-[TAKE]-

รักเทค ก็อย่าทิ้งกันน้าาา อยู่กับเทคนานๆ แค่เข้ามาอ่านก็ดีใจแล้ววว

ชื่อตอน : ราตรีที่ 19

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 38k

ความคิดเห็น : 75

ปรับปรุงล่าสุด : 13 เม.ย. 2560 23:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ราตรีที่ 19
แบบอักษร

19

เมื่อแน่ใจว่าช่องทางที่ถูกขยายพร้อมรับกับสิ่งที่ใหญ่โตกว่านิ้ว ซ่งจินเหลียงจึงค่อยๆ กระแทกกายเข้าไปช้าๆ ผนังด้านในอ่อนนุ่มแต่ตอดรัดจนแทบฉีกขาดจนเป็นสองท่อน ซ่งจินเหลียงเปรยให้หนิงลี่ผ่อนลมหายใจเข้าออก พยายามผ่อนคลายลำตัวไม่ให้เกร็ง คนถูกกระทำทำตามอย่างว่าง่าย หนิงลี่รู้สึกราวกับโลกทั้งโลกกำลังพังทลายอยู่ตรงหน้า แม้จะได้รับการปรนนิบัติอย่างดี ทว่ามันก็ยังไม่เพียงพอ

กว่าจะเข้าไปจนสุดก็ทำเอาเกือบขาดอากาศหายใจรอมร่อ หายใจติดขัด ลำบากเสียไปหมด สองมือโอบประคองแผ่นหลังแกร่งเพื่อกันตัวเองไม่ให้ล้ม

ครั้งแรกของบุรุษมันเจ็บแปลบขนาดนี้เลยหรือ?

พระสนมรับรู้ถึงสิ่งเหล่านั้นผ่านร่างกายตน

หนิงลี่สบตาประสานกับผู้ที่เกิดความต้องการอย่างช่วงโชติ กายใหญ่กำลังกลั้นความปรารถนาอย่างเต็มที่ หนิงลี่สัมผัสได้ถึงเส้นเอ็นปูดที่เต้นอยู่ตรงช่วงด้านหลัง

หนิงลี่เกี่ยวอีกฝ่ายไว้แน่น ดวงตาทั้งสองข้างปรือลงพร้อมกับความรู้สึกสะท้านที่ยอดทรวงอกทั้งสองข้าง ซ่งจินเหลียงขยับสะโพกอย่างเนิบนาบ แม้ว่าความใคร่กระสันจะลุกโชนเพียงใดหากแต่พระสนมที่ยังไม่เคยผ่านสนามรบบนเตียงอาจเจ็บได้ถ้าหากใช้ความรุนแรง

“ท่าน...พี่”

หัวใจของซ่งจินเหลียงอุ่นวาบเมื่อได้ยินคำเรียกที่พึงประสงค์

ฝ่ามือใหญ่ลูบไล้กลางลำตัวลามไปจนทั่วแผ่นหลัง ส่งเสียงร้องครวญครางเพื่อกระตุ้นอีกฝ่ายให้มีอารมณ์ร่วมไปสู่สวงสวรรค์ที่ซ่งจินเหลียงเป็นคนสร้างขึ้น

“ฮึก ท่านพี่...”

และมันก็ได้ผล...หนิงลี่ยอมโอนอ่อนตามมากกว่าครั้งแรก

ช่องทางด้านหลังที่บีบรัดก็เริ่มคลายตัวมากขึ้น ซ่งจินเหลียงไม่รอช้าขยับกายไหวเข้าออกอย่างเนิบนาบ ถอนกายออกและดันเข้าไปจนลึกกว่าเดิม

หนิงลี่รองรับอารมณ์นั้นไม่ไหวจนต้องเปล่งเสียงร้องออกมาไม่อายฟ้าอายดิน ซ่งจินเหลียงเปลี่ยนท่าที ยกขาวที่เล็กกว่าทั้งสองข้างให้ลอยกว้างขึ้นกว่าเดิม สองเข่าลอยขึ้นสูง หนิงลี่หวีดร้องเมื่อถูกสิ่งแปลกปลอมเข้ามาลึก หัวใจเต้นแรงไม่เป็นส่ำจนไม่อาจห้ามได้

