June snow

ขอบคุณ​สำหรับ​การ​ติดตาม​อ่าน​และ​คอมเมนท์​นะคะ​ อ่านฟรี​ไม่ติด​เหรียญ​จ้า​😊😊

87. มีหวงมีหึง​บ้าง​เล็กน้อย​ (เนียร์​กร)

ชื่อตอน : 87. มีหวงมีหึง​บ้าง​เล็กน้อย​ (เนียร์​กร)

คำค้น : เนียร์​กร​

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 16.4k

ความคิดเห็น : 100

ปรับปรุงล่าสุด : 16 มี.ค. 2562 01:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 2,200
× 0
× 0
แชร์ :
87. มีหวงมีหึง​บ้าง​เล็กน้อย​ (เนียร์​กร)
แบบอักษร

เนียร์ Part

ตุบๆๆ  

ผมทุบประตูห้องพักกรเสียงดัง นานเกือบ5นาทีหลังจากไล่สลัดความสับสนเรื่องก่อนหน้านี้ออกจากหัว 

" กรเกย์ เปิดประตูดิวะ " 

ผมเริ่มเสียงดังขึ้นเรื่อยๆเมื่อคนในห้องไม่ยอมเปิดประตู 

" กรเกย์ ถ้านายไม่.... " 

ผมหยุดพูดทันทีเมื่อประตูเปิดออกพร้อมกับร่างสูงที่ยืนห่างจากผมไม่กี่เซนนั้นใส่แค่ผ้าขนหนูผืนเดียวพันรอบปกปิดร่างกายช่วงล่างไว้ เผยให้เห็นร่างกายช่วงบน ผมไล่สายตามองช่วงลำคอขาว ผิวกายขาวอมชมพู แม้ว่าจะไม่ได้มีมัดกล้ามล่ำบึ้กอย่างผู้ชายออกกำลัง แต่มันก็ฟิตและเฟิร์มพอตัว แผงอกแกร่งกำลังงามมีกล้ามเล็กน้อยและ ไรขนสีจางๆบนหน้าท้องเรียบราบ  ผมลอบกลืนน้ำลายลงเมื่อนึกถึง ส่วนที่ใต้ล่างผ้าขนหนูลงไป  บ้าว่ะ... รู้สึกขนลุกซู่เลยเเค่คิด

" เอ่อ.... เราต้องคุยกัน "  

ผมเอ่ยแล้วรีบเดินเบียดเฉียดร่างสูงของกรที่ตอนนี้กลิ่นหอมจางๆของแชมพูโชยมาทำให้ผมรู้สึกร้อนๆหนาวๆยังไงไม่รู้

" เราต้องคุยกันเรื่องเมื่อกี้ มันไม่ใช่ คือพี่....." 

ผมบอกนั่งลงที่ปลายเตียงกรหันมามองผมแวบหนึ่ง แล้วก็เดินมานั่งข้างๆผลักผมให้นอนราบกับที่นอนเเล้วใช้สองแขนเรียวคร่อมล็อคร่างไว้ ผมพยายามทำตัวให้นิ่งไม่แสดงออกให้อีกฝ่ายรู้ว่าผมกำลังกลัว

" แล้วพี่เนียร์ คิดต้องการแบบไหน " 

กรถามเสียงเบาเหมือนกระซิบ ผมเบนหน้าหนีไม่สบตาคมที่จ้องมองมาด้วยอารมณ์หลากหลายจนผมไม่สามารถฝืนมองได้

" พี่ไม่รู้ บางทีพี่ว่าเราสองคน อาจจะเริ่มบางอย่างผิดตั้งเเต่ต้น " 

ร่างสูงของกรชะงักนิ่งเมื่อผมพูดจบ

" พี่เนียร์กลัว " 

กรถาม ผมก็พยักหน้าเป็นคำตอบ

" กับผู้ชายทุกอย่างมันคือครั้งแรกและเรื่องลึกลงไปกว่านั้นมัน..พี่ว่าเราสองคนกลับไปทบทวนกันใหม่ " 

ผมบอกเสียงสั่นๆ 

" งั้นก็ผิดตั้งแต่ต้น แบบนั้นสินะ " 

กรพูดน้ำเสียงตัดพ้อแล้วลุกขึ้นเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าหยิบเสื้อยืดมาใส่ 

" กรพี่ขอโทษ "  

" พี่เนียร์ทำอะไรผิดครับ ถึงต้องขอโทษ " 

กรหันมามองผมนิดนึงแล้วหยิบกางเกงนอนตัวเก่าขึ้นมาและสวมใส่ต่อหน้าผมโดยไม่มีท่าทีเขินอายอะไร

" พี่ชอบกรนะ แต่เรื่องล่างบนนั้นคือมัน...เอ่อ... " ผมบอกเสียงกระท่อนกระแท่น  

" เรื่องแบบนั้นมันก็แค่รสนิยมทางเลือกความชอบของแต่ละคนไม่เหมือนกันแต่เป้าหมายหลักทุกคนล้วนต้องการเหมือนกันนั้นคือความสุขจากเซกส์ "

กรบอกเสียงเศร้าๆแต่งตัวเสร็จเดินมาพร้อมกับนอนตะแคงใช้ศอกยันกับเตียงไว้จ้องมองมาที่ผม

" นอนด้วยกันมั้ยครับ " 

กรบอกเปลี่ยนท่าทีจากเมื่อกี้ราวฟ้ากับเหว 

ทันทีที่กรพูดจบผมสะดุ้งขยับตัวออกห่างรีบลุกขึ้นนั่ง 

" มะ.. หมายถึงอะไร " 

