น้ำมิ้ม

"เลิกจัดโซฟา แล้วมานอนบนเตียงกับพี่นี่แหละ" ใกล้รุ่งถึงกับหายใจไม่ทั่วท้อง เมื่อฝ่ามือหนานั้นกลับอ้อมสองแขนของเธอไปโอบรอบแผ่นหลังของหญิงสาว ก่อนจะค่อยๆรั้งร่างแบบบางนั้นด้วยสองแขนแข็งแกร่งจนเธอตกอยู่ในอ้อมแขนที่กอดกระชับเอาไว้อย่างอ่อนโยน “เห็นไหมบอกแล้วว่าไม่เป็นไรสักหน่อย”

ตอนที่ 9 : ตกลงปลงใจ (3/3)

ชื่อตอน : ตอนที่ 9 : ตกลงปลงใจ (3/3)

คำค้น : ปฐพีใกล้รุ่ง , แต่งงานหลอกๆ ,พินัยกรรม , มรดก , ที่ดิน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 590

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 09 เม.ย. 2560 12:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 9 : ตกลงปลงใจ (3/3)
แบบอักษร

​“พี่ก็พูดจริง แล้วก็จะทำจริงๆด้วย พรุ่งนี้ ...ไม่สิ วันนี้เลย เราจะไปจดทะเบียนสมรสกัน และนับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป รุ่งจะต้องอยู่กับพี่ตลอด 24 ชั่วโมง”

“พี่นุดคะ รุ่งว่ามันต้องมีการเข้าใจผิดอะไรกันแน่ๆ ที่รุ่งยอมแต่งงานกับพี่นุดนี่ก็เพราะว่าคุณย่ารับปากกับรุ่งว่าจะไม่มีการผูกมัดรุ่ง และรุ่งก็แค่ช่วยแต่งงานเพื่อตบตาคนอื่นก็เท่านั้น”

ใกล้รุ่งเอ่ยค้านขึ้นพลางเงยหน้ามองสบตาอีกฝ่ายตรงๆเป็นครั้งแรก คณุตม์จึงได้มีโอกาสพินิจดวงตากลมโตที่สุกใสนั้นใกล้ๆ

แววตาที่ดื้อดึงและกำลังกล่าวหาเขาอยู่นั้นทำให้คณุตม์รู้สึกอยากจะสัมผัสฝ่ายตรงข้ามเป็นครั้งแรก ไอ้อาการดื้อรั้นจนจมูกเล็กๆนั้นเชิดงอนขึ้น มันน่า...นัก

“พี่แค่อยากทำทุกอย่างให้มันถูกต้อง ถึงแม้ว่าเราจะแต่งงานกันหลอกๆ แต่ว่ารุ่งเองก็ต้องมาอยู่กับพี่จริงๆไม่ใช่หรือ พี่เองก็อยากจะปกป้องชื่อเสียงของรุ่ง ไม่อยากให้รุ่งได้ชื่อว่า ...มาอยู่กินกับพี่เฉยๆ”

ใกล้รุ่งแทบจะอ้าปากค้างกับคำพูดที่เอ่ยจากบุคคลที่เธอเคยคิดว่าเขาน่าสงสารและควรจะได้รับการปกป้องดูแล แต่ในขณะนี้ทำไมหญิงสาวถึงรู้สึกว่า เธอต่างหากที่น่าสงสาร และตัวเองกำลังจะกลายเป็นฝ่ายที่ถูกหลอกให้แต่งงานจริงๆ

สีหน้าที่เริ่มลังเลของคนที่นั่งอยู่ ทำให้คณุตม์รีบฉวยโอกาสแกล้งถอนหายใจใส่คนตรงหน้าบ้าง พลางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึมลง   

“พี่อยากหายขาดจากโรคนี้ และนอกจากรุ่งกับนิด พี่ก็ไม่คิดว่าจะมีใครจะยอมช่วยเหลือเยียวยารักษาพี่อย่างบริสุทธิ์ใจ พอคุณย่ามาบอกพี่ว่า รุ่งยินดีจะช่วยเหลือพี่ พี่เองก็คิดว่าคงมีโอกาสหายเสียที”

เจอคำนี้เข้าไป ใกล้รุ่งถึงกับไปต่อไม่ถูก นี่ถ้าเธอไม่ช่วยนี่จะกลายเป็นว่าเธอไม่บริสุทธิ์ใจที่จะช่วยเหลือเขาหรือเปล่า

“หมอบอกว่าอาการนี้จะหายก็เมื่อเราบำบัดด้วยการทำให้ร่างกาย สมอง และหัวใจของเราคุ้นชิน จนความกลัวหายไป พี่ก็คิดว่าการที่ได้อยู่กับรุ่งตลอด 24 ชั่วโมง มันเป็นการรักษาอาการของพี่ได้ดีที่สุด”

