Akamone_Moka

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

EP 10 : เรามาแสดงละครกัน..เพราะฉัน..คือคนที่สวมหน้ากากวีรบุรุษ

ชื่อตอน : EP 10 : เรามาแสดงละครกัน..เพราะฉัน..คือคนที่สวมหน้ากากวีรบุรุษ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 691

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 14 เม.ย. 2560 20:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP 10 : เรามาแสดงละครกัน..เพราะฉัน..คือคนที่สวมหน้ากากวีรบุรุษ
แบบอักษร

ความเดิมตอนที่แล้ว

" เอาเถอะ..ยังไงก็..เราต้องทำตามแผนของเราต่อไป...ขึ้นปี 2 แล้วนี่นะ เรามาหาไรทำสนุกๆกันดีกว่า.." ผมหลับตาลงและคิดถึงแต่สิ่งดีๆและค่อยๆเข้าสู่นิทรา

________________________________________________________



EP 10 : เรามาแสดงละครกัน..เพราะฉัน..คือคนที่สวมหน้ากากวีรบุรุษ


ผมตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่ ผมรีบแต่งตัวและเดินขึ้นไปชั้นเรียนของตัวเอง คาบแรกของผมคือของ ศาสตราจารย์สเปราต์ ผมจำได้ว่าคาบนี้ เนวิลล์ และ เดรโก จะเกิดอะไรขึ้น ศาสตราจารย์สเปราต์ได้เดินมาและเรียกรวมตัวเด็กปีสอง และเริ่มเรียนรู้ การเปลี่ยนคาถาของต้นแมนเดรก พวกเราทุกคนใส่ที่ปิดหูกันเรียบร้อย


" นี่..เนวิลล์ " ผมเรียกเนวิลล์ เสียงผมทำให้เรียกความสนใจจากคนรอบข้างเล็กน้อยให้หันมามองการกระทำของผม ครั้งนี้ผมยืนอยู่ข้างๆเนวิลล์ละ


" นายมองมาที่ฉันนะ และเอามือแนบปิดหูให้สนิท " ผมบอกให้เนวิลล์ทำตาม ถึงเนวิลล์จะงงๆแต่ก็ยอมทำตามและมองมาที่ผม


ศาสตราจารย์สเปราต์ดึงต้นแมนเดรกขึ้นมา เกิดเสียงดังไปทั่ว และใส่เจ้าต้นแมนเดรกลงไปในกระถางและสอนวิธีการต่างๆไประหว่างเพิ่มดินลงไปในกระถางให้เจ้าต้นแมนเดรก เนวิลล์หันไปมองเจ้าแมนเดรกโดยทันที แต่ผมก็ตะโกนให้เขามองผมและเอามือปิดหูเนวิลล์ให้สนิท


" โอเค ขึ้นมั้ย " ผมถามเนวิลล์


" อ..อื้ม ขอบคุณนะแฮร์รี่ ฉันเกือบจะเป็นลมแหนะ ฮ่าๆ " ตอนนี้เนวิลล์ดูมีสมาธิและมีสติมากขึ้น ตอนนี้เนวิลล์ก็ผ่านไปละ เหลือเดรโกที่จะโดนเจ้าต้นแมนเดรกกัดนิ้วสินะ


ศาสตราจารย์สเปราต์สอนวิธีการต่างๆถึงสรรพคุณต่างๆและจังหวะที่เดรโกกำลังเล่นและกำลังใส่นิ้วเข้าไปในปากเจ้าต้นแมนเดรก ผมก็เรียกเขาทันทำให้เดรโกเลิกสนใจเจ้าต้นแมนเดรกและมาคุยเล่นกับผมแทน


เราพักกินอาหาร ครั้งนี้รอนคงไม่โดนจดหมายกาบาน่าละนะ ฮ่าๆ ผมคุยเล่นกับเพื่อนๆและคอยเหล่มองจินนี่ที่นั่งอยู่กับเพื่อนๆโต๊ะกริฟฟินดอร์เป็นระยะๆ คาบเรียนต่อไปคือคาบของเจ้าศาสตราจารย์ล็อกฮาร์ต คาบวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืด นั้นทำให้ผมไม่ค่อยชอบเท่าไรและยิ่งเป็นเจ้าศาสตราจารย์ล็อกฮาร์ตด้วย คาบเรียนของเรายังคงเรียนร่วมกับบ้านกริฟฟินดอร์ ผมก็สร้างมิตรกับบ้านกริฟฟินดอร์จนได้เพื่อนมาเยอะเลย ล็อกฮาร์ตเดินออกมาจากประตูและพล่ามเรื่องสุดโม้ของเขาด้วยท่าทางที่โอ้อวด สาวๆต่างชื่นชมเขาแต่หนุ่มๆต่างไม่ชอบหน้าและหมั่นไส้เขา


