Akamone_Moka

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

EP 6 : ชั่วอย่างต่ำช้าสร้างภาพอย่างวีรบุรุษ

ชื่อตอน : EP 6 : ชั่วอย่างต่ำช้าสร้างภาพอย่างวีรบุรุษ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 821

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 14 เม.ย. 2560 19:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP 6 : ชั่วอย่างต่ำช้าสร้างภาพอย่างวีรบุรุษ
แบบอักษร

ความเดิมตอนที่แล้ว

*" เปลี่ยนฝ่ายดีมั้ยนะ...หึ...ดูเหมือนเราจะเริ่มมีความคิดเดียวกันเหมือนโวลเดอมอร์..แล้วสิ..*จุดเริ่มต้นของการเป็นดาร์กลอร์ด...ก็น่าสนใจนะ... "

________________________________________________________


EP 6 : ชั่วอย่างต่ำช้าสร้างภาพอย่างวีรบุรุษ


ในที่สุดการแข่งขันควิดดิชก็มาถึง เสียงกึกก้องไปทั่วสนามเสียงแรงเชียร์ดังกระหึ่ม ผมเดินมาอยู่ที่หน้าประตูรอการแข่งขันที่จะเริ่มในไม่ช้า ระหว่างนั้นผมก็ชวนเพื่อนๆในทีมคุยกันแบบสบายชิวๆแบบไม่รีบร้อน ผมยืนถือไม้กวาดนิมบัสรุ่น 2000 นำมาแนบข้างกาย ผมได้มันมาได้ไงนะหรอ ผมได้มาจากศาสตราจารย์มักกอนนากัล เขาตอบแทนให้ผมเรื่องที่ผมเป็นคนปราบเจ้าโทลล์นะ


เสียงสัญญาณเตือนดังให้ปล่อยผู้เล่นลงสนาม ผมขี่ไม้กวาดมาประจำตำแหน่ง ผมมองแดเนียลแวบนึงและส่งยิ้มให้เขา เขาพยักหน้าเป็นการตอบรับ คงสงสัยว่าผมกับแดเนียลแอบวางแผนอะไรกันไว้รึเปล่า ผมขอบอกครับ ผมสามารถส่งโทรจิตได้เพราะพลังแห่งโรเวนนา เท่าที่ผมคำนวนมา ผมคิดว่าผมใช้พลังแห่งโรเวนนาบ่อยสุด 


ผมเลยใช้กลยุทธ์ปรับเปลี่ยนมันนิดหน่อย คือการโอนพลังให้แก่อีกฝ่ายให้มีพลังเหมือนกับผม ตอนนี้แดเนียลมีพลังแห่งโรเวนนา ถึงเขาจะมีพลังเหมือนผม แต่มันก็เป็นแบบก็อบจึงไม่สมบูรณ์เหมือนผม เขาได้แต่โทรจิตและลอยตัวไปมาเท่านั้น เพียงระยะเวลาอันสั้นผมได้บอกถึงแผนการให้แดเนียลผ่านโทรจิต ว่าหลังจากการแข่งควิดดิชสิ้นสุดให้ตามผมมาโดยใช้ร่างของผู้คุมวิญญาณตามมาที่ห้องกระจกนั้นตอนประมาณสี่เกือบห้าทุ่ม ผมคิดว่าในเวลานั้นผมอยากมีคนที่ไว้ใจมาอยู่ข้างผมในตอนนั้น


การแข่งขันควิดดิชเริ่มขึ้นหลังเสียงนกหวีดดังขึ้นโดยมาดามฮูช ทั้งผมและแดเนียลต่างดูผู้เล่นของทั้งสองบ้านที่กำลังดุเด็ดเผ็ดร้อนกับการแข่งขันครั้งนี้ ซึ่งแน่นอนว่าระหว่างที่ดูผมสะดุดกับลูกโกลเด้นสนิชและเตรียมบินไปจับมัน


ดูเหมือนผมจะลืมอะไรไปบางอย่างอีกแล้ว ไม่ทันไรไม้กวาดผมก็ควบคุมไม่ได้ มันพยายามเหวี่ยงผมตก ผมร่วงลงจากไม้กวาดแต่ก็คว้าเอื้อมมือไปจับด้ามไม้กวาดทัน อ่อ..นึกออกละเหตุการณ์นี้ ผมโดนคาถาสาปแช่ง เยี่ยมมาก ศาสตราจารณ์ควีเรลล์ ผมอยากฆ่าคุณจริงๆ ระหว่างที่ผมพยายามจับไม้กวาดไม่ให้ตก ผมก็เหลือบตาไปเห็นเฮอร์ไมโอนี่อยู่ใต้สแตนของเหล่าอาจารย์ เธอกำลังเสกลูกไฟใส่ผ้าคลุมสเนป!!!


