Akamone_Moka

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

EP 5 : จุดเริ่มต้นของการเป็นดาร์กลอร์ด

ชื่อตอน : EP 5 : จุดเริ่มต้นของการเป็นดาร์กลอร์ด

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 14 เม.ย. 2560 19:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP 5 : จุดเริ่มต้นของการเป็นดาร์กลอร์ด
แบบอักษร

ความเดิมตอนที่แล้ว

ผมกำลังเปลี่ยนไป...มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่..

________________________________________________________


EP 5 :  จุดเริ่มต้นของการเป็นดาร์กลอร์ด


ผมตื่นขึ้นมาและมองเพดานอย่างว่างเปล่า ผมลุกขึ้นมาและมองนาฬิกาตรงหัวเตียง ตีสี่แล้วสินะ ผมลุกขึ้นและเปลี่ยนชุดทันทีและใช้พลังจิต  พลังแห่งกริฟฟิน  และ  พลังแห่งฮัฟเฟิล สามพลังรวดในการ บิน มองไกล และการสื่อสารทางภาษา เพื่อบินเข้าไปในป่าต้องห้ามอีกครั้งเพื่อตามหาแดเนียล ระหว่างที่ผมบินตามหาเขา และเริ่มคิดสงสัย ว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นกันแน่ และคำเตือนสุดท้ายของลุงๆป้าๆของผมคืออะไรกันแน่


คำเตือนสุดท้ายของท่านทั้งสี่ ผมฟังไม่รู้เรื่องเลย พวกเขาเตือนผมเรื่องอะไรกัน ผมบินมาเรื่อยๆจนเจอแดเนียลที่กำลังคุยกับเพื่อนๆเขาอยู่และร่อนลงไปคุยกับเขาเรื่องการแข่งขันควิดดิช ผมเสกชุดและหน้ากากให้แดเนียลใส่ ดูเหมือนเขาจะสามารถลอกเลียนแบบการกระทำตัวผมได้ ตอนนี้ผมมองเขาเหมือนมองตัวเองเลย ผมพึ่งรู้ว่าผู้เสพความตายสามารถทำแบบนี้ได้ เขาช่างเก็บทุกรายละเอียดในตัวผมจริงๆ ตอนนี้แดเนียลได้ใส่ชุดกีฬาของฝ่ายกริฟฟินพร้อมกับหน้ากากเรียบร้อย


เอาละที่เหลือก็หาวิธีให้แดเนียลเข้าเขตแดนฮอกวอตส์ได้โดยไม่ทำให้เวทย์เขตแดนที่พวกเขาสร้างกันพวกผู้คุมวิญญาณเกิดเสียงเตือนขึ้น จะทำไงดีนะ คิดสิแฮร์รี่ คิดสิ อืมมม ผมเลิกคิดและพาแดเนียลบินมาที่เขตนอกของฮอกวอตส์ ผมกำลังใช้ความคิดว่าจะพาเข้าไปยังไงดี ระหว่างที่ผมคิด ไอเดียก็เกิดขึ้น!!!!


" เมื่อท่านทั้งสี่เป็นคนสร้างโรงเรียนนี้ ถ้าเราลองใช้พลังของทั้งสี่ท่านละ มันก็ต้องทำได้สิ! ประตูกันภัยย่อมมีทางเข้าและทางออก!! "


ผมไม่รอช้าเมื่อผมคิดแบบนั้นก็ใช้พลัง F4 เลย พลังแห่งฮัฟเฟิล พลังแห่งกริฟฟิน พลังแห่งโรเวนนา และ พลังแห่งสลิธี ผมแบมือและโบกไปมาก็เกิดแสงละอองออกจากมือผม ละอองสีทองดำ สีแดงส้ม สีน้ำเงินฟ้า และสีเขียวเข้มปนเทา ออกมาจากฝ่ามือผมและลอยไปสัมผัสที่วงเวทย์ของเขตแดน มันเกิดประตูขึ้นมา รูปทรงของมันเหมือนทางเข้าของปราสาทฮอกวอตส์แต่เล็กกว่า ผมลองเปิดประตูและพาแดเนียลเข้ามา ประตูนั้นก็ปิดและหายไป


