Akamone_Moka

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

EP 8 : เปลี่ยนจากทำลายเป็นปกป้องฮอร์ครักซ์ก็ไม่เลว..

ชื่อตอน : EP 8 : เปลี่ยนจากทำลายเป็นปกป้องฮอร์ครักซ์ก็ไม่เลว..

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 14 เม.ย. 2560 20:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP 8 : เปลี่ยนจากทำลายเป็นปกป้องฮอร์ครักซ์ก็ไม่เลว..
แบบอักษร

ความเดิมตอนที่แล้ว

ระหว่างรอเข้าเรียนฮอกวอตส์ปีสอง ผมจะทำอะไรดีในการรอคอยครั้งนี้ ผมก็นึกเรื่องสนุกๆออก..

_______________________________________________________



EP 8 : เปลี่ยนจากทำลายเป็นปกป้องฮอร์ครักซ์ก็ไม่เลว..


ผ่านไปหลายอาทิตย์ หลายสัปดาห์กับการที่ผมอยู่กับครอบครัวเดอร์สลีย์ แน่นอนว่ามีบางวันที่ผมไปที่โลกเวทมนต์บ้าง บ้างก็ไปก่อกวนที่กระทรวงเวทมนตร์บ้าง พูดง่ายๆบุกไปเลยละ พอดีผมขี้เกียจทำเรื่องอะไรให้มันยุ่งยากนะ เอาเถอะ เดี๋ยวพอทำภารกิจนี้เสร็จค่อยลบและเปลี่ยนความทรงจำพวกกระทรวงที่หลัง ผมคลายมนต์พรางตาและใช้ร่างจริงในการปรากฏตัวที่กระทรวงนั้น แน่นอนไม่มีใครรู้ว่าผมเป็นใคร เพราะผมได้ปิดบังตรงแผลเป็นรูปสายฟ้าของผม ผมบอกนามตัวเองนั้นว่า J 


ผมค่อยๆมาป่วนเกือบทุกวันจนคนในกระทรวงวุ่นวายไปหมด ผมถามพวกเขาเรื่องของพ่อทูนหัวของผม ซิเรียส แบล็ก และขอรู้ข่าวที่อัพเดททุกครั้งของซิเรียส แน่นอนว่าผมขอพวกเขาให้เก็บเรื่องของผมที่บุกมาที่นี้เป็นความลับแค่ในกระทรวง ทางกระทรวงได้ปล่อยผู้คุมวิญญาณมาฆ่าผม แต่มันก็ไม่เป็นผล อยู่ดี เมื่อผมได้คุยกับผู้คุมวิญญาณ เหล่าเด็กๆนั้น พวกผู้คุมวิญญาณก็ไม่ทำอะไรผม แต่หันไปทำร้ายคนในกระทรวงแทน 


ถึงจะส่งมือปราบมารมาก็มีผมที่คอยขัดขวาง นั้นเลยทำให้คนในกระทรวงยอมในบัดดลและรับข้อเสนอของผม แลกข้อมูลทุกๆอย่างในกระทรวงเพื่ออยู่รอดผมพึ่งมารู้ว่าเรื่องนักโทษในคุกอัซคาบัน ซิเรียสยังคงถูกตามจับอยู่ งั้นแสดงว่าซิเรียสจะโดนจับตอนผมอยู่ปีสามแล้วสินะ พอผมรู้แบบนั้นผมเลยรีบหาหลักฐานให้ทนายของผมนั้นก็คืออะมีเลีย ซูซาน โบนส์ (เอาเป็นว่าซูซานเธอโตเป็นสาวทำงานในกระทรวงแล้วก็แล้วกัน ไม่ตามเนื้อเรื่องในหนังละ)


 ผมให้หลักฐานเธอทุกครั้งที่ผมไปป่วนที่กระทรวงได้ ตอนเธอเจอผมครั้งแรกก็ไม่ไว้ใจหรอก ยิ่งเห็นผมบังคับเอาข้อมูลต่างๆในกระทรวงเธอยิ่งไม่ไว้ใจผมเข้าไปอีก แต่พอผมยอมทุ่มสุดตัวเพื่อพิสูจน์ตนเอง จนในที่สุดเธอก็ไว้ใจผมและยอมร่วมมือกับผมในการต่อสู้คดีนี้ แน่นอนว่าเรื่องนี้เป็นความลับระหว่างเรา..


