facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทนำ

คำค้น : ชีค,ทะเลทราย,อิโรติก,เพลงมีนา,18+

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.7k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 เม.ย. 2560 14:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 200
× 0
× 0
แชร์ :
บทนำ
แบบอักษร

เรื่อง กลลวงรักเจ้าชายเถื่อน

โดย เพลงมีนา

บทนำ

ประเทศเทซาเนีย

            หญิงสาวลดกล้องถ่ายรูปลงแล้วมองเวิ้งทะเลทรายตรงหน้าอย่างตื่นตะลึง   ใบหน้าหวานยิ้มกว้างด้วยความตื่นเต้นดีใจ   คิดไม่ผิดจริงๆ ที่ทุบกระปุกเงินเก็บมาเที่ยวประเทศเทซาเนีย  ประเทศ ที่โอบล้อมไปด้วยทะเลทราย มันช่างแสนวิเศษและสวยงามกว่าที่เธอเซิร์สหาข้อมูลก่อนเดินทางเสียอีก

            “สวยเหลือเกิน”  หญิงสาวพึมพำเหมือนละเมอ แล้วเดินกลับมารวมกลุ่มกับนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ การมาเยี่ยมชมทะเลทรายครั้งนี้ เธอจำเป็นต้องมาพร้อมไกด์นำทางทั้งที่อยากท่องเที่ยวด้วยตัวเอง แต่ในพื้นที่ที่ดูสวยงามอย่างนี้อาจมีอันตรายซ่อนอยู่

            สาริศา กวินนาถ ให้รางวัลตัวเองที่เรียนจบปริญญาตรีและเป็นการฉลองวันเกิดปีที่ยี่สิบสองของเธอด้วยเดินทางมาท่องเที่ยวต่างประเทศ       เธอเลือกเทซาเนียเพราะเห็นข่าวการเปิดประเทศในหน้าจอโทรทัศน์   เธอเคยเรียนในโรงเรียนประจำก่อนที่จะมาเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษด้านการดนตรี  การที่ต้องเรียนด้วยทำงานไปด้วยเป็นเรื่องที่เหนื่อยแสนสาหัส แต่เมื่อความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จย่อมอยู่ที่นั้น  ใบปริญญาที่ฝันใฝ่จึงคว้ามาได้ในกำมือ

            ‘เทซาเนีย’ ประเทศที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าสองร้อยปี  ทว่าเป็นประเทศใหม่ในแผนที่โลกเพราะ ‘ชีคอาเหม็ด  อับดุลเราะฮ์มาน’ ทรงมองเห็นการณ์ไกล เปิดประเทศที่ถูกโอบกอดด้วยทะเลทรายในฐานะประเทศที่มีแหล่งท่องเที่ยวแปลกตา และทรัพยากรล้ำค่าที่งดงามนั้นก็คือเหมืองเพชรรวมทั้งบ่อน้ำมันอีกด้วย   โรงแรมระดับห้าดาวอย่าง**‘Blue Star’** น่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่หมายถึงความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนัก  แต่ในขณะเดียวกันวิถีชีวิตแบบธรรมชาติของชาวเทซาเนียดั้งเดิมก็ยังน่าสนใจอีกด้วย

          สาริศาพลิกอ่านแผ่นพับซึ่งเป็นแผนที่และการแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในเทซาเนีย       หญิงสาวขยับแว่นกันแดดเล็กน้อยก่อนจะย้ายสายตาจากแผ่นพับในมือมองไปยังเมืองเบื้องหน้า  หลังจากกลับจากทะเลทรายแล้ว เธอก็มาโบกมือลาไกด์ของเธอมานั่งจิบน้ำส้มคั้นที่ร้านกาแฟน่ารักๆ บนถนนเส้นหลักใจกลางเมืองบิเบวา-เมืองหลวงของเทซาเนีย        ช่างเป็นเมืองแสนสงบในแบบที่นักท่องเที่ยวใฝ่ฝัน           แม้ว่าสาริศาจะอยู่เทซาเนียมาสัปดาห์หนึ่งแล้วแต่เธอแทบไม่ได้ออกไปไหนไกลนัก        สามวันแรกเธอก็มีอาการแพ้อากาศจนออกไปไหนไม่ไหว กว่าร่างกายจะฟื้นก็วันที่สี่เข้าไปแล้ว   ถึงจะวางแผนท่องเที่ยวไว้ถึงสามสัปดาห์แต่ก็อดเสียดายเวลาที่หมดไปไม้ได้

