาซาร์ทำให้เปลือกตาของผมค่อยๆขยับ และปรือตาขึ้นเพื่อมองภาพตรงหน้าว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง หลังจากร่ายคำสาปนั้นใส่ผม..และแน่นอนว่าพวกเขาก็โดนสายตาของผมที่มองไปยังพวกเขาด้วยความโกรธและสับสน


" อย่าโกรธเราไปเลยเด็กน้อย เธออาจคิดว่ามันเป็นคำสาป แต่เชื่อเถอะ ว่ามันคือพรวิเศษที่เหมาะกับเธอ " ลุงก็อดดริกพูด


" ผมจะเชื่อพวกคุณอีกได้ไง เมื่อสิ่งที่พวกคุณพูดออกมา ร่ายมัน..ออกมา.. มันไม่ใช่พร คุณพูดชัดๆว่ามันเป็นคำสาป พวกคุณไม่ได้คิดจะช่วยผม พวกคุณวางแผนกับอัลบัสใช่มั้ยละ! " ผมมองไปยังพวกเขาและเริ่มสงสัย ว่าทำไมอัลบัสถึงพาผมย้อนเวลา และทำไมพวกลุงๆป้าๆต้องเตรียมตัวผม เหมือนพวกเขารู้เห็นเป็นใจกัน...


" เด็กน้อย เธออย่าคิดแบบนั้นสิ เราไม่ได้ร่วมมือกับอัลบัส อัลบัสพาเธอย้อนเวลาไปที่ไหน เวลาใด เราไม่อาจรู้ พวกเราเลยช่วยเธอเท่าที่ทำได้ สิ่งที่พวกเขาทำกับเธอล้วนแต่เป็นโชคชะตาที่เธอได้ทำมันลงไปเอง ตั้งแต่เราให้โอกาศเธอย้อนเวลากลับมา ตอนแรกเธอดูจะปกป้องทุกคน และรอยยิ้มที่บริสุทธิ์ จิตใจอันบริสุทธิ์ของเธอยังคงอยู่ " ป้าเฮลก้าพูด ขอร้องละคับ อย่าอ่านใจผมได้มั้ย ผมกำลังโกรธพวกคุณอยู่นะ..


" แต่พอเวลาผ่านไป เธอยิ่งฟังเสียงกระซิบนั้น นานๆเข้า.. จิตใจและรอยยิ้มนั้นของเธออันบริสุทธิ์ เริ่มแปรเปลี่ยนความคิดของเธอ เรารู้ว่ามันจะเกิดขึ้น จิตใจของเธอส่วนที่ลึกที่สุดจะกระซิบให้เธอหลงไปกับศาสตร์มืด แต่เราก็ไม่สามารถช่วยเธอได้ ตรงจุดๆนั้น " ป้าโรวีน่าพูด


" เสียงกระซิบนั้น..เเปรเปลี่ยนความคิดและจิตใจของเธอ ให้มีแต่ความโกรธ เคียดแค้น อาฆาตพยาบาท " ลุงก็อดดริกพูดต่อ


" ริษยา หยิ่งยโส โอหัง ไร้จิตสํานึก และบ้าคลั่ง " ลุงซัลลาซาร์พูดและเหล่มองผมก่อนจะเดินไปทางกรงนั้นที่ว่างเปล่า 


หลังจากผมลืมตาตื่นขึ้นมา ผมก็ไม่เห็นบุคคลในกรงนั้นเลย ถึงมันจะว่างเปล่า แต่ผมรู้ว่าในนั้นไม่ได้ว่างเปล่า..ผมได้ยินเหมือนมีคนในกรงนั้นทำเสียงขู่ดั่งสัตว์ใส่ลุงซัลลาซาร์ และพยายามตะเกียกตะกายจับตัวลุงซัลลาซาร์เพื่อหวังทำร้ายเขา โซ่ที่คอยหมัดผมอยู่ได้คลายออกและลอยไปล็อคจับตัวกับคนในกรงแทน ผมเริ่มสงสัยมากขึ้นทุกวันๆ และคิดย้อนกลับไป ว่าทำไมมีแต่เรื่องแปลกๆเกิดขึ้นกับผม เรื่องบางเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้น มันก็เกิดขึ้น