" เอาละ! ขอเตือนไว้ หน้าที่ของฉันคือสอนการต่อสู้กับสัตว์ที่ร้ายกาจที่สุดของพ่อมด " เจ้าล็อกฮาร์ตเคาะกรงที่คุมด้วยผ้าสีแดงไว้ด้วยไม้กายสิทธิ์ ทำให้กรงนั้นสั่นไปมา ทำให้เหล่านักเรียนเริ่มกลัวนิดๆ


เสียงหัวเราะดังขึ้นมาทันทีเมื่อล็อกฮาร์ตเปิดผ้าคลุมกรงออก มันคือ คอริส พิกซี่ มันจะไม่วุ่นวายถ้าเกิดนายปิดกรงนั้นไว้ ไอขี้โม้! แต่นายดันเปิดกรงให้พวกพิกซี้ออกมา ความวุ่นวายในคาบเรียนก็เริ่มขึ้น เพื่อนๆต่างวิ่งหนีเจ้าพิกซี่และหนีออกนอกห้องไป สุดท้ายเนวิลล์ก็ไม่รอดโดนเจ้าพิกซี่สองตัวดึงหูและลอยขึ้นไปแขวนที่โคมไฟ ความโกลาหลยังเพิ่มทวีคูณ เจ้าศาสตราจารย์ก็ชิ้งหนีไปก่อนแบบทุกที จนผมทนไม่ไหวและได้ตะโกนออกไป


" เหล่าพิกซี่!!! " ด้วยเสียงที่ทรงอำนาจและพลังของศาสตร์มืดที่เพิ่มเข้าไปเล็กน้อย ทำให้เหล่าพิกซี่ต่างหยุดการกระทำต่างๆและหันมามองผมเป็นจุดเดียวแบบกลัวๆ ทำให้รอนและเฮอร์ไมโอนี่ตะลึงไปชั่วขณะ


" พาเขาลงมา..ฉันและเพื่อนๆไม่เล่น.. " ผมชี้ไปที่เนวิลล์และส่งสายตาใส่พวกพิกซี่ พวกมันสะดุ้งและพากันไปช่วยนำตัวเนวิลล์ลงมา นั้นเลยทำให้เพื่อนรักทั้งสองของผม ถึงกับตาโตกันเลยทีเดียว


" นายทำได้ไงนะแฮร์รี่ " รอนพูดแบบตื่นเต้น


" นายสั่งพวกมันได้ยังไงกัน พวกพิกซี่มันออกจะหัวดื้อ " เฮอร์ไมโอนี่ออกความเห็นตามที่เธอรู้มาจากตำรา น้อยคนที่จะมีคนสามารถสั่งพวกพิกซี่ได้


" ฉันก็แค่บอกพวกเขาในสิ่งที่ควรทำนะ ไม่ได้สั่งอะไรเลย " ผมหันไปยิ้มแห้งๆให้เพื่อนผม และหันกลับมาส่งสายตาอันเยือกเย็นใส่พวกพิกซี่


พวกมันเริ่มหวาดกลัวและรู้หน้าที่และรีบบินเข้ากรงกันทันทีและไม่ลืมที่จะล็อกกรงตัวเองด้วยนะ ฉลาดดีจัง ผมบอกรอน เฮอร์ไมโอนี่ และเนวิลล์ว่าให้ไปเรียนกันก่อนเดี๋ยวตามไป ผมจะไปปล่อยเจ้าพิกซี่นะ ผมเดินออกมาจากปราสาทพร้อมกรงเจ้าพิกซี่ เดินมาใกล้ๆเขตป่าต้องห้าม ผมเปิดกรงและปล่อยพวกมันไป พวกมันต่างรีบบินหนีกันไป ผมก็ส่งยิ้มอย่างอ่อนโยนให้พวกมัน ก่อนจากกัน เลยทำให้พวกมันดูหายกลัวผมและยิ้มตอบผมก่อนจะบินจากไป ผมเดินกลับเข้ามาในปราสาทและเริ่มเรียนวิชาต่อไป