วันนี้เป็นวันแรกที่เธอได้ใช้วันหยุดในการเดินชมเมืองเก่าแก่แห่งนี้       ตึกรามบ้านช่องยังคงรูปลักษณ์ดั้งเดิม  เพียงแต่ถูกปรับปรุงให้ดูแข็งแรงขึ้น   เรื่องนี้คงต้องเอ่ยชมผู้ปกครองเมืองที่ยังอนุรักษ์เมืองให้คงความงามเช่นเดิม    แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ใช่จะเป็นเมืองเก่าไปเสียทีเดียวเพราะไม่ไกลนักก็มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่ ซึ่งไม่ต่างจากเมืองใหญ่อื่นๆหรือในกรุงเทพฯ บ้านเกิดที่เธอจากมาหลายปี

            “บ้านเกิด” 

สาริศาพึมพำกับตัวเอง เธอไม่ผูกพันกับบ้านเกิดของเธอเลย  อาจครอบครัวที่ไม่อบอุ่นเหมือนคนอื่นทำให้เธอไม่มีความทรงจำดีๆ อะไรหลงเลยอยู่           นอกจากเพื่อนรักที่เรียนโรงเรียนประจำด้วยกันแล้ว ก็ดูว่าเธอไม่มีใครให้ต้องคิดถึงอีกแล้ว   หญิงสาวยิ้มเศร้าให้กับตัวเอง  เธอพับแผ่นพับใส่กระเป๋าแล้วเรียกพนักงานคิดเงินค่าเครื่องดื่ม

“เริ่มแรกไปพิพิธภัณฑ์ก่อน”  

สาริศาลุกขึ้นหยิบกระเป๋าสะพายคล้องไหล่ซ้ายแล้วก้าวออกมาจากร้านอาหารเล็กๆ ริมถนน      จากจุดที่เธออยู่สามารถเดินไปที่หมายในเวลาประมาณสิบนาที  เธออยากเดินละเลียดอารมณ์ไปเรื่อยๆ มากกว่าจะเรียกรถแท็กซี่ซึ่งก็มีให้บริการ สาริศาแหงนหน้ามองตึกเก่าริมถนนซึ่งมีลักษณะคล้ายตึกเก่าสไตล์อังกฤษ 

หญิงสาวเดินมาหยุดที่หน้าพิพิฑภัณฑ์แห่งชาติ เธออ่านคู่มือทบทวนสิ่งที่ต้องทำอีกครั้งก่อนเดินเข้าไปที่ช่องจำหน่ายตั๋วเพื่อขอซื้อบัตรเข้าชม  ภาษาอังกฤษสำเนียงแปร่งหูแต่ก็ไม่ยากเกินจะเข้าใจ  อาจเพราะคุ้นชินกับการอยู่เมืองนอก พูดภาษาอังกฤษมากกว่าภาษาไทยทำให้สาริศาไม่มีปัญหาเรื่องการสื่อสาร  เธอจดจำภาษาเทซาเนียได้เพียงแค่คำง่ายๆ อย่างคำว่า”สวัสดี” “ขอบคุณ” “ขอโทษ”  แต่ถ้าได้ยินคนเทซาเนียพูดเต็มๆ ประโยค เธอก็จะแยกคำไม่ออกเลยทีเดียว

แผนพับถูกอ่านอีกครั้ง     ความจริงสาริศาศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเทซาเนียมาบ้างแล้ว  บ้านเมืองที่แสนสงบสุขรอดพ้นจากการเป็นเมืองขึ้นสมัยสงครามโลกครั้งที่สองมาแล้ว        การปกครองโดยมีกษัตริย์เป็นประมุขคล้ายกับประเทศไทย    ชนเผ่าต่างๆ ที่อยู่ในการปกครองของชีค****อาเหม็ด  อับดุลเราะฮ์มาน แต่พระองค์ทรงมีพระชมน์มายุมากถึงหกสิบพรรษาแล้ว  แว่วว่าจะมีการแต่งตั้งชีคองค์ใหม่ แต่ชีคอาเหม็ดก็มีพระโอสรหลายองค์  แต่ละองค์ก็มีข่าวลือว่าจะได้ขึ้นเป็นชีคไม่น้อยไปกว่ากัน

