facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่2.

คำค้น : ชีค,ทะเลทราย,อิโรติก,เพลงมีนา,18+

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.4k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 เม.ย. 2560 19:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่2.
แบบอักษร

เรื่อง กลลวงรักเจ้าชายเถื่อน

บทที่ 2.

          “มาถึงแล้วเหรอริต้า”

            หญิงสาวเสียงใสทักทายทันทีที่เห็นร่างเพื่อนสาวเดินเข้าในห้องทำงานของเธอ ซึ่งเต็มไปด้วยหนังสือเก่ามากมายและหลายเล่มที่ชำรุดทรุดโทรมรอการซ่อมแซม    สาริศาถอดแว่นกันแดดออกแล้วยิ้มทักทายเพื่อนรักที่สวมผ้ากันเปื้อนสีเขียวอ่อนสีเดียวกับผ้าปิดจมูกของเธอ

            “งานยุ่งเหมือนเคยนะ” สาริศาทักพิชชาแล้วมองไปรอบๆ ห้องเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์ซ่อมหนังสือ

            “รับช่วงต่อจากคุณตาอ่ะ”  พิชชาถอดผ้าปิดจมูกออกแล้วขยับแว่นสายตากรอบหนาของตัวเอง “ดูรูปเธอในนิตยสารแล้วรู้สึกว่าผอมมาก แต่ตัวจริงอวบกำลังดีเชียว”

            “นี่เธอชมหรือด่าฉันอ้วนเนี้ย”  สาริศาหัวเราะออกมา เธอไม่ค่อยได้หัวเราะแบบนี้กับใครนัก

            “ชมซิจ๊ะ” พิชชาหัวเราะร่วนแล้วปลดผ้ากันเปื้อนออก “ไม่เจอกันสองเดือนแล้วมั้ง”

            สาริศาไหวไหล่น้อยๆ “วันนี้หาซื้ออะไรอร่อยๆ ไปกินที่บ้านแม่ฉันนะ”

            “อ้าว...ไหนว่าจะพาแม่ออกไปกินข้าวนอกบ้านไง”

            “แม่เปลี่ยนใจไม่อยากออกไปข้างนอกนะซิ”  สาริศาถอนหายใจหนักๆ “ฉันก็อยากพาแม่ออกไปสูดอากาศข้างนอกแล้วก็ได้กินของอร่อยๆ”

            “แม่คงไม่อยากให้เธอเจอทัพนักข่าวละมั้ง” พิชชาแตะไหล่เพื่อนอย่างให้กำลังใจ เธอรู้ดีว่าเพื่อนสาวมักมีข่าวคาวตามหน้าหนังสือพิมพ์บันเทิงอยู่บ่อยๆ  ซึ่งมันไม่เป็นความจริงเลย  “ฉันไม่เข้าใจเธอเลยจริงๆ ข่าวมันใส่สีตีไข่ขนาดนั้น ทำไมเธอไม่แก้ข่าวหรือตอบโต้อะไรไปบ้าง”

            “ช่างมันเถอะ”  สาริศายิ้มให้เพื่อนรัก “แค่คนในครอบครัวเชื่อใจว่าฉันไม่ได้เป็นแบบนั้นก็พอแล้ว”

            พิชชายกมือขึ้นเท้าเอว นึกอยากต่อว่าเพื่อนรักอีกแต่เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่โต้ตอบอะไรก็เปลี่ยนใจ “เอาเถอะๆ ฉันก็เริ่มหิวแล้ว เราไปหาซื้ออะไรอร่อยๆ แล้วไปกินที่บ้านแม่ดีกว่า”

            พิชชาเดินไปเก็บอุปกรณ์ต่างๆ ราวสิบนาที แล้วสองสาวก็ควงแขนกันมาที่รถของสาริศา มุ่งหน้าไปร้านอาหารเจ้าประจำที่เธอโทรสั่งรายการไว้แล้ว  และอีกเพียงสี่สิบนาทีต่อมาทั้งคู่ก็มาถึงบ้านชั้นเดียวหลังเล็กที่คุณพรพิมลพักอยู่   สาริศายืนมองดูบ้านอยู่นานราวครึ่งนาที เธอหลับตาลงอย่างปวดร้าว ก่อนหน้านี้เธอเคยมีบ้านหลังใหญ่ในหมู่บ้านหรูกลางกรุง  แต่สภาพปัจจุบันช่างแตกต่างจากภาพในความทรงจำเหลือเกิน

