-[TAKE]-

รักเทค ก็อย่าทิ้งกันน้าาา อยู่กับเทคนานๆ แค่เข้ามาอ่านก็ดีใจแล้ววว

ชื่อตอน : ราตรีที่ 16

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 34.2k

ความคิดเห็น : 142

ปรับปรุงล่าสุด : 06 เม.ย. 2560 23:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 200
× 0
× 0
แชร์ :
ราตรีที่ 16
แบบอักษร

16

การเดินทางสู่เมืองหลวงต้าฉี จำเป็นต้องใช้เวลาอยู่หลายวันกว่าจะถึงที่หมาย หนิงลี่ยังคงอยู่ในอ้อมแขนของผู้เป็นสวามี ซ่งจินเหลียงไม่ปล่อยให้หนิงลี่ได้เป็นอิสระตลอดระยะการเดินทางที่ไกลสิบกว่าลี้ อีกไม่นานก็จะถึงชายแดนแคว้นฉิน ด้วยสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย เกิดพายุที่มาจากทางด้านใต้ ซ่งจินเหลียงให้ขบวนกองหยุดพักเพื่อเตรียมตัวในการเดินทางหนักที่จะเกิดขึ้นในวันพรุ่ง

ด้านนอกฝนตกหนัก ฝนสาดกระหน่ำจนกระโจมพัด เหล่าทหารอารักขาต่างวิ่งให้วุ่นเพื่อดับไฟและกัดน้ำไม่ให้ไหลเข้าไปในกระโจมที่พัก

หนิงลี่มองความวุ่นวายผ่านม่านที่แยกออก นึกถึงคืนวันเก่าที่หวนคิดถึง เมื่อครั้งที่จัดกองทัพอยู่สนามรบ มีหลายครั้งที่เกิดพายุโหมกระหน่ำแบบนี้ ครั้งนั้นหนิงลี่กับจิ่นสือต่างพากันวิ่งอย่างโกลาหล เนื้อตัวเปราะเปื้อนดินและโคลน พอนึกถึงหน้าสหายสนิทก็อดคำเสียมิได้

“ฝ่าบาท!” หนิงลี่เงยหน้ามองคนซ้อนอยู่ด้านหลัง

ซ่งจินเหลียงเดินมาสวมกอดอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว ใบหน้าเห่อร้อนพยายามผลักดันให้อีกฝ่ายออกห่าง ซ่งจินเหลียงจับอุ้มพระสนมที่ดื้อดึงมาไว้ในอ้อมแขน

กระโจมใหญ่ถูกจัดตั้งให้อยู่ห่างจากตรงที่มีน้ำไหลผ่านมาก หนิงลี่ลืมไปเสียสนิทว่าซ่งจินเหลียงก็ได้อยู่กระโจมเดียวกับตน

“ฝ่าบาท ข้าไม่ได้เจ็บขา ไม่ได้สะดุดอะไรล้ม”

“เจ้าไม่ได้เจ็บขา ไม่ได้สะดุดอะไรจนล้ม แต่ข้าอยากอุ้มเจ้า”

“ปล่อยเถิด ท่านไม่อายฟ้าไม่อายดินงั้นรึ”

“เหตุใดต้องอายฟ้าอายดินกันเล่า ด้วยฐานะแล้ว ข้ากับเจ้าคือผัวเมียที่พร้อมกินอยู่”

“ฝ่าบาท!”

ผัวเมียงั้นรึ! ท่านช่างพูดคำนี้ได้อย่างไม่อายปาก

ซ่งจินเหลียงที่ฝึกวรยุทธ์มาหลายปีย่อมมีกำลังต่างจากหนิงลี่ที่ไม่เป็นวรยุทธ์ ฮ่องเต้แคว้นฉินนึกขำให้กับท่าทีของพระสนม

“พระสนม ข้ามิได้ทำอะไรเจ้า ใยหน้าเจ้าถึงได้แดงเช่นนี้”

“ฝ่าบาท ปล่อยเถิด”

