Akamone_Moka

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

EP 13 : ยุคแห่งศาสตร์มืดได้มาถึงแล้ว...

ชื่อตอน : EP 13 : ยุคแห่งศาสตร์มืดได้มาถึงแล้ว...

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 729

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 14 เม.ย. 2560 20:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP 13 : ยุคแห่งศาสตร์มืดได้มาถึงแล้ว...
แบบอักษร

ความเดิมตอนที่แล้ว

*" แผนลวงสำเร็จแล้ว..ฮึ "*ผมทำการกลายร่างเป็นร่างเดิมใส่ผ้าคลุมของบ้านสลิธีรินเป็นการเยาะเย้ยพวกเหล่าภาคีที่ไม่เคยรู้ตัวว่าผมแอบแฝงตัวเข้ามาในฮอกวอตส์ และได้ปลอมตัวเป็นแฮร์รี่ อย่างน้อยก็ให้พวกนั้นเข้าใจแบบนั้นไปละนะ ว่าผมปลอมเป็นแฮร์รี่และลักพาตัวแฮร์รี่มา ผมเดินขึ้นห้องตัวเองไปอย่างสง่างามและส่งยิ้มให้เหล่าภาคีอย่างร้ายกาจ

________________________________________________________


EP 13 : ยุคแห่งศาสตร์มืดได้มาถึงแล้ว...


ผ่านไปหนึ่งคืน ผมเดินลงมาจากห้อง ผมยังคงอยู่ในร่างเดิมอยู่ ผมมองหาพวกเหล่าภาคี พวกมันคงโดนสาวกของผมจับไปขังที่คุกใต้ดินละมั้ง ผมเดินลงไปชั้นใต้ดินที่มีไว้สำหรับนักโทษ สาวกทั้งหลายรีบหันมามองตามเสียงเปิดประตูที่ผมเดินเข้ามา ก็เจอเหล่าสาวกผมกำลังถือเครื่องทรมาณคามือเลย พวกนั้นดูหมดแรงหน้าโทรมมากๆ ขนาดแค่วันแรกยังขนาดนี้ วันต่อๆมามันจะขนาดไหน


" เรน่า...วีซ.. สนุกกันใหญ่เลยนะ " ผมเดินเข้ามาทักพวกเธอทั้งสองคน เรน่าวางเครื่องทรมาณลงและส่งยิ้มมาให้ผม ส่วนวิซก็โค้งก้มหัวให้ผมเป็นการเคารพ


" อรุณสวัสดิ์ค่ะเจ้านาย! " เสียงประสานกันของสองสาว เดียน่าและเดียล่านั้นเอง ทำให้ผมรู้สึกดีว่าวันนี้ก็คงเป็นวันที่สดใสสำหรับผมแต่ไม่ กับพวกภาคีแน่นอน


" มากันครบทุกคนเลยนะ นักโทษมาใหม่ทำให้พวกเธอทิ้งงานกันมาถึงนี้เชียวหรือ.. " ผมมองเหล่าสาวกของผม แต่ดูเหมือนมีคนหายไปคนนึงนะ


" ใครเห็น มาลน์ บ- " ผมกำลังถามทุกคนถึงมาลน์ จู่ๆก็มีมือปริศนาข้างหนึ่งมาลูบๆแถวๆสะโพกผมจากข้างหลัง ส่วนอีกข้างก็ดันซนเข้ามาในเสื้อผมและมาลูบๆแถวๆส่วนอกผม


" ฮึก.." ผมหน้าแดงนิดๆ มันลูบๆไปมา ส่วนมืออีกข้างก็ลงต่ำมาที่ท้องน้อยของผมและเริ่มลงต่ำไปเรื่อยๆ ทุกๆอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก


" เจ้าผัวเว-ร! " มาเรียรีบเดินเข้าไปทันทีเมื่อรู้ว่าใครอยู่ข้างหลังผมตอนนี้..มาลน์...นี่เอง...


มาเรียรีบดึงหูสามีของเธอและพาตัวออกห่างจากตัวผมทันที เธอตบตีสามีเธอใหญ่ ส่วนมาลน์ก็คอยเอามือป้องกันไป ผมถอนหายใจเบาๆและดึงเสื้อกลับมาจัดให้เรียบร้อย จนลืมไปว่านอกจากผมและสาวก ยังมีพวกภาคีอยู่ ผมก็ยิ้มแบบไม่รู้สึกอะไรกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อกี้ เพราะผมโดนแบบนี้ประจำจนชินแล้วละ ดูจากสีหน้าของพวกเขามีบางคนทั้งช็อกและตาโต เพื่อนของผมก็หน้าแดงกันไปตามภาษามโน ส่วนสเนป...อืมมม...เขาจ้องผมใหญ่เลย


ผมไล่ให้สาวกของผมแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตน ปล่อยให้ผมอยู่กับพวกภาคีกันในคุก ผมมองเรียงทีละคน ที่มีบาดแผลเต็มตัว ผมใช้พลังของผมในการเยียวยาพวกเขาจนหายเป็นปกติ พวกเขาต่างมองผมแบบไม่เข้าใจ ยกเว้น อัลบัส ดับเบิ้ลดอร์ 


" ฉันจะปล่อยพวกแกกลับไปที่ๆของพวกแก.. " ผมมองและยืนกอดอกมองพวกเขา


" แกทำแบบนี้ไปเพื่ออะไรกัน ถ้าแกปล่อยพวกเราไปสุดท้ายพวกเราก็ต้องเป็นฝ่ายล่าแกอยู่ดี อย่าให้พูดถึงโรงเรียนฮอกวอตส์น่ะ แกก็ไม่มีสิทธิ์ไปเหยียบย่ำที่นั้นอีกแล้ว!! " เสียงตะโกนดังขึ้นของ มันดังกัส เฟล็ทเชอร์ เขามองผมแบบคน...ปากดีไว้ก่อนแม่สอนไว้ เฮ้ออ..


