น้ำมิ้ม

"เลิกจัดโซฟา แล้วมานอนบนเตียงกับพี่นี่แหละ" ใกล้รุ่งถึงกับหายใจไม่ทั่วท้อง เมื่อฝ่ามือหนานั้นกลับอ้อมสองแขนของเธอไปโอบรอบแผ่นหลังของหญิงสาว ก่อนจะค่อยๆรั้งร่างแบบบางนั้นด้วยสองแขนแข็งแกร่งจนเธอตกอยู่ในอ้อมแขนที่กอดกระชับเอาไว้อย่างอ่อนโยน “เห็นไหมบอกแล้วว่าไม่เป็นไรสักหน่อย”

ตอนที่ 10 : ปฐพีนี้ใครครอง (1/3)

ชื่อตอน : ตอนที่ 10 : ปฐพีนี้ใครครอง (1/3)

คำค้น : ปฐพีใกล้รุ่ง , แต่งงานหลอกๆ ,พินัยกรรม , มรดก , ที่ดิน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 626

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 10 เม.ย. 2560 23:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 10 : ปฐพีนี้ใครครอง (1/3)
แบบอักษร

​ตอนที่ 10


พวงมาลัยดอกมะลิสีขาวสะอาดที่ถูกร้อยด้วยฝีมือประณีตถูกจัดวางเอาไว้บนพานทองที่คณุตม์ประคองอย่างระมัดระวังก่อนจะคลานเข่าตรงไปหาบิดามารดาของใกล้รุ่ง ก่อนจะก้มลงกราบแทบเท้าผู้สูงวัยทั้งสองที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวยาวในขณะที่รับพวงมาลัยมาจากชายหนุ่ม ที่บัดนี้กลายมาเป็นลูกเขยของตนอย่างเต็มตัว

นายตะวันหันมาหยิบด้ายสายสิจญ์ที่ปลุกเสกจากวัดป่าที่ตนศรัทธาพลางกวักมือเรียกใกล้รุ่งและคณุตม์ให้ขยับเข้ามาใกล้เพื่อผูกข้อไม้ข้อมือรับขวัญในวันมงคลนี้

“พ่อกับแม่ขออวยพรให้อยู่ดีมีสุขไร้ทุกข์ไร้โศกไร้โรคไร้ภัยนะลูกนะ พ่อคณุตม์เองก็เพิ่งหายเจ็บหายไข้รักษาเนื้อรักษาตัวดีๆนะลูก”

“ขอบคุณครับ” คณุตม์เอ่ยพลางก้มลงกราบแทบตัก ก่อนจะขยับเบี่ยงให้ใกล้รุ่งได้เข้ามาใกล้บ้าง

หญิงสาวเหลียวหน้าเหลียวหลังอย่างรู้สึกแปลกๆ นี่มันจะเหมือนจริงไปหรือเปล่าสำหรับการจัดงานแต่งงานหลอกๆของคุณย่า ที่แม้ว่าจะไม่ได้มีพิธีอะไรอย่างเป็นทางการ แต่การที่คณุตม์พาเธอไปจดทะเบียนสมรส แล้วกลับมายกพานดอกไม้กราบขอพรพ่อกับแม่เธอนี่แลดูคล้ายๆว่าเธอกับชายหนุ่มแอบหนีไปแต่งงานแล้วย้อนกลับมาขอขมาอย่างไรก็ไม่รู้

“เราเองก็ดูแลพ่อคณุตม์เขาดีๆนะลูก มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยจาปรึกษากันดีๆ อย่าลืมถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน” นางจรุงจิตเอ่ยในขณะผูกด้ายสายสิจญ์ที่ข้อมือเรียวของผู้เป็นลูก ก่อนจะก้มลงกอดหญิงสาวเอาไว้อย่างรักใคร่

“ถ้ามีปัญหาอะไรก็กลับมาหาแม่ได้ตลอดเวลานะลูก แม่พร้อมรับฟังลูกเสมอ”

“ค่ะแม่”

“ใกล้รุ่งขยับมาหาย่าทางนี้หน่อยลูก” นางกนกทิพย์เอ่ยขึ้นก่อนจะหันไปพยักหน้าให้กับอัสดงที่หันกลับไปหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลขนาดใหญ่ส่งให้ผู้เป็นย่า

“นี่เป็นโฉนดที่ดินที่ย่าจะยกไร่รุ่งอรุณให้กับพ่อของเรา ย่าจัดการให้เรียบร้อยแล้วนะลูก”

