Finland (ช้อย)

เปิดเรื่องใหม่แล้วนะค๊า ช่วยกันเม้นเยอะ ๆ ช้อยจะได้มีกำลังใจ ขอบพระคุณค่าที่อยู่ด้วยกันมาตลอด / กราบ

Chapter 15 : ลูกนายทหาร...!!

ชื่อตอน : Chapter 15 : ลูกนายทหาร...!!

คำค้น : ดอกหญ้าที่ปลายฟ้า,คนคุก,เด็กแว้นที่รัก,รักร้าย ๆ สไตล์ลูกทุ่ง,กุมหัวใจมังกร,แสงสว่างแห่งรัก,ไอ้พี่เขยจอมหื่น,เด็กขายน้ำกับชายขี้เหงา,ทหารเกณฑ์ฉ่ำรัก,finland,ช้อย,

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 28.7k

ความคิดเห็น : 112

ปรับปรุงล่าสุด : 07 เม.ย. 2560 09:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 15 : ลูกนายทหาร...!!
แบบอักษร

อาร์ม...............

หนึ่งเดือนก่อนที่จะมีการคัดเลือกทหารเกณฑ์

“อาร์มทำไมชอบดื้อกับพ่อนักล่ะลูก”  แม่เดินเข้ามาหาผมขณะที่ผมกำลังคุยอยู่กับคุณพ่อ

“คุณก็อย่าไปโอ๋มันให้มาก ผมรึอุตส่าห์จะช่วยให้ได้เป็นใหญ่เป็นโตแท้ๆ แต่ดูมันทำ”  พ่อหัวเสียบอกกับแม่ไป

“การที่ผมมีพ่อเป็นถึงนายพลแล้วใช้เส้นสายดันให้ผมเป็นใหญ่เป็นโต โดยที่ผมไม่ได้ใช้ความสามารถของผมเอง ผมไม่ต้องการครับ”  ผมบอกพ่อไปอีกครั้ง

“เจ้าอาร์ม..!! เจ้าลูกอวดดี..!!”  พ่อตะคอกเสียงดังใส่ผม

พ่อผมเป็นนายทหารยศพลโทที่ใคร ๆ ต่างก็เกรงใจเนื่องด้วยตำแหน่งและหน้าที่ ส่วนแม่เป็นคุณหญิง พ่อผมเป็นคนที่มีระเบียบวินัย เข้มงวด เป็นคนดุ บรรดาลูกน้องต่างก็เกรงกลัวกันหมด ผมถูกเลี้ยงแบบลูกทหารมาตั้งแต่เด็ก ทำอะไรก็ต้องเป็นระเบียบ ถ้าทำผิดก็ต้องโดนทำโทษ ผมเลยเป็นคนเงียบขรึมมีโลกส่วนตัวสูงเพราะถูกเลี้ยงมาแบบนั้น ผมมักไม่ค่อยมีเพื่อนเพราะผมเป็นคนพูดไม่เก่ง พ่อมักจะสอนผมตั้งแต่เด็กเสมอว่าโตขึ้นผมต้องเป็นทหารเหมือนอย่างพ่อ เพราะอาชีพทหารเป็นอาชีพที่พ่อรักและภูมิใจ พ่อหวังกับผมเอาไว้มากที่จะมาสานต่อเกียรติและศักดิ์ศรีของวงศ์ตระกูลโดยให้ผมได้เป็นใหญ่เป็นโตเหมือนกับพ่อ แต่วิธีที่พ่อทำผมไม่เห็นด้วย ผมเลยบาดหมางใจกับพ่อมาตลอด พี่เลี้ยงผมก็เป็นทหารลูกน้องของพ่อ ผมเลยต้องเข้มแข็งมาตั้งแต่เด็ก ผมต้องคอยรับคำสั่งจากพ่อเสมอ และท่านไม่ชอบให้ใครมาขัดใจ

จนกระทั่งผมเรียนจบจากโรงเรียนนายร้อย พ่อจะใช้เส้นสายของพ่อให้ผมเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งให้เร็วกว่าเพื่อน แต่ผมไม่ต้องการ ผมเลยมีปากเสียงกับพ่อเรื่องนี้มาโดยตลอด

“อยากอยู่สบายไม่ชอบ ชอบความลำบากหรือไงห๊ะ..!!”  พ่อยังคงไม่พอใจที่ผมขัดคำสั่งของท่าน