ผมคิดไปเองหรือเปล่านะว่ามีสายตา สองถึงสามคู่คอยมองผมอยู่ ผมไม่ใส่ใจอะไรมากและระวังตัวเองมากขึ้นและเดินเข้าชั้นเรียนต่อไป ผมเดินมากับกลุ่มสลิธีรินเพื่อไปซ้อมควิดดิช ถึงจะไม่ชินก็เถอะ ที่เรามาอยู่สลิธีรินแบบนี้ แต่ก็ต้องอยู่เพื่อแผนของเรา ผมเดินมากับเดรโกพร้อมถือไม้กวาดนิมบัส 2001 ที่พ่อเดรโกเป็นคนซื้อให้ ผมสงสัยถ้าผมเป็นซีกเกอร์ของบ้านสลิธีรินอยู่แล้ว เดรโกจะอยู่ตำแหน่งไหนกันนะ และหลังจากที่แดเนียลตาย ใครจะอยู่ซีกเกอร์ของกริฟฟินกัน


ผมเดินมาเรื่อยๆจนเจอวูชหัวหน้าทีมกริฟฟินดอร์เดินมาเจอทีมผมพอดี 


" นายกำลังจะไปไหน ฟรินจ์ " วูชพูด


" ไปซ้อมควิดดิช " ฟรินจ์หัวหน้าทีมผมพูด


" ฉันจองสนามให้กริฟฟินดอร์วันนี้นะ "


" เย็นไว้วูช ฉันมีคำสั่ง " พูดเสร็จฟรินจ์ก็ยื่นใบคำสั่งให้วูชอ่าน รอนและเฮอร์ไมโอนี่เห็นเขาก็เดินมาดูทันที 


" ฉัน ศาสตราจารย์ เซเวอรัส สเนป อนุญาติให้ทีมสลิธีรินฝึกซ้อมที่สนามและในวันนี้ เนื่องจากจำเป็นต้องฝึกบีตเตอร์คนใหม่ นายมีบีตเตอร์คนใหม่ ใคร " หลังจากอ่านเสร็จวูชถามและมองหน้าฟรินจ์ทันที


เดรโกเดินออกมาทำให้ซีกเกอร์ของกริฟฟินดอร์ทักขึ้น ซึ่งผมไม่รู้ว่าซีกเกอร์คนๆนั้นเป็นใคร คนใหม่มั้ง ผมแปลกใจนิดหน่อยที่ทุกๆคนดูเหมือนจะลืมแดเนียลไปกันหมด


" ใช่ และยังมีเรื่องใหม่แห่งปีอีก " เดรโกอวดใหญ่ พอรอนเห็นไม้กวาดรุ่นใหม่ก็พูดทักขึ้นมาทันที ทำให้เดรโกพูดจาเยาะเย้ยใส่รอน ตามด้วยเฮอร์ไมโอนี่ที่พูดโต้กลับไปบ้าง ผมไม่ชอบตอนนี้เลย เดรโกอย่าพูดนะขอละ..


" ไม่มีใครขอความเห็นเธอ คนเลือดสีโคลนโสโครก " เดรโกพูดออกมาอย่างสะใจกับคำพูดของตน


" แกต้องชดใช้คราวนี้มัลฟอย กินทากซะ! " รอนฟังแบบนั้นแล้วขึ้น รอนจึงโบกไม้กายสิทธิ์


" ให้ตายเถอะ.." ผมพูดเบาๆและรีบเดินไปปัดไม้กายสิทธิ์รอนให้กระเด็นขึ้นฟ้า การกระทำของผมนั้น สร้างความตกใจแก่เพื่อนบ้านกริฟฟินเป็นอย่างมาก


" ไม้กายสิทธิ์ของนายนะ ใช้ไม่ได้หรอกนะ ขืนยังจะเสกแก้เผ็ดใครอีก ระวังจะโดนตัวเอง.. " หลังจากผมพูดจบ หัวหน้าฟรินจ์ก็เดินนำไปสนามโดยทันทีและลูกทีมก็เดินตาม


" นายไม่ควรพูดแบบนั้นเลยนะเดรโก " ผมพูดกับเดรโกด้วยสีหน้าตำหนิ


" แล้วไงละ มันก็จริงหนิ ว่าแต่นายเหอะแฮร์รี่ จะไปสนเพื่อนกริฟฟินดอร์ของนายอะไรนักหนา "


" ฉันให้ความสำคัญกับทุกคนเดรโก " ผมพูดแบบจริงจังและเดินไปซ้อมที่สนามทันที ครั้งนี้รอนก็ไม่โดนหัวเราะเอาไปซุบซิบแล้ว และไม่ได้โดนลงข่าวในโรงเรียนอีกด้วย