" ได้ผลจริงๆด้วย! " ผมดีใจและรีบดึงแดเนียลมาที่ห้องอาหารทันที


เวลาผ่านมาจนถึง 6-7 โมงแล้ว ถึงเวลาที่ต้องไปห้องอาหาร ระหว่างที่ผมคุยกับแดเนียลผมคุยทบทวนถึงกฏและการแข่งของควิดดิชให้แดเนียลฟังอีกครั้ง โดยไม่ได้สนใจสายตาของคนรอบข้างที่ผมเดินผ่านเลย คนที่เห็นก็ต่างสนใจและตะลึงไปบ้างและมีเสียงซุบซิบตลอดทางแต่ผมก็ไม่ได้สนใจและยังคุยกับแดเนียลต่อไปตามภาษาเพื่อนรักเพื่อนสนิทกัน


' นี่ๆ ดูสิ นั้นแฮร์รี่เด็กสลิธีรินกับซีกเกอร์ลึกลับของบ้านกริฟฟินดอร์หนิ '

' พวกเขาอยู่ด้วยกันได้ไงนะ '

' ดูที่พวกเขาคุยกันสิ คุยอย่างสนิทสนมกันมากๆเลย '

' ได้ยินมาว่าบ้านกริฟฟินดอร์กับสลิธีรินไม่ถูกกันหนิ '

ผมและแดเนียลเดินจนมาถึงห้องอาหาร และแยกย้ายไปนั่งที่โต๊ะของตน ผมโบกมือให้แดเนียลและแดเนียลก็โบกมือตอบ สร้างความแปลกประหลาดใจแก่คนในห้องอาหารเป็นอย่างมาก ผมสังเกตว่าถึงคนในบ้านกริฟฟินดอร์จะพากันมาทักทายหรือถามอะไรแดเนียล เขาก็ไม่ตอบอะไรและนั่งเงียบอยู่อย่างงั้น


" ไง แฮร์รี่ นายทำให้พวกเราประหลาดใจชะมัดเลย นายไปอยู่กับไอหน้ากากผีนั้นได้ไงนะ " มัยฟอยและพวกของเขาก็ต่างมานั่งข้างๆผมและถามคำถามผมทันที เกือบตั้งหลักไม่ทันแล้วไงละ


" ฉันแค่เจอเขาโดยบังเอิญนะ และอีกอย่างนะนายเลิกดูถูกคนบ้านกริฟฟินดอร์ได้แล้ว พวกเขาก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรหรอก "


" ดูนายเห็นใจพวกกริฟฟินดอร์จังนะ " มัยฟอยมองผมแบบสงสัยและน้ำเสียงดูงอลนิดๆ หืมม


" เอ่ออ...ก็..นายลองคิดดูสิ มันสำคัญหรอที่เราอยู่ต่างบ้านกันนะ เราก็เป็นเพื่อนกันได้นะ "


" เหอะ.. " มัลฟอยยังคงเก็กวางม่านลูกคุณหนูตามสไตล์ของเขาต่อไป ขอชกสักทีจะตั้งใจเรียนเลย - -


ผมเริ่มกินอาหารและอยู่ๆก็รู้สึกเสียวสันหลัง ผมรู้สึกถึงสายตาสองคู่คอยจับจ้องผมอยู่ ผมมองไปตามสัญชาตญาณของผม คนที่กำลังจ้องผมคือ ศาสตราจารย์ดับเบิ้ลดอร์ กับ ศาสตราจารย์สเนป ผมไม่ค่อยแปลกใจหรอกถ้าสเนปจะมองผมบ่อยๆ แต่นี่คงต้องแปลกใจที่ศาสตราจารย์ดับเบิ้ลดอร์มองผมอยู่ด้วยสายตาแววสงสัย