" เหล่าภาคีคงไม่ได้มีแต่คนโง่ใช่มั้ย ศาสตราจารย์ดับเบิ้ลดอร์ " ผมหันไปถามเขาอย่างเหนื่อยใจ แต่สิ่งที่ได้ตอบกลับมาคือ เสียงหัวเราะในลำคอของอัลบัส การกระทำของเขาทำให้เหล่าภาคีสงสัยเป็นอย่างมาก


ผมไม่รอพูดพล่ามทำเพลง ผมเสกโซ่ที่หมัดพวกเขาให้หายไปและขว้างไม้กายสิทธิ์ให้พวกเขาคืน ผมใช้พลังมืดลบความทรงจำของพวกเหล่าภาคีถึงตัวตนที่แท้จริงของผม ให้มันเป็นเพียงแค่ความฝันและเรื่องที่ผ่านๆมา ยกเว้นแต่..อัลบัส..ผมส่งตัวพวกเขาวาปไปที่เดิมจุดที่เหล่าภาคีต่อสู้กันเพื่อปกป้องผม และผมก็ทำการวาปตามมาด้วยร่างเดิมของผม


" แฮร์รี่..เธอแน่ใจแล้วหรือ...ว่าจะปล่อยให้เป็นแบบนี้..ทั้งๆที่รู้ว่าอนาคตของเธอ..จะเป็นยังไง " อัลบัสมองผมด้วยสายตาอ่อนโยนและหวงแหน ถึงผมจะไม่รู้ก็เถอะ ว่าเขาทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร ยังจะมาคุยดีด้วยทำไมกัน


" ขอบคุณอัลบัส..ที่ช่วยแสดงละครร่วมกับผม..ยอมรับจริงๆว่าคุณคือพ่อมดผู้ยิ่งใหญ่แห่งโลกเวทมนต์..แต่เชื่อเถอะ..สิ่งที่คุณพูดเมื่อตอนนั้นมันฟังไม่เข้าหูผมอยู่ดี.." ผมเดินเข้าไปใกล้ตัวเขาและส่งยิ้มให้และแตะไปที่ไหลของเขา ทำให้เขาวาปไปที่ห้องครูใหญ่ของเขา 


ผมคิดว่าสิ่งที่บ็อกการ์ตมันแสดงให้เห็นมันคืออนาคตของผมจริงๆ แต่มันยังคงพิสูจณ์ไม่ได้จนกว่าจะเจอกับตัวเอง และผมไม่ต้องการ ผมเดินขึ้นไปบนห้องของผมทันที ผมมองตัวเองในกระจกและต้องมีสีหน้าเศร้าทุกครั้งไป ผมเริ่มกลัวตัวเองจริงๆแล้ว และเริ่มไม่แน่ใจแล้วด้วย ว่าร่างและจิตใจผมนี้ ใช่ของผมหรือเปล่า.. แต่...ถ้าเกิดอนาคตของผมเป็นแบบนั้นจริง..ก็มีแค่ทางเดียว...ต้องฆ่า...


เหล่าภาคีฟื้นสติกลับคืนมาและมองไปรอบๆอย่างระวังตัวและต้องแปลกใจที่พวกผู้เสพความตายมันหายไปกันหมด เสียงฝ่าเท้าที่ดังออกมาทำให้เหล่าภาคีหันมาสนใจผมทันที ผมวิ่งออกไปตามเส้นทางที่ผมจำได้ ว่าผมจะได้เจอกับโวลเดอมอร์และคดีของผมจะพลิกทันที เพราะที่นั้นจะเป็นการพิสูจน์ตัวผมและอัลบัสว่าโวลเดอมอร์กลับมาแล้วจริงๆ ฟัดจ์จะถูกไล่ออกด้วย และเหตุการณ์ไปตามคาด ทุกๆอย่างล้วนดำเนินไปด้วยดี


ผมลงไปแกล้งสลบที่พื้น มีอย่างนึงที่ผมแปลกใจคือ...ทั้งๆที่ฮอกครักซ์ในตัวผมถูกทำลายไปแล้ว แต่ทำไม..ผมกลับรู้สึกว่า..ทอม..ยังอยู่ในตัวผม..ไหนจะวิญญาณของเขาที่ออกมาจากตัวผมอีก..ผมชักสงสัยแล้ว


หลังจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ผ่านไป แน่นอนว่าต้องมีข่าวหน้าหนึ่งแน่นอน ผมได้ไปที่กระทรวงตกลงในการเป็น บุตรบุญธรรมของซีเรียส และได้รับอนุมัติให้ซีเรียสได้เป็นพ่อทูนหัวของผม ไหนจะได้ใบอนุญาติถูกต้องตามกฏหมายในการแปลงร่างให้ซีเรียสอีก! ซูซานยังได้ทำการให้ผมย้ายไปอยู่กับซีเรียสอย่างเป็นทางการด้วย ผมต้องขอบคุณซูซานทนายของครอบครัวผมจริงๆ  ผมรู้สึกดีมากที่ครั้งนี้ซีเรียสยังมีชีวิตอยู่และได้เป็นแบบนี้ และเป็นบางครั้งที่ผมไปนอนค้างคืนที่บ้านรอน