ครั้งนี้ ผมไม่ได้ไปบ้านของแฮกริด ผมไม่ได้นั่งให้กำลังใจเฮอร์ไมโอนี่ อนาคตของผมคงเปลี่ยนไปเยอะแน่ๆ ผมถูกเรียกตัวไปโดยศาสตราจารย์ล็อกฮาร์ตเพื่อไปช่วยเขียนลายเซ็นให้เขา หลังจากที่ผมซ้อมควิดดิชเสร็จ ผมใช้เวลา หนึ่งถึงสองชั่วโมงเต็ม เพื่อรอให้แผนการที่ผมวางไว้ออกฤทธิ์ ถึงเวลาแล้ว ผมขอศาสตราจารย์ล็อตฮาร์ตออกมาพักซะก่อน และทำเป็นแกล้ง ทำตัวรีบร้อนวิ่งจนมาเจอรอนและเฮอร์ไมโอนี่ ผมและเพื่อนๆวิ่งมาที่จุดที่ผมมาร์คไว้ในสมองผม ผมมองบนผนังที่ถูกเขียนข้อความไว้ด้วยเลือดและมีแมวของฟิวส์แขวนไว้อยู่


" นี้มันแมวของฟิวส์หนิ..นี้มันคุณนายนอริส" ผมพูดเสร็จก็มีกลุ่มนักเรียนและคุณครูเดินมาพอดี


" เหล่าศัตรูของทายาทจงระวัง " เดรโกพูดออกมาดังๆตามที่อ่านบนกำแพงและหันไปมองเฮอร์ไมโอนี่


" แกเป็นรายต่อไป เลือดสีโคลน " 


แผนการและเกมของผมได้เริ่มขึ้นแล้ว ทุกๆอย่างเหตุการณ์ล้วนเหมือนโลกก่อน ผ่านมาเช้าวันรุ่งขึ้น คาบเรียนของศาสตราจารย์มักกอนนากัลยังคงเหมือนเดิม คือการสอนเปลี่ยนสัตว์ให้เป็นแก้วใส่น้ำ จนผมเริ่มเบื่อสุดๆเพราะการย้อนอดีตมา ก็เหมือนกับรู้อนาคตไงละ และคาบนี้ก็จบลงด้วยเรื่องเล่าของ ห้องแห่งความลับ ครั้งนี้ผมอยู่สลิธีรินเลยง่ายที่ไม่จำเป็น ต้องให้เฮอร์ไมโอนี่ทำน้ำยาสรรพรส


 จนมาถึงการแข่งขันควิดดิช ผมบินอยู่ในตำแหน่ง พอเกมเริ่มขึ้น ผมบินหนีเจ้าลูกบลัดเจอร์ที่ไล่ผมอยู่ ฝีมือของด๊อบบี้อีกแล้วสินะ ผมสะดุดตาที่ลูกสนิชและรีบบินตามทันที ผมพยายามคว้ามันจนโดนลูกบลัดเจอร์หวดใส่แขนผมจนหัก ผมพยายามเอื้อมมือไปจับลูกสนิชจนไม้กวาดกระเด็นทำให้ผมนอนบนพื้นทรายของสนาม ผมชูลูกสนิชขึ้น เสียงประกาศดังขึ้นตามด้วยเสียงเชียร์ของบ้านผม ฝ่ายสลิธีรินชนะ! แต่ลูกบลัดเจอร์ก็พุ่งมาใส่ผม


ผมหมดความอดทนกับมัน ด๊อบบี้พอแค่นี้ละ ผมหรี่ตาอย่างคนใจเย็นและมองไปที่ลูกบลัดเจอร์ ทำให้ลูกบลัดเจอร์แตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ เพื่อนๆและอาจารย์ต่างมามุงดูผม และไม่รอดที่กระดูกผมจะหายไปเพราะไอขี้เก็กเนี่ย ผมส่งสายตาตำหนิแบบคนโกรธไปให้เขา เขาก็ยิ้มเสียหน้ากันไป ตอนนี้ผมถูกหิ้วมาที่ห้องพยาบาล มาดามพรอมฟรีย์นำน้ำยาปลูกกระดูกมาให้ผม ผมดื่มมันเข้าไปอย่างไม่รู้สึกอะไรและบอกมาดามว่ามันคือรสฟักทอง และขอพักฟื้นไป


