facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่3.

คำค้น : ชีค,ทะเลทราย,อิโรติก,เพลงมีนา,18+

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.4k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 เม.ย. 2560 19:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่3.
แบบอักษร

เรื่อง กลลวงรักเจ้าชายเถื่อน

บทที่ 3.

องครักษ์หนุ่มเดินเข้ามาในห้องบรรทมขององค์รัชทายาทแห่งเทซาเนีย  “เดวิท แอนเดอร์สัน” ยกข้อมือที่คาดนาฬิกาเรือนเก่าขึ้นดูเวลาที่บอกบ่ายโมงเศษแล้ว  

   “สายแล้ว เอ่อ...ไม่ใช่ซิ นี่มันบ่ายโมงแล้วนะพะย่ะค่ะ”

   “แล้วยังไงล่ะ”   ชายหนุ่มวัยสามสิบสองเงยหน้าจากเครื่องไอแพดตรงหน้า แล้วมือใหญ่ก็เลื่อนไปรวบเอกสารที่วางเกลื่อนโต๊ะให้เข้าที่  แต่องครักษ์หนุ่มช่วยเก็บให้ก่อน

     “ทรงลืมหรือว่าวันนี้มีราชกิจ”       เดวิทเอ่ยแล้วโคลงศีรษะไปมา  เขาเป็นชาวอังกฤษที่มีหัวใจภักดีกับเทซาเนียยิ่งกว่าคนเทซาเนียบางคนเสียอีก “อีกอย่าง...ผมไม่คิดว่านี่จะอยู่ในแผนการของพระองค์ด้วย”

    ชีค****วาคิม  อับดุลเราะฮ์มาน ทรงอดหัวเราะออกมาไม่ได้   มือใหญ่ยกขึ้นเสยเส้นผมที่ยาวลงปรกหน้า  ใบหน้าคมเข้มของชายหนุ่มวัยสามสิบสองปรากฏพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์       หลายปีที่ต้องใช้ชีวิตเหมือนคนร่อนเร่อยู่ต่างแดน  แต่แม้จะจากไปนานสักเท่าไหร่     ความรู้สึกที่ได้อยู่ในแผ่นดินเกิดมันเต็มตื้นในหัวใจและ  เพราะการเมืองภายในประเทศที่มี ‘คลื่นใต้น้ำ’ ทำให้ต้องทรงปิดบังลักษณะนิสัยตัวเองด้วยการแสร้งทำตัวเป็น ‘เพลย์บอย’ อย่างไม่ตั้งใจ

     “ถึงจะเป็นการแสดงก็ไม่จำเป็นต้องทำแนบเนียนถึงขั้นสมจริงแบบนี้”  เดวิทหัวเราะในลำคอแล้วรินน้ำชาใส่ถ้วย   “มีรายงานรอให้พระองค์ตรวจสอบ”

        เจ้าชายวาคิมหรี่ดวงตาลงเล็กน้อยแล้วพยักหน้าอย่างเข้าใจ “ขอเวลาอาบน้ำเดี๋ยวจะกลับออกมาดู”

        “พะย่ะค่ะ”

     ชีคหนุ่มเดินหายไปให้ห้องอาบน้ำ สายน้ำจากฝักบัวปลุกร่างกายที่หลับใหลให้ตื่นฟื้นอย่างเต็มที่    ครึ่งปีแล้วที่กลับมาอยู่ที่แผ่นดินเกิดแห่งนี้  แต่ผู้คนรอบข้างก็ยังทำเหมือนพระองค์เป็นคนแปลกหน้า แต่จะว่าไปช่วงชีวิตที่ผ่านมาก็มีความทรงจำดีๆ ให้ทรงยิ้มได้ทุกครั้งที่คิดถึง    โดยเฉพาะใบหน้าหวานๆ ริมฝีปากสีชมพูดุจกลีบกุหลาบช่างเจรจา และดวงตาใสซื่อที่ชวนหลงใหล ซึ่งทรงรู้ดีว่าตอนนี้เธออยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมมือคว้า