“แล้วยัยนิดล่ะคะ? ยัยนิดก็ทำได้นี่”

ใกล้รุ่งยังคงยืนยันความคิดของตน หากใบหน้าคมสันที่หันมามองเธอตรงๆ ชวนให้หวั่นไหวใจสั่นไปกับดวงตาพราวระยับตรงหน้าตั้งแต่ก่อนที่ชายหนุ่มจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มเสียด้วยซ้ำ

“ยัยนิดรักษาได้แต่อาการทางกาย แต่อาการทางใจนี่ ไม่ใช่ว่าจะเป็นใครก็ได้ที่จะมารักษานะ”

ใกล้รุ่งไม่แน่ใจว่าระหว่างสายตาที่ทอดมองเธออย่างอ่อนโยน หรือแสงอาทิตย์ที่เริ่มทอแสงสาดส่องฟากฟ้า ที่ทำให้เธอรู้สึกเหมือนมีไฟอุ่นๆแล่นวาบตั้งแต่หัวจรดเท้ากันแน่

แต่ที่หญิงสาวตระหนักได้อย่างหนึ่งนั้นก็คือ ความอบอุ่นที่แล่นตลอดทั่วร่างนั้นมันกำลังไหลมากระจุกรวมกันอยู่ที่กึ่งกลางหัวใจของเธอ และนี่อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอไม่คิดจะปฏิเสธ เมื่ออีกฝ่ายเอ่ยกับเธอด้วยถ้อยคำอ่อนหวาน

“พี่ไม่เคยคิดที่จะให้ใครมาช่วยรักษาอาการป่วยของพี่เลย นอกจากรุ่ง..เพียงคนเดียว ถ้ารุ่งไม่รังเกียจผู้ชายที่ไม่สมบูรณ์แบบคนนี้ แปดโมงตรงพี่จะมารอรุ่งที่นี่ แล้วเดี๋ยวเราค่อยไปอำเภอด้วยกัน”

.....................................

ขวดวิสกี้ที่วางอยู่เรียงรายบนโต๊ะอาหารจนแทบจะบังร่างของบุรุษวัยกลางคนที่นอนฟุบอยู่ด้วยอาการเมามาย หลังจากที่ทะเลาะกับบิดาและกลับมาที่บ้าน คณินก็เอาแต่กรอกเหล้าเข้าปากเพื่อหวังว่าจะช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดเสียใจ จนผู้เป็นภรรยาทนไม่ได้

นางนิอรเหลือบตามองนาฬิกาที่ฝาผนังก่อนจะส่ายศีรษะเบาๆ แม้เข็มนาฬิกาจะล่วงเข้าวันใหม่แล้วแต่คณินก็ยังคงไม่เลิกดื่มเสียที นางจึงตัดสินใจเดินเข้ามาหาผู้เป็นสามี

“เลิกดื่มเสียทีเถอะค่ะคุณคณิน คุณคิดว่าเหล้าจะทำให้เรื่องบาดหมางระหว่างคุณกับคุณพ่อมันลดน้อยลงหรือไงคะ”

“หืม..นิ คุณเองเหรอ คุณยังอยู่ข้างผมใช่ไหมนิ” เสียงอ้อแอ้ที่ดังจากร่างที่เมาราวกับอาบด้วยแอลกอฮอล์เอ่ยกับผู้เป็นภรรยา ก่อนจะรวบเอวของคู่ชีวิตเอาไว้พลางเอ่ยเสียงรวดร้าว

“คุณยังรักผมใช่ไหมนิอร คุณจะไม่เกลียดผม เหมือนที่พ่อเกลียดผมใช่ไหม”

 “นิไม่เคยเกลียดคุณค่ะคณิน ต่อให้ไม่มีใครรักคุณ มีแต่นิที่รักคุณนะคะ นิจะอยู่เคียงข้างคุณเสมอ”

“ขอบคุณที่อยู่กับผมมาตลอดนะนิอร ผมไม่เหลือใครอีกแล้วนอกจากคุณ” นายคณินเอ่ยขึ้นด้วยความเมามายจนไม่สามารถควบคุมความเสียใจเอาไว้ได้ บุรุษวัยกลางคนกอดเอวภรรยาเอาไว้แน่นอย่างคนที่ต้องการความรักเพื่อมาชดเชยในสิ่งที่เขารู้สึกขาด

“นิเองก็มีแค่คุณค่ะคุณคณิน นิจะทำทุกอย่างเพื่อเราสองคนค่ะ นิสัญญา...”