“เรื่องการเมืองประเทศไหนก็ยุ่งเหยิงทั้งนั้น”  สาริศาถอนหายใจเบาๆ ขณะเดินชมภาพพิมพ์เก่าแก่อายุนับร้อยปีที่บอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของเทซาเนีย อาคารพิพิธภัณฑ์เป็นพระราชวังเก่าแก่แห่งหนึ่งของบิเบวา  เดิมเป็นขององค์ราชินีพระองค์ก่อน เมื่อพระสวามีสิ้นพระชมน์ไป พระนางก็มีพระประสงค์จะกลับไปพำนักที่บ้านเกิดจึงยกพระราชวังแห่งนี้ให้ชีครุ่นต่อมา   แต่เพราะการเมืองภายในประเทศที่วุ่นวาย พระราชวังแห่งนี้ถึงถูกปล่อยทิ้งรกร้างมานานกว่าห้าสิบปี  จนเมื่อสี่ปีก่อนองค์รัชทายาทรงบูรณะใหม่และทำเป็นพิพิธภัณฑ์

ร่างเพรียวลมในชุดเดรสกระโปรงยาวคลุมเข่าเดินไปจนถึงส่วนที่เป็นอนุยาน  หญิงสาวถึงกับตื่นตะลึงกับภาพตรงหน้า  ดอกไม้นานาชนิดกำลังเบ่งบานอวดสีสันความสวยงามจนน่าหลงใหล  ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะมีสถานที่งดงามเช่นนี้อยู่กลางเมืองหลวง

“สวยงามเหลือเกิน”  หญิงสาวเดินเข้าไปราวกับต้องมนต์   ดอกกุหลาบขนาดใหญ่สีขาวพิสุทธิ์แย้มบานอย่างเชิญชวน  สาริศาเอื้อมมือออกไปหมายใจจะชื่นชมอย่างเบามือ 

“ห้ามจับดอกไม้ที่นี่! อ่านป้ายไม่ออกหรือไง!”         

“ขอโทษค่ะ” 

สาริศาสะดุ้งสุดตัว  เธอหันไปตามเสียงตวาดด้านหลัง  แล้วร่างของเธอก็แข็งเป็นเห็นด้วยความหวาดกลัวกับบุรุษร่างสูงใหญ่ที่สวมชุดดำคล้ายชุดทหาร  เธอไม่คิดว่าเขาจะเป็นเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์            หรือถ้าเขาจะเป็นรปภ. ก็ดูจะน่ากลัวเกินไป

ชายหนุ่มอ้าปากจะต่อว่าแล้วก็ชะงักไป  ภายใต้ผ้าคลุมศีรษะสีดำอาจทำให้อีกฝ่ายไม่อาจสังเกตเห็นสีหน้าและแววตาของเขาได้ถนัด  แต่อีกฝ่ายที่แต่งตัวด้วยชุดกระโปรงสีม่วงอ่อนไร้ผ้าคลุมหน้าอย่างนี้ทำให้เขาเปลี่ยนคำพูดเป็นการกลืนน้ำลายแทน

แม้สาริศาจะมองไม่เห็นใบหน้าอีกฝ่าย แต่ประสาทสัมผัสบอกให้เธอต้องระวังตัวอย่างที่สุด  เขาทำราวกับตัวเองเป็นราชสีห์ที่พบเหยื่อเคราะห์ร้ายเข้าให้แล้ว  

“ว้าย!” 

หญิงสาวร้องเสียงหลงเมื่อเท้าที่สวมรองเท้าส้นเตี้ยถอยหลังอย่างไม่รู้ตัว และเพราะความไม่ระวังทำให้เธอสะดุดกับรากไม้ขนาดใหญ่จนเสียหลักล้มลง        แต่ชายในชุดดำก็เร็วพอที่จะคว้าเอวบางไว้ได้ก่อน แต่ทำให้สาริศาซุกอยู่ในวงแขนของเขาอย่างไม่ตั้งใจ

“!!!”

