น้ำมิ้ม

"เลิกจัดโซฟา แล้วมานอนบนเตียงกับพี่นี่แหละ" ใกล้รุ่งถึงกับหายใจไม่ทั่วท้อง เมื่อฝ่ามือหนานั้นกลับอ้อมสองแขนของเธอไปโอบรอบแผ่นหลังของหญิงสาว ก่อนจะค่อยๆรั้งร่างแบบบางนั้นด้วยสองแขนแข็งแกร่งจนเธอตกอยู่ในอ้อมแขนที่กอดกระชับเอาไว้อย่างอ่อนโยน “เห็นไหมบอกแล้วว่าไม่เป็นไรสักหน่อย”

ตอนที่ 12 : เพราะมีเธอ (1/2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 12 : เพราะมีเธอ (1/2)

คำค้น : ปฐพีใกล้รุ่ง , แต่งงานหลอกๆ ,พินัยกรรม , มรดก , ที่ดิน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 666

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 14 เม.ย. 2560 23:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 12 : เพราะมีเธอ (1/2)
แบบอักษร

​ตอนที่ 12

ใกล้รุ่งทบทวนในสิ่งที่คณุตม์คุยกับเธออย่างถี่ถ้วนตลอดหนึ่งอาทิตย์ ถึงแม้ชายหนุ่มจะไม่ได้คาดคั้นเอาคำตอบจากเธอและคงไปกำชับคะนึงนิจด้วย เพราะผู้เป็นเพื่อนไม่ได้เข้ามาซักไซ้ถึงเรื่องนี้อีก จนกระทั่งวันนี้ที่เธอเห็นร่างสูงของคนที่ต้องมาเกาะติดกับเธอแจทุกๆเย็นถือกระเป๋าเดินทางออกมาจากห้องพักของเขาเอง

“พี่นุดจะไปไหนคะ”

“พี่ว่าจะกลับกรุงเทพฯ คุณปู่นัดประชุมบอร์ดบริหารด่วน ยัยนิดก็คงต้องกลับด้วย”

ชายหนุ่มเอ่ยยังไม่ทันขาดคำ ร่างเล็กกะทัดรัดของคะนึงนิจก็ทยอยหิ้วกระเป๋าสัมภาระของตัวเองตามออกมา ใกล้รุ่งมองกองกระเป๋าที่เพื่อนสาวเอาออกมาวาง ก่อนจะหันมาถามชายหนุ่มเสียงเครียด

“ถ้าพี่นุดต้องเข้าบริษัท แล้วเรื่องโครงการล่ะคะ” ใกล้รุ่งเอ่ยถามขึ้นอย่างกังวล หากคณุตม์กลับยิ้มพลางตอบอย่างไม่ยี่หระ

“ไม่เป็นไร พี่จัดการได้ไม่ต้องห่วง”

ใกล้รุ่งมองใบหน้าคมสันที่แม้จะยืนยันว่าเขาจัดการได้ หากแววตาที่ยังแอบวิตกกังวลนั้นทำให้หญิงสาวตัดสินใจในวินาทีนั้น

“รุ่งจะกลับไปด้วยค่ะ”

“ถ้ารุ่งกังวลเรื่องอาการของพี่ พี่ไม่เป็นไรแล้วจริงๆ”

“ถึงยังไงรุ่งก็ต้องไปค่ะ” ใกล้รุ่งยังคงยืนยันหนักแน่น ก่อนจะหันไปสบตากับสองพี่น้องพลางเอ่ยอย่างตัดสินใจเด็ดขาด

“เพราะรุ่งจะไปเข้าประชุมด้วยในฐานะหุ้นส่วนโครงการคอมเพล็กซ์ใหม่  รุ่งยินดีเอาที่ดินในตัวเมืองผืนนั้นไปทำโครงการค่ะพี่นุด”

“ใกล้รุ่งเพื่อนรัก!  สมแล้วที่เป็นทั้งเพื่อนแล้วก็พี่สะใภ้ของฉัน” คะนึงนิจทิ้งกระเป๋าพลางวิ่งเข้ามากอดเพื่อนจนใกล้รุ่งอดหัวเราะกับอาการดีใจอย่างโอเวอร์ของเพื่อนไม่ได้

“รุ่งแน่ใจนะว่าจะเอาที่ดินผืนนั้นไปทำโครงการร่วมกับพี่จริงๆ”

“แน่ใจค่ะพี่นุด ... ถ้าโครงการนี้ไปได้สวย อย่างน้อยรุ่งก็จะได้มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันบ้าง รุ่งขอตัวไปเก็บกระเป๋าแป๊บเดียวค่ะ” หญิงสาวว่าพลางเดินลิ่วเข้าห้องไป คะนึงนิจจึงได้ทีหันมาเอ่ยกับพี่ชายที่ยืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างอารมณ์ดี