เฮอร์ไมโอนี่! เธอเข้าใจผิดแล้ว สเนปพยายามถอนคำสาปให้ฉันศาสตราจารย์ควีเรลล์ต่างหากที่เสกคาถาสาปแช่งฉันนะ ไม่ทันไรเธอก็ทำไปแล้วครับ ผ้าคลุมของสเนปเกิดติดไฟ  ม่ายยยยย  ยอดดวงใจของผมอย่าเป็นไรไปนะ! สเนปรีบดับไฟและผมสังเกตเห็นสเนปเอามือปัดไปดันเจ้าควีเรลล์ให้หงายหลังไปเลย ฮ่าๆ โดนซะบ้าง ผมกลับมาขี่ไม้กวาดและควบคุมมันได้อีกครั้งและรีบบินตามเจ้าลูกโกลเด้นสนิชไป


พลางคิดในใจว่า ถึงคุณจะสงสัยในตัวผม ถึงคุณจะคิดว่าผมไม่ใช่แฮร์รี่ก็ตาม คุณก็ยังคงปกป้องผมสินะ ผมคิดแบบนั้นแล้วหัวใจก็พองโตเห็นโลกเป็นสีชมพูทันที ผมหน้าแดงและหยุดความคิดหันมาสนใจกับเกมต่อโดยไม่รอช้า ผมดิ่งลงตามโกลเด้นสนิชพร้อมกับแดเนียล ซึ่งทั้งผมและเขาไม่มีใครยอมใคร จนบินใกล้เหมือนจะจุ่มหญ้าของสนามก็ไม่มีใครคิดจะหักบินขึ้น ลูกโกลเด้นสนิชหักหลบบินไปตามพื้นสนามหญ้า


ทั้งผมและแดเนียลต่างหักหลบยืนขึ้นบนไม้กวาดทัน และคว้ามือไปข้างหน้าพร้อมกัน เตรียมจับลูกโกลเด้นสนิช เพียงช่วงอีกอึดใจเดียวทั้งผมและเขาไม้กวาดก็กระเด็นออก ทำให้ผมและแดเนียลต่างตกลงพื้นผมรีบยื่นมือไปคว้าเจ้าลูกโกลเด้นสนิชทันที จังหวะเดียวกับแดเนียลเลย จะพร้อมเพรียงกันไปไหนนน และผมกับเขาหน้าก็จุ่มพื้นสนามในที่สุด ผมรีบมาหันไปมองที่มือตัวเองทันที 


สรุปคือ ตอนนี้ผมและเขาประสานจับมือกันอยู่ พอแบมือออก ลูกโกลเด้นสนิชก็อยู่ในมือทั้งผมและเขา อ้าว...สรุปใครชนะ?


" ทีมทั้งสองบ้านต่างจับลูกโกลเด้นสนิชได้พร้อมกัน! บ้านทั้งสองบ้านเสมอกันครับ! "


อ้าววว เอาเถอะยังดีกว่าแพ้แล้วมาเป็นศัตรูกันอีกละนะ เสียงเฮกันทั้งสนามครับ เอาละดูเหมือนผมต้องเริ่มเตรียมการสำหรับคืนนี้แล้วละ ผมนัดกับเจ้าควีเรลล์ไว้ด้วยสิ ผมและแดเนียลต่างเดินมาที่ห้องอาหารกัน พวกเราใช้เวลาไปกับการกินข้าวไม่นานก็ต่างแยกย้ายกันไปที่หอตน ตอนนี้ผมอยู่ห้องของตัวเองแล้ว ผมโทรจิตเรียกแดเนียลให้มาหาผมที่ห้อง


" ไงแดเนียล " ผมส่งยิ้มให้เขา เขาบินมาหาผมและเข้าทางหน้าต่างห้องผม


" ไงแฮร์รี่ " เขาก็ตอบรับยิ้มผมเช่นเดิม


ทั้งผมและเขาก็มานั่งที่เก้าอี้หน้าเตาไฟ ในจังหวะเดียวกันที่ผมกำลังทบทวนแผนให้แดเนียลนั้นเอง ก็มีคนเปิดประตูห้องผมเข้ามาแบบปุบปับ


" แฮร์รี่ ฉันคิดว่าฉันมีเรื่องจะต้องคุยกับนา- " มัลฟอยนั้นเอง


" เห้ย!/เห้ย!/เห้ย! " เสียงประสานของผมและของแดเนียลและมัลฟอย


ผมรีบดึงตัวมัลฟอยเข้ามาในห้องและปิดประตูใช่คาถาปิดเสียงร่ายไปทั่วบริเวณห้องทันทีและไม่ลืมที่จะปิดหน้าต่างและล็อกประตูไว้


" แฮร์รี่! หมายความว่าไงเนี่ย นายพาเจ้าหน้าผีของบ้านกริฟฟินดอร์มาอยู่ในห้องนายเนี่ยนะ?! "