ผมถามเสียงสั่นๆ กรส่งยิ้มอ่อนให้ผม 

" แค่นอนเฉยๆก็ตั้งแต่ผมมาที่นี่เราไม่มีเวลาอยู่ด้วยกันเลยนะครับ แล้วเรื่องแฟนเก่าพี่เนียร์อีกผมยังไม่รู้อะไรเลย " 

กรพูดยาวเป็นครั้งแรกรอยยิ้มจริงใจนั้นทำให้ผมใจอ่อน เพราะผมเองก็อยากอยู่ด้วยกันกับกร

พยักหน้ารับข้อเสนอของกรและลุกขึ้นไปอาบน้ำ  ผ่านไปสักพักหลังจากอาบน้ำเสร็จแล้วผมเดินเข้ามาในห้องเห็นกรคุยมือถืออยู่ด้านนอกระเบียง น่าจะคุยกับเพื่อนมั่งผมคิด 

แล้วทิ้งตัวลงนอนเตียงหยิบมือถือขึ้นมาอ่านข้อความตัดพ้อและคำอวยพรที่เหมือนจะเป็นคำสาปแช่งมากกว่า ที่มิ้นเขียนส่งมาให้ผม   

 " อะ.....อยากรู้ไม่ใช่หรอ " ผมยื่นมือถือให้กร 

กรทำหน้างงนิดนึงแต่ก็รับมือถือผมไปนั่งอ่านสักพักก็ยื่นส่งกลับมา

" เครียดรึเปล่าครับ " กรถาม

" ก็มีบ้าง แค่ไม่อยากให้โกรธเคืองถึงขั้นสาปแช่ง " 

ผมเอ่ย แต่ก็เข้าใจอารมณ์ผู้หญิงดีเวลาไม่ได้ดั่งใจทุกอย่างจะดูแย่ ไปหมดซึ่งผมชินเเล้ว

" คนเราล้วนเคยสร้าง บาดแผลให้กับคนอื่น " 

กรบอก 

" ไม่หึงหรอ นั่นแฟนเก่านะ " 

ผมถามตรงไปตรงมาดู ท่าทีของกร

" แล้วมีอะไรกันรึเปล่าครับ " 

กรถามตรงไปตรงมายิ่งกว่าผมอีก 

" บ้า.. ใครจะไปมีอะไรได้ก็เลิกกันเเล้ว " 

ผมตอบเสียงแผ่วๆถึงจะเกือบทำไปแล้วก็ตามแต่เพราะหน้าหล่อๆของคนตรงหน้าลอยมาทำให้ผมได้สติ

" ถ้าทำไปจริงๆนั่นเรียกว่านอกใจนะครับ " 

กรยิ้มสดใสออกมารอยยิ้มของกรทำให้เรื่องราวเครียดๆในใจผมเริ่มจางหาย

" นอกใจบ้าอะไร " ผมบ่นพึมพำ 

" ก็พี่เนียร์เป็นแฟนผม " 

กรตอบแล้วขยับตัวเข้ามาใกล้ๆแต่ก่อนผมมักจะเขินอายกับคำพูดตรงไปตรงมาของกรแต่ตอนนี้ผมกลับชอบที่จะฟัง 

" เอ่อ... กรเเล้วเรื่องล่างบนนั่นล่ะ " 

ผมพร้อมกับดึงผ้าห่มมาปิดหน้าเพราะว่าคำว่าแฟนกันที่กรเอ่ยออกมา ทำให้ผมนึกถึง

" สำหรับผมความรักมันไม่ได้จบเเค่เซ็กส์หรอกนะครับมันมีมากกว่านั้น ผมอยากให้เราสองคนเรียนรู้กันไปก่อน ถึงเวลานั้นค่อยคุยกัน " กรบอก 

ผมเอื้อมมือไปจับที่แขนเรียวของกร แล้วดึงร่างสูงของกรให้โน้มลงมา กรทำหน้าตกใจนิดนึง

" ขอบใจนะ ที่เข้าใจ " 

ผมบอกยิ้มๆยกมือขึ้นเอาฝ่ามือไล้ไปมาที่แก้มเนียนของกรไปมาดวงตาคมของกรจ้องมองมาเหมือนสื่อให้ผมรู้ถึงความรู้สึกปรารถนาที่ก่อตัวอยู่ภายใน 

" จูบได้มั้ยครับ " 

กรถามผมไม่ตอบแต่เป็นฝ่ายลงมือรั้งคอร่างสูงลงมาแล้วพรมจูบย้ำๆซ้ำๆไปทั่วใบหน้าเรียวของกรก่อนจะหยุดประทับเนิ่นนานบนริมฝีปากนุ่ม ใช้ปลายลิ้นเล็มเลียรอบริมฝีปากดุนดันหยอกเย้าอย่างนุ่มนวล

" อืม " 

ผมครางเบาเมื่อกรจูบตอบสนองกลับมา ริมฝีปากเผยอรับจูบที่ร้อนแรง สักพักกรก็สอดปลายลิ้นร้อน สำรวจไปทั่วโพรงปากผม ก่อนจะตวัดเกี่ยวลิ้นเล็กผมเข้ามาดูดหนักๆ จูบดูดดื่มถูกถอนออกอย่างอ้อยอิ่ง พร้อมปลายนิ้วเรียวที่เคลื่อนมาไล้วนรอบริมฝีปากผม ลมหายใจร้อนๆของกรพวยพุ่งออกมา ในขณะที่ผมเองก็หายใจหอบถี่ไม่แพ้กัน 

" ขอจูบอีกครั้งนะครับ " 