            “หอมกลิ่นกับข้าวจังเลยพี่ริต้า-พี่พิชชา”

            “วันนี้กวินอยู่บ้านเหรอ”  สาริศาตื่นจากภวังค์ หลานชายตัวโตยกมือไหว้เธอกับเพื่อนแล้วรีบช่วยรับถุงกับข้าว

          "ช่วงนี้สอบเสร็จแล้วฮะ แต่พรุ่งนี้ผมไปทำงานพิเศษ ตอนนี้ได้งานพิเศษที่ร้านกาแฟใกล้ๆ บ้านเรานี่แหละ”

            “ขยันจังเลย”  พิชชาชมด้วยความจริงใจ กวินอายุเพียงแค่18ปี แต่รูปร่างสูงใหญ่    ที่สำคัญเขาคอยดูแลคุณพรพิมลแม่ของสาริศาเป็นอย่างดี  ทำให้สาริศาคอยเบาใจที่ต้องอยู่คนละที่กับแม่

            “คุณลุงไม่อยู่ใช่ไหม”  สาริศาถามย้ำเพื่อความสบายใจของตัวเอง เลี่ยงที่จะเจอพ่อเลี้ยงได้เป็นเรื่องดีที่สุด ไม่อย่างนั้นเธออาจจะนึกอยากเป็นฆาตกรก็ได้

            “ครับพี่ริต้า...ออกไปตั้งแต่เมื่อวานยังไม่เห็นเข้ามาเลย”   กวินจัดการจัดอาหารใส่จานเรียบร้อย “ข้าวสุกพอดีเลยครับ พี่ริต้าไปพาคุณป้ามาทานข้าวเลยดีกว่า”

            สาริศาเดินไปที่ห้องนอนของแม่  มารดาของเธอกำลังนั่งแปรงผมอยู่  เพราะอาการเจ็บป่วยทำให้เส้นผมบางลงจนน่าตกใจ  ร่างกายก็ผายผอมลงแต่กระนั้นก็ยังแย้มยิ้มเมื่อเห็นลูกสาวเข้ามา

            “แม่กำลังจะเดินไปอยู่พอดีเลย”

            “หนูช่วยประคองค่ะ”  สาริศาเข้าไปประคองแม่แล้วค่อยๆ เดินมาที่โต๊ะอาหาร “มีแต่ของโปรดของแม่ทั้งนั้นเลยค่ะ แม่ต้องกินข้าวเยอะๆ นะคะ”

            “หนูก็เหมือนกันนะลูก” คุณพรพิมลเอ่ยอย่างห่วงใย “หนูผอมไปนะลูก”

         สาริศาหัวเราะแล้วเลื่อนเก้าอี้ให้ผู้เป็นแม่นั่ง  “แฮรี่บอกว่าถ้าน้ำหนักหนูเพิ่มอีกขีดเดียวต้องเป็นเรื่องแน่ๆ”

          “ตายจริง! ขนาดนั้นเชียวเหรอลูก”  คุณพรพิมลมีสีหน้ากังวล

          “คุณแม่อย่าไปเชื่อยัยริต้าเลยค่ะ”  พิชชากลับหัวเราะออกมา “ใครจะกล้าปฏิเสธนางแบบอันดับหนึ่งของเอเชียได้ล่ะค่ะ”

           “เว่อร์ไปยัยพิชชา”  สาริศาส่ายหน้าไปมา “ตักข้าวให้แม่ได้แล้ว กวินก็มาทานพร้อมกันด้วยซิ”

            “ครับพี่ริต้า”

           สาริศา พิชชาและกวินต่างนั่งล้อมคุณพรพิมลเพื่อรับประทานอาหาร แม้จะเป็นอาหารง่ายๆ แต่ก็เป็นของโปรดที่ถูกปากคุณพรพิมลเป็นอย่างยิ่ง   เสียงหัวเราะพูดคุยระหว่างพิชชาและสาริศาทำให้คุณพรพิมลมีสีหน้าแช่มชื่นขึ้นจนกวินสังเกตได้