นางนิอรเอ่ยอย่างหมายมาด พลางโอบกอดผู้เป็นสามีเอาไว้อย่างมีแผนการในใจ ก่อนที่ในช่วงเช้าของวันต่อมาหญิงวัยกลางคนก็ไม่รีรอที่จะเดินทางไปยังบริษัท ศิริวัฒน์ เพื่อติดต่อกับพริมาทันที

ร่างสมส่วนที่แม้จะร่วงโรยไปบ้างตามวัยที่เกินเลข 4 ไปแล้ว ก้าวเดินอย่างมั่นใจตรงมายังหน้าตึกสูงที่อยู่ติดริมถนนเพียงลำพัง หญิงวัยกลางคนเงยหน้ามองป้ายสีเงินขนาดใหญ่ที่ติดอยู่ด้านหน้าของอาคารสำนักงานที่ทันสมัยบนถนนเส้นที่พาดผ่านใจกลางกรุงเทพมหานครอย่างมั่นใจ มีแต่วิธีนี้เท่านั้นที่จะทำให้นายคณินหลุดพ้นมาจากวงจรของทุกอย่างใน ‘เพียงธำรง’ เสียที

“สวัสดีค่ะคุณนิอร วันนี้มีธุระอะไรด่วนคะถึงมาหาพริมที่บริษัทแต่เช้า” หญิงสาวผู้ดำรงตำแหน่งทายาทของบริษัท ศิริวัฒน์ เอ่ยขึ้นในขณะที่เดินนำนางนิอรไปยังชุดโซฟารับแขกในห้องทำงานของตน

“เรื่องสำคัญสิคะคุณพริม ดิฉันมีข้อแลกเปลี่ยนทางธุรกิจมานำเสนอ”

“บริษัทเพียงธำรง มีการเปลี่ยนแปลงโปรเจ็กต์อะไรหรือเปล่าคะ”

“เปล่าค่ะ แต่ดิฉันมาติดต่อคุณพริม เป็นการส่วนตัว”

พริมาชะงักมือที่กำลังเลื่อนดูหน้าฟีดข่าวในมือถือ ก่อนที่จะตัดสินใจวางมันลงพลางหันไปถามนางนิอรอย่างจริงจัง

“หมายความว่ายังไงคะคุณนิอร”

“ดิฉันกับคุณคณิน จะแยกตัวออกมาเปิดบริษัทใหม่ และเราหวังว่าจะยังคงได้ร่วมงานกับพันธมิตรที่ดีอย่างบริษัท ศิริวัฒน์ดีเวลลอปเม้นท์”

“เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่เกินกว่าที่พริมจะตัดสินใจคนเดียวได้ค่ะคุณนิอร พริมจะเอาเรื่องนี้ไปปรึกษาคุณพ่ออีกที ถ้าคุณนิอรมีแผนการจัดตั้ง หรือแผนงานโครงการของบริษัทใหม่ของคุณนิอรมานำเสนอด้วย พริมว่าคงจะทำให้คุณพ่อตัดสินใจได้ง่ายขึ้นนะคะ”

นางนิอรคลี่รอยยิ้มอย่างมั่นใจก่อนจะหยิบไอแพดออกมาจากกระเป๋าถือของตนพลางเปิดไฟล์ให้หญิงสาวตรงหน้าดู  ครั้นพอพริมาเลื่อนดูได้ไม่กี่หน้า คิ้วเรียวที่ถูกวาดไว้อย่างบรรจงก็ขมวดมุ่นก่อนที่ดวงตาคมภายใต้ขนตาปลอมที่ถูกตกแต่งเอาไว้อย่างดีจะเงยหน้าสบตากับหญิงวัยกลางคนอย่างคลางแคลงใจ

“นี่มันโปรเจ็กต์ที่ทางบริษัท เพียงธำรง กำลังทำอยู่นี่คะ ทางคุณคณุตม์ไม่ทำโครงการคอมเพล็กซ์นี้แล้วหรือคะ”

“โปรเจ็กต์นั้น คุณคณุตม์ไม่มีวันทำได้สำเร็จค่ะ เพราะที่ดินทุกผืนมีนายทุนเข้าไปกว้านซื้อมาหมดแล้ว และหนึ่งในนั้นก็เป็นคนรู้จักของดิฉันเอง”

นางนิอรเอ่ยก่อนจะขยับตัวเข้าไปใกล้อีกฝ่ายให้มากขึ้น พลางกระซิบเสียงแผ่วอย่างมีเลศนัย

“ถึงแม้ว่าดิฉันกับคุณคณินจะแยกตัวมาตั้งบริษัทใหม่ แต่ดิฉันมั่นใจว่าทางดิฉันพร้อมสำหรับโครงการคอมเพล็กซ์นี้มากกว่า ถ้าคุณพริมาไม่อยากให้บริษัท ศิริวัฒน์ ต้องเสียหาย เพราะโครงการของคุณคณุตม์กำลังจะล่มไม่เป็นท่าแล้วละก็ ทางดิฉันก็อยากให้คุณพริมามาทำโครงการนี้ร่วมกันในนามบริษัทใหม่ ของคุณคณินอย่างเต็มตัว!”

........................................


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น