“หากเจ้าต้องการระบาย ก็ใช้แผ่นหลังข้า”

ซ่งจินเหลียงกระซิบแผ่วข้างใบหู

ณ บัดนี้...เขาไม่อาจทนต่อความต้องการที่โหมกระหน่ำดังไฟลุกโชดช่วงได้แล้ว ไม่อาจรั้งรอความต้องการได้มากกว่านี้อีกแล้ว

ซ่งจินเหลียงเริ่มต้นขยับเอวสอบีกครา เน้นย้ำแรงขึ้นทุกช่วงจังหวะ ทุกครั้งที่แทรกกายฝังลึกเข้าไปด้านในก็จะได้ยินเสียงครวญครางของคนอยู่บนร่างพร้อมกับความเจ็บแปลบที่แผ่นหลัง การได้ยินเสียงของหนิงลี่มันช่างทำให้ความต้องการของบุรุษเพศมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่านัก สีหน้าที่แสดงออกมาอย่างเย้ายวนโดยที่เจ้าไม่รู้ แววตาทั้งสองข้างที่คลอไปด้วยหยาดน้ำสีใส มันปลุกความปรารถนาจนแทบห้ามไม่อยู่จนต้องเพิ่มความรุนแรงอย่างลืมตัว

“ท่านพี่...ท่านพี่ อ๊ะ อ๊า”

“อาลี่...อาลี่ของข้า”

ซ่งจินเหลียงซุกหน้าลงตรงหัวไหล่ด้านซ้าย กลิ่นเนื้อกายของบุรุษที่มีมัดกล้าม เนื้อหนังที่ไม่ได้อ่อนนุ่มเหมือนผู้หญิง ผิวที่แข็งกระด้างจากการทำงานอย่างหนัก...ริมฝีปากถูกอ้าออกกว้าง กัดเข้าที่หัวไหล่แข็งจนเป็นรอยฟัน

หนิงลี่ควบคุมสติตัวเองไม่ได้ สองส่วนที่เชื่อมประสานสอดแทรกกลายเป็นหนึ่ง ความร้อนรุ่มของไฟราคะทำใหสองร่างชื้นไปด้วยเหงื่อไคล ช่องคางแคบด้นหลังถูกเบียดเสียดครั้งแล้วครั้งเล่า แนบสนิทชิดเชื้อจนไร้ช่องว่าง ความเจ็บแปลบในคราวแรกแปรเปลี่ยนเป็นความสุขกระสัน แผดเผาร่างกายจนหลอมละลายไปกับลมหายใจที่อุ่นร้อน หนิงลี่ไม่อาจทนรับสิ่งเหล่านั้นได้อีกแล้ว มันเป็นความปรารถนาที่น่ากลัวและสุขสมในคราวเดียว

สะโพกมนถูกควบคุมอย่างไม่ตั้งใจ  ทุกครั้งที่ซ่งจินเหลียงเสือกสนกายใหญ่เข้าด้านในหนิงลี่ขยับตามแรงไหวที่หนักหน่วงนั่น จดจำทุกสัมผัสที่วาบหวาม เกรี้ยวกราดเมื่อไม่อาจระบายสิ่งที่คั้งค้างออกมาได้

ลมหายใจหอบหนัก ดวงตาปรือมองคนดานหน้า

“ท่าน...พี่...ข้า...ข้า...”