แต่ความสุขก็ไม่เคยอยู่นาน เมื่อเหล่าผู้เสพความตายและผู้คุมวิญญาณต่างมาอาละวาดที่ตรอกไดแอกอนและร้านบอร์เจ็นและเบิร์กส์ในตรอกน็อคเทิร์น แน่นอนว่าผมขึ้นปีหกแล้ว ความสวยและความน่ารักของผมก็ไม่ได้ลดลงไปเลยมีแต่จะเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ ช่วงนี้ผมก็ไม่เจอศาสตราจารย์สเนปเลย คิดถึงจัง แถมไรท์ก็ไม่ค่อยจะลงบทผมกับสเนปเลย มันยิ่งทำให้ผมน้อยใจเข้าไปใหญ่ เฮ้ออออ... ผมหวังว่าจะมีฉาก nc กับคนรักของผม


โอ๊ะ!..นี้ผมพูดอะไรออกไปเนี่ย รีดทุกท่านไม่ใช่อย่างที่คิดนะ ผมไม่เค๊ยไม่เคยคิด อยาก ให้ มี ฉาก NC! เลยน้าาา เอาละๆ พอๆๆ กลับมาที่เรื่องของผมดีกว่า หลังจากข่าวของโวลเดอมอร์ได้แพร่ไปทั่วโลกเวทมนต์ ความโกลาหลก็เกิดขึ้น โลกเวทมนต์ไปกว่าครึ่งเริ่มถูกหยึดไป ด้วยฝีมือโวลเดอมอร์ โดยมีคนช่วยในครั้งนี้ด้วยนั้นก็คือ ผมเอง และชื่อเสียงของจอมมาร์จูเนียร์ หรืออีกฉายาคือ โวลเดอมอร์จูเนียร์ เรียกง่ายๆว่า J เริ่มดังทวีคูณขึ้นไปอีก ทางกระทรวงเวทมนต์ก็เริ่มเครื่อนไหวอย่างช้าๆและวุ่นวายไปหมด


ตอนนี้ผมกำลังเดินเล่นอยู่ในโรงเรียนฮอกวอตส์ ผมรู้ว่าปีนี้ ศาสตราจารย์ซลักฮอร์น จะกลับมาเป็นอาจารย์สอนประจำวิชาปรุงยา ส่วนสเนปจะกลายเป็นอาจารย์ประจำวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดแทน ส่วนแคตี้ เบลล์ จะได้รับบาดเจ็บและโดนคำสาปจากสร้อยโอปอล เดรโก ก็จะกลายเป็นผู้เสพความตายด้วย  สเนปจะเป็นคนฆ่าดับเบิ้ลดอร์  แต่ตอนนี้สเนปไม่ได้เป็นผู้เสพความตายแล้ว เขาก็ไม่ต้องทำสัญญากับแม่ของเดรโก และจะไม่ได้เป็นคนฆ่าอัลบัสด้วย ทีนี้เขาก็ขาวบริสุทธิ์แล้ว


ให้ตายสิ ผมเริ่มไม่เข้าใจตัวเองแล้ว ว่ากำลังคิดจะทำอะไรอยู่กันแน่ ตอนนี้ผมกำลังยืนอยู่บนขอบของกำแพงหินกับรอนภายในโรงเรียนฮอกวอตส์ และหัวเราะอย่างสนุกสนานกับความวุ่นวายภายในโรงเรียน จนโดนศาสตราจารย์มักกอนนากัลเรียกตัวไป เพื่อให้ไปเรียนพิเศษวิชาปรุงยากับศาสตราจารย์ซลักฮอร์น ตอนนี้ผมบอกเลยว่า ถ้าเป็นโลกก่อนนะ ก่อนที่ผมและเพื่อนรักของผมจะเดินเข้ารถไฟใช่มั้ย ผมและเพื่อนๆเดินไปดูร้านเกมกลวิสลีย์ ที่เฟร็ดกับจอร์จเป็นคนทำของเล่น ส่วนร้านเนี่ย พวกเขาเป็นคนมาขอเงินผมในการทำร้าน หลังจากออกจากร้านใช่มั้ย แน่นอนว่าต้องเห็นเดรโก และรีดคงรู้ใช่มั้ยว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป


แต่เดี๋ยวก่อน นั้นมันโลกก่อนของผม ตอนนี้ผมอยู่ในโลกอดีตที่ผมย้อนมา แน่นอนว่าหลังจากผมและเพื่อนออกจากร้านเกมกลวีสลีย์ผมก็รีบพารอนและเฮอร์ไมโอนี่ เดินมาอีกทาง เพื่อไม่ให้รอนทักผมเมื่อเห็นเดรโกอีกเป็นครั้งที่สองแน่ กลับที่ห้องปรุงยา ตอนนี้ผมเดินมาจนถึงห้องใต้ดิน และเห็นว่าทุกคนมาอยู่ก่อนแล้ว ผมจ้องเดรโกก็รู้ทันที ว่าเขามีสีหน้าเย็นชามากๆ ผมละสายตาจากเขา และเดินมาหยิบหนังสือเล่มสีดำที่ดูเก่าๆมายืนประจำตำแหน่งของตัวเองทันทีอย่างรู้หน้าที่ของตน ทำให้ศาสตราจารย์และเพื่อนๆภายในห้องให้ความสนใจผมเล็กน้อย


