Akamone_Moka

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

EP 16 : ทาสแห่งเงา กับ จดหมายปริศนา 2

ชื่อตอน : EP 16 : ทาสแห่งเงา กับ จดหมายปริศนา 2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 564

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 14 เม.ย. 2560 20:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP 16 : ทาสแห่งเงา กับ จดหมายปริศนา 2
แบบอักษร

ความเดิมตอนที่แล้ว

" ถ้าเกิดมันไม่เปลี่ยนแปลงละ.. " โรเวนพูดพร้อมชี้ไปทางลูกแก้วที่ปรากฏภาพใหม่ที่นำไปสู่อนาคตที่เต็มไปด้วยความหายนะและความโศกเศร้า

" ถ้าเกิดคนรักของแฮร์รี่เสียไปอีก..โลกเวทมนต์นี้จะต้องสูญเสียทุกสิ่ง.. " โรเวนมองภาพตรงหน้าในลูกแก้ว สายตาของเธอเต็มไปด้วยความห่วงใย สงสารและ..เจ็บใจ เพราะภาพในลูกแก้ว คือภาพที่แฮร์รี่..ได้ฆ่าคนรักของตนไป...

หากสายตาของแฮร์รี่ในตอนนั้นปราศจากน้ำตา..หรือ..ความโศกเศร้าแต่อย่างใด..และนั้นไม่ใช่แฮร์รี่..

________________________________________________________


EP 16 : ทาสแห่งเงา กับ จดหมายปริศนา 2


กลับมาทางด้านแฮร์รี่

ในดวงตาของวิกเตอร์เริ่มประกายเป็นละอองสีดำและในพริบตา ในดวงตาของเขา รูม่านตาสีดำขยายมากขึ้นจนเหมือนกำลังกลืนกินไปทั้งดวงตา เลือดเริ่มไหลออกมาจากมุมตา ไหลลงมาถึงแก้มยันคาง มองๆดูไป ลูกตาของวิกเตอร์ก็เหมือนกำลังจะระเบิดออกมาเลยละ


" อ่ะ!...นี่!..เฮ้ย! " หลังจากวิกเตอร์โดนแบบนั้น เขาก็มองผมแบบขวางตาทันที แต่ไม่ทันที่จะได้พูดคำต่อไป แสงอาทิตย์ที่สาดส่องลงมาทำให้เห็นเงาเราสองคน หากแต่แฮร์รี่ไม่ได้สังเกตว่ามีเงาที่สาม..


เงาของวิกเตอร์ มีมือจำนวนมากมายออกมาจากเงา และจับเขาไว้ไม่ให้หนีไปไหน วิกเตอร์กระสับกระส่ายด้วยความหวาดกลัวตัวตาย เขายื่นมือข้างขวาของเขาหมายจะให้ผมช่วยจับมือเขา ให้หนีจากความตายที่กำลังมาเยือน แต่..ผมกลับปัดมือเขาทิ้ง ทำให้เงามือทั้งหลายจับเขาและดึงลากเข้าไปในเงาของเขาเอง เขาหายไปอย่างเงียบสงบ หายสาปสูญไร้ซึ่งเสียงกรีดร้องแบบเมื่อกี้ เหลือแต่เงาของวิกเตอร์ที่ยังติดกำแพงอยู่


ผมยิ้มและหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง และมองเงาตรงกำแพง ก่อนที่เงานั้นจะขยับนิดๆ เงานั้นก้าวเท้าออกมาจากกำแพงและยืนอยู่ตรงหน้าผมก่อนที่เงานั้นจะค่อยๆชัดขึ้นเรื่อยๆ ปรากฏให้เห็นร่างของวิกเตอร์ที่ดูมืดมน แต่ร่างนั้นละ คือวิกเตอร์..ในเวอร์ชั่นด้านมืดละนะ การแต่งตัวของเขาดูเท่กว่าเมื่อกี้เยอะเลย (คิดซะว่าเหมือนฉากในการ์ตูนเรื่อง Monster High ตอน 13 เวทมนตร์ อลเวง นะจ้ะ อิส์ อิส์ =w= ) ผมเดินนำเขาไปทันทีเพื่อเรียนวิชาต่อไป โดยมีวิกเตอร์คอยหนุนหลัง


หลังจากจบคาบเรียน ผมก็เดินไปหาเหยื่อรายใหม่ต่อ ผมทำการทำวิธีเดิมจนได้สมาชิกมาทั้ง 13 คน นักเรียนทั้งหมดนั้นละที่ผมเลือกมา ตอนนี้โรงเรียนนี้ผมขอคุมละนะ..ไม่ว่าผมจะเดินไปทางไหน..จะมีแต่เสียงของหมาแสนรู้ที่คอยเรียกร้องหาเจ้านายของมัน เจ้านายของพวกนี้นะจะใครละ..ถ้าไม่ใช่ผม..


