ชะโดตัวโต
facebook-icon

เชิญพบกับภาคต่อของ 'พี่คิณ - ณิริณ' 'พี่ภาคย์ - ไออุ่น' ในเรื่อง 'HATE ME: บงการรัก' เรื่องราวของภัทธิรา ลูกสาวคนเดียวของพี่คิณ - ณิริณ และเป็นน้องสาวฝาแฝดของพี่ภาคย์กับการที่จะต้องจำใจแต่งงานกับ 'คิริน' เพื่อแลกกับชีวิตของภิชญ์น้องชายของเธอ ***โหวต เม้น ให้กำลังใจกันด้วยนะคะ***

HATE EFFECTS: 18 ซับซ้อน 100% รีไรท์

ชื่อตอน : HATE EFFECTS: 18 ซับซ้อน 100% รีไรท์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.6k

ความคิดเห็น : 28

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ส.ค. 2560 10:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
HATE EFFECTS: 18 ซับซ้อน 100% รีไรท์
แบบอักษร

HATE EFFECTS: 18

ภากรนอนเงยหน้าโดยมีวาณิชาคอยปฐมพยาบาลอยู่ข้างๆ สาวน้อยใช้ผ้าห่อน้ำแข็งแล้วประคบลงบนจมูกของเขาเพื่อเป็นการห้ามเลือดกำเดาที่ไหลอยู่ในขณะนี้ "โอ้ยย เบาๆหน่อยสิ หน้าตาก็ดีแต่มือหนักเป็นบ้า" ชายหนุ่มเอามือลูบบริเวณที่เจ็บปวด



วาณิชากดผ้าห่อน้ำแข็งลงไปหนักตรงจมูกของเขา "สมน้ำหน้า อยากทำหื่นกามใส่ฉันดีนัก" เธอหัวเราะออกมาเล็กน้อย "อย่าคิดแม้แต่จะลวนลามฉันทางสายตา เดี๋ยวจะตบให้ฟันร่วงหมดปาก"



"ดุจริงดุจัง ไม่เซ็นใบฝึกงานให้เสียดีมั้ง!!? อูยยย จมูกฉันหักขึ้นมาล่ะจะว่ายังไง"



"ก็ไปเสริมสิ คลินิกดีๆซิลิโคนเกรดเอ เกรดบี เกรดซีก็มีถมเถไป มีเงินนี่นะ...ที่เกาหลีก็โอเค" ยัยตัวแสบไม่ได้ใส่ใจอะไร เมื่อดูว่าเลือดหยุดไหลแล้วเธอก็เก็บทุกอย่างกลับเข้าที่ "จะไม่เซ็นก็ตามใจ ฉันจะได้ไปหาที่ใหม่ อุ้ย!!"



วาณิชาเซล้มไปทับร่างแกร่งตามแรงดึงของเขา ภากรเอาทิชชู่อุดจมูกด้านที่มีเลือดแล้วมองร่างเล็กในอ้อมแขนนิ่งๆ "อยากให้เซ็นก็พูดเพราะๆก่อน"



"ข้อแลกเปลี่ยนเยอะจริง"



"ก็แน่สิ!! อย่างเธอมันต้องใช้เล่ห์เหลี่ยมแบบนี้นี่แหละถึงเอาอยู่ อึ้บ!" เขาดึงร่างเล็กให้นอนลงข้างๆ อีกคนนั้นขัดขืนเต็มแรงแต่ก็ถูกวงแขนของเขารัดตรึงเอาไว้ "อยู่นิ่งๆหน่อยสิ"



"อื้อ!! แล้วจะมากอดฉันไว้แบบนี้ทำไมเล่า อี๋!! ไอ้คนโรคจิต"



"ก็นอนเฉยๆสิ ถ้าดิ้นมากๆฉันยิ่งไวต่อความรู้สึกอยู่ด้วย" กระซิบข้างหูพลันทำให้หญิงสาวรู้สึกหวิวๆขึ้นมา เท่านั้นยังไม่พอ...ภากรยกขาขึ้นแล้วก่ายตัวเธอเอาไว้ "นอนซะนะเด็กน้อย"



"อื้อ" วาณิชาพยายามดิ้นเท่าไหร่ภากรก็ยิ่งรัดเธอแน่นมากขึ้นเท่านั้น สุดท้ายยัยตัวแสบก็เป็นฝ่ายพ่ายแพ้เพราะหมดแรงที่จะขัดขืน "เอาหน้าออกไปเดี๋ยวนี้!!!"