" ฉันมีเหตุผลนะเดรโก " ผมละเหนื่อยใจ เดกโกนายจะมาทำไมตอนนี้เนี่ยยย


ดูเหมือนจะอีกยาวผมเลยใช้วิธีเดียวกับศาสตราจารย์ดับเบิ้ลดอร์ คือการสร้างความทรงจำใหม่ลงไปให้เดรโก 


" นายจะเลิกสงสัยในตัวฉันและแดเนียล นายจะได้รู้ว่าแดเนียลคือน้องชายบุญธรรมของฉัน ที่แดเนียลมาหาฉันที่ห้องเพราะฉันและแดเนียลอยากอยู่คุยด้วยกันตามภาษาพี่น้อง พอนายรู้แบบนั้น นายเลยเก็บความลับให้พวกเราในเรื่องนี้ นายยอมให้แดเนียลเดินร่วมกลุ่มกับเราตามคำขอร้องของฉัน " พอพูดจบผมก็ปล่อยเขาให้เป็นอิสระ 


อย่าสงสัยครับ ปกติผมมักจะเดินไปเป็นกลุ่มกับเดรโกนะ ที่ผมเพิ่มความทรงจำแบบนั้นให้เดรโก เพราะถ้าเกิดผมต้องการอะไร จากแดเนียลจะได้ไม่ต้องเดินตามหาแดเนียลให้เหนื่อยนะครับ แบบนี้น่าจะสะดวกกว่า


" อ..ไง แดเนียล " เดรโกมีท่าทางมึนๆและทักแดเนียลแบบคนรู้จักกัน


ผมใช้เวลาคุยกับเดรโกไม่นาน ที่เขามาเพราะอยากคุยกับผมเรื่องการแข่งขันควิดดิชนั้นละครับ ถามว่าเป็นอะไรไหม และส่งสายตาดูเป็นห่วงให้ผม จากนั้นเขาก็เดินออกไป ผมก็เริ่มคุยเรื่องแผนกับแดเนียลต่อ หลังจากนั้นทั้งผมและเขาก็ต่างแยกกันไปเรียนวิชาของตนจนตกดึกและกลับเข้าหอตน ระหว่างทางเดินกลับหอ


" อ... " วินาทีนั้นละ ที่ผมกลับมาจำทุกๆอย่างได้ ผมจำตอนที่ตัวเองได้กินและสูบวิญญาณยูนิคอร์ตัวนั้น ผมจำเสียงอันโหยหวนของมันได้ขึ้นใจ พอผมกลับมาจำได้ ผมนึกถึงคำพูดของแดเนียล 


'ผมจะทำให้คุณลืมกับสิ่งที่มันพึ่งเกิดไปเมื่อกี้นะฮะ จะได้ดีขึ้น แต่คุณจะจำได้อีกครั้ง หลังจากตะวันลับคอบฟ้าของคืนพรุ้งนี้ผ่านไป'

ถ้าเกิดนายทำให้ฉันลืมไปตลอดกาลก็ดีนะแดเนียล แต่มันก็มีข้อดีไปอีกอย่าง ฉันจะได้คอยเตือนตัวเอง ว่าฉันได้ทำสิ่งที่เลวร้ายลงไปต่อโลกเวทมนต์ที่ฉันต้องการปกป้อง ตอนนี้ฉันไม่กลัวกฎหมายหรืออะไร ฉันจะเดินตามทางของเสียงกระซิบที่คอยบอกทางชี้ให้ฉัน..


ผมเดินออกมาจากห้องนอนตัวเองและเดินไปที่ห้องสมุดของฮอกวอตส์ ผมเดินไปใช้เวลาอ่านหนังสือเกี่ยวกับประโยชน์ของ ศิลาอาถรรพ์ ศาสตร์มืด     ฮอร์ครักซ์ เครื่องรางยมทูต และศาสตร์ต่างๆของเวทย์มนต์ และอ่านเกี่ยวกับการปรุงยาขั้นสูง ผมใช้เวลาในห้องสมุดเต็มๆ 3 ชม. มันคงไม่ใช่เรื่องยากที่ผมจะเรียนรู้ในตำรา เอาจริงๆ ผมจำพวกนี้ได้หมดแล้วละ แค่ทวนความจำนะ


ผมในตอนนั้นถูกยกย่องเป็นพ่อมดผู้เฉลี่ยวฉลาดที่สุดในโลกเวทย์ ทั้งยังถูกตั้งฉายาไปทางดีและไม่ดี อย่างเช่น ผู้ปราบมารแห่งศตวรรษ กับ หนอนบ่อนไส้ของโวลเดอร์มอร์ ผมไม่สนหรอกว่ามันจะเต็มไปด้วยความยินดีจากฝ่ายไหนก็ตามที่พวกเขาคอยยกย่องผม สิ่งที่ผมต้องการคือคนรักและคนอื่นๆที่จากไปในสงคราม ตอนนี้พรที่ผมขอมาทั้งชีวิตมันก็ได้ตอบรับผมให้ย้อนอดีตมาที่แห่งนี้ เพราะแบบนี้ ผมต้องใช้เวลาให้คุ้มค่า


แต่อีกใจนึงของผมถึงปากจะบอกว่าคิดอยากจะปกป้องแต่ก็คิดอยากจะทำลาย 


*' งั้นก็ปลดปล่อยและใช้ให้มันคุ้มค่าสิ๊ '*เสียงกระซิบนี้ ผมได้ยินอีกแล้ว..