“ข้ามิแกล้งเจ้าแล้ว” ซ่งจินเหลียงยอมที่จะปล่อยแต่โดยดี ผลันเปลี่ยนเป็นโอบประคองจากทางด้านหลัง ฝ่ามือแกร่งประสานกักกันให้พระสนมผู้ดื้ดึงให้อยู่ในอ้อมแขนดั่งเฉดเช่นอยู่บนหลังอาญาตัวใหญ่

ท่ามกลางพายุที่โหมกระหน่ำคละเคล้ากับเสียงหัวของสองดวง หนิงลี่ไม่อาจปฎิเสธอ้อมแขนนั้นได้ ดวงตาขวดเขินเปลี่ยนทิศมองไปยังเบื้องหน้าผ่านรอยแยก ผ่านไปจนถึงสายฝนที่กำลังโปรยปราย ครั้งนี้นับว่าฟ้าเป็นใจหรือไม่ หนิงลี่ไม่อาจรู้

แล้วหัวใจที่เต้นกระหน่ำนี่เล่า มันหมายความเช่นไร

“ข้าขอกอดเจ้าอีกสักเดี๋ยว” ซ่งจินเหลียงซุกหน้าลงบนหัวไหล่ กลิ่นหอมอ่อนจากร่างพนระสนมคู่ใจยิ่งทำให้ไม่อยากปล่อย

หนิงลี่ยอมโอนอ่อนแต่โดยดี

“ข้าอยากให้เจ้ามีรอยเปื้อนแดงเหมือนเดิมนัก สายตาของเหล่าอำมาตย์และทหารที่มองเจ้า ข้าไม่พอใจจนอยากควักลูกตาทิ้งให้รู้แล้วรู้รอด เจ้าทำให้ข้าหวงเจ้ายิ่งกว่าเดิมจนข้า…ควบคุมตัวเองแทบไม่อยู่” ความในใจถูกระบายอย่างอัดอั้น

สำหรับซ่งจินเหลียงแล้ว…หนิงลี่เป็นเพียงบรุษผู้เดียวที่เขาหวงแหนมากกว่าพระสนมงามนับร้อย

“ฝ่าบาททรงตรัสเกินไป”

“อาลี่ หัวใจของข้าเจ้าได้ยินหรือไม่”

คนถูกสวมกอดรับรู้ถึงแรงกระตุกเบาๆ ที่ด้านหลัง หัวใจของซ่งจินเหลียงสั่นไหวไม่แพ้กับของตน หนิงลี่สั่นไหวให้กับความอ่อนโยนของซ่งจินเหลียง คละเคล้ากับเสียงสายฝนที่อยู่ด้านนอก ยามที่ได้อยู่ในวงแขนกว้างความรู้สึกร้ายที่ไม่สบายใจทั้งหมดทั้งมวลราวกับถูกชำระล้างไปจนหมดสิ้น

“เป็นครั้งแรกที่ข้ารู้สึกเช่นนี้”

“ข้า…ก็เช่นกัน ฝ่าบาท” หนิงลี่ไม่อาจโป้ปด…

มันคือความรู้สึกหนึ่งที่ยากเอื้อนเอ่ย สองร่างแนบชิดต่างเริ่มเปิดเผยความรู้สึก…อาจเป็นเพราะสายฝนหรืออาจเป็นเพราะความเหนื่อยจากการเดินทาง หนิงลี่จึงเริ่มรู้สึกง่วงขึ้นมาอย่างกะทันหัน ดวงตาทั้งสองข้างปรือหลับลงอย่างช้าๆ ท่ามกลางสายตาของผู้สวมกอด

“นี่เจ้ากล้ามาหลับต่อหน้าข้างั้นรึ”

ซ่งจินเหลียงกระซิบแผ่วข้างใบหู หลับตาพริ้มด้วยหัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วย ‘ความรัก’ ที่กำลังงอกเงยสุกงอม เฝ้ารอวันที่หนิงลี่จะเปิดรับมัน