"อะๆ ไม่ดื้อสิจ๊ะเด็กน้อย ฟอด! หืม...ตัวหอมดีจัง หน้ามืดขึ้นมาก็อย่าโทษกันเลยนะ...ช่วงนี้พี่กระหายอยากกินเด็กอยู่ด้วย" ภากรหอมฟัดคนในอ้อมแขนจนหนำใจแต่ก็ไม่ยอมปล่อยง่ายๆ วาณิชานอนตัวแข็งทื่อสีหน้าแดงแปร๊ดเพราะทั้งโกรธ ทั้งเขิน ทั้งอาย ทุกอารมณ์มารวมอยู่ที่เธอในเวลานี้ "รู้อะไรไหมณิชา เธอน่ะทำให้ฉันเบื่อผู้หญิงคนอื่นๆหมดเลยนะ"



"ใคร...ใครจะไปรู้ล่ะ" เสียงใสพูดติดๆขัดๆแถมยังเมินหน้าหนีกลบเกลื่อนความรู้สึก



ภากรยิ้มบางๆแล้วใช้มือเขี่ยปอยผมของเธอ "ก็บอกอยู่นี่ไงเล่า นอนได้แล้วนะเด็กดี...พรุ่งนี้จะพาไปดูที่ฝึกงาน"



คืนนี้เป็นค่ำคืนที่แสนจะลำบากของวาณิชา คนชอบแกล้งไม่ยอมปล่อยให้เธอได้ขยับตัวเพราะรู้ว่าจะถูกซ้อมได้เมื่อเธอเป็นอิสระ ไหนๆก็ไหนๆแล้วก็ขอกอบโกยผลกำไรให้คุ้มก่อนที่จะถึงตอนเช้าเสียหน่อยเถิด ยิ่งแม่จอมดื้อยอมสงบนิ่งอยู่ในอ้อมแขนของเขาแล้วตอนนี้



######




ในขณะที่บ้านรัตนโยธินนั้นกำลังอบอวลไปด้วยกลิ่นไอแห่งความรัก โลกภายนอกก็ยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ... ญาดานั่งดื่มเพียงลำพังในผับหรูใจกลางเมือง ในหัวเธอนั้นคิดไปมากมายว่าอะไรที่ทำให้ภาคิณหมดความสนใจในตัวเธอและไปให้ความสำคัญกับผู้หญิงบ้านนอกไร้สกุลจนถึงขั้นแต่งงานด้วย และตอนนี้อะไรก็ไม่แย่เท่ากับว่าที่บ้านของเธอกำลังจะล้มลลาย รัฐมนตรีสกลผู้เป็นพ่อก็ถูกตรวจสอบเรื่องการทุจริตเงินของรัฐและธุรกิจของที่บ้านก็ดูท่าจะไปไม่รอด ที่อยู่ได้มาจนถึงตอนนี้ก็เพราะจำนวนหุ้นที่ภาคิณถืออยู่



"มานั่งคนเดียวแบบนี้ คิดถึงไอ้ภาคิณมันหรอ?" การันต์เดินเข้ามาทักทายตามประสาคนรู้จักกัน "อยากได้มันคืนไหมล่ะ?"



"จะทำอะไรได้ อึก เขาไม่สนใจคนอื่นนอกจากนังนั่น" ญาดายกแก้วเหล้าขึ้นดื่มราวกับน้ำเปล่า "แล้วนายล่ะ เกลียดอะไรพี่คิณนักหนา? หรือว่าเสียดายนังณิริณ"



การันต์ยกยิ้มมุมปาก "ก็เกลียดที่มันเหนือกว่าฉันไปทุกอย่างไง เธอก็รู้นี่ว่าฉันไม่ชอบให้ใครมันมาเกินหน้าเกินตาฉัน" ชายหนุ่มค่อยๆนั่งลงข้างๆ "และก็เกลียดที่มันได้ณิริณไปก่อนฉันด้วยยังไงล่ะ สดๆ ใสๆ แบบนั้นคงจะติดใจน่าดู"



ญาดาวางแก้วในมือลงแล้วแสยะยิ้มร้ายกาจ "นังนั่นทำบุญมาด้วยอะไรนะถึงมีแต่คนรุมล้อม หัวนอนปลายเท้าก็ไม่มี...ได้ข่าวว่านายเองก็กอบโกยผลประโยชน์จากบริษัทพี่คิณไปเยอะแล้วนี่ ยังคิดจะแยกผัวแยกเมียเขาอีกหรือไง?"



"เธอเองก็อยากแยกไม่ใช่หรอ? ฉันดูออกนะญาดา...ถ้าสำเร็จฉันจะไว้ชีวิตไอ้ภาคิณให้เธอสมหวังก็ได้แค่ส่งณิริณมาให้ฉันปู้ยี้ปู้ยำเล่นก็พอ"



ตอนแรกก็จะถอดใจแต่เมื่อการันต์เสนอมาแบบนี้มีหรือที่เธอจะไม่สนอง หนทางที่จะกำจัดมารหัวใจไปให้พ้นทางเริ่มส่องสว่างขึ้นมาตรงหน้าและเธอก็จะได้รักษาธุรกิจของครอบครัวด้วยการยืมมือภาคิณเข้ามาช่วย แผนการครั้งนี้มีแต่ได้กับได้เท่านั้น



วันต่อมา...