จู่ๆก็มีแสงสีขาวพุ่งมาออกมาจากตัวผม แสงพวกนั้นมันลอยแบ่งออกมาและยืนแยกกันอยู่ 4 ตำแหน่ง ปรากฏออกมาเป็นร่างคน จะว่าเป็นคนก็ไม่เชิง ผมมองไปตรงหน้าอย่างตกใจแต่แอบแฝงไปด้วยความตื่นเต้นภายในใจ


' อยากปลดปล่อยและใช้พลังให้คุ่มค่ากับเวลาที่เจ้าย้อนมามั้ย ' เสียงเย็นๆพูดออกมาและมองผมและลอยมาอยู่ข้างหลังผมก่อนแสงในตัวคนๆนั้นที่พูดกับผมอยู่ จะดับลง ปรากฏเป็นร่างดำที่มีวิญญาณที่ร้องโหยหวนวิญญาณตัวเล็กๆที่ลอยไปมารอบตัวเขา

' พวกข้าคือด้านมืดของพลังทั้งสี่ เจ้าคงคิดไม่ถึงสินะ ว่าเราจะมีตัวตน '  อีกคนนั้นพูดเสร็จ ก็ลอยมาอยู่ทางด้านซ้ายข้างๆตัวผม รูปร่างเขาไม่แตกต่างจากคนแรก แต่แตกต่างตรงที่มีเขาและหางเหมือนปีศาจในตำนานของศาสตร์มืด

' ร่างกายของเจ้า จิตวิญญาณของเจ้าคือแหล่งอาหารชั้นเยี่ยมไม่เหมือนคนก่อนๆที่พวกข้าเคยเจอมา ไม่ว่าจะสูบวิญญาณเจ้าหรือกัดกินวิญญาณเจ้า วิญญาณเจ้าก็ยังคงอยู่ไม่มีวันสูญสลายไป ' อีกคนก็ลอยมาอยู่ทางขวาข้างๆตัวผม รูปร่างของเขานั้นเต็มไปด้วยใบมีดและสิ่งที่น่าขยะแขยงเต็มตัวเขาไปหมด ยากที่จะอธิบายว่าร่างนี้ มันเน่าเฟะแค่ไหน

' พวกเราย่อมรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ เมื่อพวกเราให้สิ่งที่เธอต้องการ พลังอำนาจ ที่อาจทำให้เจ้าเดินทางไปสู่เส้นทางใหม่...ศาสตร์มืด...พลังที่จะทำให้เจ้าแข็งแกร่ง ได้ทุกอย่างตามที่ปรารถนานี้คือสิ่งที่เจ้าต้องการใช่หรือไม่... '  เขาลอยมาตรงหน้าผม รูปร่างเขาดูโปร่งใส ดูมืดมน ถึงตัวเขาจะมีเพียงแค่ผ้าคลุมขาดๆคลุมตัวตั้งแต่หัวจรดเท้าเหมือนผู้คุมวิญญาณแต่สิ่งที่ต่างออกไป คือ ผ้าคลุมที่มีผงละอองสีดำออกมาและลอยหมุนไปรอบๆตัวเขาเหมือนพายุทราย

'' พวกคุณพูดแบบนี้ หมายความว่าต้องการมีข้อแลกเปลี่ยนกันใช่มั้ย '' ผมมองหันไปมองพวกเขาทุกคน การพูดและวาจาของเขาก็ออกจะชัดเจนขนาดนั้น ถึงผมจะไม่ค่อยรู้เรื่องที่พวกเขาบอกมาเท่าไร แต่ข้อเสนอของเขาก็ดูไม่เลว


*'*  ไม่ใช่เรา...เจ้าต่างหากที่อยากมีข้อแลกเปลี่ยนกับพวกเรา  ' พูดเสร็จพวกเขาก็บินวนรอบตัวผม

" หมายความว่าไง.." ผมมองพวกเขา พวกเขากำลังหมายถึงอะไรกันแน่ ผมนะหรอที่อยากทำข้อแลกเปลี่ยน ทั้งๆที่ยังไม่รู้ว่าอยากแลก- . . . เดี๋ยวนะ....แลกเปลี่ยนงั้นหรอ...


