ดาวเคราะห์

ฝากติดตามด้วยนะค่าาาาา มีอะไรสอบถามได้ที่เพจ 'ดาวเคราะห์' นะคะ ^w^

ตอนที่ 1 #ใครก็ได้ ช่วยผมจากท่านอ๋องที!

ชื่อตอน : ตอนที่ 1 #ใครก็ได้ ช่วยผมจากท่านอ๋องที!

คำค้น : ท่านอ๋อง ฉางเฉินเปา ชางอังเปา ชุนหมิง หวังลู่เปย

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.2k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 03 เม.ย. 2560 23:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 200
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1 #ใครก็ได้ ช่วยผมจากท่านอ๋องที!
แบบอักษร

ตอนที่ 1


     สวัสดีครับ ผมชื่ออังเปา ใช้ครับ ฟังไม่ผิดหรอก ผมชื่ออังเปา ตอนนี้ผมเซ็งมาก เซ็งแบบระดับคูณสิบ เพราะอะไรนะหรอ? เพราะไอ้เหี้ยนิวไอ้เพื่อนเวรเพื่อนกรรมของผมไง!!!! ไอ้ห่านิว!! เอาปัญหามาให้กูไม่พอ มึงเสือกหนีหายเข้ากีบเมฆ แล้วกูละครับ? กูก็รอโดนกระทืบอยู่กลางวงล้อมของพวกพี่กล้ามปูนี่ไงครับ!


“โห่พี่ ผมไม่รู้จริงๆ นั้นเพื่อนผมทำน่ะ” ผมที่ยืนอยู่ในวงล้อมพยายามพูดปากแทบฉีก แต่ไอ้พวกพี่หน้าโหดๆทั้งหลายก็ไม่มีทีท่าจะถอยห่างผมเลย ผมเริ่มเหงื่อตก ทำไมชื่อชีวิตของอังเปาน้อยผู้นี้ถึงได้บันซบไม่มีที่สิ้นสุดจริงๆ!


“มึงจะทำหรือไม่ทำกูไม่รู้ กูรู้แต่ว่านายกูสั่งให้ทำอะไรกูก็ทำตามเท่านั้นละ” พี่ผู้ชายร่างหนาพูดด้วยสีหน้าสยองขวัญมาก ผมนี่ขนรุกชันเลย แล้วนายของมันคือใคร!! นี่คือสิ่งที่ดังขึ้นในหัวของผม อย่างที่ผมได้บอกกล่าวออกไป ไอ้เพื่อนเวรเพื่อนกรรมของผมมันเอาปัญหามาให้ผม! พ่อแก้วแม่แก้วปกป้องช้างน้อยด้วย T^T


“พี่ปล่อยผมไปเถอะนะ ผมไม่รู้จริงๆ” ผมแทบก้มกราบแทบเท้าอ้อนวอนพวกพี่ๆเขา แต่คนพวกนี้ก็ยังคงตีหน้ายักษ์กันไม่หาย สักพักหนึ่งมีสายโทรศัพท์หนึ่งโทรเข้าที่เบอร์ของหนึ่งในคนพวกนั้น ผู้ชายกล้ามปูใหญ่ที่สุด ยกหูแนบโทรศัพท์ก่อนจะกรอกเสียงลง


“ครับนาย” ออ นายมันโทรมานี่เอง จนถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่รู้ว่านายของพวกพี่มันคือใคร


“ครับ ได้ครับนาย เดี๋ยวผมจะจัดการเดี๋ยวนี้” พอผมได้ยินอะไรจัดการๆนี่ ผมถอยหลังติดกำแพงอย่างเร็ว รู้สึกใจเต้นตุบๆ เหงื่อแตกอย่างไม่มีเหตุผล อยู่ๆผมก็รู้สึกใจเสียขึ้นมา


“เฮ้ย เก็บมันเลย นายบอกไม่ต้องเอาไว้แล้ว” พลันจบคำพูด พวกมันก็ยกปืนขึ้นมาเล็งที่อังเปาผู้แสนอ่อนแอผู้นี้ทันที ไม่นะ T^T ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้ ผมยืนสั่นพับๆ ทำอะไรไม่ถูก นี่ผมกำลังจะตายใช่ไหม ใครก็ได้บอกผมทีเถอะ!

