Akamone_Moka

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

EP 17 : สงครามโลกเวทยมนต์ครั้งที่

ชื่อตอน : EP 17 : สงครามโลกเวทยมนต์ครั้งที่

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 611

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 14 เม.ย. 2560 21:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP 17 : สงครามโลกเวทยมนต์ครั้งที่
แบบอักษร

ความเดิมตอนที่แล้ว

วันที่สงครามครั้งที่ 2 ของโลกเวทมนต์เริ่มต้นขึ้นเมื่อไร ผมจะหาเขาคนนั้นให้เจอ ผมไม่ได้หลงรักหรือพิษสวาทเขาหรอกนะ ผมนะแค่ถูกใจ เขาแค่เพื่อนทางจดหมาย..ไม่มีค่าอะไรสำหรับผม..

________________________________________________________


EP 17 : สงครามโลกเวทยมนต์ครั้งที่ 2


เวลานั้นได้ผ่านล่วงเลยมานานนับเดือน ทั้งฝ่ายภาคีและฝ่ายโวลเดอมอร์ ต่างจัดการวางแผนต่อสงครามที่จะมาถึงในอีกไม่นานอย่างจริงจัง ทั้งกลยุทธ์การรบที่เปลี่ยนไปจากเดิม ทั้งจุดเริ่มต้นและจู่โจม สงครามครั้งนี้แตกต่างไปจากเดิมมากเท่าที่ผมจำได้ ผมนั้นรู้หน้าที่และกลยุทธ์การรบของพี่ทอมจากจดหมายนกฮูก และเตรียมพร้อมสำหรับสงคราม ตอนนี้ผมยืนอยู่ที่หน้าฐานของผมพร้อมเหล่านักเรียนทั้ง 13 คน เหล่าผู้กบฏจอมทรยศ และสัตว์เลี้ยงของผมที่เก็บเอาไว้เพื่อการนี้ ก็ได้เดินออกมาจากฐานและยืนเคียงข้างผม 


ผมหยิบไม้กายสิทธิ์ขึ้นมาและตวัดชี้ไปทางฐานของผม ฐานนั้นเกิดไฟลุกไหม้บรรลัยกัณฑ์ แสงสีที่สว่างประกายออกมาเหมือนแสงของเพชรมรกตสีเขียว มันสวยงามมากเมื่อทุกอย่างถูกเผาไหม้เป็นจุณ ผมทำแบบนี้เพื่อป้องกันตัวเองเพื่อไม่ให้เหล่าภาคีหาเจอในสักวัน ผมและเหล่าสมุนได้เดินหันหลังกลับไปทางออกของป่าต้องห้าม โดยไม่สนใจฐานที่สร้างขึ้นมาพร้อมความทรงจำดีๆและร้ายในฐานนั้นอีก พวกเราเดินมาถึงฐานของโวลเดอมอร์อย่างระวังตัว โดยไม่ทิ้งร่องรอยใดๆ


เมื่อถึงฐานเหล่าสาวกของโวลเดอมอร์ต่างตื่นตกใจเมื่อเห็นเหล่าผู้กบฏจอมทรยศ นักเรียนทั้ง 13 คน จากเดิร์มสแตรงก์ และเหล่าสัตว์วิเศษของผม จากนั้นพี่ทอมก็เดินออกมาจากห้องของเขาหลังจากวางแผนสำหรับสงครามครั้งนี้เสร็จ เขามองผมด้วยสายตานิ่งๆเช่นเดิมและส่งสายตาเหมือนจะรอให้ผมอธิบายถึงภาพตรงหน้าที่เกิดขึ้น ผมนั้นใช้เวลาไม่นานก็อธิบายให้ทุกคนในฐานเข้าใจได้ เรามีพวกเพิ่ม และสัตว์วิเศษคอยหนุนหลัง ยิ่งทำให้สาวกทุกคนต่างฮึกเหิมในสงครามที่จะมาถึง