เวลาผ่านไปจนดึกผมได้คุยกับด๊อบบี้ ผมทำสีหน้าแบบไม่รู้อะไรแบบเนียนๆ ผมเดินมาที่ห้องน้ำหญิงกับเพื่อนๆที่ไม่มีใครเคยเข้าไปและเจอกับ เมอร์เทิล อาลิซาเบธ วอร์เรน หรือ เมอร์เทิลจอมคร่ำครวญนั้นเอง ผมได้ทักทายเธอ จริงๆแล้วผมได้ทำความรู้จักเธอตั้งแต่ขึ้นปีสองและให้ชื่อ เรียกใหม่ ให้เมอร์เทิลว่า แมรี่ เธอชอบชื่อนี้และชอบผมในทันที เพราะผมคือคนแรกที่ได้เป็นเพื่อนกับเธอ รวมถึงชื่อที่ตั้งให้ใหม่ที่เหมือนขอแต่งงาน


ผ่านมาจนมาถึงคาบป้องกันตัวจากศาสตร์มืด เบื่อจริงๆ ผมเบื่อขี้หน้าเจ้าล็อกฮาร์ตเต็มทน และต้องมาฟังมันโม้อีก บลาๆๆ เอาละคนที่ผมอยากเจออยู่ไหนเอ้ย อาา เจอแล้ว


และจากนั้นผมก็โดนดึงขึ้นเวทีโดยเจ้าล็อกฮาร์ตพร้อมๆกับเดรโก เขาบอกว่านี้คือการสาธิต การปลดอาวุธ และแน่นอนว่าครั้งนี้เดรโกและผมเสกคาถาใส่กันด้วยความสนุกไม่ใช่การแข่งขันเหมือนโลกก่อน เห็นแบบนี้ผมก็ลืมตัว สนุกไปด้วยละนะ จนเดรโกได้เสกงูนั้นออกมา


" ๑@$%#$*& " ผมพูดภาษาพาร์เซลกับเจ้างูนั้น ทำให้คนทั้งบ้านกริฟฟินและสลิธีตะลึงกันทันที


เจ้างูนั้นเลื่อยมาใกล้ๆผมและเลื่อยขึ้นมาบนตัวผมและมาพันรอบคอผม มันเลื่อยเรื่อยๆจนมาหยุดที่ฝ่ามือข้างขวาของผม ผมชูมันขึ้นให้ทุกคนในห้องได้ดู


" สัตว์เลื้อยคลานมีพิษ..ไม่น่ากลัว..เท่ามักเกิ้ล..ใจทราม..ที่ฆ่ามักเกิ้ลด้วยกัน.." พูดเสร็จงูในมือผมก็ถูกเผาจนเกรียมด้วยพลังของผม ซากศพของมันก็ลอยขึ้นไปในอากาศและสลายไป


หลังจากการกระทำของผมครั้งนั้น ทำให้เกิดข่าวลือเผยแพร่ไปอย่างไวภายในโรงเรียน ทุกคนในบ้านกริฟฟินต่างหวาดกลัวผม ไม่น้อยหน้าไปกว่าเพื่อนรักทั้งสองของผม ที่หวาดกลัวไม่แตกต่างกัน แต่บางคนในโรงเรียนก็ยังเชื่อว่ามันคือข่าวลือ แต่จะมีเพียงบ้านเดียวเท่านั้นที่ไม่หวาดกลัวมีแต่จะสรรเสริญและชอบใจกันมากเสียกว่า..นั้นก็คือ..บ้านสลิธีริน


ครั้งนี้เหตุการณ์ที่ผมและเพื่อนรักต้องไปติดในป่าต้องห้าม และรอนและเจ้าล็อกฮาร์ต ตามมาที่ห้องแห่งความลับ มันจะไม่เกิดขึ้น และจะไม่มีใครรู้ว่าห้องวแห่งความลับอยู่ที่ไหน เวลาผ่านไปอีก ผมเดินไปหาหมวกคัดสรรและทำการใช้พลัง ในการดึงดาบกริฟฟินดอร์ออกมาและแทนที่ด้วยดาบปลอมที่มีแค่เพียงผมเท่านั้นที่รู้ว่ามันคือของปลอมใส่เข้าไปแทน