“นี่ดีใจเพราะโครงการเดินหน้าได้ หรือดีใจที่ยัยรุ่งกลับไปด้วยกันแน่เนี่ยพี่นุด”

“ถ้าพี่บอกว่าอย่างหลังล่ะ”

“น่าดีใจตรงไหนเนี่ย มีเมียตามไปคุมแท้ๆ”

“ไว้ถ้าเราแต่งงานกับคนที่เรารักดูก็จะรู้เองแหละยัยนิด”

คณุตม์เอ่ยตอบน้องสาวโดยที่ไม่ละสายตาจากร่างระหงที่เดินกลับเข้าห้องไปเมื่อครู่ ก่อนจะหันมายกกระเป๋าของตนและน้องสาวไว้ทั้งสองมือ  คะนึงนิจถึงกับกลอกตาใส่พี่ชายที่เดินถือสัมภาระเดินทางไปเก็บที่รถอย่างไม่อยากจะเชื่อว่าพี่ของตนจะเป็นไปได้ถึงขนาดนี้ ก่อนจะตะโกนไล่หลังคณุตม์ไปอย่างหมั่นไส้

“นิดจะคอยดูว่าพี่จะหวานไปได้สักกี่น้ำ เชอะ!”

..................................

“เอากระเป๋าคุณรุ่งไปเก็บที่ห้องของฉันนะ”

คณุตม์เอ่ยสั่งเด็กรับใช้พลางส่งกระเป๋าทั้งของตนและของใกล้รุ่งให้ไป ก่อนจะหันไปบอกหญิงสาวที่เดินอยู่ไม่ห่างอย่างอ่อนโยน

“ไปหาคุณปู่กันก่อนเถอะ เย็นป่านนี้แล้วท่านน่าจะกลับจากบริษัทแล้ว”

“เอ่อ พี่นุดคะ เราจะนอนห้องเดียวกันจริงๆเหรอคะ”

“จริงสิ กลับมาที่นี่แล้วพี่คงไม่มีเวลาเหมือนตอนอยู่ที่พิษณุโลกหรอก กลางวันก็ต้องไปทำงาน พี่จะมีเวลาอยู่กับรุ่งก็แค่...ตอนที่เราอยู่ด้วยกันตอนกลางคืนเท่านั้นแหละ...”

“เฮลโล่...นิดยังอยู่นะคะทุกคน ช่วยอย่าทำเหมือนนิดเป็นอากาศได้ไหมคะ นี่จีบกันเลี่ยนๆแบบนี้ตลอดเลยเหรอ”

คะนึงนิจขัดขึ้นพลางหันไปแซวเพื่อนที่หน้าแดงขึ้นก่อนจะรีบเดินหนีไปทันที คณุตม์มองตามร่างระหงที่เดินห่างไปแล้วก็หันไปหยิบสมาร์ทโฟนของตัวเองในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาตีไหล่น้องสาวทันที

“โอ๊ยพี่นุด ตีน้องทำไมเนี่ย แล้วทำไมต้องเอามือถือมาตี?”

“เอามือตีไม่ได้ เดี๋ยวมือสั่น แรงตก... เอามือถือเนี่ยแหละแกจะได้เจ็บ ถ้าครั้งหน้าแซวพี่อีกโดนมือถือเขกกะโหลกแน่”

คณุตม์ว่าพลางคาดโทษน้องสาวก่อนจะเดินตามใกล้รุ่งไปด้านในบ้านทันที ทิ้งให้คะนึงนิจลูบแขนตัวเองป้อยๆ หากสีหน้าที่ยังไม่ยอมแพ้นั้นแสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่มีคำว่าเข็ดหลาบสำหรับหญิงสาวอย่างแน่นอน

นายพงษ์สิริเข้าไปโอบกอดหลานชายอย่างยินดีและอดที่จะหันไปสบตากับนางกนกทิพย์ไม่ได้ โชคดีเหลือเกินที่ใกล้รุ่งหลานสาวของภรรยาของเขานั้นคิดช่วยเหลือคณุตม์อย่างจริงใจ เพราะเพียงแค่ไม่กี่อาทิตย์ที่คณุตม์ไปอยู่ที่พิษณุโลก กลับมาอีกครั้งชายหนุ่มดูสดใสขึ้นและไม่มีอาการเกร็งเวลาที่คุยกับนางกนกทิพย์ หรือแม้แต่เด็กรับใช้ในบ้านอีกต่อไปแล้ว

“ปู่ดีใจที่นุดดีขึ้นมากขนาดนี้นะลูก”

“ถ้าไม่มีคุณปู่ ไม่มีหมอที่อเมริกา และไม่มีใกล้รุ่ง ผมคงไม่มีวันหาย”