ในวันรุ่ง…หนิงลี่ตื่นขึ้นมาในกระโจมที่มีคนกอดอยู่ข้างกาย ใบหน้ายามหลับของฮ่องเต้แคว้นฉินช่างงดงามรับกับแสงสีส้มของดวงอาทิตย์ ประดุจเซียนสวรรค์บนฟากฟ้า จนไม่อาจเบือนหน้าหนี จดจ้องมองจนลืมเลือนลมหายใจชั่วขณะ ความแคลงใจในคราวแรกนั้นเลือนหายไปแล้ว เหลือแต่ความผูกพันธุ์ที่เริ่มแน่นแฟ้น นับวันซ่งจินเหลียงก็เริ่มมีอิทธิพลต่อความรู้สึกจนยากจะลบหาย

ซ่งจินเหลียง*…ท่านทำเช่นไรกันหนอ ข้าถึงได้เป็นเช่นนี้…*

พนะสนมแอบกระทำการลักหลับฮ่องเต้แคว้นฉินอย่างไม่ได้ตั้งใจ กระเถิบกายเข้าหาจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่อุ่นร้อน…

ใกล้…จนหัวใจไม่อาจหยุดนิ่ง

ใกล้…จนได้กลิ่นหอมจากเจ้าตัว

ก่อนที่จะทำกาอุอาจ…อดีตนายทหารหนุ่มหยุดชะงัก นึกได้ว่าตัวเองกำลังทำที่มิควร หนิงลี่รีบลุกขึ้นจากที่นอน ทำตัวเหมือนสาวน้อยวัยแรกแย้ม ดวงหน้าแดงซ่านดั่งลูกตำลึกสุก

นี่ข้า*…กำลังจะทำมิดีมิร้ายฮ่องเต้รึ!...*

ความคิดของหนิงลี่ประเจิดประเจ้อเกินกว่าจะห้ามได้ หนิงลี่หนีออกจากกระโจมใหญ่โดยที่ไม่ได้หันมองด้านหลัง และไม่รู้ว่าซ่งจินเหลียงกำลังลืมตามองแผ่นหลังที่หายลับไปกับหน้าม่าน...ซ่งจินเหลียงนึกเสียดายนัก นึกว่าจะได้สัมผัสถึงริมฝีปากนั่นเสียแล้ว

ครั้งหน้าคงต้องลงมือเองกระมั้ง...มันคือสิ่งที่ฮ่องเต้เจ้าเล่ห์คิดเพื่อพิชิตใจพระสนมของตน


ในเช้าวันที่อากาศปลอดโปร่ง ท้องฟ้าที่เคยเป็นสีทมิฬในค่ำคืนแปรเปลี่ยนเป็นฟ้าสดใส ซ่งจินเหลียงสั่งให้กองทัพเริ่มเตรียมการออกเดินทางเพื่อเข้าสู่เส้นทางที่เชื่อมต่อไปแคว้นเว่ยก่อนที่จะถึงต้าฉี เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยการเดินทางจึงได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง อาชาสีน้ำตาลเข้มตัวเดิมเป็นพาหนะของสองบุรุษ พาขับเคลื่อนสองร่างไปยังจุดหมายปลายทาง

ใช้เวลาอยู่หลายชั่วยามกว่าจะเดินทางมาถึงเส้นทางที่สามารถไปถึงแคว้นเว่ยด้าน ซ่งจินเหลียงหยุดขบวนชั่วครู่ก่อนชี้ให้ดูแคว้นพันธมิตรอีกหนึ่ง มันเป็นครั้งแรกที่หนิงลี่เห็นอีกแคว้นโดยเต็มสองตา เมื่อครั้งที่ถูกจับมาเป็นเชลย หนิงลี่แทบไม่ได้มองรอบข้าง ทุกย่างก้าวเอาแต่เดินอย่างไร้ความหวัง หมดสิ้นแล้วซึ่งทุกอย่าง ในตอนนั้นนึกเสียว่าตัวเองจะต้องตายอยู่ต่างบ้านต่างเมืองเสียแล้ว

ความตายที่เคยคาดคิดผลันเปลี่ยนมาเป็นพระสนม

 “กลับมาจากจี้หนานเมื่อใด ข้าจะพาเจ้ามาเที่ยว”

ซ่งจินเหลียงให้คำมั่น สัญญาแด่พระสนม

“พ่ะย่ะคะ ฝ่าบาท”

หนิงลี่เฝ้ารอคำสัญญานั้นด้วยความปักใจ...