กรเอ่ยพร้อมกับส่งนัยน์ตาปรือฉ่ำมา ผมพยักหน้าอืมๆยินยอมพร้อมใจอย่างคนใจง่ายแล้วรีบเอียงหน้าหนีสายตาคมทันที 

" จูบน่ะต้องประสานสายตา ถึงจะลึกซึ้ง "  

กรพูดเบาๆพร้อมกับยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาใกล้และประทับริมฝีปากลงไป จูบที่อ่อนโยนอ่อนหวานค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นจูบที่ดูดดื่มและเร้าร้อน ตามด้วยร่างสูงที่ทาบทับอย่างเร็วดวงตาคมกรส่องประกายวาววับท่ามกลางแสงไฟอ่อนๆจากโคมไฟ

" ชอบนะครับ " กระซิบถ้อยคำหวานซึ้งที่มีเพียงผมเท่านั้นได้ยิน ทำให้ผมนิ่งอึ้งกับคำบอกชอบที่พูดออกมาด้วยน้ำเสียงและแววตาที่จริงจัง ร่างผมถึงสั่นสะท้านกับด้วยอารมณ์ความต้องการ ไม่ได้ยินเสียงอะไรนอกจากเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นรัวราวจะระเบิดออกมา รับรู้เพียงลมหายใจร้อนเป่ารดต้นคอ 

" ไหนว่าแค่จูบไง " 

ผมท้วงเมื่อมือเรียวของกรไล้ลูบบีบเค้นไปตามช่วงสะโพกของผม ไม่น่าเชื่อว่าแค่จูบ จะทำให้แก่นกายกลางลำตัวของผมตื่นตัวได้มากจนกายปวดร้าวขนาดนี้ 

" อ๊ะ.....กร.. ยะ.. อย่า... "  

ทันทีที่มือเรียวของกรสัมผัสลูบไล้กับแกนกายกลางลำตัวผมผ่านเนื้อผ้ากางเกงนอน ดวงตาผมเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อถูกรุกล้ำมากเกินไป 

" พี่เนียร์ แค่หลับตาแล้วปล่อยให้ความรู้สึกลึกๆปลดปล่อยออกมาก็พอ " 

กรบอกกระซิบเสียงนุ่มแล้วบดจูบหนักๆลงบนริมฝีปากผมเกี่ยวกระหวัดลิ้นผมอย่างเร่าร้อนผมเองก็ส่งลิ้นไปจูบตอบตามอารมณ์ความต้องการที่มันเริ่มปะทุผมสูดหายใจหอบหนักรู้สึกเหมือนตนเองล่องลอยอยู่ในม่านหมอกหนานุ่มสิ่งที่รับรู้ได้มีเพียงจังหวะการเคลื่อนไหวของมือเรียวของกรเท่านั้นที่ขยับขึ้นลงที่แกนกายกลางลำตัวผมขณะที่ริมฝีปากร้อนของกรก็ทำงานอยู่อย่างช่ำชอง

" อื้ออ.....อ๊ะ.... อ่า.... " 

ผมครางเสียงกระเส่า  เหมือนส่งสัญญานให้กรเร่งจังหวะมือชักขึ้นลงเร็วขึ้น  และไม่นานความเชี่ยวชาญของกรก็ทำให้ผมเกร็งตัวแล้วกระตุกเล็กน้อยปลดปล่อยออกมา

น่าอายมากๆ ไม่ถึง2นาทีด้วยซ้ำ  

ออกจะเป็นเรื่องบ้าบอไปสักนิดที่แค่กรสัมผัสผมแค่ภายนอกผมยังรู้สึกถึงความสุขสมที่เกิดขึ้น และรู้สึกว่าตัวเองได้ถูกชำระล้างจากความเครียดทั้งปวงที่รบกวนจิตใจผมอยู่ และผู้ชายตรงหน้าผมคนนี้คือคนที่ทำให้ผมได้รับความสุขเต็มเปี่ยม 

" ชอบมั้ยครับ " 

กรถามน้ำเสียงอ่อนโยน พร้อมกับแขนแกร่งที่ดึงร่างผมไปกอดเอาไว้แนบอก ริมฝีปากอุ่นร้อนก็กดลงจูบบนหน้าผากผมอย่างอ่อนโยน

" อืม " 

ผมตอบกลับไปเสียงเบาตามความรู้สึกจริงๆ มองประสานสายตากับกรอย่างวาบหวามเร่าร้อนก่อนขยับใบหน้าเข้าไปบดจูบกับร่างสูงตรงหน้า รอบแล้วรอบเล่าอย่างไม่รู้สึกเบื่อหน่าย และนั่นก็ทำให้ผมตระหนักได้ว่า ผมคงชอบผู้ชายคนนี้จริงๆ  ซึ่งหากเป็นไปได้แล้ว วันข้างหน้าไม่ว่ารุกหรือรับ หรือตำแหน่งไหนผมก็ไม่สนใจหรอก แค่ได้อยู่ในอ้อมกอดของผู้ชายอบอุ่นคนนี้ ผมก็พอใจเเล้ว ผมรั้งร่างกรกอดไว้แน่นขึ้น 

" พี่ชอบสัมผัสของนายไม่ใช่เรื่องเซ็กส์แต่เป็นสัมผัสของนาย "  

ผมบอกแล้วหอมที่แก้มเนียนนั้นเบาๆ และแล้วผมกับกรก็เริ่มต้นจูบที่แสนหวานเร่าร้อนครั้งใหม่ ผมจำได้คร่าวๆว่า

เราจูบครั้งแรกเพราะอารมณ์ความต้องการที่เต็มไปด้วยความประหม่า

ครั้งต่อมา เริ่มชินนิดหน่อย 

และครั้งต่อๆมา รู้สึกว่าไม่ได้รังเกียจอะไรแถมยังจูบตอบสนองกลับไป

แต่ครั้งนี้ผมรู้สึกว่ามือเรียวของกรที่จับประคองใบหน้าผมอยู่นั้นสั่นๆเล็กน้อย เพราะว่ากรเอง กับผู้ชายด้วยกันก็ครั้งแรกเหมือนกันรึเปล่านะ?... 

