-[TAKE]-

รักเทค ก็อย่าทิ้งกันน้าาา อยู่กับเทคนานๆ แค่เข้ามาอ่านก็ดีใจแล้ววว

ชื่อตอน : ราตรีที่ 18

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 36.3k

ความคิดเห็น : 123

ปรับปรุงล่าสุด : 12 เม.ย. 2560 00:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ราตรีที่ 18
แบบอักษร

18

ซ่งจินเหลียงทอดมองไปยังทิศเบื้องหน้า รอบด้านคือผืนป่าที่เขียวขจีที่ถูกดวงอาทิตย์สาดแสงสีส้มอ่อน นักตัวหนึ่งบินโผนอยู่เหนือหัว ปีกของมันเล็กแต่ทรงอานุภาพ สะบัดกางปีกไหวไปมาเพื่อพยุงตัว มันทำหน้านิ่งมองตรงไปยังชายผู้ทรงสง่า รู้หน้าที่บินไปเกาะตรงข้อมือที่ยื่นออก ตรงขาของมันมีข้อความกระดาษใบหนึ่ง ทันทีที่ข้อความถูกส่งแล้วเจ้านกที่รู้หน้าที่จึงบินโฉบขอบฟ้าอีกครั้ง

ซ่งจินเหลียงคลี่กระดาษแผ่นนั้น ใบหน้าพลันเกิดรอยยิ้มพึงใจ

โจวอี้หาน ข้าจะให้เจ้าสุขสบายอีกสักประเดี๋ยว

จักรพรรดิหนุ่มทิ้งกระดาษแผ่นนั้นให้ปลิวไปตามสายลมที่พัดผ่าน ก่อนที่จะเดินกลับเข้าไปในถ้ำเหมือนดั่งเดิม แสร้งเป็นคนเจ็บเพื่อรอเวลาการรักษาจากพระสนม

หนิงลี่ที่เดินออกไปสำรวจด้านนอกกลับมาพร้อมกับผลไม้สองสามอย่าง ใบหน้าที่ไร้รอยมลทินกลับมีรอยเปื้อนจากดิน คาดว่าเจ้าตัวคงไม่รู้ สองมือที่โอบอุ้มพลไม้เดินตรงมายังองค์ฮ่องเต้ที่แสร้งนอนป่วย

“ฝ่าบาท ท่านยังเจ็บตรงไหนอีกหรือไม่”

ซ่งจินเหลียงหัวเราะหึในลำคอกวักมือเรียกพระสนมให้เข้าใกล้

หนิงลี่ทำตามอย่างว่าง่าย ด้วยนึกว่าซ่งจินเหลียงต้องการอะไรเพิ่มเติม เมื่อขยับตัวเข้าใกล้อดีตนายทหารหนุ่มถึงกับสะดุ้งตัวโหยง ใบหน้าด้านซ้ายและขวาถูกฝ่ามือนุ่มทาบทับ หนิงลี่รู้สึกถึงความอ่อนโยนที่ถูกจากปลายนิ้วมือคู่นั้น ดวงตาทั้งสองข้างหลุบต่ำลงกับพื้น เบนหน้าหันหนีไปทางอื่น นับได้ว่าซ่งจินเหลียงเป็นบุรุษที่อันตราย...อันตรายต่อหัวใจดีจริง

ในคืนนั้น...ซ่งจินเหลียงได้พักอาศัยหลบอยู่ในถ้ำ เขายังคงรอดูท่าทีพระสนมที่เอาแต่นั่งอิดออดอยู่อีกทาง ซ่งจินเหลียงขบคิด การที่จะกอดพระสนมตัวเองจำเป็นต้องยากขนาดนี้เลยรึ!

“อาลี่”

“ฝ่าบาท” หนิงลี่ขานรับ ผินใบหน้ามอง

“ข้าเจ็บ”

มือขวายกขึ้นมากุมหน้าอก การแสร้งบาดเจ็บมักได้ผลดีเสมอ อย่างน้อยมันก็ทำให้หนิงลี่เข้ามาเข้าใกล้ มากกว่าจะนั่งห่างอยู่เกือบไหล[12] ขนาดนี้