“ยิง!”


ปัง! ปัง! ปัง!


     สิ้นเสียงกระสุน 3 นัดติด ผมก็ทรุดฮวบลงพื้นทันที หน้าไอ้เหี้ยนิวลอยเข้ามาในหัวผมก่อนผมจะตาย ไอ้นิวววว ไอ้เหี้ยยยย เพราะมึงเลยเนี่ย!! ก่อนที่ผมจะล้มนอนลงและไม่รู้สึกอะไรอีก



+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++



“อังเปา”


“….”


“อังเปา”


“งืมม แจ๊บๆ”


“ชางอังเปา!! เจ้าได้ยินที่ข้าเรียกเจ้าหรือไม่ หรือเจ้าแกล้งข้า ทำหูทวนลมไม่ฟังเสียงข้าอย่างงั้นหรือ!!” ผมสะดุ้งโหยงขึ้นมาทันที ตาลี่ตาเหลือกมาก ณ ตอนนี้ ผมกะพริบตาสองถึงสามครั้ง อ่า.. ทำไมแสบตาแบบนี้ เหมือนผมไม่ได้ตื่นมาเป็นชาติงั้นละ


“เจ้าได้ยินข้าใช่หรือไม่! หรือเจ้าไม่ได้ยิน!” ผมหันไปมองผู้ชายร่างใหญ่คนหนึ่ง ที่ยืนทำหน้าโหดเท้าเอวมองมาที่ผม ผมขมวดคิ้วงง คนนี้เป็นใครกัน? ผมไม่รู้จักเขาด้วยซ้ำ อยู่ๆผมก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมา ให้ตายสิ! ปวดอะไรขนาดนี้วะ!


“ตอบข้า!”


“ผม..ผมอยู่ที่ไหน” ผมเปล่งเสียงคำแรกออกไป ก่อนจะชะงัก เดี๋ยวนะ ทำไมเสียงของผมมัน..ดูเด็กแปลกๆวะ - - เสียงเด็กแน่ๆผมมั่นใจ ผมยกมือตัวเองขึ้นมาดู สำรวจทั้งตัวของผมเอง เฮ้ยยยยยย ผมตกใจเด้งตัวขึ้นมาจับหน้าตัวเอง รีบลนลานหากระจก


“กระจก! กระจกอยู่ไหน!” ชายร่างใหญ่ขมวดคิ้วมองผมเหมือนไม่พอใจ ก่อนจะเดินไปหยิบกระจกมาให้ ผมรีบรับมาส่องหน้าตัวเองอย่างลนลาน เชี้ย! นี่มันหน้าของผมสมัยตอนผมเด็กๆนี่! นี่ผมกลับมาเป็นเด็กอีกครั้งหรอ เด็กเนี่ยนะ! ผมต้องอายุ 25 สิ! ไม่ใช้ 18  เหมือนตอนนี้! เหมือนผมจะร้องไห้ ถ้าผมจำไม่ผิด ความทรงจำครั้งสุดท้ายของผมก่อนผมจะตาย ผมถูกยิง 3 นัดรวดนี่หว่า ผมควรตายไปแล้วดิ! แต่นี่ผมกลับมาอยู่ที่นี่! ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่ามันคือที่ไหน!