            กวินมาอาศัยอยู่กับคุณพรพิมลราวๆ หกปีก่อน   ขณะนั้นเขาอายุเพียงสิบสองปีแต่ก็ตัดสินใจเก็บเสื้อผ้าที่มีเพียงไม่กี่ชุดใส่เป้เดินทางจากอยุธยามาหาญาติคนเดียวที่ป้าเลยเล่าให้ฟังที่กรุงเทพฯ  แม้ตอนนั้นเขาจะเป็นเพียงเด็กชายตัวเล็กซ้ำยังกำพร้าพ่อและแม้ต้องมาอาศัยกับป้า          แต่ทั้งสองก็ยากจนไม่เงินทาองส่งเสียให้เราร่ำเรียน จนทำให้เขาต้องลองเสี่ยงมาขอความช่วยเหลือจากคุณพรพิมล     ด้วยความเมตตาของคุณพรพิมลทำให้เขาได้กินดีอยู่ดีและได้ร่ำเรียนหนังสืออย่างที่ตั้งใจหวัง    เขาพยายามช่วยเหลืองานบ้านทุกอย่างเพื่อเป็นการตอบแทนพระคุณที่คุณพรพิมลมีต่อเขา  แต่เมื่อในครอบครัวมีเหตุวุ่นวายจนพี่สาริศาหรือริต้าต้องขายบ้านหลังใหญ่โตมาซื้อหลังเล็กๆ แบบนี้     

            ‘สัญญานะว่ากวินจะดูแลคุณแม่ให้ดีที่สุด”   สาริศาเอ่ยขึ้นในวันที่ต้องไปเรียนต่อต่างประเทศ  “พี่มองกวินเป็นเหมือนน้องชายคนหนึ่ง กวินจะดูแลคุณแม่แทนพี่สาวคนนี้ได้ไหม’

            ‘ครับพี่ริต้า ผมให้สัญญา ผมจะดูแลคุณแม่ให้ดีที่สุดครับ’

        กวินรู้สึกดีใจที่ได้รับการยอมรับจากครอบครัวที่แสนอบอุ่นนี้  ถ้าไม่มีปัญหาเรื่องพ่อเลี้ยงละก็... ทุกอย่างในบ้านคงสงบสุขมากกว่านี้เป็นสิบเป็นร้อยเท่าแน่ๆ เขาเองก็เข้าใจดีในความจำเป็นที่ทำให้พี่สาริศาของเราต้องไปอยู่คอนโดแทนที่จะได้อยู่ใกล้ชิดคุณแม่พรพิมล

         พ่อเลี้ยงชีกอแถมถูกพี่พนันเข้าสิงแบบนั้น อยู่ห่างเป็นดีที่สุด

      กวินเองก็เคยนึกสงสัย ทำไมคุณพรพิมลยังอดทนต่อสามีคนนี้เสียเหลือเกิน   เขายอมรับว่าแรกๆ ที่ได้รู้จักคุณอานนท์ เขาช่างเป็นคนดีเสียจริงแต่เวลาผ่านไปไม่นานนัก   ทุกอย่างก็กลับจากหน้ามือเป็นหลังมือ คุณพรพิมลก็ตรอมใจแต่ทำเหมือนยอมรับโชคชะตาและมักพร่ำเสมอว่ามันเป็นเรื่องของเวรกรรม

            “ได้เวลาเสิร์ฟของหวานแล้วจ๊ะกวิน”         

            เสียงพิชชาทำให้กวินตื่นจากภวังค์  กวินตอบรับแล้วรีบลุกขึ้นไปยกถ้วยของหวานที่เตรียมไว้มาเสิร์ฟทุกคน

            “ได้ยินว่ากวินทำงานพิเศษช่วงปิดเทอม จะเอาเงินไปทำอะไรหรือจ๊ะ”  พิชชาถามพลางตักลอดช่องน้ำกะทิเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย

            “ก็...”  กวินยิ้มเขิน

            “กวินอยากได้อะไรหรือจ๊ะ”  สาริศาถามพร้อมรอยยิ้ม  เธอรู้ว่ากวินเป็นเด็กดีไม่มีทางที่จะเอาเงินไปทำเรื่องไม่ดีแน่ๆ

            “ผมตั้งใจว่าจะเก็บเงินแล้วเดินทางท่องเที่ยวครับ”