 ผมลองจับจ้องไปที่กรงอันว่างเปล่าแต่มีโซ่หมัดบางอย่างในความว่างเปล่านั้น


" ถึงเราจะรวมจิตด้านมืดของเธอกลับเข้าไปในตัวเธอก็ตาม แต่..ในกรงนั้น..มันก็ยังอยากมีตัวตน " ป้าโรวีน่าหันไปมองสิ่งที่ว่างเปล่าในกรงนั้น ซึ่งนั้นทำให้ผมไม่เข้าใจว่าเธอต้องการสื่ออะไร ทำไมต้องเรียกว่า..มัน..แต่นั้นจิตที่ลึกที่สุดของผมนะ ทำไมน้ำเสียงดูติดเย็นชาขนาดนั้นนะ...


" เราไม่อาจมองเห็นสิ่งที่ว่างเปล่าในกรงนั้นได้..ไม่ว่าใคร..ไม่ว่าสัตว์วิเศษตัวไหน..ก็มองไม่เห็น..นอกจากเธอ..แฮร์รี่..มองให้เห็นด้วยใจของเธอ.. " ป้าเฮลก้าพูดและจับมือผมเพื่อพยุงตัวผมลุกจากเก้าอี้และเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้ากรง


นั้นทำให้ผมเข้าใจสิ่งที่ป้าเฮลก้าพยายามสื่อออกมาให้ผมรู้ ผมหลับตาลงและหายใจเข้าออกลึกๆอย่างช้าๆ ถึงในใจผมยังโกรธพวกเขา ที่มอบคำสาปให้ผม แต่เวลานี้ ผมควรปรับความเข้าใจถึงสถาการณ์ให้เร็วที่สุด ทำไมผมดูเป็นคนจริงจังอย่างงี้กันนะหรอ ท่านผู้อ่าน คุณลืมแล้วหรอ ว่าอายุจริงๆของผมคือเท่าไร เพื่อให้ผมเข้าใจว่าพวกท่านต้องการทำอะไร และอัลบัสพาผมย้อนกลับไปเวลาไหนได้อีก ดูจากการกระทำของพวกลุงๆป้าๆ 


พวกเขาพยายามแนะนำผม ถึงสิ่งบางอย่างที่ผมยังไม่เข้าใจ พวกเขากำลังช่วยผมจริงๆใช่มั้ย..ผมคิดว่า ถ้าพวกเขารักผมจริง สิ่งที่พวกเขาทำต่อผม อาจดีต่อผม แต่ผมอาจคิดว่ามันแย่เพราะเพียงคำว่า คำสาป นั้นทำให้ผมมองต่าง ถ้าพวกเขาพยายามสื่อว่า การที่ผมจะมองเห็นสิ่งที่ว่างเปล่าในกรงนั้น ต้องมองด้วยใจ..ใช่คำพูด 


พวกเขาอาจสื่อว่า ถ้าผมอยากมองเห็นความหวัง จงมองว่าสิ่งที่ว่างเปล่าที่เหมือนดั่งคำสาป จงมองด้วยใจ หาใช่ว่าคำพูดนั้นดูใจร้าย จงมองเข้าไปลึกๆถึงจิตใจ แล้วคุณจะเห็นถึงความหวังที่อยู่ในคำสาปนั้น.. นี้อาจจะเป็นสิ่งที่ลุงๆป้าๆพยายามแนะนำ สั่งสอนผมอยู่หรือเปล่ากันนะ..


ผมลืมตาขึ้นมาและคิดถึงสิ่งที่ว่างเปล่าในกรงนั้น ด้วยใจ ด้วยความรู้สึกที่สัมผัสไม่ได้ แต่นั้น..ทำให้ผมรู้สึกว่า ผม..ไม่สิ..เราคือหนึ่งเดียวกัน..และนั้นทำให้ผมมองเห็นสิ่งที่ว่างเปล่าในกรงนั้น


" ปล่อยฉันออกไปนะ ไอ้บ้าสี่ตา! ถ้าไม่ปล่อยฉันออกไปตอนนี้นะ! ฉันจะควักลูกตาของแกออกมาเลยคอยดู!! " พอมองๆไป ผมก็เห็น ว่าบุคคลในกรงนั้นยังไม่ได้หายไปไหน แต่เพียงพวกลุงๆป้าๆมองไม่เห็นนอกจากผม แต่ไอ้สี่ตาและคำขู่พวกนั้นเนี่ย..มันนน~..