“เจ้าเป็นอันใด ใยเจ้าดูลุกลี่ลุกลนนัก ข้าเรียกเจ้าที่นอนขี้เกียจเหมือนหมูตั้งไม่รู้กี่หน! เจ้ายังทำทีไม่สนใจข้าอีกงั้นหรือชางอังเปา!” ชิพหาย! นอกจากจะไม่คุ้นที่คุ้นทางคุ้นผู้ชายร่างใหญ่นี่แล้ว ยังไม่คุณสำเนียงภาษาอีก! ภาษาจีนผมพอเข้าใจเพราะบ้านผมเชื้อสายจีนกันอยู่แล้ว แต่ที่อังเปาน้อยผู้นี้ไม่เข้าใจ คือทำไมการใช้คำมันเหมือนย้อนยุคในอดีตเลยวะ! นี่ผมมาอยู่ที่ไหนเนี่ยยยย (เพิ่งสังเกตุว่าชื่อของผมเหมือนชื่อของที่นี่เลย)


“ผม..ผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง แล้วคุณเป็นใครครับ” ผมถามออกไปงงๆ จะให้ผมมาใช้คำย้อนยุคก็ไม่น่าใช่ละ ผมใช้คำพวกนั้นเป็นที่ไหน ถ้าพูดเอากวนก็โออยู่


“นี่ใกล้จะยามเฉิน (7:00-8:59)แล้ว เจ้ายังไม่รีบลุกไปทำมาหากินอีกรึ” อีกฝ่ายไม่ตอบผม แต่ขมวดคิ้วพูดกับผมอีกเรื่อง โว้ยยยย แล้วมีใครจะบอกผมได้บ้างไหม ว่าผมมาทำอะไรอยู่ที่นี่


“ชางอังเปา เจ้าจะลุกขึ้นได้หรือยัง!” อีกฝ่ายเหมือนเริ่มหงุดหงิด โว๊ะ เออ ลุกก็ลุกวะ ผมรีบดีดตัวขึ้นและเดินออกมา แต่..เวรแล้ว ผมต้องใช้ชีวิตที่นี่แบบไหนวะ =___= เออ งงดีวะ ผมควรจะล้างหน้าล้างตาหรือเปล่า? หรือต้องทำอะไรก่อน ผมขมวดคิ้วงุน งงมากๆตอนนี้


“อังเปา! เจ้าตื่นเกือบยามเฉินอีกแล้วนะ!” ผมหันไปมองตามเสียงเล็กๆที่เดินหน้าบึงเข้ามาหา ใครอีกวะ ทำไมผมรู้สึกว่าตัวเองดูโง่มากมายอะไรแบบนี้เนี่ย


“อะ..เอ่อ ข้า” เอาวะ ตามน้ำไปก่อนละกัน และค่อยคิดหาวิธีกับเรื่องนี้อีกครั้ง


“เจ้านี่สายตลอด นี่ถ้าเจ้าไม่ได้ชุนหมิงผู้นี้ละก็ เจ้าคงโดนถีบส่งไปนานเสียแล้ว” โอเค เด็กนี่ชื่อชุนหมิงสินะ (อายุน่าจะพอๆกับผมในยุคนี้ละน่ะ) เห่อ ผมขอถอนหายใจรัวๆได้ไหม ทำไมผมต้องมาทำอะไรอยู่ที่นี่ตอนนี้ด้วยเนี่ย


     ผมเดินตามเจ้าตัวเล็ก (แกก็ตัวเล็ก - - : ไรท์) ที่พูดมาตลอดทางไม่จบสิ้น จากที่ผมฟังๆ ตัวผม (ในยุคนี้ละมั่ง) เป็นเด็กค่อนข้างเกเร ตื่นสาย งานการไม่ค่อยอยากจะทำ ชอบโดดงานและอีกมากมายที่เด็กแสบสมัยนี้เขาทำกัน และที่ทำให้ผมแทบน้ำตาหลังไหลเรื่องอะไรรู้ไหม ผมดันเป็นทาสที่อยู่ในตระกูลขุนนางชั้นสูงสุด! แม่เจ้า 