หนิงลี่ไม่ไหวแล้ว เขาหายใจไม่ทั่วท้อง

ซ่งจินเหลียงหอมแก้มนิ่ม เผยรอยยิ้มแผ่วหวานก่อนจับให้หนิงลี่หันหน้าไปอีกทิศทาง ทำให้แผ่นหลังพระสนมแนบแน่นกับแผงอกใหญ่

จักรพรรดิหนุ่มจับขาพระสนมให้แยกออกกว้างไม่ต่างจากครั้งแรก หนิงลี่สะท้านเฮือกหลังจากที่ความใหญ่โตถูกสอดใส่เข้ามาอีกครั้ง สองแขนแกร่งโอบกอดคนนั่งตัก นิ้วเรียวยาวด้านขวาจับยึดของสงวนที่ตั้งตระหง่าน รูดรั้งขึ้นลงเบาๆ สลับเร็ว...หนิงลี่กัดฟันกรอด บิดกายเร้ายิ่งกว่าครั้งแรก ทั้งถูกรุกรานจากทางด้านหน้าและด้านหลังไปพร้อมกัน ก็ไม่อาจหยุดนิ่งอยู่กับที่ได้

“เจ้ารู้สึกดีหรือไม่”

คำถามที่เอื้อนเอ่ย ถ้อยคำที่นุ่มลึกแต่แฝงไปด้วยสิ่งที่ชั่วร้าย ซ่งจินเหลียงก็เพียงแค่อยากเห็นพระสนมตนทนไม่ไหว แล้วร้องขอด้วยสีหน้าที่เปี่ยมล้นไปด้วยความทรมาน เดิมทีหนิงลี่มักเป็นคนที่นิ่งเงียบ เหมือนกับอยู่กับความคิดตัวเองเสียมากกว่า สีหน้าที่แสดงออกมาก็เพียงแค่ความเรียบเฉย น้อยครั้งนักที่จะเห็นสีหน้าแบบอื่นของเจ้าตัว เมื่อสบโอกาสจึงไม่ปล่อยให้มันหลุดลอย แล้วมันก็ไม่ได้ทำให้ผิดหวัง หนิงลี่แสดงให้เห็นอย่างเด่นชัด

“ท่านพี่...ปล่อย...ปล่อยเถิด” ร้องขอคนกระทำ

หนิงลี่หายใจไม่ทั่วท้อง การกลั่นแกล้งของฮ่องเต้ผู้เก่งกาจมันสร้างความอัดอัดให้จนเหมือนตัวเองกำลังจมน้ำ ริมฝีปากหยักอ้าออกกว้างเชิดหน้าร้องครางปล่อยห้วงอารมณ์ที่สุขกระสัน ช่วงปลายถูกคลึงวนไปมาประสานกับกำลังกายที่โหมกระหน่ำอย่างรุนแรง

แรงขึ้น...แรง...และแรงขึ้น...

ไม่นานนัก...เมื่อเข้าสู่ห้วงความหฤหรรษ์ หนิงลี่ก็ได้ปลดปล่อยทุกหยาดหยด รีดเร้นน้ำรักออกจากปลายเข้าสู่มือผู้ที่กำมันไว้แน่น

พระสนมกรีดร้องหอบหายใจโยนระคนหมดแรงเอนแผ่นหลังซบบนอกขาวหวังเพียงได้พักชั่วครู่ แต่ความคิดนั้นกลับถูกทำลายลง ซ่งจินเหลียงไม่ปล่อยให้หยุด เขาพึงกระทำในสิ่งที่ปรารถนา จับกายโปร่งกระแทกกระทั้น ถอนกายออกจนเกือบสุดแล้วดันเข้าไปใหม่อีกครั้ง กระหน่ำโหมความต้องการอย่างคนอดอยาก สองกายเอนไหวสั่นสะท้าน ช่องทางที่บีบรัดตอดถี่รัวจนซ่งจินเหลียงต้องครางแผ่วในลำคอ

ความสุขสมถูกปลดปล่อย ทุกหยาดหยดถูกพ่นใส่เข้าช่องทางคับแคบ หนิงลี่รับรู้ถึงความอุ่นวาบในช่องท้อง ใบหน้าก็เริ่มเห่อร้อนไปด้วยความเขินอาย