ผมกอดหนังสือเล่มนี้แน่น เพราะหนังสือเล่มนี้คือของเจ้าชายเลือดผสม หรือของ..สเนปนั้นเอง กรี๊ดดดด! สาวแตกค๊าา ผมก็ร้องในใจละนะ รอนมีสีหน้างุนงงเล็กน้อยและหยิบหนังสือเล่มใหม่มายืนข้างๆผม ศาสตราจารย์ซลักฮอร์นกำลังอธิบายถึงยาเสน่ห์ขั้นรุนแรง แน่นอนว่ากลุ่มสาวๆก็ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ผมก็หัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนศาสตราจารย์จะปิดฝาหม้อน้ำยานี้ ทำให้กลุ่มสาวๆถอยไปยืนที่เดิมกันเลยทีเดียว จนมีหญิงสาวคนนึงทักถึงน้ำยาขวดเพรียวๆสีใสตรงหน้า


" อ้อ..ใช่..สิ่งที่อยู่ตรงหน้าพวกเธอทั้งหลาย คือน้ำยาที่น่าสงสัยที่สุด ชื่อ ฟีลิกซ์ ฟิลิซิส แต่คนทั่วไปรู้จักกันในชื่อว่า..." ศาสตราจารย์ซลักฮอร์นกำลังจะพูดแต่ก็มีเสียงขัดขึ้น


" น้ำยานำโชค/น้ำยานำโชค " ผมและเฮอร์ไมโอนี่พูดพร้อมกันและมองหน้ากันเลยทีเดียว


" ใช่แล้วคุณเกรนเจอร์ และ คุณพอตเตอร์ พวกเธอเก่งจริงๆ " 


หลังจากศาสตราจาย์ซลักฮอร์นอธิบายเสร็จ ทุกคนก็ต่างเดินไปประจำหม้อของตัวเอง และเริ่มเปิดหนังสือและเริ่มต้นปรุงยา ผมไม่รีบร้อนอะไร เพราะผมรู้สูตรของน้ำยาตายทั้งเป็นอยู่แล้ว ผมเลยชิวๆและเปิดอ่านหนังสือในมือผม โลกก่อนผมยังอ่านหนังสือเล่มนี้ไม่จบเลย ผมยืนอ่านหนังสือแบบชิวๆ จนโดนเฮอร์ไมโอนี่ทักขึ้นมา


" หนิ..แฮร์รี่ นายจะไม่ทำน้ำยาตายทั้งเป็นหรือไง เอาแต่อ่านหนังสืออยู่นั้นแหละ ฉันสังเกตเห็นนะว่าหน้าที่นายอ่านนะ ไม่ใช่หน้าสูตรของน้ำยาตายทั้งเป็นเลย มาเรียนวิชานี้ เธอก็รู้ว่าจะได้คะแนนพิเศษ เธอตั้งใจหน่อยสิ " ผมโดนเฮอร์ไมโอนี่บ่นยาวเลย นั้นเลยทำให้ผมหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ ทำให้เฮอร์ไมโอนี่ขมวดคิ้วด้วยความงงงวยและเคืองผม เพราะคิดว่าผมคงไม่สนใจ


" ไม่ต้องห่วงเฮอร์ไมโอนี่ ฉันรู้สูตรของน้ำยาตายทั้งเป็นหน่า ฉันแค่อ่านสูตรน้ำยาอื่นๆที่ไม่เคยอ่านแค่นั้นเอง " ผมปิดหนังสือและวางลงไปที่โต๊ะข้างๆหม้อผม


ผมทำการปรุงน้ำยาตายทั้งเป็นอย่างชำนาญ โดยไม่ได้ดูสูตรหรือแอบเปิดหนังสือเลยสักนิด เฮอร์ไมโอนี่มองการกระทำของผมอย่างตกตะลึง ทำให้เพื่อนๆที่ร่วมโต๊ะกับผมต่างมองด้วยความทึงตะลึงอย่างไม่เคยเจอ นั้นก็คือ รอนและเนวิลล์นั้นเอง ผมทำการสลับสับเปลี่ยนน้ำยาที่นำมาผสมอย่างพริ้วไหว จนเสร็จขั้นตอนในเวลาอันสั้น ผมก็กลับมาสนใจอ่านหนังสือต่อ การกระทำของผมทำให้เพื่อนโต๊ะข้างๆให้ความสนใจเป็นอย่างมาก แต่ด้วยเวลาที่มีจำกัด เพื่อนๆผมและคนอื่นๆก็หันมาสนใจหม้อของตนและอ่านสูตรทำน้ำยาต่อ หมดคาบแล้ว ผลสุดท้ายก็คือผมได้น้ำยาไปและไม่ลืมที่จะแอบเอาหนังสือมาด้วย


หลังจากได้หนังสือผมรีบเอาไปเก็บไว้ที่ห้องผมทันทีและทำแท่นบูชาเหมือนยันเดเรจังเลย ฮ่าๆ หลังจากจบคาบเรียนก็ถึงเวลาพัก ผมชวนเฮอร์ไมโอนี่และรอนไปร้านไม้กวาดสามอันเพื่อไปดื่มบัตเตอร์เบียร์ทันที ครั้งนี้ผมไปด้วยความหิวเลยละ ไม่ได้ตามศาสตราจารย์ซลักฮอร์น แต่ถึงอย่างงั้นผมก็ต้องทำเผื่อไว้ละนะ ผมสั่งกับแกล้ม ส่วนเฮอร์ไมโอนี่ก็สั่งเบียร์ให้ และบังเอิญอีกครั้งที่ผมเห็นเดรโกพอดี ผมส่งยิ้มให้เขา เขาก็ตอบรับยิ้มผมนิดๆก่อนจะรีบเดินขึ้นบันไดชั้นสองและเข้าประตูหายไป


ผมนั่งคุยเล่นกับเพื่อนรักของผม หลังจากทานเสร็จ พวกเราก็เดินออกมาจากร้านและมุ่งหน้ากลับฮอกวอตส์ ระหว่างทางกลับ ผมก็เจอ แคตี้ เบลล์ และเพื่อนของเธอ ผมเห็นพวกเขาดูรีบร้อนกัน ผมรู้จังหวะและรีบวิ่งไปหาแคตี้เพราะผมเห็นสังเกตมือเธอว่ากำลังจะแตะเจ้าสร้อยโอปอลนั้น การกระทำที่ปุบปับของผมทำให้เพื่อนรักของผมต้อง งงงวยกันไป


" แคตี้! อย่าแตะมัน! " ผมตะโกนไปทำให้แคตี้หยุดชะงักมือและเป็นจังหวะเดียวกันกับมือผมที่มาขวางมือเธอไว้ เธอรอดจากคำสาปแล้ว แต่ผม...