     ผมคิดว่าผมอาจจะอยู่ที่นี่รอดก็ได้ ตัวผมก่อนที่จะมาอยู่ที่นี่นั้น ถึงจะชอบกวนตีนปากหมา แต่งานบ้านงานเรือนผมทำเป็นหมดนะ ม๊าผมสอนแทบทุกอย่าง การทำอาหารผมก็ทำได้ เอาตามตรงผมเรียนทำงานอาหารด้วยละ (เพราะผมชอบทำอาหารมาก ไม่เหมาะกับหน้าตาแสนแมนนี้เลย)


     ผมมองไปรอบๆอย่างสนใจ ถึงผมจะไม่ใช่คนในยุคนี้ แต่ก็อดชื่นชมสิ่งก่อสร้างของยุคนี้ไม่ได้จริงๆ ที่นี่สวยมากๆ แต่มันจะสวยมากกว่านี้ถ้าผมมาเที่ยว ไม่ใช้มาแบบงงๆ - - ผมเพิ่งรู้ว่างานที่ผมต้องทำนี่คืองานในครัวชุนหมิงก็ทำเช่นกัน.. (ผมหลอกถามชุนหมิงนะ  ชุนหมิงบอกว่า เพราะผมกับเขาเป็นเด็กหน้าตาสะสวยเหมือนสตรีหญิง แต่ผมจะเหมือนสตรีมากกว่า ความที่ตัวผมในยุคนี้ไม่พอใจในหน้าตาตัวเอง ตัวผมในยุคนี้ก็มักจะโดดไปช่วยงานอย่างอื่นที่ใช้แรงออกแดดอยู่ตลอด)


“เจ้ามาได้แล้วงั้นหรืออังเปา นี่ข้าเตรียมจะไปลากคอเจ้ามาสับแทนหมูจริงๆแล้วเสีย!” ผู้ชายร่างท้วมพูดขึ้น จะว่าไปที่นี่ส่วนมากมีแต่ผู้ชาย ผู้หญิงไม่ค่อยจะเห็นเท่าไหร่ ยุคนี้ผู้หญิงน้อยหรอ?


“นี่ถ้าข้าไม่เสียดายใบหน้าที่งดงามผิดบุรุษละก็ ข้าได้เอามีดจวงหน้าเจ้าไปนานแล้ว” ผมกะพริบตางงๆ นี่ลุงเขาใช้คำพูดอะไรเนี่ย ต้องบอกว่าผมหล่อสิ ไม่ใช้งดงาม! (ถึงผมจะดูเหมือนผู้หญิงก็ตามเถอะ แต่ไม่ยอมรับไง ทำไมละ)


“ท่านกว๋อต๋าดุอังเปาเยี่ยงนี้ อังเปายิ่งอยากไปทำอย่างอื่นเสียแทนที่จะทำงานในครัว” ผู้ชายที่นั่งหันผักเงยหน้าขึ้นพูดกับผู้ชายร่างท้วมที่ชื่อกว๋อต๋า


“เจ้าก็เข้าข้างแต่กับอังเปาแหละฮวนเจีย!” อีกฝ่ายไม่ยอมตอบแต่หัวเราะขำเบาๆ ผมหอนหายใจ ล้างหน้าก็ยังไม่ได้ล้าง ต้องมาเจอเรื่องชวนงงแบบนี้อีก และผมจะจำชื่อหมดทุกคนได้ยังไงล่ะเนี่ย


“ชั่งเถอะครับ พวกคุณมีอะไรให้ผมช่วยทำบ้างครับ” ผมพูดขัดขึ้น ทุกคนหันมามองหน้าผมงงๆ ก่อนที่ผมจะชะงัก กำ ผมลืมไปสนิทเลยว่านี้ไม่ใช่ยุคของผม ผมกระแอ้มไอสองสามครั้ง