“เพราะนุดเข้มแข็งต่างหากลูก โรคแบบนี้มันอยู่ที่ใจ ถ้าใจเราไม่กลัว มันก็ไม่มีอะไรที่ต้องกลัวอีกแล้วลูก”

นายพงษ์สิริเอ่ยขึ้นอย่างโล่งใจ อย่างน้อยตอนนี้คณุตม์น่าจะเข้มแข็งพอที่จะรับฟังเรื่องราวที่เขาจะต้องเผชิญหน้าในโลกของธุรกิจและกับพ่อแท้ๆของเขาเอง

ชายชราเดินนำหลานชายเข้ามาในห้องทำงาน นางกนกทิพย์จึงค่อยเลี่ยงออกไปพร้อมๆกับหลานสาวอีกสองคน คณุตม์เห็นดังนั้นจึงตามปู่เข้าไปพลางปิดประตูจนสนิท ครั้นเมื่อเหลือเพียงลำพัง นายพงษ์สิริจึงเอ่ยกับหลานชายเสียงขรึม

 “ปู่เพิ่งรู้เมื่อไม่กี่วันนี้เองว่าพ่อของหลานแยกตัวออกไปเปิดบริษัทใหม่กับนิอร และเท่าที่ปู่พอจะรู้มา เขาจะไปเปิดโครงการที่พิษณุโลกเหมือนกัน”

“เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ครับปู่ ทำไมพ่อต้องทำแบบนั้นด้วย”

“ปู่พลาดเองที่ชะล่าใจ ตั้งแต่กลับจากพิษณุโลกยังไม่ได้คุยกับคณินเรื่องนั้น และมันคงสายเกินไปที่จะคุยกับลูกเลวๆอย่างมัน”

“คุณปู่!...” คณุตม์ได้แต่มองหน้าชายชราอย่างหนักใจ สีหน้าของคนบุรุษสูงวัยตรงหน้านั้นถือทิฐิมากเกินกว่าจะที่ยอมลงให้คนเป็นลูกแล้ว แล้วคนกลางอย่างเขาที่ต้องเป็นฝ่ายรับมือกับบิดาจะมีหนทางไหนที่จะรอมชอมทั้งสองฝ่ายได้บ้าง

“พรุ่งนี้หลังจากที่ประชุมบอร์ดเสร็จ ผมจะไปคุยกับคุณพ่อเองครับปู่”

“ไม่มีประโยชน์ พ่อของแกฟังแต่คำนังเมียน้อยนั่น”

“ผมจะลองคุยดูก่อนครับ ถ้าถึงที่สุดแล้วพ่อยังยืนยันที่จะไม่กลับมาอยู่กลับเรา ก็คงต้องต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัวเอง”

คณุตม์เอ่ยขึ้นอย่างกลางๆ หากชายสูงวัยกลับไม่คิดเช่นนั้น ...ถ้าผู้เป็นหลานเจรจาไม่สำเร็จ คนเป็นพ่ออย่างเขานี่แหละที่จะจัดการสั่งสอนลูกชายนอกคอกของตัวเองให้ตาสว่างเสียทีว่า ....ชีวิตของคณินมีแต่จะดิ่งลงเหวถ้ายังไม่ยอมเลิกกับนังเมียน้อยที่ทำลายชีวิตครอบครัวของเขาไม่จบไม่สิ้น!

..............................................

คณุตม์นั่งมองร่างระหงที่เดินหอบผ้าห่มผืนโตลงไปปูที่โซฟาเบดตัวยาวที่ปลายเตียงขนาด 6 ฟุตของตนแล้วก็ได้แต่นึกขำในใจ กว่าที่เขาจะคุยกับปู่เสร็จจนกลับขึ้นห้องมาอาบน้ำพักผ่อนได้ก็ค่อนข้างดึกแล้ว หากคนที่ยังจัดแจงที่นอนไม่เสร็จก็ยังคงเดินวุ่นจนไรผมบนดวงหน้าหวานนั้นชื้นไปด้วยเหงื่อ ชายหนุ่มจึงตัดสินใจเดินมาคว้าข้อมือเล็กนั้นไว้พลางเอ่ยเสียงทุ้มนุ่มผิดกับมือที่สั่นน้อยๆในยามที่เกาะกุมมือเรียวเล็กนั้นเอาไว้

“เลิกจัดโซฟาได้แล้ว แล้วมานอนบนเตียงกับพี่นี่แหละ”

“พี่นุด! ได้ยังไงคะ รุ่งนอนดิ้นจะตายเกิดถ้าไปโดนตัวพี่นุดเข้าแล้วพี่นุดช็อกกลางดึก รุ่งจะทำไง”

“พี่จำได้ว่าครั้งล่าสุดที่พี่ช็อกเข้าโรงพยาบาลเพราะคุณพริมากระโจนเข้ามากอดรัดฟัดเหวี่ยงพี่..พูดอย่างนี้แสดงว่ารุ่งคิดมิดีมิร้ายกับพี่ใช่ไหม?”