แย่แล้วสิ ลืมไปเลยว่าศาสตราจารย์ให้ผมเป็นซีกเกอร์ทั้งสองบ้านไม่แปลกที่เขาจะสงสัยผม อย่างน้อยผมก็มีข้ออ้างละกัน ว่าใช้พลังแห่งโรเวนนาสร้างอีกร่างมาในการแข่งขันควิดดิช หรือไม่ก็บอกเลยว่าหาเพื่อนมาเป็นตัวแทนได้ โอเคแฮร์รี่นายมีข้ออ้างที่น่าเชื่อถือแล้ว ต่อไปก็ศาสตราจารย์สเนป ตอนแรกผมไม่แปลกใจที่เขามองผม แต่ครั้งนี้เขามองผมไม่วางตา เสียงเปิดประตูจากของห้องอาหารปรากฏร่างของศาสตราจารย์มักกอนนากัลที่เดินมาทางผม


" คุณพอตเตอร์ หลังจากทานอาหารเสร็จช่วยไปพบครูใหญ่ที่ห้องด้วยเป็นการส่วนตัว ''


พูดเสร็จเธอก็เดินไปที่โต๊ะอาหารฝ่ายอาจารย์ทันที ดูเหมือนจะมีปัญหาเกิดขึ้นสินะ คงไม่ได้รู้แล้วหรอกใช่มั้ยที่ผมพาแดเนียลผู้คุมวิญญาณเข้ามาในเขต ฮอกวอตส์นะ คงไม่ร้ายแรงเท่าพาพวกผู้เสพความตายเข้ามาหรอกใช่มั้ย???หลังจากผมทานข้าวเสร็จผมก็เดินมาที่ห้องครูใหญ่ทันที ก่อนที่ผมจะเคาะประตู ผมได้ยินเสียงเล็ดลอดออกมานั้นคือเสียง ศาสตราจารย์ดับเบิ้ลดอร์และเสียงของศาสตราจารย์สเนป ผมนี่รีบเอาหูแนบฟังเลย


" ศาสตราจารย์ คุณไม่สงสัยบ้างหรอ นี้มันน้ำยาระดับสูงเฉพาะคนที่เป็นตำนานคนๆนั้นเท่านั้นที่ทำได้ เด็กปีหนึ่ง อย่างคุณพอตเตอร์ จะทำได้ขนาดนี้เลยหรือ! " 


" ศาสตราจารย์สเนป คุณอย่าคิดมากสิ คุณควรดีใจมากกว่านะ ที่คุณพอตเตอร์ทำน้ำยานี้ให้คุณ คุณพอตเตอร์อาจเป็นเด็กปีหนึ่งในศตวรรษก็ได้ที่ทำน้ำยานี้ได้เป็นคนแรก ผมก็สงสัยเช่นกันว่าเขาทำให้คุณทำไม และคุณรู้ได้ไงว่าเป็นคุณพอตเตอร์ อาจมีเหตุผลบางอย่าง.. " ฟังจากน้ำเสียงของศาสตาจารย์ดับเบิ้ลดอร์คงสงสัยว่าทำไมผมถึงทำน้ำยาให้สเนป นั้นเลยเป็นข้อสงสัยว่าสเนปไปทำอะไรมากันแน่


" นั้นไม่ใช่ประเด็นศาสตราจารย์ดับเบิ้ลดอร์ ประเด็นคือ ผมเห็นพอตเตอร์ทางหอสลิธีรินตรงหน้าต่างห้องเขา ตอนนั้นผมทำงานอยู่เลยหันมามองทางหน้าต่างของห้องทำงานผม ผมเห็นเขาปีนและยืนบนขอบหน้าต่างก่อนจะกระโดดลงและบินขึ้นฟ้าไป ผมว่าเรื่องนี้ควรตรวจสอบให้ละเอียดโดยไว ดีกว่ารอให้ภัยเข้ามาในปราสาท "