คนที่เหลือที่ผมไม่ได้จักการ ก็มีแต่หาทางรอดด้วยตัวเอง โดยการเป็นน้องหมาของผม..สถาบันนี้ตอนแรกก็เต็มไปด้วยการสอนเต็มสูบละนะ แต่พอมาถึงตอนนี้ ไม่ว่าจะเดินไปทางไหน ก็มีแต่คนเรียกชื่อของผม..และส่งสายตาที่หลงไหลอย่างโหยหามาให้ผม..ซะที่ไหน.. มีแต่ความหวาดกลัว..


ผมขี้เกียจที่จะเรียน เลยขอยูเรเซียว่า ผมไม่จำเป็นต้องเรียนอีกต่อไป เพราะทั้งนักเรียนและเหล่าอาจารย์ต่างก็กลายเป็นน้องหมาของผมไปเสียเเล้ว ซึ่งเธอก็รู้ดีว่าผมหมายถึงอะไร เลยทำการปิดรับนักเรียนใหม่ ไม่ให้โลกภายนอกรู้เรื่องสถาบันนี้อีก ว่าทำอะไรบ้างและปิดข้อมูลสถาบันนี้จากโลกภายนอก ผมเดินมานั่งที่ใต้ต้นไม้หลังโรงเรียนเช่นเดิม


โดยคิดเล่นๆว่าเฮ็ดวิกอาจจะนำจดหมายปริศนานั้นมาอีกก็ได้ เพราะตอนนี้ผมก็เริ่มรู้สึกเหงาๆแล้วเหมือนกัน..และนั้นก็เป็นจริง


ตุบ! (เสียงจดหมายหล่นลงตัก)


ผมเปิดจดหมายและอ่านมันอย่างตั้งใจ


' นายเป็นคนแปลกๆ ดูประหลาด และดูจิตๆ ตอนที่ฉันเจอนายครั้งแรก นายทำตัวเหมือนคนที่หนีมากจากคุกอัซคาบันไม่มีผิด นอกจากนายจะประหลาดแล้ว ถ้าไม่นับของหวานกับบัตเตอร์เบียร์ นายชอบกินอะไรที่แปลกกว่าชาวบ้านสุดๆ '


หมายความว่าไงนะ เจอกันครั้งแรกที่ไหนกัน แล้วอารมณ์ไหนถึงเขียนเรื่องของหวานกับบัตเตอร์เบียร์กันละเนี่ย คุกอัซคาบัน? เกี่ยวกันตรงไหนเนี่ย! ผมคิดแบบนั้นก่อนจะอ่านจดหมายต่ออย่างไม่เข้าใจคนเขียน ว่าต้องการสื่ออะไร


' อยากรู้ใช่มั้ย ว่าสิ่งที่นายชอบกินนะ มันเป็นยังไง ฉันจะให้นายได้กินมันอีกครั้ง ร้านไอศครีม ของ ฟลอเรียน ฟอร์เตสคิว นายชอบกินรสกาแฟกับมะนาว ฮันนี่ดุ๊กส์ นายจะซื้อลูกอมช็อกโกแลตมา ที่ฉันเขียนถึงบัตเตอร์เบียร์ เพราะนายชอบเอาของ 3 อย่างนี้ มาผสมกับอาหารกลางวันของนายเสมอ และนั้นก็คือ เนื้อสดๆจากสัตว์วิเศษที่นายหามาได้เอง '


แหวะ แค่คิดแล้วเหมือนอ้วกเลย พวกโรคจิตหรอ ผมคิดแบบนั้น จดหมายก็ลอยขึ้นจากมือผมและระเบิดเหมือนพลุดอกไม้ไฟอย่างสวยงาม ก่อนจะเปลี่ยนรูปร่าง เป็นถ้วยไอศครีมมีรสกาแฟกับมะนาววางอยู่สองก้อน มีลูกอมช็อกโกแลตตกแต่งและมีน้ำบัตเตอร์เบียร์อยู่ในถ้วยไอศครีมผสมอยู่ พร้อมมีเนื้อสีแดงสดเหมือนเป็นหัวใจพร้อมช้อนตักไอติม มันลอยมาวางไว้ตรงหน้าผมบนหินอ่อนที่งอกมาจากไหนก็ไม่รู้ เดี๋ยวนะ! นี้มันเรียกว่าอาหารหรอ! ของหวานหรอ! ผมไม่ใช่คนอินเดียนะเฮ้ย! 