ผมคิดเพลินรู้สึกถึงเเรงกระชับกอดแน่น และจูบแผ่วเบาๆที่หน้าผากผมอีกครั้งพร้อมกับคำว่า  

" ฝันดีครับ " 

ที่วันนี้ไม่ใช่แค่ตัวอักษรในหน้าจอมือถือ ด้วยความเพลียผมผล็อยหลับไป 

เช้าวันใหม่

สัมผัสอุ่นร้อนบริเวณหน้าผากปลุกให้ผมตื่นจากฝัน ลมหายใจอุ่นๆที่ประรดลงมาบนหน้า ทำเอาผมขนแขนลุกชันก่อนจะพยายามค่อยๆลืมตาขึ้นมา  ภาพที่เห็นคือใบหน้าคมของกรกับดวงตาเรียวที่จ้องมองมาทำให้ผมแทบหยุดหายใจ

" กร " 

ผมครางชื่อเขาด้วยน้ำเสียงงัวเงียเต็มที่ เห็นอีกฝ่าย แต่งตัวเรียบร้อยแล้ว หันไปมองนาฬิกาเกือบจะ7โมงเช้า  เป็นครั้งแรกที่ผมหลับยาวจนลืมเวลา วันนี้วันจันทร์วันทำงาน ปกติผมไม่เคยตื่นสายเกิน6โมงเช้า แต่เมื่อคืนผมเพิ่งเข้าใจ  คำว่ารัก คำว่าชอบ มันจะชัดเจนมากขึ้นเมื่อเราถูกกอดถูกสัมผัสจากอีกฝ่าย 

" จะกลับแล้วหรอ "  ผมถามเมื่อเห็นกรสะพายเป้ขึ้นบ่า กรหันมามองผมแล้วเดินมาโน้มตัวก้มลงมา จูบเบาๆที่ปากคางสากๆของผม 

" ผมรีดเสื้อเชิ้ตสีขาวไว้ให้ และเตรียมน้ำอุ่นไว้ รีบอาบนะครับ เดี๋ยวสาย " 

กรบอกพร้อมกับมองนาฬิกา แล้วผมก็พยักหน้าอืมๆปรับจูนสติให้กลับมา 

" ขอบใจนะ " 

ผมเอ่ยเบาๆไม่ได้เจาะจงเรื่องอะไรแค่อยากบอก  

" เรื่องอะไรครับ.... หรือว่าเรื่องนี้ " 

กรถามยิ้มๆ พร้อมกับยกมือชูมือขึ้น เป็นนัยๆทำให้ ผมรู้สึกหน้าร้อนผ่าวขึ้นมานึกถึงเรื่องเมื่อคืน 

" เพื่อนเล่นรึไงวะ " 

ผมบอกเสียงห้วนกลบเลื่อนอาการเขินของตัวเองแล้วกรก็หัวเราะเสียงดังออกมาเหมือนคนอารมณ์ดีสุดๆแล้วบอกว่า

" เจอกันที่กรุงเทพนะครับ " 

" อืม... ขับรถดีๆล่ะ "  

ผมบอกตามหลังร่างสูงหันกลับมาส่งยิ้มอ่อนๆให้ผมแล้วปิดประตูผมยิ้มออกมา ลุกขึ้นเดินไปดูเสื้อที่กรรีดไว้ถูกแขวนไว้ เป็นคนดีจริงๆนะ กรเกย์  นายทำแบบนี้กับทุกคนรึเปล่านะ หรือว่าเเค่ผมคนเดียว.. 

จากนั้นผมก็อาบน้ำแต่งตัวใหม่ มองตัวเองในกระจก ผมในตอนนี้   ทำไมชอบอยากให้คนอื่นเอาใจ มากกว่าไปเอาใจคนอื่น ผมคงเป็นผู้ชายเลวร้ายเห็นแก่ตัวไปแล้วสินะ... 

ผ่านไป5วัน ผมยังทำงานอยู่ที่รีสอร์ท เพราะงานที่เยอะและวุ่นวายทำให้ผมกับกรได้คุยกันแค่ไม่กี่คำต่อวัน ส่วนมากจะเป็นพูดคุยการผ่านข้อความมากกว่า แต่ความรู้สึกผมเหมือนมันจะเพิ่มมากขึ้นกว่าเมื่อก่อนอีก อยากคุยอยากได้ยินเสียง อยากเจอ หลายครั้งๆที่ผมส่งข้อความหากร โดยไม่ต้องรอให้อีกฝ่ายส่งมา   และแทบไม่น่าเชื่อว่าเมื่อก่อน การมีชีวิตตัวคนเดียวแบบสบายๆนั้นเคยเป็นอุดมคติของผม 

แต่ตอนนี้คนที่หยิ่งในศักดิ์ศรีและขี้เหงาอย่างผมเลือกปฏิเสธผู้หญิงที่ครั้งหนึ่งผมเคยคิดว่าชอบเธอมากๆเพี่อเลือกชายหนุ่มผู้อ่อนโยนที่รักผมแบบจริงใจและจริงจัง 

และเมื่อชั่วโมงที่ผ่านมาเพื่อนผมโทรมานัดเจอที่กรุงเทพนั้นทำให้ผมเคลียร์งานช่วงบ่าย และรีบขับรถเข้ากรุงเทพทันที

17.00 น.