" ผมว่าขังเขาไว้ในนี้ดีแล้วละคับ " ผมพูดออกมาโดยไม่คิดทันทีเมื่อได้ยินสิ่งที่คนๆนั้นพูด ผมไม่รู้ว่าจะเรียกอะไรมันดีนะ ถึงมันจะเป็นจิตมืดของผม แต่เห็นแบบนี้แล้ว ขังต่อไปเถอะคับ ให้พวกลุงๆป้าๆไปเลยยิ่งดี


พวกลุงๆป้าๆหัวเราะกันอย่างแผ่วเบาและมองผมด้วยสายตาที่อ่อนโยน


" จริงๆแล้ว จิตของเธอกับจิตมืดของเธอ มันกลับไปรวมในตัวเธอเหมือนเดิมแล้วละ แต่สิ่งที่เธอเห็นอาจเป็นเสียงกระซิบแบบมีรูปมีร่าง นั้นคือสิ่งที่จิตมืดของเธอสร้างขึ้นมาเพื่อสื่อสารพูดคุยกับเธอ แบบเหมือนเธอคุยกับคนๆนึงเลยละ เหมือนกับวิญญาณ คนอื่นไม่เห็นแต่เธอเห็น แต่มันไม่สามารถทำอะไรได้ ไม่สามารถทำร้ายเธอหรือคนอื่นได้หรอกนะ และนั้นทำให้เธอกลับมาเป็นเธอ " ลุงก็อดดริกพูดแล้วยิ้มอย่างนึกสนุก นี้พวกท่านจงใจให้เป็นแบบนี้กันชัดๆ 


แต่ฟังไปฟังมามันก็ดูดีอยู่นะ แล้ว..ตอนนี้ผมไม่ได้รู้สึกอึดอัดหรือคับแค้นใจอะไรเหมือนแต่ก่อนแล้วด้วย คงดีแล้วละ และรู้สึกดีขึ้นมาเลย


" ส่วนพลังด้านมืดของเธอ พวกเราได้ผนึกไว้แล้ว และเมื่อถึงเวลามันจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมนั้นละ ส่วนเรื่องคำสาปเธอไม่ต้องเป็นห่วง เธอแค่จะเป็นวัยเยาว์ตลอดการ หากหาตัวตนและรักอันเป็นนิรันดร์ไม่เจอ " ป้าเฮลก้าพูดออกมาหน้าตาเฉย แค่! หรอคับ แบบนั้นมันก็คำสาปดีๆมีมาตรฐานกระทรวงรับประกันชัดๆนั้นละคับ!


" แล้วเราได้ผนึกจิตมืดเธอไว้ มันไม่สามารถที่จะกระซิบเธอให้หลงไปทางผิดอีกแล้วละ " ป้าโรวีน่าพูด แบบนั้นก็สบายใจแล้วละ เพราะเอาจริงๆนะ ผมรู้สึกผิดทุกครั้งที่ทำการฆ่าหรืออื่นๆ แต่เพราะเสียงกระซิบนั้นจริงๆนั้นละ ทำให้ผมคิดว่าสิ่งที่ผมทำอยู่มันถูกแล้ว


" ส่วนพลังที่เรามอบให้เธอตั้งแต่แรกมันก็ยังอยู่นะ เธอยังคงพูดคุยกับทุกสรรพสิ่งได้ เธอยังคงหูดีและเยียวยาบาดแผล เธอยังคงมีพลังจิต แต่ไม่สามารถสร้างชีวิตอีกชีวิตขึ้นมาได้ หรือแม้แต่คนตาย เธอก็ไม่อาจปลุกพวกเขาให้ฟื้นขึ้นมาได้ และเธอยังคงสามารถแปลเปลี่ยนกายภาพได้ตามเดิม " ลุงซัลลาซาร์พูด


" ส่วนพวกเครื่องรางฮอร์ครักซ์ของหนูทอมของเธอ ยังคงอยู่เหมือนเดิม แต่ผนึกไปพร้อมกับจิตมืดของเธอนั้นละ " ป้าโรวีน่าพูด