" ศาสตราจารย์สเนป สิ่งที่คุณพูด คุณหมายความว่าเด็กคนนั้นอาจไม่ใช่คุณพอตเตอร์ใช่หรือไม่ "


" นั้นคือส่วนนึงที่ผมคิดอยู่ ศาสตราจารณ์ดับเบิ้ลดอร์ ผมอยากให้คุณรับไปพิจารณา "


ผมได้ยินเสียงฝีเท้าเดินมาทางประตู ผมรีบตั้งท่าเหมือนคนกำลังเตรียมเคาะประตูทันที จากนั้นศาสตราจารณ์สเนปก็เปิดประตูและมองผมแบบแปลกใจ ผมก็แกล้งทำท่าแบบแปลกใจเช่นกัน จากนั้นทั้งผมและเขาก็สวนทางกัน ตอนนี้ผมเดินเข้ามาอยู่ในห้องครูใหญ่เรียบร้อย เขามองผมด้วยสายตาเป็นห่วงแฝงไปด้วยความอบอุ่นแต่มีหรือที่ผมจะไม่ทันเห็นสายตาที่กำลังสงสัยของเขา


ผมแปลกใจกับตัวเองที่อยู่ๆตัวเองก็คิดแบบนี้ ศาสตราจารณ์ดับเบิ้ลดอร์ไม่น่าไว้ใจอีกต่อไปเหมือนกับมีเสียงอีกเสียงนึงพยายามบอกผมว่าให้..ฆ่าเขา..


" คุณพอตเตอร์ฉันรู้นะว่าเธอแอบฟังฉันและศาสตราจารย์สเนปสนทนากันนะ "


" ผมขอโทษที่เสียมารยาทครับศาสตราจารย์ " ผมก้มหน้าสำนึกผิด


" ไม่เป็นไรคุณพอตเตอร์ ฉันเรียกเธอมาไม่ได้คิดจะมาดุด่าว่าเธอหรอกนะ ฉันอยากถามอะไรหน่อย "


" ครับ? ศาสตราจารย์ "


" เธอหายไปไหนกันคุณพอตเตอร์ คุณก็รู้ว่ายามเวลานั้น ไม่ควรออกนอกเขตโรงเรียน ฉันรู้ว่าพลังที่เธอได้มานั้นไม่เป็นผลร้ายต่อเธอแต่..ตอนนี้เธอรู้สึกแปลกๆอะไรหรือเปล่า "


" ... " ผมเงียบ ไหนว่าป้าเฮลก้าบอกทุกอย่างไปแล้วไงละ แบบนี้หมายความว่าไงกัน คำถามที่ถามว่ารู้สึกแปลกๆหรือเปล่านะหรอ? หมายความว่าไงกัน?? นี้ผมพลาดไปตรงจุดที่ควรรู้จริงๆใช่มั้ย


 ศาสตราจารณ์ดับเบิ้ลดอร์ไม่น่าไว้ใจอีกต่อไปเสียงในหัวผมยังคงสั่งการและกระซิบข้างๆหูผม  ผมก็ยังแปลกใจว่าทำไมความคิดผมถึงกลายมาเป็นแบบนี้ ถึงผมจะไว้ใจและรู้นิสัยของศาสตราจารย์ดับเบิ้ลดอร์ แต่ตอนนี้ทุกๆอย่างกลับตรงกันข้ามกันหมดแล้ว ผมกลับไปเชื่อเสียงกระซิบนั้นแทนโดยไม่รู้ตัวและคล้อยตามอย่างหลงลืม ศาสตราจารย์ไม่น่าไว้ใจอีกต่อไป ศาสตราจารย์กำลังคิดอะไรอยู่ แล้วบทสนทนาที่เขาคุยกับป้าเฮลก้า ดูเหมือนเขาจะไม่บอกรายละเอียดให้นายรู้มากกว่านี้ เขาจงใจปิดบังนายต่อภัยที่เริ่มเข้าใกล้ตัวนาย..