บ้านรัตนโยธิน...



ภาคิณตื่นนอนในยามเช้าในท่าที่สวมกอดภรรยาของเขาเฉกเช่นเมื่อคืนที่ผ่านมา เขาค่อยๆใช้มือแตะเบาที่หน้าผากของเธอเพื่อตรวจดูอาการไข้ที่เหมือนจะทุเลาลงไปบ้างแล้ว ร่างสูงขยับตัวให้เงียบที่สุดแล้วเดินออกจากห้องลงไปในครัวชั้นล่าง



"ทำไมวันนี้พี่กรตื่นเช้าจัง แล้ว...จมูกไปโดนอะไรมา" เจอหน้าพี่ชายกับน้องเมียที่เหมือนจะเริ่มก่อสงครามกันอีกแล้วก็ถามด้วยความแปลกใจ นอกจากดวงตาที่เขียวช้ำของภากรแล้วตรงจมูกของพี่ชายเขาก็มีอาการบวมจนเห็นได้ชัด "ไม่ต้องตอบผมก็ได้ พอจะเดาออกแล้ว"



"เออ พูดมากไม่ได้แม่งแสบไปหมด" ภากรใช้สายตามองไปยังตัวต้นเหตุที่ทำให้เขาต้องมีสภาพเช่นนี้ "วันนี้ฉันไม่เข้าประชุมนะ จะพายัยเด็กเถื่อนไปดูสถานที่ฝึกงาน"



"ก็ไม่ได้ว่าอะไร?" ภาคิณไหวไหล่เล็กน้อย "ณิชา...ก่อนกลับฉันวานซื้อดอกไม้ที่ณิริณชอบมาสักสองสามช่อ จัดใส่แจกันในห้องให้ด้วยเลยก็แล้วกัน"



"ได้ค่ะ" วาณิชารับเงินจากภาคิณมาแล้วจึงรับปากเป็นแม่นมั่น จากนั้นจึงแยกตัวออกไปช่วยนาตยาในครัว



ภากรตบที่นั่งข้างๆเป็นการเชิญชวนน้องชายของเขา "เรื่องอาภูชิต เทวินทร์ได้หลักฐานการโอนเงินเป็นบัญชีของหน้าม้าแล้วแกจะทำยังไงต่อ"



ภาคิณยิ้มเล็กน้อย "ของอาภูชิตค่อยๆทำไป แต่สิ้นเดือนนี้เราต้องตัดแขนขาทั้งอาภูชิตและไอ้การันต์ออกเสียก่อน อีกไม่นานเราก็จะได้เข้าใกล้ตัวการที่มันสั่งฆ่าพ่อจริงๆสักที"


ต่อนะ>>>>


ช่วงสายของวันที่ดูเหมือนจะเงียบสงบ เพราะในบ้านนั้นเหลือเพียงแค่คนป่วยและสาวใช้น้อยใหญ่เพียงไม่กี่คน วาณิริณโทรเช็คความเรียบร้อยภายในบริษัทของเธอเพราะรู้ตัวว่าคงจะไม่ได้ไปทำงานอีกหลายวัน ร่างอรชรพยุงตัวเองจัดการธุระส่วนตัวแบบเส็จสรรพแล้วออกจากห้องนอนลงไปยังชั้นล่างอย่างทุลักทุเล



"อ้าวคุณณิริณ ตื่นแล้วหรอคะ?" ป้าสมใจ...คนเก่าคนแก่ของบ้านหลังนี้เอ่ยทักทายขึ้น หญิงสูงวัยรีบเดินมาช่วยคนที่ค่อยๆเกาะราวบันไดเดินลงมา "น่าจะพักอีกสักหน่อยนะคะ เป็นอะไรอีกขึ้นมาเดี๋ยวคุณคิณก็อาละวาดพวกลูกจ้างกันพอดี"



"ดีขึ้นมากแล้วล่ะค่ะ อยู่แต่ในห้องเลยรู้สึกเบื่อๆ" น้ำเสียงแหบนิดๆตอบกลับไป "แล้ว...ทุกคนไปไหนกันหมดล่ะคะ?"



"คุณผู้หญิงไปวัดค่ะ ส่วนคุณกรกับคุณคิณไปทำงาน...เห็นว่าจะพาคุณณิชาไปดูที่ฝึกงานด้วยล่ะค่ะ"



"ไม่มีเรื่องวุ่นวายใช่ไหมคะ?"



