facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่4.

คำค้น : ชีค,ทะเลทราย,อิโรติก,เพลงมีนา,18+

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.1k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 เม.ย. 2560 19:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่4.
แบบอักษร

เรื่อง กลลวงรักเจ้าชายเถื่อน

บทที่ 4**.**

            หญิงสาวในชุดกางเกงยีนเสื้อยืดพอดีตัว    เธอกำลังขับกล่อมเด็กน้อยที่นั่งทำตาแป๋วบนเตียงนอนในโรงพยาบาลด้วยเสียงไวโอลินจังหวะสนุกสนาน เด็กน้อยบางคนตบมือตามจังหวะเพลงที่ได้ยิน บางคนหัวเราะคิกคัก แต่ทุกคนล้วนมีใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม

            สาริศารู้สึกสุขใจทุกครั้งที่ได้เล่นไวโอลิน  เมื่อไหร่ก็ตามที่เอพอจะมีเวลาว่าง หญิงสาวก็มักจะมาเล่นดนตรีให้ผู้ป่วยเด็กตามโรงพยาบาลต่างๆ หรือไม่ก็ไปที่บ้านพักคนชรา         นานหลายปีแล้วที่เธอทำเช่นนี้และเป็นอีกภาพที่ไม่ค่อยมีใครได้เห็นหรือรู้จักนัก   แม้วาเธอจะเป็นนักดนตรีมานานแต่ภาพนี้ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักเท่ากับภาพนางแบบสุดเซ็กซี่ตามหน้านิตยสาร

            “เอาล่ะ หมดเวลาของพี่ริต้าแล้ว ทุกคนอย่าลืมสัญญาที่ให้ไว้กับพี่ริต้านะคะ  ห้ามดื้อกับคุณหมอและพี่พยาบาลคนสวย แล้วอาทิตย์หน้าพี่ริต้าจะแวะมาสอนน้องๆ เล่นดนตรีอีก”

            หญิงสาวกล่าวลา           เด็กๆ หลายคนหอมแก้มแทนคำขอบคุณ และบางคนยังเขินอายอยู่  สาริศาได้แต่ยิ้มกว้างที่อย่างน้อย  การเรียนดนตรีของเธอก็สามารถนำมาปรับใช้ให้เป็นประโยชน์กับผู้ป่วยเด็กเหล่านี้ได้

            “ขอบใจริต้ามากเลยนะ”  ธันวา-นายแพทย์หนุ่มรูปหล่อขวัญใจพยาบาลและผู้ป่วยสาวเข้ามาทักทายสาริศา “เด็กๆ ดูมีความสุขมากทีเดียว”

            “เรื่องเล็กน้อยค่ะพี่หมอ”   สาริศายิ้มกว้าง “ที่ริต้ามีวันนี้ก็เพราะวันนั้นพี่หมอชวนมาเล่นดนตรีที่นี่...รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของพวกเขาเป็นกำลังใจทำให้ริต้ากล้าลุกขึ้นยืนอีกครั้งค่ะ”

            สาริศาหวนคิดถึงความรู้สึกที่ลืมตาขึ้นแล้วรู้ว่าตัวเองขยับตัวไม่ได้   คนที่เคยทำอะไรได้เองกลับต้องคอยพึ่งพาคนอื่น  ทั้งที่รู้ดีว่ามีแม่ที่เธอยังเป็นกังวลต้องดูแล แต่เธอก็อ่อนล้าและเกือบจะยอมแพ้ต่อการบาดเจ็บของตัวเอง           แต่เมื่อหมอธันวาชักชวนให้เธอลองมาเล่นไวโอลินให้ผู้ป่วยเด็ก   รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของพวกเขากลายเป็นแรงบันดาลใจให้เธอต่อสู้กับอาการเจ็บปวดของร่างกาย   ฝึกทำกายภาพบำบัดทุกวันจนสามารถกลับมาใช้ชีวิตปกติได้อีกครั้ง