" ซวยแล้ว- " ผมเห็นมือตัวเองไปโดนเจ้าสร้อยบ้านั้นแทน ยังไม่ทันพูดจบผมโดนคำสาปนั้นกระแทกหน้าเต็มเบ้าหน้าเลย คำสาปนี้ไม่สามารถสาปแช่งผมได้ เพราะผมคือผู้ที่อยู่เหนือกว่าคำสาปและศาสตร์มืดทั้งปวง มันเลยเล่นงานผมแบบเมื่อกี้ มันกะจะเล่นงานผมถึงตาย รูปร่างของมันเป็นรูปร่างหัวกระโหลกและฝุ่นละอองออกจากหัว มันเลยทำให้สังเกตเห็นมันง่ายในเวลาช่วงเช้าและหิมะที่ร่วงโรยอย่างช้าๆ


" แฮร์รี่!!! " เฮอร์ไมโอนี่ตะโกนเรียกผมด้วยความตกใจและเป็นห่วง และเดินเข้ามาใกล้ผม


" อย่าเข้ามา!! " ผมตะโกนกลับทำให้เฮอร์ไมโอนี่หยุดเท้าลงแต่ก็ไม่วายที่จะเป็นห่วงผมอยู่ แคตี้และเพื่อนของเธอรีบถอยหลังไปยืนข้างๆเพื่อนผมเพื่อดูเหตุการณ์ตรงหน้า


แฮกริดก็ดันมาตอนนี้ซะได้ แฮกริดเมื่อเห็นสร้อยโอปอลก็รีบเข้ามาใกล้ผมเพื่อปกป้องผมทันที ผมอยากบอกแฮกริดตอนนี้นะ ว่าจับไอ้วิญญาณต้องสาปนั้นกลับเข้าสร้อยให้ได้ก่อนเถอะ แล้วค่อยมาปกป้องผม วิญญาณต้องสาปนั้น มันก็บินพุ่งมาอีกครั้ง ผมอาศัยจังหวะ ใช้พลังจิต ดึงฮอร์พร้อมสร้อยลอยมา ผมจับฮอร์และอาศัยจังหวะ เบี่ยงตัวโดยใช้ตัวแฮกริดที่สูงกว่าไปข้างหน้า และเอาฮอร์ปัดสร้อยนั้นไปข้างหน้า กระโดดเอาฮอร์ยื่นไปข้างหน้าตน ทำให้วิญญาณพุ่งใส่สร้อยและสร้อยก็พุ่งใส่ฮอร์ และม้วนตัวสี่ตลบลงมายืนที่พื้นอย่างสง่า ผมรีบปิดเก็บไว้ทันที


" โอ้ว..แม่สาวน้อย..เธอทำอย่างงั้นได้ไงนะ " แฮกริดพูดทักขึ้น ผมหันกลับไปมองแฮกริดและเพื่อนๆที่มองผมอย่างตกตะลึง ผมไม่ตอบอะไรเพียงแค่ส่งยิ้มเป็นการแทนคำตอบ


" เราไปกันเถอะ แคตี้ เธอก็ควรมาด้วย ศาสตราจารย์ดับเบิ้ลดอร์จะได้ช่วยแก้คำสาปให้เธอ " ผมเดินถือฮอร์นำไปทันที


" เธอรู้ได้ไงนะ " แคตี้มองผมอย่างทึง


ผมไม่สนคำพูดเธอ และเดินนำไปฮอกวอตส์ทันที ผมได้นำสร้อยให้แก่ศาสตราจารย์มักกอนนากัลตรวจสอบก่อน แน่นอนว่ามีสเนปอยู่ด้วย ผมแทบไม่สนคำพูดของคนรอบข้างและเอาแต่จ้องสเนปเป็นตาเดียว จนสเนปจ้องผมกลับ


" หน้าฉันมีอะไรติดกันคุณพอตเตอร์ จะมองอะไรกันนักหนา " สเนปคิ้วขมวดเลย ไม่เอาสิ อย่าทำหน้าแบบนั้น เดี๋ยวแก่ไว้นะที่รักกก


" อ่อ..เปล่าครับ ผมแค่มองคนที่ผมแอบรักแถวๆนี้แหละครับ " ยิ้มกว้างเลยผม


คำตอบของผมเล่นทำให้ศาสตราจารย์มักกอนนากัลและเพื่อนรักของผมถึงกับสตั้น อย่าพูดถึงสเนป หน้าเขาไปก่อนใครเพื่อนเลย ฮ่าๆๆ น่ารักก ผมอยากจูบสเนปมันตรงนี้เลย ถ้าทำได้นะ ผมก็ไม่เข้าใจนะ ว่าสเนปจะซึนไปอีกนานแค่ไหน แต่ไม่เป็นไร คนซึนๆแบบเนี่ย ผมชอบบบบ แลดูโรคจิตเนอะ ฮ่าๆๆๆ ผมโดนเรียกตัวไปโดยศาสตราจารย์ดับเบิ้ลดอร์พอดี ผมเลยเดินไปตามนัด ผมแปลกใจนิดหน่อยถ้าเป็นโลกก่อนเขาจะเรียกผมไปในคืนนี้ แต่..กลายเป็นว่าเรียกผมตอนช่วงกลางวัน.. เอาเถอะ อยู่โลกใหม่แล้ว อะไรก็เป็นไปได้