“ถ้าผมได้ยศตำแหน่งมาจากความยากลำบาก ผมยังจะภูมิใจกว่าครับ”  ผมบอกกับพ่อไป

“ไอ้ลูกไม่รักดี ได้...ถ้าแกอยากลำบากนักชั้นจะส่งแกไปฝึกกับทหารใหม่ ดูซิแกจะอวดดีไปได้ซักกี่น้ำ”  แล้วพ่อก็บอกกับผม

“คุณคะ”  แม่รีบจะเข้ามาคุยกับพ่อ

“คุณไม่ต้องยุ่ง เรื่องนี้ผมจัดการเอง”  คำพูดพ่อถือเป็นประกาศิตเพราะเป็นนายทหาร คำไหนคำนั้น  คุณแม่ถึงกับหน้าเสีย

สุดท้ายแล้วผมเลยได้ไปเป็นทหารเกณฑ์และก็ถูกส่งไปอยู่ต่างจังหวัด ผมไม่ได้โกรธอะไรพ่อเลย ดีซะอีกผมจะได้มีเวลาฝึกฝนตัวเองอีกซักปีสองปีอย่างน้อยผมก็ภูมิใจที่ได้เป็นทหาร ไม่ว่าจะเป็นแค่พลทหารก็ตาม

ผมเข้ามาอยู่ในค่ายฝึกร่วมกับทหารใหม่ และก็ฝึกหนักเหมือนกันหมด ผมไม่ได้อภิสิทธิ์อะไรเลย พ่อออกคำสั่งให้ผมปฏิบัติตนเท่าเทียมกับพลทหารทุกอย่าง ผมก็ต้องทำตามคำสั่งของพ่อ ฝึกก็ฝึก ผมเคยเป็นนักเรียนนายร้อยมาก่อนเรื่องฝึกเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว

พอเข้าค่ายมาวันแรกผมก็ไปสะดุดตาเข้ากับพลทหารใหม่อยู่คนหนึ่ง ตัวมันสูง ๆ หน้าตากวนส้นตีนท่าทางเอาเรื่อง มาวันแรกก็นั่งสัปหงกซะแล้ว  รุ่นพี่ทหารเรียกมันให้ไปตัดผมตั้งหลายครั้ง มันก็ยังไม่รู้ตัวผมเลยใช้ตีนถีบเข้ากลางหลังมันอย่างแรง และก็คาดไม่ผิดมันรีบหันขวับมาด่าผมทันที ผมได้แต่แอบยิ้มในใจมองหน้าตอนที่มันโมโหพยายามปั้นหน้าเอาไว้  น่ารักชะมัด...!!

ผมรู้ว่ามันไม่ค่อยชอบขี้หน้าผมซักเท่าไหร่ ผมเลยเข้าไปวอแวชวนมันทะเลาะอยู่บ่อย ๆ จนกระทั่งผมกับมันมีเรื่องชกต่อยกัน แล้วสิบเวรก็มาเจอเข้าพอดี นับจากนั้นสิบเวรก็มักให้ผมทำอะไรกับมันบ่อย ๆ ไม่ว่าจะกินข้าวจานเดียวกัน ป้อนข้าวให้กัน หรือแม้กระทั่ง

“กัดกันอย่างกับหมา ไหนลองจูบให้กูดูหน่อยดิ๊...!!”  แล้วสิบเวรก็สั่งลงโทษผมกับมัน  พอมันได้ยินถึงกับอ้าปากค้าง แต่สำหรับผมมันเหมือนเป็นโอกาสมากกว่า ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ  ผมรู้ว่ามันไม่ชอบขี้หน้าผมมาตั้งแต่แรกแล้ว การที่จะให้มันมาจูบกับผมคงเป็นเรื่องที่ยาก มันเลยขอไปวิ่งแทนการจูบ แต่สิบเวรไม่อนุญาต  มันคงคิดว่าปฏิเสธไปก็ไร้ผล

“มึงจะเรื่องมากหาป้ามึงเหรอห๊ะ...? รีบ ๆ ทำจะได้จบ ๆ”  มันกระซิบบอกกับผม ผมได้แต่อมยิ้มเพราะไม่คิดว่ามันจะกล้า มันก็เป็นผู้ชายเฮี้ยว ๆ คนหนึ่ง กับการที่จะต้องมาจูบปากผู้ชายด้วยกันมันคงลำบากใจไม่น้อย แต่มันคงอยากทำให้จบ ๆ  ไปไม่อย่างนั้นจะโดนทำโทษหนักกว่าเดิมอีก พอได้ยินแบบนั้นผมเลยรีบโฉบเข้าไปจูบปากหนาหยุ่นของมันทันที