นี่เขา...ตกเป็นของซ่งจินเหลียงแล้ว

กลายเป็นของบุรุษผู้นี้ทั้งกายและใจ

ซ่งจินเหลียงกำลังละโมบโลภมาก แค่ได้กอดเพียงหนึ่งครั้งมันยังไม่เพียงพอ หนิงลี่รู้สึกได้ว่าแก่นใหญ่กำลังขยายขึ้นอีกรอบ วงแวนรอบนอกโอบรัดส่วนนั้น หนิงลี่เชิดหน้าร้องคราง กลางลำตัวที่สงบนิ่งก็เริ่มตั้งชั้นเป็นครั้งที่สาม ทุกการกระทำมีซ่งจินเหลียงเป็นผู้นำตั้งแต่แรกเริ่ม

เขาช่างใจร้ายนัก*! ไม่คิดจะให้ข้าพักบ้างหรือไร!*

หนิงลี่คิดในใจ แต่ไม่อาจเอ่ยออกมาได้

ซ่งจินเหลียงถอนกายออกแล้วยืนขึ้นเต็มความสูง จับพระสนมขึ้นอุ้มเหมือนเด็กตัวเล็ก ใช้เข่ายันสะโพกมนไม่ให้ตกหล่น หนิงลี่ร้องหวืดด้วยความกลัวว่าจะตก ใช้ขาทั้งสองข้างเกี่ยวกระหวัดเอวสอบไว้แน่น เมื่ออยู่ในท่าทีที่พอดีซ่งจินเหลียงจึงสอดกายใหญ่เข้าไปอีกครั้ง ขยับเอวหนาเข้าออกถี่รัวจนคนถูกกระทำแทบคลั่ง

หนิงลี่ที่ยังไม่เคยในเรื่องพรรณนี้แต่กลับถูกซ่งจินเหลียงซูบวิญญาณไปเกือบครึ่ง หากไม่ได้มือของซ่งจินเหลียงประคองตัวเอาไว้เกรงว่าป่านนี้คงได้ตกลงไปบนพื้นแน่ๆ

เสียงเนื้อหยาบโลนกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว หูทั้งสองข้างอื้ออึงจนแทบไม่ได้ยินเสียงรอบข้าง กายกลางลำตัวเด้งรับตามแรงเหวี่ยงตัว

“อ๊ะ อ๊า ไม่...ไม่ไหว”

อดีตนายทหารหนุ่มปรือตามอง เขาไม่อาจทนได้กว่านี้อีกแล้ว

การจับดาบถือหอกวิ่งอยู่ในสนามรบเป็นร้อยรอบ หลบหลีกศัตรูผู้ที่จะคร่าเอาชีวิตยังไม่เหนื่อยขนาดนี้ ความสัมพันธุ์ทางกายกับซ่งจินเหลียงมันช่างเป็นเรื่องที่เหนื่อยกายจนเกินกว่าจะรับไหว

ซ่งจินเหลียงเร่งสะโพก ทาบทับริมฝีปากอีกฝ่าย ส่งมอบจูบที่แสนอ่อนหวานและร้อนรุ่มในคราวเดียว กดกายฝันแน่นเข้าไปยังช่องทางนุ่ม สอดประสานรวมเป็นหนึ่งหลายต่อหลายครั้ง จนไม่นานนักสายธารอุ่นจากปลายของหนิงลี่ถูกปล่อยมาเป็นครั้งที่สามโดยที่ซ่งจินเหลียงยังคงไม่ได้แตะต้อง ซ่งจินเหลียงขยับกายไหวอีกเพียงไม่กี่ครั้งก็ปลดปล่อยออกมาเป็นครั้งที่สองเช่นเดียวกัน

สองร่างหยุดนิ่งอยู่กับที่ ทุกอย่างรอบตัวก็เหมือนหยุดชะงัก

“อาลี่...”

พระสนมหลับไปแล้ว...