“เอ่อ..ข้าหมายถึง พวกท่านมีอะไรให้ข้าช่วยทำไหม” ผมพูดใหม่อีกครั้ง


“เจ้าต้องพูดว่า ‘พวกท่านมีงานอันใดให้ข้าช่วยทำหรือไม่’ ไม่ใช่ ‘พวกท่านมีอะไรให้ข้าช่วยทำไหม’ นั้นภาษาอะไรของเจ้างั้นหรืออังเปา” คนชื่อฮวนเจียแก้คำให้ผม ผมอึกอัก จะให้ผมบอกหรือพูดอะไรออกไปละ บอกไปก็ไม่มีใครเชื่อผมหรอก ว่าผมมาจากอนาคตของพวกเขานะ


“อังเปาดูอาการไม่ดีตั้งแต่เดินมากับข้าแล้วขอรับท่านฮวนเจีย” ผมแยกเขี้ยวใส่เด็กข้างๆผมได้ไหม เป็นไงละ ทีนี้มองมาที่ผมกันหมดเลย ผมเม้มปากไม่รู้จะทำยังไงต่อกับชีวิต อยู่ๆก็มีเสียงวิ่งหอบๆมาทางด้านหลัง ผมรู้สึกโล่งอกมาก เพราะพวกเขาพร้อมใจกันให้ความสนใจกับคนมาใหม่ ผมก็เลยหันไปมองด้วยอีกคน


“มีอะไรงั้นหรือโปชาง” ท่านฮวนเจีย (เรียกแบบนี้ละกัน ผมคงต้องปรับตัวให้ชินก่อน) ถามผู้ชายตรงหน้านิ่งๆ


“ท่านอ๋อง! ท่านอ๋องมานะขอรับ ออกไปดูกันเร็วเถิด!” น้ำเสียงตื่นเต้นที่พูดออกมา เรียกเสียงฮือฮาของทุกคนในที่นี่เป็นอย่างดี แต่คงยกเว้นผมไว้คนหนึ่งแล้วกัน ท่านอ๋อง? เดี๋ยวนะ! อ๋องเลยหรอ!!! ผมรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที นี่ผมจะได้เจอท่านอ๋องตัวเป็นๆจริงๆหรอ ผมรีบเดินตามทุกคนไป ถ้าผมจะกลับไปยุคของผม ก็ขอให้ผมได้มีโอกาสเห็นหน้าท่านอ๋องก่อนกลับเถอะ ผมจะถือว่าผมมีบุญมากจริงๆ! เกิดมาทั้งทีได้เห็นท่านอ๋อง ไม่เสียใจจริงๆที่ย้อนมาในอดีตแบบนี้!


     ผมเดินตามทุกคนมา ก่อนจะนั่งลงกับพื้นและหมอบตามพวกเขาอย่างงงๆ ก็อย่างว่า นั้นอ๋องเชียวนะ แต่..ให้ผมก้มหน้าก้มตาแบบนี้นี่ผมจะได้เห็นหน้าเขาไหมเนี่ย - -! ให้ตายสิ อยากเห็นโว้ยยยย


“เงยหน้าเถิด” เสียงทุ้มทรงพลังเอ่ยขึ้น พลันทุกคนก็เงยหน้าขึ้นมองไปทางเบื้องหน้าอย่างพร้อมเพียง ผมก็เป็นหนึ่งในนั้น ความรู้สึกผมตอนนี้ บอกได้คำเดียวว่า..คนตรงหน้าผม น่ากลัวโคตรๆ!!! เอ่อ..แบบนี้ผมควรดีใจหรือเสียใจกันแน่ที่ได้เจอท่านอ๋องกับตาตัวเอง T___T ผมควรโชคดีใช่ไหม