            “ไม่คิดว่านางแบบคิวแน่นอย่างริต้าจะมีเวลามาเยี่ยมเยือนเด็กๆ แบบนี้”          หมอธันวาชวนคุยแล้วยื่นแก้วน้ำดื่มให้

            “ริต้าก็ยังเป็นริต้าคนเดิมค่ะพี่หมอ”  สาริศารับแก้วน้ำมาดื่มจนหมดด้วยความกระหาย  “ริต้าว่างเมื่อไหร่ก็จะมาหาเด็กๆ ที่นี่ก่อนเสมอค่ะ”

            “แต่ยังไงริต้าก็อย่าลืมหาเวลาให้ตัวเองได้พักผ่อนบ้างล่ะ”

            “เวลาริต้าทำงานก็เหมือนได้พักผ่อนด้วยนั้นแหละค่ะ” สาริศาไหวไหล่น้อยๆ แล้วเธอก็เพิ่งนึกได้ หมุนตัวไปหยิบถุงกระดาษใบเล็กที่อยู่ในเป้หนังกลับสีน้ำตาลของตน  แล้วยื่นส่งให้หมอธันวา “ของฝากจากญี่ปุ่นค่ะ”

            หมอหนุ่มถอนหายใจหนักๆ “แต่สีหน้าไม่ได้เหมือนคนได้พักผ่อนเลยนะครับ”

            “พี่หมอก็รู้...ถ้าเลือกได้ริต้าก็ไม่ได้อยากเป็นนางแบบอย่างนี้หรอกค่ะ”สาริศาฝืนยิ้มออกมาแต่มันก็เป็นรอยยิ้มที่แสนเศร้า “ถ้าริต้าเก็บเงินได้ครบตามที่คิดไว้เมื่อไหร่  ริต้าก็จะได้กลับไปเป็นนักดนตรีหรือครูสอนไวโอลินอย่างที่ตัวเองตั้งใจไว้”

            “ถ้าริต้าลำบากเรื่องเงิน ผมก็พอช่วยได้นะ”  ธันวาเป็นหมอหนุ่มที่อุทิศตนเพื่อรักษาผู้ป่วยอย่างจริงจังและจริงใจ  อันที่จริงครอบครัวของเขาเป็นมีฐานะถึงขั้นเป็นเศรษฐีอันดับต้นๆ ของเมืองไทย นามสกุลของเขาเป็นที่รู้จักดีในแวดวงไฮโซแต่เขากลับชอบใช้ชีวิตสมถะไม่ยุ่งเกี่ยวกับธุรกิจของครอบครัว

            “ขอบคุณค่ะพี่หมอ”  หญิงสาวยิ้มบางๆ “แต่ริต้าช่วยตัวเองได้ค่ะ แค่ที่ผ่านมาพี่หมอทำให้ริต้ากลับมาใช้ชีวิตได้อีกครั้งแค่นี้ริต้าก็เป็นหนี้บุญคุณพี่หมอมากพอแล้วค่ะ”

            “ริต้า...”

            “อุ้ย! นี่มันจะบ่ายสองโมงแล้วนี่คะ”  สาริศาดูเวลาที่นาฬิกาข้อมือแล้วสะดุ้ง “ริต้ามีนัดค่ะ  ยังไงถ้ามีอะไรที่ริต้าช่วยได้ก็บอกได้เลยนะคะ ไม่ต้องเกรงใจ”

            สาริศายกมือไหว้ลาหมอธันวาแล้วรีบเก็บไวโอลินลงกล้องก่อนจะก้าวเท้าเร็วๆ ออกมาจากห้องผู้ป่วยเด็ก  เธอหยิบแว่นกันแดดมาสวมหลบสายตาหลายคู่ที่มองมาทางเธอ  ใช้เวลาไม่กี่นาทีสาริศาก็อยู่ในรถคันเล็กเตรียมมุ่งหน้ากลับคอนโดของตน   วันนี้เธอไม่ได้มีนัดที่ไหนนอกจากไปสปาเพื่อบำรุงผิวหลังจากถ่ายแบบตากแดดมาหลายวัน    เธอเข้าใจความหวังดีของหมอธันวาแต่เธอก็ไม่ต้องการเป็นหนี้บุญคุณใคร          แต่ถ้าไม่เพราะมีพ่อเลี้ยงที่ติดการพนัน  ชีวิตเธอก็คงจะสงบสุขกว่านี้

