ดาวเคราะห์

ฝากติดตามด้วยนะค่าาาาา มีอะไรสอบถามได้ที่เพจ 'ดาวเคราะห์' นะคะ ^w^

ตอนที่ 3 #มองหน้าข้ามากๆ ระวังข้าท้องนะท่านอ๋อง!

ชื่อตอน : ตอนที่ 3 #มองหน้าข้ามากๆ ระวังข้าท้องนะท่านอ๋อง!

คำค้น : ท่านอ๋อง ฉางเฉินเปา ชางอังเปา ชุนหมิง หวังลู่เปย

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.5k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 03 เม.ย. 2560 23:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3 #มองหน้าข้ามากๆ ระวังข้าท้องนะท่านอ๋อง!
แบบอักษร

ตอนที่ 3


     วันนี้ผมตื่นเช้ามากกว่าปกติ (จริงๆแล้วนอนไม่หลับ) ผมเดินออกมาจากเรือน หลังจากที่เมื่อวานเกิดเรื่องราวมากมายให้ชวนปวดหัว พร้อมกับระแวงอะไรก็ไม่รู้ทั้งคืน เหมือนผมนอนไม่หลับหรือหลับไม่ได้ผมก็ไม่เข้าใจ 


ผมเดินข้ามสะพานมาอย่างเซ็งๆ อยากหาอะไรทำจัง อ่า! ไปในครัวดีกว่า พอคิดแล้วผมก็เดินตรงไปทางเรือนใหญ่ทันที บอกตามตรงผมค่อนข้างจะร้อนๆหนาวๆกับสายตารอบข้างที่มองมาทางผมนะ แต่ผมพยายามไม่สนใจไง T__T ไม่รู้ว่าจะมองผมกันทำไมนักหนา หรือผมสวมชุดที่มันแปลกตาก็ไม่รู้ (แต่งตัวดูดีมากผมชอบนะ สีฟ้าด้วยละ) เมื่อวานตอนผมมาถึงที่นี่สภาพของผมอย่าได้ถามถึงเลย แทบจะไม่มีใครคนไหนปรายหางตามามองผมกับชุนหมิง (ก็ผมเป็นทาสนิ ไม่ใช่พวกมีฐานะสักหน่อย) ซึ่งแตกต่างกับชุดที่ใส่ตอนนี้มาก  


“เจ้าเดินมาทำอันใดที่นี่เล่า?” ผมหันไปตามเสียงเรียก ก่อนจะฉีกยิ้มกว้างๆไว้ก่อน ท่านเฉียงพู่ไง จะใครละ -.- ท่านเดินมากับทาสรับใช้อีก 2 คน ทำไมผมรู้ว่าเป็นทาส? สภาพพวกเขาไม่ต่างจากผมเมื่อวานเลยไงละ - -


“ผมว่างๆนะครับ เลยกะว่าจะเดินไปหางานในครัวทำ” ผมพูดบอกยิ้มๆ ท่านเฉียงพู่ทำหน้างงๆใส่ผม


“ข้าไม่เข้าใจที่เจ้าพูด” เวร ผมลืมอีกแล้ว - - เห่อ บางทีผมก็เซ็งเรื่องนี้เหมือนกันนะ


“ข้าหมายถึง ข้าว่างมาก เลยอยากไปหาอะไรทำในครัวนะขอรับ” เอาวะ เข้าใจไม่เข้าใจผมก็ไม่รู้ด้วยแล้ว ผมก็งงๆกับภาษาที่นี่ด้วย พูดไปตามมีตามเกิดแล้วกัน - -!


“งั้นหรือ เจ้าตามข้ามา ข้ากำลังจะเข้าครัว” ท่านเฉียวพู่พูดนิ่งๆ ก่อนจะเดินนำไป ผมยิ้มนิดๆและเดินตามไปด้วย