       ทว่าครั้งนี้...จะคราวนี้จะไม่มีการหักห้ามใจใดๆ อีกแล้ว

        “จริงซิ...แล้วน้องสาวเรามาถึงแล้วรึ”

       “เครื่องบินมาถึงเมื่อ...”  ยังไม่ทันทีเดวิทจะพูดจบ ประตูห้องนอนก็เปิดออกพร้อมกับร่างหญิงสาวในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนเข่าขาดถลาเข้ามาหาชีคหนุ่มทันที

       “พี่วาคิม!! น้องคิดถึงจังเลยค่ะ”

       ชีคหนุ่มจับไหล่น้องสาวไว้ก่อนที่จะโผเข้ามากอดทั้งตัว  สายตากึ่งตำหนิทำให้เจ้าหญิงเซเรน่า อับดุลเราะฮ์มาน นิ่งลงไปแต่แววตาไม่มีรอยสำนึกผิดแม้แต่น้อย  ริมฝีปากสวยกลับยิ้มทะเล้นออกมา

      “นอกจากพี่แล้วอย่าทำแบบนี้ให้ใครเห็นอีกนะ เจ้านะเป็นถึงเจ้าหญิงแห่งเทซาเนีย”

      “เรื่องนั้นน้องทราบมาตั้งแต่จำความได้แล้วเพคะ”  เจ้าหญิงเซเรเนียหัวเราะเสียงใสแล้วหันไปหลิวตาให้กับองครักษ์หนุ่ม “ขอบคุณไปรับแต่เช้าตรู่นะคะมิสเตอร์เดวิท”

       “มันเป็นหน้าที่ของกระหม่อมอยู่แล้วพะย่ะค่ะ”  เดวิทก้มศีรษะลงเล็กน้อย “แต่จะให้ดีทรงอย่าเปลี่ยนเที่ยวบินกะทันหันจะดีกว่า”

      “ก็แค่เล่นอะไรสนุกๆ เท่านั้นเองนี่ค่ะ”  หญิงสาวยักไหล่ “ยังไงก็ไม่รอดพ้นสายตาองครักษ์คู่ใจพี่วาคิมหรอกน่า”

       “อายุก็สิบแปดแล้วอย่าทำตัวเป็นเด็กนักเลยเซเรน่า”  ชีควาคิมส่ายพระพักตร์ไปมา “ถึงจะเป็นหญิงก็มีภารกิจเพื่อบ้านเมืองไม่แพ้กันหรอก”

        “ไม่พูดเรื่องแบบนี้ก็ได้บ้านนะเพคะ”  หัวคิ้วหญิงสาวขมวดคิ้วเข้าหากัน

       “ยอมรับโชคชะตาของตัวเองเถิด” 

ชีควาคิมเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นแต่แฝงความห่วงใย แน่นอนว่าการเป็นหญิงอาจดูเหมือนไม่สามารถทำอะไรได้มาก โดยเฉพาะโลกในดินแดนทะเลทรายแห่งนี้ และที่สำคัญเธออายุยังน้อย   เซเรน่าไม่เหมือนเจ้าหญิงองค์อื่น เธอได้รับโอกาสอันดีคือการได้ไปร่ำเรียนที่ต่างประเทศและใช้ชีวิตค่อนข้างอิสระในโลกตะวันตก

   “อุตส่าห์ดีใจที่ให้ตามมาเที่ยวที่เมืองไทย”  เจ้าหญิงเซเรน่าเบ้ปากนิดๆ

 “พี่จะเดินทางมาที่นี่เป็นการส่วนตัว แต่เจ้าก็มีหน้าที่ศึกษาดูงาน  ตลาดสินค้าทางเอเชียยังใหม่มากสำหรับประเทศของเรา”

  “ทราบแล้วเพค่ะ”  เจ้าหญิงเซเรน่าย่อตัวลงเล็กน้อยแต่ช้อนสายตาเจ้าเล่ห์ขึ้นมองผู้เป็นพระเชษฐา “แต่น้องขอไปดูงานทางภาคเหนือนะเพค่ะ  ได้ยินว่ามีไร่กาแฟขนาดใหญ่ที่นี่ด้วย”