ทุกคนต่างฝึกซ้อมโดยการจับตัวพวกพ่อมดแม่มดที่ไม่รู้เรื่องอะไรมาเป็นเหยื่อในการซ้อมนี้ โดยไม่สนใจเสียงกรีดร้องใดๆ แบบนั้นยิ่งทำให้พวกสาวกคลั่งต่อสงคราม ผ่านมาได้เป็นสัปดาห์ก่อนสงคราม ผมถูกเรียกตัวให้ไปพบพี่ทอมบนห้องของเขา หลังจากผมจัดแจงห้องและที่อยู่ของสมุนของผมและสัตว์วิเศษได้ ผมก็ขึ้นไปรอพี่ทอมบนห้องของเขา ผมเปิดประตูไปช้าๆกลับเจอความว่างเปล่า ผมเดินมานั่งที่หน้าเตาผิงเพื่อรับความอบอุ่นจากเตานั้น ความอบอุ่นที่ไม่ว่าผมตอนเด็กจนถึงผู้ใหญ่วัยสามสิบ ผมก็คงไม่มีวันเจอความอบอุ่นนั้น ในอ้อมกอดจากเขา ที่ผมต้องการ..


ผมนั่งเหม่อลอยและคุยกับเสียงกระซิบในยามแก้เหงา ก่อนจะตกใจเสียงประตูที่กระแทกดังขึ้น


ปัง! 


" อะไรนะ เกิดอะไรขึ้นพี่ทอม! " ผมลุกขึ้นและตกใจนิดหน่อยที่บุคคลที่เข้ามานั้นไม่ใช่ใครนอกจาก พี่ทอม


" นาย! " พี่ทอมปิดประตูและเดินมาจับไหล่ทั้งสองข้างของผมและบีบมันอย่างแรง


" โอ้ย! อะไรของพี่เนี่ย! " ผมสะบัดมือของเขาออก และเดินถอยออกมาสองสามก้าว


" คุยกันนานเลยสินะ ทำไมไม่บอกฉันเรื่องนี้แฮร์รี่! " พี่ทอมหยิบซองจดหมายออกมาจากกระเป๋ากางเกงของเขาและยื่นไปมาตรงหน้าผม ผมตกใจในทันที เมื่อมองดีๆ นั้นมันซองจดหมายของเพื่อนทางจดหมายของผม!


" เอาคืนมานะ! " ผมรีบดึงฉุดจดหมายมากอดไว้ทันที เพราะนอกจากจดหมายฉบับนี้ ผมก็ไม่มีเพื่อนคอยให้หายเหงาอีกแล้ว! และผมคิดว่าเสียงกระซิบที่คอยพูดกับผม มันไม่ได้รู้สึกไปกว่าจดหมายซองนี้เลย!


" ก็ได้..ฉันจะรอข้างนอก อ่านจดหมายนั้นให้จบแล้วเราจะมาคุยกัน " เขาเดินออกไปทันทีโดยไม่เหลียวหลังมามองผมสักนิด


ผมนั้นสับสนทุกอย่าง ทุกความรู้สึกและสิ่งที่พี่ทอมทำ เขาต้องการอะไรกันแน่ ตั้งแต่ดอกไม้นั้นแล้วนะ..เฮ้อ...ผมรู้สึกอึดอัดใจและนั่งลงช้าๆที่เดิมและค่อยๆเปิดซองจดหมายอ่าน...


' แฮร์รี่ ฉันเองนะ ฉันดีใจที่นายอ่านจดหมายทุกฉบับของฉัน คอยตอบฉัน ฉันรู้สึกดีมากๆเลย เหมือนเรากลับมาเป็นเหมือนเดิม..แต่..ฉันรู้ว่าสงครามกำลังจะเกิดขึ้นในวันพรุ้งนี้ '

อา..นั้นสินะ..นายเนี่ย..ชอบเขียนข้อความแปลกๆตลอดเลยนะ จะสื่ออะไรก็บอกมาตรงๆสักทีสิ...


' เราควรมาเจอกันสักทีนะ เจอกันในวันศึกสงครามเนี่ยละ ถ้านายแยกตัวออกมาทันซะก่อน เราคงได้เจอกันแน่ๆ ฉันมั่นใจ '

เริ่มแปลกๆนะ คงไม่ใช่ฝ่ายภาคีจริงๆใช่มั้ย..