หนิงลี่เข้ามาดูพระอาการบาดเจ็บ มันช่างน่าแปลกยามที่ได้เห็นแผลบนร่างกาย จะมีก็แค่รอยขีดข่วนเท่าแมวดม ไม่ได้เป็นอะไรหนักหนาสาหัส หากเป็นเช่นนั้นก็คงจะมีแต่อาการภายใน แต่การถูกหินถล่มทับใยเล่าถึงได้บาดเจ็บภายในมากกว่าภายนอก แถมสีหน้าของซ่งจินเหลียงก็ดูเป็นคนปกติมากกว่าคนป่วย หนิงลี่เก็บความแคลงใจนั้นไว้ในอก

ซ่งจินเหลียงจับมือแข็งกระด้าง

“เจ้า...ทำอะไรกับข้ากันแน่ ทำไมข้าถึงได้ลุ่มหลงเจ้านัก”

เอื้อนวาจาสื่อความในใจหมายให้พระสนมได้รับรู้

“ฝ่าบาท พระองค์กล่าวเกินไป ฝ่าบาทไม่ได้หลงใหลข้า”

“หากข้าไม่หลงใหลเจ้า แล้วใยข้าถึงสนใจเจ้าแต่เพียงแรกเห็น”

หนิงลี่ไม่เข้าใจความหมายที่ซ่งจินเหลียงพยายามจะสื่อ แม้บุรุษผู้นี้จะอยู่ท่ามกลางป่าเขา ใช้ชีวิตอย่างลำเข็นไม่เหมือนอยู่ในวังหลวง ไม่มีคนคอยรับใช้ ไม่มีนางกำนัลหรือทหารคอยอารักขา แต่ดูเหมือนสิ่งเหล่านั้นไม่สามารถทำอันตรายได้เลยสักนิด

ซ่งจินเหลียง...ท่านเองก็ทำอะไรกับข้ากันแน่

ความเงียบสงัดในยามค่ำคืน กับกลิ่นหอมสะอาดของมวลหมู่ต้นไม้ ซ่งจินเหลียงเปลี่ยนจับมือหยาบกระด้านเป็นใบหน้าด้านขวา มีเพียงแสงไฟจากฟืนที่ส่องแสงสว่าง แต่นั้นก็เพียงพอแล้วที่จะเห็นหน้าพระสนมได้ชัด

หัวใจของหนิงลี่สั่นไหว ซ่งจินเหลียงเองก็เช่นกัน...สองบุรุษอยู่ในห้างอารามแห่งภวังค์ เป็นหนิงลี่ที่ไม่อาจเอื้อมสบตาอีกฝ่ายได้นานจนต้องเบนสายตาหนี ราวกับลมฝนด้านนอกเป็นใจ ราวกับสวรรค์ได้หยุดห้วงเวลาเอาไว้ ลมหายใจพระสนมแทบติดขัดเมื่อรับรู้ถึงลมหายใจอุ่นที่เป่ารดแก้มด้านซ้าย

ริมฝีปากซ่งจินเหลียงช่างอ่อนนุ่ม ผิวกายที่อ่อนเยาว์ กลิ่นกายที่หอมกรุ่น กว่าจะรู้ตัวอีกทีหนิงลี่ก็สูญเสียริมฝีปาดตนเองเสียแล้ว

“ฝ่าบาท”

ความไม่คุ้นชินในสัมผัส หนิงลี่ได้เบี่ยงกายหนีจากอ้อมกอด

“ขอข้าได้ชื่นใจสักครั้ง” ซ่งจินเหลียงโอบรั้งกายไว้ “ข้าต้องการเพียงเจ้า”

แววตาทั้งสองข้างสั่นสะท้าน เผยให้เห็นความต้องการในส่วนลึก ฮ่องเต้ผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดินกลับดูอ้างว้างจนน่าใจหาย หนิงลี่เติบโตมาอย่างได้รับความรักจากบิดามารดา แต่ซ่งจินเหลียงโตมาด้วยความเกลียดชัง

ริมฝีปากหยักทาบทับลงบนกลีบปากสีอ่อน ความอ่อนโยนเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นรุกราน ซ่งจินเหลียงจับคางมนเพื่อให้หนิงลี่เผยอปากรอรับความร้อนรุ่ม ลิ้นอุ่นชื้นถูกสอดแทรกเข้าไปด้านใน กวาดต้อนความหอมหวานอย่างวาบหวิว ชวนคนไม่เคยถูกสัมผัสถึงกับสะท้านในทรวง