   “อย่าเอาแต่เที่ยวเล่นจนลืมหน้าที่ก็แล้วกัน”

    “เจ้าค่ะ”    เจ้าหญิงเซเรน่ายิ้มกว้างแล้วหันไปแลบลิ้นปลิ้นตาใส่องครักษ์หนุ่มก่อนจะขอตัวออกไป

   เดวิทได้แต่ยกมือขึ้นกุมขมับในความแสนซนของเจ้าหญิงแสนน่ารักพระองค์นี้

    “กระหม่อมจะจัดองครักษ์ตามเสด็จเจ้าหญิงเซเรน่า”  เดวิทเอ่ยอย่างรู้ทันว่านายเหนือหัวคิดอะไรอยู่

  “ดีแล้ว แต่ให้ตามดูอยู่ห่างๆ อย่าให้น้องของเรารู้ตัว ไม่อยากนั้นนางต้องแอบหนีเที่ยวจนยากจะตามตัวกลับแน่ๆ “

  “ทราบแล้วพะย่ะค่ะ” 

   “นายเองก็ไปจัดการเถอะ อีกครึ่งชั่วโมงเราจะออกเดินทางตามกำหนดการภารกิจของวันนี้”

  เดวิทก้มศีรษะถวายความเคารพแล้วเดินออกไป  เมื่อในห้องส่วนพระองค์ไม่มีใครแล้ว ชีควาคิมก็ลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่างบานใหญ่ที่มองเห็นวิวทัศน์เมืองหลวงของประเทศไทย... บ้านเกิดของหญิงสาวที่ครั้งหนึ่งเคยทำให้พระองค์วาบไหวเฉกเช่นบุรุษหนุ่มคนหนึ่ง

  พรมลิขิตหรือโชคชะตาใดก็ตามได้นำพาหญิงสาวที่สดใสราวกับแสงอาทิตย์ในฤดูใบไม้ผลิ   เธอดูร่าเริงและในขณะเดียวกันก็อ่อนหวานจนน่าปกป้อง   ช่วงเวลาสั้นๆ ที่ได้พบและรู้จักกันเป็นความทรงจำที่แสนงดงาม     ทว่าช่วงนั้นเทเซเนียเกิดการปฏิวัติทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย   เขาไม่อาจสานสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับเธอได้จึงจำใจปล่อยมือเธอจากไป               ทว่าเวลาที่ผ่านมาพระองค์ไม่อาจลืมผิวกายเนียนนุ่มที่ได้เคยสัมผัส ลมหายใจอุ่นๆ และกลิ่นกายอ่อนละมุนของเธอได้เลย

  การมาเมืองไทยครั้งนี้     เป็นมาเดินทางโดยส่วนพระองค์ไม่เกี่ยวกับการเมืองใดๆ  ชีควาคิมเดินทางมาในฐานะเจ้าบริษัทผู้ส่งออกเพชรและน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของเทเซเนีย    การเปิดตลาดใหม่ในเอเชียเป็นสิ่งแปลกใหม่ที่เทเซเนียและเป็นความท้าทายที่น่าลอง      ทว่าเรื่องเหล่านี้อาจไม่ใช่เหตุผลทั้งหมดที่ทำให้พระองค์ทรงเลือกการมาเยือนที่นี่          

ภาพนางแบบสาวสวยอวดเรือนร่างในชุดว่ายน้ำทูพีชสุดเซ็กซี่  ที่ปรากฏในหน้านิตยสารชื่อดังต่างหากที่ทำให้พระองค์ทรงแทบระงับอารมณ์ไม่ได้!!!

  วินาทีแรกที่ทรงเห็นรูปดังกล่าว   ชีควาคิมไม่อาจเชื่อว่าเป็นหญิงสาวคนเดียวกับที่พระองค์รู้จัก  ทว่าเมื่อทรงค้นประวัติและชื่อจริงของเธอทำให้ยิ่งมั่นใจว่าเธอคือคนๆ เดียวกัน

 “นาทีนี้ไม่มีใครไม่รู้จัก นางแบบสุดฮอตแถวหน้าของเอเชีย ริต้า-สาริศา”

  เสียงภาพข่าวในโทรทัศน์ทำให้พระองค์ตื่นจากภวังค์ หญิงสาวในชุดเดรสเปิดไหล่อวดผิวสวยแย้มยิ้มอยู่หน้าจอโทรทัศน์ และให้สัมภาษณ์ข่าวการทำงานของเธอ

 ชีควาคิมเผลอกำหมัดแน่นอย่างไม่รู้พระองค์!