*' รู้ตัวสักที ว่าเจ้านะควรเดินทางสู่โลกมืดตั้งแต่แรกแล้ว เจ้าอยากปกป้องคนที่รักและคนอื่นๆที่ตายไปเพื่อเจ้า เพื่อสงครามของโลกเวทมนต์...จริงหรือ?..นั้นคือสิ่งที่เจ้าปรารถนาจริงหรือเปล่า.. พวกเรารู้ได้ไงนะหรือ...พวกเราอยู่ในกายเจ้าอยู่ส่วนลึกของจิตใจเจ้า จิตใจของเจ้าส่งผลกระทบต่อพลังที่ลุงๆป้าๆของเจ้าได้มอบมา ทำให้เกิดวิญญาณ 4 ตนภายในตัวเจ้า เราคือเศษเสี้ยววิญญาณด้านมืดของเจ้า สิ่งที่เจ้ารู้ว่ายิ่งใช้พลังของทั้งสี่มากเท่าไรมันจะครอบงำเจ้านะหรือ...*'

' ผิดแล้ว มันจะยิ่งเพิ่ม**ศักยภาพในตัวเจ้า มันจะยิ่งทำให้เจ้าแข็งแกร่ง สิ่งที่ยัยแก่เฮลก้านั้นบอกเจ้า นางต้องการขวางเส้นทางของเจ้า พลังที่พวกนั้นให้มาแก่เจ้า มันไม่มีอะไรเลยมันก็แค่พลังที่ทำประโยชน์ให้เจ้าได้แค่เล็กน้อย พวกเรามีชีวิตได้ไงนะหรือ ก็เพราะเจ้าสร้างพวกเราขึ้นมาไงละ...สร้างมาเพื่อเป็นตัวแทนของพลังด้านมืดของเจ้า สร้างมาเพื่อเป็นตัวแทนของพลังทั้งสี่'

" ไม่จริง! ผมไม่เคยสร้างพวกคุณสักหน่อย พวกคุณอย่ามาหลอกผมนะ ที่คุณจะบอกผมสรุปคือ พลังของท่านทั้งสี่ที่ให้แก่ผม มันก็แค่ประโยชน์ส่วนเล็กงั้นหรอ ตัวผมเองส่วนลึกของจิตใจด้านมืดของผมได้รวมกับพลังทั้งสี่ และสร้างพวกคุณให้มาเป็นตัวแทนของพลังในตัวผมงั้นหรอ แล้วที่คุณบอกว่าสร้างเพื่อเป็นตัวแทนของพลังทั้งสี่ของด้านมืด หมายความว่ายังไงกัน! " ผมเริ่มสับสนผมเริ่มไม่เข้าใจ พวกเขาต้องการสื่ออะไรกันแน่


' เด็กผู้โง่เขลา! ทำไมเจ้าเข้าใจอะไรยากเช่นนี้ เจ้าต่างหากเป็นคนสร้างพวกเรามาแท้ๆ พลังทั้งสี่ที่พวกนั้นให้แก่เจ้า บัดนี้มันคือพลังของเจ้าแล้ว เจ้าเป็นคนดัดแปลงมันเองเจ้าไม่รู้ตัวหรือกระไร! เจ้าดัดแปลงพลังทั้งสี่ให้มารวมกันเป็นหนึ่งนั้นคือพลังแห่งศาสตร์มืดในตัวเจ้าในตอนนี้ เจ้าได้สร้างพวกเราทั้งสี่ตนเป็นตัวแทนของพลังทั้งสี่ของด้านมืด เจ้า...ได้แบ่งเศษเสี้ยววิญญาณของเจ้า...หรือเรียกอีกอย่างว่า.. '

" ฮอร์ครักซ์.. " ผมตอบตอนที่เขาเว้นจังหวะให้...


พระเจ้า...เป็นไปไม่ได้ ผมสร้างฮอร์ครักซ์งั้นหรอ ได้ไงกัน เพราะอะไร  ผมมีพลังแห่งศาสตร์มืดงั้นหรอ..ไม่ใช่..ไม่ได้เกี่ยวกัน..ผม.. ไม่เชื่อก็ไม่ได้แล้ว ดูจากน้ำเสียงของคนตรงหน้า ก็รู้ว่าเป็นความจริงแค่ไหน ไม่มีวันโกหกแน่ๆ แต่ผมจะสร้างฮอร์ครักซ์ได้ยังไง ผมยังไม่ได้ฆ่าใคร- .....ผม...ไม่จริงใช่มั้ย..การที่ผมได้ฆ่าเจ้ายูนิคอร์นตัวนั้น.. อาจเป็นสาเหตุที่มันยิ่งกระตุ้นด้านดิบ ด้านมืดของผมให้ตื่นขึ้นมา เลยทำให้สร้างฮอร์ครักซ์และสร้างเจ้าสี่วิญญาณพวกนี้ขึ้นมา