“ขอบคุณค่ะคุณย่า” ใกล้รุ่งเอ่ยขึ้นพลางหันไปสบตากับอัสดงอย่างโล่งใจ อย่างน้อยตอนนี้เธอก็จัดการปัญหาได้หนึ่งเปลาะ  จะเหลือก็แต่เรื่องของคนข้างๆตัวนี้คนนี้ล่ะ

แสงแดดที่แรงกล้าในยามเกือบเที่ยงทำให้คณะที่เคยนั่งเล่นที่เฉลียงนอกชานต้องย้ายเข้ามาที่ห้องนั่งเล่นที่อยู่ภายใต้ร่มชายคา ซึ่งขนาดของกลุ่มสนทนาก็เล็กลงตามลำดับเมื่อฝ่ายเจ้าของบ้านของตัวเข้าไปดูแลงานในไร่นาของตน ดังนั้นคณุตม์จึงถือโอกาสคุยเรื่องงานกับครอบครัวของตนเสียเลย

“ผมตั้งใจว่าจะอยู่ที่นี่อีกสักระยะ เพื่อสะสางเรื่องซื้อขายที่ดินที่นี่ให้จบไปเลย ถ้าสุดท้ายแล้วเราไม่สามารถหาซื้อที่ในตัวเมืองได้จริงๆ ผมก็คงจะต้องยอมถอนตัวจากโปรเจ็กต์นี้ แล้วค่อยให้ทางบริษัทเปลี่ยนทำเลหรือไม่ก็เปลี่ยนโครงการที่จะทำไปเลย”

“พี่นุดจะยอมแพ้วางมือจากโปรเจ็กต์นี้เลยเหรอคะ” คะนึงนิจถามพี่ชายขึ้นเบาๆ ซึ่งชายหนุ่มก็พยักหน้ารับแต่โดยดีพลางหันไปมองประสานสายตากับผู้เป็นปู่พลางเอ่ยในสิ่งที่ตนเองคิดออกมา

“ผมยังไม่เข้มแข็งมากพอที่จะรับช่วงทุกอย่างจากคุณปู่ได้หรอกครับ แต่ผมสัญญาว่าผมจะแข็งแกร่งขึ้น ไม่ว่าโครงการคอมเพล็กซ์ที่ผมรับผิดชอบอยู่จะเป็นไปได้หรือไม่ แต่ผมจะทำหน้าที่ที่ผมได้รับมาอย่างสุดความสามารถ”

“ปู่จะช่วยแกอีกแรงเจ้านุด แกอย่าเพิ่งยอมแพ้ ในเมื่อฉันอุตส่าห์ไว้ใจแกให้รับช่วงทุกอย่างจากฉัน แกก็ควรจะสู้เพื่อมัน”

“ปู่ครับ ปู่จะให้ผมสู้ไปเพื่ออะไรในเมื่อมีคนที่เหมาะสมกว่าผมรออยู่ ผมอยากให้ปู่ให้โอกาสคุณพ่อนะครับ”

คณุตม์เอ่ยขึ้นพลางขยับเข้าไปกราบแทบตักของชายชราที่ดูแลเขาเป็นอย่างดี ก่อนจะเงยหน้าเอ่ยกับผู้เป็นปู่ด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงจริงจัง

“ไม่มีความเจ็บปวดไหนจะมากเกินไปกว่าการที่คนเป็นลูกรู้ว่า ...พ่อกับแม่ของตัวเองไม่เห็นว่าลูกเป็นคนสำคัญ อย่างน้อยคุณพ่อก็ทำเพื่อบริษัท เพียงธำรง มาตลอด คุณปู่อย่าเพิ่งให้ความโกรธมาเป็นเครื่องทำลายสายสัมพันธ์นี้เลยนะครับ”

แม้น้ำเสียงที่ชายหนุ่มเอ่ยนั้นจะราบเรียบ หากแววตาที่สะท้อนความรู้สึกภายในใจที่คงจะไม่มีใครเข้าใจความรู้สึกของคนเป็นลูกที่พ่อกับแม่ไม่รักได้ดีไปกว่าเขาอีกแล้ว นั่นทำให้ผู้เป็นปู่ได้แต่ทอดถอนใจพลางตบไหล่หลานชายอย่างเข้าใจดี

 “ผมไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว นอกจากความรักความเมตตาที่คุณปู่มอบให้ผมเสมอมา ดังนั้นผมยินดีจะวางมือจากทุกตำแหน่งและทำงานตามหน้าที่ที่ปู่มอบหมายให้ แต่ผมไม่อยากให้ปู่มองข้ามคุณพ่อไป”

“ปู่ให้สัญญาว่าปู่จะให้โอกาสพ่อของเราพิสูจน์ตัวเอง แต่แกกับยัยนิดก็ต้องช่วยกันภาวนาก็แล้วกัน ว่าให้พ่อของแกหัดเชื่อฟังฉันบ้าง ไม่ใช่ฟังแต่เมียน้อยอย่างเดียว!"