จูบแรกซึ่งกันและกัน…

หนิงลี่ยอมแล้ว…ยอมให้จักรพรรดิผู้ได้รับฉายาว่าวิปลาส

“ฝ่าบาท ผิวกายข้ามิได้อ่อนนุ่ม นิ้วมือของข้าก็แข็งกระด้างจากการทำงานหนัก ข้าเกรงว่า…” หริงลี่กลืนน้ำลายลงคอเฮือกใหญ่ “ฝ่าบาทอาจไม่พอพระทัย”

ซ่งจินเหลียงเผยยิ้มแผ่วหวาน เอื้อนวาจาเช่นเดียวกัน ริมฝีปากนิ่มบรรจงจุมพิตลงบนฝ่ามือพระสนม

“ผิวกายของเจ้ามิได้อ่อนนุ่ม นิ้วมือจองเจ้าก็แข็งกระด้างจากการทำงานหนัก ทั้งหมดนี้เป็นเจ้า ข้าไม่เคยสนใจสิ่งปรุงแต่งที่อยู่รอบกาย ข้าสนใจแค่เพียงเจ้า”

ตั้งแต่ครั้งแรก…ซ่งจินเหลียงไม่เคยมองหนิงลี่ในเรื่องรูปโฉม

‘ข้ามีนามว่าหนิงลี่’

ความทรงจำเมื่อครั้งตอนที่พบกันครั้งแรกหวนย้อนกลับ…ในครั้งนั้น ขบวนกองทัพที่ใหญ่โต หนิงลี่คือผู้ที่ยื่นมือมาช่วยเหลือขอทานที่ไร้หัวนอนปลายเท้า รู้จักแบ่งปันให้ผู้อื่น จากความประทับใจในครั้งแรกที่เห็น นำไปสู่ความอยากรู้จักในเนื้อแท้ แปรเปลี่ยนเป็นความรักอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว

ไม่จำเป็นต้องมีใบหน้างดงาม…ซ่งจินเหลียงไท่เคยใส่ใจส่วนนั้น

ไม่จำเป็นต้องมีฐานันดร…ซ่งจินเหลียงก็ไม่เคยใส่ใจส่วนนั้น

‘อดีต’ ที่เคยเจ็บปวด ได้หล่อหลอมให้รู้จัก ‘รัก’ ใครสักคนหนึ่งจากพื้นฐานภายใน และเมื่อพบมันแล้วซ่งจินเหลียงจะทำทุกวิธีทางเพื่อเก็บรักษาดวงใจให้อยู่กับตน

“ถึงเจ้าจะทอดทิ้งข้า แต่ข้าจะไม่ทอดทิ้งเจ้า”

ดวงตาพระสนมสั่นไหว ให้กับวาจาที่เหมือนคำมั่น

“ข้าจะไม่มีวันทิ้งฝ่าบาท”

***ไม่มีวัน...***เป็นสัตย์วาจาที่หนิงลี่ได้ให้ไว้กับจักรพรรดิวิปลาส


อาภรณ์ไหมชั้นเลิศถูกปลดออกจากร่างองค์ฮ่องเต้ แค่เพียงครึ่งส่วนก็เผยให้เห็นผิวขาวนวลชวนหลงใหล เขาคือบุรุษผู้งดงามทั่วทั้งร่างกายประดุจเซียนสวรรค์ แผงหน้าอกเป็นลอนสวยผิดกับรูปลักษณ์ที่เห็นยิ่งนัก เมื่อสังเกตมองเต็มตามีจุดหนึ่งที่ด่างพร้อย มันคือแผลเป็นที่อยู่ระหว่างช่วงช่อง แผลเป็นที่รอยเป็นทางยาวคาดไปจนถึงเอวด้านซ้าย แต่พอมันมาอยู่บนร่างของซ่งจินเหลียงแล้ว ช่างเป็นรอยแผลที่ตราตรึงจนไม่สามารถเลือนสายตานั้นได้

ความพลั้งเผลอในความงดงามนั้นทำให้หนิงลี่ลืมตัวลูบไล้กายขาวที่อยู่ตรงหน้า ฝ่ามือแข็งกระด้างเคลื่อนจากหน้าท้องแบนราบไปจนเอวคอดแข็งแกร่ง

“แผลนี้ข้าได้มันมาจากตอนยึดอำนาจ”

หนิงลี่หันมองสบตาคนกล่าว

“เจ้ากลัวข้า”