            “อ๊ะ! แย่จริงลืมอีกแล้ว” สาริศาบ่นกับตัวเอง “ว่าจะเอาสร้อยคอที่ฝากไว้กับแม่แต่ก็ลืมหยิบมาจนได้”

            สร้อยคอทองคำขาวที่มีพลอยสีม่วงประดับปรากฏในห้วงความทรงจำ   เธอฝากสร้อยคอมีค่าที่สุดไว้กับมารดา เพราะเมื่อสองสัปดาห์ก่อนเธอให้ช่างมาซ่อมหน้าต่างห้องนอน  แต่เพราะเดินทางบ่อย จึงเกรงว่าจะจะมีขโมยแอบแฝงมาแบบไม่รู้ตัว  จึงฝากสร้อยคอไว้ที่บ้านของแม่   สิ่งของมีค่าที่สุดในชีวิตและเป็นสิ่งเดียวที่ยังงดงามในความทรงจำที่เกี่ยวกับเทซาเนีย   ประเทศที่งดงามและแสนเศร้า  เพลงSad Romance ดังขึ้นจากเครื่องเสียงรถยนต์  และเธอก็อดคิดถึงเจ้าของใบหน้าคมเข้มไม่ได้   ระยะเวลาที่แสนสั้นกับมนต์ทะเลทรายทำให้เธอตกหลุมรัก ‘วาคิม’ หมดใจ       แต่ขอเสนอของเขาที่ให้เธออยู่เคียงข้างในฐานะ **‘เมียเก็บ’**มันช่างแสนจะย่ำยีหัวใจของเธอเหลือเกิน    

            แม้จะเสียดายกับความรักครั้งแรกที่พังทลายลงไม่เป็นท่า      ทว่าเธอไม่เสียใจกับการตัดสินใจหันหลังให้ข้อเสนอของเขาเลย       แต่ถึงเขาจะร้ายกาจอย่างไร เธอก็ยังคิดถึงเขาและดูเหมือนว่าความรักที่เธอมีมันไม่เคยจางลงเลย

                                               ..............

            ชายหนุ่มร่างสูงนั่งอยู่ในห้องรับรองพิเศษ    ณ เวลานี้เขามาเยือนสถานบันเทิงแห่งนี้ในฐานะของผู้ชายคนหนึ่งเท่านั้น       ละฐานอันดรที่มีทั้งหมดเพียงเพื่อสนทนากับมิตรสหายที่ไม่ได้เจอกันนานนับปี

            “ขออภัยที่ต้องให้ต้องรอ”  ชายหนุ่มมาดยียวนเอ่ยปนหัวเราะในลำคอ “มีพวกจนไม่เจียมก็เลยต้องเคลียร์นานหน่อย”

            “ไม่เป็นไร เราไม่ได้รีบร้อนอะไร”  ชีควาคิมเอ่ยพลางยกแก้วไวน์ขึ้นดื่ม “ไม่ได้เจอกันนาน กิจการของนายดูรุ่งเรืองดีนะนายซัน”

            ซันหรืออาทิตย์ไหวไหล่น้อยๆ เขารู้ดีว่าผู้ชายตรงหน้าเป็นใคร   แต่เพราะมี ‘คำสั่ง’ให้เขาทำตัวแบบปกติไม่ต้องมียศศักดิ์    เมื่อราวๆต้นปีที่ผ่านมา เขาได้พบชีค****วาคิม  อับดุลเราะฮ์มาน ที่ลาสเวกัส   ถึงเขาจะเป็นเซียนพนันแต่ก็ไม่เคยถลำลึกจนสิ้นเนื้อประดาตัว            แท้จริงเขาชอบการเดิมพัน การท้าทายโชคชะตาและการเสี่ยงภัย  การเล่นพนันสำหรับเขาคือการวางแผนเผื่อเอาชนะมิใช่แค่เกมที่เล่นสนุกๆ เท่านั้น