เห็นเธอบอกว่า เธอเห็นผมดูเป็นคนซื่อสัตย์ ดูยุติธรรมดี ตอนแรกบุกมาเหมือนคนชั่วแต่สุดท้ายแค่อยากมาบอกความบริสุทธิ์ของแกะที่รับบาป มาทางประตูธรรมดาก็ได้ ไม่ต้องบุกเข้ามาขนาดนี้หรอก เธอบอกแบบนี้มา จากนั้นเธอเลยยอมเชื่อใจผมและรับหลักฐานของผมไป เธอกำลังพยายามนำหลักฐานนี้ไปให้คนที่ชื่อ คอร์นีเลียส ฟัดจ์ บอสของกระทรวงนั้นละ จนในที่สุดเขาก็รับฟัง หลักฐานทุกๆอย่างบ่งชี้ว่า ซีเรียส แบล็ค ขาวสะอาด ส่วนคนที่ทำคือเจ้า ปีเตอร์ เพ็ตติกรูว์ คนในกระทรวงต่างสงสัยในข้อนี้มาก ว่ายังมีชีวิตอยู่ได้ไง เมื่อสิ่งที่พวกเขารู้ก็คือ ปีเตอร์ตายแล้ว


แต่ก็หลักฐานที่ผมเตรียมไว้ พวกเขาเลยเชื่อสนิทใจ ตอนนี้ซิเรียสได้พ้นโทษในทุกข้อกล่าวหา และถูกประกาศลงข่าวหน้าแรกของหนังสือพิมพ์ข้อใหญ่ว่า...


' Topics

ซิเรียส แบล็ก บริสุทธิ์ หลักฐานที่บ่งชี้ได้มาจากทนาย มิส อะมีเลีย ซูซาน โบนส์ คนยื่นหลักฐานให้กระทรวงของทนายไม่ทราบนาม  ตอนนี้ซิเรียส แบล็กคือคนบริสุทธิ์ ไม่เกี่ยวกับผู้เสพความตายหรือคนที่คุณก็รู้ว่าใคร ซิเรียส แบล็ก แท้จริงแล้วคือพ่อทูนหัวของ แฮร์รี่ พอตเตอร์ เด็กชายผู้รอดชีวิตผู้โด่งดังไปทั่วโลกเวทมนต์  - อ่านต่อหน้า 19

' Topics

ปีเตอร์ เพ็ตติกรูว์ ทราบมาจากจำนวนหลักฐานที่ได้มาและบ่งชี้ชัดว่า เขายังมีชีวิตอยู่ และเป็นคนใส่ร้ายป้ายสี ซิเรียส แบล็ก และได้รู้ว่าเขาคือผู้เสพความตาย ในระหว่างนี้ยังจับกุมตัวไม่ได้ ประกาศจับ**ปีเตอร์ เพ็ตติกรูว์

เวลาผ่านมาอีกหนึ่งสัปดาห์ที่ข่าวพวกนี้ดังไปทั่วโลกเวทมนต์ แน่นอนว่าผมไม่ลืมที่จะลบความทรงจำของพวกกระทรวงทุกคนในการปรากฏตัวของผม ผมได้ดัดแปลงความทรงจำของซูซานด้วย


" คุณได้หลักฐานในคดีนี้มาจากคนไร้นามไม่ทราบชื่อและหน้าตา คุณได้หลักฐานจากไปรษณีย์หน้าบ้านคุณ คุณไม่รู้จักผม คุณจะลืมทุกๆอย่างที่เกิดขึ้นที่ผ่านมาในกระทรวงคุณจะจำได้แค่เพียงแค่ว่า คนลึกลับคนนั้นได้ส่งหลักฐานมาให้คุณเพียงแค่นั้น และนั้นเป็นผลดีของคุณ ที่ทำให้คุณมีชื่อเสียงในคดีนี้ " พูดเสร็จผมก็รีบออกจากกระทรวงกลับมาที่บ้านทันที


แน่นอนว่าพอกลับบ้านมาเจอพวกครอบครัวเดอร์สลีย์แล้วผมก็อดขู่พวกเขาไม่ได้จริงๆ ผมทำตัวปกติทุกๆอย่างและพรางคิดถึงสเนป เขาจะทำอะไรอยู่ในตอนนี้ เขาจะคิดถึงผมมั้ย มีสิทธิ์มั้ยที่ผมจะเป็นคนรักคุณ เวลาผ่านไปกับหลายๆวันที่ผมรอคอย ข่าวหน้าใหม่หัวข้อใหญ่ก็มาอีก


