l-mine

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : CHAPTER : XXXIV

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 23.5k

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ส.ค. 2557 23:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
CHAPTER : XXXIV
แบบอักษร










CHAPTER : XXXIV






             หลังจากยืนกำกับให้ไอ่กัสทำข้าวผัดเหมือนครั้งก่อนให้ออกมาพอดีกิน 4 คน ผมก็ช่วยตั้งโต๊ะก่อนจะจัดจานเรียง 4 ที่ โดยมีชามข้าวผัดใบโตอยู่ตรงกลางโต๊ะ เล่นทำเอาไอ่กัสตีหน้าหงิกขึ้นมาทันทีเมื่อรู้ว่าผมกำลังจะชวนใครมากินด้วย

“งั้นเดี๋ยวมึงไปเรียกพี่กรีน  ส่วนกูจะไปเรียกกิลล์เอง”

“เรื่อง!!?”

“โอเค ก็ได้ งั้นสลับกัน กูไปเรียกพี่กรีน ส่วนมึงก็ไปเรียกกิลล์”

“หยุด! หยุดตรงนี้เลยนะวาฬ”

ไอ่กัสทำหน้าโหดใส่ผม ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมคงจะกลัวหัวหดไปแล้ว แต่ตอนนี้สถานะของผมมันเหนือกว่าครับ :) หึๆ ผมมองหน้าไอ่กัสกลับเชิงถามว่า จะเอาไง?’

“มึงเรียกกิลล์ เดี๋ยวกูเรียกไอ่เชี่ยนั่นเอง”

ไอ่กัสว่ากระแทกเสียงก่อนจะทำหน้าบึ้งๆเดินขึ้นชั้นสองไป ส่วนผมก็ตามมันขึ้นไปเหมือนกัน แล้วก็เดินแยกไปอีกฝั่ง เพื่อไปเรียกกิลล์ ส่วนไอ่กัสก็คงจะมุ่งหน้าไปห้องทำงานของพี่กรีน


 

 

GREEN’s

ไม่อยากจะเชื่อว่าไอ่เด็กนั่นจะมาไม้นี้  ผมรู้ ผมเดาออกว่าปลาวาฬกำลังพยายามจะทำอะไร แต่เมื่อเทียบกับความผิดที่ผมทำกับไอ่กัสเมื่อหลายปีก่อน ...มันจะช่วยอะไรได้วะ? คนที่ไม่คุยกับผมมาเป็นปีๆแถมยังไม่เคยจะเรียกผมว่าพี่ซะด้วยซ้ำ

...เด็กนั่นมันจะช่วยอะไรได้?...

ผ่าง!

“กรีน!! กินข้าว!

ปัง

ผมนั่งนิ่งและงงกับเหตุการณ์เมื่อกี้มาก ไอ่กัสมันกำลังเรียกผมกินข้าวงั้นเหรอ?... หึ :) ผมระบายยิ้มออกมาช้าๆ ความรู้สึกบางอย่างมันพุ่งขึ้นมาจุกอกซะจนผมพูดไม่ออก มันดีใจซะจนไม่รู้จะพูดอะไร

....น้ำเสียงที่ผมไม่เคยได้ยินมาหลายปี...

END-


 

 

พอกินข้าวผัดกันเสร็จ ก็ถึงเวลาที่ผมกับไอ่กัสจะต้องกลับกันสักที จริงๆก็อยากจะให้มันอยู่ต่อซะด้วยซ้ำ แต่ไม่รู้จริงๆว่าจะเอาเหตุผลอะไรมาอ้าง

แต่นี่เล่าให้ฟังโดยไม่ปราศจากการโม้เลยนะ ผมน่ะจับไอ่กัสกับพี่กรีนช่วยกันล้างจานด้วยกันได้ด้วย ถึงทั้งคู่จะตีหน้าหงิกใส่กันตลอดเวลาที่ล้างจาน แต่มัน...ก็ยังดีน่ะแหล่ะ -*-

“ข้าวผัดพี่กัสโคตรอร่อยอะ อิ่มเลย”