กุบกับ กุบกับ

“ลุย! เฮ~”

ฝีเท้าหนักอาชานับสิบเคลื่อนกายสู่แคว้นฉิน เข้าตัวเมืองเสียนหยาง ทหารกูร้องก้องโล่เพื่อนำชัยชนะไปสู่แคว้นโจวโดยมีองค์รัชทายาทเป็นผู้นำทัพออกศึก ประตูเมืองถูกถล่มโจมตี บ้านเรือนถูกสุมกองไฟอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว ประชาชนต่างกรีดร้องวิ่งหนีจ้าละหวั่น...โจวอี้หานกลับมาอีกครั้งในฐานะศัตรู ใบหน้าข่มร้ายแสยะยิ้มยามมองบ้านเมืองอีกฝ่ายกำลังปราชัย

แคว้นที่ไร้องค์ฮ่องเต้มันก็เหมือนกับเปลือกหอยที่บอบบาง...

ผู้เป็นพระบิดาโจวต้านใช้โอกาสนี้การโจมตีในขณะที่ซ่งจินเหลียงยังไม่ทันได้ตั้งตัว ตีเมืองในขณะที่พวกทหารยังไม่ได้เตรียมตัวออกรบ จุดประกายไฟเผาให้ราบเป็นน่ากลอง...โจวอี้หานออกคำสั่งบนหลังอาชาสีทมิฬตัวใหญ่ที่ถูกประดับตกแต่งและป้องกันจากคมหอกได้ดี กระบี่ยาวถูกชี้ไปเบื้องหน้า นำทัพทหารทั้งพลม้าและพลธนูวิ่งเข้าใส่ประตูเมืองที่ถูกเปิดออก

อีกไม่กี่ชั่วอึดใจ จะนำชัยชนะไปสู่แคว้นให้จงได้!

ศึกสงครามกำลังจะเกิดขึ้นกับสองแคว้น หวางมู่ที่เป็นแม่ทัพใหญ่ คอยอารักขาเสียนหยางในขณะที่ซ่งจินเหลียงไม่อยู่ กลายเป็นผู้ออกคำสั่งชั่วคราวเพื่อปกป้องบ้านเมืองให้พ้นจากภัยร้าย

นึกแค้นใจโจวอี้หานนัก! บุรุษผู้นี้ช่างมักใหญ่ไฝ่สูง คิดคดทรยศอย่างน่าละอาย!

หวางมู่ชักกระบี่จากที่คาดเอว นำกำลังกองทหารเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งคอยช่วยเหลือเหล่าราษฎรและอีกส่วนหนึ่งคอยสู้รบกับกองกำลังแคว้นโจว

สงครามเริ่มดุเดือดเลือดพล่าน ผู้คนล้มตายเป็นระรอก หวางมู่ไม่อาจต้านทานได้นานนักจึงได้สั่งให้ทหารถอยหนีไปตั้งหลัก ถึงแม้แคว้นฉินจะเป็นฝ่ายมีชัยในสงคราทุกสนามรบ แต่นั่นก็เป็นเพราะความปรีชาสามารถของผู้เป็นฮ่องเต้ บัดนี้แคว้นฉินถึงคราววิบัติ หวางมู่ไม่อาจรักษาสั่งการได้

“ท่านแม่ทัพ!...ท่านแม่ทัพ!” นายทหารผู้หนึ่งวิ่งเข้ามาพร้อมเอ่ยรายงาน “ตอนนี้ทหารแคว้นโจวเข้ามาในวังหลวงแล้วขอรับ!”

หวางมู่กำมือแน่นสนิท ดวงตากร้าวมองไปยังทะเลเพลิง

“ส่งคนไปอารักขาฝ่าบาท!”

