Akamone_Moka

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

EP 11 : ใครคือจอมมารที่ชั่วร้ายและเจ้าเล่ห์ที่สุด...ผมไง!

ชื่อตอน : EP 11 : ใครคือจอมมารที่ชั่วร้ายและเจ้าเล่ห์ที่สุด...ผมไง!

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 14 เม.ย. 2560 20:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP 11 : ใครคือจอมมารที่ชั่วร้ายและเจ้าเล่ห์ที่สุด...ผมไง!
แบบอักษร

ความเดิมตอนที่แล้ว

ลูเซียสรีบเดินออกไปด้วยความเคืองนิดๆ โดยไม่มีเหตุการณ์ที่ด๊อบบี้ปะทะกับลูเซียสเล็กน้อย ผมคุยเล่นกับด๊อบบี้ จากนี้และต่อไป ฮอร์ครักซ์ของทอมก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื่อม ผมจะรักษาเป็นอย่างดี ครั้งนี้ผมมั่นใจแล้วว่าผมได้เดินทางสู่ศาสตร์มืดโดยสมบูรณ์ ผมจะไม่ทรยศทอม ดูเหมือนผมต้องรีบหาฮอร์ครักซ์หลังปิดเทอมซะแล้ว และต้องสร้างฮอร์ครักซ์ชิ้นที่สองของผมด้วย ผมคิดว่ามันจำเป็นในภายภาคหน้า...

________________________________________________________


EP 11 : ใครคือจอมมารที่ชั่วร้ายและเจ้าเล่ห์ที่สุด...ผมไง!


หลังจากพิธีของโรงเรียนได้จบลง ผ่านไปอย่างไวเหมือนโกหก ที่ผ่านปีสองมาได้ ผมรีบเดินทางกลับบ้านไปทันที เรื่อง ซีเรียส ผมก็ยังแปลกใจที่เขายังไม่มาหาผม คงระวังตัวและไม่ไว้ใจใครละมั้ง เลยซ้อนตัวไว้ อนาคตคงเปลี่ยนไปเยอะเพราะผมได้เปลี่ยนและช่วยหลายคน และฆ่าไป...ทั้งสัตว์และคนไปเยอะพอสมควร...


ผมอยู่บ้านและพรางคิดว่าจะทำอะไรดี ผมตัดสินใจเดินทางไปที่โลกเวทมนต์ ไปบ้านตระกูลก๊อนท์ด้วยร่างจริงและรู้เส้นทาง เมื่อไปถึง ทุกคนต่างตกใจเมื่อเห็นผม ผมใช้ศาสตร์มืดในการบังคับให้คนของบ้านตระกูลก๊อนท์หยุดนิ่งค้างกับที่ และเดินไปหาแหวนตามความทรงจำของผมทันที ผมหาเจอและนำมาสวมที่นิ้วกลางข้างซ้าย ได้ชิ้นที่สองมาแล้วอย่าง่ายดาย เหลืออีกสามชิ้น ผมทำการปรับเปลี่ยนความทรงจำพวกตระกูลก๊อนท์และนำแหวนปลอมใส่แทนที่ จากนั้นผมก็เดินหนีกลับมาที่บ้านและขึ้นห้องนอนผมทันที ผมมองสภาพของตัวเองที่เปลี่ยนไปมากจากเดิม


สิ่งที่เพิ่มเข้ามาในตัวผมคือหางยาวเรียบเนียนสีดำเป็นมันวาวเหมือนอินคิวบัสตรงปลายหางนั้นแหลมเหมือนหอก ผมสามารถยื่นหางให้ยาวเท่าไรก็ได้ตามที่ตัวเองต้องการ และมีละอองผงธุลีสีดำออกมาตรงปลายหางผมด้วย ตอนนี้รูปร่างโดยรวมของผมคือ ดวงตาสีแดงอาบเลือดคล้ายๆงู มีฟันและเล็บมือเล็บเท้าที่แหลมคมเหมือนใบมีด ผมยาวถึงเอว มีหูแหลมคล้ายๆเอลฟ์ และมีหางงอกออกมา ผมใช้มนต์กลับร่างเดิม


 ผมเดินลงไปหาครอบครัวเดอร์สลีย์ที่กำลังทานข้าวกับป้ามาร์จ ผมมองเขาและนึกเรื่องสนุกๆออก ช่วงนี้ผมอยู่ในร่างเดิม จะมีแต่ที่ฐานโวลเดอมอร์เท่านั้นที่ผมจะคลายมนต์เป็นร่างจริง ผมเดินมาที่ครัว เจอป้ามาร์จกำลังทานอาหารพอดี เธอก็คอยด่าผมถึงตระกูลผมไปทางเสียๆหายๆแต่ผมไม่ใส่ใจ แต่พวกเดอร์สลีย์ต่างนั่งเงียบและยิ้มแห้งๆไปตามป้ามาร์จและตามด้วยเหงื่อออกหน่อยๆ


ผมเดินเข้าไปหาป้ามาร์จด้วยรอยยิ้ม และบีบคอเธอและจับเธอทุ่มลงไปที่โต๊ะอย่างแรงและเหวี่ยงไปติดที่ผนังห้องครัว ผมจ้องเข้าไปในดวงตาเธอ เธอเริ่มสำลักอากาศและมองผมด้วยความตกใจ แต่ก็ยังมีเสียงด่าผมเล็ดลอดออกมา ผมบีบแรงขึ้นทันที ลุงเวอร์นอนลงไปกราบข้อร้องผมว่าให้ปล่อยเธอไป ครอบครัวเดอร์สลีย์มองผมด้วยความหวาดกลัวและมองด้วยสายตารังเกียจ...