งั้นแสดงว่าสี่วิญญาณทั้งสี่นี้ เราอาจสร้างมาเพื่อเป็นพลังแห่งทั้งสี่ของด้านมืด เรียกอีกอย่างว่าฮอร์ครักซ์ชิ้นแรกของเรา.. งั้น.. พวกมันคงมีพลังความสามารถด้านต่างๆสินะ พลังศาสตร์มืดแห่งฮัฟเฟิล...พลังศาสตร์มืดแห่งโรเวนนา...พลังศาสตร์มืดแห่งกริฟฟิน...และ...พลังศาสตร์มืดแห่งสลิธี.. ดูเหมือนผม..จะกู้ไม่กลับซะแล้ว...เอาเถอะ ก็เราเป็นคนเลือกเองหนิว่าจะเดินทางนี้


" งั้น..ฉันขอทำข้อแลกเปลี่ยนกับพวกแก " ผมพูดออกมาที่ฟังดูเยือกเย็นที่สุด  ตัวเองฟังแล้วยังขนลุกเลย ดูเหมือนพวกมันจะชะงักกันเล็กน้อยแต่ก็เก็บอาการไว้


" ได้สิ..เจ้านาย... " พวกมันลอยมาอยู่ตรงหน้าผมเรียงกันและโค้งคำนับผม

" จงเป็นทาสของฉัน ทาสที่ซื่อสัตย์ ไม่มีวันโกหกทรยศ เคารพเจ้านาย เชื่อฟังเพียงแค่ฉันผู้เดียว จงเป็นทาสที่จะรับใช้ฉันจนกว่าโลกนี้จะสูญสลาย..และ..จงเป็นหูเป็นตาให้ฉัน..และ..คอยเป็นเสียงกระซิบ..บอกทางสว่างให้ฉันที.. " ไหนๆก็กู้ไม่กลับแล้ว ผมก็ขอชั่วสักทีเถอะ บอกตามตรงวินาทีนี้ผมอยากเปลี่ยนฝ่ายไปอยู่กับโวเดอมอร์จริงๆแล้ว..


ถ้าเกิดผมจะทำตัวเป็นวีรบุรุษเหมือนโลกก่อนละก็ คงต้องมีแต่โดนจับไปคุกที่กักกันอย่างหนาแน่นที่สุดของคุกอัซคาบัน เพราะตอนนี้ผมได้สร้างฮอร์ครักซ์โดยไม่รู้ตัว ร่างกายและจิตใจของผมก็เปลี่ยนไปเดินตามทางของเสียงกระซิบ คงไม่ต่างจากดาร์กลอร์ดเป็นแน่ ตอนนี้สิ่งที่ควรระวังคือพวกภาคี และคนอื่นๆที่คิดจะต่อต้านศาสตร์มืด ตอนนี้ทุกๆคนคือศัตรูของผม 


" ได้สิ..เจ้านาย...เราจะรับใช้และเป็นทาสผู้ซื่อสัตย์ต่อท่าน...และจะคอยกระซิบ..นำทางท่านไปสู่ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่.." พอพวกมันพูดเสร็จ พวกมันก็มีแสงสีดำออกมาจากตัว ร่างกายพวกมันเปลี่ยนไปกลายเป็นเหมือนเครื่องรางรูปหัวกระโหลก แต่ละชิ้นแตกต่างกัน

เครื่องรางหัวกระโหลกทั้งสี่ชิ้นลอยมาอยู่แถวๆเอวด้านซ้ายของผมและปรากฏโซ่จากไหนไม่รู้มารัดรอบเอวผม พวกมันก็ลอยไปติดห้อยกับโซ่เรียงๆกัน คล้ายๆกับโซ่ของลุค ในเดธโน๊ตนั้นละ สรุปคือพวกมันจะติดตามผมแบบนี้โดยการแปลงเป็นเครื่องรางและมาคอยรัดเอวผมอย่างเงี่ยเนี่ยนะ เอาเถอะ ช่างมัน ผมมองนาฬิกาอีกที ก็ได้เวลาที่จะไปหาเจ้าควีเรลล์นั้นแล้ว ผมเดินออกมาจากห้องสมุดและต้องตกใจที่เห็นรอนและเฮอร์ไมโอนี่ยืนอยู่หน้าประตู


พวกเขาอธิบายว่า เฮอร์ไมโอนี่กำลังอ่านหนังสือที่ริมหน้าต่างของหอกริฟฟินดอร์ เธอเห็นแสงออกมาจากห้องสมุดเลยเดินมาเจอรอนออกมาจากห้องเหมือนกัน รอนก็บอกว่าพอดีหลับตกเตียงและบังเอิญเห็นแสงเช่นกัน พวกเขาเลยเดินมาดู  พวกเขาถามผมว่าเกิดอะไรขึ้น ผมก็ตอบไปว่าลองใช้เวทมนต์ตามตำรา คุยไปคุยมาสรุปก็ไม่พ้นสินะที่ผมและพวกเขาต้องลงมาห้องกระจกด้วยกัน เหตุการณ์ของการทดสอบหมากรุกพ่อมดก็ยังเป็นเช่นเดิม รอนเกิดการบาดเจ็บ หลังจากผ่านบททดสอบ ทำให้เฮอร์ไมโอนี่ต้องพาตัวรอนไปห้องพยาบาล รู้ละว่าทำไมตอนนั้นเหล่าอาจารย์ถึงมาถูกที่ในตอนนั้น