กิลล์ลูบท้องตัวเองเพื่อแสดงความอิ่มแปล้ออกมา เรื่องของพี่กรีนกับกิลล์น่ะผมว่ามันไม่ได้รุนแรงเท่ากับไอ่กัส ผมว่าถ้าพี่มันยอมลดฟอร์มลงมาบ้าง ก็คงสามารถสนิทกับกิลล์ได้เอง

“โห้ย นี่น้องมึงชมเลยนะเนี่ย นี่กิลล์ ว่างๆก็โทรให้มันมาทำให้กินดิด้วยกันแบบนี้อีกดิ”

ผมกระแทกไหล่แซะมันเบาๆ

“เรื่อง? อยากกินก็ตามไปกินที่คอนโดกูเอง”

ไอ่กัสดูด้วยเสียงแข็งๆ

“งั้นพี่ไปก่อนนะกิลล์ ไปนะครับพี่กรีน :)

“เดี๋ยว!

“?”

ผมทำหน้างงใส่พี่กรีนที่จู่ๆก็เรียกให้ผมหยุด ไม่ทันจะถามอะไร พี่มันก็ยื่นโทรศัพท์มือถือของตัวเองมาตรงหน้าผม

“ครับ?”

“เบอร์! กดให้หน่อย”

พี่กรีนบอกพร้อมกับเสหน้าไปทางอื่นด้วยท่าทางเก้อๆ

“มึงจะขอไปทำไม? อย่าให้มันนะวาฬ!

ไอ่กัสรีบปัดมือพี่กรีนออกจากตรงหน้าผมด้วยท่าทางหัวเสีย โอเค... ผมไม่บอกเบอร์ก็ได้ หึๆ

“ห้อง1048 คอนโด Aquarium  อยากคุยหรืออยากเจอผมก็ไปที่นั่น :)

ผมบอกจบก็ยิ้มให้พี่กรีนที่กระตุกยิ้มให้ผมเสี้ยวพริบตานึง ก่อนจะเดินทำท่าไม่รู้ไม่ชี้ไม่ฟังคำโวยวายของไอ่กัสที่ไล่ตามหลังมา

“เห้ย! นี่มึงจะบอกเบอร์ห้องกูทำไมฮะ!

“อ่ะๆๆๆๆๆ”

ผมจิ้มนิ้วกดปิดหูตัวเองก่อนจะทำเสียงดังๆเพื่อกลบเสียงไอ่โหดนั่น

พรึ่บ

“ปลาวาฬ อย่ามาเมินกูนะ”

ไอ่กัสกระชากมือผมออกจากหูทันที ก่อนจะส่งสายตาเขม็งมา

“เออๆ ตอบก็ได้ กูบอกห้องมึงไปไม่ดีรึไง? หรืออยากจะให้กูบอกเลขที่บ้านกู? ก็ได้นะ กูยิ่งอยู่คนเดียวอยู่ พี่โลยังไม่กลับ แล้วอย่ามาหาว่ากูเล่นชู้ทีหลังล่ะ”

“ปลาวาฬ!

“กูแค่อยากให้มึงกับพี่คืนดีกัน ลองดูสิกัส”

ผมปรับระดับเสียงให้ดูจริงจังขึ้น  ไอ่กัสส่งสายตาที่ดูอ่อนลงมาให้

จุ๊บ

ผมก็เลยเขย่งปลายเท้าขึ้น ก่อนจะกดปากจูบลงริมฝีปากของคนตรงหน้าก่อนจะผละออกมาด้วยใบหน้ายิ้มๆ

“นะ :)

 

 

 

 

@thepub

หลังจากทิ้งตัวนอนบนเตียงได้ไม่ถึงครึ่งวิ เสียงออดหน้าบ้านผมก็ดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของไอ่กัสที่ยืนยิ้มแฉ่งอยู่หน้าประตูรั้ว แล้วบอกกับผมว่า คืนนี้ไปผับกัน

เพราะเหตุผลผมก็เลยต้องมาอยู่ที่นี่ แต่!.. .

“อ่ะ อื้ออ!