ร้านอาหาร w แถวชานเมืองเป็นที่นัดหมายของผมกับเพื่อนสนิททั้งสอง หลังจากพบพูดคุยกันจนอิ่มอร่อยกับอาหารแล้ว ก็ตามด้วยเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เบาๆ

" ตอนนี้มึงมีแฟนงั้นหรอ " 

สุรศักดิ์ถามผมทันทีเมื่อผมวางสายจากกรที่โทรมาถามว่า ผมอยู่ที่ไหน แต่ผมก็โกหกออกไปนิดหน่อย เรื่องสถานที่ เพราะผมรู้ว่ากรอยู่แถวไหน 

และเพื่อนผมคนที่นั่งอยู่ตรงหน้านั้นทำให้ผมเลือกโกหกออกไป 

" ทำไมแปลกรึไง " 

ผมถามกวนๆ ตายังมองไปรอบไม่สบตาเพื่อนตัวเอง 

" ไม่แปลกหรอก ถ้าแฟนมึงไม่ใช่ผู้ชาย "  

ปองพลเพื่อนสนิทผม อีกคนพูดขึ้นพร้อมกับส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ไปให้สุรศักดิ์ที่นั่งยิ้มๆอยู่ข้างๆและคิดว่าที่พวกมันรู้เรื่องนี้น่าจะมาจาก ชาติชายเพื่อนผมอีกคนที่เป็นหุ้นส่วนกับกร จากนั้นผมก็เล่าให้เพื่อนฟังอย่างไม่อายว่าคบกันกับกรเพิ่งเริ่มต่างหาก สุรศักดิ์เองก็ไม่ได้แปลกใจอะไรเพราะว่าเป็นเกย์อยู่แล้วส่วนปองพลก็ ตกใจนิดนึงเพราะว่าสมัยเรียน เคยแย่งกันจีบผู้หญิง  

" แล้วแฟนหนุ่มมึง รุกหรือรับ "  

สุรศักดิ์ถามเมื่อปองพลออกไปคุยมือถือด้านนอกร้าน ผมยื่นหน้าไปกระซิบ 

บอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เพื่อนฟังไหนๆก็ไหนๆแล้วคุยปรึกษากับเกย์แท้ คงไม่เสียหายอะไร

" เห้... อะไร ยังทำกันแค่ภายนอกหรอ " 

เพื่อนผมถามก็คงแปลกใจเหมือนกัน ผมพยักหน้ารับ  

" บางทีความต้องการไม่เหมือนกันโอกาสเลิกกันก็มีสูงจริงเปล่าวะ " 

ผมถามด้วยความกังวลใจ

" เรื่องนั้นมันก็ชัดเจนอยู่นะ ว่าด้วยใจคนมันฝืนกันลำบากแล้ว ยิ่งร่างกายยิ่งฝืนกันลำบากกว่าอีก แต่ถ้า มีความรักเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว ค่อยๆเรียนรู้กันไป สักวันคงลงล็อค รุกรับมันก็เเค่รสนิยมของแต่ละคนน่า มันไม่ตายตัวหรอก รุกวันนี้อาจจะเป็นรับในวันหน้าก็ได้.. "  

เพื่อนผมบอกอธิบายยืดยาว ส่วนผมก็ได้แต่พยักหน้ารับสายตามองเรื่อยเปื่อยออกไปนอกร้าน 

" แต่ที่เป็นอยู่กูก็ รู้สึกดีอยู่แล้ว " ผมบอก

" นั้นมันแค่เริ่มต้นสักวันถ้ามึงรู้สึกไม่เพียงพอต้องการมากกว่านั้นอีก นั่นแหละจุดเปลี่ยน "

เพื่อนผมบอก จุดเปลี่ยนงั้นหรอทำไมมันฟังดูน่ากลัวจัง 

" มึงมีอะไรแนะนำกูมั้ย " 

" ไม่มีหรอก มึงไม่ใช่คนที่จะรับฟังคำใคร ฮ่าๆๆ " ผมส่ายหน้าอย่างเอือมระอากับท่าทีของเพื่อน ผมไม่ได้เป็นคนดื้อขนาดนั้นซะหน่อย แค่ชอบทำอะไรตามอำเภอใจ 

" แต่เด็กนั่นอะ น่าสงสารนะ เหมือนต้องอดทนรออย่างเจ็บปวดเพราะความรักที่มีให้มึง "  

จริงๆแล้วผมไม่เคยเห็นสีหน้าของกรเลยว่า เจ็บปวดมั้ย   และเหมือนคืนนั้นมีแต่ผมที่ได้รับการปลดปล่อย แล้วกรล่ะ.......กรทำยังไง.... หรือว่าจะทำเหมือนผู้ชายทั่วไป.... ผมคิดเพลินจนสะดุ้งโหยง

" เห้ๆ... นั่นมัน... " เพื่อนผมสะกิดเรียกพร้อมกับเขย่าแขนผม อย่างแรงผมหันกลับมา 

" อะไรของมึงวะ " 

ผมบ่นทำท่ารำคาญมองตามสายตาเพื่อนผมที่มองออกไปด้านนอก  ร่างสูงที่อยู่ในเสื้อเชิ้ตดำร่างสูงที่ผมอยากเจอมาตลอด5วันที่ผ่านมา  ซึ่งผมกับกรนัดกันอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า กรเดินหิ้วของพะรุงพะรัง เหมือนมาซื้อของปกติ แต่สิ่งที่ผมมองแล้วรู้สึกเคืองตาเคืองในใจคือเด็กหนุ่มร่างสูงอีกคนที่ดูแล้ว หน้าตาดีพอใช้ ที่เดินพูดคุยกับกร ดีแล้วน่าจะสนิทกันระดับหนึ่ง เด็กหนุ่มคนนั้นก็หยุดเดินเหมือนพูดคุยอะไรกันสักอย่าง สักพักเด็กหนุ่มคนนั้นก็หยิบผ้าเช็ดหน้า ขึ้นเช็ดหน้าให้กร กรเองก็เบนหน้า ซ้ายทีขวาที   