“มีข่าวลือว่าคอนโดสุดหรูของคุณริต้ามีหนุ่มใหญ่ซื้อให้ อันนี้จริงหรือเปล่าครับ”  พิธีกรหนุ่มถามพลางหัวเราะเหมือนเป็นเรื่องสนุกสนาน

“ถ้ามีเรื่องแบบนั้นก็ดีซิคะ  คงจะไม่เอาแค่คอนโดหรอกค่ะ ขอบ้านสักหลังเลยดีกว่า”

 เมื่อสามปีก่อน เธอหันหลังจากเขา  หันหลังให้ข้อเสนอที่เขามอบให้   พระองค์ยังคงจดจำแววตาโกรธแค้นที่เธอจ้องมองก่อนจะจากไป ถ้าหากครั้งนั้นเธอไม่ปฏิเสธข้อเสนอที่จะอยู่เคียงข้างพระองค์.... ตอนนี้เธอคงไม่ต้องใส่ชุดวับๆ แวมๆ ถ่ายแบบอยู่อย่างนี้

ยิ่งพระองค์ค้นหาเรื่องราวของสาริศามากเท่าไหร่   ก็ยิ่งพบแต่ข่าวคาวกับผู้ชายมากหน้าหลายตา  ทุกครั้งที่ได้รับรู้เรื่องราวเหล่านั้นก็ยิ่งทรงหงุดหงิดและเจ็บแค้นในใจยิ่ง        เธอปฏิเสธพระองค์ด้วยความทระนงและหยิ่งในศักดิ์ศรี       ทว่าสิ่งที่เธอทำอยู่ทุกวันนี้มันช่างตรงข้าม

“แบบนี้ใช่ไหมที่เจ้าต้องการ...”   ทรงแสยะยิ้มน่ากลัวออกมา  “ถ้านี้เป็นสิ่งที่เจ้าต้องการ ข้าก็จะจัดให้เจ้าตามความปรารถนา...”

แต่กระนั้นภาพความทรงจำก็ยังแจ่มชัดในห้วงของความรู้สึก

                                      ...............

“สิ่งล้ำค่าที่สุดของเทซาเนีย? ไม่เคยได้ยินเรื่องนี้เลยค่ะ”

เสียงหัวเราะในลำคอดังขึ้นก่อนจะเอ่ยอธิบาย “‘เทซาเนีย’ ประเทศที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าสองร้อยปี แม้จะเป็นประเทศที่อยู่กลางทะเลทรายทว่ากลับอุดมสมบูรณ์ไปด้วยน้ำมันดิบและที่ไม่มีใครกล้าพูดถึงก็คือเพชร”

 “ทำไมละคะ”

“ชาวเทซาเนียเชื่อว่าพระเจ้าทรงประทานสองสิ่งนี้มาให้เพื่อตอบแทนที่พวกเขาผ่านบททดสอบของชีวิตได้ นั่นก็คือความอดทนที่ต้องใช้ชีวิตท่ามกลางทะเลทราย  พวกเขาจึงไม่ปรารถนาจะบอกใครและเก็บสิ่งนี้ไว้เป็นความลับ จนเมื่อหลายสิบปีก่อนที่มีการติดต่อกับต่างชาติมากขึ้นทำให้มีการสำรวจพื้นที่ในเทซาเนียจึงได้รู้ว่ามีสิ่งล้ำค่าซุกซ่อนอยู่”

 “ชาวบ้านไม่ได้ผลประโยชน์เหรอคะ?”