ผมออกแรงขัดขืนอย่างแรงเมื่อไอ่คนข้างๆที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแฟนผมมันล็อคคอผมจูบอย่างกะทันหัน มันจับคอผมล็อคไว้อย่างแน่น แล้วกดริมฝีปากลงมา ลิ้นมันก็เริ่มเข้าสอดส่องสำรวจภายในโพรงปากผม โดยไม่สนใจทั้งแรงผลัก แรงตบ แรงทุบ

สัด! ถ้าเป็นที่ห้องกูจะไม่ว่าเลยนะ แต่นี่มันท่ามกลางเพื่อนมันแล้วก็เจ้านายมันด้วยไงเสียงโห่แซวกูนี่.. .~ TT

“ไอ่สัด! ทำบ้าอะไรของมึงฮะ”

ผมหลุดด่าออกมาทันทีเมื่อหลุดออกจากมันมาได้ ไอ่กัสก็ทำหน้าเรียบๆปนเซ็งๆแล้วตอบออกมา

“ก็โต๊ะนั่นมันมองมึง :(

ผมเหล่ตามองตามสายตาของไอ่กัสที่ปรายออกไป ก็พบว่าโต๊ะข้างหลังผมนั้นกำลังทำหน้าเหวอตกใจสุดๆ เหี้ย~! เขาไม่ได้มองกูเพราะกูดูดี แต่เพราะนั่นมันน้องแถวบ้านกูเถอะสาดดด TT

“ทำหน้าตาเศร้าอะไรขนาดนั้นล่ะครับ หรือเพราะรสจูบมันไม่สะใจ งั้นไม่ทราบว่าจะลองลองกับผมดูไหมล่ะครับ :)

ป้าป!

“ของกู”

คนชื่อ มาร์ค’ ที่เอ่ยแซวผมนั่นร้องโอยครวญขึ้นมาทันที เมื่อฝ่ามือหนาประเคนลงกบาลหัวเขาจังๆ

“กรี๊ดดดดดด ท่านเอเดนขา มันทำร้ายมาร์คอะ T^T” 

มาร์คอะไรนั่นร้องกรี๊ดเสียงหลงออกมา พร้อมเอาหน้าถูไถกับ ท่านเอเดน’ ท่านประธานที่มีอายุแต่ก็ยังดูฮอตซะจนน่าเหลือเชื่อ

“ออกไปให้ไกลส้นตีนกูเลย รังเกียจ!

“ใจร้ายว่ะ อ้อนใครดีวะ”

มาร์คทำหน้าเซ็งๆก่อนจะกวาดส่ายตามองเป้าหมายรายต่อไป ซึ่งทั้งโต๊ะนี้ก็เหลือแค่บุคคลคนเดียว ติณณ์’ ที่นั่งนิ่งเป็นท่อนไม้อยู่นานละ

“เอิ่ม... กูว่าคนนี้กูขอผ่าน ไม่เล่นแล้วก็ได้”

ทันทีที่จบเสียงมาร์ค ผมก็หลุดฮาก๊ากขึ้นทันที เล่นเอาติณณ์ปรายตามามองผมนิ่งๆ ผมล่ะสงสัยจริงๆว่าเขานี่มันมีหน้าเดียวรึไง

“กัส ปวดฉี่ว่ะ ไปห้องน้ำนะ เดี๋ยวกูมา”

“ไปด้วย”

“มึงปวดรึไง”

มันส่ายหน้า อ่อ รู้ละ จะตามไปเฝ้าผม ? -*-

“กูไปแปปเดียว เดี๋ยวมา แล้วกูไม่ต้องตามมาเฝ้ากูเลยนะ”

ผมสั่งมันไว้ก่อนจะเดินรนๆไปยังห้องน้ำ พอฉี่เสร็จผมก็เดินออกมาหมายจะกลับโต๊ะเลย แต่ก็เจอกับน้องแถวบ้านคนนั้นซะก่อน

“ไง ไม้”

ผมเดินเข้าไปทักน้องมันที่ยืนสูบบุหรี่อยู่

“อายุเท่าไหร่แล้ว สูบได้แล้วรึไง?”