' ฉันขอนัดนายบนหอฮอกวอตส์ ที่ๆเดียวกับที่ดัมเบิลดอร์ตาย ฉันสัญญาว่าฉันจะไม่ลอบกัดนายหรอก ฉันนะมาเพื่อช่วยนายแฮร์รี่ '

และนั้นคือข้อความทั้งหมด ไม่มีการเขียนต่อโดยหมึกล่องหน ไม่มีการร่ายมนต์ใดๆต่อจดหมายฉบับนี้ ผมอ่านเสร็จก็เก็บไว้และตั้งคำถามในใจ เท่าที่ผมคุยกับหมอนี้ ก็นานสักพักได้ ก็พอรู้นิสัยฝ่ายนั้นนิดหน่อย แต่ก็ไม่วางใจอยู่ดีว่าฝ่ายนั้นจะดีกับผมจริงๆหรือเปล่า แต่ผมก็ได้เเต่เก็บคำถามนั้นไว้ในใจ และรีบเดินออกจากห้องเพื่อไปคุยกับพี่ทอม 


เมื่อผมเดินออกมา พี่ทอมก็ยืนรออยู่แล้ว เขาดูอารมณ์เปลี่ยนไวมาก เมื่อกี้ยังแสดงหน้าตาท่าทีเหมือนโกรธผมสุดๆเลย แต่ตอนนี้ดูใจเย็นมาก ก็ถือว่าดีเหมือนกัน พี่ทอมก็เงี่ยละนะ ผมมองเขาเงียบๆโดยไม่พูดอะไร


" ตามฉันมานี่ " เขาพูดเบามากแต่ผมได้ยิน เสียงเขาดูหงอยๆไงไม่รู้ แต่ผมก็เดินตามเขาไป


เขาเดินพาผมมาที่ห้องของผมเอง ก่อนจะเดินไปนั่งที่เบาะโซฟานิ่มๆนั่น เขาเหล่มองผมให้ผมมานั่งข้างๆเขา ผมก็ทำตามโดยไม่ขัดขืนอะไร เพราะพี่ทอมคงมีเหตุผลที่ทำแบบนั้นกับผม ผมหวังว่าเขาจะไม่ถามเรื่องจดหมายนะ คงไม่ได้อ่านไปแล้วใช่มั้ย


" ฉันไม่ได้อ่านจดหมายนั่น และฉันไม่ต้องการอ่านมันด้วย นายวางใจเถอะ จดหมายนี้นะ ต่อให้มีไม้กวาดยาวสิบฟุตอยู่ในมือ ฉันก็ไม่มีวันเข้าใกล้มันหรอก มันยังติดหนี้ฉัน " เขาพูดเหมือนอ่านความคิดของผมออก แต่เดี๋ยวนะ เขา..แอบอ่านความคิดผมหรือเปล่านะ เขารู้จักคนในจดหมายนี้งั้นหรอ!


" พี่รู้- " ก่อนที่ผมจะถามเขาไป ผมก็โดนพี่ทอมปิดปากซะก่อน


" อย่าถามให้มากความ พรุ้งนี้เราจะมีสงครามกับพวกพ่อมดแม่มดที่ฮอกวอตส์ เราจะไปขยายอำนาจที่นั้นเป็นที่ต่อไปนะแฮร์รี่ " เขาเลือกที่จะปัดคำถามผม และหันบทสนทนาไปทางสงครามแทน ผมรู้ว่าถ้าผมถามอีก เขาคงรำคาญผมแน่ๆ เมื่อเขาไม่อยากบอก ผมก็จะไม่ถาม เมื่อเขาอยากบอกเมื่อไร เมื่อนั้นผมก็จะรู้ และวันพรุ้งนี้ ผมก็ต้องได้เจอคนในจดหมายอยู่ดี


เราสองคนคุยกันได้สักพัก มีบ้างที่พี่ทอมลูบหัวผมบ้าง ลูบแก้มผมบ้าง คอยจ้องมองผมเหมือนไม่อยากละสายตาไปไหน นี้เป็นครั้งแรกที่พี่ทอมแสดงท่าทีนี้ออกมาอย่างจงใจ ผมไม่ได้ปฏิเสธสิ่งที่เขาทำให้ผม ผมกลับรู้สึกดีที่เขาอาจเริ่มมองผมเป็นน้องชายจริงๆเสียที รู้ตัวอีกทีเวลาก็ผ่านไปเร็วเหลือเกิน ดึกขนาดนี้แล้วหรอเนี่ย