อาาาาาาห์  รู้สึกดีอย่างที่คิดเอาไว้ไม่มีผิด สิบเวรนับถึงแค่สิบ ผมอยากให้นับถึงร้อยด้วยซ้ำ ยิ่งผมได้ใกล้ชิดมันมากเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งชอบมันมากขึ้นเท่านั้น ผมก็ได้แต่เก็บอาการเอาไว้ไม่แสดงอะไรออกมา ผู้ชายอย่างมันคงรังเกียจถ้าหากรู้ว่ามีผู้ชายด้วยกันมาชอบ

ไอ้ไนท์มันเป็นคนชอบกวนส้นตีนมันเลยโดนสิบเวรหรือครูฝึกทำโทษบ่อย ๆ  ผมเห็นก็อดสงสารไม่ได้เลยเข้าไปช่วยมันทางอ้อม มีอยู่ครั้งหนึ่งมันโดนรุ่นพี่ทหารบอกให้ชักว่าวโชว์ ผมรู้ว่าพลทหารทุกคนไม่มีสิทธิ์ที่จะโต้แย้งหรือขัดคำสั่ง ไอ้ไนท์ก็เหมือนกันถึงแม้มันจะไม่อยากทำมากแค่ไหน แต่มันก็ต้องทำ ผมเห็นมันกระอักกระอ่วนใจกำลังจะถอดกางเกงออก ผมเลยตัดสินใจพูดขึ้น

“อย่าทำอะไรให้มากจนเกินไป เรื่องถึงหูผู้ใหญ่ขึ้นมาแล้วจะยุ่ง” ไอ้พวกรุ่นพี่รีบหันมามองผมอย่างไม่พอใจ

“มึงเสือกอะไรด้วย อยากโชว์พาวเหรอวะ..?”  อั๊ก...!!  แล้วมันก็ถีบผมจนล้มลง

อั๊ก.. อั๊ก.. อั๊ก..!!  แล้วก็เตะเข้าที่ชายโครงผมซ้ำ 

“ไอ้พวกเหี้ย..!! มึง”  ไอ้ไนท์มันกำหมัดแน่นพูดขึ้นมาแล้วปรี่จะเข้ามาช่วย แต่แล้วมันก็โดนรุ่นพี่อีกคนสวนหมัดเข้าใส่จนหน้ามันหัน  ดีที่มีสิบเวรเข้ามาช่วยไว้ก่อน ไอ้ไนท์เลยประคองผมกลับโรงนอน ยิ่งใกล็ก็ยิ่งรู้สึกดีด้วย ยิ่งใกล้ก็ยิ่งหวง ผมทนไม่ไหวเมื่อมันมาดูแลเช็ดตัวป้อนข้าวป้อนน้ำให้ตอนที่ผมไม่สบาย กลางดึกคืนนั้นผมเลยคว้าตัวมันเอามากอด อาจจะเป็นเพราะพิษไข้หรือใจสั่งมาก็ตาม ผมรู้สึกอบอุ่นและมีความสุขมาก  

จนในที่สุดผมไม่อาจจะต่อต้านหัวใจผมได้อีกต่อไป  วันนั้นเป็นวันแรกที่ผมกับมันไอ้เข้าเวรด้วยกัน

“ไอ้ไนท์สิ่งที่กูจะทำต่อไปนี้ ถ้ามึงรังเกียจมึงชกหน้ากูได้เลย”  ผมตัดสินใจบอกกับมันไป มันทำหน้าหมางงสงสัย

“กูคงชอบมึงเข้าให้แล้วว่ะ มึงรู้ความหมายใช่มั้ยวะ...?”  ผมบอกกับมันไป มันมีสีหน้าตกใจ ผมรู้เป็นใครก็ต้องตกใจที่มีผู้ชายมาบอกรัก

“มึงรังเกียจมั้ยวะ...?”  ผมถามมันไปด้วยหัวใจที่ลุ้นว่ามันจะตอบกลับมายังไง

“ก็ไม่”  แล้วมันก็บอกกับผม ผมเหมือนยกภูเขาออกจากอก มันโล่งผมกลัวว่ามันจะรังเกียจผมซะอีก ผมรีบเข้าไปกอดมันเอาไว้แน่น เรามักช่วยกันสำเร็จความใคร่ให้กันบ่อย ๆ แต่อยู่ในค่ายมันทำอะไรได้ไม่สะดวก เตียงก็แคบ ผมอยากฝึกให้เสร็จเร็ว ๆ เขาจะได้ปล่อยกลับไปเยี่ยมบ้าน และแล้ววันที่พลทหารอย่างพวกผมรอคอยก็มาถึง หลังจากฝึกครบสามเดือนนรก ทางค่ายก็ปล่อยให้พลทหารกลับไปเยี่ยมบ้านสิบวัน 