“...” หนิงลี่พยักหน้ารับ มันเป็นความจริงที่ไม่อาจปกปิด “ข้ากลัวท่าน ท่านทำให้หัวใจของข้าเต้นไม่หยุด จนข้ากลัว...กลัวว่ามันจะเต้นออกมานอกอก”

คนฟังยิ้มหวาน “หากเช่นนั้นหัวใจของข้าก็คงไม่ได้ต่างอะไรกับเจ้า อาลี่...” ซ่งจินเหลียงจับมือหยาบทาบทับตรงหัวใจตน “หากหัวใจของเจ้ากำลังออกมานอกอก หัวใจของข้าก็เช่นกัน”

หนิงลี่หน้าแดงซ่านจนถึงใบหู หัวใจของซ่งจินเหลียงช่างเต้นแรง...แรงมากกว่าตนด้วยซ้ำ

ทุกการกระทำของบุรุษผู้เป็นฮ่องเต้อยู่ในสายตาพระสนมตั้งแต่แรกเริ่ม ซ่งจินเหลียงจูบอ่อนโยนที่ฝ่ามือ เคลื่อนหน้าจากต้นแขนที่ไม่ได้บางมาอยู่ตรงหน้า มอบรอยจุมพิตไว้ทั้งทั้งแก้ม ทำอย่างทะนุถนอมทั้งที่ไม่น่าพึงกระทำ ราวกับว่าหนิงลี่เป็นของล้ำค่าที่ไม่สามารถใช้ความรุนแรงได้

ในทันใดนั้นหนิงลี่ก็รู้สึกถึงความเย็นวาบในช่วงหว่างขา เมื่อรับรู้ได้ว่าบุรุษเพศมันกำลังดุนดันตรงส่วนต้นขาด้านใน แสดงให้เห็นว่าซ่งจินเหลียงกำลังต้องการอย่างเต็มที่ หนิงลี่เบี่ยงหน้าหนีไปอีกทาง เขาไม่กล้าแม้แต่จะคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นจากนี้ การทำสงครามอยู่ในสนามรบมันยังไม่ระแวดระวังจนเสียวไปทั่วสันหลัง การอยู่ใต้ร่างซ่งจินเหลียงช่างน่ากลัวยิ่งกว่า

ในสงคราม...การร่วมรักกับบุรุษเดียวกันมีให้ได้ยินอยู่บ่อยครั้ง เพราะบางครั้งเหล่าผู้ชายก็ต้องการปลดปล่อยอารมณ์ ในเมื่อในกองทัพไม่มีหญิงงาม แล้วจะปลดปล่อยเช่นไรเล่าหากไม่ใช่คนในกองทัพด้วยกัน แต่ข่าวพวกนั้นหนิงลี่ไม่เคยนำมาคิดให้ใส่ใจ เนื่องจากตนเองมีใบหน้าอัปลักษณ์จึงไม่มีใครเข้าหาหรือทำเรื่องให้เสื่อมเสีย

ยกเว้นก็เพียงหนึ่ง...คือซ่งจินเหลียง

“ฝ่าบาท! ฝ่าบาท!...ข้า!”

หนิงลี่ประหม่า กายหนุ่มสั่นเทิ้ม

“ไม่เป็นไร เจ้าไม่ต้องกลัว” ซ่งจินเหลียงสอดมือเข้าไปที่สาบเสื้อ เคลื่อนมือต่ำลงไปยังต้นขา จนมันใกล้กับส่วนหนึ่งที่อยู่ในนั้น

การร่วมรักกับบุรุษเพศ มันไม่ใช่ครั้งแรกของซ่งจินเหลียง ครั้งเมื่อตอนที่ยังขึ้นครองราชย์ นอกจากการทำศึกแล้ว การหาความสุขส่วนตัวก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่ง บางครั้งซ่งจินเหลียงก็ออกหาความสำราญนอกวัง แต่คนเหล่านั้นก็แค่การกอดทางกายมิใช่ทางใจ

กายใหญ่ทาบทับร่างที่เล็กกว่า ปลดอาภรณ์บนร่างจนเหลือแต่เพียงตัวที่เปล่าเปลือย ท่ามกลางแสงไฟสลัว ซ่งจินเหลียงมองเห็นทุกอย่างที่เป็นของหนิงลี่