" เอาละ ถึงเวลานอนแล้ว พรุ้งนี้เราจะทำสงครามกัน ฉันได้ข่าวมาว่าเจ้าคนทรยศ เซเวอรัส สเนป คนนั้นได้ขึ้นเป็นอาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนฮอกวอตส์นั้น ฉันยกให้นายเลยแฮร์รี่ " พี่ทอมลุกขึ้นและเดินไปทางประตู


" ฉันเชื่อว่านายสามารถฆ่าเขาได้ แล้วเราจะยิ่งใหญ่ไปด้วยกัน " พี่ทอมพูดทิ้งท้ายก่อนจะออกจากห้องของผมไป นั้นทำให้ผมตัวชาไปทั้งตัวเลย เมื่อคนที่ผมต้องฆ่านั้นกลับเป็น..เซเวอรัส..สเนป..


ผมลุกขึ้นเดินไปนั่งที่เตียงและเริ่มตัดสินใจว่าจะ..ฆ่าเขา..หรือพาเขาหนีไปกับผมดี..แต่ถ้าพาหนีไป ยังไงสเนปก็คงไม่รู้สึกถึงบุญคุณผมหรอก ผมในสายตาเขาคงแย่มากๆ เกินกว่าที่ผมจะนึกออกแน่ๆ ผมได้แต่เพียงถอนหายใจและหวังให้เกิดปาฏิหาริย์สักนิดในวันศึกสงครามก็ยังดี ผมเอนตัวนอนลงไปที่เตียงนุ่มๆนั้น และมองแสงจันทร์ที่สว่างสดใสผ่านหน้าต่างโทรมๆนี้ และหลับตาลงช้าๆ และยังคงนึกถึงปาฏิหาริย์และได้แต่ขอพรในใจว่าวันพรุ้งนี้ อย่าให้ใครต้องบาดเจ็บจากสงคราม


ผมนั้นได้ช่วยชีวิตพ่อมดแม่มดตั้งแต่ย้อนเวลามาอดีต ได้ช่วย แชริตี้ เบอร์เบจ อดีตอาจารย์ฮอกวอตส์ ประจำวิชามักเกิ้ลศึกษา ถูกโวลเดอมอร์ฆ่าด้วยคำสาบพิฆาต ที่คฤหาสน์มัลฟอย ผมนั้นช่วยเธอให้หนีไปได้ ครั้งนี้เฮ็ดวิกก็ไม่ตาย อลาสเตอร์ ไม่ตายแน่ๆ เพราะผมย้ายโรงเรียนมาแล้ว เขาจะไม่เกี่ยวข้องกับผมในครั้งนี้ ไหนจะรูฟัส สคริมเจอร์ รัฐมนตรีประจำกระทรวงเวทมนตร์ ผมช่วยเขาไม่ให้ตายในกระทรวง แต่ทำให้เขายอมจำนนแก่เรา


บาธิลดา แบ็กช็อต  ด๊อบบี้  แครบ ทั้งสามคนผมช่วยเขาไว้ รวมๆแล้วก็ช่วยเปลี่ยนอนาคตของคนตายทั้งเจ็ดคน รวมเฮ็ดกวิกด้วย ส่วนคนที่เหลือบางส่วนที่ผมไม่สามารถช่วยได้ ก็มีแต่การไว้อาลัยให้แด่คนในหลุมศพนั้น ผมรู้ว่าการช่วยเหลือของผมนั้น จะสร้างศัตรูและเพิ่มกำลังให้ฝ่ายภาคี แต่แปลกที่ผมนั้นพอใจกับสิ่งที่ตัวเองได้ทำลงไป ผมรู้ว่าสงครามในวันพรุ้งนี้จะมีใครตายบ้าง และผมเตรียมพร้อมที่จะช่วยพวกเขา ถึงจะรู้ดีว่าผม แท้จริงแล้วอยู่ฝ่ายไหน และรู้ว่าการที่ผมมาอยู่ฝ่ายพี่ทอม


เพื่อนๆของผมคงมองผมต่างจากปัจจุบันที่ผมจากมา แต่ผมนั้นยังคงมองพวกเขาว่าเป็นเพื่อนของผมเสมอ..นั้นคือความคิดสุดท้ายของผมก่อนจะหลับลึกลงไปในยามราตรีที่มืดมิด


.

.

.

.

.

.