รู้ตัวอีกทีผมก็ยื่นมือทั้งสองข้างไปจับที่ขมับของศาสตราจารย์ดับเบิ้ลดอร์ทั้งสองข้างด้วยความเร็วจนเขาไม่ทันตั้งตัว สิ่งที่ผมทำตอนนี้ผมทำไปโดยคำสั่งของเสียงกระซิบภายในหัวผม ผมแค่ทำตามคำสั่งจากจิตใต้สำนึกส่วนลึกของผม สิ่งที่ผมคิดตอนนี้ก็คือ ต้องรู้สิ่งที่ป้าเฮลก้าได้บอกกับดับเบิ้ลดอร์ว่าพูดเรื่องอะไรไปบ้าง


" แฮร์รี่! เธอต้องมีสตินะ อย่าให้มัน- "


ผมกดเข้าไปแรงขึ้นที่ขมับเขาด้วยนิ้วโป้งทั้งสองข้าง เขาก็ชักและตาขาวจากนั้นผมก็เห็นภาพความทรงจำต่างๆของดับเบิ้ลดอร์ ตอนกำเนิด เวทมนต์ เพื่อนของเขาอีกสี่คนที่เขาได้รู้จัก จุดกำเนินของโรงเรียนฮอกวอตส์ ตอนเจอโวลเดอมอร์ครั้งแรก และสงครามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกเวทมนต์ที่เกิดขึ้น ตอนพาผมที่ยังเป็นทารกมาอยู่บ้านเดอร์สลีย์ และมาปัจจุบันของเขา ผมบีบแรงขึ้น เพราะดับเบิ้ลดอร์พยายามต่อต้านผม


และผมก็ได้เห็นความทรงจำ เห็นบทสนทนาของป้าเฮลก้าและดับเบิ้ลดอร์ในที่สุด


เข้าสู่ความทรงจำดับเบิ้ลดอร์

พรึ่บ!

ระหว่างที่ดับเบิลดอร์กำลังเข้มงวดกับงานตรงหน้าที่โต๊ะทำงานของเขาแสงสีนีออนสีทองเปร่งประกายจู่ๆก็ปรากฏตรงหน้าโต๊ะทำงานของ**ดับเบิลดอร์

"เฮลก้า ฮัฟเฟิลพัฟ... "ดับเบิลดอร์ตกใจเล็กน้อยพอจ้องเพ่งปรับสายตาให้มองชัดขึ้นเมื่อพบว่านั้นคือเฮลก้า ฮัฟเฟิลพัฟที่ได้จากโลกนี้ไปแล้ว

" อย่าตกใจ ฉันมาที่นี้เพราะอยากเตรียมการล่วงหน้าให้หลานชายฉันมาที่นี้ได้อย่างสงบ และไม่วุ่นวาย "

" หลานชายหรือ? "

ไม่ใช่ นี้ไม่ใช่สิ่งที่เราอยากรู้ ผมใช้พลังให้เร่งเวลาสนทนาจนมาสะดุดที่ประโยคของป้าเฮลก้าจึงหยุดฟัง


" คุณต้องคอยดูแลหลานฉันให้ดีนะ พลังที่เราให้เขาไปมัน....ทุกครั้งที่ใช้พลังมันจะเริ่มครอบงำเขา และมันจะเริ่มกัดกินจิตใจแฮร์รี่ไปทางศาสตร์มืด**ตามกาลเวลาที่เขาใช้  รวมถึงตัวตนจริงๆของเขาที่มาในโลกนี้ ถ้าเกิดเขาโดนครอบงำแล้วก็เท่ากับว่าแฮร์รี่ได้ตายจากโลกใบนี้ไปแล้ว เมื่อถึงเวลานั้นคุณต้องฆ่าเขา"

" คุณกำลังล้อเล่นใช่มั้ย.."