เด็กหนุ่มคนนั้นใคร?  ผมได้แต่ตั้งคำถามกับตัวเอง 

ภาพตรงหน้านั้นทำให้ผมทนมองไม่ได้เบนหน้าหนีรู้สึกหงุดหงิดในใจ มองสบตากับสุรศักดิ์ที่มองผมนิ่ง เหมือนจับผิด

" บางทีจุดเปลี่ยนอาจจะไม่ใช่มึงหรือแฟนหนุ่มมึงแล้วล่ะ " 

สุรศักดิ์พูดขึ้นแล้วมองตามหลังคนทั้งคู่ที่เดินหายไป 

"  นั่นสินะ "  

ตลอดเวลาผมคิดเเค่ว่า กรรักหลงผม  แค่คนเดียว จะลืมคิดไปว่ากรเองก็มีสังคมของกร  และด้วยความที่กรหน้าตาดี สักวันก็ต้องมีคนเข้ามา รักมาชอบและให้ในสิ่งที่กรต้องการได้... 

จากนั้นผมก็บอกลาเพื่อนๆ ด้วยอารมณ์หงุดหงิดในใจ จากที่นัดกับกรไว้ ผมก็ส่งข้อความไปบอกว่า  ติดธุระ เลื่อนนัดเป็นวันเสาร์แทน เพราะผมรู้ดีว่าอารมณ์นี้ ผมคงแสดงอาการออกมาแน่ๆ ตกดึกกรก็ส่งข้อความมาเหมือนเดิม แต่ภาพที่ผมเห็นเมื่อเย็นยังวนเวียนอยู่ในหัว ค่ำคืนนั้นทำให้ผมแทบหลับไม่ลง เพราะคิดมาก  วันเสาร์ผ่านไปผมก็ยังไม่เจอกับกร เพราะช่วงเช้าของวันกรส่งข้อความมาบอกว่า เสกได้รับบาดเจ็บมีเรื่องนิดหน่อย ขอเลื่อนนัดเป็นวันอาทิตย์ผมก็บอกว่า อยู่กับเพื่อนเถอะ.....

บ่ายวันอาทิตย์ 

ผมนอนเหยียดยาวอยู่บนโซฟามือเรียวจับมือถือของตัวเองหมุนไปมารอสายใครบางคนอยู่ จะบ่าย2โมงแล้วกรก็ไม่ติดต่อมาหลังจากที่บอกว่านัดเจอกันวันอาทิตย์  ผมรู้แค่ว่ากรอยู่กับเสกต่อที่โรงพยาบาล แต่ก็น่าจะโทรมาบอกกันบ้าง ไหนบอกว่าจะทำตัวเป็นแฟนที่ดีไง...... 

" ว่างหรือครับ " 

เสียงของนนน้องชายถามขึ้นพร้อมกับนั่งลงข้างๆผมและด้านข้างก็มีนัทน้องสะใภ้ผมนั่งอยู่  ถ้าใครมาเห็นผมตอนนี้ก็คงคิดเหมือนนน ผู้ชายอายุ37ปี บ่ายวันอาทิตย์นอนดูการ์ตูนเด็กประถม น่าอายชะมัด

" ไม่ว่างหรอก " 

ผมตอบ ซึ่งขัดแย้งกับความเป็นจริง และนนเองก็คงสงสัยเพราะปกติช่วงหลังมานี่ ผมจะไม่ค่อยอยู่บ้านวันอาทิตย์  และเรื่องที่ผมกับกรคบกันนนท์นัทยังไม่รู้หรือแม้แต่คนที่บ้าน ซึ่งผมขอร้องกรไว้ว่า ผมจะเป็นคนบอกทุกคนเอง

" ก็เห็นอยู่ว่าว่าง " 

นนเองก็ตอบกวนๆกลับมาผมไม่ตอบน้องชายและรีบเปลี่ยนเรื่องคุยถามถึงอาการของเสกเพราะนนท์นัทเพิ่งกลับจากไปเยี่ยมเสกมา ... และผมแอบได้ยินนัทคุยกับนนว่า เพิ่งแวะไปส่งกรที่คอนโดมา  แล้วนนท์นัทก็แยกตัวกันไปพักผ่อน 

กรอยู่ที่คอนโดงั้นหรอ ผมมองมือถือตัวเองอย่างชั่งใจ ก่อนตัดสินใจโทรหาก็ไม่เสียหายนี่หว่า 

ปิดเครื่อง!!  

ไปไหนของเค้านะหรือว่ามีนัดต่อ แล้วภาพเด็กหนุ่มผู้ชายคนนั้นก็แวบเข้ามาในหัว ไม่ใช่หรอกมั่ง ผมส่ายหน้าไปมาอย่างช้าๆและเลิกคิดฟุ้งซ่าน ลุกขึ้นไปแต่งตัว ผมต้องไปที่ไหนสักแห่ง 

ผมยืนลังเลใจอยู่หน้าห้องกร ที่ผมเคยมาครั้งหนึ่ง  ก่อนออกมาผมคุยกับสุรศักดิ์นิดนึงและมันก็แนะนำผมว่า  อยากเจอก็ไปหา ยากตรงไหน  

และนั่นทำให้ผมมายืนอยู่ตรงนี้ ขณะที่ผมกำลังจะเคาะประตู  ประตูด้านหน้าผมก็เปิดออกต่างคนต่างตกใจ  เด็กหนุ่มร่างสูงคนนั้นนี่คนที่อยู่กับกรเมื่อวันก่อน มาทำอะไรที่ห้องกร ผมมองถุงดำในมือเหมือนถุงขยะ อยู่ที่นี่งั้นหรอ... 