[ วันศึกสงครามแห่งโลกเวทมนตร์ ]

ผมตื่นลืมตามองเพดานห้องในยามเช้าอย่างเงียบๆ พร้อมกับเสียงกระซิบที่เป็นคนทักทายผมในตอนเช้า


' ไง~ ฉันรอวันนี้มานานมากเลยนะ  วันแห่งศึกสงคราม อู้ว~ ฉันจะได้สัมผัสมันครั้งแรกเสียที อยากเจอคนรักของนายเร็วๆจัง~~...คิดถึ๊ง~คิดถึง...เหอะ..ฉันคิดว่านายกำลังใจอ่อนกับมารผจญของนายนะ นายตัดสินใจแล้วหนิ ว่าจะอยู่ฝ่ายมืด ก็ต้องตัดความรักโง่ๆนี้ออกไป เข้าใจมั้ย..'

เสียงกระซิบนั้น ผมฟังกี่ทีๆก็แปลกใจทุกครั้ง ช่วงแรกที่ผมคุยกับเสียงกระซิบนี้ ผมมักจะคุยกับมัน โดยมันคอยแนะนำให้ผมทำเรื่องชั่วๆตลอดเวลา ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ หรือจะดูไร้สาระก็ตาม แต่พอนานๆเข้า มันก็เริ่มต่อล้อต่อเถียงกับผม อย่างกะผมคุยกับคนๆนึงอย่างงั้นละ ทั้งๆที่เสียงกระซิบนี้ เป็นเสียงของจิตใจของผมที่ลึกที่สุดแท้ๆ


" ฉันเข้าใจแล้วหน่า แต่นายก็รู้ว่าฉันย้อนเวลามาเพื่อปกป้องคนที่ฉันรักนะ.." ผมนั้นรู้สึกผิดและเศร้าใจ เมื่อการตัดสินใจของผมที่ย้ายมาอยู่ฝ่ายนี้ ผมคิดว่ามันจะช่วยคนที่ผมต้องการปกป้องได้ ปกป้องได้ก็จริงแต่...สำหรับสเนป..ครั้งนี้ผมจะช่วยเขาหรือ..ฆ่าเขากันแน่..


' ฮ่าๆ! นั้นนะ คือข้ออ้างของนาย ในการที่จะทำให้ตัวนายนั้นรู้สึกเหมือนคนดีนะ นายก็รู้สึกเหมือนกับฉันใช่มั้ย นายนะ ก็ฆ่าคนมาเยอะ แถมไม่รู้สึกผิดด้วย! จะต่างอะไรกับการฆ่าคนที่นายรักกัน... '

" ต่างกันสิ! " ผมเผลอตะโกนออกไปซะเสียงดัง และยันตัวเองให้นั่งบนเตียงเหมือนหาเรื่องกับเสียงกระซิบ ทำให้บุคคลภายนอกที่ได้ยินเสียงเข้ามาอย่างตื่นตกใจ


" แฮร์รี่! นายเป็นอะไรหรือเปล่า " พี่ทอมนั้นเอง เขารีบเดินมานั่งข้างๆผมและจับตัวผมเพื่อมองดูว่าผมเกิดเป็นอันตรายอะไรหรือเปล่าด้วยความเป็นห่วง..ดีจังนะ..พี่ทอมเนี่ย ก่อนสงครามเขาเป็นแบบนี้กับทุกคนหรือเปล่านะ..


" ผมไม่เป็นไรหรอก แค่ฝันแปลกๆนะ ชั่งมันเถอะ " ผมยิ้มให้พี่ทอม นั้นทำให้เขารู้สึกตัว และกลับมาหน้านิ่งตามเดิม


" ก็ดี เตรียมตัวให้พร้อม เราจะเริ่มเดินทางไปที่ตรอกน็อกเทิร์นเพื่อลอบเข้าฮอกวอตส์โดยง่าย นายเก่งจริงๆแฮร์รี่ นายทำให้กองทัพของฉันบุกโจมตีฮอกวอตส์ได้ง่ายๆ เรื่องคนในฮอกวอตส์ ฉันและสาวกจะจักการรวบตัวพวกมันไปเองที่หน้าโรงเรียน เราจะหาพวกเพิ่มและให้ศรัทธาในตัวฉัน ระหว่างนั้น นายก็ไปหาเจ้าคนทรยศนั้นได้เลย " พี่ทอมพูดถึงเเผนการอีกครั้งแล้วเดินออกจาห้องผมไปทันที