*" 555 ใช่ ฉันล้อเล่น-- เมื่อถึงเวลา ฉันอยากให้คุณพาแฮร์รี่-....-กลับ-....*โวลเดอร์มอร์--...ดำเนินต่อไป--"

" แน่ใจนะ-...จะ....-เป็นอันตราย-..."

" แน่ใจสิ..คุณก็รู้ว่า-..เวลา-....วางแผน-...มีประโยชน์-....จุดประสงค์-... "

" และสิ่งที่คุณต้องทำนับจากนี้ คือ รอ ปกป้อง และเมื่อถึงเวลา นั้นละคุณจะรู้เอง "

แบบนี้นี่เอง ป้าเฮลก้า...ถ้าเรากลับไปที่ห้องกาลเวลานั้นได้เมื่อไรนะ จะถามรัวๆเลย แต่มันน่านัก!!!! ที่ดับเบิ้ลดอร์ต่อต้านพลังผม ทำให้ผมฟังไม่รู้เรื่องแบบนี้ แต่ เอ๊ะ? เดี๋ยวนะกัดกินจิตใจหรอ ผมทวนคำพูดของป้าเฮลก้าแล้วต้องตกใจทันที นี่สินะคือประเด็น มันคือคำตอบที่ผมต้องการที่สุดในเวลานี้ ว่าทำไมร่างกายผมถึงเปลี่ยนไป ความคิดของผมเริ่มคิดอยากจะทำร้ายเขาไปทั่วคิดอย่างคนชั่วช้า แต่การกระทำของผมในตอนนี้ที่บังคับศาสตราจารย์ดับเบิ้ลดอร์เพื่อดูความทรงจำของเขา มัน...


มันคือเครื่องยืนยันชั้นดีว่าผมกำลังโดนพลังนั้นครอบงำอยู่จริงๆ ผมรีบปล่อยมือจากขมับศาสตราจารย์เมื่อรู้ตัว ตัวศาสตราจารย์ดับเบิ้ลดอร์ก็ล้มลงไปทันที เขากลับมามีสติ และหยิบไม้กายสิทธิ์เตรียมโบกใส่ผม แต่ผมก็ใช้พลังจิตปัดไม้กายสิทธิ์กระเด็นออกจากมือเขาและผมยื่นมือไปบนอากาศทำท่าเหมือนจะบีบคอศาสตราจารย์ดับเบิ้ลดอร์ ตัวศาสตราจารย์ก็กุมคอเหมือนคนโดนบีบคอจริงๆและตัวเขาก็ลอยขึ้นตามมือผมที่ยื่นสูงขึ้น


ผมลืมไปพลังแห่งโรเวนนาก็เหมือนดั่งพลังจิต แต่บ้าจริง! ถึงผมจะมีสติอยู่ก็ตามแต่ก็เป็นอีกครั้งที่ผมควบคุมความคิดของตัวเองไม่ได้ พลังที่ผมใช้อยู่มันพยายามควบคุมกัดกินจิตใจผม ตอนนี้สิ่งที่ผมคิดอยู่ในสมองคือ *ฆ่า กิน สูบวิญญาณเขาซะ!*แน่นอนว่าผมต่อต้านเสียงกระซิบของผมถึงผมอยากจะทำมากแค่ไหนก็ตาม ผมทำการปล่อยศาสตราจารย์ลง เขากุมคอของเขาและไอออกมาและสูดอากาสเข้าไปเต็มปอด


" ไม่นะ...พลังนั้นควบคุมเขาแล้ว ฉันต้องรีบ- " เขารีบหันไปหาไม้กายสิทธิ์


" ขอโทษนะครับ...ศาสตราจารย์...ตอนแรกผมจะปล่อยคุณไป แต่..เสียงกระซิบในหัวผม..มันน่าไว่ใจมากกว่าคำพูดของคุณในตอนนี้มากๆเลยละ.. "