            อาทิตย์นั่งเล่นโป๊กเกอร์กับชีควาคิมโดยที่เขาไม่รู้ว่าชายที่นั่งข้างๆ เป็นถึงชีคแห่งเทซาเนีย           จนเขาสังเกตเห็นคู่เล่นอีกฝ่ายที่พยายามจะเอาชนะด้วยกลโกง  เขาเปิดโปงพวกมันไม่ให้ตัวเขาเองและชีควาคิมเสียเงินก้อนโต            แต่เมื่อออกมากบ่อนคาสิโน่ เขากลับถูกดักทำร้ายและโชคดีที่ชีควาคิมให้องครักษ์เข้ามาช่วยได้ทันก่อนที่เขาจะกระดูกหักเพราะพวกมันรุมทำร้ายอย่างจะเอาให้ตายคาเท้า

            “ดีใจที่ได้พบท่านที่นี่”  อาทิตย์ยกแก้วไวน์ขึ้น “ท่านจะอยู่เมืองไทยกี่วันหรือครับ”

            “เราเสร็จธุระของเราแล้ว”  ชีควาคิมพยักหน้า “เราจะพักสักสองสามวันแล้วเดินทางกลับเทซาเนีย”

            “เสียดายที่ไม่มีเวลาได้ประลองฝีมือกับท่าน”  อาทิตย์ยักคิ้วทะเล้น

            “เจ้าจะตามไปเล่นแก้มือกับเราที่เทซาเนียก็ได้”

            “ตอนนี้ผมคงต้องดูแลกิจการให้มั่นคงก่อน”  อาทิตย์ยักไหล่  เขาเปิดผับหรูหราสำหรับไฮโซได้ครึ่งปีแล้ว “ให้ผมหาสาวๆ มาดูแลท่านดีไหมครับ”

            ชีควาคิมโบกมือห้าม “เราแค่อยากมาดื่มกับเพื่อนเท่านั้น”

            “นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ยินเช่นนั้น”  อาทิตย์ค้อมตัวลง  แต่ยังไม่ทันที่เขาจะเอ่ยอะไรลูกน้องก็เข้ามากระซิบรายงาน       สีหน้ายุ่งยากของอาทิตย์ทำให้ชีควาคิมอดเอ่ยถามไม่ได้

            “คนเมากินเหล้าแล้วไม่จ่ายเงิน”  อาทิตย์ทำเสียงขึ้นจมูก   บางคนชอบทำเป็นมีเงินแต่มาหลอกหากินฟรีเอาข้างหน้า         ผับของเขามีโฮโซเข้ามาใช้บริการเป็นประจำ  ก็มักจะมีพวกที่หวังผลจะมีจับคนรวยโง่ๆ อยู่ไม่น้อย  

            “เอ่อ...เขาบอกว่าจะเอาสร้อยมาจำนำไว้กับบอสก่อนนะครับ” ลูกน้องรายงานพร้อมกับยื่นสร้อยเส้นหนึ่งส่งให้     

            อาทิตย์รับมาดูแล้วส่องกับแสงสว่าง  ดูผิวเผินเหมือนสร้อยเงินธรรมดาแต่พลอยสีม่วงที่เจียระไนรูปหยดน้ำนั้นแสนสวยจนอดผิวปากออกมาไม่ได้         และเสียงผิวปากของอาทิตย์ทำให้ชีควาคิมชะงัก  ร่างสูงสะดุ้งแล้วยื่นมือไปกระชากสร้อยเส้นนั้นมาอย่างรวดเร็วจนอาทิตย์ตกใจ

            “มีอะไรเหรอครับ”  อาทิตย์ตกใจเพราะเขาไม่เคยเห็นอาการแบบนี้ของชีควาคิมมาก่อน

            “มี” น้ำเสียงเฉียบขาดเอ่ยขึ้น “ขอเราดูหน้าคนที่เอาสร้อยเส้นนี้มาจำนำได้ไหม”