ผมเหวี่ยงเธอลงที่พื้นและใช้ศาสตร์มืดใส่ตัวป้ามาร์จ ตัวเธอลอยขึ้นอยู่กลางห้อง มีผงธุลีสีดำลอยไปทั่วห้องเหมือนพายุลูกเล็กที่กำลังก่อตัวเป็นลูกใหญ่ ผมแสยะยิ้มอย่างโรคจิตและใช้พลังเข้าไปถึงจิตใจที่มืดที่สุดของป้ามาจ์จ และทำการสร้างฝันร้ายให้เธอไปตลอดชีวิต..


เธอชักกลางอากาศ ส่วนลุงเวอร์นอนและป้าเพ็ตทูเนียก็เข้ามากอดขาผมให้ปล่อยป้ามาร์จไป ขอร้องอ้อนวอนยังไงก็ไม่ทำให้ผมเปลี่ยนใจได้ง่ายๆหรอก ผมสบัดขาและสบตาพวกเขา พวกเขานิ่งและคลานหนีติดกำแพงห้อง ผมหันกลับมาสนใจป้ามาร์จอีกครั้ง และสร้างฝันร้ายในจิตใจเธออย่างต่อเนื่อง สิ่งที่เธอกลัวมันจะยิ่งน่ากลัวกว่านี้ และคนที่ทำให้เธอกลัวก็คือคนที่อยู่เหนือฝันร้ายของเธอก็คือ..ผม.. ผมปล่อยเธอและใช้เวทย์เสกของใส่กระเป๋าเดินออกมาจากบ้านเดอร์สลีย์ทันทีโดยไม่สนใจพวกเขาอีกต่อไป ผมเดินมานั่งที่จุดรอของรถเมล์อัศวินราตรี 


ผมจ้องไปที่ม้านั่งตรงหน้าผม เพื่อรอว่าซีเรียสจะมามั้ย ใช่! เขามา..หมายความว่าไงกัน..ซีเรียสควรจะบริสุทธิ์แล้วสิ ทำไมถึงอยู่ในร่างกริมละ ดูท่าทางเหมือนกำลังเหนื่อยอยู่เลย ทำไมกันนะ


" ซีเรียส.." ผมเรียกเขา เขาทำเสียงอ้อนๆใส่ผม ผมลุกขึ้นกำลังจะเดินไปแต่รถเมล์ก็ดันมาจอดพอดีกับตรงหน้าผมพอดี บางครั้งมันก็ไม่ต้องมาตรงเวลาก็ได้นะ มองอีกทีซีเรียสก็ไม่อยู่แล้ว ผมเลยขึ้นรถไปและเก็บความสงสัยนั้นไว้


ผมเดินมานั่งที่เตียงโดยทันที และรถก็ออกตัวไปอย่างไว ผมนั่งนิ่งๆแบบคนมีประสบการณ์ว่า ครั้งนี้ผมจะไม่ปลิวไปชนกระจกแน่นอน ผมมองข่าวหนังสือพิมพ์ในมือ ซัล พาย 


" ซีเรียส แบล็ค ถึงจะหลุดพ้นคดีเก่าไปได้ แต่ก็ไม่วายที่จะมีคดีใหม่ ทางกระทรวงได้ทราบที่หลังว่า ซีเรียส แบล็ค แท้จริงแล้วคือสุนักกริม มีคนอ้างว่าเห็นเขาได้ฆาตกรรมหมู่พวกมักเกิ้ลอย่างโหดเหี่ยม และซีเรียสไม่ได้ทำการจดทะเบียดของโลกเวทมนต์ในการแปลงร่างอย่างถูกกฏหมาย เลยได้ทำการประกาศจับ ถึงทางกระทรวงจะส่งตัว ซีเรียส แบล็ค ลงคุกอัซคาบันได้ แต่น่าเหลือเชื่อที่ซีเรียสสามารถหนีออกมาได้ เราคาดเดาไว้ว่าเนื่องจากซีเรียสเป็นกริมและหลบหนีจากคุกนั้น เขาอาจกำลังตามหา แฮร์รี่ พอตเตอร์ เพื่อฆาตกรรมอาจเป็นได้ " ผมอ่านและพูดออกมาเบาๆ


ฟัดจ์...บอสของกระทรวงอีกแล้วสินะ ผมโกรธจัด ที่ฟัดจ์ ได้แพร่ข่าวแบบนี้ ข่าวที่ลวงโลก ซีเรียส บริสุทธิ์แท้ๆ เขาไม่เคยฆ่าใคร ถึงจะไม่ได้ถูกจดทะเบียนก็เถอะ แต่แกก็ยังจะคิดพาคนบริสุทธิ์ลงคุกอัซคาบันให้ได้สินะ


เวลาผ่านมาจนถึงร้านหม้อใหญ่รั่ว ผมได้คุยกับฟัดจ์และส่งสายตาเย็นชาใส่เขาเป็นระยะๆ ก่อนจะเดินออกไปที่ห้องพักตนแบบคนรู้เส้นทาง และดูเหมือนคนรับใช้ของเจ้าฟัดจ์มันมองผมแบบสงสัยด้วยสิแต่ก็เก็บอาการไว้โดยทำตัวเงียบๆ แต่ใครสนละ พอผมเข้าห้องพักของผม ผมก็หลับไปหนึ่งคืนด้วยความเหนื่อยล้า ตื่นเช้ามา ผมก็ได้เจอกับครอบครัวรอนอีก ผมเดินทางมาขึ้นขบวนรถไฟ และนั่งตู้เดิมกับพวกรอนและมุ่งหน้าสู่ฮอกวอตส์ 


ผมขึ้นปีสามแล้ว..บางครั้งผมก็เคยคิดนะ..ว่าอยากให้เวลาหยุดแค่เพียงเท่านี้ เพราะผมรู้ว่าจะมีใครตายไปบ้าง..ผมรู้..และกลัวว่าการที่ผมอยู่ฝ่ายนี้ อาจฆ่าคนไปมากกว่าเดิมที่มันควรเป็น.. ผมมองออกไปนอกหน้าต่างรถไฟและผมรู้ว่าเหตุการณ์ต่อไป อะไรจะเกิดขึ้น ผมนั่งสบายๆ และมองนอกหน้าต่างอย่างเหม่อลอยจนกระทั่งรถไฟหยุดกลางทาง...ถึงเวลาแล้วสินะ... 