เป้าหมายของโจวอี้หานคือซ่งจินเหลียง ไม่แคล้วจะนำกองกำลังข้าศึกส่วนหนึ่งไปลอบทำร้ายปลงพระชน

“ขอรับท่านแม่ทัพ!”

นายทหารรับคำสั่งก่อนรีบวิ่งไปอีกทาง

หวางมู่กำกระบี่แน่น เดินไปเผชิญหน้ากับศัตรูคู่ฉกาจ ร่วมสู้กับเหล่าทหารองอาจเพื่อรักษาแผ่นดิน หมายที่จะเข่นฆ่าล้างแค้นผู้ที่ก่อกบฎ เข้าไปถึงตัวโจวอี้หานที่นั่งอยู่บนอาชาตัวฉกรรณ์ กระบี่ฟาดฟันกลางอากาศปะทะกันซึ่งหน้า โจวอี้หานแม้จะเป็นองค์รัชทายาทแต่ฝีมือการสู้รบกลับไม่ด้อยกว่าใคร

ดวงหน้าคมแสยะยิ้มร้ายผลันส่งฝีเท้าหนักเตะไปกลางลำตัวจนหวางมู่กระเด็นไปอีกทิศ พลังลมปรานถูกปลดปล่อยออกจากฝ่ามือสู่ทรวงอกแม่ทัพใหญ่เป็นครั้งที่สอง หวางมู่กระอักเลือดในบัดดล

ประมือครั้งแรกโจวอี้หานเป็นฝ่ายได้เปรียบ คมกระบี่แหลมชี้จ่อหน้าแม่ทัพฝ่ายศัตรู

“แม่ทัพหวาง ท่านจะยอมแพ้หรือให้ข้าฆ่าเจ้า”

“หึ ต่อฆ่าข้าเสียเถิด”

หวางมู่ร้องขอความตายมากกว่าที่จะยอมอ่อนข้อ ริมฝีปากที่เลาะไปด้วยเลือดเค้นยิ้มให้กับความพ่ายแพ้ หวางมู่กำดาบขึ้นอีกครั้ง ฟันกระยี่ปะทะกับโจวอี้หาน อาการบาดเจ็บที่มีไม่อาจสร้างความอ่อนแอให้ยอมแพ้

รัชทายาทแคว้นโจวรับเพลงดาบ นึกดูถูกหวางมู่ที่ฝีมือไม่เอาไหน…นี่น่ะรึแม่ทัพใหญ่ผู้เกรียงไกร ฝีมือก็แค่เด็กอมมือเท่านั้น ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด

โจวอี้หานใช้เพียงแค่ไม่กี่กระบวนท่าก็ชนะ กระบี่แหลมเฉืแดเฉือนเข้าไปในเนื้ออีกฝ่ายจนเกิดเป็นแผลลึก หวางมู้ได้รับบาดเจ็บจากการประมือครั้งที่สอง

ฝ่าบาท!...ข้าไม่อาจดูแลเสียนหยางให้ท่านได้แล้ว

สวบ!

กายใหญ่รับคมกระบี่จนหยาดเลือดไหลทะลักออกจากร่าง หวางมู่ไม่อาจพยุงตัวเองให้ยืนอยู่จึงต้องใช้ปลายดายยันตัวเองเอาไว้ไม่ให้ล้ม ทว่าการกระทำเหล่านั้นไม่อาจทำได้นานนัก หวางมู่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวจนล้มตึงไปกับเพื้นด้านล่าง สองหูได้ยินเสียงเหล่าทหารตะโกนเรียกชื่อหลายครั้ง ดวงตาคมเรียวทั้งสองข้างก็เริ่มหนักอึ้งไม่สามารถรั้งลืมได้นาน

เหล่าทหารกล้าเมื่อเห็นแม่ทัพเข้าตาจนจึงได้รีบเข้ามาช่วย สะกัดกั้นโจวอี้หานที่คิดทำร้ายแล้วพาหนีไปอีกทาง ฝ่าเท้าหนักหนีความตายที่ไล่ตามหลังอย่างสุดชีวิต...โจวอี้หานเป็นฝ่ายมีชัย

แคว้นฉินถูกทำลายลงราบคาบ ไฟสงครามขนาดใหญ่ก็เริ่มเบาบางลง เหลือแต่เพียงเสียงโห่ร้องในชัยชนะ องค์รัชทายาทหัวเราะร่อนระคนความสุขสม

ซ่งจินเหลียง! ที่แท้เจ้าก็แค่เด็กอมมือ!