ฮ่องเต้หนุ่มโอบอุ้มพระสนมให้มานั่งคร่อมตัก

“ที่นี่ไม่มีเตียงนุ่ม หากนอนกับโขดหินเจ้าอาจเจ็บหลัง”

ความเขินอายที่มันมีมากจนเกินควรจนต้องซุกหน้าลงบนแผงอกขาว การอยู่ในท่วงท่าที่ไม่น่าพึงประสงค์สำหรับบุรุษ หนิงลี่รับรู้ถึงความแข็งขืน มันดุดันตรงช่องด้านหลังจนทำเอาเสียวสันหลังวาบ

ซ่งจินเหลียงสัมผัสกลีบปากนุ่มอีกครา สอดลิ้นอุ่นเข้าไปในโพรงปาก กวาดต้อนความหอมหวานทุกหยาดหยด สร้างความหฤหรรษ์ให้กับผู้รองรับ กระทำอย่างนุ่มนวลและอ่อนโยน ค่อยๆ บรรจงวนริ้วที่กลีบช่องทางเล็ก สร้างความคุ้นเคยให้กับสิ่งที่เคยถูกผู้ใดล้วงผ่าน

อดีตนายทหารหนุ่มสะดุ้งตัวโหยง ความเจ็บแปลบเข้ามาในบัดดล นิ้วเรียวยาวสอดลึกเข้าโพรงอ่อนนุ่ม กายไหวสะท้านพยายามดันสิ่งแปลกปลอมหลีกหนี

ซ่งจินเหลียงจูบไปที่ขมับ มือข้างที่ว่างไม่ว่างเว้น ลูบคลึงที่เรือนกายแข็ง บดคลึงทุกสัดส่วนอย่างเมามือ ฝ่ามือนุ่มนิ่มคอยถนอมคนบนร่าง หยอกเย้าแผ่นอกบางเพื่อสร้างความสำราญจนหลงลืมสิ่งที่อยู่ทางด้านหลัง…ซ่งจินเหลียงจับหนิงลี่ให้ยกตัวสูงขึ้น โดยเข่าทั้งสองข้างถูกตั้งชั้นกับพื้น ทำให้ใบหน้าหล่อเหลาอยู่ตรงหน้าอกอีกฝ่ายพอดี

“ฝะ…ฝ่าบาท!”

พระสนมผู้ไม่เคยครางเสียงอ้อแอ้…

ซ่งจินเหลียงกระทำในส่วนที่ไม่คาดคิด ตุ่มไตเล็กทั้งสองข้างถูกกลืนกินโดยริมฝีปาก

“อาลี่…อาลี่ของข้า”

“อ๊ะ!”

หยอกเย้าเคล้าคลึงบนร่าง…หนิงลี่ไม่อาจรับความสุขสมนั้นได้ ส่วนอ่อนไหวถูกมือแกร่งสัมผัสจนแทบหลอมละลายไปกับอ้อมกอดอันอบอุ่น

ความเป็นบุรุษเพศเดียวกัน มันไม่ยากที่จะทำให้หนิงลี่รู้สึกดี นิ้วเรียวยาวคลึงส่วนปลายยอดสลับกับรูดรั้งขึ้นลง หนิงลี่หายใจไม่ทั่วท้อง มันเบาโหวงเหมือนล่องลอยอยู่ในอากาศ ร่างกายที่ถูกรุกรานจนแทบจะบ้าคลั่ง ไม่นานสายธาราก็ถูกปลดปล่อย ความอัดอั้นทั้งหมดถูกสูบฉีดพ่นใส่มืออีกฝ่าย

“เก่งมาก” ซ่งจินเหลียงเอ่ยชม

ในตอนแรกหนิงลี่ยังไม่เข้าใจความหมาย ทว่ายังไม่ทันคิดไตร่ตรอง กลีบโพรงอุ่นก็ถูกรุกรานอีกครา ซ่งจินเหลียงสอดนิ้วเข้าไปด้านจนสุด อาศัยสายธารสีขาวหล่อลื่น หนิงลี่กำมือแน่นโอบกอดหัวไหล่ตรงหน้าเพื่อยึดประคองตัวไม่ให้ล้ม ได้ยินแต่เสียงกระซิบแผ่วข้างใบหู หนิงลี่ไม่สามารถเอื้อนเอ่ยเป็นคำพูดได้ ดวงหน้าแดงเชิดขึ้นมองด้านบน ริมฝีปากอ้าพะงาบๆ ดั่งเช่นปลาที่ขาดอากาศ

“ฝ่าบาท...”