     ผมเดินตามท่านเฉียงพู่มาจนถึงห้องครัว ตัดภาพโลกนู้นของผมทิ้งไปได้เลย โลกนี้นี่ ต้องใช้เตาจุดเองนะครับ - -  ไม่ใช่ใช้เตาแก๊สเหมือนโลกของผม ดีนะที่ตอนม.ต้น ผมเข้าค่ายลูกเสือ ไม่งั้นคงทำอะไรไม่เป็นแน่ๆ (ผมอยู่จีนจนถึงอายุ 12 พออายุ 13 มาเรียนที่ไทย ก็ตั้งแต่ม.1 นั้นละครับ) ทั้งย่า อาม่า ม๊าผม ต่างก็สอนเรื่องทำอาหารให้แทบจะทั้งหมด ทั้งอาหารจีน อาหารไทย หรือแม้แต่อาหารฝรั่งก็เถอะ ผมทำเป็นหลายอย่าง ตอนแรกม๊าอยากให้ผมไปเรียนคหกรรม แต่ผมอยากเรียนช่างมากกว่าไง เรียนแบบนั้นผมว่ามันดูเหมือนผู้หญิงเกินไป - - ผมยอมให้ม๊า ให้ย่า หรือแม้แต่อาม่าสอนผม ดีกว่าให้ผมไปลงเรียนอีก


“เจ้าทำงานในครัวเป็นงั้นหรือ” ท่านเฉียงพู่หันมาถามผม ผมเลยก้มหัวเป็นเชิงตอบว่าได้ ผมส่งยิ้มอ่อนๆให้ท่านเฉียงพู่ ท่านชะงักไปนิด อยู่ๆท่านก็หน้าแดงและหันหน้าหนีผมเฉยเลย ท่านกระแอมไอออกมา


“งั้นเจ้าก็ช่วยงานไปเถิด ข้าต้องไปปลุกท่านอ๋องเสียก่อน” ท่านเฉียงพู่บอกก่อนจะรีบเดินออกไปทันที ผมงงเล็กน้อย ไม่เห็นจะต้องรีบไปขนนาดนั้นเลย ท่านอ๋องไม่น่าจะหายไปไหนได้หรอก เออ..แต่จะว่าไป ผมต้องไปปลุกท่านอ๋องป่าววะ? ในกฎของเมื่อวานมันเขียนไว้นี่ หรือต้องรอไปที่ค่ายก่อน สงสัยรอไปที่ค่ายละมั่ง ผมสายหน้าไปมาเหมือนไล่ความคิดเกี่ยวกับกฏที่ท่านอ๋องเขียนมาให้ออกไปจากหัว ก่อนจะเดินเข้าไปหาใครคนหนึ่งที่กำลังนั่งจัดถาดอาหารตรงหน้า ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเป็นอย่างมาก มันดูน่าเครียดขนาดนั้นเลยหรอ? แค่จัดถาดอาหารแค่นี้


“มีอะไรให้ข้าช่วยไหม” ผมเอ่ยถามออกไป เด็กชายตรงหน้าเงยหน้ามามองผม น่าจะเด็กละนะ ดูยังตัวเล็กอยู่เลย


“ท่านคนที่มากับท่านอ๋องเมื่อวาน..” เด็กน้อยตรงหน้าพูดขึ้น ทั้งห้องเลยหันมามองผม เอ่อ ไม่จำเป็นต้องหันมามองพร้อมกันก็ได้มั่ง =___=


“เรียกข้าว่าอังเปาเถอะนะ และข้าเป็นทาสเหมือนกัน ไม่ต้องเรียกท่านหรอก มาๆ เดี๋ยวข้าช่วยเจ้าแล้วกัน” ผมพูดบอกยาวๆ ขี้เกียจมาพูดให้คนอื่นถามอีกไง รวบยอดทีเดียวเลย ผมยิ่งพูดไม่ค่อยเก่งอยู่ด้วย ถ้าบ่นในใจนี่งานถนัดมาก ผมนั่งลงข้างๆเด็กหนุ่มตรงหน้า พร้อมกับมองของตรงหน้าว่าจะจัดการต่อยังไง ผมคี่ยิ้มออกบางๆ คนจีนสมัยนี้ก็คงจะกินอาหารแบบเดิมๆมายาวนานมากแล้วสินะ?


“ข้าขอทำอาหารสัก 2-3 อย่างได้ไหม?” ผมหันไปพูดถามใครอีกคนที่กำลังยืนปรุงอาหารอยู่ เขาหันมามองผมอย่างงงๆ และพยักหน้าให้อย่างงงๆเหมือนกัน ผมหลุดยิ้มขำออกมา ห้องทั้งห้องชะงักเงียบไปพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย ผมหยุดยิ้มแล้วกะพริบตาไปมาอย่างงงงวย ทุกคนเป็นอะไรกัน อยู่ๆก็หันหน้าหนีผมกันหมด และทำไมหน้าถึงแดงกันหมดละ? (ผมมองเห็นหน้าด้านข้างพวกเขานะ หน้าแดงจริงๆ หรือจะร้อน? แต่นี่เช้ามากเลยนะ อากาศก็เย็นนิ =___= เอาเถอะ ผมจะพยายามเข้าใจพวกเขาทุกคนแล้วกัน)