รถไฟหยุดนิ่ง น้ำแข็งเกาะไปทั่วตู้รถไฟเกิดไอเย็นไปทั่วทั้งขบวน ผมหันไปมองทางประตูของตู้ มือของผู้คุมวิญญาณเปิดประตูอย่างช้าๆ และลอยเข้ามามองผมและเพื่อนๆของผม มันมองผมด้วยความสนใจและลอยมาตรงหน้าผม ที่ผมนั้นไม่แสดงความกลัวให้มันเห็น


มันยื่นมือมันมาลูบใบหน้าผมสร้างความแปลกประหลาดใจให้เพื่อนรักทั้งสองของผม ว่ามันต้องการทำอะไรกันแน่ แต่ก็ไม่วายที่จะกลัวกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า ผู้คุมวิญญาณตนนั้นเข้ามาใกล้ผมเรื่อยๆและโอบกอดผม ผมนั่งทำตัวนิ่งๆไว้และผู้คุมวิญญาณตัวอื่นๆ ก็ค่อยๆทยอยกันมา และเมื่อเห็นผมก็จ้องผมกันใหญ่ทั้งในรถไฟและนอกรถไฟเลย เฮอร์ไมโอนี่และรอนมีสีหน้ากลัวๆและมองไปรอบๆอย่างระวังตัว ผมกระซิบผู้คุมวิญญาณตรงหน้าที่กำลังกอดผมอยู่ และนั้นคือสิ่งที่ผมทำไปโดยไม่รู้ตัว คือสร้างฮอร์ครักซ์ชิ้นที่สองของผมขึ้นมาแล้วนั้นเอง


' จงตามหาล็อกเกตสลิธีริน และจงเป็นตาให้ฉันเมื่อถึงเวลา จงเป็นทาสผู้ซื่อสัตย์ของฉัน แกจะไม่มีวันทรยศฉัน..และฉันจะเป็นคนดูแลพวกแกเอง..' น้ำเสียงของผมนั้นติดเย็นชา 


ผมยื่นหน้ากลับมาตามเดิม และทำตัวปกติ และแกล้งทำเป็นตีสีหน้ากลัวๆ มันคลายกอดออกและก้มหัวให้ผม ผมหันไปสบตาพวกผู้คุมวิญญาณทั้งหมด และสื่อสารกับพวกมันด้วยโทรจิตได้อย่างแปลกใจ ตอนนี้พวกมันทั้งหมดได้กลายมาเป็นทาสของผมแล้ว ความคิดนี้พุดขึ้นมาในหัวผม และความนึกสนุกของผมก็เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว


ศาสตราจารย์ลูปินตื่นขึ้นมาสักที เขาเสกคาถาผู้พิทักษ์ไล่เจ้าพวกผู้คุมวิญญาณออกไปสำเร็จ ตามที่ผมคาดไว้ รถไฟเดินขบวนอีกครั้งจนถึงฮอกวอตส์ ผมเงียบตลอดทาง พอถึงโรงเรียน ก็เข้าเรียนปกติ มีเพื่อนๆคอยเดินมาถามผมทุกครั้งด้วยความเป็นห่วงแต่ผมตอบได้แค่ว่า ไม่เป็นไร จนมาถึงคาบของลูปิน สลิธีรินก็ยังคงเรียนร่วมกับกริฟฟินดอร์ เพื่อนๆกริฟฟินดอร์ต่างมองตู้เสื้อผ้าตรงหน้า ตู้นั้นสั่นเกิดส่งเสียงดังทำให้เพื่อนๆสะดุ้งกัน


" มีใครอยากจะลองเดาดูมั้ย ว่ามีอะไรอยู่ในตู้นั้น " ลูปินเดินเข้ามาพร้อมคำถาม


" มันคือบ็อกการ์ตใช่มั้ยคับ " โทมัสตอบ


" ยอดเยี่ยมมากคุณโทมัส " 


ลูปินก็ถามอีก ก็คงเป็นเฮอร์ไมโอนี่คนเดิมที่ตอบให้ เธอเข้ามาทันในคาบเรียนอีกแล้วสินะ ก็นะเฮอร์ไมโอนี่มีเครื่องย้อนเวลานี่นา คาบเรียนเริ่มขึ้นเนวิลล์เป็นคนเริ่มก่อน จากนั้นเสียงหัวเราะก็เริ่มขึ้น ผมชอบบรรยากาศตอนนี้จัง เสียงเพลงและเสียงหัวเราะ ทุกคนเรียงแถวกันเสกคาถาเผชิญความกลัวของตัวเองและเสกให้มันเป็นเรื่องตลก จนมาถึงตาผม


สิ่งที่ผมกลัวงั้นหรอ...ผมนั้นก็หัวเราะในใจ เพราะคิดว่าไม่มีสิ่งใดที่ทำให้ผมกลัวอีกแล้วละ บ็อกการ์ตแปรสภาพตัวเองกลายเป็นผมในร่างจริง ทุกคนหยุดนิ่ง เสียงหัวเราะนั้นดับลง นักเรียนต่างงงกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ศาสตราจารย์ลูปินก็มองอย่างตะลึงและมีแววสงสัย สิ่งที่ผมกลัวที่สุด...ก็คือร่างจริงของผมเอง..งั้นหรอ? 