“ก็ไม่ได้อยากสูบมากหรอกฮะ แค่รู้สึกเครียดๆอะไรบางอย่าง”

“อายุแค่นี้อย่าเพิ่งสูบเลย”

ผมว่าก่อนจะดึงบุหรี่ของจากปากน้องมัน ก็มันรู้สึกใจหายนะครับ เล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็กๆ ตอนนั้นยังใสๆ แต่พอเจอตอนนี้กลับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน

“ผมไม่ใช่เด็กแล้วนะครับ”

“งั้นบอกมาสิว่าอายุเท่าไหร่ ถ้าจำไม่ผิดก็ 17-18 ไม่ใช่รึไง”

17 ครับ”

“ม.6 แล้วล่ะสิ พี่ว่าไม้เอาเวลาไปคิดเรื่องเรียนดีกว่า เดี๋ยวนี้ได้ยินว่าเราเกเรนิ คุณป้ามาบ่นให้พี่ฟังแทบทุกวัน”

“...”

“พี่กลับโต๊ะไปหาเพื่อนก่อนนะ”

หมับ

“เดี๋ยวฮะ”

“หือ?”

“ผู้ชายคนนั้นแฟนพี่เหรอ”

“...”

“คนที่จูบพี่น่ะ”

“เอ่อ มันออกจะเข้าใจยากหน่อย แต่ก็ใช่แหล่ะ”

“พี่เป็นตั้งแต่เมื่อไหร่ เมื่อก่อนผมคิดว่าพี่คงไม่ใช่ แต่ตอนนี้พี่กลับมีแฟนเป็นผู้ชายไปแล้ว ถ้าผมรู้...”

“ปลาวาฬ!

ขณะที่ไม้ยังพูดไม่จบประโยค เสียงดุโหดของไอ่กัสก็ดังโพล่งขึ้นมาก่อน สัด กูสะดุ้งเลย

“ห่า ตะโกนทำเตี่ย ที่นี่เป็นของมึงคนเดียวรึไง”

“ที่นี่อาจจะไม่ใช่ แต่มึงน่ะของกู

พรึ่บ

ตัวผมถูกกระชากไปตามแรงดึงนั่นอย่างแรง ผมว่ามันต้องเข้าใจผิดอะไรบางอย่างอยู่แน่ๆ

“ดูเหมือนแฟนพี่จะไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ งั้นเดี๋ยวไว้เจอกันที่บ้านนะครับ”

“อือๆ ขอโทษนะ”

ผมมองตามหลังไม้ออกไป เหมือนเมื่อกี้เด็กนั่นมันมีอะไรจะพูดกับผมอยู่นะ -3-

“เลิกมองมันได้แล้ว!

“โอย กัส มึงเป็นอะไรเนี่ย จับแรง กูเจ็บ”

“มันเป็นใคร!?

“ใคร?”

“ก็ไอ้เด็กนั่นไง!!

“ห่า วันหลังช่วยตอบเบาๆหน่อยจะได้ไหม?! กูก็อยู่แค่นี้มึงจะตะโกนใส่กูทำเพื่อ?”

“นั่นสิ ทั้งๆที่กูก็อยู่แค่นี้ มึงยังไม่เห็นหัวกูเลย”

มันสบถอย่างน้อยใจ ก่อนจะปล่อยมือจากแขนผมแล้วเดินออกไป ผมส่ายหน้าเอือมๆใช่มัน ก่อนจะเดินตามร่างสูงนั่นไป แต่พอถึงโต๊ะมันก็กลับไม่เลี้ยวเข้า แต่กลับเดินเลยไปทางประตูร้านไปเลย ผมเลยเข้าไปบอกลาทุกคน แล้วเก็บของตัวเองออกมาแล้วตามมันไป

“จะหนีกูแล้วยังไม่พกกุญแจรถออกมาอีก จะขับกลับยังไงฮะ?”

ผมว่าก่อนจะโยนกุญแจรถให้ไอ่กัสที่ยืนพิงรถคันโปรดของมันอยู่ มันรับกุญแจได้อย่างแม่นเหมาะ และทันทีที่ทั้งผมกับมันขึ้นรถมา มันก็เริ่มเปิดสงครามเงียบกับผมทันที

“มึงจะงอนกูทำไมเนี่ย?”