ผมบอกตามตรงนะว่าผมแอบน้อยใจและเสียใจที่เขาไม่บอกอะไรผมเลย ปล่อยให้ผมโดนกัดกินจิตใจแบบนี้ และไม่ยอมมาช่วยผม พยายามปิดบังผมและต่อต้านไม่ให้ผมรู้เรื่องที่ป้าเฮลก้าพูดคุยกับเขาอีก ดูเหมือนผมจะต้องเปลี่ยนความทรงจำคุณใหม่ซะแล้ว เพื่อความสะดวกสบายมากขึ้น ในตอนนี้ผมไม่สนอีกต่อไปแล้วว่าผมจะโดนกัดกินหรือโดนครอบงำจิตใจ เพราะคนที่ผมไว้ใจยังคิดจะปิดบังและไม่ช่วยผม และคิดจะฆ่า ถ้าเป็นคนอื่นก็คงไม่คิดต่างจากเขาเสียงกระซิบในหัวผมตอนนี้ ผมยอมรับมันแล้ว ผมจะรับฟังมัน..


ผมใช้พลังจิตอีกครั้งทำการยกร่างดับเบิ้ลดอร์ขึ้น เขามองผมด้วยสายตาหวาดกลัวลึกๆ แต่แววตายังคงแสดงถึงความกล้าหาญที่คิดจะสู้กับผม ผมใช้พลังเหวี่ยงตัวเขาไปชนกำแพงอย่างรุนแรงเหวี่ยงขึ้นบนบ้างทุบลงพื้นบ้างกระแทกที่เพดานบ้างจนผมรู้สึกสนุกไปกับมันอย่างบ้าคลั่ง ผมทำแบบนั้นซ้ำไปซ้ำมาจนเขาสลบไป และผมก็เริ่มเบื่อแล้วด้วย ผมปล่อยเขาตกลงพื้นห้อง เขาร่วงลงกระแทกพื้นอย่างแรง ผมเดินเข้าไปใกล้ๆตัวเขา และสังเกตเห็นบนตัวเขามีแต่รอยแผลและเลือดไหลออกมาค่อนข้างเยอะ


ผมใช้พลังแห่งกริฟฟินเยี่ยวยารักษาเขาให้กลับมาปกติ และผมก็เริ่มใช้พลังแห่งโรเวนนาอีกครั้งในการสร้างความทรงจำใหม่ของเขา


" คุณจะลืมเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อกี้ คุณจะหายสงสัยในตัวสเนปและคำพูดของศาสตราจารย์สเนป คุณจะรู้แค่ว่าผมคือซีกเกอร์ของบ้านสลิธีริน คุณจะรู้ว่าซีกเกอร์ของฝั่งกริฟฟินแท้จริงแล้วคือแดเนียล เด็กปี1 ที่สมัครเข้ามาที่โรงเรียนนี้โดยไม่พึ่งการคัดสรรค์ ประวัติของแดเนียลคุณจะรู้เรื่องของเขาว่าเป็นเพียงซีกเกอร์ของเด็กบ้านกริฟฟินดอร์ที่จะมาแข่งขันกับบ้านผมวันนี้ แดเนียลเป็นเพียงเด็กเหมือนผมที่เป็นพ่อมดมาเรียนที่นี้เหมือนกัน คุณจะจำได้ว่าตอนนี้คุณพึ่งคุยกับศาสตราจารย์สเนปไปแล้ว ตอนนี้คุณมีเรื่องอยากจะคุยกับผม "