     ผมเลิกสนใจสีหน้าของทุกคน ลุกเดินหาวัตถุดิบที่ผมต้องการ ผมว่าจะทำอาหารไทย แต่ไม่รู้ว่าจะหาวัตถุดิบได้ไหม เพราะที่นี่ไม่ใช่ที่ไทยด้วย ผมหาวัตถุดิบจนคิดว่าน่าจะพอทำอาหารได้ ผมเริ่มลงมือทำ โดยที่คนรอบๆข้างมองมาทางผมอย่างสนใจ ฮ่าๆๆ คงไม่เคยเห็นอาหารไทยสินะ เดี๋ยวพี่ชางอังเปาคนนี้จะทำเผื่อทุกคนไปเลย~~~


     ผมใช้เวลาทำนานพอสมควร เพราะทำอาหาร 3 อย่าง มีแกงเทโพ (หากะทิยากมากขอบอก) น้ำพริกหนุ่มผักลวก และอย่างสุดท้ายก็ปลาเผา ผมปรุงน้ำจิ้มแบบสุดฝีมือมาก ผมทำเยอะพอสมควร เพราะอยากให้คนอื่นๆได้ลองชิมอาหารไทย ก็แหม อาหารไทยอร่อยมากจริงๆนะ ผมอยากจะนำเสนอนี่ ทุกคนมองมาที่อาหารของผมอย่างอึ้งๆ ก็แน่ละ ผมทำอาหารแปลกตาไม่พอ ดันแกะสลักจัดสะสวยด้วยนะสิ


"ท่านทำยังไงถึงได้ทำให้เจ้าลูกกลมๆนี่เป็นรูปเป็นร่าง" เด็กร่างบางถามผมอย่างอึ้งๆ ผมหัวเราะขำๆกลับไป


"เขาเรียกว่าแกะสลัก" ผมแก้คำให้ อีกฝ่ายทำหน้างงๆ คงจะไม่เข้าใจภาษาของผมสินะ


“เอ่อ..ท่านอังเปา ท่านเฉียงพู่สั่งให้ข้ามาบอกท่าน ว่าให้นำอาหารไปถวายท่านอ๋องเดี๋ยวนี้เลยขอรับ” ผมขมวดคิ้วเล็กน้อย เดี๋ยวนี้เลยหรอ? ท่านอ๋องหิวขนาดนั้นเลย แล้วให้ผมเป็นคนยกไปให้ด้วย เห่ออออออออ เหนือยใจแท้ T^T


“ได้ๆ เดี๋ยวข้าจะยกไปเดี๋ยวนี้ละ” ผมตอบกลับไป ผมเริ่มจะแทนตัวเองว่าข้าแล้วละ ดีแล้ว ผมไม่อยากเผลอพูดอะไรแปลกๆออกไปหรอกนะ - -


     ผมเดินยกถาดอาหารเดินมาเรื่อยๆ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าผมไม่รู้ห้องของท่านอ๋อง =__= ผมถอนหายใจ ก่อนจะมองรอบๆเพื่อถามทางใครสักคน แต่ตาของผมก็ดันมองไปอีกด้านก่อนพอดี ทำให้เห็นท่านอ๋องที่นั่งทำหน้านิ่งๆอยู่ และใครไม่รู้อีกคนที่กำลังนั่งกินข้าวด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง ถัดมาไม่ไกลนักก็มีท่านเฉียงพู่คอยดูแลความเรียบร้อยอยู่ คนที่นี่ก็แปลกดีเนอะ จะทานข้าวทำไมไม่รอทานพร้อมกัน แถมมีอย่างที่ไหนยกไปให้แค่คนเดียว =__= เอาเถอะ ผมจะพยายามทำความเข้าใจแล้วกัน


     ผมเดินไปยังห้องดังกล่าวนั้น ท่านอ๋องหันมามองหน้าผมนิ่งๆ ก่อนจะเสหน้าหันมองไปด้านอื่น ผมชะงักไปนิด ท่านอ๋องเป็นอะไร? ทำไมหันมามองหน้าผมเหมือนน้อยใจอะไรแบบนั้นเลย? หรือผมคิดไปเองวะ แล้วท่านจะน้อยใจผมเรื่องอะไร  - -  ผมไปทำอะไรให้อีกละเนี่ย เหมือนจะเห็นลางไม่ดีๆยังไงก็ไม่รู้สิ ผมว่าผมคงจะต้องโดนทำโทษอะไรสักอย่างแน่นอน