นายพงษ์สิริเอ่ยขึ้นเสียงสะบัดอย่างฉุนเฉียวเมื่อนึกถึงพฤติกรรมที่หูเบาของลูกชายของตัวเอง ในขณะที่คณุตม์ได้แต่ลอบสบตากับผู้เป็นน้องสาวอย่างหนักใจ

...................................



“คุณว่ายังไงนะคุณนิอร นี่คุณไปคุยอะไรกับคุณพริมามากันแน่”

นายคณินที่เพิ่งสร่างเมาและลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวถึงกับวางมือจากการผูกเน็กไทด์และหันกลับมาถามภรรยาอย่างไม่เชื่อหู

“นิบอกว่า นิไปชวนคุณพริมาร่วมหุ้นตั้งบริษัทใหม่ของเราเอง บริษัทของเราสองคน ไม่ใช่บริษัทเพียงธำรง”

“คุณบ้าไปแล้วหรือไงนิอร ทำไมคุณทำแบบนั้น นี่ถ้าคุณพ่อรู้เข้า ท่านคงจะยิ่งเกลียดผมมากไปกว่านี้แน่”

“นิไม่ได้บ้าค่ะ คณิน คุณฟังนะคะ คุณทำงานที่บริษัท เพียงธำรงตั้งกี่ปีแล้ว แต่สุดท้ายคุณพ่อของคุณก็ยังไม่ยอมยกบริษัทให้คุณเสียที คุณคิดจะเป็นแค่ลูกจ้างของคุณพ่อคุณไปตลอดชีวิตหรือไงคะ”

นางนิอรขึ้นเสียงใส่สามีอย่างเจ็บแค้น ครั้นพอเห็นว่านายคณินหยุดฟังแล้ว เธอจึงเดินเข้าไปกุมมืออีกฝ่ายเอาไว้พลางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิม

 “เราผ่านชีวิตด้วยกันมาเกินครึ่งชีวิตแล้วนะคะคณิน ต่อให้ไม่มีใครรักคุณ นิก็รักคุณและพร้อมจะอยู่ข้างคุณเสมอ คุณไม่อยากพิสูจน์ตัวเองให้คุณพ่อของคุณเห็นหรือคะว่าคุณเองก็มีดีพอที่จะเป็นเสาหลักของครอบครัวได้ คุณเริ่มต้นชีวิตใหม่ตอนนี้ก็ยังไม่สายนะคะคณิน”

นายคณินหันมามองภรรยาอย่างลังเลใจ นิอรเห็นดังนั้นก็รีบเอ่ยตอกย้ำผู้เป็นสามีทันที

“เชื่อนินะคะคณิน ถ้าเราไม่เริ่มต้นชีวิตของเราเองในวันนี้ คุณจะไม่มีวันก้าวออกมาจากเงาของคุณพ่อของคุณได้อีกเลยตลอดชีวิต!”

“แล้วเราจะเริ่มต้นยังไง ในเมื่อตอนนี้เราก็คงก้าวตามหลังบริษัท เพียงธำรง อยู่ดี”

“ไม่ค่ะ... สำหรับโครงการคอมเพล็กซ์ที่พิษณุโลก นิจัดการหาที่ดินเอาไว้แล้วค่ะ คุณแค่เตรียมตัวไปพบคุณพัฒนา ที่บริษัท ศิริวัฒน์ ก็พอ นิจะจัดการเอาโฉนดที่ดินมาให้คุณไปทำโครงการตัดหน้าบริษัท เพียงธำรง ได้อย่างแน่นอนค่ะ”

นายคณินได้แต่ถอนหายใจอย่างหนักใจ ถึงแม้ว่าส่วนหนึ่งจะลังเลที่ต้องทำเหมือนกับกำลังทำร้ายลูกของตัวเองทางอ้อม แต่ก็อย่างที่นิอรว่า ถ้าเขาไม่กล้าที่จะทำในวันนี้ เขาคงต้องอยู่ภายใต้อาณัติของบิดาไปตลอดชีวิต!

...........................................


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น