ผมมองบ็อกการ์ตตรงหน้าอย่างนิ่งๆ และกำไม้กายสิทธิ์แน่น เพราะผมกลัวว่าจะมีใครเอะใจสงสัยในตัวผม มันร่ายมือไปบนอากาศ ทำให้ปรากฏฮอร์ครักซ์ของโวลเดอร์มอร์ทั้งห้าชิ้นลอยไปทั่วตัวมัน ส่วนชิ้นที่หกคือเจ้างูนากินีที่รัดคอร่างนั้นเหมือนแบบผ้าพันคอพันมันอยู่ 


มันเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าผมด้วยรอยยิ้มแบบโรคจิตเหมือนคนบ้า มันดึงดาบจิ๋วออกจากโซ่รัดเอวและเสกให้มันกลับมาปกติ ลูปินตาโตทันทีเมื่อรู้ว่าดาบในมือคืออะไร มันคือดาบกริฟฟินดอร์ สมบัติล้ำค่าของ ก็อดดริก กริฟฟินดอร์ ลูปินเขาคงสงสัยเต็มที่ทั้งฮอร์ครักซ์และดาบนั้น มันถือดาบและแกว่งไปมา มันเสกผ้าคลุมล่องหนที่ผมจะได้มันในไม่ช้าออกมาและนำมาพาดแขนตัวเอง มันเสกไม้กายสิทธิ์เอลเดอร์ออกมา ตอนนี้สิ่งที่อยู่บนตัวมันคือ ฮอร์ครักซ์โวลเดอร์มอร์ ผ้าคลุม ไม้กายสิทธิ์ ดาบกริฟฟินดอร์และไม้กายสิทธิ์เอลเดอร์ลอยเหนือมือมัน ก่อนมันจะกำมือแน่น ทำให้ไม้กายสิทธิ์เอลเดอร์แตกเป็นเสี่ยงๆคาอากาศ


มันนำผ้าคลุมล่องหนมาสวมตัวมัน ศาสตราจราย์ลูปินและเพื่อนๆยังคงมองเหตุการณ์ตรงหน้าไม่กระพิบตา ตอนนี้สิ่งที่อยู่ในวงเวทย์คือความว่างเปล่า ก่อนจะปรากฏร่างของศาสตราจารย์สเนปขึ้นมากลางวง สเนปยื่นมือมาทางผม แต่จู่ๆด้านหลังของสเนปก็ปรากฏเงาดำ นั้นก็คือ  ร่างจริงของผม มันดึงผ้าคลุมออกและถือดาบแทงจากข้างหลังตรงตำแหน่งหัวใจสเนป มันแทงลึกมากจนยอดดาบที่เปื่อนเลือดนั้นยื่นมาเกือบจะโดนผมตรงตำแหน่งเดียวกับหัวใจผมพอดี


ผมมองภาพตรงหน้าอย่างสุดช็อก น้ำตาผมไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว


" มันคืออนาคตของแก...เห็นมั้ยแฮร์รี่...มันคืออนาคตของแก ว่ะฮ่าๆๆๆๆๆ โลกเวทมนต์จงพินาศ!!!..จงฟังเสียงกระซิบสิ๊!!! มันช่วยแกได้ ไอ้โง่เอ้ยยย ฮ่าๆๆๆ!!! " ร่างสเนปลงไปนอนแน่นิ่งพร้อมกับเลือดที่ไหลออกเป็นวงกว้าง บ็อกการ์ตหัวเราะเยาะเย้ยผม และกระโดดโลดเต้นไปมาเหมือนคนบ้า


"  ริดดิคูลัส..." ผมพูดมาอย่างเยือกเย็น ดาบกริฟฟินดอร์ที่ปักสเนป ถูกดึงออกมาและลอยขึ้นไป และแทงเข้าไปที่บ็อกการ์ตตรงกลางหัวมัน ร่างของสเนปและเลือดของเขาหายไป แต่บ็อกการ์ตร่างจริงของผมนั้นยังคงอยู่


" ริดดิคูลัส...ริดดิคูลัส! ริดดิคูลัส!! ริดดิคูลัส!!!! " ผมพูดซ้ำไปเรื่อยๆและดังจนเป็นตะโกน ดาบกริฟฟินดอร์อีกจำนวนมากปรากฏขึ้นและหันปลายแหลมไปทางบ็อกการ์ตและพุ่งแทงเข้าไปที่ร่างของมันซ้ำแล้วซ้ำเล่า


" หยุดดดด!! " ศาสตราจารย์ลูปินเดินมาห้ามผมไว้ก่อนจะเสกคาถาให้บ็อกการ์ตกลับเข้าไปในตู้เสื้อผ้า เหล่านักเรียนเพื่อนๆผมต่างหวาดกลัวกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า


" หมดคาบแล้ว เอาละทุกคนไปเรียนคาบเรียนของตัวเองได้ " ลูปินรีบไล่ให้นักเรียนคนอื่นๆออกไป เพื่อนๆยังคงนิ่งเพราะยังตะลึงกับสิ่งที่ผมทำอยู่ก่อนจะค่อยๆทยอยกันออกไปอย่างรวดเร็ว