ผมตัดสินใจไม่กินทันที ถึงหน้าตาจะโอเค แต่เชื่อเถอะ ว่าแค่หน้าตาแล้วรสชาติอาจฆ่าผมได้ ผมนี้ขอสลบคาต้นไม้เลย ไม่เข้าใจจริงๆ คนที่เขียนจดหมายมานะ มันประหลาดยิ่งกว่าสิ่งที่มันเขียนมาให้ผมอ่านอีก ยิ่งคิดถึงคนโรคจิตๆที่เขียนมาให้แล้ว อาจจะปั่นจรวจใส่จดหมายและเอามาให้ผมอ่านก็ได้ พระเจ้า! ขนลุกเป็นบ้า! ระหว่างที่ผมมัวแต่ฟุ้งซ่าน 


จู่ๆเฮ็ดวิกก็บินมายืนอยู่ตรงตักผมและทำท่าอ้อนๆใส่ผม มุมนี้ของเฮ็ดวิกมีด้วยหรอ มันคือนกฮูกของผมใช่มั้ยคับ ผมคิดแบบนั้นและเหงื่อไหลนิดๆพร้อมทำน่าแบบ.. มันอ้อนใหญ่เลยคับและส่งสายตามาให้ผมและหันไปมองถ้วยไอศครีมเหมือนกับกำลังบอกผมว่า..กินเถอะ ดีต่อสุขภาพและเครื่องใน... ฮือๆ T^T บัดซบ!


โครก*~* (เสียงท้องร้อง)


ไอท้องเจ้ากรรมนายเวร มาหิวอะไรตอนนี้เนี่ย! ผมเหล่ไปมองถ้วยไอศครีมที่ดูมีแสงออร่าเหมือนอัญเชิญให้ผมเข้าไปกินมัน ไม่น้า~ ผมรู้สึกถึงช่วงเวลานี้ที่มันดูยาวนานเหลือเกิน ผมทนไม่ไหวกับความหิว ผมเลยเขยิบตัวเองไปดูถ้วยไอศครีมด้วยความหิว และดมๆกลิ่นของมัน ก็..โอเคกว่าที่คิด ถ้าเกิดไม่มีหัวใจนั้นนะ ป่านนี้ผมกินไปแล้ว 


ผมค่อยๆหยิบช้อนและตักเข้าปากไปอย่างๆช้า อารมณ์เหมือนกำลังกินยาพิษ หลังจากที่ผมกินเข้าไปคำแรก...ผมเห็นทางสว่างอยู่รำไร ได้ไง!..อร่อยมาก! ผมตักกินจนสุดท้าย..ผมก็กินหมด..นี้ตัวผมหรอ..เฮ้ออ..มันกลายเป็นของชอบของผมจริงๆแล้วสิ ชักอยากเห็นหน้าคนส่งจดหมายแล้ว แต่หารู้ไม่ว่ารอยยิ้มนั้นได้ขึ้นอยู่บนใบหน้าของผมโดยไม่รู้ตัว


ผ่านไปอีกวัน


ผมมานั่งที่ใต้ต้นไม้เช่นเดิมและได้รับจดหมายฉบับที่สาม ผมเปิดอ่านทันทีโดยไม่รีรอ ผมคิดว่าไม่มีใครหน้าไหนที่จะส่งระเบิดทางจดหมายมาให้เฮ็ดวิกบินมาส่งผมอีนแล้วละ คนเดียวที่ส่งจดหมายมาให้ผมผ่านเฮ็ดวิก ก็มีแต่..เจ้า-โรค-จิต-นั้น..


' ไง ฉันดีใจที่นายกินมันจนหมด ' รู้ได้ไงแว๊


' อร่อยละสิ แต่มันไม่ใช่แค่นี้หรอกนะที่ฉันรู้ว่านายชอบอะไร นายชอบดอกไม้อยู่ 2 ชนิท คือ ดอกไม้จากต้นอัสโฟเดลกับเวิร์มวู้ด ฉันไม่ชอบความหมายของดอกไม้พวกนี้เลย แต่แปลกที่นายชอบมัน ' หลังจากผมอ่านเสร็จ ผมก็ชะงักนิดๆพร้อมจดหมายที่กลายเป็นดอกไม้ 2 ดอก คืออัสโฟเดลกับเวิร์มวู้ด


ผมมองดอกไม้ในมือและพรางคิดถึงคำพูดของสเนปในคาบเรียนที่สองของวันแรกที่ผมเข้าฮอกวอตส์...