 “ใช่...สุดท้ายแล้วก็เสียเล่ห์พวกนักลงทุน  บางคนที่ยังเชื่อมั่นในเรื่องเล่าก็จะปิดบังและพยายามซ่อนความลับนั้นไว้ แต่ความยากจนและไม่รู้หนังสือมันเป็นตัวอุปสรรค์ที่กำลังทดสอบพวกเขาอยู่”

  “นั่นคือเหตุผลที่คุณจะกลับเทซาเนียบ้านเกิดของคุณใช่ไหมคะ วาคิม...”

   “ใช่...ที่นี่คือบ้านเกิดของผม...”

  “วันนั้นคุณทำฉันตกใจแทบแย่”  สาริศาหัวเราะร่วนพลางยกแก้วไวน์ขึ้นจิบ “คุณคงไม่รังเกียจผู้หญิงดื่มไวน์นะคะ”

   ชายหนุ่มโคลงศีรษะไปมา “ผมขอโทษที่ทำให้คุณตกใจ”

  “แต่ก็ถือว่าเป็นการพบกันที่แปลกดี” สาริศายิ้มแล้วมองเหม่อไปที่บนเวทีเตี้ยๆ มีนักดนตรีกำลังบรรเลงเพลงอยู่  “ฉันต้องทำงานกลางคืนตั้งหลายเดือนกว่าจะได้เก็บเงินมาเที่ยวเทซาเนีย”

 “ทำงานกลางคืน?”

“อ๊ะ! อย่าเข้าใจผิดนะคะ” สาริศาโบกมือไปมา “ฉันเป็นนักดนตรีค่ะ เล่นไวโอลีน”

ช่วงนั้นเธอยังเป็นนักศึกษาไส้แห้งที่วิ่งรอกทำงานหลายที่เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายของตัวเองที่ประเทศอังกฤษ  ทุกคืนวันเสาร์เธอจะไปเล่นดนตรีที่ผับเล็กๆ แห่งหนึ่ง       ผู้คนมากมายทำให้เธอได้รู้จักโลกอีกใบที่ซ้อนอยู่ 

 “ผมไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงไม่ให้คุณรู้สึกกลัวผม”  เขาเอ่ยน้ำเสียงราบเรียบ แต่ในแสงสลัวสาริศาก็รู้สึกถึงพลังอำนาจในแววตาคมคู่นั้น

“เริ่มด้วยการแนะนำตัวเองก่อนดีไหมคะ” สาริศายิ้มกว้างในแบบฉบับของเธอ “ฉันชื่อ**‘สาริศา กวินนาถ’** นักศึกษาวิชาดนตรีที่ไส้แห้งค่ะ”

“ผมชื่อวาคิม”   เขายื่นมือไปเพื่อสัมผัสมือทักทายกับหญิงสาว แต่แทนที่เขาจะปล่อยมือเธอ เขากลับพลิกฝ่ามือเธอหงายแล้วยกขึ้นแตะริมฝีปากของเขาเบาๆ “ผมเป็นอะไรก็ได้ที่คุณอยากให้ผมเป็น”

สาริศาหัวเราะแก้เขินแล้วดึงมือตัวเองกลับ แต่ความร้อนจากที่เขาจุดประกายขึ้นยังคงอยู่จนเธอจนแสร้งทำเป็นหยิบแก้วไวน์ดื่มขึ้น  และนั่นก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทั้งสองที่ได้เริ่มทำความรู้จักกัน

 สาริศาถอนหายใจเบาๆ เมื่อคิดถึงใบหน้าคมเข้ม  ‘วาคิม’ เข้ามาในชีวิตเธอ   เขาคือผู้ชายรูปร่างสูงสง่าเจ้าของแววตาดุดัน    ทว่าหลังจากที่ทั้งสองบังเอิญพบกันในร้านอาหารกึ่งผับที่บิเบวา   ทั้งสองก็สนิทสนมกันอย่างรวดเร็วจนน่าประหลาดใจ     เขาคือชายคนเดียวกับชายในชุดดำที่เธอในพิพิธภัณฑ์ 

