ภัคร์ภัสสร

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Chapter : 22 หวานรัก... เบเกอร์รี่ (C)

ชื่อตอน : Chapter : 22 หวานรัก... เบเกอร์รี่ (C)

คำค้น : ล่ารัก, ล่ารักเจ้าสาวแจ็คพ็อต, เจ้าสาว, นิยายรัก, นิยายน่ารัก, สนุก, ภัคร์, ภัคร์ภัสสร, ผู้หญิงของมาเฟีย, Chineserose, writer, บ่วงรักเฉพาะกิจ, EBOOK

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 07 เม.ย. 2560 16:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter : 22 หวานรัก... เบเกอร์รี่ (C)
แบบอักษร

‘เลี้ยงเถอะ พี่มองตาเรา พี่ก็รู้ว่าเราอยากเลี้ยงพวกมัน อย่ากังวลเลย พี่ช่วยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองค่ะ’ ธันยาพัฒน์เสนอความช่วยเหลือ ดูๆ ไปเธอคงตัดใจลำบาก เพราะแม่ทูนหัวของเขาแววตาเป็นประกายสดใสทุกครั้งที่ได้อยู่กับพวกมัน อีกอย่างงานครีเอทีฟอย่างเธอ การได้รีแล็กเป็นสิ่งสำคัญ สมองจะคิดอะไรใหม่ๆ เจ๋งๆ ได้ในยามที่สมองปลอดโปร่ง ผ่อนคลายไม่เคร่งเครียด การมีสัตว์เลี้ยงน่ารักๆ อยู่รายรอบ จะช่วยให้สมองได้ผ่อนคลาย มันส่งผลดีต่อการทำงานของเธอด้วยโดยไม่รู้ตัว เขาคิดอย่างเอาใจใส่หญิงสาว แม้ว่าเธอจะไม่รู้ความจริงข้อนี้เลยสักนิดก็ตาม

‘แต่ว่า... โยเกิร์ตไม่อยากรบกวนนี่’

‘ไม่รบกวนหรอก พี่ซะอีกที่รบกวนเรา คิดซะว่าพี่จ่ายค่าเช่าบ้าน’ เขาช่วยสรุปให้ เธอคงสบายใจขึ้นถ้าคิดแบบนี้ ดูจะเห็นผลทันตาเมื่อรอยยิ้มบางๆ ประดับบนใบหน้ารูปไข่ เขาเห็นเธอยังคงลังเล จึงโน้มน้าวต่อ ‘อันที่จริง พวกมันเป็นหมาที่ลักษณะดีไม่เลวนะ โบราณว่าเลี้ยงแล้วจะให้ ‘คุณ’ กับคนเลี้ยง’ เขาพูดเสริม หน้าตาจริงจังดูมีหลักการ

‘ยังไงคะ?’

‘เจ้านี่ โอวัลตินใช่มั้ย?’ มือเพรียวแกร่งคว้าตัวอ้วนกลมของลูกสุนัขสีเทาโอวัลตินขึ้นมาสบตามันใกล้ๆ ‘ปากขาว... เท้าขาว สิบเก้าเล็บ เลี้ยงไว้จะดี’ เขาพิจารณาลักษณะเจ้าลูกหมาน้อย มันส่งเสียงร้องหงิงๆ ออดอ้อน ก่อนที่ชายหนุ่มจะวางมันลง แล้วคว้าอีกตัวขึ้นมา ดวงตาคมมองสบประสานดวงตาคู่สวยของหญิงสาวที่กำลังตั้งใจฟัง ‘เจ้าตัวนี้... ขนขาวปนแดงไปทั้งตัว เลี้ยงไว้จะดีกับคนเลี้ยง’ พูดจบก็วางมันลง แล้วมือแกร่งก็คว้าลูกหมาน้อยตัวอ้วนกลมตัวสุดท้ายขึ้นมา ตัวนี้ท่าทางจะซน ดิ้นดุ๊กดิ๊กไม่ยอมหยุด แถมส่งเสียงคำรามลั่นด้วย ‘ดุแต่เด็กเลยเอ็ง’ เขาปราม ‘ชื่ออะไรดีเจ้าหมาน้อย?’

‘ยังไม่มีชื่อเลย... ก็รอเจ้าของใหม่มันตั้งดีกว่า’

‘พี่รับเป็นเจ้าของมันเองละกัน... คุ้กกี้!’

‘ให้มันชื่อคุกกี้เหรอคะ มันเป็นตัวผู้นะ ชื่อสาวเชียว’

‘แค่ชื่อคงไม่ทำมันเป็นตุ๊ดหรอก’ ทำเอาทั้งคู่หลุดเสียงหัวเราะออกมาผสานกัน สักพักพอเสียงหัวเราะเงียบลงตาประสานตา ใจก็พลอยประสานใจกันไปด้วย บรรยากาศภายในบ้านชวนให้อบอุ่นอย่างไรไม่รู้ นี่ยังดีที่นางฟ้าตัวน้อยหลับปุ๋ยไม่รู้เรื่อง ไม่อย่างนั้นบรรยากาศคงครื้นเครงไปอีกแบบ หญิงสาวเสมองไปที่ลูกหมาพลางเกี่ยวปอยผมขึ้นทัดหูอย่างแก้เขิน ชายหนุ่มจึงสาธยายลักษณะให้คุณของเจ้าลูกหมาแสนซนตัวต่อไป ‘เจ้าคุ้กกี้... ปากขาว ขนสวยกว่าเพื่อน มียี่สิบเล็บอีกต่างหาก พี่ว่าเลี้ยงพวกมันไว้เถอะค่ะ ลักษณะดีทุกตัวเลย’ ชายหนุ่มสรุปอย่างมีหลักการ เธอกำลังคล้อยตาม ความจริงก็ชอบเรื่องประวัติศาสตร์อยู่แล้ว แต่ทำไมไม่เคยได้ยินเรื่องแนวๆ นี้เลย นี่เธอพลาดอะไรไป

