ดาวเหนือ/ นิยม

ขอบคุณทุกๆ คนที่ให้ความสนใจพ่อเข้กับน้องบุปผานะคะ ขอบคุณสำหรับกำลังแรงใจไม่ว่าจะทั้งคอมเม้นต์ ไลค์ แชร์ ดาว เหรียญ หรือกุญแจนะคะ และทั้งหมดนี้ก็คือยาแก้ขี้เกียจดีๆ นี่เองค่ะ แฮ่ๆ ขอบคุณมากๆ นะคะ ร้ากกกกก

ฟรี!! ตอนพิเศษ ไอสูร x เอื้อยคำ เอ๊ะคู่นี้ยังไง? มีฟินนน

ชื่อตอน : ฟรี!! ตอนพิเศษ ไอสูร x เอื้อยคำ เอ๊ะคู่นี้ยังไง? มีฟินนน

คำค้น : ดาวเหนือ/นิยม ลิขิตรักกุมภีล์

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.4k

ความคิดเห็น : 24

ปรับปรุงล่าสุด : 13 เม.ย. 2560 04:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ฟรี!! ตอนพิเศษ ไอสูร x เอื้อยคำ เอ๊ะคู่นี้ยังไง? มีฟินนน
แบบอักษร

ตอนพิเศษ

ไอสูร x เอื้อยคำ

ของขวัญสงกรานต์ค่ะ สวัสดีปีใหม่ไทยนะเออ

          ผ่านไปสองราตรีแล้วหลังจากที่ท่านจอมราชันมาหาข้าใต้คุ้งน้ำแห่งนี้ ข้าไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าแท้จริงแล้วจะมี ‘จอมราชัน’ ตัวจริงดังที่บิดามารดาข้าเล่าขานมา ข้าเข้าใจว่าเป็นเพียงนิทานหลอกเด็กเท่านั้น ทว่า...ชีวิตข้าเกือบหาไม่เพราะความโง่เง่าของตนเอง ข้าหวาดกลัวและเทิดทูนจอมราชันยิ่งเมื่อสบเข้ากับแววตานั้น ข้ามิเคยคิดโกรธแค้นที่จอมราชันทุบตีข้า ท่านทำให้ข้าตาสว่างเสียด้วยซ้ำและโดยเฉพาะ กับสตรีนางหนึ่ง...           

ใช่ เป็นข้าที่แอบลักขโมยสตรีพรมจารีของหมู่บ้านนี้เพื่อตอบสนองตัณหาที่ไม่มีวันหมดของข้าแล้วฆ่าพวกนางทิ้งเสีย มันคือความสุขระยะสั้น แต่เมื่อพวกนางเหนื่อยอ่อนทั้งข้ายังไม่สามารถหยุดความปรารถนาของตนเองลงได้ ข้าจึงสังหารพวกนางอย่างเลือดเย็น           

เมื่อคิดทบทวนมาถึงตรงนี้แล้ว อะไรกันหนอที่ดลบันดาลให้ข้าชั่วร้ายเลวทรามเช่นนี้          

 ข้าทำอยู่อย่างนั้นจนเมื่อวันหนึ่ง ข้าออกไปล่าหาเหยื่อเฉกเช่นปกติ ข้ากลับพบสตรีนางหนึ่งนั่งอยู่บนสะพาน นางแกว่งขาลงกับน้ำแล้วแย้มยิ้มอย่างสดใส ทว่าในใจข้ากลับร้อนรุ่ม ต้องเป็นนางที่จะมาดับกิเลศในตัวข้า ข้าไม่ไปลักนางเดี๋ยวนี้ดอก ข้ารู้สึกว่ายัง...ยังไม่ถึงเวลา อีกนิดหนึ่ง           