มันคือความคิดของโจวอี้หานที่มีต่อองค์ฮ่องเต้ฝ่ายศัตรู

“แจ้งกองกำลังทางเหนือ! จงนำหัวของซ่งจินเหลียงมาให้ข้า!” ลั่นวาจาสั่งการทหาร

ทหารแกร่งน้อมรับคำสั่งจากผู้บัญชา “พ่ะย่ะค่ะ!”

นำศีรษะฝ่ายศัตรูเพื่อฉลองชัย



----------------

TAKE

ช่วงก่อนที่จะรถล้ม เทคได้ผู้ใจดีมาแนะนำและทำปกให้ ต้องขอบคุณ คุณ  Ubonwan Yaempiwเป็นอย่างมาก จึงทำให้มันสวยขึ้นกว่าเก่า >< เทคปลื้มมปริ่มมม นอนฝันหวานไปหลายคืนเลยทีเดียวเชียว

ถ้าถามว่าขายไหม ตอบเลยว่ายัง! จนกว่าจะแต่งจบค่อยเจอกันน่อ แค่เอามาอวดให้ดูเฉยๆ อิอิ

เรื่องอีบุ๊ค ถ้าเทคทำเองคงมีให้แน่ๆ แต่ถ้า ส่ง สนพ อันนี้เทคไม่แน่ใจอ่าว่าเขาจะลงให้ไหม อีก 2 เดือนค่อยว่ากันอีกทีเนอะ

ตอนนี้เทคกำลังรอคอยอีก สนพ หนึ่งอย่างไร้ความหวัง รออย่างลมๆ แล้งๆ เฝ้ารอว่าหลังจากเดือน 5 แล้วเขาจะมาไหม ถ้าหากว่าหายไปเลย เทคเองก็คงไม่รอเช่นกัน 

อย่างที่เคยแจ้ง จักรพรรดิมี สนพ จองไว้แล้ว แต่เป็นจองปากเปล่า พูดคุยแค่เล็กๆ น้อยๆ ยังไม่มีการเซ็นต์สัญญาอะไรทั้งสิ้น แต่ช่วงนั้นก็มีอีก สนพ หนึ่งติดต่อเข้ามาด้วย แต่ด้วยความที่ว่าเทคติดรับปากไว้ จึงได้ปฎิเสธ และทุกวันนี้เทคก็ยังคงรอ และรอ รอจนรากจะงอก แต่ก็ยังไร้วี่แววของเจ้าตัว แล้วถ้าหลังจากเดือน 5 เมื่อไหร่ ทางเขาไม่มา เทคเองก็ต้องหาหนทางอื่น ซึ่งหลังจากเดือน 5 ค่อยว่ากันอีกทีว่าเรื่องจักรพรรดิจะเอายังไง ถึงตอนนั้นเทคอาจแต่งจบละหรือไม่ก็ใกล้จบละนะ

ป.ล.ขอบคุณที่เป็นห่วงกันนะค้าา เทคโดฟยาทุกสามเวลาเพื่อให้หาย ไม่อยากป่วยนานๆ ไม่สิ แม้ว่าจะป่วยแต่เทคก็ต้องแต่งนิยาย ไม่อยากทิ้งให้รอกัน ><

ป.ล.2 เทคไม่ถนัดแนวหวานๆ เท่าไหร่นัก อาจแต่งไม่ดีก็ขอโทษด้วยนะค้าา ถ้าฉาก sm ตบ จูบ เตะ ต่อย ดราม่า เอามาเถิดดด ของแบบนี้เทคชอบบบ






แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น