สมใจส่ายหัวพร้อมหัวเราะเบาๆ "ยิ่งกว่าสงครามลงอีกค่ะ ป้าก็เพิ่งเคยเห็นผู้หญิงที่ทำให้คุณกรแพ้ราบคาบก็คราวนี้แหละค่ะ" หญิงสูงวัยพาวาณิริณส่งถึงโต๊ะอาหารเป็นที่เรียบร้อย "รอสักครู่นะคะ"



"ขอบคุณค่ะ" อันที่จริงเธอรู้สึกเกรงใจคนเก่าคนแก่ของบ้านหลังนี้มาก แต่เพราะในยามนี้ยังทำอะไรไม่ค่อยถนัดก็เท่านั้นเอง หลังจากมื้อเช้าของเธอผ่านพ้นไปก็มานั่งสะสางงานที่ค้างอยู่ให้เสร็จสิ้นไปเสียจะได้ไม่ติดขัดอะไร...และในระหว่างนั้นเอง


ติ๊ง ติ๊งๆ ๆ !!!


เสียงข้อความดังขึ้นถี่ๆคล้ายกับว่าเรียกร้องความสนใจอยู่ วาณิริณเอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมาแล้วเปิดดูก็ต้องชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นเนื้อความด้านใน เป็นรูปภาพสมัยอดีตของสามีของเธอที่ถูกส่งมานับสิบรูปแถมผู้หญิงนั้นไม่มีซ้ำกันเลยสักคน ซึ่งเธอเฉยชากับเรื่องพวกนี้ไปเสียแล้ว...หญิงสาวเลือกที่จะไม่ตอบกลับและบล็อคผู้ใช้รายนั้นไปแล้วตั้งค่าส่วนตัวทันที


"เฮ่อ...เมื่อไหร่จะหลุดพ้นจากเรื่องพวกนี้สักทีนะ"


อยากจะได้ชีวิตที่แสนสงบสุขก่อนหน้านี้คืนมาจริงๆ แต่จะให้ทำอย่างไรได้ในเมื่อทุกอย่างได้ถูกกำหนดออกมาให้เป็นเช่นนี้แล้ววาณิริณจึงต้องทนที่จะเจอปัญหาในหลายๆอย่างอย่างที่เป็น


#####


ด้านภาคิณที่ยังคงยืนหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่ในห้องทำงานเนื่องจากทำบางสิ่งพลาดไปเล็กน้อย วิวัฒน์ที่เข้ามารายงานผลจากการไปไกล่เกลี่ยกับลูกค้ารายใหญ่ของบริษัทก้ได้ผลสรุปว่าจะไม่มีการฟ้องร้องกันแต่อย่างใด แต่ว่าจะต้องจ่ายค่าเสียหายจำนวนมหาศาลเลยทีเดียว...และมีแค่วิธีนี้เท่านั้นที่จะรักษาลูกค้ารายสำคัญเอาไว้ได้


"ผมทำได้ดีที่สุดก็เท่านี้แหละครับ" วิวัฒน์ก้มหน้าไม่กล้าสบตา เพราะถ้าหากภาคิณนิ่งไปแบบนี้เดาได้เลยว่าอีกไม่นานทุกอย่างได้พังเละเทะเป็นแน่


"ก็ยังดี!" ภาคิณตอบสั้นๆ ก่อนจะหยิบซองสีน้ำตาลส่งให้ "เปิดสิ"


น้ำเสียงเย็นเยียบจนวิวัฒน์ยอมทำตามอย่างง่ายดาย มือล้วงเข้าไปหยิบสิ่งที่อยู่ด้านในออกมาก็ต้องหน้าซีดเผือด...ในนั้นเป็นภาพที่คนของภากรส่งมาเพื่อไว้ใช้เป็นหลักฐานมัดตัวคนผิด และภาคิณยังเปิดภาพเคลื่อนไหวผ่านจอโทรทัศน์บริเวณโกดังร้างใกล้ๆกับโรงงานผลิตอะไหล่ที่แสดงให้เห็นว่าวิวัฒน์เป็นคนสับเปลี่ยนนำของปลอมมาส่งขายให้กับลูกค้าของบริษัท


"มีอะไรจะแก้ตัวไหม?" กดเสียงต่ำลงข่มอีกฝ่ายให้ถึงที่สุด 


"คุณ คุณคิณ...คือผม" วิวัฒน์ตัวสั่นแล้วลุกขึ้นก่อนจะค่อยๆขยับมือไปด้านหลัง "มันไม่ใช่แบบที่เห็นนะครับ ผมอธิบายได้"



"ก็รอฟังอยู่ รีบๆพูดสิ" เมื่อเห็นว่าเป้าหมายหมดสิ้นหนทางที่จะเอาตัวรอดก็เหยียดยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ "หรือว่า...ไม่มีอะไรจะพูด"



แกร็กๆ 


หมับ !! ผัวะๆ !!



"อ้ากก อั่ก!!" วิวัฒน์ชักปืนที่พกมาหมายจะยิงคนตรงหน้าแต่ก็ช้าไปกว่าประสาทสัมผัสของอีกคนแล้วถูกชกเข้าที่จมูกจนรู้สึกมึนและเซไปด้านหลัง


ปึง!!!


กึก !!