“ชางอังเปามาแล้วขอรับท่านอ๋อง เจ้านำอาหารมาให้ข้า เดี๋ยวข้านำไปไว้ตรงหน้าท่านอ๋องเอง” ท่านเฉียงพู่หันไปพูดกับท่านอ๋องก่อนจะหันมาบอกผมอีก ผมพยักหน้าก่อนจะเดินตรงไปทางท่านเฉียงพู่ แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้ส่งอาหารให้ท่านเฉียงพู่ ก็มีเสียงหนึ่งดังขัดขึ้นมาสะก่อน


“ข้าคิดว่า สหายของข้าคงไม่ต้องการให้เฉียงพู่ นำอาหารมาวางไว้ตรงหน้าแทนที่จะเป็นเจ้าเสีย หรือเจ้าคิดว่าอย่างไร” ผมชะงักไปนิด เพราะดูเหมือนเพื่อนของท่านอ๋องจะพูดกับผม ท่านเฉียงพู่ก็มองหน้าผมนิ่งๆ ก่อนจะพยักหน้าให้ผมเป็นคนเอาเข้าไปให้ท่านอ๋อง ผมลอบกลืนน้ำลายนิดนึง TT^TT  งือออออออออ ผมทำอะไรผิดหรือเปล่าวะ ทำไมเหมือนผมไปทำอะไรผิดไว้เลย


     ผมหันตัวเดินไปทางท่านอ๋อง แต่ผมไม่ได้มองหน้าเขาหรอกนะ ผมยังไม่พร้อมเจอสายตาน้อยใจเท่าไหร่ มันทำให้ผมรู้สึกแปลกๆ ก่อนจะถึงตัวผมก็นั่งคุกเข่าและค่อยๆคลานเข้าไปใกล้ท่านอ๋อง ผมวางถอดอาหารไว้ตรงหน้าเขา


“อาหารวันนี้ดูแปลกตาเสีย ผู้ใดเป็นคนลงมือทำ?” เพื่อนของท่านอ๋องถามขึ้น ผมเลยเงยหน้าขึ้นไปมองเขา เขาก็กำลังชะเง้อหน้ามามองที่อาหาร ที่ผมเพิ่งวางอย่างสนใจ ผมฉีกยิ้มกว้าง


“ข้าเป็นคนทำเองขอรับ นี่คืออาหารไทย ก็เลยอาจจะดูแปลกตาสำหรับพวกท่านไปสักหน่อย แต่ข้ารับลองว่าอร่อยแน่นอนขอรับ” ผมพูดยาวๆออกไป ก่อนจะเผลอยิ้มอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว ทั้งสองคนตรงหน้าผมชะงักไปนิด เพื่อนของท่านอ๋องมองหน้าผมตาค้างไปเลย


“เจ้า..เป็นผู้ชายหรอกหรือ ข้าคิดว่าเจ้าเป็นสตรี..นี่ถ้าข้ามิได้ยินเสียงของเจ้า ข้าคงคิดเช่นนั้นเป็นแน่” เพื่อนท่านอ๋องถามผมอึ้งๆ ผมก็แค่กะพริบตาอย่างงงๆเท่านั้น ท่านอ๋องถอนหายใจและมองหน้าผมนิ่งๆ นิ่งมากจริงๆ ผมอึกอักทำอะไรไม่ถูก ฮือออออออออ ไม่น่าเผลอไปมองหน้าพวกเขาทั้งสองคนเลย T____T


“เจ้ากินข้าวหรือยังเจ้าเต่า” ผมยู่หน้าเล็กน้อย ทำไมชอบเรียกผมว่าเจ้าเต่าด้วยเนี่ย -w- ผมไม่ชอบให้เรียกชื่อนี้เลยบอกตรงๆ


“ยังขอรับท่านอ๋อง” ผมตอบเสียงอ่อยๆ ถึงผมจะไม่ชอบวิธีการเรียกชื่อของผมสักเท่าไหร่ แต่ผมจะขัดอะไรได้ละ นี่ท่านอ๋องนะ!