            “จริงเหรอ จะไปเที่ยวที่ไหนล่ะ” พิชชาถามอย่างตื่นเต้น

            “ผมอยากไปประเทศเทซาเนียครับ” กวินพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริง “ผมดูสารคดีท่องเที่ยว ที่นี่เป็นประเทศเปิดใหม่ มีวัฒนธรรมที่แตกต่างจากเรามาก   ผมรู้สึกอยากลองไปเที่ยวต่างประเทศสักครั้งในชีวิตครับ”

            น้ำเสียงร่าเริงของกวินทำให้สาริศาฝืนยิ้มออกมา      มีแต่พิชชาเท่านั้นที่เข้าใจความรู้สึกของเพื่อนสาว เธอจึงพยายามเปลี่ยนเรื่องคุย  แต่ก็ดูเหมือนจะสายไปแล้วเพราะแววตาของสาริศาหม่นร้าวเหลือเกิน  ถึงเธอจะเป็นเพื่อนรักที่สุดของสาริศา  แต่ก็เหมือนว่าสาริศาจะมีบางอย่างปิดบังเธออยู่  เพราะตั้งแต่ที่สาริศาไปท่องเที่ยวที่เทซาเนียเมื่อหลายปีก่อน      สาริศาก็ทำเหมือนว่าไม่ต้องการพูดถึงชื่อประเทศนี้อีก

            “เอ่อ...อีกสองสามวันพี่ต้องไปทำงานที่ญี่ปุ่น  กวินกับแม่อยากได้อะไรไหมคะ”

            “แม่ไม่เอาอะไรหรอกลูก  แค่ได้เห็นหน้าลูกแม่ก็มีความสุขแล้ว”

            “ผมก็ไม่เอาอะไรครับ รองเท้าที่พี่ริต้าซื้อมาให้ก็ยังสภาพดีอยู่เลย”

            สาริศาหันมาทางพิชชา “เธอคงเหมือนเดิมใช่ไหมล่ะ”

            พิชชาหัวเราะคิกคัก “ถ้าเจอหนังสือภาพสวยๆ ซื้อมาเลยนะ”

            “หนังสือจะทับตายอยู่แล้ว ยังอยากได้หนังสืออีก”

            “ก็อย่าถามซิว่าฉันอยากได้อะไร”

            “ฉันถามแม่กับน้องชายต่างหาก

            “ยัยริต้า!”

            คุณพรพิมลอดหัวเราะไม่ได้  นอกจากพิชชาแล้วก็ไม่เห็นลูกสาวของตัวเองจะสนิทสนมกับใครเลย หลังจากทานอาหารและยาแล้วนางก็เริ่มจะง่วงนอน   สาริศาประคองแม่กลับไปที่ห้องนอน แต่เมื่อเดินออกมากลับเจอหน้าพ่อเลี้ยงที่นั่งที่โต๊ะอาหารอย่างไม่ได้รับเชิญ

            “มีของกินดีๆ ไม่คิดจะเรียกกันเลยนะ” คุณอานนท์แสยะยิ้มที่มุมปาก

            “ของเหลือบนโต๊ะ ถ้าจะกินก็เชิญตามสบายเลย”

            “นังนี่! พูดจาให้มันดีๆ หน่อย ยังไงฉันก็เป็นพ่อเลี้ยงของแกนะ!!”

            สาริศากัดฟันกรอดๆ ถ้าไม่เกรงใจแม่ละก็...เธอไม่ยอมให้ใครพูดจาแบบนี้แน่ๆ  แต่เธอก็ไม่อยากให้แม่สะดุ้งตื่นเพราะเสียงเอกับพ่อเลี้ยงทะเลาะกัน   สาริศาจึงหันไปหยิบกระเป๋าสะพายขึ้นคล้องไหล่แล้วหันไปพยักหน้ากับพิชชาที่เตรียมตัวจะกลับตั้งแต่เห็นหน้าคุณอานนท์เข้ามาในบ้านแล้ว

            “เฮ้ๆ จะไปก็ไม่ว่าหรอกนะ แต่เอาเงินไว้ให้ใช้บ้างซิ” คุณอานนท์ตะโกนไล่หลัง “ฉันดูแลแม่แกอยู่นะ”