ภาคิณก้าวไวๆแล้วดัดแขนของอีกฝ่ายแทบจะหมุนเป็นเกลียวจนปืนกระบอกเล็กหลุดออกจากมือ วิวัฒน์ใบหน้าเหยเกด้วยความเจ็บปวดก่อนจะถูกภาคิณดันร่างกระแทกจนล้มลงไปนอนกับพื้น


"เกิดอะไรขึ้นครับคุณคิณ" เทวินทร์ที่ได้ยินเสียงโครมครามดังขึ้นก็รีบเข้ามาดูเจ้านายของตน


ภาคิณส่ายหัวเล็กน้อย เขาจิกผมอีกคนให้เงยหน้าขึ้น "หึ! กูในตอนนี้กับเมื่อสามปีก่อนมันแตกต่างกันเยอะ บอกมาว่านอกจากอาภูชิตและไอ้การันต์แล้วยังมีใครให้ความร่วมมือกับมึงอีกบ้าง"


"ให้ตายกูก็ไม่บอกหรอก อ้ากกก" แรงบีบที่เพิ่มขึ้นจนกระดูกลั่นหลายครั้ง "อึก เอาสิ! มึงจับกูส่งตำรวจเลยก็ได้ อย่าคิดว่ากูไม่รู้นะว่ามึงกำลังรื้อคดีพ่อโง่ๆของมึงขึ้นมาใหม่ ไม่สมหวังหรอกเว้ย!! ฮ่าๆ ฮ่าๆ อั่ก!!"


"ไอ้สารเลว !!" ภาคิณพลิกร่างคนที่นอนอยู่ให้หันมาเผชิญหน้ากันแล้วต่อยเข้าไปที่ใบหน้าของวิวัฒน์ด้วยความโกรธ 


เทวินทร์ที่ยืนดูอยู่ก็เดินเข้ามาห้ามเจ้านายของเขาเอาไว้ เพราะวิวัฒน์นั้นแน่นิ่งไปแล้ว "พอเถอะครับ เดี๋ยวจะตายก่อนพอดี"


ตุบ !!


"เอามันไปส่งให้ตำรวจพร้อมหลักฐานทั้งหมด และถ้าไม่ใช่พี่กรก็อย่าให้ใครรู้เรื่องนี้เด็ดขาด" ออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครืออันเกิดจากความคับแค้นภายในใจ "บอกคนของเราให้เตรียมตัวให้พร้อม หลังจากนี้คงไม่ได้พักกันอีกยาว"


"ครับ !!"


เทวินทร์รับคำแล้วนำลูกน้องเข้ามาสี่คนเพื่อช่วยกันพาร่างของวิวัฒน์ออกไปยังประตูลับอย่างเงียบๆ ภาคิณทรุดตัวลงกับโซฟาแล้วหายใจเหนื่อยๆออกมา สักพักก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น วาณิชาค่อยๆเปิดประตูเดินเข้ามาหาด้วยท่าทีที่มีคำถาม


"คือเรื่องดอกไม้น่ะค่ะ ให้ซื้ออะไรก็ได้หรอคะ? ณิชาไม่รู้ว่าพี่ณิริณชอบดอกไม้อะไรกันแน่...พี่คิณพอจะบอกหน่อยได้ไหมคะว่าดอกอะไร? สีแบบไหน? จะได้ซื้อถูก"


ชายหนุ่มปรับสีหน้าให้นิ่งแล้วยิ้มออกมา "นี่เธอไม่รู้จริงๆหรอณิชา" สาวน้อยพยักหน้าให้คำตอบ โดยปกติแล้ววาณิชาก็เห็นว่าใครให้อะไรพี่สาวเธอก็รับไว้หมด ภาคิณหัวเราะเล็กน้อย"เป็นน้องสาวประสาอะไรเนี่ย หืม!? ที่ฉันบอกว่าให้ซื้อดอกไม้ที่ณิริณชอบก็เพราะว่าไม่มีอะไรที่ณิริณไม่ชอบ ไม่ว่าเธอจะซื้อดอกไม้อะไร? สีไหน? พี่สาวเธอก็ชอบทั้งนั้นแหละขอแค่ทำให้รู้สึกดีก็พอ"


#####



พอได้ยินคำตอบของอีกฝ่ายวาณิชาก็อึ้งไปเล็กน้อย ในใจทั้งยังนึกอิจฉาที่แย่งพี่สาวสุดที่รักไปจากเธอแถมยังรู้ในสิ่งที่เธอไม่รู้เสียอีก "ที่ถามก็เพราะณิชาอยากทดสอบพี่คิณต่างหากว่าจะรู้จริงหรือเปล่า ถือว่าสอบผ่านค่ะ" ภาคิณหลุดหัวเราะออกมากับท่าทีที่พยายามกลบเกลื่อนของสาวน้อยตรงหน้า ถึงจะชอบที่เขาดูแลพี่สาวเธอดีแค่ไหนแต่ความหมั่นไส้ก็บังเกิดขึ้นด้วยเช่นกัน "หัวเราะอะไรคะ? ที่พี่ณิริณป่วยก็เพราะพี่คิณนั่นแหละ"



"อิจฉาฉันหรือไง?" เป็นคำถามที่จี้ใจดำเป็นที่สุด "ฉันยอมรับว่าค่อนข้างจะโรคจิตที่แอบสะกดณิริณเป็นเดือนๆ ถึงได้รู้อะไรหลายๆอย่างที่เธอเธอไม่ค่อยได้เห็น แล้วนี่ดูที่จะต้องไปฝึกงานเรียบร้อยแล้วล่ะสิ?"