พลทหารทุกคนต่างก็ดีใจที่จะได้กลับไปหาครอบครัว แต่สำหรับผม 

“ดูทำหน้าเข้า ไม่อยากกลับบ้านหรือไงวะ..?”  ไอ้ไนท์มันถามขณะนั่งรถบัสที่ทางค่ายขับไปส่ง

ใช่ ผมยังไม่อยากจะกลับบ้านตอนนี้เพราะพ่อยังคงโกรธผมอยู่ แต่ถึงยังไงผมก็ต้องกลับ เพราะผมก็ยังมีแม่ที่รออยู่ หลังจากรถบัสของค่ายพามาส่งได้ครึ่งทางผมก็ขอแยกตัวกลับบ้าน  พอเข้าบ้านมา

“มาแล้วเหรอครับคุณอาร์ม คุณผู้หญิงบ่นคิดถึงคุณอาร์มทุกวัน”  ลูกน้องของพ่อรีบออกมาต้อนรับ

“แล้วพ่อล่ะ..?”  ผมถามไป

“ท่านอยู่ในห้องหนังสือครับ”  ลูกน้องพ่อบอกกับผมด้วยสีหน้าที่ดูเป็นกังวล

“พ่อยังโกรธผมอยู่ใช่มั้ย...?”  ผมถามไป

“ครับ”  นายทหารลูกน้องพ่อพยักหน้าตอบกับผมเบา ๆ  

ผมเดินเข้ามาในบ้านเห็นแม่กำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่

“อาร์มลูกแม่”  แม่รีบเข้ามากอดผม

“สวัสดีครับ”  ผมยกมือไหว้กล่าวคำทักทายไป

“อาร์มทำไมถึงเป็นอย่างนี้ลูก”   แม่น้ำตาคลอมองผมตั้งแต่หัวจรดเท้า ผมฝึกหนักมาสามเดือนเต็ม ตัวดำขึ้นและก็ผอมลง

“แม่จะไปบอกพ่อให้เรียกตัวลูกกลับ แม่ทนเห็นลูกอยู่ในสภาพนี้ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว”  แม่มองผมด้วยความเจ็บปวด ถึงแม้ว่าผมจะเคยเรียนอยู่โรงเรียนนายร้อยมาก่อน แต่ก็ไม่ได้ฝึกหนักเหมือนกับพลทหาร

“อย่านะครับแม่ ผมไม่ดีเองที่ไปขัดใจท่าน”  ผมรีบห้ามคุณแม่เอาไว้

“โธ่ อาร์ม”

“ผมยังไหวครับ”  ผมยิ้มบอกกับแม่ไป

“ยังอวดเก่งเหมือนเดิม”  แล้วเสียงพ่อก็ดังขึ้น ผมหันไปมอง

“สวัสดีครับพ่อ”  ผมรีบยกมือไหว้พร้อมกับกล่าวคำทักทาย

“ถ้าฝึกไม่ครบสองปีห้ามกลับมาเหยียบที่บ้านหลังนี้อีก”  แล้วคุณพ่อก็บอกกับผม ผมใจหายวาบเมื่อได้ยิน

“คุณคะนี่ลูกเรานะคะ ทำไมคุณถึงใจร้ายกับลูกได้ลงคอ..?”  คุณแม่เอ่ยถามคุณพ่อขึ้นอย่างไม่พอใจ

“ก็ถ้ามันอยากอวดเก่งนัก ผมก็จะสนับสนุนมันให้เต็มที่ไง”  คุณพ่อมองผมด้วยสายตาที่เย็นชา

“เข้าใจแล้วครับ”  ผมบอกกับคุณพ่อ แล้วท่านก็เดินออกจากบ้านไป

ผมเข้าใจคุณพ่อดี ผมเป็นลูกชายเพียงคนเดียว เป็นความหวังของครอบครัว พ่อหวังให้ผมเป็นนายทหารเหมือนกับท่าน มียศมีตำแหน่งใหญ่โตจะได้เป็นเกียติเป็นศักดิ์ศรีของวงศ์ตระกูล แต่ถ้าได้ตำแหน่งมาเพราะพ่อช่วยผมก็ไม่เอา  ผมอยากไต่เต้าด้วยลำแข้งและความสามารถของผม และผมจะทำให้คุณพ่อภูมิใจในตัวผมให้ได้

ผมนอนค้างที่บ้านแค่คืนเดียว วันต่อมาผมนั่งรถไปหาไอ้ไนท์ที่บ้าน เพราะผมคิดถึงมัน ผมอยากมีมันอยู่ใกล้ ๆ ถึงแม้ที่ผ่านมามันไม่เคยบอกรักผมก็ตาม มันเป็นคนปากหนัก มีแต่ผมเท่านั้นที่บอกกับมันบ่อย ๆ  พอมันเห็นผมยืนอยู่หน้าบ้านมันตกใจยิ่งกว่าเห็นผีซะอีก

“มึงมาได้ไงเนี่ย..?” 