“เปล่านะคะ...รุ่งไม่ได้คิดอย่างนั้น!” ใกล้รุ่งปฏิเสธเสียงสูง หากคณุตม์ยังคงคาดคั้นพลางรั้งข้อมือเล็กนั้นให้เข้ามาชิด จนใบหน้าของเธอแทบจะปะทะกับปลายคางของเขาในยามที่ชายหนุ่มก้มหน้าลงมาถามเสียงแผ่ว  

“แล้วคิดอย่างไหน?”

ใกล้รุ่งคิดว่าตัวเองน่าจะช็อกตายก่อนชายหนุ่มตรงหน้านี้แน่ๆ ร่างสูงที่ยืนห่างจากเธอไม่ถึงคืบทำเอาหัวใจเธอทำงานอย่างหนักจนเธอไม่แน่ใจว่าเสียงหัวใจที่เต้นดังจนแทบทะลุอกนี้ ดังมาจากหัวใจของเธอหรือแผ่นอกกว้างของคนตรงหน้ากันแน่

“พี่นุดถอยออกไปก่อนดีไหมคะ รุ่ง..รุ่งกลัวว่าพี่นุดจะช็อกจริงๆนะคะ”

“พี่ไม่เป็นไร...  จริงๆนะ เดี๋ยวทำให้ดู ห้ามขยับล่ะ” ชายหนุ่มว่าพลางแกล้งขู่ ก่อนจะค่อยๆปล่อยมือของเธอให้เป็นอิสระ

หากแล้วใกล้รุ่งก็ถึงกับหายใจไม่ทั่วท้อง เมื่อฝ่ามือหนานั้นกลับอ้อมสองแขนของเธอไปโอบรอบแผ่นหลังของหญิงสาว ก่อนจะค่อยๆรั้งร่างแบบบางนั้นด้วยสองแขนแข็งแกร่งจนเธอตกอยู่ในอ้อมแขนที่กอดกระชับเอาไว้อย่างอ่อนโยน

 “เห็นไหมบอกแล้วว่าไม่เป็นไรสักหน่อย”

ชายหนุ่มเอ่ยเสียงกระซิบเสียงสั่น เสียงลมหายใจที่แรงขึ้นจากคนตัวสูงราวกับคนที่กำลังหวาดกลัว ทำให้ใกล้รุ่งตัดสินใจสอดแขนโอบตอบชายหนุ่ม พลางลูบหลังอีกฝ่ายอย่างปลอบประโลม

“ไม่เป็นไรนะคะพี่นุด หายใจช้าๆค่ะ สูดหายใจลึกๆ  ไม่เป็นไรนะคะ”

ใกล้รุ่งค่อยๆปลอบโยนชายหนุ่มและปล่อยให้ร่างสูงโอบกอดอยู่เช่นนั้นจนกระทั่งลมหายใจของคณุตม์กลับเข้าสู่จังหวะปรกติ หญิงสาวจึงค่อยคลายอ้อมแขน หากร่างสูงตรงหน้ากลับโอบกระชับแน่นขึ้นพลางเอ่ยกระซิบเสียงแผ่วหวาน

“บอกแล้วว่าไม่เป็นไรจริงๆ คราวนี้ก็ไปนอนด้วยกันได้แล้ว”

ใกล้รุ่งแทบอยากจะทุบคนข้างหน้าให้สมกับความบ้าระห่ำของเขาเสียจริงๆ แต่สุดท้ายก็ต้องระงับความโมโหเอาไว้ เพราะไม่อยากให้ตัวเองกลายเป็นคนใจร้ายที่สร้างบาดแผลทางใจซ้ำเติมให้เขาอีก จึงได้แต่กระซิบเสียงเขียว

“คราวหน้าบอกกันดีๆก็ได้นะคะ ไม่ต้องลงทุนเอาชีวิตตัวเองมาทำอะไรเสี่ยงๆแบบนี้”

“โอเค  คราวหน้าพี่จะบอกดีๆ แต่...ดีใจตรงที่จะมีคราวหน้านี่แหละ”

คณุตม์ว่าพลางฉีกยิ้มกว้าง ก่อนจะยอมคลายอ้อมแขนให้ร่างนุ่มนิ่มที่ค้อนเขาตาแทบคว่ำเลี่ยงออกไปหอบผ้าห่มของตัวเองกลับไปยังเตียงนอนกว้างที่เจ้าของตบหมอนจนฟูไว้รอท่าอย่างเต็มอกเต็มใจ จนเธอชักไม่แน่ใจว่า ใครกันแน่ที่ควรจะไม่มั่นใจความปลอดภัยของตัวเองระหว่างเขาหรือเธอ!

.............................................

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น