"ค่ะ กำลังจะกลับแต่ว่ารอไอ้ เอ้ย พี่...พี่กรคุยธุระก่อน" วาณิชาพยายามสำรวมกิริยาและข่มอารมณ์ตัวเองเอาไว้ เพราะก่อนหน้านี้เธอถูกภากรเดินโอบเอวไปทั่วบริษัทจนสร้างเรื่องกล่าวขวัญไปทั่ว เวลานั้นนึกอยากจะชกให้ตาปูดอีกข้างโชว์พนักงานที่นี่เสียจริง "งั้นณิชาไปรอที่โชว์รูมดีกว่าค่ะ ไม่กวนเวลาของพี่คิณแล้ว"



ภาคิณพยักหน้าเบาๆจากนั้นวาณิชาก็เดินอกจากห้องนี้ไป ร่างสูงโทรเช็คความเรียบร้อยจากเลขาส่วนตัวก่อนจะมุ่งหน้าตามไปยังสำนักงานตำรวจเพื่อจัดการเรื่องของวิวัฒน์ให้เรียบร้อยตามแผนที่เขาวางเอาไว้ก่อนที่จะกลับบ้าน แม้ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะเปิดทางให้เขาสะสางสิ่งที่เปรียบเสมือนเนื้อร้ายในชีวิตออกไปได้ทีละนิดแต่ก็ยังคงวางใจอะไรไม่ได้ ศัตรูรอบด้านนั้นมีเยอะพอที่อาจจะพลาดท่าเข้าสักวัน



บ้านรัตนโยธิน...



ภาคิณกลับมาถึงก็รีบตรงขึ้นไปยังห้องนอนของตนแต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อไม่เห็นร่างของภรรยาสาวอยู่ในนี้ ค้นหาทั้งในห้องน้ำและตามที่ต่างๆแล้วก็ไม่มี ร่างกายยังไม่แข็งแรงดีแท้ๆทำไมถึงดื้อดึงยิ่งนัก ร่างสูงเดินตรงออกมายังระเบียงห้องเพื่อสอดส่องดูอีกครั้งก็เห็นวาณิริณกำลังนั่งทำอะไรบางอย่างอยู่ในบริเวณสวน



"อุ้ย !!!" หญิงสาวที่ใช้สมาธิในการถักหมวกไหมพรมจนไม่ทันได้รู้ตัวก็อุทานออกมาด้วยความตกใจ ภาคิณจู่โจมเธอจากด้านหลังก็กดจูบเบาๆบนแก้มนิ่ม "ยังไม่ถึงเวลาเลิกงานนี่คะ ทำไมถึงกลับมาไวจัง?"



"ก็เป็นห่วงเมียพี่ว่าเป็นยังไงบ้าง เจอคำพูดเย็นชาแบบนี้มันน่าน้อยใจจริงๆ" แม้จะตัดพ้อแต่ก็ยังไม่หยุดคลอเคลีย "ยังไม่หายดีทำไมถึงออกมาตากแดดตากลมแบบนี้ล่ะครับ หืม?"



"อยู่แต่ในห้องมันรู้สึกเบื่อๆค่ะ" พูดโดยไม่ได้หันไปหาเขาเลยสักนิด วาณิริณยังคงก้มหน้าก้มตาถักหมวกไหมพรมนั่นต่อไปจนผู้เป็นสามีอดสงสัยไม่ได้



"ถักไปให้ใคร?" หวังว่าคำตอบจะตรงแบบที่ใจหวัง แต่มันกลับต้องพังทะลายลงไป



"ให้ณิชาค่ะ ใกล้วันเกิดน้องแล้วเห็นบ่นๆว่าอยากจะไปเที่ยวทางเหนือช่วงปลายปีนี้" รอยยิ้มอันแสนอบอุ่นผุดขึ้นมาจากใบหน้าของเธอ "เลยถักหมวกไว้ให้ค่ะ เผื่อณิชาจะได้เอาไปใช้"



สุดท้ายแล้วคนที่ต้องรู้สึกว่าอิจฉากลับเป็นเขาเสียเองที่หญิงสาวตรงหน้าดูเหมือนจะให้ความสำคัญกับน้องสาวของเธอมากกว่า ภาคิณยืนดูอยู่สักพักก็เห็นภรรยาคนสวยเก็บสิ่งของในมือลงกล่องขนาดพอดีมือที่วางอยู่ข้างๆ "เสร็จแล้วหรอ?"