*' พอตเตอร์ ฉันจะได้อะไร ถ้าฉันเอาผงจากรากของต้นอัสโฟเดลผสมเข้ากับน้ำกระสายที่ได้มาจากต้นเวิร์มวู้ดส์ '*ผมรู้ว่านั้นคือคำถามที่เขาเอามาเล่นงานผมตั้งแต่วันแรก แต่ในเวลาเดียวกันเขาสื่อถึงผมอะไรบางอย่าง..แต่เมื่อผมโตขึ้น..ผมถึงเข้าใจ ว่าความหมายที่เขาต้องการสื่อถึงผมตั้งแต่แรกเจอคือ..ฉันเศร้าโศกเสียใจอย่างมากกับการจากไปของลิลี่


ผมกอดดอกไม้ในมือผมและก้มหน้ากอดเข่าตัวเอง..


" แฮร์รี่ นายมาทำอะไรที่นี่ " ผมเงยหน้าจากเข่าตัวเองไปมองตามเสียงเรียก


" พี่ทอม.."ผมลงไปกอดเข่าต่อ


"...."เขาเงียบและจู่ๆก็ดึงดอกไม้จากมือผมไป


" พี่ทำอะไรนะ " ผมเลยมองหน้าเขา และมองดอกไม้ในมือของเขาที่ไปโดยไม่บอกกล่าว


" ปีศาจเป็นพยาน..คิดถึงมันหรอ.. " ทอมจ้องมองสบตาผมและทำหน้านิ่ง ทำให้บรรยากาศรอบตัวดูมืดมนและหนาวเย็น


" พี่หมายถึงใครนะ " ผมมองทอมอย่างไม่เข้าใจก่อนที่เขาจะหันกลับไปทางหอและเดินกลับไปอย่างไวพร้อมดอกไม้ของผม ผมไม่เสียดายหรอกนะ ผมเลยเมินดอกไม้นั้นไป


หลังจากเหตุการณ์ที่ทอมเอาดอกไม้ผมไป ผมก็เริ่มสับสนในหลายๆเรื่อง ผมเลือกที่จะมานั่งที่ใต้ต้นไม้ทุกครั้งในตอนพักเที่ยงเพื่อรับจดหมายที่ส่งมาให้ผม ยิ่งผมอ่านผมก็ยิ่งอยากเห็นคนเขียนคนนั้น ผมเลยเริ่มตอบกลับเขาไปบ้าง ถึงผมจะกังวลในใจว่าจดหมายฉบับนี้อาจเป็นของพวกภาคี แต่ว่าตอนนี้นะ ผมเหงาเหลือเกิน ผมขอเสี่ยงที่จะมีเพื่อนทางจดหมายสักคน..


 เราคุยตอบกลับทางจดหมายกันทุกวัน เล่าเรื่องของตัวเอง เล่าเรื่องในโรงเรียน แต่ดูเหมือนเขาจะรู้ว่าผมชอบอะไรไม่ชอบอะไรไปซะหมด เหมือนกับอยู่กับผมมานานจนรู้นิสัยกันดี เขารู้ว่าผมคือใคร ชอบทำอะไรยามว่าง ชอบกินอะไร ฟังเพลงแบบไหน ชอบทำลายข้าวของด้วย


แต่ผมนี่สิ ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขาเลย นอกจากรู้ว่าเขาเรียนอยู่ฮอกวอตส์ เขาสัญญากับผมทางจดหมาย ว่าจะไม่พูดป่าวประกาศความลับของผมให้ใครฟัง พวกเราคุยทางจดหมายกันเป็นเวลา 1-2 เดือน จนถูกคอกันเหมือนเคยเป็นเพื่อนเก่าเล่าใหม่ ปรึกษาได้ทุกเรื่อง ผมเลยตัดสินใจ ว่าในวันที่สงครามครั้งที่ 2 ของโลกเวทมนต์เริ่มต้นขึ้นเมื่อไร ผมจะหาเขาคนนั้นให้เจอ ผมไม่ได้หลงรักหรือพิษสวาทเขาหรอกนะ ผมนะแค่ถูกใจ เขาแค่เพื่อนทางจดหมาย..ไม่มีค่าอะไรสำหรับผม..



______________________________________________

โปรดติดตามตอนต่อไป...


ความคิดเห็น