     หน้าของท่านอ๋องหล่อลากดินฟ้าอากาศก็จริง แต่เขามีความน่ากลัวแพร่กระจายอย่างเห็นได้ชัด น่ากลัวไม่พอ ดูสมชายชาตรีมากอีกด้วย หน้าตาคมเข็มดุดันดูจริงจัง เนื้อตัวออกแทนนิดหน่อย หน้านิ่งติดเย็นชาเหมือนคนไร้ความรู้สึก ท่านอ๋องกวาดสายตามองมาทางทาส ก่อนจะไล่มองเรื้อยๆ และสบตาเข้ากับผมอย่างพอดิบพอดี!! ผมใจกระตุก อยู่ๆก็รู้สึกร้อนๆหนาวๆขึ้นมา แถมท่านอ๋องอะไรนี่ก็จ้องมองมาทางผมนิ่งมากอีกด้วย ผมแอบกลืนน้ำลายลงคอ จะหันหน้าหนีก็ไม่กล้า จะจ้องตาตอบก็จ้องตอบไม่ไหว ฮือออออ ความรู้สึกแบบนี้คือเหี้ยมากจริงๆ จากตอนแรกกระตือรือร้นอยากเห็นอีกฝ่ายสุดๆ มาตอนนี้ขอไม่มาแล้วได้ไหม จิร้องไห้แล้ววววว


“ท่านอ๋องขอรับ ข้าน้อยดีใจเหลือเกินที่ท่านมาเยื่อมเยียนข้า แต่ว่าท่านจักมาเยี่ยมเยือนขาทำไมถึงไม่บอกข้าก่อนเล่า ข้ามิได้เตรียมอันใดให้แก่ท่านเลย” ผมไม่รู้ว่าคนที่พูดกับท่านอ๋องนั้นคือใคร แต่น่าจะเป็นขุนนางชั้นสูงเจ้าของที่แห่งนี้ละมั่ง ผมอยากจะก้มกราบแทบเท้าเขางามๆ เพราะดึงความสนใจให้เขาหันไปมองอีกฝ่ายแทนที่จะเป็นผมนะสิ ผมแอบถอนหายใจออกมา ชุนหมิงหันมามองหน้าผมเป็นเชิงถามว่า ‘เจ้าเป็นอันใดอีก?’ เหอะๆ ผมขอไม่ตอบทางสายตาแล้วกัน ผมสายหน้าเป็นการตอบอีกฝ่ายไป


“ข้าแค่มาหา ไม่นานข้าก็กลับ ว่าแต่ท่านขุนนาง”


“ขอรับท่านอ๋อง”


“ข้าขอเด็กรับใช้ท่าน ให้ข้าสัก 2 คนได้หรือไม่ ข้าอยากได้ไปไว้ที่ค่ายของข้า อีกไม่กี่ยามข้าต้องออกเดินทางกลับค่ายเสียแล้ว” ท่านอ๋องพูดขึ้น ทำให้ลอบข้างของผมมองหน้ากันเหมือนตื่นเต้น เหอะ ตื่นเต้นอะไรกันเนี่ย นี่ท่านอ๋องอะไรนี่ขอให้ไปเป็นทาสนะ ไม่ใช้เป็นนายหรือให้ไปเป็นนางสนม (หรือเปล่าวะ?)  


“ได้สิขอรับ ท่านอ๋องเอ่ยปากมาเยี่ยงนี้ ข้าน้อยจะกล้าปฏิเสธได้อย่างไรเล่า” ท่านขุนนางพูดยิ้มหวานใส่ท่านอ๋อง ผมเห็นแล้วรู้สึกขนลุกแทน


“จริงๆข้าแค่มาหาท่านไม่น่านเท่านั้น ไม่ได้ตั้งใจจักมาขอคนของท่านแต่อย่างใด แต่ข้าดันเผลอมองไปสบตากับเด็กผู้หนึ่งเข้า ข้ารู้สึกถูกชะตาขึ้นมา” ผมสะดุ้งโหยงทันที เดี๋ยววววว เด็กที่ท่านพูดถึงคงไม่ใช้ผมหรอกใช้ไหม ผมรู้สึกเหมือนเหงื่อตัวเองจะไหลออกเยอะมาก นี่ผมแอบกลืนน้ำลายด้วยนะ บงบอกว่าผมกลัวมากและขอเถอะ อย่าให้คนนั้นเป็นผมคนนี้เลยยยย