วาณิริณส่ายหัว "ไว้มาต่อวันอื่นก็ได้ค่ะ ว้ายยย" พยายามจะดันตัวเองให้ยืนขึ้นแต่กลับเซจะล้มไปเสียดื้อๆ โชคยังดีที่ภาคิณไวพอจะคว้าร่างของเธอเอาไว้ได้ก่อนจะถึงพื้น



เขาช้อนตัวเธอขึ้นอุ้มแม้ว่าอีกคนจะปฏิเสธก็ตาม "เห็นๆอยู่ว่าเดินไม่ไหว ดื้อแบบนี้มันน่าจับทำโทษทุกวันจริงๆ"



วาณิริณหลุบตาลงอย่างอายๆ ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าเขาหมายความว่าอย่าไรกับการทำโทษเธอแบบที่ว่า ท้ายที่สุดแล้วก็ต้องปล่อยให้ภาคิณได้เอาแต่ใจอุ้มร่างอรชรกลับไปยังห้องนอนบนชั้นสอง พอถูกวางลงบนที่นอนได้ก็ถูกพันธนาการด้วยร่างแกร่งของเขาข้าวของที่เธอถืออยู่ก็ถูกผลักออกไปจนพ้นสายตา



"แบบนี้อีกแล้วนะคะ ถ้าทำ....เรื่องที่ขอเอาไว้ก็จะไม่ช่วย" เธอขู่เพื่อหวังว่าอีกคนจะยอมปล่อย



ตรงกันข้าม...ภาคิณหยักยิ้มเล็กน้อยแล้วฟุบลงทับร่างของเธอ "เห็นว่าพี่ยอมก็เอาใหญ่เชียวนะ" เสียงทุ้มกระซิบเบาๆข้างใบหู "สงสัยต้องกลับไปใช้นิสัยเดิมซะแล้ว"



"..." ไร้เสียงตอบรับใดๆจากคนที่อยู่ใต้ร่าง



ภาคิณเงยหน้าแล้วยกมือขึ้นลูบผมของเธอด้วยความรู้สึกรักใคร่ "ถ้าณิริณไม่ช่วยก็คงไม่มีใครทำได้แล้วล่ะ"



"งั้นบอกหน่อยได้ไหมคะว่าทำไมถึงอยากให้ณิริณไปตีสนิทกับอาภูชิต พี่คิณ...มีเรื่องอะไรหนักใจอยู่หรอคะ?"



เขาได้แต่ยิ้มบางๆ แค่ดึงเธอเข้ามาข้องเกี่ยวด้วยเล็กน้อยก็ทำให้รู้สึกกังวลเป็นอย่างมากทั้งๆที่ไม่ต้องการเช่นนี้เลยด้วยซ้ำ แต่จุดอ่อนของภูชิตหรือบรรดาเฒ่าหัวงูทั้งหลายก็คือผู้หญิงนี่แหละ...และมันก็เป็นทางเดียวที่จะทำให้เขาเข้าใกล้หลักฐานที่จะใช้มัดตัวอาแท้ๆได้ แต่ก็จะไม่ปล่อยให้เธอคลาดสายตาเช่นกัน "เรื่องมันซับซ้อนเกินกว่าที่พี่จะอธิบายได้ เอาเป็นว่าพี่กำลังสงสัยว่าอาฉ้อโกงบริษัทอยู่"



พูดจบก็กดจูบแผ่วเบาลงบนริมฝีปากอิ่ม จูบซับขบเม้มเบาๆอย่างทะนุถนอมซึ่งเธอเองก็ไม่ได้คิดห้ามแต่อย่างใด เผลอตัวเผลอใจไปตามอารมณ์ที่เขากำลังมอบให้ในเวลานี้ แขนเรียวยกขึ้นโอบต้นคอหนาเอาไว้ ไออุ่นจากพิษไข้สื่อผ่านทางลมหายใจได้อย่างชัดเจน



"ให้พี่ถอนพิษไข้ให้ณิริณดีไหม?"



"ไม่ ไม่เป็นไรค่ะ อื้อ พี่คิณ...หายใจไม่ออก" ภาคิณไม่ได้ใส่ใจคำคัดค้านของเธอเลยแม้แต่น้อย คนตัวสูงซุกไซ้สูดดมซอกคอขาวเท่าไหร่ก็ไม่หนำใจเสียที มิหนำซ้ำยังดูดกลืนเสียงหวานของคนป่วยไม่ยอมให้พูดห้ามเขาอีก



แกร๊กๆ



"พี่คิณให้ซื้อดอกไม้จัดแจกันให้ พี่ณิริณจะให้เอาวางไว้ตรงไหนดีคะ? ว้ายยย" ดอกกุหลาบสีชมพูหวานพุ่มใหญ่ในแจกันที่ถืออยู่แทบจะร่วงออกจากมือของวาณิชา ตาใสมองเห็นคนเอาแต่ใจกำลังเสพสุขจากร่างของพี่สาวเธอก็นึกขุ่นเคืองขึ้นมา "บอกว่าอย่าทำรุนแรงกับพี่สาวของณิชาไง!!"