ผ่านไปหลายราตรี ข้ากลับมาที่เดิมอีกครั้ง และแน่นอนข้าเห็นนาง หนนี้นางมิได้อยู่ตัวคนเดียว นางพาสตรีนางหนึ่งมาด้วย แต่สตรีนางนั้นท่าทางผอมกะหร่อง ข้าคงกินไม่สุขหรอกกระมัง ไม่เป็นไรวันนี้ข้าเตรียมมาลักนาง ได้สองก็ยังดีกว่าหนึ่ง ข้าจึงบึ่งตัวเองไปใกล้ทั้งสอง ได้มุมเหมาะข้าจึงใช้ปากคาบพวกนางลงถ้ำบาดาลของข้าในทันที เมื่อจับได้ไม่รอช้า ข้าโยนสตรีผอมแห้งผู้นั้นทิ้งเสียแล้วขอสุขสมกับนางผู้ทำให้ข้าร้อนเป็นไฟและทนรอนางมานับสิบราตรี!           

แล้วเช่นดังข้าคิดไว้ เป็นนาง เป็นนางผู้เดียวที่ทำให้ช้าสุขสมอิ่มเอมเป็นครั้งแรก ทว่าสุดแสนเสียดายที่ข้าต้องปล่อยนางขึ้นไปเพราะจอมราชันบัญชาไว้ สตรีผอมแห้งคนนั้นมิเป็นไรดอก แต่ว่านาง ‘เอื้อย’ ผู้นี้กลับทำข้าโหยหาเสียมิเป็นอันล่าหาข้าวยังชีพ          

 ด้วยเหตุนี้...ราตรีที่แล้วข้าจักไปพบนางเพื่อดับความร้อนรุ่มนี้ แม้เพียงแค่เห็นหน้านางก็พอ!           

เอาล่ะ ...ราตรีนี้ก็เช่นกัน แม้นว่าเวลานี้ของราตรีที่แล้วจักไม่พบแต่ตอนนี้ข้าก็มาอยู่ที่ท่าน้ำเรียบร้อย           

เพลานี้ดึกดื่นมืดนัก แน่นอนว่านาง...           

...ไม่น่าจะมา...           

แต่ก็เอาเถิดได้ขึ้นมาก็ถือว่าเขาใกล้นางหน่อยหนึ่ง จะทอดสายตามองหลังคาบ้านนางสักพักคงไม่เสียหายหรอกกระมัง          

 แล้วเหตุใดข้าจึงต้องแปลงกายมาเป็นคนด้วย แถมยังใส่เสื้อผ้าเหมือนมนุษย์ชาวบ้านอีก?          

 ไม่แน่ว่าถ้านางเห็นข้าเป็นจระเข้คงตกใจวิ่งหายไปเลย เอาล่ะ...เหตุผลนี้ก็เข้าท่าดีอยู่หรอก           

ข้าทนมองสักพัก ก่อนจะหันหน้ากลับไปยังลำธาร นางคงไม่มาแน่แล้ว ข้าจึงแปลงกายกลับมาอยู่ในร่างทิพย์เช่นเดิม คือใส่เพียงโจงกระเบนด้านล่าง ท่อนบนข้าใส่เพียงสังวาลเส้นเดียวเท่านั้น          

 ข้ามองดูบนผืนน้ำ แสงจันทร์สะท้อนทำให้เห็นใบหน้าตนเอง         

  ...อืม...แม้นว่าข้าจักมิได้งดงามเป็นหนึ่งเฉกเช่นท่านจอมราชันที่เป็นเทพบรรพกาล แต่ข้าก็ถือว่างามกว่าเหล่ามนุษย์อยู่หลายส่วน           

เวลานั้นข้ากำลังจะกระโจนลงน้ำเสียแล้วหากไม่มีเสียงหนึ่งหยุดข้าไว้           

“ดะ...เดี๋ยวก่อน!”           

เสียงนี้ช่างคุ้นหู...กลิ่นนี้ช่างคุ้นจมูก          

 นี่...นี่นาง!           