ถึงว่าละร่างกายของผมถึงมีแต่ชุดสีขาวใสสะอาดตาและไม่มีอะไรเลย คงไปอยู่รวมกับจิตมืดของผมแล้วมั้ง แถมแว่นของผมก็หายไปแล้วด้วยสิ คงไม่จำเป็นต้องใส่แล้วมั้ง มองเห็นชัดขนาดนี้ พวกลุงๆป้าๆก็มีความสามารถเหลือเกิน สามารถนำสิ่งของมาฝังในจิตของผมและผนึกมันได้ด้วย สุดยอดจริงๆ แต่ไอ้คำว่าทอมของผมเนี่ย หมายความว่าไงคับ..


" ส่วนฮอร์ครักซ์ของเธอ ฉันเสียใจด้วย พวกเราได้ทำลายมันไปจนหมดสิ้นแล้ว.. " ลุงซัลลาซาร์พูด


" ดีแล้วละคับ ผมยังรู้สึกผิดอยู่เลย ที่ผมได้ทำลายชีวิตมากมาย.. " ผมรู้สึกเศร้าและนึกถึงเหตุการณ์เจ้าม้ายูนิคอร์น..


" หลังจากที่เราทำลายฮอร์ครักซ์ของเธอ ชีวิตและดวงวิญญาณที่เธอสูบไป มันก็กลับไปที่ๆมันควรอยู่แล้วละ " ป้าเฮลก้าพูดและลูบหัวผม เหมือนเธอรู้ว่าผมนั้นรู้สึกยังไง และนั้นทำให้ผมโล่งใจและยิ้มนิดๆ


" เราเตรียมไม้กายสิทธิ์ของเธอไว้แล้ว เราคิดว่าเวลาที่เธอจะย้อนกลับไป เธอต้องมีมันไว้ ดีกว่าไปเจอหน้าโอลลิแวนเดอร์แล้วพูดว่า ผมต้องการไม้กายสิทธิ์ หึๆ " ป้าโรวีน่าเสกไม้กายสิทธิ์ของผมออกมาและคืนให้แก่ผม ผมก็รับมันมาอย่างไม่รีรอ


" ไม้กายสิทธิ์ทำจาก ไม้ฮอลลี่ ขนาด 11 นิ้ว แกนกลางบรรจุขนนกฟีนิกซ์ฟอกส์ ดีและนุ่ม " ลุงก็อดดริกพูด นั้นทำให้ผมนึกถึงคำพูดของ มิสเตอร์ โอลลิแวนเดอร์ ผมก็เริ่มคิดถึงแกขึ้นมาแล้วสิ ดันไปนึกถึงสงครามที่ผมเคยผ่านมันมาแล้วด้วย ผมก็ควงไม้กายสิทธิ์ของผมเล่นแบบคิดถึงของเก่าอ่ะนะ


" และเราก็พาเจ้านี้มาด้วย " ลุงซัลลาซาร์หยิบบางสิ่งออกมาจากหลังผ้าคุมของเขาและยื่นมาให้ผม นั้นคืออ..


" เฮ็ดวิก! " ผมรีบกอดมันไว้ในอ้อมอกของผมทันที และมันก็ดูดีใจที่ได้เจอผมด้วย


" เอาละถึงเวลาแล้ว ไปด้วยชุดนี้เนี่ยละ เราเตรียมไม้กายสิทธิ์และสัตว์เลี้ยงของเธอเอาไว้ให้ เพราะ เราคิดว่าเธอคงได้กลับไปเรียนอีกแน่ๆ หึๆ เพื่อไม่ให้เปลี่ยนแปลงอดีต ระหว่างที่เธออยู่ในกาลเวลานั้น เธอห้ามเปลี่ยนแปลงหรือเข้าไปยุ่งกับมันเด็ดขาด ทางที่ดีทำตัวล่องหนเอาไว้ " ป้าโรวีน่าพูด 


แล้วจะเอาไม้กายสิทธิ์กับสัตว์เลี้ยงให้ผมทำไมเมื่อไม่อยากให้เปลี่ยนแปลงอดีตนะ แล้วทำไมผมต้องกลับไปเรียนอีกละ เริ่มไม่เข้าใจพวกแกจริงๆ พวกเขารู้ใช่มั้ยเนี่ยว่าผมต้องเจอกับอะไร แต่ทำไมไม่บอกผมละ..และอีกอย่างจะไม่ให้เปลี่ยนแปลงอดีตเลย..ทำตัวล่องหน..ท่านผู้อ่านคิดว่าผมจะอยู่นิ่งทำตัวล่องหนได้สักกี่วันละ