" มาหาใครครับ " เด็กหนุ่มคนนั้นถามผมก็ได้แต่เอ่อ.. อ่าๆ แสดงสีหน้าอึดอัดใจ

" ถ้าเป็นเจ้าของห้องตอนนี้หลับอยู่ " 

" ผมจำผิด ไม่มีๆอะไร " 

ผมบอกแล้วรีบเดินหนีไป รู้สึกหน้าชาไปเหมือนกัน เป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกหน่วงเหนี่ยวในใจแปลกๆ คำถามมากมายเกิดขึ้นในใจ เป็นใคร ทำไม เพราะอะไร แล้วก็กดมือถือออกไปหาเพื่อนเก๋า 

"  อยากดื่มว่ะ " 

กร Part

ผมตื่นขึ้นมาหลังจากที่หลับยาว มาตั้งแต่ช่วงบ่าย ด้วยความเมื่อยล้าสุดๆ สองวันก่อนผมเหนื่อยกับเรื่องของไอ้เสกที่ถูกทำร้ายหนักจะเข้าโรงพยาบาลกว่าจะเสร็จเรื่องก็ข้ามมาวันที่3 หลังจากที่กลับมาจากโรงพยาบาลพร้อมกับโจ้เด็กหนุ่มที่มาทำงานกับผมชั่วคราว  และคิดว่าจะของีบสักพักก่อนจะออกไปเจอพี่เนียร์ แต่กลายเป็นว่า ผมหลับยาวเกือบ4 ชั่วโมง และเมื่อผมตื่นมา โจ้ที่กำลังทำความสะอาดห้องผมอยู่ก็บอกว่าเมื่อบ่ายมีผู้ชายมาหา พอโจ้ บอกลักษณะถึงรู้ว่าเป็นพี่เนียร์แน่ๆ  หยิบมือถือขึ้นมา ให้ตายเถอะแบตหมดตั้งแต่ตอนไหน รีบอาบน้ำแต่งตัว โทรหาพี่เนียร์ ปรากฏว่าพี่เนียร์ปิดเครื่อง

3 ชั่วโมงผ่านไป ยังติดต่อพี่เนียร์ไม่ได้  และผมก็โทรไปที่บ้านไอ้นนก็บอกว่าไม่อยู่ที่นั่น หรือว่าจะกลับรีสอร์ทไปแล้ว ผมคิดว้าวุ่นกระวนกระวายใจ  แล้วเสียงมือถือผมก็ดังขึ้น ผมรีบวิ่งไปคว้ามากดรับทันที หลังจากวางสาย ผมก็รีบคว้ากุญแจรถ ออกจากห้องไป 

ใช่ที่นี่แน่ๆ ผมมองป้ายชื่อร้านที่เพื่อนพี่เนียร์โทรมาบอกว่าพี่เนียร์เมาอยู่ที่ร้านนี้ และไม่ยอมกลับถ้าผมไม่มารับ  ผมเดินเข้าไปมองร่างสูงของพี่เนียร์ที่นั่งฟุบหน้าอยู่กับโต๊ะข้างๆมีผู้ชายร่างสูงรูปร่างใกล้เคียงกันกับพี่เนียร์ ผมทักทายกับเพื่อนพี่เนียร์สักพัก

" พี่เนียร์ครับ " 

ผมเรียกเบา ดวงตาคมลืมตาขี้นมาทันทีที่รู้ว่าเป็นผมก็ผวาลุกขึ้นโผเข้ามากอด ล็อคคอผมแน่น

"  กรเกย์ นายมันร้าย นอกใจ นอกใจ นอกใจ  คิดจะทิ้งกันรึไง " พูดเสียงพึมพำย้ำคำว่านอกใจ ๆ และผมก็รีบพาพี่เนียร์ออกมาก่อนที่จะน่าอายไปกว่านี้ เพราะพี่เนียร์เริ่มเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ 

หลังจากพาพี่เนียร์ ออกจากร้านด้วยอาการทุลักทุเลผมก็ขับรถออกไปได้แค่ไม่กี่กิโลเมตรก็ต้องหยุดรถไว้ก่อนเพราะว่าฝนกำลังตกลงมาหนัก

" พี่เนียร์ ผมขอโทษ "  

" หึหึ... ขอโทษเรื่องอะไร เรื่องที่นายไม่รับโทรศัพท์ หรือเรื่อง ที่นายแอบซ่อนเด็กหนุ่มไว้ในห้อง " 

พี่เนียร์พูดตัดพ้อออกมา สายตามองมาที่ผมเหมือนกำลังโกรธๆ และผมก็อธิบายเรื่องยาวเป็นครั้งแรก ทั้งเรื่องของโจ้ แลเรื่องที่ผมไม่รับโทรศัพท์  และจบท้ายด้วยคำว่าขอโทษ

" งั้นจูบขอโทษสิ "  