‘ล้อเล่นรึเปล่า’ เธอว่า

‘ไม่ล้อเล่นค่ะ คุณยายของพี่ท่านก็ชอบเลี้ยงหมา ท่านเคยเล่าให้ฟัง หมาที่บ้านท่านส่วนใหญ่จะลักษณะดีเป็นคุณต่อคนเลี้ยง แต่ไม่ใช่ว่าตัวไหนลักษณะไม่ดีแล้วท่านจะใจร้ายใจดำกับมันนะ ตัวที่ขามันพิการก็มี ท่านก็เก็บมาเลี้ยงหลายตัว ท่านก็คงสงสารน่ะ... เหมือนโยเกิร์ตตอนนี้ไงคะ’ เขาหยุดจ้องตากลมโตของหญิงสาวที่กำลังตั้งใจฟังเขาเล่า

‘ไม่อยากเชื่อเลย’ หญิงสาวครางเบาแผ่ว

‘ไม่เชื่อลองเสิร์ชกูเกิลดูได้ค่ะ เลี้ยงไว้ต่อไปให้ ‘คุณ’ แน่นอน’ เขายังยืนยัน พลางกอดเจ้าคุ้กกี้แน่นจนมันขย้ำแขนเขากลับจนจมเขี้ยว เท่านั้นยังไม่พอยังสะบัดหัวไปมาอย่างเต็มเหนี่ยว ท่าทางมันจะดุเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน ลูกหมาเวลาฟันมันเพิ่งขึ้น มันจะคันเขี้ยว เพราะฉะนั้นมันก็เลยกัดแหลกแล้วก็บ้าพลังอย่างที่เห็น

‘ก็ได้ค่ะ เลี้ยงก็เลี้ยง โอเคมั้ยคุ้กกี้’ หญิงสาวว่าพลางลูบหัวลูกหมาน้อยอย่างเอ็นดู หลังจากวันนั้นที่ธันยาพัฒน์บอกถึงลักษณะของสุนัข แรกๆ หญิงสาวก็ไม่เชื่อ กระทั่งวันหนึ่งเธอลองเสิร์ชในกูเกิลตามคำแนะนำกึ่งท้าทายของชายหนุ่ม

ตำราดูสุนัขที่ดีเพื่อเสริมบารมีเจ้าของ...

ตามตำราโบราณว่าไว้ ลัษณะสุนัขดีที่ให้คุณแก่เจ้าของมี 8 ประการด้วยกัน

ขนเป็นมันดูละเลื่อมทั้งตัว เลี้ยงไว้คนเกรงกลัว จะได้เป็นเศรษฐี

ตัวขาว สี่เท้าดำ จะมีเงินมาก

หางดอก เล็บขาวทุกอัน เลี้ยงไว้จักได้ดี

สีเหลือง สี่เท้าขาวดังสำลี จักมั่งมีเงินทอง

ปากขาวขนงาม เงินทองมากอนันต์

ขนขาวแดงปนกัน เลี้ยงไว้จักให้คุณ

มีเล็บทั้งหมดยี่สิบเล็บ เท่ากับบอกขุมทองในแผ่นดิน

สิบเก้าเล็บ งามทั้งตัวไม่มีมลทิน จะคาบเอาทรัพย์มาให้

ตั้งแต่นั้นมาปภาณพิชญ์ก็จึงได้รู้ว่าที่เขาพูดนั้นเป็นความจริงทุกประการ แต่นั่นก็เป็นความเชื่อที่มีมาแต่โบร่ำโบราณเล่าสืบต่อกันมา แต่จะจริงหรือเปล่าก็คงต้องรอการพิสูจน์ แต่ถ้งอย่างไร เมื่อเธอตัดสินใจจะเลี้ยงพวกมันแล้ว ยังไงเธอก็จะเลี้ยง เพราะเห็นแก่สัตว์โลก เธอคงทนไม่ได้ถ้าเห็นพวกมันกลายเป็นหมาเร่ร่อนจรจัด กินข้าวแต่ละมื้อไม่เคยรู้สึกได้ถึงคำว่า ‘อิ่ม’ จวบจนวันนี้ พวกมันก็โตขึ้นมาก แต่ละตัวฉลาดและซนไม่ใช่น้อย ดูอย่างตอนนี้ พวกมันกระดิกหางดีอกดีใจรอบๆ น้าหลานอย่างรักใคร่เทิดทูน แสนรู้เสมอเวลาธันยาพัฒน์จะออกไปทำงาน พวกมันจะมาวิ่งล้อมตัวเขา แต่ไม่ตะกุยยืนสองขาบนขาเขา เพราะกลัวกางเกงเจ้าของจะเปื้อน จนเขาต้องลูบหัวมันทุกตัวแล้วบอกว่าเลิกงานแล้วจะรีบกลับ เท่านั้นพวกมันจึงยอมวิ่งกลับเข้าบ้าน

“ไปทำงานแล้วนะจ๊ะที่รัก” เขาตะโกนให้คนในครัวรับรู้ เธอได้ยินแว่วๆ พาให้ใจเต้นแรง หากเงียบกริบทำหูทวนลม แก้มร้อนวูบวาบ ประหลาดจริง ทำไมต้องเขินอายกับคำพูดหยอกของเขาสั้นๆ แค่นั้นด้วยนะ

‘อีตาบ้า เรียกใครที่รักยะ!’ ใจอยากจะแหวกลับ หากใบหน้ามีแต่รอยยิ้มอย่างอิ่มอกอิ่มใจเสียอย่างนั้น

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}