 เธอเป็นนักท่องเที่ยวกระเป๋าแห้ง  จากที่วางแผนจะอยู่เทซาเนียสามสัปดาห์กลายเป็นว่าเธอต้องอยู่ที่นั้นราวหกสัปดาห์เพราะเกิดการปฏิวัติขึ้น สนามบินถูกปิด  นักท่องเที่ยวตกค้างจำนวนมาก  เธอเป็นคนไทยไม่กี่คนที่อยู่ที่เทซาเนียการติดต่อทางการจึงล่าช้ามากกว่าที่คิด   แต่กระนั้นเธอก็ไม่รู้สึกหวาดกลัวอะไรนักเพราะตอนนั้นมี “วาคิม” ที่คอยมาดูแลเธอเป็นระยะๆ

 เวลาที่ได้รู้จักพูดคุยมันเหมือนเวลาที่แสนอัศจรรย์ เธอค่อยๆ เรียนรู้เรื่องของเขาไปที่น้อยโดยไม่รู้ว่าวันหนึ่งเขามาพบเธอด้วยสีหน้าเคร่งเครียด  

 “ถ้าคุณไม่สะดวก เราค่อยคุยกันวันอื่นก็ได้ค่ะ”  สาริศายิ้มให้อย่างเข้าใจแต่วาคิมคว้าข้อมือเธอไว้ก่อน

 “ผมต้องไปจากที่นี่”

  “คุณจะไปไหนคะ?”  สาริศาถามอย่างตกใจ “ที่นี่เป็นบ้านเกิดของคุณไม่ใช่เหรอ”

  “ใช่”  เขาพยักหน้ารับ “ผมต้องกลับไปแต่งงาน”

   “แต่ง...แต่งงาน...”   หัวใจของสาริศาเหมือนจะหยุดเต้นไปทันที

  “มันเป็นความจำเป็น....ผม...”

    “ยินดีด้วยค่ะ”  สาริศาทำเป็นจับมือแสดงความยินดีกับเขาแล้วหัวเราะแต่ในใจเธอมันตรงข้าม “ยินดีด้วยจริงๆ ขอให้คุณมีความสุขมากๆ กับชีวิตคู่ของคุณนะคะ”

    “ริต้า...”

    “ขอให้คุณพบความสุขในชีวิตค่ะ”

     “แต่ผมต้องการคุณ!”

     “แต่คุณกำลังจะแต่งงาน!” สาริศาขึ้นเสียง “แล้วคุณจะให้ฉันไปอยู่ส่วนไหนในชีวิตคุณ!”

      “ผมสามารถหาบ้าน รถและเงินทองให้คุณใช้ได้ไม่ขาดมือ ขอเพียงคุณอยู่กับผม!”

      “วาคิม!”  สาริศากำมือแน่น “ฉันไม่ใช่ผู้หญิงแบบนั้น!”

    สาริศาเพิ่งรู้เสียงหัวใจตัวเองก็ครั้งแรก  ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นจนไม่อาจฝืนยิ้มต่อหน้าเขาได้  หญิงสาวหมุนตัวแล้วรีบจับแท็กซี่เพื่อกลับที่พัก  น้ำตาหยดแรกร่วงหล่นทันทีที่ปิดบานประตู  เธอไม่อาจโกรธหรือโมโหอะไรเขาได้เลย เพราะความสัมผัสที่เกิดขึ้นมีเพียงคำว่าเพื่อนเท่านั้น  เธอไม่เคยรู้อะไรมากไปกว่าเขาชื่อ วาคิมเลย

   เขาหายไปจากชีวิตเธอเหมือนกับที่เธอทำหัวใจหล่นหาย  จากนั้นเธอก็โชคดีมีแมวมอชวนเธอชักไปเล่นดนตรีในโรงแรมหรู  ฝีมือทางด้านการเล่นไวโอลินที่สะกดใจคนฟังทำให้เธอสร้างชื่อได้อย่างรวดเร็ว แม้จะไม่อาจเทียบชั้นกับนักไวโอลินระดับโลกแต่สำหรับสาริศาแล้ว มันคือรางวัลของความพยายามที่ทำมาหลายปี      

แต่โชคดีก็อยู่กับเธอได้ไม่นาน...จนกระทั้งเธอประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ทำให้ชีวิตเธอต้องพลิกผันไปอีกครั้งหนึ่ง!

                                            ............................

ความคิดเห็น