“งั้นเจ้าก็มากินกับข้าเสีย” ผมอึกอักอยากปฏิเสธแต่ก็ไม่กล้า เลยต้องจำใจนั่งลงอีกฝั่งตรงข้ามกับท่านอ๋อง ท่านอ๋องหันไปสั่งท่านเฉียงพู่ให้ไปเอาข้าวของผมมา ท่านก็รีบลุกไปเลย แต่ก่อนจะไป เพื่อนของท่านอ๋องก็วานให้ยกอาหารแบบเดียวกับท่านอ๋องมาด้วย สงสัยว่าน่ากินละมั่ง เห็นไหม อาหารไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก (เกี่ยวอ่อวะ)


“ทำไมเจ้าถึงไม่มาปลุกข้า” ท่านอ๋องถามขึ้นมองหน้าผมนิ่งๆ ผมชะงักไปนิด ผมต้องเริ่มไปปลุกท่านอ๋องตั้งแต่วันนี้เลยสินะ ._. ก็ผมคิดว่าให้ทำตามกฎตอนไปอยู่ที่ค่ายนี่ ใครจะคิดว่าจะให้เริ่มทำวันนี้เลย


“เอ่อ ข้าคิดว่า ท่านให้ข้าทำตามกฎเมื่อข้าไปถึงที่ค่ายนะขอรับ” ผมยิ้มแห้งๆตอบกลับไป แต่ท่านอ๋องไม่ได้ยิ้มตามผมเลย ผมลอบกลืนน้ำลายอีกครั้ง ฮือออออออออ ผมนี่นึกถึงเพลงนี้เลย ‘อยากกกกกก จะร้องไหหหหหหหหห้ T_____T


“เจ้าต้องเริ่มทำเลย มิใช่รอให้ถึงวันที่ข้ากลับไปยังค่าย” โอเครับท่านอ๋อง ผมขอโตดดดดดด T^T อังเปาน้อยผู้นี้ผิดไปแล้วขอรับ กระซิกๆ ร้องไห้ได้ไหม นี่ถ้าผมไม่เกรงใจผมจะร้องไห้โชว์ทั้งสองคนตรงนี้แล้วนะ!


“ท่านแม่ทัพ คนผู้นี้คือผู้ใดหรือท่าน” เพื่อนของท่านอ๋องถามขึ้นทำลายบรรยากาศน่าอึดอัดนี่ ผมนี่แทบจะก้มกราบแทบเท้างามๆตอบแทนจริงๆ


“ชางอังเปา” ท่านอ๋องบอกเสียงเรียบ แต่ตานี่มองผมไม่หยุด มองทางอื่นบ้างก็ได้ไหมละท่านอ๋อง มองผมมากๆมองผมนานๆระวังผมท้องนะ -w-!! ท่านไม่เคยได้ยินเรื่องเกี่ยวกับปลากัดหรอ? ปลากัดน่ะ เวลามันจะผสมพันธุ์กัน มันจะจ้องตากันไปมานานๆจนมันท้องนั้นละ!!!! (แล้วแกเป็นปลาหรือไงเล่าเจ้าเต่า =____=  : ไรท์)


“งั้นหรือ จริงสิ! เมื่อวานข้าบังเอิญเดินไปเจอเด็กหนุ่มที่หน้าหวานราวสตรีที่เรือนหลังเล็กเข้า นึกแล้วข้าก็อยากจะพามานั่งดื่มด้วยกันอีกเสีย” เพื่อนของท่านอ๋องพูดขึ้น


“หมายถึงชุนหมิงหรอครับ?” ผมเผลอตัวถามออกไป เพื่อนท่านอ๋องมองผมงงๆ


“เจ้าเต่าคงจะหมายถึง คนที่เจ้าเจอเมื่อวานคือชุนหมิง” ท่านอ๋องพูดแก้แทน ผมเหล่ตามองท่านอ๋องนิดๆ นี่คุยกับผมจนเริ่มเข้าใจภาษาผมแล้วหรอ ท่านนี่ช่างน่ากลัวเหลือเกินนนนน


“เจ้ารู้จักด้วยหรือ?”