ผมตัดสินใจถามมันออกไป แต่มันก็ยังเงียบอยู่ หน้านี่นิ่งตึงอย่างกะถูกฉาบกาวไว้

“น้องมันก็แค่น้องแถวบ้าน เจอกันกูก็เลยทัก”

“บอกแค่นี้ตั้งแต่ตอนนั้นมันก็จบเปล่าวะ? มึงจะทำตัวเหมือนเลี่ยงตอบกูทำไม”

“กูทำตั้งแต่ตอนไหน มึงนั่นแหล่ะคิดมากไปเอง”

“เหอะ”

แล้วมันก็กลับสู่โหมดนิ่งต่อ โอเค เอากับกูสิ อยากเงียบก็เงียบไป ไม่อยากสนก็ไม่ต้องสนกันอีกเลยไป  มันงอนแบบนี้ผมก็ไม่เห็นจะเดือดร้อนอะไร ;(

“...”

ความเงียบเริ่มปกคลุมเกาะกินไปทั้งรถ จนในที่สุดผมก็ทนความอึกอัดไม่ได้ ผมเลยหันหน้าไปมองมัน แล้วก็จ้องอย่างละเอียดทุกมุม

“ทำอะไรของมึง :(

“ก็มองหัวมึงอยู่ไง บังเอิญได้ยินคนบอกมาว่ากูไม่เห็นหัวมึง กูเลยสงสัยว่ากูไปไม่เห็นหัวมึงตอนไหน ทั้งๆที่ตอนนี้กูก็ยังมองมันอยู่”

“กวนตีน”

“ที่มึงงอนนี่เพราะหึงเหรอวะ?”

“อือ”

“แล้วทำไงมึงถึงจะหายงอน?”

“ลองคิดดูสิ”

“ไม่เอา ไม่อยากคิดว่ะ บอกมาดิ”

“แค่เสียเวลาคิดเรื่องกูสักวิมึงก็ยังไม่อยากคิดเลย รู้สึกน้อยใจว่ะ”

“..-3-

ผมบู้ปากใส่มันที่เริ่มจะแซะอีกแล้ว ผมกอดอกแล้วก็เสมองออกไปข้างนอก จนในที่สุดผมก็ผล๊อยลงไป จนผมก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาในอ้อมแขนมันที่กำลังเดินอุ้มผมอยู่

“เฮ้ย ทำไรของมึงเนี่ย”

ผมเบิกตาอย่างตกใจ

“วันนี้กูไม่กลับห้องนะ ขี้เกียจขับรถกลับ”

มันว่าพร้อมกับเปิดประตูเข้าไปในห้องผมที่มืดสนิท มันเดินไปยังเตียงแล้ววางผมไว้ท่ามกลางความมืด ที่จะมีแสงก็แค่เพียงแสงจากดวงจันทร์ที่สอดส่องผ่านเข้ามา

“มึงไม่รู้จริงๆเหรอว่าทำยังไงกูถึงจะยอมหายงอน”

ไอ่กัสพูดเสียงกระซิบที่ฟังแล้วโคตรจี้  แล้วมันก็ค่อยๆโน้มตัวเข้ามาคร่อมผมไว้

“กูเชื่อใจมึงนะ แต่ไม่รู้ทำไม ทุกทีที่เจอมึงอยู่กับใคร กูแม่งมักจะชอบหึงมึงตลอด มันรู้สึกหงุดหงิดว่ะไม่รู้ทำไม”

“...”

“หรือเพราะกูรักมึงมากเกินไป”

“...”

“กูรักมึงนะ”

มันว่าพร้อมกับทิ้งตัวลงมากอดผมไว้เต็มตัว หน้ามันฟุบลงเตียงข้างหน้าผม น้ำเสียงจากที่ฟังมันดูเหนื่อยมาก ผมก็ไม่ได้อยากจะทำให้มันกังวลอะไรแบบนี้หรอกนะ แต่ผมไม่ได้คิดอะไรกับใครจริงๆ มันต่างหากที่เอาแต่คิดมาจนเกินเหตุ

ที่เป็นแบบนี้... ก็อาจจะเพราะมันเคยถูกหักหลังมาแล้ว

“มึงอยากเอากูไหม?”





________________________________________________________________________________
# -[]- ใครสั่งใครสอนให้พูดแบบนั้นกัน





[PICASSO] : หรือเพราะกูรักมึงมากเกินไป

http://ookbeetunwalai.s3.amazonaws.com/files/member/32684/1695710626-member.jpg

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น