ซ่งจินเหลียงกอดร่างนั้นไว้ในอ้อมแขน เขารู้สึกมีความสุขที่ได้โอบกอดคนที่รัก ริมฝีปากสวยยกยิ้มแผ่วก่อนจะค่อยๆ บรรจงจูบที่แก้มพระสนม รวบเรือนร่างที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายตนมาไว้ในอ้อมอก แล้วหลับลงในค่ำคืนที่แสนหวาน

ในตอนเช้า...หนิงลี่ตื่นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองก็ยังคงมีซ่งจินเหลียงอยู่ด้านข้าง ท่วงท่าที่เหมือนเมื่อคืน แต่ผิดตรงที่นอนบนพื้นมากกว่านั่ง แผ่นหลังที่ชิดกระชับและ...สิ่งที่ยังค้างคาอยู่ช่องทางด้านใน

หนิงลี่หน้าแดงระเรื่อ สิ่งนั้นมันยังคงสงบนิ่ง เขาพยายามจะลุกขึ้นนั่งแต่ทว่าร่างกายมันกลับไม่เอื้ออำนวยสักนิด ทั้งช่องท้องและแขนขามันไร้เรี่ยวแรงจนเกินกว่าจะขยับไหว หากความอึดอัดที่ยังคงค้างคาทำให้ไม่สามารถนิ่งเฉยอยู่ได้จนต้องเบี่ยงสะโพกหนีเพื่อนำสิ่งนั้นออกจากตัว

ไม่คิดเลยว่าวันหนึ่งจะถูกทำราวกับผู้หญิง

เมื่อคืนกับซ่งจินเหลียง หนิงลี่ได้ยินแค่เสียงหอบหายใจตัวเองกับผิวเนื้อบดเบียด มันช่างน่าอายเสียนี่กระไร

“ขออยู่อย่างนี้อีกสักหน่อยเถิด” ซ่งจินเหลียงหยุดความตั้งใจนั้น ดึงพระสนมคู่กายเข้ามากอดแน่นกว่าเดิม

“ฝ่าบาท”

“อาลี่ เจ้าคงไม่อยากให้เราทำอย่างที่เจ้าคิดใช่หรือไม่” ซ่งจินเหลียงข่มขู่ หรือไม่แน่ก็อาจจะทำอย่างที่ปากว่า

หนิงลี่หลับตาลง พยายามกลั้นความรู้สึกแปลกๆ ที่ทับโถมเข้ามา

ซ่งจินเหลียงอยากกอดร่างหนิงลี่อีกสักครั้ง แต่ติดตรงที่ว่าคนถูกกอดคงไม่อาจรับความต้องการนั้นไหวจึงได้แต่เก็บความร้อนรุ่มนั้นไว้ในอก คอยปลอบประโลมคนที่เพิ่งผ่านศึกหนักมาเกือบค่อนคืน

“อาลี่ ถ้าหากว่าข้าทำสิ่งหนึ่งที่ผิดต่อเจ้า เจ้าจะโกรธเกลียดข้าหรือไม่” เอื้อนวาจาแผ่วถาม

คนถูกถามเงยหน้าขึ้นมอง

“สิ่งที่ท่านคิดมักมีเหตุผลเสมอ” หนิงลี่กล่าวเช่นนั้น

ซ่งจินเหลียงมิใช่คนโง่ เขาย่อมต้องดูออกถึงความผิดแปลกที่เกิดขึ้น ทั้งเรื่องของสงครามและอี้ชิง...เมื่อคิดถึงรองแม่ทัพผู้นั้น หนิงลี่ไม่อาจหักห้ามใจไม่ให้คิดได้

อี้ชิง...มันมีบางอย่างผิดแปลก

เรื่องนี้หนิงลี่ไม่อาจรู้ได้ว่าซ่งจินเหลียงจะรู้หรือไม่ ความแคลงใจสงสัยมีอยู่มาก แต่สมองกลับทำงานได้ไม่เต็มที่เมื่อร่างกายยังคงเจ็บ ไหนจะคราบเหนียวเหนอะนะที่มีอยู่เต็มตัว

“ฝ่า...” หนิงลี่กลืนน้ำลายลงคอ “ท่านพี่ ข้าอยากอาบน้ำ”