" เธอโอเคนะแฮร์รี่ " ลูปินถามผมและกอดปลอบผม ผมพยักหน้าตอบแต่ก็ยังร้องไห้ต่อไป


" สิ่งที่เธอกลัว..มันคืออะไรกันแน่..และเจ้านั้น..และสเนป..มันคืออะไร.." ลูปินยังคงจ้องมองผมด้วยสายตาที่อ่านยาก ผมนั้นนิ่งเงียบและลุกออกจากอ้อมกอดเขาและเดินออกจากห้องไปทันทีโดยไม่หันหลังไปมอง


คาบเรียนต่อมา ผมเรียนต่อไปอย่างเงียบสงบ ใครทักใครถามผมก็ไม่ตอบ ครั้งนี้ผมเงียบมากและนิ่งจนน่ากลัว เหตุการณ์เดิมๆผ่านไปและผมก็ทำได้เหมือนทุกที ผมรู้ว่าอัลบัสต้องคอยมองผมจากลูกแก้วเวทมนต์แน่ๆผมก็เลยเล่นไปตามบทอย่างแนบเนียน จนมันจบลงอย่างสวยงาม ผมได้รับไม้กวาดใหม่จากแฮกริด เขาส่งไม้กวาดนิมบัสรุ่นใหม่ให้เป็นข้อตอบแทนที่ผมช่วย บักบิก ฮิปโปกริฟ นั้นเอง หลังจากผ่านการศึกษาของปีสามไป ผมเดินทางกลับมาที่โลกมักเกิ้ลแต่ผมไม่มีที่ไปแล้ว


แล้วผมจะไปอยู่กับใครดีละ ครอบครัววิสลีย์งั้นหรอ ไม่ละผมไม่อยากรบกวนพวกเขาอีกแล้ว ฐานของทอมหรอ..น่าคิด..ผมเดินทางมาที่ฐานของทอมและคลายมนต์ออกทันที ผมเดินขึ้นไปบนห้องที่ทอมเตรียมให้ ผมมองตัวเองในกระจกและคิดแค้นเกลียดตัวเองขึ้นมาทันที เสียงประตูเปิดดังขึ้นผมหันไปมอง..สเนปนี่เอง


" ขออภัยเจ้านาย...จอมมารให้ผมมาคอยดูแลคุณ เพราะเห็นว่าเจ้านายดูไม่ค่อยสบาย " สเนปก้มหัวให้ผม


" เรียกฉันว่า J เถอะ...ฉันก็ไม่ค่อยชอบให้คนเรียกฉันว่าเจ้านายเท่าไร "


" ครับ..ท่าน J " เอาเถอะดูยังไงสเนปก็ดื้อเหมือนเดิม ใจจริงผมอยากจะเปิดเผยตัวตนให้สเนปแทบแย่แต่มันก็ทำไม่ได้ นี้เลยทำให้ผมรู้สึกเหมือนกำลังสร้างระยะห่างกับสเนปยังไงอย่างงั้น ผมมองสเนปและนึกถึงคาบของลูปิน น้ำตาไหลของผมมันไหลออกมาโดยไม่รู้ตัวอีกครั้ง


สเนปมองผมแบบแปลกใจและมองผมร้องไห้แบบเงียบๆ สเนปคงไม่คิดว่าจอมมารจูเนียร์จะมีสักวันที่จะเสียน้ำตาให้คนอื่นเห็นแบบนี้ ผมเดินเข้าไปใกล้สเนปและกอดเขาแน่น เขามีสีหน้าตกใจขึ้นมาทันที แต่เมื่อเขามองผม มองมายังผมที่กำลังร้องไห้เขาก็กอดตอบผมแบบลืมตัวเช่นกัน


" ท่าน J บอกผม...ท่านเป็นอะไรกัน.." เสียงที่เยือกเย็นแต่แฝงไปด้วยความเป็นห่วงและไออุ่นของเขา ทำให้ผมร้องหนักขึ้น สเนปลูบหัวผมเป็นการปลอบและยังคงมองผมจนผมเลิกร้องไห้ไปเอง ใบหน้าของผมแดงก่ำหลังจากหลั่งน้ำตาจนพึงพอใจ


" นายสัญญากับฉันก่อนสเนป.. " ผมมองเขาและคลายกอดออกจากตัวเขาและยื่นมือขึ้นเกี่ยวก้อยสเนป


" ผมสัญญาต่อให้สาบานผมก็จะสาบาน " เขาตอบผมและก้มหัวเคารพผมอีกครั้งและเกี่ยวก้อยตอบ นั้นเลยทำให้ผมยิ้มนิดๆ


" สัญญานะ..ว่านายจะไม่ตาย.. " สิ่งที่ผมพูดไปทำให้สเนปมองผมทันที แววตาของเขาดูแปลกใจเป็นอย่างมาก


" สัญญาว่านายจะไม่ตาย ถ้าเกิดนายตายเมื่อไร....ฉันจะฆ่าคนที่นายรัก.." ผมพูดเสียงเย็น สเนปจ้องผมและตาโตเล็กน้อยก่อนตอบ


" ผมสัญญา " สเนปได้ทำพิธีสัญญากับผม ผมยิ้มออกมาอย่างที่คนอื่นๆในฐานไม่เคยสัมผัส รอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความอ่อนโยนของผมที่ส่งให้สเนป สเนปตากระตุกเลย ผมเดินมานั่งที่เตียง


' หาเจอแล้วครับ..เจ้านาย.. ' เสียงอันขนลุกของผู้คุมวิญญาณพูดขึ้นดังในหัวผม ผมยิ้มออกมาและใช้พลังมืดเชื่อมต่อกับผู้คุมวิญญาณ ผมหลับตาและลืมตาอีกครั้ง ภาพตรงหน้าแทนที่จะเป็นห้องของผม บัดนี้มันคือห้องของบ้านตระกูลแบล็ค ผมสั่งผู้คุมวิญญาณให้จ้องไปที่เจ้าครีเชอร์ 