_____________


ตัดฉาก--- 55555


_____________


กลับมาปัจจุบัน ผมกำลังอยู่ในงานเลี้ยงของศาสตราจารย์ซลักฮอร์น หลังจากถ่ายรูปกับอาจารย์เสร็จ ผมรีบเดินออกจากงานไปเงียบๆ โดยไม่ให้มีใครสังเกตและรีบเดินไปบนระเบียงชั้นบน ผมรีบซ้อนตัวทันทีเมื่อได้ยินฝีเท้าดังไม่ไกลมากนัก


ผมมองไปและเห็น อาร์กัส ฟิลช์ พอดี เขากำลังเดินตรวจตราและดูเหมือนจะอยู่ไม่ไกลจากระยะที่เดรโกอยู่ด้วย ผมใช้พลังทำเสียงแมวร้องดังไปอีกเส้นทางนึง ทำให้ฟิลช์ไปสนใจและเดินตามเสียงไปเพราะคิดว่าเป็นเสียงของคุณนายนอริส ผมเห็นแบบนั้นก็รีบเดินไปหาเดรโกทันที เดรโกมีสีหน้าตกใจสุดขีดและพยายามเดินเร็วเพื่อหลบหน้าผม ผมวิ่งเข้าไปหาเขาและจับดึงข้อมือเขาและพาเขาเดินตามผมมา


" นายจะทำอะไรนะแฮร์รี่!!! " เดรโกตะโกนออกมา นั้นเลยเป็นบ่อเกิดเสียงทำให้ฟิลช์ที่กำลังเดินตามเสียงหันกลับมาและนั้น ผมได้ยินเสียงเท้าวิ่งของฟิลช์ ผมไม่รอช้า ผมใช้พลังของผมทำให้ตัวผมลอยขึ้น ผมจับข้อมือเดรโกไว้แน่น การกระทำของผมทำให้เดรโกตกใจมากๆ


ผมรีบบินลอยไปที่ห้องต้องประสงค์ของโรงเรียน ผมรีบบินเข้าประตูทันทีและผมก็ลอยมาหยุดที่ตู้อันตรธานที่ผมดันไปสะดุดตาเจอมันพอดี ผมทำการร่อนลงไปยืนอยู่หน้าตู้ และปล่อยข้อมือเดรโกและหันมาสนใจตู้ตรงหน้าทันที


" น..นายเป็นใครกันแน่! " เดรโกดึงไม้กายสิทธิ์ของตนและจ่อมาที่ผมแบบหวาดกลัว


" พีฟส์พังตู้นี้ไปแล้วหนิ..ทำให้เกิดการผิดพลาด..ที่จะแอบลักลอบผู้เสพความตายเข้าฮอกวอตส์ได้..นายคงรู้เรื่องตู้นี้จากมอนทาคิวแล้วสินะ นายรู้วิธีเข้าห้องต้องประสงค์นี้แล้ว .." ผมหันไปมองเขาอย่างนิ่งๆและเดินเข้าไปใกล้ตัวเขาอย่างเร็วเกินสายตาพ่อมดจะมองเห็นทัน และปัดไม้กายสิทธิ์เดรโกทิ้งและทำการกระชากเสื้อแขนข้างซ้ายของเขาจนขาด นั้นทำให้เห็นรอยสัญลักษณ์ผู้เสพความตาย


" และนายก็ได้ซ่อมมันและทดสอบมันไปครั้งนึงแล้ว.." ผมพูดออกมาอย่างเลือดเย็นและดึงแขนเดรโกขึ้นมาชูโชว์แก่สายตาผมและเขา ผมจ้องเข้าในดวงตาเขา


" ม..มันเกี่ยวอะไรกับนายด้วย..นายจะเอาเรื่องฉันไปบอกอัลบัสงั้นหรอ! " เดรโกมองผมอย่างท้าทาย ผมปล่อยแขนเขาและหันไปสนใจที่ตู้ต่อ


" มันยังไม่สมบูรณ์..หลังจากฉันซ่อมให้ดีสมบูรณ์แล้ว นายต้องรีบกลับไปหอเรา อีกไม่นานฟิลช์คงมาตรวจแถวๆห้องนี้แน่ " ผมเอามือสัมผัสที่ตู้และหลับตาลง


" น..นาย เป็นผู้เสพความตายอย่างงั้นหรอแฮร์รี่..ล..แล้วได้ยังไงกัน นายคือผู้ที่ถูกเลือกนะ! "


ผมไม่สนคำพูดเดรโกและแปลงร่างกลับเป็นร่างจริงแทนคำตอบให้เดรโกเห็น ผงธุลีสีดำกระจัดกระจายออกจากตัวผมเป็นวงกว้าง เดรโกก็มองอย่างตกตะลึง ผมลืมตาขึ้นช้าๆ ผงพวกนั้นก็ลอยขึ้นมาและพุ่งมาที่ตู้และลอยรอบตัวตู้ทันทีและมันก็สลายหายไปในอากาศ ผมทดสอบตู้โดยการนำเค้กในงานที่ผมแอบหยิบออกมาด้วย วางเข้าไปในตู้และท่องคาถา  ฮาร์ฌโมเนีย เนคเตอร์ พาสซัส เสริมเข้าไปอีก ผลปรากฏก็คือ มันใช้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ คนที่กำลังถือเค้กกินอย่างเอร็ดอร่อยในตู้คือ เบลลาทริกซ์ เลสแตรงจ์