ซ่งจินเหลียงยิ้มหวาน “ข้าอยากกอดเจ้าอีกสักหน่อย แต่มันอาจทำให้เจ้าไม่สบายตัว...เอาเถิด เมื่อวานเจ้าเป็นคนดูแลข้า วันนี้ข้าจะเป็นคนดูแลเจ้า เช็ดเนื้อเช็ดตัวให้เจ้า”

คนฟังส่ายหน้าหนีปฎิเสธ “ท่านพี่ ข้าทำเองได้”

“อาลี่ เจ้ายังเจ็บ ขยับกายก็แทบไม่ไหว อย่าดื้อ”

คนเจ็บสะดุ้งยามที่สิ่งที่ถูกเชื่อมเป็นหนึ่งถูกถอดออก หนิงลี่รู้สึกกรวงโบ๋ว และเหมือนมีอะไรไหลออกมาจากช่องทางด้านหลัง ช่องท้องมัดบีบรัดราวกับว่าต้องการนำสิ่งแปลกปลอมที่ไหลเข้าไปออกให้หมด กลิ่นคาวของบุรุษเพศคละคลุ้งลอยมาปะทะจมูก

สุดท้ายแล้วพระสนมผู้ไม่เคยก็ถูกสวามีดูแล

ซ่งจินเหลียงจัดการทุกอย่าง ทั้งเช็ดตัวทำความสะอาดให้ร่างกายที่ยังอ่อนปวกเปียก ทั้งเรื่องการหาอาหาร...หนิงลี่เริ่มตระหนักได้ว่ามีสิ่งหนึ่งที่มันยังค้างคาใจ

ซ่งจินเหลียงบาดเจ็บมิใช่หรือ ใยถึงได้ดูทะมัดทะแมง?

“เจ้ามองข้าเช่นนั้น หรืออยากถูกข้ากอด” ซ่งจินเหลียงรับรู้ถึงสายตานั่น

หนิงลี่หน้าเห่อร้อนขึ้น “ข้าเปล่า”

องค์ฮ่องเต้เขยิบหน้าเข้าใกล้จนคนถูกจ้องมองต้องเบือนหน้าหนี ยามที่เห็นริมฝีปากสีสดนั่นก็ยิ่งนึกถึงสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่ชั่วยามก่อน กายขาวผ่องของซ่งจินเหลียงโอบกอดตนไว้ด้วยความทะนุถนอม มันเป็นเรื่องจริง ไม่ใช่ความฝัน สัมพันทางกายเกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน

โจวอี้หานหัวเราะร่า...สีหน้าบ่งบอกถึงความสุขล้นที่ได้รับชัยชนะ ซ่งจินเหลียงก็เพียงแค่เก่งกาจเพียงข่าวลือ ท่าทีวางอำนาจแต่การสู้รบเหมือนทหารฝึกหัดจนบ้านเมืองถูกยึด ทุกสิ่งอย่างที่เคยเป็นของฮ่องเต้ผู้นั้นกลับเปลี่ยนมือมาเป็นของตน แต่ช่างน่าเสียดายนักที่ศพของซ่งจินเหลียงยังคงหาไม่เจอ

“องค์ชาย พวกข้าเหล่าทหารแคว้นโจวพร้อมสู้รบ ที่แคว้นของพวกเราชนะมาได้เป็นเพราะความปรีชาสามารถของท่าน” ทหารผู้หนึ่งยกมือคารวะกล่าวชม

โจวอี้หานตบบัลลังก์ “หากข้าไม่ได้เห็นศพของซ่งจินเหลียงก็ไม่อาจข่มตาหลับ รีบนำคนไปส่งข่าวถึงอี้ชิง เร่งหาศพซ่งจินเหลียงมาให้ข้า”

“พ่ะย่ะค่ะ”

เหล่าทหารน้อมรับคำสั่งของผู้บังคับบัญชา



--------------

TAKE

ต้อนรับวันสงกรานต์ เอา NC จัดเต็มมาให้ ครุคริๆ

อินางโจว หลังจากนี้จะได้รู้กัน ชายซ่งไม่ใช่เล่นๆ นะจ๊ะ


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น