            อาทิตย์พยักหน้ารับแล้วสั่งลูกน้องให้ทำตาม  ไม่กี่นาทีต่อมาชายวัยกลางคนก็เดินเข้ามาด้วยท่าทางเมามายเต็มที่

            “สร้อยเส้นนี้เป็นของเจ้ารึ”  ชีควาคิมเอ่ยถามเสียเข้ม

            “ใช่แล้ว”  อานนท์เอ่ยอย่างอวดดีเพราะฤทธิ์สุราและเขาก็หมดเงินก้อนสุดท้ายไปกับโต๊ะพนันก่อนจะมาที่ผับแห่งนี้แล้ว  “สร้อยของลูกสาวผมเอง ผมจะเอามาทำอะไรก็ได้ มันเรื่องของผม”

            “ลูกสาว?”  ชีควาคิมขมวดคิ้วอย่างฉงน

            “ใช่ๆ ลูกสาว”  อานนท์หัวเราะเสียงดัง “ลูกสาวคนสวย เป็นนางแบบดังด้วยนะ ชื่อริต้า-สาริศา คุณเคยได้ยินไหมล่ะ?”

            “ริต้า-สาริศา!”   

            “ใช่ๆ คนนั้นแหละ”  อานนท์เห็นคนแปลกหน้ามีท่าทางสนใจก็อดวางแผนชั่วร้ายไม่ได้ “ถ้าคุณสนใจผมนัดให้มากินข้าวกับคุณก็ได้นะ  พวกโฮโซเขาชอบกินข้าวกับดารานางแบบไม่ใช่เหรอ  ว่าไงล่ะ สนใจไหม ผมคิดค่าเสียเวลาไม่แพงหรอก”

            “เจ้าทำอย่างที่พูดได้จริงรึ”

            อานนท์กระตกยิ้มที่มุมปาก ดีล่ะ! จะได้จัดการเจ้าลูกนอกไส้ที่ไม่ยอมให้เงินเขาใช้        ถ้าเป็นผู้ชายคนนี้ก็ท่าทางกระเป๋าหนักไม่ใช่เล่น ดีล่ะ!แบบนี้ต้องรีดเลือดให้หมดตัว! จะได้มีทุนไปเล่นต่อในบ่อนอีก!

“มากกว่านัดกินข้าวก็ยังได้นะ แต่จะสู้ราคาไหวหรือเปล่า”

ถ่ายแบบวาบหวิวยังไม่พอ นี่ยังรับจ๊อบกินข้าวกับคนมีเงินอีกเหรอเนี้ย! สาริศา! ดูเหมือนฉันจะดูเธอผิดไปเยอะเลยนะ!!

            ชีควาคิมแทบอยากสั่งให้องครักษ์ลากตัวไปขังคุกเสียจริง! แต่ท่าทางหิวกระหายเงินของผู้ชายคนนี้ทำให้เขาคิดแผนการอะไรบางอย่างได้ มันรวดเร็วกว่าที่เขาคิดไว้และมันก็เป็นวิธีที่จะแก้แค้นได้อย่างรวดเร็วที่สุดโดยไม่ต้องออกแรงมากเสียด้วย

            “ถ้าเจ้าทำได้ เงินเท่าไหร่ก็ไม่มีปัญหา”

            อาทิตย์มองชีควาคิมสลับกับนายอานนท์ไปมาด้วยความงุนงง  เขาไม่เคยรู้ว่าชีควาคิมมีรสนิยมเรื่องผู้หญิงแบบนี้ แต่จะว่าไปฐานะอย่างชีควาคิมหาผู้หญิงมาควงเล่นๆ ได้ไม่อยาก          แต่ทำไมดูเหมือนว่าชีควาคิมเจาะจงต้องเป็น ‘ริต้า-สาริศา’ ด้วยก็ไม่รู้

                                                  .......................           

ความคิดเห็น