ข้าค่อยๆ หันกลับไปช้าๆ ดวงตาสีแดงของข้าสบเข้ากับดวงตาสีนิลของนาง ไม่นานข้าก็ได้ยินเสียง ‘ตุบ’ ตุบหนึ่ง เมื่อมองไปกลับพบว่าเป็นตะกร้าของนางมนุษย์นี่เองที่หล่น...ไม่นานจากนั้นเช่นเดียวกัน นางมนุษย์ผู้นั้นก็วิ่งหนีข้าไป           ...เพราะ...เพราะเหตุใด?           

ข้าอดมิได้ที่จะโมโหเล็กน้อย ในเมื่อข้าก็งดงามกว่ามนุษย์ชายอยู่หลายส่วน เหตุใดนางจึงทำท่ากลัวและวิ่งหนีไปโดยไม่เอ่ยอะไรสักคำ!           

ข้าเตรียมตัวจะกลับไปเช่นเดียวกัน และวินาทีนั้นเองข้าก็บรรลุอาการวิ่งหนีอย่าง ‘ตื่นตระหนก’ ของนางมนุษย์ผู้นั้น           ดวงตาแดงก่ำสานสบกับข้าอยู่บนผิวน้ำ...           

อ้อ! ก็แค่ข้าลืมเปลี่ยนสีตาเท่านั้นเอง

          (=____=)

          เอาล่ะ เมื่อวานนี้ข้าอาจจะล้มเหลว แต่วันนี้โชคอาจจะเข้าข้างข้า ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใดหลังจากที่ข้าได้นางผู้นั้นแล้ว กายข้ามิต้องการอื่นใด สตรีนางไหนไม่อาจตอบสนองข้าได้เท่านาง หากได้นางอีกครั้งและหลายๆ ครั้งข้าคงกินอิ่มนอนหลับ           (ไรต์เตอร์ >> =____= หน่ายมัน ๕๕)

          ทว่าไม่ทันที่ข้าจะได้ไปพบ เสียงของราชันก็แล่นเข้าสู่โสตประสาท ข้ารีบบึ่งไปหาจอมราชัน           

และเมื่อถึงที่หมาย จอมราชันก็เหลือบตาไปมองเศษซากศพของเสือสมิงก่อนจะหันมาสบตากับข้า           ‘

'หวังว่าข้าจะรู้ความเกี่ยวข้องของพวกมันกับสรพลัฏฐ์ในไม่ช้า’           

‘ขอรับ’ อาวุโสสรพลัฏฐ์ส่งสมิงมารบกวนจอมราชันหรือนี่?           

‘เดี๋ยว...’ ข้าที่กำลังจะไปถูกนายท่านเรียกไว้ จึงต้องค้อมตัวลงต่ำอีกครั้ง           

‘ขอรับ’           

‘กับมนุษย์สตรีผู้นั้นหากเจ้าชื่นชมข้ามิว่า แต่เมื่อใดที่เจ้ากระทำตนหยาบช้าดังเก่าก่อนข้าคงมิอาจละเว้น’           

เอ่อ...จอมราชันรู้ได้เยี่ยงไรว่าข้า...           

ฉะนั้น นี่ก็แสดงว่าที่ข้าได้ยินมาว่าราชันสามารถล่วงรู้อดีต อนาคตหรือสิ่งที่ท่านต้องการจะรู้ก็เป็นเรื่องจริงน่ะสิ

 ข้ายิ่งเลื่อมใสท่านนัก...           

เอาล่ะ หนนี้ข้าคงต้องไปจริง นางมนุษย์อาจจะมาที่ลำธารอีก...อาจเป็นเช่นนั้น..           

มั้ง           

ความจริงแล้วข้าก็ไม่คิดว่าจะมีมนุษย์คนไหนกล้ามาที่ลำธารที่ตนเคยสบตาเข้ากับตัวประหลาดตาแดงหรอก -___-           ยกเว้นนาง...           