ผมเสกดาบจริงให้เป็นขนาดจิ๋วและนำไปเก็บที่โซ่รัดเอวของผม เจ้าหมวกคัดสรรก็ยังโง่ และให้ผมยืมดาบปลอมไป ผมทำการเปิดห้องแห่งความลับและเดินเข้าไปที่นั้น ผมเจอจินนี่ที่นอนอยู่ ผมแสยะยิ้มและเดินมาหยิบสมุดดู สมุดเล่มนี้เป็นของปลอม ผมสร้างขึ้นมาให้เหมือนของจริงแน่นอนว่าวิญญาณโวลเดอมอร์ในสมุดเล่มนี้ก็ปลอมด้วย 


ผมทำการเรียกบาซิลิสก์ออกมา มันดูแปลกใจเล็กน้อยที่คนเรียกไม่ใช่เจ้านายของมัน และแปลกใจกว่านั้นที่ผมสามารถสบตากับมันได้ ผมเดินเข้าไปหามันและลูบหัวมัน มันสัมผัสได้ถึงพลังแห่งศาสตร์มืดในตัวผมที่คล้ายๆกับเจ้านายของมัน มันก้มหัวคำนับผม ตอนนี้ผมคือเจ้านายคนที่สองของมันแล้ว ผมยิ้มอย่างพอใจและทำการดึงเขี้ยวของมันมาหนึ่งซี่และจัดฉากว่าผมได้ทำลายสมุดเป็นที่เรียบร้อย จัดฉากว่าผมโดนเขี้ยวเจ้างูบาซิลิสก์ ผมสั่งให้มันไปกลับเข้าไปในที่ของมัน มันเลื้อยกลับเข้าไปและซ้อนตัวภายในปราสาท


ผมทำเป็นกุมบาดแผลและมองจินนี่ที่ฟื้นขึ้นมา ทุกๆอย่างเป็นไปตามแผนของผม ผมโดนรักษาด้วยน้ำตาของเจ้านกฟีนิกซ์..ให้ตายสิอัลบัส..แกรู้ได้ไงว่าห้องแห่งความลับอยู่นี้..ถึงไม่มีรอนแกก็ยังรู้งั้นหรอ.. และผมก็ถูกนำตัวขึ้นไปหาอัลบัส ตอนแรกเขาตำหนิผม ก่อนเขาจะชื่นชมในตัวผมใหญ่ รอนเดินเข้ามาและออกไป เพราะได้รับจดหมายจากอัลบัสให้นำไปส่งให้นกฮูกเพื่อส่งไปที่อัซคาบัน เพื่อปล่อยแฮกริด ให้บริสุทธิ์


เขาชื่นชมผมเพิ่มเติมก่อนจะมาพูดแบบจริงจังเรื่องโวลเดอมอร์ก็เรื่องเดิมละนะ ผมทำเป็นตีสีหน้าออกเสียงจริงจังไปกับเขา จนเจ้าลูเซียสเดินมาและทำสีหน้าจริงจัง ตามบทบาทที่ผมวางให้เขา พวกเขาเริ่มมีปากเสียงกันนิดหน่อย ก่อนลูเซียสจะเดินออกไปพร้อมกับด๊อบบี้ ผมทำการขอยืมสมุดปลอมนั้นจากดับเบิ้ลดอร์และวิ่งมาหาลูเซียส และเป็นเช่นเดิมครับ ด๊อบบี้ได้รับถุงเท้า ลูเซียสงงและมองมาที่ผม คงไม่คิดว่าในแผนจะมีแบบนี้เกิดขึ้น ผมยักไหล่และส่งสายตากวนๆเขาไป ลูเซียสคิดในใจ โดนจอมมารจูเนียร์เล่นแล้วมั้ยละเรา

ลูเซียสรีบเดินออกไปด้วยความเคืองนิดๆ โดยไม่มีเหตุการณ์ที่ด๊อบบี้ปะทะกับลูเซียสเล็กน้อย ผมคุยเล่นกับด๊อบบี้ จากนี้และต่อไป ฮอร์ครักซ์ของทอมก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื่อม ผมจะรักษาเป็นอย่างดี ครั้งนี้ผมมั่นใจแล้วว่าผมได้เดินทางสู่ศาสตร์มืดโดยสมบูรณ์ ผมจะไม่ทรยศทอม ดูเหมือนผมต้องรีบหาฮอร์ครักซ์หลังปิดเทอมซะแล้ว และต้องสร้างฮอร์ครักซ์ชิ้นที่สองของผมด้วย ผมคิดว่ามันจำเป็นในภายภาคหน้า...



__________________________________________

โปรดติดตามตอนต่อไป...


ความคิดเห็น