' Topics

คุกอัซคาบันที่หนาแน่นที่สุดได้ถูกโจมตีโดยเหล่าผู้คุมวิญญาณจำนวนมาก เหล่านักโทษอัซคาบันได้แห่หนีกันออกมา นี่อาจเป็นฝีมือของ คนที่คุณก็รู้ว่าใคร หรือเปล่า หรือเพียงเป็นการช่วยแหกคุกของคนที่เสพความตายด้วยกัน

ผมรู้ข่าวและเหนื่อยใจเล็กน้อย คุณทอม ทำอะไรบุ่มบ่ามจริงๆ ผมตัดสินใจลองไปฐานของโวลเดอมอร์ ผมรู้ได้ไงนะหรอว่าเขาตั้งฐานที่ไหน อย่าลืมสิผมคือฮอร์ครักซ์ชิ้นที่เจ็ดของโวลเดอมอร์ ผมสื่อสารทางจิตกับเขาได้ ผมขอโวลเดอมอร์ว่าไม่จำเป็นต้องเรียกสเนปมา ผมบอกเหตุผลเขาไปว่า ไม่ไว้ใจเขา โวลเดอมอร์ก็ตอบตกลง ใจจริงคือไม่อยากให้คนที่ผมรักเห็นผมในสภาพนี้นะ กลัวความแตกด้วย


ตอนที่ผมสื่อสารกับโวลเดอมอร์ ผมก็ได้เล่าถึงพลังของศาสตร์มืด ที่ผมเป็นคนรวบรวมพลังมา จนกลายเป็นศาสตร์มืดนั้น และเล่าถึงความสามารถของฮอร์ครักซ์ที่ผมสร้างขึ้นมาให้โวลเดอมอร์ฟัง โวลเดอมอร์ยิ่งถูกใจผมเข้าไปใหญ่และได้พูดทิ้งท้ายว่า


*' เลือกไม่ผิดจริงๆ..น้องชายสุดที่รักของฉัน.. '* เสียงอันขนลุกแบบมีเอกลักษณ์ของเขายังติดหูผมอยู่เลย


ตอนนี้ผมได้มาอยู่หน้าฐานโวลเดอมอร์แล้ว ผมยังคงอยู่ในร่างมนุษย์ ร่างเดิมของผม จนมีผู้เสพความตายมาเห็นผมเข้า นั้นเลยทำให้วุ่นวายกันใหญ่ เหล่าผู้เสพความตายจำนวนมากมาย ต่างพากันมาจับตัวผมและลากผมเข้าไปในฐานของพวกมัน ทอม..คุณรวบรวมสาวกตัวเองจะครบแล้ว แต่ไม่ได้บอกเรื่องผมก่อนใช่มั้ย เจ็บตัวอีกแล้วผม แน่นอนว่าระหว่างทางที่เข้าฐาน ผมโดนรัดคอและจับหมัดมือผมแทบจะขาดใจตายแล้วละ


 ดีนะที่ผู้เสพความตายที่จับผมอยู่ปล่อยทัน เลยทำให้ผมหายใจสะดวกขึ้น แต่ก็ยังรำคาญเชือกบ้าๆที่หมัดมือผมอยู่ ผู้เสพความตายค้นตัวผมเพื่อหาไม้กายสิทธิ์ แต่ก็หาไม่เจอ บอกเลย โง่จริงๆ จะหาเจอได้ไงมันเสียบกับโซ่รัดเอวผมอยู่ มีแต่ผมที่สัมผัสมันได้ ที่เหลือหมดสิทธิ์เว้ย! ตอนนี้ผมยืนอยู่ที่ห้องโถงขนาดใหญ่นิดหน่อย มีโต๊ะเก้าอี้สำหรับสาวกและเก้าอี้ของจอมมารวางไว้ที่หัวโต๊ะ เหล่าผู้เสพความตายต่างมองผมเป็นจุดเดียวและถือไม้กายสิทธิ์พร้อมจ่อมาที่ผม 