“หือ ท่านมองไว้แล้วงั้นหรือท่านอ๋อง ให้ข้าเลือกให้ท่านไม่ดีกว่าหรือขอรับ ถ้าเกิดทาสที่ท่านรับไป ไม่มีคุณสมบัติดีพอ ข้าน้อยคงจะขายขี้หน้าแย่” ท่านขุนนางขมวดคิ้วถาม ท่านอ๋องกระตุกยิ้มออกมาเล็กน้อย อือหือออออ เล่นแบบนี้ท่านขุนนางอะไรนั้นก็ไปต่อไม่เป็นสิ


“ข้าเลือกเองไม่ได้งั้นหรือ”


“ดะ..ได้สิขอรับท่านอ๋อง ท่านต้องการเลือกทาสผู้ใด..” ท่านขุนนางหน้าแดงทันที ให้ตายสิ! เป็นผมก็เขินว่ะ เล่นมากระตุกยิ้มแล้วพูดเสียงเจ้าเล่ห์แบบนั้น ผมว่าท่านอ๋องทำหน้าน่ากลัวแบบนั้นดีกว่าแล้วครับ ถ้าทำหน้าแบบเมื่อกี้ อาจจะมีข่าวการตายกะทันหันเพราะเขินจัดตอนท่านยิ้มก็ได้!


“ทาสผู้นั้น” เขาชี้นิ้วมาทางผม…ใช้ครับ ฟังไม่ผิดหรอก ชี้มาทางชางอังเปาผู้นี้ไงเล่า! T___T ทำไม ทำไม ทำไม!!! ทาสคนอื่นมีให้เลือกเยอะแยะท่านถึงไม่เลือก มาเลือกผมทำไมมมม ท่านฮวนเจียก็ได้นิ ท่านน่าจะเหมาะจะไปกับท่านอ๋องกว่าผมอีกนะ! แล้วไงทีนี้ ผมได้แต่อึกอักทำอะไรไม่ถูก สายตานับหลายคู่มองมาทางผมคนเดียว แม้แต่ท่านอ๋องก็จ้องหน้าผมอยู่เหมือนกัน นี่มันวันบ้าอะไรของอังเปาคนนี้กัน!


“หือ ชางอังเปางั้นหรือ…” ท่านขุนนางพูดชื่อผมขึ้น ผมนี่ตัวแข็งไปแล้วเรียบร้อย


“ใช่ ข้าเลือกทาสผู้นั้นละ”


“แต่ว่าท่านอ๋อง ชางอังเปายังเด็กนัก เขาเพิ่งจะอายุเพียง 18 ปี ข้าเกรงว่า..” ดีมากครับท่านขุนนาง ท่านอย่ายอมให้ท่านอ๋องพาตัวผมไปนะ ท่านอย่ายอมมมมม


“ข้าจักดูแลทาสผู้นั้น แทนพวกเจ้าที่นี่เอง เจ้านะ เดินมาหาข้าได้หรือไม่?” ท่านอ๋องหันไปพูดตัดบทท่านขุนนาง ก่อนจะหันมาเรียกผมเสียงนิ่งๆ ผู้คนรอบข้างก็มองผมกันใหญ่ ชุนหมิงกระทุ้งศอกใส่ผมเป็นเชิงไล่ให้ผมออกไป ฮืออออออออ ผมต้องไปสินะ