" อร่อยมั้ย เบลล่า " ผมถามไปและส่งยิ้มให้เธอ


" อร่อยค่ะเจ้านาย ขอบคุณที่ส่งมาให้ดิฉันและได้ลักลอบเข้ามาในฮอกวอตส์ได้แบบนี้ " เธอกินเค้กจนเสร็จและยิ้มตอบรับผมอย่างร้ายกาจ


" น..นายคือจอมมารจูเนียร์ " เดรโกรีบถอยห่างจากผมด้วยความหวาดกลัว ผมเห็นการกระทำนั้นแล้วช่างสุขใจจริงๆ


" เบลล่า เธอได้รัดเกล้า เรเวนคลอ จากที่นี้หรือเปล่า " ผมเลิกสนใจในตัวเดรโกและหันมาคุยกับลูกน้อง


" เรียบร้อยค่ะเจ้านาย ดิฉันแอบเข้าฮอกวอตส์ได้และได้รัดเกล้ามาแล้ว ตอนนี้ได้อยู่กับท่านจอมมารแล้วค่ะ " ท่ายืนอันเป็นเอกลักษณ์ของเธอและคำตอบของเธอทำให้ผมพึงพอใจเป็นอย่างมาก


" เท่านี้ คนของฉันและของพี่ก็สามารถแอบลักลอบเข้ามาได้อย่างสบายๆแล้ว แผนของเรายังคงเหมือนเดิม กลับไปรายงานให้พี่ฉันด้วย " ผมพูดเสร็จก็ปิดตู้และพาเดรโกวาปไปที่หอสลิธีริน ผมทำการกลับร่างมนุษย์และกลับเข้างานเลี้นงของศาสตราจารย์ซลักฮอร์นอย่างเนียนๆ


มาถึงเหตุการณ์ที่บ้านโพรงกระต่ายของครอบครัววิสลีย์ถูกเผาโดยฝีมือของผู้เสพความตาย ผมไม่สามารถที่จะช่วยพวกเขาได้เลย..แต่มันจำเป็นจริงๆที่ผมต้องปล่อยให้มันเป็นแบบนั้น และมันจำเป็นจริงๆที่ผมต้องได้พบศาสตราจารย์ซลักฮอร์น


หลังจากที่ข่าวดังไปทั่วว่ามีบ้านของครอบครัวพ่อมดแห่งนึงถูกทำลายโดยผู้เสพความตาย นั้นก็คือบ้านโพรงกระต่ายนั้นละ เลยมีความจำเป็นที่ครอบครัวรอนต้องมาอาศัยกับผม นั้นก็คือบ้านของซีเรียส ต่อมาในโรงเรียนฮอกวอตส์แน่นอนว่าเหตุการณ์ที่รอนกินช็อกโกแลตและโดนยาเสน่ห์ขั้นรุนแรงเข้าไป จริงๆแล้วมันอยู่ในห้องผมแล้วนะ แต่ผมก็เสกให้มันวาปไปอยู่ที่เตียงรอนและไม่ลืมที่จะเปลี่ยนชื่อผมในการ์ดนั้นเป็นชื่อรอนแทน


ผมกลับมานึกถึงอดีตของผมอีกครั้ง เอาจริงๆนะ ผมไม่ชอบเลยที่ โรมิลด้า เวน ทำแบบนี้นะ แน่นอนว่าคนที่นำตัวรอนออกมาไม่ใช่ผมแต่เป็นเนวิลล์ ผมแกล้งทำเป็นเดินผ่านทางมาที่ประตูทางเข้าหอกริฟฟินดอร์ทันทีและรับหน้าที่แทนเนวิลล์ต่อ เพื่อจะพาตัวรอนไปให้ศาสตราจารย์ซลักฮอร์นรักษาให้ ผลก็ออกมาเป็นเช่นเดิมละครับ ผมรักษารอนจากการดื่มยาพิษเข้าไปด้วยต้นบีซัวร์ สุดท้ายรอนก็ต้องมานอนที่ห้องพยาบาล 


เหตุการณ์เดิมๆยังคงผ่านมาจนมาถึง..เหตุการณ์..ใน..หอคอยที่สูงที่สุดในฮอกวอตส์ วันที่ฟ้ามืดขรึม ผมรู้ว่าเวลานี้ มันจะเกิดอะไรขึ้นเบลลาทริกซ์จะเดินทางเข้าตู้อันตรธานพร้อมลูกน้องอีก 2 คน จากร้านบอร์เจ็น และ เบิร์กส์ ตู้อันตรธานจำเป็นต้องมีสองตู้ เพื่อการเดินทางที่ถูกต้อง ผมเห็นศาสตราจารย์ดับเบิ้ลดอร์ยืนรอบนหอคอยอยู่แล้ว และเป็นจังหวะเดียวกันนั้นเอง ที่ผมเห็นพวกเดรโกมากับเบลล่าพอดี ผมเลยซ้อนตัวในหอคอยและรอให้พวกเดรโกขึ้นไปบนหอคอยเพื่อให้เดรโกทำตามคำสั่งจากจอมมารนั้นก็คือ...ฆ่าอัลบัส..