ตอนนี้ผมอยู่ในห้องกระจกกับเจ้าควีเรลล์เป็นที่เรียบร้อย ผมเดินไปหามันอย่างไม่เกรงกลัวและยืนมองกระจกกับมัน มันมีท่าทีแปลกใจและทำหน้าสงสัยตลอดเวลา แต่สิ่งที่ผมกำลังรออยู่นั้นคือ..แดเนียล..เขาอยู่ไหนกัน..ทำไมยังไม่มา..


" ระหว่างฆ่าฉัน กับ ร่างใหม่ แกอยากได้อะไร " ผมเป็นคนเปิดบทสนทนา เจ้าควีเรลล์ทำหน้างุนงงแต่คำตอบสำหรับมันคงเป็นฆ่า แต่อีกคนนะสิ จะว่ายังไง...


*" ให้ข้าคุยกับเด็กนั้น เดี๋ยวนี้!!! "* เสียงอันสงอำนาจดังกึกก้องไปทั่วบริเวณนั้น เจ้าควีเรลล์สะดุ้งและยอมเปิดผ้าที่หมกหัวอยู่ให้เจ้านายที่สิงในตัวมัน มันยังคงสงสัยและงงมากๆในตอนนี้แน่ๆ มันเปิดเสร็จก็หันหลังให้หน้าโวเดอมอร์มามองผม


" ร่างใหม่คงอยากได้กว่าสินะ " ผมพูดและหยิบหินศิลาออกมาจากกระเป้ากางเกง โวเดอมอร์เห็นแล้วก็ตกใจเล็กน้อยแต่ก็ยังไม่ไว้ใจคนตรงหน้า


" ผมมีข้อเสนอมาให้ ผมจะใช้เจ้าหินศิลานี้ขัดเอาพลังประสิทธิภาพของมันออกมา เพื่อสร้างร่างตอนคุณยังเป็นหนุ่มๆให้คุณเลย...โวลเดอมอร์...แลกกับการให้ผมเป็นดาร์กลอร์ดแบบคุณ รับผมเป็น...น้องชายคนนึง..ได้มั้ยย? " ผมพูดออกมาเสียงดูเจ้าเล่ห์เล็กน้อยแต่น้ำเสียงก็ดูจริงจังในเวลาเดียวกัน ว่าที่พูดมาทำจริงแน่ๆ


*" แล้วเจ้าทำแบบนี้เพื่ออะไรกัน..ไม่ใช่ว่าเจ้ามาโลกเวทมนต์เพื่อกำจัดข้าตามคำทำนายหรอกหรือ..แล้วทำไมเจ้าในตอนนี้.. "* เสียงเย็นๆชวนขนลุกของมันยังพูดแบบไม่ไว้ใจผมอยู่ดีแต่ช่วงหลังๆผมก็เริ่มไม่ได้ยินหลังจากที่เขาพูดหรือเนี่ยละ


" หึ..คำทำนายพวกนั้น ท่านเชื่อสนิทใจอย่างงั้นหรอ " สายตาของเขาบ่งบอกว่าไว่แน่นอน ผมเลยใช้ไม้กายสิทธิ์ไปแตะที่ขมับผมและดึงความทรงจำของผมออกมา และโบกไปให้โวเดอมอร์ดู ผมดึงความทรงจำตอนฆ่าเจ้ายูนิคอร์น และทำร้ายดับเบิ้ลดอร์ และเส้นทางที่ผมเลือกว่าจะเดินไปทางศาสตร์มืดเช่นเดียวกับโวเดอมอร์


พอโวลเดอมอร์ดูเสร็จก็ยิ้มอย่างร้ายกาจ ตอนนี้เขาคงไว้ใจผมเป็นที่เรียบร้อย และดูถูกใจผมน่าดู การยิ้มแบบนั้นคงยอมรับข้อตกลงสินะ ส่วนเจ้าควีเรลล์ก็ยังคง งงต่อไป ผมทำการใช้มือทะลวงเข้าไปที่ท้องเจ้าควีเรลล์จนมันตายคาที่ ผมดึงวิญญาณของโวลเดอมอร์ออกมาทันก่อนที่จะตายตามควีเรลล์ ผมเอาหินศิลาออกมาและเริ่มทำการดึงพลังของมันออกมาเพื่อสร้างร่างให้โวลเดอมอร์ และจับวิญญาณโวลเดอมอร์เข้าไปในร่างนั้นอย่างไม่รีรอ ผมเดินหันหลังไปดูร่างของควีเรลล์ที่นอนแน่นิ่ง ผมทำการเสกลูกไฟเผาร่างเขาจนเป็นผงธุลี