คือข้าปลอบใจตัวเอง           

ช่างเถิด...ได้มองหลังคาบ้านนางก็ดับความร้อนรุ่มได้อยู่           

คุยกับตนเองไม่นาน ข้าก็มาหยุดอยู่ตรงสะพานริมลำธาร...ที่เดิม เวลาเก่า เพียงแต่ว่าสตรีคนเก่าไม่น่าจะมา...           ผ่านไปเล็กน้อย ดวงตาของข้าที่เปลี่ยนมาเป็นสีรัตติกาลก็พินิจพิเคราะห์เงาของตนบนผืนน้ำอีกครั้ง           

ข้ารึก็มิได้ขี้ริ้ว หากนางมองเห็นข้าชัดๆ ไม่แน่อาจหนีตามข้าลงไปถ้าบาดาลด้วยความเต็มใจก็ได้ คิดไปก็หัวเราะไป          

 แต่ไม่นานร่างทั้งร่างของข้าก็แข็ง ขนลุกชันเมื่อได้ยินเสียงนั้น           

“จะ...เจ้า!”           

ข้ารีบหันกลับไป คราวนี้ดงตาข้าไม่แดงแล้ว แต่ว่านางก็ยังทำตะกร้าหล่นอยู่ดี           

‘ตุบ’           

นั่นไง =.,=           

“ข้าเอง...”           

“เจ้า...เจ้าขึ้นมาทำไม จะมารังแกฉันอีกรึ”           

ข้ารีบกระวีกระวาดตอบนางไปด้วยกลัวนางเข้าใจผิด           

“มิได้ ข้ารู้สึกผิดแล้ว ข้าอยากจะมาขอโทษ เพียงแต่ว่าถ้าได้อีกก็ดี ข้าคงมีสุขขึ้นหลายส่วน”           

‘ตุบ’           

หนนี้ร่างทั้งร่างของนางพลันทรุดฮวบลง ข้าเผลอยกมือขึ้นตะครุบปากตัวเองไว้แน่น ปากเอ๋ยปากสมองคิดอะไรไม่เคยเหลือไว้กับตนพูดออกไปจนหมดสิ้น           

“เอ่อ...”           

นางไม่พูดอะไร หนนี้นางกระถดร่างกายถอยหลังแล้ววิ่งหนีข้าไปเป็นรอบที่สอง...           


ข้าเก็บตะกร้านางมาสองอันแล้ว ข้างในตะกร้าล้วนมีหมากเปรี้ยวหมากหวาน มนุษย์สตรีชอบกินผลไม้แบบนี้หรือ?           ช่างเถิด ข้ามิได้สนใจผลไม้นั่นหรอก ข้าใส่ใจเจ้าของมันต่างหาก           

ข้าจักต้องเอากลับไปคืนนาง           

คิดแล้วละเหี่ยใจนัก รสนิยมในการมีความสัมพันธ์กับสตรีของข้ามันรุนแรงและผิดแผก อีกทั้งหนนั้นยังเป็นครั้งแรกของนาง ข้ามิได้โอนอ่อนผ่อนเบาให้นาง มีแต่ใส่ไม่ยั้งความดิบเถื่อนมีเท่าไรให้นางแบกรับ เมื่อกลับมาพิจารณาดูแล้ว หากเป็นลูกสาวข้าข้าคงสับร่างไอ้ผู้ชายวิปริตนั้นเป็นชิ้นๆ แล้วตัวนางเล่าจะยิ่งไม่เกลียดข้าหรือ? นี่ยังไม่นับรวมความผิดเรื่อง ตาแดงเอย เผลอปูดความในใจเอย ผลไม้สองตะกร้านี้เกรงว่าจักไม่พอ (ไรต์>> เดี๋ยว! นั่นมันของเขาไหม)           

แต่ข้ามิรู้จะหาอันใดไปขอโทษนาง เนื้อกวางสดก็เกรงว่านางจะมิชอบ หรือจะเป็นเนื้อช้างป่า...แต่ว่าก็กลัวว่าเนื้อช้างจะหยาบเกินไป นางคงเคี้ยวไม่ไหวแน่           

เอาเถิด...ข้าไปแค่สองตะกร้านี้ก็พอ           

ดังนั้น...ราตรีนี้ข้าจึงมาหยุดอยู่ที่เดิม และเหมือนเดิม...นางมา           

“เจ้ามาอีกแล้ว!”           