ผมใช้พลังมืด ใช้ความสามารถของฮอร์ครักซ์ของผมในการบังคับจิตใจครีเชอร์ ให้มันไปเอาล็อกเกตมา ตอนนี้ล็อกเกตอยู่ในมือผู้คุมวิญญาณแล้ว ผมทำการคลายมนต์ที่ทอมได้เสกเปลี่ยนความทรงจำของครีเชอร์ให้ และสั่งให้ผู้คุมวิญญาณมาที่ฐานโวลเดอมอร์โดยทันที ทุกการกระทำของผมอยู่ในสายตาของสเนป ซึ้งสเนปก็กำลังสงสัยว่าผมกำลังทำอะไรและเขาก็หันไปสะดุดตาที่หีบนักเรียนฮอกวอตส์ เขาหันควับมามองผมทันที


" ฉันลืมบอกเรื่องนี้กับนายไป...ฉันนะได้แฝงตัวเข้าไปในฮอกวอตส์เป็นที่เรียบร้อย โดยการใช้มนต์พลางหน้าตาที่แท้จริงนี้ ไม่พึ่งน้ำยาสรรพรส " ผมยิ้มอย่างร้ายกาจและลืมตาขึ้นมาและหันไปจ้องตาสเนป


สเนปมองผมตาโต ผมเชื่อว่าผ่านวันนี้ไป สเนปคงไปรายงานให้ดับเบิ้ลดอร์รู้แน่ แต่ผมไม่สนหรอก สายตาของเขามองผมไปด้วยคำถามผมเลยตอบให้


" ใช่...ฉันเองสเนป ฉันแฝงอยู่ในสลิธีริน และฉันเป็นคนฆ่าแดเนียล คงไม่มีใครสนเขาเลยสินะ ที่หายไปนะ เพื่อนำมาสร้างเป็นฮอร์ครักซ์ชิ้นที่สอง...อ่ะๆ...อย่าพึ่งตกใจ ยังไม่ถึงเวลา ฉันยังพูดไม่เสร็จ " ผมแบมือรอรับของ พอดีกับผู้คุมวิญญาณฝูงนึงที่บินเข้ามา สเนปนั้นมองไปที่ผู้คุมวิญญาณอย่างระวังตัว


" ไง..หาเจอแล้วหรอ ต้องการมันพอดี " ผมหันไปมองพวกมันก่อนจะมามองสเนปที่หน้าซีดเล็กน้อย


ผู้คุมวิญญาณตนหนึ่ง บินมาข้างหลังผมก่อนจะเอาล็อกเกตที่ได้มาวางไว้บนมือที่ผมแบอยู่ ผมรับมาและสวมสร้อยล็อกเกตทันที สเนปมองอย่างตกใจ เขาคงไม่สังเกตสินะ ฮอร์ครักซ์ที่อยู่บนตัวผมตอนนี้นะ


" ฉันน่ะนะ คอยจับตาดูทุกการเคลื่อนไหวของฮอกวอตส์ และ ได้รู้อะไรอีกเยอะ...นายรักแฮร์รี่สินะ..หึ..ฉันเข้าใจ.."


" !!! " สเนปมองผมตาโตเลย


" ฮอร์ครักซ์ที่แฮร์รี่ทำลายไปมันคือของปลอม สมุดเล่มนั้นฉันก็เป็นคนเปลี่ยนเอง แม้แต่ดาบกริฟฟินดอร์ก็ยังอยู่ในมือฉัน ส่วนที่อยู่ในเจ้าหมวกนั้นคือดาบปลอม ตอนนี้ฮอร์ครักซ์ ฉันได้มันมา สามชิ้นแล้ว สมุดบันทึก...แหวนตระกูลก๊อนท์...และล็อกเกตสลิธีริน " ผมใช้พลังมืดนำตัวสเนปลอยขึ้นไป และเหวี่ยงออกไปทางประตู 


เหล่าผู้เสพความตายต่างตกใจที่เห็นสเนปลอยออกมาจากห้องของ ผมและมองตามอย่างบันเทิงใจ ถึงจะงงว่าทำไมสเนปถึงโดนจอมมารจูเนียร์เล่นซะขนาดนั้น แต่พวกมันคิดว่าผมคงเบื่อเลยหาอะไรเล่นแบบนี้ ส่วนทอมมองสเนปอย่างเยือกเย็น 


ทอมเลยทำใจสงบและเดินไปพักที่ห้องของตนพร้อมกับเจ้างูนากินีโดยไม่สนเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น ผมทำมือร่ายไปบนอากาศ พวกทาสวิญญาณทั้งสี่ก็ออกมาจากเครื่องรางและเดินตามผม ผมนำตัวสเนปลอยออกมานอกฐาน ผมไล่พวกผู้เสพความตายให้เข้าไปข้างใน ผมพาสเนปวาปมาที่ป่าต้องห้ามใกล้ๆเขตโรงเรียนพอดี ผมทำการลบความทรงจำของสเนปถึงที่ตั้งของฐานโวลเดอมอร์ สเนปมองผมในแววตาศัตรูแต่ผมกลับนิ่งเงียบ และปล่อยตัวสเนป สเนปถือไม้กายสิทธิ์ของเขาจ่อมาที่ผมทันที


" ฉันว่าถึงเวลาแล้ว.. " ผมมองสเนป สเนปก็มองผมแบบไม่เข้าใจ


" ... " เขามองผมและตั้งท่าเตรียมร่ายคาถาใส่ผม ก่อนจะชะงักเมื่อรู้ว่าตัวเองได้ทำการจ่อไม้กายสิทธิ์มาที่ผม เขาเลยรีบลดลงทันที และก้มหัวเคารพผม คงคิดว่าผมยังไม่รู้สินะว่าเขาอยู่ฝ่ายภาคีแล้วคิดว่าผมคงโง่สินะ


