-[TAKE]-

รักเทค ก็อย่าทิ้งกันน้าาา อยู่กับเทคนานๆ แค่เข้ามาอ่านก็ดีใจแล้ววว

ชื่อตอน : ราตรีที่ 15

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 31.8k

ความคิดเห็น : 61

ปรับปรุงล่าสุด : 04 เม.ย. 2560 19:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ราตรีที่ 15
แบบอักษร

15

ณ เมืองลั่วหยาง แคว้นโจว

โจวอี้หานองค์ชายรัชทายาทเกี้ยวกราดในเพลิงอารมณ์ กายใหญ่สะบัดชายผ้าไหวพลิ้ว ใบหน้าบูดบึ้ง โจวอี้หานนึกแค้นใจซ่งจินเหลียงเสียจริงที่กล้ามาหักหน้า มิหนำซ้ำยังยัดเยียดพระชายาที่ไม่ต้องการมาให้

ซูลี่แม้เป็นชายงาม หากแต่มีจิตใจคิดชั่วร้ายไม่ได้ต่างจากตน โจวอี้หานจึงไม่พึงปรารถนาร่วมเตียงเคียงหมอน ชายผู้นี้อาจเป็นภัยอันตรายในภายภาคหน้า โจวอี้หานไม่อาจพลักใสไล่ส่งซูลี่ให้กลับต้าฉีได้ เมื่อไหร่ที่ซ่งจินเหลียงมาเยือนแคว้นโจว หากไม่พบหน้าซูลี่ก็อาจเป็นที่แคลงใจ

“ฮึ่ม! ซ่งจินเหลียงบังอาจนัก! มันคิดว่าเป็นใครกันถึงบังอาจมาทำเช่นนี้กับแคว้นเราได้”

‘โจวต้าน’ องค์ฮ่องเต้ผู้ปกครองแคว้นสบถคำไม่พึงประสงค์ คำกล่าวอ้างขอโจวอี้หานยิ่งทำให้นึกแค้นใจนัก! บุรุษชายวัยใกล้ฝั่งกลับต้องมาอยู่ภายใต้การปกครองของผู้มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับบุตรชายตัวเอง มันเป็นสิ่งที่หักหน้าโจวต้านจนแทบกระอักเลือดในความแค้น

“ท่านพ่อ ซ่งจินเหลียงยังกล่าวอีกว่า จะยกทัพมาตีเมืองของเราจนแตกพ่าย จับผู้หญิงไปให้พวกทหารที่หิวกระหาย เข่นฆ่าเด็ก ฆ่าคนชรา แล้วจะยังเสียบประจานหัวท่านที่ตัวเมือง” องค์รัชายาทโจวอี้หานโป้ปดคำโต สองมือประสานโค้งคารวะ

“ซ่งจินเหลียงช่างบังอาจนัก! เห็นทีคงเก็บไว้ไม่ได้”

“ท่านพ่อ แล้วพวกเราจะทำเช่นไรดีเล่า” โจวอี้หานส่ายหน้า “เป็นลูกที่ไร้ความสามมารถเกินไปจนไม่สามารถลอบสังหารซ่งจินเหลียงได้”

โจวต้านทำเพียงแค่ตบบ่าโจวอี้หานเพื่อเป็นกำลังใจและใช้ความคิด เขาเป็นชายวัยใกล้ฝั่ง เรื่องศึกสงครามก็ผ่านมาหลายสมรภูมิ การที่จะเอาชนะซ่งจินเหลียงมันไม่ใช่เรื่องง่าย จำเป็นต้องวางแผนการให้ดี ในเมื่อใช้แผนการสาวงามไม่ได้ผล ซ่งจินเหลียงมีความผิดแปลกไปจากชายอื่น ไม่สนใจหญิงงามหรือบุรุษงาม แต่นับว่าเป็นการโชคดีนักที่โจวต้านมีแผนการสำรองไว้อยู่

ศึกภายนอกที่ว่าโหดร้ายแล้ว ศึกภายในโหดร้ายยิ่งกว่า หากมีคนขดคิดทรยศ บ้านเมืองที่เคยเป็นปึกแผ่นก็จะสั่นคลอนได้ไม่ยาก

…ซ่งจินเหลียงจะเดินทางไปแคว้นฉี…

ในสาส์กล่าวเช่นนั้น…ผู้ที่ส่งหาใช่คนนอก แต่กลับเป็นผู้ที่ซ่งจินเหลียงรู้จักเป็นอย่าดี

ผู้นั้นคือ…อี้ชิง

รองแม่ทัพแห่งเสียนหยาง…ผู้มีใจเป็นปรปักษ์กับแคว้น และหันมาเข้าหาอีกแคว้นหนึ่งเพื่อช่วยในการกำจัดซ่งจินเหลียงให้พ้นหูพ้นตา

อี้ชิงมีความแค้นกับซ่งจินเหลียง แม้จะอยู่ภายใต้ทหารคอยรับใช้ ทว่ากลับคิดคดทรยศด้วยความแค้นส่วนตัว ในคราวที่ซ่งจินเหลียงยึดครองบัลลังก์ ได้เข่นฆ่าผู้เป็นบิดาที่เป็นฝ่ายต่อต้าน ความแค้นนั้นทำให้อี้ชิงไม่สามารถปล่อยวางได้จึงคิดน่วมมือกับต่างแคว้นเพื่อแก้แค้นอีกฝ่าย

ซูลี่คือแผนแรกที่ล้มเหลว

อี้ชิงก็คือแผนสำรองที่ลุล่วง

ซ่งจินเหลียง! ไม่ว่าเจ้าจะยิ่งใหญ่ขนาดไหนก็ไม่อาจชนะได้ในคราวนี้!