ระหว่างที่รอจอมมารมา เสียงฝ่าเท้าค่อยๆดังมาแต่ไกล ประตูเปิดขึ้นเผยให้เห็นร่างหนุ่มอายุสิบหกทรงอำนาจพร้อมกับเจ้างูนากินี และผู้เสพความตายอีกคนที่เดินตามหลังเขามา คือ เบลลาทริกซ์ เลสแตรงจ์ สาวบ้าผมหยิก รอยยิ้มจอมเจ้าเล่ห์อันเป็นเอกลักษณ์


" เบลลาทริกซ์ เลสแตรงจ์.." ผมพูดและมองหน้าเธอและส่งยิ้มให้


เบลลาดูตะลึงที่ผมรู้ชื่อเธอและส่งรอยยิ้มให้เธออีก เหล่าผู้เสพความตายต่าง งงงวยนั้นยิ่งทำให้พวกเขาประหม่า ในสายตาของพวกเขานั้นดูสับสน


" คุณไว้ใจเบลล้าได้เลย ฝีมือของเธอช่างร้ายกาจ เธอทั้งซื่อสัตย์ต่อคุณ คุณน่าจะให้รางวัลเธอ ไม่เหมือนกับพวกนี้ สู้ได้แต่ขี้ขลาด " ผมสบัดหน้าไปทางผู้เสพความตายที่อยู่ข้างหลังผม พอพวกนั้นได้ยินก็เหมือนจะเสกคาถาใส่ผม แต่โดนห้ามไว้ทันโดยทอม


" ฉันจะให้รางวัลเธอที่หลังละกัน " ทอมพูดเสร็จ นั้นทำให้เบลล้ายิ้มออกมาแต่เธอก็ยังมีงงๆอยู่ ทอมหันไปมองทางประตูเพื่อบ่งบอกถึงบุคคลใหม่ที่เข้ามาในห้องนี้ ตรงนั้นปรากฏร่างของชายอ้วนทุ้ม ที่ท่าทางดูระแวงและไม่เต็ม และฟันที่เหมือนหนูอย่างเป็นเอกลักษณ์ นั้นก็คือเจ้า..ปีเตอร์..เพ็ตติกรูว์..ยืนอยู่


สงสัยมันเข้ามาที่นี้ด้วยร่างหนู และแปลงร่างกลับเป็นคนตอนเข้ามาที่นี้สินะ ผมเลยไม่สังเกตเห็นมัน หางหนอน ผมเรียกแบบนี้แทนละกัน หางหนอนมันมองผมแบบตกใจที่ลูกของ เจมส์ พอตเตอร์ได้อยู่ที่นี้ ถึงจะเห็นผมโดนหมัดอยู่แต่ท่าทางก็ดูยังไม่ลดความระแวงผมและยังสบประหม่าอีก หางหนอนเดินมาใกล้ๆจอมมารด้วยท่าทีเกร่งกลัวและยื่นไม้กายสิทธิ์ประจำกายคืนให้แก่จอมมารร่างหนุ่ม ทอมรับมันมาก่อนจะเสกลูกไฟเผาเชือกที่หมัดผมอยู่ สร้างความตกใจแก่เหล่าผู้เสพความตายเป็นอย่างมาก


ผมยิ้มออกมากับการกระทำของทอม ดูเหมือนผมจะลืมบอกความสามารถอีกอย่างแก่ทอม ผมเลยพูดภาษาพาร์เซลเมาส์กับเจ้างูนากินี เจ้างูนั้นเลื้อยลงมาจากตัวทอมและเลื้อยมาหาผมขึ้นบนตัวผมและพัดคอผมเหมือนผ้าพันคอ ทอมเห็นแบบนั้นแล้วก็ถูกใจผมเข้าไปอีก สิ่งที่ผมทำสร้างความประหลาดใจแก่เหล่าผู้เสพความตาย ตอนนี้พวกมันก็เริ่มคิดแล้ว ว่าผมอยู่ฝ่ายไหนกันแน่


" ฉันอยากเห็นฮอร์ครักซ์ของนายอีกครั้งแฮร์รี่ " 


หลังจากจอมมารผู้เป็นนายของเหล่าผู้เสพความตายพูดเช่นนั้น มันเลยเป็นเครื่องยืนยันว่า ผมนั้น อยู่ฝ่ายจอมมาร เหล่าผู้เสพความตายต่างพากันหายเกร่งเลยทีเดียวและมองผมด้วยสายตาชื่นชมและตื่นเต้น