พี่เนียร์บอกทำหน้านิ่งๆ ส่วนผมนั่นทำหน้าเหวอตกใจ พี่เนียร์เมารึเปล่า?  เพราะไม่คิดว่าพี่เนียร์จะเอ่ย เรื่องแบบนี้ออกมา ซึ่งช่วงนี้ผมพยายามห่างจากพี่เนียร์ก็เพราะเรื่องนี้ด้วย  ผมเป็นเกย์รุก และผมก็พอจะเดาได้ว่าพี่เนียร์คงไม่ยอม เป็นรับง่ายๆและนั่นทำให้ผมกลุ้มใจมาตลอดแต่เหตุการณ์วันนั้นที่ผมช่วยพี่เนียร์ปลดปล่อย ก็ทำให้ผมมีกำลังใจเกลี้ยกล่อมพี่เนียร์ 

" เอ่อ... พี่เนียร์เมาแล้วนะผมว่ากลับบ้านดีกว่า " 

ผมบอกเปลี่ยนเรื่องทันทีที่ผมพูดจบพี่เนียร์ก็ขยับตัวยื่นหน้ามาใกล้ๆผมตาคมที่ปรือๆเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ยิ่งทำให้พี่เนียร์ดูเซ็กซี่แปลกๆ

ผมต้องข่มอารมณ์อดกลั้นอย่างหนักรีบหันหน้าหนีมือเรียวพี่เนียร์ลูบไล้วนไปทั่วบริเวณหน้าอกผม แล้วไล่มือลงไปที่หัวเข็มขัด ผมจึงหยุดมือเรียวไว้ 

" จะทำอะไร "  

" ก็กรไม่จูบขอโทษ พี่ก็จะลงโทษกรเอง "  

พูดจบก็กดมือเน้นลงที่กลางเป้ากางเกงยีนส์ผม 

" โอ๊ย !. ...พอๆ ก่อนครับ " 

ผมร้องเสียงหลงออกมารู้สึกเจ็บเสียวแปลกๆ ทันทีที่พี่เนียร์เผลอผมก็รั้งคอพี่เนียร์มาแล้วประกบจูบลงไปที่ริมฝีปากร้อนของพี่เนียร์กลิ่นแอลกอฮอล์จางบวกกับกลิ่นบุหรี่ ยิ่งทำให้อารมณ์ดิบผมปะทุขึ้น  ผมดึงร่างพี่เนียร์มานั่งบนตักแกร่งและล็อกเอวบางพี่เนียร์เอาไว้แน่น

"อะ กร... ปล่อย...ก่อน " 

พี่เนียร์เริ่มร้องท้วงผมพูดออกไปแต่ผมไม่สนใจมือแกร่งเริ่มลูบไล้เบาๆแถวๆเอวบีบเค้น กระตุ้นอารมณ์อีกฝ่ายให้กระเจิดกระเจิง แล้วประกบปิดปากจูบบดเบียดอีกครั้งพร้อมกับส่งลิ้นร้อนสอดเข้ามาเกี่ยวกับลิ้นเล็กพี่เนียร์ตักตวงความหวานภายในโพรงปากอย่างหิวกระหาย 

"  อื้อ.. กร.... ไม่.. ไม่..." 

พี่เนียร์ครางกระเส่าเมื่อผมป้อนจูบอย่างเร่าร้อนมือหนาขยุ้มเสื้อของผมไว้แน่นผมจึงถอนริมฝีปากออกมาอย่างเสียดาย

" ไปห้องกรกันเถอะ " 

พี่เนียร์สั่ง ผมทำหน้าตกใจ

" แต่... พี่เนียร์..ถ้าแบบนั้นก็หมายถึงขั้นสุดท้าย  " ผมทำท่าค้าน

" เออ... แล้วแต่จะจับให้อยู่ตรงไหนล่างบนคว่ำหน้าหลังชนฝา แล้วแต่นายล่ะกัน " 

พี่เนียร์บอกพร้อมกับเร่งให้ผมออกรถเร็ว ๆ  ผ่านไปสักพักผมยังไม่หายอึ้งกับคำที่พี่เนียร์บอก

" ทำไม " 

ผมเอ่ยถามเสียงเบาในลำคอแต่พี่เนียร์ก็ได้ยิน

" เพราะว่าความรักคือการเสียสละ และที่ยอมก็เพราะว่ารักไปแล้วไงล่ะ "

พี่เนียร์บอกแล้วหันหน้าหนีมองออกไปนอกรถ แต่ผมมองเห็นรอยยิ้มจางๆของพี่เนียร์ผ่านเงาของกระจก ทำให้หัวใจผมพองโตเต้นเเรง มือไม้สั่น เพราะว่าคำบอกรักนั่น  

" ขับให้มันเร็วๆกว่านี้หน่อยดิ ทำวันนี้นะไม่ใช่20ปีข้างหน้า " 

เสียงเข้มของพี่เนียร์ดังขึ้น ทำให้ผมกลั้นยิ้มไว้ รีบปรับสปีดความเร็วทันที แอบมองพี่เนียร์ที่นั่งหน้าบึ้งอยู่ สองมือกุมประสานกันแน่น สังเกตว่ามือนั้นสั่นเล็กน้อย

ไม่ใช่แค่พี่เนียร์หรอกครับที่ตื่นเต้นผมเองก็ไม่ต่างกัน เพราะว่าเราทั้งคู่ต่างก็เป็นครั้งแรก 

________________________________________________________มาเเล้วๆเนียร์กรตอนนี้ก็เริ่มลงล็อคแล้วพี่เนียร์ยอมรับแล้วตอนหน้าncมาเเล้วมาดูรักที่อดทนมาเกือบ20ปี ถึงเวลาปลดปล่อยแล้ว กรเกย์จัดหนัก

แอบลงอิมเมจพี่เนียร์กับกรเพื่อความฟิน น่ารักเนาะ

Thanks รีดผู้น่ารักคนหนึ่งที่แก้ไขEditให้

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}