“ท่านพี่...เรียกข้าเช่นนี้เถิด” ซ่งจินเหลียงร้องขอ

ความอายปากที่ไม่เคยเรียก หนิงลี่จึงกัดฟันทน แต่การกระทำนั้นมันสร้างความเจ็บปวดปนความสุขเมื่อถูกสั่งสอนจากกายใหญ่ ซ่งจินเหลียงขยับนิ้วเป็นวงกว้าง กดจุดกระแทกกระทั้นเข้าไปส่วนลึก แค่เพียงนิ้วเดียวก็ไม่อาจต้านทานความรู้สึกเช่นนี้ได้

“ท่าน...ท่านพี่ อ๊า!~”

นิ้วที่สองถูกสอดเข้าไปทันทีหลังจากที่หนิงลี่ทำตามคำเรียกร้อง ซ่งจินเหลียงกระทำไม่ได้ต่างจากครั้งแรก หนิงลี่แอ่นสะโพกมนรับ ขยับตัวไหวตามแรงส่งจากฝ่ามือไม่รู้ตัว จนกระทั่งทุกอย่างหยุดชะงักเมื่อนิ้วเรียวยาวถูกถอดออก มันแทนที่ด้วยบางสิ่งที่ใหญ่โตกว่า...องค์จักพรรดิผู้ไม่เคยร้องขอ ส่งแววตาเว้าวอนขอความเห็นใจ คละปนไปด้วยความต้องการที่หยาดเยิ้ม

ค่ำคืนแรกของการเข้าหอ...ร่วมเป็นสามีภรรยา



------------

TAKE


ถ้า NC ไม่ดี ขอโทษนะค้าา

ตอบคำถามน่อ

ถามว่าทำไมมันสั้น! กรี๊สส อยากจะกรีดร้องมาก เทคมีปัญญาแต่งแต่ละตอนได้เท่านี้อ่าา เรื่องอื่นที่แต่งยาวๆ นั่นเขามีหลายฉากในหนึ่งตอน อย่างน้อยก็เกิน 3 ฉาก จริงมะ เทคเคยลองแต่งแบบนั้นแล้ว ปรากฏว่าฝืนตัวเองสุดๆ มันไม่ถนัดอย่าแรง ประมาณว่า เฮ้ย มันต้องจบน้าา จบแค่ตอนนี้นะ ในหนึ่งตอนเทคจะประกอบไปด้วย 6 หน้ากระดาษเอสี่ แบ่งเป็นครึ่งแรกและครึ่งหลังอย่างละ 3 หน้าเอสี่ มันอาจดูสั้นแต่มันก็สั้นจริงๆ นะเออ เอ๊ะ?

คำถามต่อไป ถามว่าเทคหายหรือยังแผลรถล้มอะ บอกเลยว่ายัง! แขนขวาเทคยังไม่สามารถชูสูงได้ อย่างมากได้แค่เหนือหัว แต่ไม่สามารถยกเอื้อมได้ ลำบากสุดๆ แต่อิฉันก็ยังนั่งชิวแต่งนิยายเหมือนไม่ได้เจ็บ แต่เพื่อคนอ่าน เทคทนได้ค่าา

เรื่องสุดท้าย เทคมีเรื่องจะสารภาพ แคว้นโจวน้านน เดิมทีมันต้องเป็นแคว้นจ้าว แต่เทคดันสับสนชื่อเลยเอาโจวมาแทน (ตอนนั้นอาศัยความจำเอาเลยไม่ได้เข้าไปดูแผนที่อีกรอบ) สรุป! พอกลับมาดูแผนที่อีกที ผิดจ้าา ข้าเจ้าอยากจะกรีดมาก แต่มันแต่งไปแล้ว หลายตอนแล้วด้วย เลยปล่อยเลยตามเลย ตามที่เทคไปศึกษาจากอากู๋มา แคว้นโจวนี่คือแคว้นฉีเหนือใช่มะ เพราะแคว้นฉีบ้านเกิดของหนิงลี่ เทคแต่งเป็นแคว้นฉีใต้ แล้วนี่แผนที่จ้า เทคไปเอามาจากอากู๋โดยเช่นกัน

ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะค้าา ติได้ติเลย เทคบ่กัดเน่อ





แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น