" ส่วนเรื่องพลังของเราที่มอบให้เธอ ห้ามใช้มันเด็ดขาด ใช้เมื่อยามจำเป็นก็พอ เราถึงได้ให้ไม้กายสิทธิ์เธอไงละ " ลุงก็อดดริกพูด ผมพอเข้าใจตรงจุดๆนี้แล้วละ


" เอาละการเตรียมตัวของเรา เหลืออ.. " ป้าโรวีน่าได้สวมมงกุฏให้ผมที่สลักลูกไม้อย่างสวยสดงดงามได้สวมลงที่หัวผม


" อะไรนะคับ ป้าโรวีน่า สวมอะไรเนี่ย ฮึๆ " ผมหยิบมาดูแล้วก็สวมกลับไปตามเดิมแล้วหัวเราะกับป้าแกเบาๆ เพราะคิดว่าเดี๋ยวแกคงเก็บคืนเองละ แกคงล้อเล่น คงไม่ได้ให้ผมสวมมันไปด้วย..ใช่มั้ย..


" เธอต้องสวมมันไปด้วย ห้ามให้ห่างกายเชียวนะ เพราะมงกุฏนี้เป็นตัวเชื่อมต่อกับจิตมืดของเธอ ถ้ามงกุฏนี้ห่างจากเธอไป 1 เมตรเมื่อไรละก็ จิตมืดของเธอจะกลับมามีตัวตนในฐานะร่างกายของเธอ " ป้าเฮลก้าพูด ...เอาจริงหรอ...คือแปลว่าถ้ามงกุฏนี้อยู่ห่างจากผม 1 เมตรเมื่อไร อารมณ์แบบว่าจิตผมจะสลบแล้วจิตมืดจะมาบังคับร่างกายผมแทนใช่มั้ย แบบนี้มันก็ต้องใส่ตลอดนะสิ!


" และสุดท้าย เธออยากพามันไปด้วยมั้ย " ลุงก็อดดริกพูดและหันมือไปทางกรงนั้น 


ขอร้องละคับลุงๆป้าๆ อย่าเรียกจิตผม ว่า..มัน..นอกจากผมได้มั้ย ผมรู้สึกว่าน้ำเสียงของทุกคนที่เรียกมันติดเย็นชานะ


" เอาไปด้วยสิคับ ถ้าทิ้งไว้ในกรง มันเหมือนขังสัตว์มากกว่าคนนะคับ " ผมพูดออกไปด้วยความจริงใจ ผมคิดว่าคนที่อยู่ในกรงนะแล้วจับหมัดโซ่แบบนั้น มันเหมือนสัตว์มากกว่านะ น่าสงสารออก อย่างน้อยนั้นก็เป็นจิตของผมนะ


ลุงๆป้าๆถอนหายใจเบาๆไปตามๆกัน และยิ้มมาให้ผมและด้วยสายตาที่เอ็นดู ก่อนจะร่ายมือไปทางกรง ทำให้ประตูกรงนั้นเปิดออกตามด้วยโซ่ที่ลอยหายไป บุคคลในกรงนั้นเดินออกมาจากกรงและจ้องหน้าผม จู่ๆก็วิ่งไปทางประตูมิติที่ลุงซัลลาซาร์เตรียมไว้ ก่อนจะถูกเด้งกลับออกมาและลอยกระเด็นกลับมาตกใกล้ๆตัวผมที่ยืนดูอยู่


" เอ่อออ " ผมมองภาพตรงหน้าที่ทำให้ผมถึงกับสตั้นไปกับมัน 2 วิ


" เราลืมบอกอีกอย่าง ถ้าจิตของเธอคิดจะหนี มันก็จะถูกเด้งกลับมาหาเธอ เธอกับจิตของเธอห้ามห่างกัน 1 เมตรนะ " ป้าเฮลก้าพูดนั้นทำให้ผมเข้าใจแจ่มแจ้งถึงสิ่งที่เกิดกับบุคคลปริศนานี้ สรุปผมจะเรียกเขาว่าอะไรดีเนี่ย แล้วพวกลุงๆป้าๆคิดสนุกจริงๆใช่มั้ยถึงให้มงกุฏผมกับจิตของผมที่อยู่ห่างกัน 1 เมตรไม่ได้เนี่ย


ลุงๆป้าๆต่างพาผมมาทางประตูมิติพร้อมกับจิตมืดของผม หลังจากเตรียมการได้เสร็จเรียบร้อยแล้ว อยู่ๆจิตมืดนั้นก็หายไป และ..