เมื่อผมพูดเสร็จ ความทรงจำทุกๆอย่างที่ผมเป็นคนสร้างใหม่ให้แก่เขาก็ได้ซึมเข้าไปที่หัวเขา ผมเสกเขาให้ไปยืนที่จุดตำแหน่งเดิมที่ผมกับเขาคุยกัน โอเคทุกๆอย่างลงตัวหมดแล้ว ผมมองไปรอบๆเพื่อความมั่นใจและดีดนิ้วดัง โปะ! ทุกๆสิ่งกลับมาเป็นเหมือนเดิมรวมของภายในห้องที่กระจัดกระจายก็กลับมาวางที่เดิม


" อ่ะ! " ศาสตราจารย์ดับเบิ้ลดอร์กลับมามีสติอีกครั้ง ผมแกล้งทำหน้าเเบบงง


" โทษทีคุณพอตเตอร์ฉันคงคิดเหม่ออะไรไปเรื่อยเปื่อย "


" ไม่เป็นไรครับ " ผมส่งยิ้มให้เขา ต้องแบบนี้สิผมชักถูกใจพลังนี้แล้วสิ สะดวกจริงๆ


ความทรงจำใหม่ของผมที่สร้างให้เขาอย่างไร้ที่ติแน่นอนว่าเขาได้พูดอธิบายเรื่องศาสตราจารย์สเนปว่าจะคอยหาข้ออ้างไม่ให้เขาคอยสงสัยผม และพูดกำชับว่าอย่าใช้พลังซุ่มสี่ซุ่มห้าด้วย ผมลองพูดเรื่องของแดเนียล ผลปรากฏไปตามที่ผมพอใจ เขาคิดว่าแดเนียลคือเพื่อนสนิทของผม เป็นเพียงพ่อมดที่เหมือนผม พอหลังจากคุยกันเสร็จอยู่ๆศาสตราจารย์มักกอนนากัลก็เปิดประตูไม่ซุ่มไม่เสียงและเดินเข้ามาและทำท่าเหมือนมองตรวจสอบห้องครูใหญ่แบบตื่นตกใจ


" ฉันได้ยินเสียงเหมือนการต่อสู้เกิดขึ้นจากข้างล่าง ไม่ทราบว่ามีอะไรผิดปกติหรือเปล่าศาสตราจารย์ดับเบิ้ลดอร์ "


" ไม่มีหนิศาสตราจารย์มักกอนนากัล ผมอยู่กับคุณพอตเตอร์ตลอดไม่เห็นได้ยินเสียงอะไรเลย "


" ฉันจะกลับมาตรวจสอบอีกทีที่หลัง "


จากนั้นเธอก็เดินออกไป ทั้งผมและศาสตราจารย์ดับเบิ้ลดอร์ต่างส่งยิ้มให้กันก่อนที่ผมจะเดินออกจากห้อง ผมมุ่งเดินไปที่สนามแข่งของควิดดิชทันทีระหว่างทางผมก็เจอแดเนียลผมได้ทำการรีบแชร์ความทรงจำให้เขาดูในทันที เพราะคนที่น่าไว้ใจที่สุดในตอนนี้คือแดเนียล พอเขาดูความทรงจำผมเสร็จ เขายังหัวเราะเยาะเรื่องดับเบิ้ลดอร์และพูดอีกว่า สมควรแล้วแต่..ผมเห็นแววตาของแดเนียล..มันต่างจากคำพูดของเขา..ความกลัวงั้นหรอ? จากนั้นทั้งผมและแดเนียลก็มุ่งไปที่สนามแข่งทันที ระหว่างทางผมก็รับฟังเสียงกระซิบภายในหัวผม...


" เปลี่ยนฝ่ายดีมั้ยนะ...หึ...ดูเหมือนเราจะเริ่มมีความคิดเดียวกันเหมือนโวลเดอมอร์..แล้วสิ..จุดเริ่มต้นของการเป็นดาร์กลอร์ด...ก็น่าสนใจนะ... "


________________________________________________________

โปรดติดตามตอนต่อไป...

ความคิดเห็น