" ได้สิ พี่ชาย " ผมพูดแบบนั้นเลยคลายมนต์ออกเผยร่างที่แท้จริง ต่อหน้าเหล่าผู้เสพความตาย


ทุกคนต่างตกใจในร่างที่แท้จริงของผม ยกเว้นทอมที่ผมมองผมด้วยสายตาที่หลงไหล เดี๋ยวนะพี่ทอม อย่ามองผมแบบนั้นสิ มันแปลกๆ ตอนที่ประโยคที่ผมพูดไปว่า พี่ชาย ก็สร้างข้อสงสัยในใจแก่ผู้เสพความตาย ผมทำการเรียกวิญญาณทาสของผมออกมาจากเครื่องราง และแสดงความสามารถแก่สายตาเหล่าสาวกและจอมมาร ทุกคนต่างบันเทิงจิตบันเทิงใจ ทอมก็มองผมอย่างพึงพอใจมากๆ ผมทำการเรียกมันกลับมาและอยู่ๆก็นึกคำถามในใจขึ้นมา


ผมแปลกใจนะ เท่าที่ผมอ่านมา ถ้าจะสร้างฮอร์ครักซ์ต้องฆ่าคนหรืออะไรก็ได้ที่สามารถฆ่าได้ เพื่อพิสูจน์ตนให้ฮอร์ครักซ์เห็นด้านมืดของตนถึงจะสร้างได้ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของหรือสิ่งมีชีวิตก็สร้างได้ การสร้างฮอร์ครักซ์ก็เท่ากับนำส่วนวิญญาณเศษเสี้ยวของตนเข้าไป นั้นเลยคือคำตอบว่าทำไมถึงอยู่อย่างเป็นอมตะได้ เพราะถ้าฮอร์ครักซ์ที่เราสร้างไว้ยังคงไม่ถูกทำลาย วิญญาณและตัวตนของเราก็ยังคงอยู่ ยิ่งสร้างเยอะ ยิ่งแกร่งขึ้น และยิ่งเหนือคำว่าอมตะ ผมสร้างมาแล้วหนึ่งชิ้น นั้นคือเครื่องรางสี่ชิ้นที่ติดกับโซ่เอวผมนั้นเอง ขนาดแค่สร้างหนึ่งชิ้นนะ ยังได้ทาสฟรีๆมาตั้งสี่วิญญาณ


และความสามารถของพวกมันก็มีด้านของ ฮัฟเฟิลพัฟ เรเวนคลอ กริฟฟินดอร์ และสลิธีริน ทางด้านมืดของมันอีก คุ้มนะแต่แปลกใจทำไมถึงได้สี่ตัวมา และกับรู้สึกว่า วิญญาณผมยังครบทุกส่วน ไม่ขาดไปแม้แต่เศษเสี้ยวเดียวเลย หรือว่า..ถึงผมจะสร้างฮอร์ครักซ์ได้..มันอาจไม่มีผลกระทบต่อวิญญาณผม...แสดงว่า...ถึงจะยิ่งฆ่า..ผมก็สามารถสร้างฮอร์ครักซ์ได้ตามที่ตัวเองต้องการ โดยไม่สูญเสียวิญญาณหรืออะไร ยิ่งสร้างยิ่งแข็งแกร่งว่างั้นเถอะ


ผมพูดกับงูนากินีให้กลับไปหาเจ้านายของมัน ผมเดินมาที่ผู้เสพความตายคนหนึ่งที่ใส่หน้ากากอยู่ ผมติดใจคนนี้ตั้งแต่เดินเข้ามาในฐานละ สีผมบลอนด์ดูมีสง่าราศี ถือไม้เท้าหัวงูที่สลักด้วยเพชร ดวงตางูเป็นพลอยสีเขียวมรกต ใส่แหวนตระกูลมัลฟอย ผมทำการปัดหน้ากากนั้นทิ้งจนมันละเอียดหายไปคาอากาศ คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าของผมตอนนี้ก็คือ ลูเซียส มัลฟอย เขามีสีหน้าตกใจในตัวผม ภายใต้หน้ากากที่ผมทำลายไปทำให้ผมเห็นใบหน้าและสายตาของเขาที่เต็มไปด้วยความขี้ขลาดและ..ดูแปลกใจ?