" แฮร์รี่..พอตเตอร์...พ่อมดจอมเจ้าเล่ห์ และเฉลี่ยวฉลาด ฉันถูกใจในตัวนายจริงๆ ฉันจะรับข้อเสนอของนาย จะว่าไปฮอร์ครักซ์ของนายก็น่าสนใจนะ..และ.. " ร่างทอมนั้นเหล่มองเครื่องรางของผม ก็นะเขาออกจะเฉลี่ยวฉลาดด้านศาสตร์มืด คงจับไอพลังของเครื่องรางผมได้ จากนั้นเขาก็ลอยออกไปทางหน้าต่าง(มีด้วยหรอ!)และลอยหายไปจากบริเวณนั้น


ผมยิ้มออกมาออย่างร้ายกาจและทำการจัดฉากเหมือนตอนโลกก่อน ผมแกล้งสลบอยู่ที่พื้นและไม่ลืมที่จะเสกให้เครื่องรางของผมนั้นล่องหนหายไป และเสกไม่ให้ใครสามารถจับเครื่องรางได้นอกจากผม จากนั้นผมก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเป็นจำนวนมากวิ่งมาแต่ไกล คงเป็นเหล่าอาจารย์สินะ...


ผมรู้สึกได้ว่าใครเป็นคนอุ้มผมอยู่ตอนนี้ ศาสตราจารย์สเนป.. ผมรีบควานหาไออุ่นจากตัวเขา หน้าผมในตอนนี้ซุกอกเขา ผมแอบหรี่ตามองนิดๆ 


รู้ตัวอีกทีผมก็หลับและตื่นที่ห้องพยาบาลในวันรุ่งขึ้น ข่าวเรื่อง แฮร์รี่ พอตเตอร์ได้ทำการต่อสู้กับศาสตราจารย์ควีเรลล์ผู้เสพความตาย เรื่องศิลาอาถรรพ์ และต่อสู้กับโวลเดอร์มอร์ในห้องกระจก ได้ดังกระฉ่อนไปทั่วโรงเรียน นั้นยิ่งทำให้ผมยิ่งดังมากขึ้นไม่ต่างจากโลกก่อน หลังจากผมพักฟื้นขยับตัวอะไรได้ดีแล้ว ผมก็ถามดับเบิ้ลดอร์เรื่องศิลาและทุกๆอย่าง ถึงดับเบิ้ลดอร์จะบอกว่าทำลายศิลานั้นไปแล้ว


 แต่ผมอยากจะหัวเราะออกมาดังๆและบอกเขาจริงๆ ว่าผมทำอะไรกับศิลานั้น ผมเดินออกมาจากห้องพยาบาลและเดินไปห้องอาหารของฮอกวอตส์ เสียงซุบซิบดังขึ้นเกี่ยวกับเรื่องของผม ทั้งด้านดีและไม่ดี ผมเดินมานั่งที่โต๊ะสลิธีรินของตน เดกโกและพักพวกต่างมาถามและห่วงผม ผมได้รับรอยยิ้มของรอนและเฮอร์ไมโอนี่ที่ส่งมา ผมตอบรับยิ้มนั้นอย่างมีความสุข ผมไม่อาจนึกภาพได้ ว่าเพื่อนๆและคนอื่นๆจะมองผมว่ายังไง ถ้ารู้ความลับของผม.. 


ผมเห็นแดเนียลเดินเข้ามาและนั่งโต๊ะของเขาและได้ถอดหน้ากากออกสร้างความตกใจและตะลึงของทุกบ้านที่เห็น หน้าตาแดเนียลดูแมนสมชายต่างจากผมที่หน้าตาออกไปทางสตรี ดูเหมือนแดเนียลจะใช้ใบหน้าที่แท้จริงของตน และใบหน้านั้นก็ไม่ใช่เด็ก แต่เป็นวัยรุ่น คงอยากมีชีวิตตามกาลเวลาสินะ เวลาผ่านไป ศาสตราจารย์ดับเบิ้ลดอร์ได้ปล่าวประกาสถึงรางวัลบ้านดีเด่นแต่สิ่งที่คาดไม่ถึงก็คือ ธงบ้านดีเด่นที่ติดอยู่บนเพดานได้ออกมาเป็นสีของสองบ้าน นั้นคือ กริฟฟินดอร์ และ สลิธีริน ทุกคนต่างตกใจและตะลึงอีกรอบ ฮ่าๆจะมีอะไรให้ตกใจอีกมั้ยนะ..


__________________________________

โปรดติดตามตอนต่อไป...


ความคิดเห็น