" เราเกือบลืมอีกอย่างแหนะ! เธอต้องมีชื่อปลอมไว้ ต้องไม่ให้มีใครรู้ว่าเธออยู่ตระกูลและเป็นลูกพอตเตอร์ " ลุงก็อดดริกพูดขึ้น ทำให้เพื่อนทั้งสามของเขาชะงักและดึงผมห่างจากประตูก่อนจะเข้าไป


" นั้นสิ! เกือบลืมเลย " ป้าโรวีน่าพูดขึ้นและรีบคิดชื่อทันที


ทุกคนต่างพยายามคิดชื่อของผม เพื่อไม่ให้ซ้ำกับคนในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ป้าเฮลก้า ป้าโรวีน่า และลุงก็อดดริกต่างเดินไปเดินมา และตั้งท่าคิดชื่อไปตามๆกัน ยกเว้นลุงซัลลาซาร์


" หนิ! ซัลลาซาร์ นายไม่คิดจะช่วยคิดชื่อกันเลยหรือไง " ลุงก็อดดริกพูดขึ้นหลังจากเดินผ่านซัลลาซาร์ได้สักพัก


" ทำไมฉันต้องคิด ในเมื่อฉันเตรียมเอาไว้แล้ว " ลุงซัลลาซาร์พูดออกมาอย่างเฉยชา ทำให้เพื่อนๆของเขาชะงักและมองไปทางซัลลาซาร์เป็นจุดเดียว


" แล้วทำไมไม่บอกเล่า ว่าคิดออกนะ! ปล่อยให้พวกฉันคิดอยู่นั้นละ รู้มั้ยว่ามันเสียเวลา " ป้าโรวีน่าพูด


" ก็ไม่ถามเองหนิ ชื่อที่ฉันคิดเอาไว้คือ เอาชื่อเรามารวมๆกัน แล้วก็ชื่อโรงเรียน ก็คิดง่ายๆนิดเดียว ซัลโรก้า ก็อด ฮอกวอตส์ " ลุงซัลลาซาร์พูดออกมาอย่างใจเย็นและเก็กนิดๆที่คิดชื่อนี้ได้


" ชื่อเหมือนผู้หญิงไปมั้ยคับนั้น " ผมพูดขึ้นมาหลังจากได้รู้ชื่อใหม่ของผม


" เยี่ยม! รีบไปเถอะ แฮร์รี่ เราเสียเวลามามากพอแล้ว " ป้าเฮลก้าพูดขึ้นทันทีเมื่อเห็นว่าประตูมิติเริ่มจะปิดลง


*' แล้วชื่อฉันละ! '* 


เสียงนั้นทำให้ผมหันไปมองตามเสียง ผมเห็นเขายืนรอที่หน้าประตู นั้นคือจิตมืดของผม จิตมืดของผมมีมุมถามชื่อด้วยงั้นหรอ 55


" แฮร์รี่ เจมส์ พอตเตอร์ นายชื่อนี้ดีแล้วละ เผื่อฉันลืมชื่อตัวฉันเอง " ผมหันไปพูดกับจิตมืดของผม ก่อนจะรีบเดินเข้าไปในประตูมิติ


ผมตกอยู่ในห้วงเวลา..ที่ไม่อาจรู้ได้ว่าจะสิ้นสุดตอนไหน จะไปที่ใด...แล้วจะเจอกับอะไร...ผมมองไปรอบๆ ก็เห็นนาฬิกาและฟันเฟืองมากมายลอยไปตามเส้นทางของห้วงเวลานี้ ในห้วงทางเดินมิตินี้มันชั่งสวยงาม..และมีสีสรรค์มากมายหลากหลายตากันเลยทีเดียว ผมอยู่ในดินแดนวันเดอร์แลนด์หรอ หรืออยู่เนเวอร์แลนด์กันแน่ ผมคิดแบบนั้นก็หัวเราะในใจ และคิดแต่สิ่งดีๆที่ผมจะได้เจอหลังจากถูกคาถาธามส์ย้อนมา..และผมก็เห็นปลายทางของประตูก่อนจะรู้สึก..