ดวงตากลมโตเบิกกว้างอย่างตกใจ เธอซุกอยู่ในอกกว้างของชายแปลกหน้า นานหลายชั่วอึดใจกว่าที่เธอจะเรียกสติแล้วยกมือขึ้นผลักอกเขาออกสุดแรง แต่มันก็เหมือนเอามือไปทุบกับกำแพงหินที่แสนแข็งแกร่ง

“อยู่นิ่งๆ ก่อน”  ชายหนุ่มสั่งน้ำเสียงเฉียบขาด แล้วกดศีรษะหญิงสาวให้แนบชิดแผงอกมากยิ่งขึ้น  นาทีถัดมาเธอได้ยินประโยคสนทนาที่เธอไม่เข้าใจความหมาย  คล้ายว่าเขาจะพูดคุยกับใครสักคนหรือสองคนและเมื่อบทสนทนาจบลง         เขาก็คลายวงแขนออกอย่างง่ายดาย

“นักท่องเที่ยว?”  เขาเอ่ยเมื่อเห็นหญิงสาวทรงตัวยืนได้เองแล้ว

“ใช่ค่ะ”  สาริศาตอบแม้จะนึกลังเลว่าเธอควรจะบอกว่าทำเธอมาทำงานเป็นนักดนตรีในโรงแรมดีหรือเปล่า? แต่การใช้สิทธิ์นักท่องเที่ยวดูท่าจะปลอดภัยกว่า              เพราะประเทศไหนๆ ก็ห่วงภาพพจน์ด้วยกันทั้งนั้น

“คุณเดินออกนอกเส้นทางแล้ว”  เขาเอ่ยแล้วหยิบแผ่นพับในมือหญิงสาวออกมากางตรงหน้าที่เป็นแผนผัง           “ส่วนนี้ยังไม่ได้ให้เข้าชม”

“เอ่อ...ขอโทษค่ะ”  สาริศาแอบถอนหายใจ เวลาเขาพูดด้วยน้ำเสียงปกติฟังดูน่าเข้าใกล้ไม่น้อย “แต่ที่นี่สวยจนน่าหลงใหลจริงๆ”

ชายหนุ่มหันไปถอนหายใจหนักๆ “เทซาเนียยังไม่พร้อมจะต้อนรับนักท่องเที่ยวเท่าไหร่นักหรอก ทางที่ดีคุณควรรีบกลับประเทศของคุณดีกว่า”

            “???” 

หญิงสาวคงไม่รู้ว่าแววตาที่เต็มไปด้วยคำถามของเธอ           ทำให้หัวใจของชายหนุ่มอ่อนโยนลง  เขาเผลอยิ้มอย่างไม่รู้ตัว  แต่เพราะนิสัยที่คอยระวังตัวอยู่ตลอดเวลาทำให้เขารีบตวัดผ้าคลุมศีรษะปิดบังรอยยิ้มอย่างรวดเร็วก่อนที่อีกฝ่ายจะสังเกตเห็น

“รีบออกไปจากที่นี่เถอะ เมื่อครู่เจ้าหน้าที่มาเตือนแล้ว”

“อ้าว...แล้วคุณไม่ใช่รปภ.หรอกเหรอคะ”

“รปภ.?”   ชายหนุ่มขมวดคิ้วแล้วก็อดแหงนหน้าหัวเราะเสียงดังออกมาไม่ได้  เขาโน้มหน้าลงมาแล้วใช้นิ้วเกี่ยวเส้นผมของเธอไว้เบาๆ “วันนี้ช่างเป็นวันดีของผมจริงๆ”

สาริศาได้แต่อ้าปากค้าง  เธอไม่เคยเข้าใกล้ผู้ชายคนไหนมากขนาดนี้  ลมหายใจของเขาผ่าวร้อนจนทำให้เธอร้อนรุ่ม  เธออยากจะถอยห่างจากเขาแต่ก็ก้าวขาไม่ออก  และโชคดีที่เขาเป็นฝ่ายปล่อยเธอแล้วก้มศีรษะให้เล็กน้อยก่อนก้าวยาวๆ จากไปอย่างรวดเร็ว

หญิงสาวยกมือขึ้นทาบอก  สัมผัสได้ถึงหัวใจที่เต้นแรงและเร็วกว่าปกติ  เธอต้องปลอบใจตัวเองให้สงบจิตสงบใจไว้   สาริศาทำงานพิเศษเป็นนักดนตรีในผับหลายแห่ง ทำให้คุ้นเคยกับผู้ชายหลากหลายรูปแบบ  แต่เจอผู้ชายมาก็เยอะแต่ไม่ครั้งไหนเลยที่จะเป็นแบบนี้มาก่อน    

ทำไมหัวใจจึงหวั่นไหวอย่างนี้

……………..

ความคิดเห็น