            สาริศาหันขวับไปมองด้วยแววตาวาวโรจน์เล่นเอาอีกฝ่ายไม่กล้าเอ่ยปากพูดอะไร    หญิงสาวเดินออกมาด้วยความหงุดหงิดผิดกับตอนเข้าบ้านลิบลับ    

            อานนท์มองลูกเลี้ยงสาวเดินจากไปพ้นรั้วบ้านแล้วก็ถอนหายใจโล่งอก เดี๋ยวนี้สาริศาดูแข็งกร้าวกว่าแต่ก่อนมาก ไม่ใช่เด็กหญิงที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตายอมทนให้เขาดุด่าทุบตียังไงก็ได้อีกแล้ว  อารมณ์หงุดหงิดจากที่เสียเงินจากบ่อนการพนันทำให้เขาอยากจะโวยวายให้บ้านพัง  แต่ไอ้บ้านเท่ารูหนูก็ไม่รู้จะหันไปทำอะไรที่ไหนได้  หันไปเจอเจ้ากวินก็เอาแต่ทำหน้านิ่งเหมือนไม่เห็นเขาอยู่ในสายตา

            “เฮ้ย! คนบ้านนี้มันเป็นอะไรกันไปหมดวะ”

            อานนท์บ่นแล้วเดินเข้าไปห้องภรรยา  แต่เมื่อเห็นนางหลับอยู่เขาก็กระตุกยิ้มที่มุมปากออกมา “ขอกันดีๆ ไม่ให้ก็ต้องค้นกันเสียหน่อย  ดูซิว่าซ่อนเงินไว้ที่ไหนบ้าง”

            ชายวัยกลางคนที่กลิ่นตัวคละคลุ้งไปด้วยแอลกอฮอร์เริ่มค้นตามตู้เสื้อผ้า ลิ้นชักโต๊ะเครื่องแป้ง โต๊ะข้างเตียงนอน และอีกหลายๆ ที่ที่คิดว่าภรรยาจะซุกซ่อนเงินไว้ แต่เขาก็ไม่พบอะไรเลย  นานหลายนาทีต่อมาจนเขานั่งหอบหายใจแรงเพราะความเหนื่อยอ่อน

            “โอ๊ยอะไรกันเนี้ย! บ้านนี้มันไม่มีอะไรเลยหรือไงวะ”              

อานนท์สบถหยาบคายอีกหลายคำแล้วลุกขึ้นเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าเพื่อหยิบเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนอาบน้ำ  พลันสายตาของเขาก็บังเอิญไปเห็นกล่องเล็กๆ ถูกซุกอยู่ระหว่างผ้าคลุมไหล่ของภรรยาของเขา มือหนาหยิบกล่องกำมะหยี่ออกมาเปิดดูแล้วดวงตาของเขาก็วาวโรจน์ด้วยความยินดีกับสิ่งที่เห็น

            “คิดเรอะว่าจะซ่อนฉันได้!!”

            การจราจรในกรุงเทพฯ แน่นขนัดจนคล้ายเป็นความเคยชินของคนที่ใช้ชีวิตในเมืองหลวงแห่งนี้  รวมทั้งสาริศาและพิชชาด้วย

            “ฉันไม่เข้าใจแม่ของเธอเลยจริงๆนะริต้า” พิชชาถอนหายใจ

            “ฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน” สาริศาถอนหายใจหนักๆ แล้วขับรถออกมาจากบ้านของแม่ “แม่ก็คงมีเหตุผลของแม่นั้นแหละ”

“เห็นแบบนี้ฉันขออยู่เป็นโสดไปจนตายดีกว่า”  พิชชาขยับแว่นสายตาชิดใบหน้าแล้วเหลือบมองเพื่อนสาว  “เธอก็เหมือนกัน พักผ่อนบ้างล่ะ อย่าเอาแต่ทำงานเดี๋ยวไม่สบายเอา”

“ฉันรู้ตัวเองดี...ไม่มีใครจะดูแลฉันได้ดีเท่าตัวฉันเองหรอกจ๊ะ” 

สาริศาฝืนยิ้มออกมา  เธอมองถนนที่เต็มไปด้วยรถรามากมาย แต่หัวใจเธอยังคิดถึงถนนเส้นเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมแปลกตาของชาวทะเลทราย

บางสิ่งบางอย่างก็เป็นไม่สามารถจะหาเหตุผลมาอธิบายได้เสมอไป

....................

ความคิดเห็น