“กูคิดถึงมึงไง”  ผมบอกมันไปตามความรู้สึก ผมมองสำรวจไปรอบๆบ้าน บ้านมันปลูกต้นไม้ไว้อย่างร่มรื่นมองไปทางไหนก็มีแต่ท้องไร่ท้องนาดูแล้วสบายตายิ่งนัก ทำให้ผมสบายใจขึ้นมาบ้างหลังจากที่ผมเพิ่งจะกลับไปนอนบ้านได้แค่คืนเดียว  ไอ้ไนท์มันรีบลงมาหาแล้วพาผมไปไหว้พ่อกับแม่มัน พ่อแม่มันเป็นคนดีมากถึงแม้จะเป็นชาวไร่ชาวสวนก็ตาม

วันนี้ทั้งวันผมนอนกอดไอ้ไนท์หลับเป็นตายเพราะนั่งรถมาหามันตั้งหลายชั่วโมง พอตกเย็นมันก็พาผมไปกินเหล้ากับพรรคพวกของมัน เพื่อนของมันดีทุกคน คุยเป็นกันเอง จนกระทั่งกินพอหอมปากหอมคอผมเลยชวนมันกลับ  ไอ้โก๋ให้มันยืมรถขี่กลับบ้าน พอไอ้ไนท์พาผมขี่ออกมาได้ซักพัก ผมก็กอดมันเอาไว้แน่น

“ไอ้เหี้ย เดี๋ยวก็มีคนเห็นหรอก”  มันหันมาด่าผม

“ช่างดิ กูรักของกู”  ผมบอกกับมันไป

“มึงอย่าบอกว่ามึงเมานะ กูเห็นมึงแดกไปนิดเดียว”  แล้วมันก็ถามผมขึ้น

“ก็ไม่ได้เมาเหล้า แต่กูเมารัก”  ผมเอาหน้าซบเข้าที่ไหล่บอกกับมันไป

“กูจะอ๊วก”  มันบอกกับผม

“กูถามจริง ๆ มึงขาดความอบอุ่นเหรอวะ..? เอะอะเป็นกอด”  มันเอ่ยถามผมขึ้น

“คนที่รัก กับคนที่ถูกรัก ความรู้สึกมันต่างกันนะเว้ยไอ้ไนท์  มึงไม่มีทางรู้สึกเหมือนอย่างกูหรอก เพราะมึงไม่ได้รักกู”  ผมบอกไปเพราะน้อยใจ

“มึงรู้ได้ยังไง..?”  มันถามกับผม

“มึงไม่เคยบอกชอบกูเลยซักครั้ง” 

“ที่กูไม่บอกไม่ใช่ว่ากูไม่ชอบซักหน่อย”  แล้วมันก็พูดขึ้นมาเบา ๆ

“ไอ้ไนท์เมื่อกี้มึงพูดว่าอะไรนะ...?”  ผมดีใจทำตาโตถามมันไปอีกครั้ง

“เออ กูชอบมึง ชอบมากด้วยพอใจยัง สัส..!! ถามอยู่ได้”  มันตอบผมอย่างอาย ๆ

หมับ...!! ผมกระชับอ้อมกอดเอาไว้แน่น

“รีบ ๆ ขี่ กูเงี่ยน”  ผมยิ้มกริ่มบอกกับมันไป

และคืนนั้นไอ้ไนท์ก็เป็นของผมทั้งตัวและหัวใจ ผมดีใจมากที่มีมันอยู่เคียงข้าง ผมสัญญากับมันเอาไว้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมจะอยู่กับมัน จะไม่ทิ้งมันไปไหน

“กูรักมึงนะไนท์” 

จุ๊บ...!! ผมจูบที่ริมฝีปากมันเบา ๆ  มันคงไม่รู้เรื่องหรอกเพราะเอาแต่หลับปุ๋ยซุกอยู่ที่อกของผม



..........................................................

To be continue........................

.........................................................


กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงทีกรุณาติดตามมาตลอดนะคะ

1 เม้น = 1 กำลังใจที่สำคัญ

ขอบพระคุณค่า  /กราบ


finland (ช้อย)

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น