“ชุนหมิงคือสหายของข้าขอรับ” ผมตอบยิ้มๆ คนตรงหน้าผมทั้งสองชะงักไปอีกครั้ง นี่ผมเริ่มแปลกใจแล้วนะ ทำไมเวลาผมยิ้มทีไรทุกคนต้องชะงักกันหมด? มันดูน่ากลัวหรอ หรือมันดูแปลกๆ? - - แล้วนี่ท่านเฉียงพู่ทำไมไปเอาข้าวให้ผมนานขนาดนี้ละเนี่ย (เริ่มหิว)


“อ่อ! จริงสิ ข้าชื่อหวังลู่เปย หลังจากนี้พวกเราคงจักได้เจอกันทุกยามเป็นแน่” จบคำพูดของท่านหวังลู่เปย ท่านเฉียงพู่ที่ไม่รู้ไปเอาข้าวถึงประเทศไหน เดินหอบถาดข้าวเข้ามาอย่างเร็ว (ไม่ได้เร็วเหมือนวิ่งหรอก แต่ขาของเขารีบก้าวเดินมาทางนี้อย่างรวดเร็วเฉยๆ ถ้าวิ่งนี่อาหารคงหกหมดไม่ได้กินแน่นอน) ท่านยื่นถาดอาหารให้ท่านหวังลู่เปยก่อนจะยกถ้วยข้าวแยกมาให้ผม ผมก็รับไว้ พอท่านอ๋องเห็นผมถือถ้วยข้าว ท่านก็ใช้ตะเกียบคีบข้าวขึ้นกินทันที ผมก็สงสัยอยู่นานว่าทำไมท่านอ๋องถึงไม่ยอมคีบข้าวกิน มัวแต่มานั่งมองหน้าของผมอยู่นั้นละ ตอนนี้ผมหายสงสัยละ รอกินพร้อมผมนี่เอง +_____+


“หือ อร่อย!” ท่านหวังลู่เปยพูดออกมาเสียงดัง ก่อนจะตักชิมอาหารตรงหน้าไปด้วย ผมยิ้มหน้าบานเลยละ ผมเลิกสนใจคนข้างๆท่านอ๋องก่อนจะลงมือกินอาหารตรงหน้าทันที อ่าาาา~ ความสุขอะไรก็ไม่เท่ากับการกินอีกแล้ว อาหารไทยนี่ละเหมาะกับอังเปาผู้นี้ที่สุด! ท่านอ๋องไม่พูดอะไร แต่ปากของท่านกำลังยกยิ้มอยู่ แค่นี้ผมก็ดีใจมากๆแล้ว อย่างน้อยท่านอ๋องก็ชอบอาหารฝีมือของผมละ


“เจ้าเต่า” ผมเงยหน้าขึ้นมองท่านอ๋อง ตอนนี้ผมกำลังกินน้ำพริกหนุ่มอยู่ มือของผมตอนนี้เลยกำลังม้วนผักใส่ถ้วยตัวเอง ภาพตอนนี้ชั่งหน้ามองเสียนี่กระไร แต่ผมไม่อายหรอกนะ ก็ผมจะกินไง ใครสนเรื่องภาพพจน์ละ - -


“ขอรับ” ผมขานรับ ท่านอ๋องกระตุกยิ้มน้อยๆ ก่อนจะยื่นมือเข้ามาที่หน้าผม ผมผละตัวออกห่างนิดนึง แต่พอเห็นสีหน้าของท่านอ๋องแล้วผมเลยหยุดถอยห่างดีกว่า  ท่านอ๋องจับหน้าของผมไว้และใช้นิ้วโป้งเขี่ยอะไรสักอย่างข้างมุมปากผม ผมกะพริบตาไปมาช้าๆไม่กล้าสบตากับคนตรงหน้าเท่าไหร่ ผมอยากจะถามท่านอ๋องเหลือเกิน ท่านไม่เขินกับสายตาของผมมั่งเลยหรอ! เห็นจ้องเอาๆอย่างเดียว ถ้าผมเป็นปลากัดจริงๆผมท้องแน่ๆ ผมฟันธง!!


“เศษข้าวติดมุมปากเจ้า” ท่านอ๋องพูดเบาๆ ก่อนจะดึงมือออกจากแก้มผม (ท่านไม่ได้ขยับตัวมาหาผม แค่ยื่นแขนออกมาเท่านั้น ถาดอาหารไม่ได้กวางขนาดที่ต้องขยับตัว) ผมอึกอักเล็กน้อย


“เด็กน้อยเสียจริง” ท่านอ๋องกระตุกยิ้มอีกครั้ง ก่อนจะยกมือที่จับหน้าผมเมื่อกี้ขึ้น และจรดนิ้วโป้งมือลงไปที่ริมฝีปากของตัวเอง ท่านอ๋องแลบลิ้นเลียนิ้วโป้งเข้าไปพร้อมเศษข้าวที่เพิ่งเอาออกจากข้างๆมุมปากผม


“ทะ..ท่าน” ผมอึ้งค้างไปทันที


“หึ อร่อยอย่างที่เจ้าว่าเลยละ....หวังลู่เปย” ท่านอ๋องพูดขึ้นเหมือนจะคุยกับท่านหวังลู่เปย แต่สายตานี่มองมาที่ผมอย่างเจ้าเล่ห์ ฮืออออออออ ถ้าจะมองขนาดนี้ทำผมท้องเลยเถอะท่านอ๋องตัวร้าย!!!