ผมคิดว่า จังหวะนี้ละ ผมจะใช้จังหวะที่จะไปหาสเนป ไปที่หอนั้นแทน เพื่อเจอคนที่ส่งจดหมายมาให้ผม ระหว่างนั้น ผมหวังว่า สเนป จะหนีไปหรือช่วยคนในกลุ่มนักเรียนและอาจารย์นั้นแทน ผมคิดว่าเขาสามารถต่อกรกับผู้เสพความตายได้อยู่ คงพอมีเวลาสำหรับผมในตอนนั้น


ไม่รอช้าให้เสียเวลา ทั้งผมและสาวกทุกคน และพี่ทอมก็ออกเดินทางจากฐานไปสู่ตรอกน็อกเทิร์น...


[ ตรอกน็อกเทิร์น ]

พวกเราแยกกลุ่มออกมาเป็นสามส่วน กลุ่มแรก สาวกของผมทั้งหมด ไปล้อมรอบโรงเรียนฮอกวอตส์พร้อมผู้คุมวิญญาณและสัตว์วิเศษของผม ในการกันไม่ให้บุคคลภายในนั้นหนีออกมาได้ กลุ่มที่สองคอยเฝ้าประตูและรอบๆตรอกน็อกเทิร์น เผื่อมีคนหนีจากฮอกวอตส์โดยใช้ตู้นี้หนีมา กลุ่มสุดท้าย คือกลุ่มของผมและพี่ทอม รวมถึงสาวกของเขาที่จะเข้าไปบุกถึงฮอกวอตส์


ผมมองท้องฟ้าที่มืดขรึมดั่งสงครามที่กำลังจะเกิด หากเราเดินผ่านประตูนี้ไปสงครามแห่งโลกเวทมนตร์จะเกิดขึ้น..


ผมนั้นอยู่ในภวังค์สักพักก่อนจะโดนจับมือจากคนที่ไม่เคยคิดว่าเขาจะทำ..นั้นคือพี่ทอม..เขามองผมอย่างอบอุ่นในสายตาของเขาที่ผมมองลึกลงไป เขาคนนั้นที่เย็นชา และดูตายด้านกลับกำลังปลอบใจผมต่อสงครามนี้เหมือนรู้ดีว่าจะเจอกับอะไรบ้าง แต่นั้นก็เป็นเพียงแค่ชั่ววูบก่อนที่เขาจะปล่อยมือผมและเดินเข้าไปในตู้อันตรธาน ผมก้มหน้าลงเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นเมื่อเตรียมใจสำหรับสงครามในครั้งนี้ ในเวลาเดียวกันฉับพลันดวงตาของผมก็กลายเป็นสีเลือดพร้อมกับร่างกายแปรเปลี่ยนสภาพกลายเป็นร่างจริง ก่อนจะเดินตามเข้าไปในตู้


..และนั้นคือจุดเริ่มต้นของสงคราม..


" กรี๊ดดดดดดดดดดด!!/ว๊ากกกกกกกกกกก!! "


เสียงกรีดร้องของเหล่านักเรียนและอาจารย์ดังขึ้น เมื่อบุคคลที่เดินออกมาจากห้องต้องประสงค์ของฮอกวอตส์นั้น ไม่ใช่บุคคลที่พวกมันเชิญมา..


" รวบตัวนักเรียนและอาจารย์ทุกคนไปที่หน้าโรงเรียน แยกย้ายไปให้ทั่วทุกจุด!!! ใครที่ต่อต้านฆ่ามันซะ!!! " โวลเดอมอร์ตะโกนประกาศถึงคำสั่งที่เด็ดขาดแก่สาวก สาวกทุกคนต่างแยกย้ายและหัวเราะอย่างสนุกสนานกับชีวิตของคนในกำมือ โวลเดอมอร์เดินนำไปพร้อมสาวกบางส่วนของเขาเพื่อตามล่าเหล่าคนในโรงเรียน