     ผมลุกขึ้นยืนช้าๆ ทำไมผมต้องมาเจอเหตุการณ์อะไรแบบนี้ด้วยเนี่ย ผมเดินออกไปหาท่านอ๋อง ฝ่าผู้คนเดินออกไป อยากจะร้องไห้ปล่อยโฮจริงๆ ถ้าผมร้องจริงๆคงจะไม่มีใครด่าผมหรอกใช้ไหม ก็ผมยังเด็กอ่า ยิ่งเดินเข้าไปใกล้ท่านอ๋องมากเท่าไหร่ ขาของผมก็สั่นจนแทบจะก้าวขาไม่ออก หน้าผมเหมือนจะร้องไห้ออกมา ไม่มีใครคิดจะห้ามผมหน่อยหรอ T__T แบบ อังเปาไม่ไปได้ไหม อะไรแบบนี้ แต่ผมลืมไป นี่ท่าอ๋องนะ! ใครมันจะกล้ามาทำอะไรแบบนั้นกันเล่า!!!!


     ผมยังก้มหน้าก้มตาเดินเข้าไปหาท่าอ๋องอย่างเชื่องช้า (สั่นอยู่ไง) ด้วยความที่ผมเดินก้มหน้าเพื่อหลบสายตาทุกคน ทำให้ผมไม่ได้มองไปทางด้านหน้าเลยสักนิด อยู่ๆผมก็รู้สึกเหมือนตัวผมลอยขึ้น ผมร้องตะโกนตกใจทันที แล้วทำไมต้องอุ้มผมในท่าเจ้าสาวด้วยเนี่ย! อ๊ากกกกกกกก ผมหันไปมองคนอุ้มผมอย่างกับจะหาเรื่อง แต่ก็ต้องหัวหดลงเมื่อเห็นว่าคนที่อุ้มผมเป็นใคร ทำไมมมมกันนนนน ฮือออออ


“เดินช้าเยี่ยงเต่า หรือเจ้าเป็นเต่างั้นหรือ” ท่านอ๋องพูดถามเสียงเบาให้ผมได้ยินคนเดียว แล้วจำเป็นต้องก้มหน้ามากระซิบถามผมแบบนี้ไหม ตอบ!! ไม่จำเป็นเลยไง แต่เขาคืออ๋องอ่า ท่านฮ๋องไง จะใครละ ฮือออออ T______T


“ข้าน้อย ข้าน้อย คือข้า” มึงเป็นบ้าอะไรไอ้อังเปาาาาา ไอ้บ้าาาาาา จะติดอ่างทำไมเนี่ย!


“เจ้าอยากได้ผู้ใดไปอยู่เป็นเพื่อนเจ้าหรือไม่” ท่านอ๋องถาม ผมมองหน้าเขาเล็กน้อย ก่อนจะพึมพำชื่อออกไปเบาๆ


“อะ..เอ่อ เขาชื่อว่าชุนหมิงนะขอรับ..”


“ผู้ใดคือชุนหมิง” ท่านอ๋องผะหน้าถอยห่างจากผม ก่อนจะเงยหน้าถามหาชื่อที่ผมบอก ชุนหมิงเหมือนจะตกใจยืนขึ้นก้มหัวแสดงความเคารพอย่างมึนงง ฮืออออ เรามาเป็นผู้ร่วมชะตากรรมด้วยกันเถอะนะ ชุนหมิง!



++++++++++++++++++++++++++++++++++++++



นอกจากเรื่องเฮียพยัคฆ์ยังไม่จบ ค้างพี่หมอไว้ ยังจะมาเปิดเรื่องใหม่อีก!

อย่าว่าเขาเลยนะ เขาอยากจะลองแต่งแนวแบบนี้ดูบ้าง อยากแต่งแนวผ่อนคลาย ไม่เครียด (หรือเครียดวะ 5555)

นี่เข้าไปหาประวัติศาสตร์จีนกันเลยทีเดียว งงมาก คำพูดคำจาอาจจะแปลกๆก็ขออภัยด้วยนะคะ

เป็นแนวที่แต่งไปขำนายเอกมาก หัวสมองนี่ลื่นปื้ดๆเลย อิอิ

ความคิดเห็น