ผมพุ่งเข้าไปหาเขา โดยไม่ได้คิดจะทำร้ายแต่อย่างใด แต่การกระทำของผมในตอนนี้ ผมจับแขนของสเนปและลูบไปที่สัญญาลักษณ์ของผู้เสพความตายตามลายของมัน มันค่อยๆจางหายไปจนมันหายสนิท สเนปมองผมแบบไม่เข้าใจว่าทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร  ผมยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆใบหน้าสเนปและกดจูบสเนปโดยทันที เพียงแค่ปากแตะกันกลับทำให้ผมนั้นหน้าแดงไปยันหู ส่วสเนปนั้นก็ตกใจนิ่งค้างไป แต่คนอย่างสเนปเก็บอาการได้อยู่แล้วส่วนผมก็หน้าแดงและส่งยิ้มให้เขา สเนปยืนตัวแข็งเพราะไม่คิดว่าจอมมารจูเนียร์จะทำแบบนี้


" นายสัญญากับฉันแล้วนะ...ว่าจะไม่ตายนะ..นายสาบานแล้วนะ...ศาสตราจารย์สเนป.. " ผมกระซิบเขาหลังจากจุ๊บเขาไป และส่งยิ้มเป็นการปิดท้ายและจับใบหน้าเขาอย่างอ่อนโยน


" ฉันจะไม่ทำอะไรแฮร์รี่หรอก...ฉันก็แค่...ลักพาตัว..หึ..ระวังหลังให้ดีละ.." สเนปรีบล้วงหาไม้กายสิทธิ์ แต่ผมนะไวกว่านะ เลยจับตัวสเนปและเปิดประตูวาปผลักเขาเข้าไปทันที ผมทำการวาปให้สเนปไปที่ฮอกวอตส์ที่ห้องของเขานั้นเอง


ผมยืนนิ่งในเขตป่าต้องห้ามและเงยหน้ามองฟ้าที่กำลังมืดครึ้ม ผมส่งซิกให้วิญญาณทาสของผมไปตรวจตราดูให้ทั่วๆว่ามีคนอยู่มั้ย ต้องระวังตัวมากกว่านี้ซะแล้วสิ อีกฝ่ายก็ได้รู้แล้วเรื่องของผมกับฮอร์ครักซ์ อีกไม่นานดับเบิ้ลดอร์คงได้รับรู้ ผมทำการสร้างฮอร์ครักซ์ชิ้นที่สองขึ้นมาทันทีเมื่อผมมีสติอีกครั้ง รูปทรงมันเป็นแบบต่างหู ผมนำมันมาติดที่หูด้านขวาของผม มันมีลักษณะเป็นหัวงูบาซิลิสก์ตาสีแดงมรกตแวววาวมันชั่งสวยงาม 


ผมทดสอบมัน โดยการแตะไปที่ต่างหู มันเกิดผงสีดำแต่ออร่าดูสว่างสีขาว ผมปัดผงนั้นไปทั่วอากาศ ทำให้มันแพร่ไปทั่วอากาศ ผงดำก็ละลายหายไปในอากาศก่อเกิดทำให้สามารถเสกสัตว์ในตำนานของด้านมืดหลายตัวและทำให้มันกลายเป็นทาสของผมได้ แต่ผมนั้นเลือกเพียงแค่ 3 ตัว คือ งูตัวใหญ่ นกฮูก และมังกร ผมเดินเข้าไปในป่าลึก และทำการสร้างฐานลับในใจกลางป่าต้องห้ามนี้โดยทันที


โดยให้เหล่าวิญญาณทาสของผมและผู้คุมวิญญาณช่วยสร้าง ระหว่างนั้นผมก็ไปหาพวกที่ฐานทอมให้มาอยู่ฐานของผม และพี่ทอมก็อนุญาติ ผมได้สั่งแบ่งหน้าที่และได้สร้างทัพของตัวเองขึ้นมาอย่างลับๆ และลงนามทัพนี้ด้วยชื่อว่า หน้ากากอัศวินขาว แน่นอนว่าผมให้เหล่าสาวกใส่หน้ากากกันทุกคน หลังจากที่ผมจักการเตรียมการอะไรเสร็จผมเดินทางบุกไปที่ธนาคารกริงกอตส์พร้อมกับเหล่าสาวกของผม ผมบุกทะลวงจนสามารถเข้าห้องนิรภัยของตระกูลได้จนมาเจอกับเบลล่า ผมยิ้มให้เธอ ตอนนี้ผมอยู่ในร่างจริงนะ เธอก้มหัวให้ผมและเดินไปเอาถ้วยฮัฟเฟิลพัฟมาให้ผม


ผมเสกให้มีขนาดเล็กจิ๋วและนำไปใส่แขวนกับโซ่รัดเอวของผม เบลล่าดูสนใจโซ่รัดเอวของผมเป็นอย่างมาก


" อยากได้มั้ยละ " ผมดึงโซ่รัดเอวผมที่สามารถงอกออกมาำด้ยาวเท่าไรก็ได้ให้เธอดู


" ด..ดิฉันไม่กล้ารับของจากจอมมารจูเนียร์ผู้ยิ่งใหญ่ได้หรอกค่ะ " เธอเสียงสั่นและก้มตัวต่ำลง จะก้มอะไรนักหนาเบลล่า