+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++



#ท่านอ๋อง


     ข้ามองเจ้าเต่าตรงหน้า ที่ตอนนี้กำลังเขินหน้าแดงเป็นลูกตำลึงอยู่ ข้าตั้งใจทำเพื่ออยากจะแกล้งเจ้าเต่าตรงหน้าเท่านั้น การที่ข้าได้เห็นหน้าเจ้าเต่าเยี่ยงนี้ทำให้ข้ามีความสุข แต่เรื่องเศษข้าวนั้น..ข้าถือว่าคือกำไลของข้าแล้วกัน :)


     วันนี้พอข้าตื่นขึ้นมา ข้าก็รู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างยิ่ง เมื่อเห็นว่าคนที่มาปลุกข้าไม่ใช่เจ้าเต่าแต่เป็นเฉียงพู่ ข้ารึอุสาเขียนกฎที่ข้าพึ่งคิดออกแบบสดๆร้อนๆ (ข้าเขียนขึ้นเมื่อวานตามแต่ใจข้าเอง) แต่เจ้าเต่ากับไม่สนใจกฎของข้า วันนี้ข้าเลยต้องอาบน้ำผู้เดียว อุสาคิดแผนแกล้งเจ้าเต่าเอาไว้แท้ๆ แต่ก็น่าเสียดายยิ่ง พอเห็นเจ้าเต่าเดินมาข้าก็รู้สึกน้อยใจขึ้นมาเฉยๆ ข้าเลยทำเป็นไม่สนใจเจ้าเต่าตรงหน้า แต่เจ้าเต่านั้นก็ไม่ได้สนท่าทีของข้าเลย กลับกันเหมือนจะไม่อยากเข้าใกล้ข้าเสียด้วยซ้ำ สีหน้าของเจ้าเต่าแสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่อยากอยู่ตรงนี้ ข้าที่หงุดหงิดอยู่แล้ว ก็หงุดหงิดเพิ่มขึ้นไปอีก


     หวังลู่เปยคงเห็นสีหน้าหงุดหงิดของข้าก็เลยออกปากพูดออกไปแทนข้า ข้าไม่โกรธหรอก อยากจะขอบคุณเสียด้วยซ้ำที่พูดออกไป ไม่งั้นเจ้าเต่าคงจะรีบวางถาดข้าวแล้วรีบออกไปจากตรงนี้เป็นแน่ ข้าบังคับเจ้าเต่ากลายๆว่าให้ร่วมนั่งกินข้าวกับข้า สีหน้านี่อยากจะปฏิเสธข้ามากสินะ แต่ข้าก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเหตุใด เจ้าเต่าถึงไม่บอกปฏิเสธ 


อาหารตรงหน้าข้าวันนี้เป็นฝีมือของเจ้าเต่า นั้นทำให้ข้าอารมณ์ดีขึ้นมาเพียงนิด แต่พอลิ้นของข้าได้สัมผัสกับรสชาติอาหารนั้นทำให้ข้ารู้สึกดีเป็นอย่างมาก ไม่คิดว่าเจ้าเต่าจะทำอาหารออกมาได้อร่อยเยี่ยงนี้ แถมอาหารตรงหน้าก็มิใช่อาหารที่ข้าเคยกินเป็นประจำ แต่เป็นอาหารจากต่างแดนเสียนี่ ข้าไม่รู้ว่าใครคือผู้สอนวิธีการทำให้กับเจ้าเต่า แต่ข้ารู้สึกขอบคุณเป็นอย่างมาก เพราะนั้นทำให้ข้าได้กินอาหารแสนอร่อยพวกนี้ยังไงเล่า


“เดี๋ยวข้าต้องไปเข้าเผ้าองค์ฮ่องเต้ เจ้ากลับเรือนเจ้าไปก่อนเสีย” ข้าบอกเจ้าเต่าเบาๆ ตอนนี้อาหารตรงหน้าหมดเสียแล้ว ข้าอยากจะแกล้งเจ้าเต่าตรงหน้าอีกนิด แต่ข้าต้องไปเข้าเฝ้าองค์ฮ่องเต้ก่อนเสีย