และถึงเวลาของผมที่จะต้องแยกตัว.. แต่ก่อนอื่นเพื่อความแน่ใจ ผมอยากเช็คดูก่อน ว่าสเนปยังปลอดภัย ผมลอยตัวขึ้นเพื่อไปดูแถวๆหน้าโรงเรียนแต่ก็ไม่พบเขา เจอแต่นักเรียนกลุ่มหนึ่งที่ถูกพาตัวมารวมไว้ ผมลอยกลับไปทางเดินห้องโถงและเดินตามหาสเน็ปตั้งแต่ห้องใต้ดินจนถึงห้องอาจารย์ใหญ่ก็ไม่พบ เขาคงหนีไปแล้ว หรืออาจแอบแฝงอยู่ในกลุ่มอาจารย์แน่ๆ


ผมเลยไม่รอช้ารีบเดินไปตามจุดที่นัดไว้ต่อเพื่อนทางจดหมายของผม แต่ระหว่างทางที่ผมกำลังเดินไปตามทาง ผมกลับเจอเพื่อนๆของผมในเวลานี้สะงั้น นั้นก็คือ รอน เฮอร์ไมโอนี่ จินนี่ เนวิลล์ และ เดรโก รวมตัวกันได้เหมาะดี พวกนั้นวิ่งหนีจากผู้เสพความตายที่ไล่หลังมา และมาสะดุดเจอผม พวกนั้นถือไม้กายสิทธิ์คอยกันหน้าและหลังอย่างสามัคคี


ภาพนี้ผมประทับใจจริงๆ..ผมถือไม้กายสิทธิ์ของผมขึ้นมาและทำท่าตวัดไปงั้นเพื่อให้ รอน เนวิลล์และเดรโกลอยตัวขึ้นไปกระแทกกับกำแพง เพดานและพื้นจนสลบไป เหลือแต่สองสาว เฮอร์ไมโอนี่ และ จินนี่ ผมเลือกที่จะปล่อยพวกเธอไป ให้พวกผู้เสพความตายที่คอยยืนมองอย่างเพลินจิตให้สานต่อ สองสาววิ่งหนีไปอีกทาง ทำให้ผู้เสพความตายวิ่งตาม แต่ผมนั้นเลือกที่จะไม่สนใจและเดินต่อไปตามทางของผม


[ ณ หอคอยแห่งฮอกวอตส์ ]

ผมยืนมองหน้าหอและนึกถึงเหตุการณ์ที่ดัมเบิลดอร์ตาย และผมนั้นประกาศสงครามแห่งโลกเวทมนต์ ผมเดินเข้ามาในตัวหอและเดินสำรวจแต่ละชั้นเพื่อหาบุคคลที่ผมต้องการเจอ แต่ก็ไม่พบ จนมาถึงชั้นสุดท้าย จุดที่อัลบัสได้ล่วงลงไป ผมยืนมองโรงเรียนฮอกวอตส์ที่เต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องและเสียงเสียงร่ำไห้จากบนหอ และมองท้องฟ้าที่มืดขรึมดั่งสงครามที่เกิดขึ้นข้างล่าง ผมยืนเหม่อมองไปบนท้องฟ้าและหวังในใจเช่นเดิม ว่าขอให้มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น


" แฮร์รี่.. " เสียงอันคุ้นเคยดังมาจากข้างหลังผม


ผมรีบหันไปไปตามเสียง แล้วก็ต้องตกใจเมื่อภาพตรงหน้าปรากฏร่างของบุคคลที่ผมคาดไม่ถึง อัลบัส ดัมเบิลดอร์!


" แกเองหรอ.. " ผมเผลอทำเสียงขู่เหมือนสัตว์ใส่เขาโดยไม่รู้ตัว


" เปล่าหรอก..ฉันไม่ใช่คนที่ส่งจดหมายให้เธอหรอกนะแฮร์รี่ " เขายังคงส่งยิ้มอย่างอ่อนโยนให้ผม


อัลบัสดูแตกต่างจากที่ผมจำได้ เขาดูมีความมั่นใจที่จะกล้าเผชิญหน้าผมแปลกๆ แต่ผมต้องกลับมาช็อกเมื่อบุคคลใหม่ที่ได้เดินขึ้นบรรไดขึ้นมานั้นกลับเป็น...


เซเวอรัส..สเนป..ทำไม...


" คนๆนี้ต่างหากที่เป็นคนเขียนถึงเธอ " อัลบัสยื่นมือไปทางสเนปเพื่อตอกย้ำถึงสิ่งตรงหน้าที่ผมเห็น ว่ามันคือเรื่องจริง..