.

.

.

.


โครม!!


ตึก!


" โอ้ยย!!~ " และนั้นคือเสียงของผมเอง 


หลังจากที่ผมเห็นแสงสุดปลายทางของห้วงเวลา ผมก็เหมือนจะตาบอดไปชั่วครู่ และมารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนกระแทกกับตู้ไม้และล้มลงมานอนที่พื้นปูนเย็นๆ เนี่ยละ เฮ้ออ เจ็บตัวอีกแล้วนะ ผมลุกขึ้นมาอย่างช้าๆแล้วลูบๆไปที่หัวตัวเองเบาๆก่อนจะปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าและผ้าคลุมของผม ผมมองสำรวจตัวเองว่ามีอะไรขาดหายไปมั้ย ไม้กายสิทธิ์ก็ยังอยู่ มงกุฏยังอยู่ จิตมืดของผมละ ผมมองไปรอบๆห้อง ก็เห็นจิตมืดของผมลอยอยู่ตรงหน้าต่างของห้องนี้โดยไม่ใส่ใจผมเลย ปล่อยเขาไปเถอะ แต่เดี๋ยวก่อนนะ การแต่งตัวของจิตมืดผม


ทำไมมันดูดีกว่าผมยังไงไม่รู้แล้วเฮ็ดวิกอยู่ไหนเนี่ย!


ผมมองไปรอบๆเพื่อหาเฮ็ดกวิก ก่อนจะมาเห็นประตูมิติที่ยังเปิดค้างอยู่ และปรากฏร่างของสัตว์มีปีกออกมาจากประตูนั้น ก็คือเฮ็ดวิกนั้นเอง เฮ้ออ นึกว่าหายไปซะแล้ว ผมรีบเดินไปกอดมันไว้ในอ้อมอกอีกครั้งก่อนจะเห็นว่าประตูมิตินั้นก็ถูกปิดลง ผมคงต้องใช้ชีวิตในกาลเวลานี้ จนกว่าจะหาทางกลับไปให้ได้..จะว่าไปที่นี้มัน..ที่ไหนนะ


ห้องสี่เหลี่ยมที่ยังทั้งแคบและดูน่าอึดอัด มีหน้าต่างเพียงแค่บานเดียว มีก้อนหินวางอยู่ที่หน้าต่างประมาณเจ็ดก้อน พอจะมองเห็นสิ่งที่อยู่ภายนอกได้บ้างเล็กน้อย ทั้งยังวันที่ฝนตกเช่นนี้มันดูคุ้นๆนะ มีรูปหนีบอยู่ที่ข้างๆหน้าต่างหนึ่งใบด้วย มีเตียงเหล็กเล็กๆพอนอนได้เพียงแค่หนึ่งคน มีโต๊ะและเก้าอี้หนึ่งชุด มีตู้ไม้เก่าๆที่ผมพึ่งกระแทกชนไป มองโดยรวมๆแล้วเหมือนผมเคยเห็นมันมาก่อนนะ..


เอี๊ยด~


หลังจากผมสำรวจห้องนี้แล้วก็มีบุคคลใหม่เปิดประตูบานเก่าๆสีดำนั้นเข้ามา ปรากฏถึงบุคคลใหม่ที่มีรูปร่างผอมบาง ผมดำ ผิวสีซีด มีนัยน์ตาสีน้ำตาล เสื้อผ้าที่ดูเก่านิดๆ พร้อมหนังสือหนึ่งเล่มที่เขาถืออยู่ ดูรวมๆแล้วเขาน่ารักทีเดียวแต่ถ้าไม่นับตรงสายตาที่เขามองมาที่ผมที่ดูเย็นชานั้น นี้มัน..โวลเดอมอร์ตอนวัยสิบเอ็ดนี่หน่า!!



__________________________________________

โปรดติดตามตอนต่อไป...


ความคิดเห็น