“ขอรับท่านอ๋อง” เจ้าเต่าตอบรับเสียงเบากลับมา


“ แต่ถ้าเจ้าเหงา จะมาอ่านหนังสือในห้องนอนข้าก่อนเสีย ชวนสหายเจ้ามาอ่านด้วยก็ตามแต่ใจเจ้า” ข้าพูดบอกอีก เจ้าเต่าตาเป็นประกายวูบนึง ก่อนจะปรับสีหน้าให้เรียบนิ่งเป็นเช่นเดิม ข้ายกยิ้มเบาๆ


“งั้น......ข้าไม่เกรงใจนะขอรับท่านอ๋อง ข้าจะเข้าไปอ่านหนังสือนะขอรับ” เจ้าเต่าเผลอยิ้มออกมา อยู่ๆใจของข้าก็กระตุกไปวูบหนึ่งอย่างไม่ทราบสาเหตุ หวังลู่เปยหันมามองข้าก่อนจะหัวเราะขำและเดินหนีออกจากห้องไป เฉียงพู่เห็นดังนั้นก็เดินตามออกไปอีกเช่นกัน ทำให้ตอนนี้ในห้องเหลือแค่ข้ากับเจ้าเต่า หึหึ ชั่งรู้เห็นเป็นใจให้ข้าเสียนี่


“ข้ายอมให้เจ้าอ่านได้ตามใจอยู่แล้ว ข้าตามใจเจ้า”  ข้ายิ้มอ่อนๆให้ก่อนจะยกมือขึ้นไปยีหัวเจ้าเต่าเบาๆ เจ้าเต่าหน้าแดงขึ้นมาก่อนจะแอบยู่หน้าใส่ข้าเล็กน้อย อย่าคิดว่าข้าไม่เห็นนะเจ้าเต่า ข้ารู้สึกอยากแกล้งคนตรงหน้าขึ้นมาเฉยๆ เลยก้มหน้าเข้าไปหาเจ้าเต่าอย่างไม่ให้ได้ตั้งตัว เจ้าเต่าชะงักนิ่งไปทันที ข้ากระตุกยิ้มไปให้ ก่อนจะก้มเข้าไปใกล้ใบหู


“อย่าคิดว่าข้าไม่เห็น ว่าเจ้าทำหน้าเช่นไรใส่ข้านะเจ้าเต่า..” ข้าพูดจบก็ก้มหน้าลงไปใกล้ๆอีก ก่อนจะขบกัดใบหูของเจ้าเต่าแผ่วเบา และผละตัวออกห่างมา เจ้าเต่าหน้าแดงขึ้นมาทันที อ่า..แบบนี้ละที่ข้าชอบ


“ทะ..ท่าน”


“ข้าทำไมรึ?” เจ้าเต่าอ้าปากพะงาบๆ คงจะพูดคำใดไม่ออก


“หึ ข้าไปเข้าเฝ้าองค์ฮ่องเต้ก่อนเสีย” ข้าพูดตัดบทก่อนจะลุกขึ้นยืน เจ้าเต่ายังคงนั่งนิ่งอยู่กับที่ อ่าาาาาา~~~ วันนี้ท้องฟ้าช่างสดใสแปลกตาข้ายิ่งนัก~~~~~



+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++



มาอัพเจ้าเต่าให้คะ อิอิ ว่าจะอัพเฮียพยัคฆ์ แต่ติดลมเรื่องนี้ไปหน่อย แหะๆ ขอโทษด้วยเน้อ U_U

วันนี้คงไม่ได้อัพเฮียพยัคฆ์น๊าาาา เดี๋ยวจะเร่งสะปี๊ดแต่งให้อ่านค้าาาา วันนี้เอาเจ้าเต่าไปอ่านก่อนเนอะ

ขอบคุณที่ชอบเจ้าเต่ากับท่านอ๋องนะคะ ^___^ ถ้าไม่สนุกยังไงเขาต้องขอโทษด้วย

ยอมรับเลยว่าเป็นเรื่องแรกที่แต่งแนวแบบนี้ ถ้าใช้คำผิดหรือแปลกๆต้องขอโทษด้วยจริงๆคะ

รักคนอ่านนะคะ ขอบคุณที่ให้กำลังใจคะ <3

ความคิดเห็น