" พวกแก!!! " ผมพุ่งไปทางพวกเขา พร้อมกับข่วนไหล่ของอัลบัสด้วยกรงเล็บของผม ตามด้วยแยกเขี้ยวกัดไปที่หัวไหล่ของสเนปอย่างเสียสติ เพราะความไว้ใจนั้นมันสูญเปล่าในเวลานี้ เพื่อนทางจดหมายของผมกลับ...เป็นสเนป..และยังอัลบัสที่ยังมีลมหายใจ..


ระหว่างที่ผมกำลังสับสนและเสียใจ ผมถูกผลักออกโดยสเนปตามด้วยอัลบัสที่ผลักผมไปสุดทางจุดเดียวกับอัลบัสที่ตกลงไป 


" ทูโซลเซฟเพอเรย์เด็ด! " (ไรท์ : คาถานี้คิดเองนะจ้ะ อิส์อิส์) สเนปเป็นคนร่ายมนต์ใส่ผม มนต์นั้นไม่ได้ทำให้รู้สึกเจ็บปวดแต่อย่างใด ไม่ได้รู้สึกถึงความตาย เลยสักนิด..


ตัวของผมกระเด็นออกไปกลางอากาศ ทำให้ตัวผมค่อยๆร่วงลงไปอย่างช้าๆ ทำให้ผมเห็นบุคคลปริศนาที่ยืนอยู่ตรงปลายระเบียงหอแห่งฮอกวอตส์ ผมเห็นแต่แผ่นหลังของเขาและผมที่ยาวสลวยสีดำทมิฬ ระหว่างที่ภาพเหตุการณ์ที่กำลังเกิดอย่างช้าๆในความคิดของผม นั้นมันใครกัน..จากนั้นก็ปรากฏบุคคลใหม่อีกคนที่วิ่งขึ้นมาตามบรรไดนั้น และดูหอบเหนื่อยและมองมายังผมและบุคคลปริศนาอย่างตกใจ ผมที่ยาวหยิกสีน้ำตาล นั้นมัน..เฮอร์ไมโอนี่หนิ..ทำไมเธอถึงมาที่นี้ได้..


" ศาสตราจารย์ดับเบิ้ลดอร์! " เฮอร์ไมโอนี่ตะโกนเรียกอัลบัสเหมือนส่งสัญญาณให้เขารู้ ก่อนที่จะดึงสร้อยย้อนเวลาของเธอขว้างไปข้างหน้าอย่างสุดแรง บุคคลปริศนานั้นพยายามจะจับสร้อยนั้นให้ทันแต่ก็โดนสเนปขัดซะก่อน


" เพ็ตตริฟิคัส โททาลัส! " ร่างปริศนานั้นก็ได้นอนแน่นิ่งไปอย่างช่วยไม่ได้ ทำให้สร้อยย้อนเวลานั่นลอยมาทางผมที่ค่อยๆร่วงลงไป


" ธามทูโกวแบ็กทูมายด์วิส! " (ไรท์ : คิดคาถานี้เองเช่นเดิม) ตามด้วยคาถาที่ผมไม่รู้จักโดยผู้ร่ายนั้นก็คือ ดัมเบิลดอร์ ทุกๆอย่างชั่งเกิดเร็วเหลือเกิน..


ทำให้สร้อยนาฬิกานั้น แตกเป็นเสี่ยงๆ ทำให้เกิดเหมือนประตูมิติค่อยๆดึงตัวผมเข้าไป เกิดแสงสีสว่างจ้าขึ้น รอบๆตัวผมมีนาฬิกาและฟันเฟืองมากมายขนาดเล็กๆลอยไปรอบๆตัวผม ก่อนที่ทุกๆอย่างรวมตัวกัน ก่อนจะหายไปในประตูมิตินั้น ผมก็ได้ยินเสียงสุดท้ายที่ชวนแค้นฝังหุ่นจากอัลบัส..


" สงครามจบลงแล้ว.. " เขายังคงส่งยิ้มมาให้ผม..

.

.

.

.

.

.

.

มันก้าวนำผมมาหนึ่งก้าวโดยตลอด..

.

.

.

.

.

.

.

และนั้นคือภาพสุดท้ายของผมก่อนจะหลับลึกไปตลอดกาล...



___________________________________________

โปรดติดตามตอนต่อไป...


ความคิดเห็น