" เอาสมุดมา " ผมบอกเขา เขามีสีหน้าไม่เข้าใจและต้องชะงักเมื่อรู้ความหมายของผม แต่เขาก็เงียบ


" เอามา..ฉันจะเป็นคนปกป้องรักษาเอง " ผมแบมือรอรับของ ผมส่งสายตามองสมุดที่โผล่ออกมาจากภายใต้ผ้าคลุมลูเซียส ลูเซียสหันไปมองจอมมาร ทอมก็พยักหน้าให้ทำตามไป เขาเลยยอมให้สมุดผมแต่โดยดี


ผมทำการเสกที่เก็บสมุดกับโซ่รัดเอวของผมและทำการใส่สมุดเข้าไปที่เก็บและล็อกมันไว้ด้วยโซ่ (เริ่มเหมือนลุคเข้าไปทุกที) ถ้าเรียงลำดับตอนนี้ก็คือ สิ่งที่ประดับบนโซ่รัดเอวผมในตอนนี้ก็คือ ไม้กายสิทธิ์ เครื่องรางทั้งสี่ชิ้น อยู่ด้านซ้ายของเอวผมและสมุดบันทึกของโวลเดอมอร์ ที่อยู่ด้านขวา ทุกการกระทำของผมคือคำตอบที่ทำให้ไขกระจ่างแล้วในความคิดของผู้เสพความตาย ว่า ผมคือคนที่ไม่ธรรมดา ไม่พึ่งไม้กายสิทธิ์ก็ใช้เวทมนต์ได้ ผมดูกลายเป็นตัวอันตรายในสายตาพวกมันแต่ลึกๆแล้วพวกมันกับชื่นชมผมใหญ่ ทอมก็ไม่ต่างกัน แต่สายตาเขาดูแปลกและลึกลับกว่านั้น


" ผมจะเป็นคนรวบรวมฮอร์ครักซ์ของพี่เอง จะคอยปกป้องไม่ให้พวกทางสว่างนั้นหาเจอและทำลายมัน พี่นะไม่ต้องห่วงอีกห้าชิ้นหรอก ผมจะเป็นคนหาและปกป้องให้ สิ่งที่พี่ควรดูแลปกป้องเป็นอย่างยิ่งในตอนนี้คือ ฮอร์ครักซ์ที่อยู่ในมือพี่ งูนากินี ผมรู้ว่าพี่สร้างไว้หกชิ้น " ผมเลือกที่จะโกหกทอมเรื่องฮอร์ครักซ์ชิ้นที่เจ็ดคือผม เผื่อไว้นะ


" ฉันแปลกใจนิดหน่อยที่เธอดูรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับฉันมากเลยนะแฮร์รี่ " ผมก็ตอบว่าใช่ และนั้นก็คือคำตอบที่ด้านที่สุดของผมเลยละ แต่แปลกที่โวลเดอมอร์..ดูไม่สงสัยผมเลยสักนิด..


ทอมได้บอกผมว่าจะเรียกเขาว่าทอมก็ได้ หรือโวลเดอมอร์ก็ตามสบาย แต่อย่าเรียกว่ารีดเดิ้ล ผมเข้าใจเขาเลยละ ผมเลยเลือกจะเรียกทอมตอนอยู่ที่ฐาน นอกฐานก็เรียกว่าโวลเดอมอร์แทน ทอมได้ทำการแนะนำผมให้แก่เหล่าสาวกของเขา เมื่อสาวกรู้ว่าแท้จริงแล้ว ผมคือใครพวกนั้นต่างเคารพบูชาไม่ต่างจากจอมมารของพวกเขา ตอนนี้ผมคือจอมมารจูเนียร์ น้องชายสุดห่วงของโวลเดอมอร์ ผมคือเจ้านายคนที่สองของพวกมัน ผมบอกมันให้เรียกผมในนามว่า J หรือไม่ก็..จอมมารจูเนียร์..


เอาละ รอที่จะไปฮอกวอตส์ไม่ไหวแล้วสิ อยากขึ้นปีสองไวๆแล้วละ..


' อยากเล่นอะไรสนุกๆแล้วสิ ' เสียงกระซิบก็ยังคงชี้ทางให้ผมต่อไป..


____________________________________________________

โปรดติดตามตอนต่อไป...


ความคิดเห็น