“อย่ากลัวข้าเลย ข้ามิใช่คนวิผริตผู้นั้นแล้ว ข้าเพียงแต่อยากมาขอโทษเจ้า”           

“มะ...ไม่จำเป็น!”           

“เจ้าจะรับตะกร้าผลไม้สองตะกร้านี้คืนไหม”           

ข้ายื่นตะกร้าให้นาง แต่ดวงตาของข้ากลับแน่นิ่งอยู่บริเวณอกอิ่มที่โผล่พ้นขอบเสื้อคอกระเช้าสีฟ้าอ่อนนั่น           

“นั่น...นั่นมันของข้านี่!”           

นางวิ่งเข้ามาจับตะกร้า ในขณะที่วิ่ง สิ่งนั้นก็ขยับ...          

 ทำไมน้ำลายข้าถึงเหนียวในเวลานี้..?          

 ปีก!           

“โอ๊ะ!”           

ข้ารู้สึกเจ็บเล็กน้อยเมื่อสตรีตรงหน้าฟาดตะกร้าผลไม้ลงบนอกข้า นางยกมือปิดอกอวบพลางหันหลัง...           ท่าทางแบบนี้ข้ารู้ดีว่านางเตรียมวิ่งอีกแล้ว           

หนนี้ข้าเตรียมตัวมาดี ไม่นานก็ก็มาโผล่อยู่ด้านหน้านางทำให้นางถอยกรูดออกไป ข้าไม่รอช้าจับตัวนางไว้ แล้วพาไปยังบริเวณใกล้ถ้ำซึ่งค่อนข้างลับตาคน หน้าตาของนางดูตื่นตระหนก เตรียมจะกรีดร้อง ข้ามิรอช้า ปิดปากนางด้วยปากข้าไว้ได้พอดิบพอดี           

...พวกเจ้าจะหาว่าข้าฉวยโอกาสไม่ได้ ในเมื่อมือทั้งสองของข้าต่างพันธนาการร่างนางอยู่ สิ่งเดียวที่ว่างคือปากนี่ล่ะ           นางดิ้นขลุกขลักอยู่พักใหญ่ก็เริ่มตัวอ่อน ข้าถือโอกาสเวลานั้น ส่งลิ้นเข้าไปหาความนุ่มนิ่ม ตอดตวัดรัดคลึงนาง ยิ่งนางหนีข้ายิ่งชอบ จนเมื่อนางหยุดข้าจึงหยุดแล้วถอนริมฝีปากออกมา           

นางร้องไห้หรือ?           

“ข้า...ข้าขอโทษ”           

เพี๊ยะ!           

นางตบข้า...ก็หนักพอควรอยู่           

“เจ้ามันหยาบช้า!”           

“เดี๋ยวก่อน!”           

นางวิ่งหนีข้าอีกแล้ว ข้าได้แต่ทุกข์ใจเพราะตนเองพลาดเข้าให้อีกแล้ว           

“ข้าขอโทษ เอื้อยคำ!”           

ร่างของนางหยุดชะงัก แต่ไม่นานนางก็วิ่งหนีกลับไปอีกครั้ง           

เฮ้อ!            

ก็ว่าจะเลิกวิปริตอยู่แล้วเชียวแต่ข้าอดใจไม่ไหวเมื่อเจอนางทุกที



======================== <3<3 ==================

วั๊ยยย ต่ายเลี้ยวว

คู่นี้มาได้ไงงง

********แต่ยังไงก็...สุขสันต์วันปีใหม่ไทยค่ะ ขอให้ทุกคนมีความสุข *********


วันนี้เอาไอสูรกะเอื้อยคำมาฝาก ให้อ่านฟรี อี อี อี...

ยังไงก็เจอคู่นี้ได้ยามโลก (ของรีดและไรต์) ต้องการเด้อ ขำอิอสูรแรงงง


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}