และเหตุการณ์นั้นก็มาถึง..เบลล่าตะโกนใส่เดรโกให้เสกคาถาฆ่าอัลบัสเสียที ตัวของเดรโกนั้นสั่นเทาเข้าไปอีก และจังหวะนั้นเอง..ผม..ก็ปรากฏตัวขึ้นแทนที่ของสเนป ด้วยร่างมนุษย์อยู่ เดรโกเมื่อเห็นผมมาที่นี้ก็ต้องช็อก แต่สำหรับลูกสมุนก็คงมีแต่รอยยิ้มจอมเจ้าเล่ห์ละนะ


" จริงๆแล้ว..ฉันสามารถทำให้เขาตายได้ด้วยพลังมืดของฉัน..แต่..." ผมส่งยิ้มให้อัลบัสและลูกน้องของผม 


" ใช้คาถาดีกว่า เพื่อความสบายใจของลูกน้องสุดที่รักของฉัน.." ผมพูดจบเสียงหัวเราะชอบใจของลูกน้องผมก็ดังขึ้น ยกเว้นเดรโกที่ตอนนี้มีแต่ความกลัว


" แฮร์รี่...ได้โปรด.." อัลบัสทำเสียงเศร้านิดๆแต่มันไม่ได้ทำให้ผมใจอ่อนลงเลย


" อาวาดา เค-ดาฟรา! " ผมดึงไม้กายสิทธิ์และเสกใส่ตัวอัลบัสอย่างไม่รีรอ 


ภาพตรงหน้าของผมนั้น ผมได้เห็นพ่อมดผู้ยิ่งใหญ่ได้ตกจากหอคอยด้วยคำสาปพิฆาตด้วยฝีมือของผมเอง ฝีมือจากเด็กชายที่ถูกเลือก ผมมองภาพนั้นนิ่งๆ มันดูเชี่ยงช้าจริงๆ เหมือนกับเวลาได้หยุดหมุนลง ผมมองทุกวินาทีในการตายของอัลบัส หลังจากนั้นเสียงเฮ้ดังขึ้นของเบลล่า เธอรีบเดินออกมาตรงจุดที่อัลบัสตกและเสกสัญลักษณ์ผู้เสพความตายขึ้นสู่ท้องฟ้า เบลล่ารีบดึงตัวเดรโกไปทันที ผมรู้ว่าพวกเขาจะไปทำอะไรต่อ ไปเผาบ้านแฮกริดไงละ


" ไม้กายสิทธิ์เอลเดอร์ฉันจะเป็นคนเก็บเอง..  " คำพูดแสนเยือกเย็นของผมคือคำตอบชั้นดีที่ทำให้เดรโกรู้ตัว พวกเบลล่าก็พากันลงจากหอคอยและมุ่งหน้าไปทันที


ผมเห็นนักเรียนและอาจารย์ทุกคนเดินออกมาและรีบวิ่งมาดูอาจารย์ใหญ่ของพวกเขาที่ได้นอนแน่นิ่งอยู่อย่างงั้น ผมกระโดดลงมาจากหอคอยทำให้ตัวผมดิ่งลงสู่พื้นอย่างแรง จุดที่ผมตกทำให้เกิดรอยแตกที่พื้นเป็นวงใหญ่เลยทีเดียว ผมมองภาพตรงหน้าอย่างนิ่งๆและหันไปหยิบไม้กายสิทธิ์เอลเดอร์ที่ตกไม่ไกลมาก และเดินมาดูร่างอัลบัส นักเรียนและอาจารย์ต่างตื่นตระหนกกับภาพตรงหน้า ผมเดินมายืนข้างๆร่างอัลบัสและชูไม้กายสิทธิ์เอลเดอร์โชว์ขึ้นมา


" ฮ...แฮร์รี่ นายจะทำอะไรนะ " เฮอร์ไมโอนี่พูดขึ้นหลังจากได้สติคนแรก


" ... " ผมแปลงร่างกลับเป็นร่างจริง


ทุกคนต่างตกตะลึงและตกใจไปตามๆกัน แน่นอนว่าความหวาดกลัวในหมู่นักเรียนนั้นก็เพิ่มทวีคูณ


" น..นาย โอ้ว! พระเจ้า! นายคือ..." รอนพูดแบบช็อกและเริ่มขาดสติ ไม่คิดว่าเพื่อนรักของเขาจะเป็นจอมมารจูเนียร์ไปได้


" พวกนายคงฉลาดน่าดู ไม่เคยสงสัยหรือเอะใจแต่อย่างใด จนมารู้ตัวอีกทีก็สายไปซะแล้ว..ศัตรูของพวกเธอ สามารถเข้าเขตฮอกวอตส์ได้แล้ว..ที่นี้ไม่ปลอดภัยอีกต่อไป.." ผมพูดและเดินข้ามศพอัลบัส นั้นทำให้ทุกคนเริ่มโกรธกับการกระทำของผม


" เป็นไปตามที่ฉันสังสัยจริงๆ..นั้นไม่ใช่แฮร์รี่..แต่เป็นจามมารจูเนียร์!! " เสียงพูดเบาๆไม่ไกลจากผม ผมหันหน้าไปมองตามเขาทันที สเนปนี่เอง..ผมเจ็บที่อกด้านซ้ายทันที เมื่อเห็นสายตาที่เย็นชาของเขาจ้องมาที่ผม ผมละสายตานั้นอย่างไว 


และเดินถอยหลังข้ามศพอัลบัสอีกครั้งและพูดคำสุดท้ายก่อนจะบินหนีตามพวกผู้เสพความตายไปนั้นก็คือ...


" ยุคแห่งศาสตร์มืดได้มาถึงแล้ว... " 


_____________________________________________________

โปรดติดตามตอนต่อไป...


ความคิดเห็น