ผมเดินไปใกล้เธอและเสกโซ่แบบเดียวกับของผมและคอยพูดวิธีการใช้และอนุภาคของมัน เบลล่าพูดอะไรไม่ออกด้วยความดีใจและรับโซ่ของผม และนำไปรัดเอวของเธอทันที เธอเดินกระโดดโลดเต้นไปมาด้วยความดีใจ ผมหันไปตามเสียงเมื่อได้ยินเสียงฝ่าเท้าเป็นจำนวนมากวิ่งเข้ามาคงเป็นพวกนักข่าว


เสียงกดแฟลชดังขึ้นรัวๆนักข่าวต่างมุงถ่ายผมและเหล่าสาวก รวมถึงเบลล่าด้วย ยังไงซะ ผมก็ต้องการเปิดตัวอยู่แล้วละนะ ถึงพวกนี้จะหวาดกลัวกันแต่ก็คงอยากได้ข่าวสินะ ผมเลยพูดทำข่าวให้ซะเลย


" ฉันคือ..J..เรียกอีกนามได้นะ...จอมมารจูเนียร์ไง...แต่ถ้าจะให้เรียกว่าโวลเดอมอร์จูเนียร์...พวกนายจะกล้าเรียกหรือเปล่า..ฉันคือ..น้องบุญธรรมของโวลเดอมอร์...เป็นพวกเดียวกับเขา.. " ผมใช้พลังมืดในการเริ่มฆ่านักข่าวทีละคนๆจนมาถึงคนสุดท้าย ผมเลือกที่จะไว้ชีวิตเขา เขามองผมจนตัวสั่นและหวาดกลัว แต่ก็ยังกดแฟลชเวทมนต์บังคับภาพตรงหน้าไว้


" เหล่าสาวกของฉัน...ทัพของฉัน..หน้ากากอัศวินขาว..ส่วนชื่อคนที่เป็นเหล่าสาวกของฉัน อยากให้เรียกแบบทางการหน่อยนะ...ผู้กบฏจอมทรยศไงละ...ชื่อเพราะใช่มั้ยละ! เรียกสั้นๆเมื่อเจอพวกเขาว่าผู้กบฏละกัน " เหล่าผู้กบฏจอมทรยศได้ล้อมหน้าล้อมหลังนักข่าวตรงหน้า นักข่าวคนนั้นไม่มีทางหนีแล้ว


" อัลบัส..ดับเบิ้ลดอร์...ตอนนี้สิ่งที่นายกลัวว่ามันจะเกิดขึ้น...มันได้เกิดขึ้นแล้ว...ดูเหมือนนายต้องรับศึกหนักหน่อยละนะ..และระวังไว้ด้วย..ตาฉันมองเห็นทุกซอกทุกมุมของปราสาท..สงครามในครั้งนี้..มันจะไม่จบจนกว่าจะมีใครสักคนต้องตาย..จะเป็นแกหรือฉันน่ะ.." ผมพูดเป็นการส่งท้ายก่อนจะจับเจ้านักข่าวลอยขึ้นและเหวี่ยงมันไปกระแทกกำแพงจนมันสลบไป


การกระทำของผมทำให้สาวกของผมและเบลล่าบันเทิงใจอย่างยิ่ง จากนั้นผมก็เดินไปส่งเธอที่ฐานโวลเดอมอร์และเดินกลับมาที่ฐานของตัวเอง พรางนึกว่าจะทำสัญญาลักษณ์ของหน้ากากอัศวินขาวยังไงดี หึหึหึหึ ดูเหมือนแผนการของผมจะไปได้สวยเลย ผ่านมาอีกวันผมได้รับหนังสือพิมพ์มาอ่าน ปรากฏข่าวหัวข้อใหญ่ขึ้นมา


ข่าวเรื่องจอมมารจูเนียร์ได้แพร่ไปอย่างรวดเร็วทั่วโลกเวทมนต์ ผมดังในชั่วข้ามคืน ทุกคนต่างเชื่อและเริ่มตั้งข้อสงสัยว่าโวลเดอมอร์อาจจะกลับมาแล้วก็ได้ แต่ทางกระทรวงก็ยังออกมาประกาศว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก็เงี่ยละนะ เจ้าฟัดจ์มันหัวดื้อ ถ้าจะเชื่อก็ยากหน่อย ตอนนี้เหลือฮอร์ครักซ์ชิ้นสุดท้ายที่ผมต้องไปหา คือ รัดเกล้าของเรเวนคลอ ผมโดนเรียกตัวไปหาทอม ผมก็อธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นและบอกที่ตั้งของฐานลับของผม ก็นะอยู่กับทอม ห้ามโกหกนะจ๊ะ


และผมก็ได้พูดถึงสเนปว่าผมไม่ไว้ใจเขาจริงๆเลยปลดเขาออกจากฝ่ายเราและได้ทำการลบความทรงจำของที่ตั้งฐานทอมไปแล้ว  ทอมรู้แบบนั้นก็ไม่ได้ว่าอะไร เขากลับเห็นด้วยเพราะเขาไม่ไว้ใจสเนปตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แต่ทอมก็บอกว่ารอผมขึ้นปีสี่ก่อนเถอะ เขาจะลงโทษผมในการใส่ชื่อลงไปที่ถ้วยอัคนี ซึ่งแน่นอนว่าผมต้องโดนแน่ๆ ตอนนี้ทุกๆอย่างไปได้สวย รอก่อนนะแฮร์รี่อีกไม่นานก็จะขึ้นปีสี่แล้ว รอที่จะสร้างความปั่นป่วนในโรงเรียนฮอกวอตส์ไม่ไหวแล้วสิ



_________________________________________________

โปรดติดตามตอนต่อไป...


ความคิดเห็น