ภาคิณกดจูบหนักๆบนกลีบปากนุ่มที่เขาแสนรักก่อนจะถอนออก เขาเหลือบมองสาวน้อยที่หน้าประตูอย่างไม่สบอารมณ์เช่นกัน "รุนแรงที่ไหนกัน...มานึกหวงพี่สาวอะไรตอนนี้ จะให้ฉันย้ำสถานะให้เธอดูเอาไหม?" ร่างสูงหยัดกายขึ้นนั่งข้างๆเตียงพร้อมๆกับวาณิริณ "เอามาไว้ที่โต๊ะเล็กข้างนี้แล้วก็ออกไปได้แล้ว"



วาณิชาเดินเอาแจกันในมือมาวางไว้ตามที่เขาบอก อันที่จริงก็ไม่ได้หวงอะไรก็แค่เป็นห่วงเฉยๆ ผู้เป็นพี่สาวได้แต่ส่งยิ้มบางๆบอกเป็นนัยว่าไม่ต้องห่วงเธอ "ออกไปก็ได้ค่ะ แต่พรุ่งนี้ขอเป็นโอนิสึกะของแท้หนึ่งคู่นะคะ"



"ณิชา !!" 



พอเห็นท่าทีของพี่สาว ยัยตัวแสบก็ชิงบอกลาเสียดื้อๆ "ไปดีกว่า...เดี๋ยวณิริณดุอีก"



"หึ! รอรับของก็แล้วกัน" ข้อแลกเปลี่ยนเล็กน้อยมีหรือที่คนอย่างภาคิณจะให้ไม่ได้ถ้าจะทำให้ไม่มีใครมาขวางหูขวางตาเวลาที่ต้องการอยู่กับวาณิริณ น้องสาวจอมแสบของเธอออกไปแล้ว...ชายหนุ่มจึงยืดตัวไปจัดแจกันให้เข้าที่เข้าทางอย่างสวยงาม



"ไม่ได้ชอบกุหลาบสักหน่อย" หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา 



"เหอะ! สมกับเป็นพี่น้องกันจริงๆ เฉไฉในเรื่องที่ไม่ตรงกับใจ" นัยน์ตาคมมองภรรยาของเขา "มีใครส่งอะไรแปลกๆมาอีกหรือเปล่า?"



"มีค่ะ ก็เรื่องเดิมๆ ณิริณไม่ใส่ใจหรอก" 



สองมือโอบประคองใบหน้าสวยหวานให้หันตรงมาทางเขา "พี่รู้ว่าอดีตมันอาจจะทำให้ณิริณไม่ชอบ แต่ตอนนี้พี่รักณิริณและพี่ก็อยากรู้ว่า..."



"เกลียดค่ะ!" คำตอบนี้ทำให้เขาหน้าชาและใจสั่นวูบ มือเรียวยกขึ้นมาทาบทับมือของเขาที่ประคองใบหน้าของเธออยู่ "ในตอนแรก...ตอนนี้ไม่รู้เหมือนกันค่ะ มันรู้สึกแปลกๆ อย่างที่พี่คิณบอกว่ามันซับซ้อนจนอธิบายไม่ได้ ไม่เคย...รู้สึกแบบนี้กับใครมาก่อนเลยไม่รู้ว่าคืออะไร" วาณิริณรู้สึกร้อนผ่าวๆบนใบหน้าคล้ายกับเลือดในกายกำลังสูบฉีด



อีกคนที่หัวใจกำลังเหี่ยวเฉาก็เหมือนได้น้ำทิพย์มาชะโลมให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง เพียงเท่านี้ก่อนก็ได้ภาคิณไม่รีบ...ให้วาณิริณได้ใช้เวลาคิดทบทวนความรู้สึกของเธอเองและต่อให้นานแค่ไหนก็รอได้ อย่างไรเสีย...เขาก็เป็นเจ้าของเธอทั้งกายและใจเพียงผู้เดียว

___________100%________

ไรท์นอนไม่หลับ ฮ่าๆๆๆ

ธันวลัยปรับระบบกล่องเขียนอีกแว้วว ไรท์ขอศึกษาแป๊บๆนะ มันเพี้ยนจากที่จัดไว้ ฮ่าๆ

ไรท์อัพตั้งแต่เมื่อคืนแล้วแต่ไรท์ไปกดซ่อนสถานะ ไรท์ขออภัยฮือๆๆๆๆๆ

เจอกันตอนต่อไปน้าาา

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น