“ฝ่าบาท”

นายทหารสวมใส่ชุดเกราะหนาผู้หนึ่งวิ่งเข้าคุกเข่าลงตรงหน้าผู้เป็นฮ่องเต้และรัชทายาท ก้มหน้ามองพื้นพลางยื่นฎีกาขึ้นถวาย

โจวต้านอ่านข้อความในกระดาษแผ่นนั้น พลันส่งเสียงหัวเราะใหญ่

“ฮ่าๆ สวรรค์ท่านเข้าข้างเราแล้ว จัดเตรียมกองทัพ เราจะทำสงครามกับซ่งจินเหลียง!”

ในท้องพระโรง...ซ่งจินเหลียงขบแย้มยิ้มสวยหลังจากที่ได้รับรายงานจากชายแดนด้านเหนือ ที่มีโจรป่านึกลำพองเข่นฆ่าชาวบ้านและปล้นสะดมละแวกนั้นอย่างไม่เกรงกลัวเป็นเวลาหลายปีจนยากที่จะกำจัด แม้ว่าเป็นเพียงแค่โจรป่าแต่มันก็เหมือนหนามแทงอกจนซ่งจินเหลียงต้องรีบกำจัดทิ้ง หากปล่อยเอาไว้นานพวกโจรป่าพวกนั้นจะเหิมเกริมคิดคดทำการใหญ่จนสร้างความเดือดร้อน

“ฝ่าบาท ทรงพระปรีชาสามารถ กำจัดพวกโจรป่าได้อย่างราบคาบ”

เหล่าเสนาอำมาตย์กล่าวชื่นชมกับความเฉลียวฉลาดขององค์ฮ่องเต้

ซ่งจินเหลียงแม้ว่าอายุยังน้อยแต่กลับพระปรีชาสามารถสร้างความเป็นปึกแผ่นมั่นคงให้กับแคว้น อยู่ร่มเย็นเป็นสุขทั่วหล้า เป็นผู้ชนะแคว้นต่างๆ ที่หมายปองจะทำลายเสียนหยาง

“ผู้ที่คิดแผนการนี้หาใช่เราไม่”

เสียงฮือฮาขึ้นทั่วท้องพระโรง เหล่าอำมาตย์ต่างหันมองหน้ากันด้วยความแคลงใจ

“ฝ่าบาท หากไม่ใช่ท่านแล้วเป็นผู้ใดกันเล่า” อำมาตย์ผู้หนึ่งคารวะอย่างใคร่รู้

ซ่งจินเหลียงกล่าว ใบหน้างดงามประดุจเซียนยังคงประดับด้วยรอยยิ้ม

เมื่อหลายวันก่อนซ่งจินเหลียงได้ลองถกเถียงบเรื่องเกี่ยวกับกลวิธีชนะข้าศึกของสามก๊ก ซ่งจินเหลียงกลับพบว่าพระสนมลี่นั้นช่างชาญฉลาดอย่างแทบไม่น่าเชื่อ

“เป็นพระสนมลี่ที่คิดแผนนี้”

เสียงฮือฮาดังอีกระรอก ไม่มีใครคาดคิดว่าการที่ชายแดนทางเหนือชนะศึกครั้งย้อยมาได้จะเป็นแผนการจองพระสนมผู้เพิ่งได้รับการแต่งตั้งไม่ถึงปี เหล่าเสนาอำมาตย์ต่างปลื้มปิติต่างจากครั้งแรกที่ได้รู้จัก

ยินหย่งประสานมือคารวะ “ฝ่าบาท พระองค์มีพระเนตรที่กว้างไกลนัก พระสนมลี่นอกจากพระทัยดีแล้ว ยังเฉลียวฉลาด”

ยินหย่งนึกแค้นใจในตัวเองนัก! ครานั้นกลับเอาความหูหนวกตาบอด มองเพียงรูปร่างหน้าตา หาใช่จิตใจที่อยู่ด้านในไม่ พระสนมลี่เป็นเหมือนทองเนื้อแท้

“ใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท ข้าน้อยนึกชื่นชมในพระสนมลี่ยิ่งนัก” อำมาตย์ผู้หนึ่งเลื่อมใส

ในเสียนหยางผู้คนต่างมองพระสนมลี่ในทางด้านที่ดีขึ้น ไม่มีใครไม่ชื่นชม ไม่มีใครไม่เริ่มรักพระสนมผู้เก่งกล้า นับว่าเป็นบุญของแคว้นฉินที่ได้คนมีความรู้มาประดับพระบารมี

“เอาเถิด ข้าจะไปบอกพระสนมให้ว่าพวกเท่าชื่นชม” ซ่งจินเหลียงลุกขึ้น “หลังจากนี้ภายในสามวันจัดเตรียมขบวนให้เรา เราจะพาพระสนมกลับต้าฉี”

เสียงรับคำบัญชาดังเซ็งแซ่ทั่วท้องพระโรง

“พ่ะย่ะค่ะ”

เป็นครั้งแรกนับมาตั้งแต่อยู่ในแคว้นฉินที่หนิงลี่กระสับกระส่ายไปด้วยความตื่นเต้น ตั้งหน้ารอวันที่จะกลับบ้านเกิดเมืองนอนที่จากมานานร่วมปี หมอหลวงก็ยังคงมาตรวจอาการไม่ขาด ใบหน้าที่มีรอยแดงกลับห่างหายไปแล้ว หนิงลี่แทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองนัก ฝีมือของหมอหลวงช่างเยี่ยมยอด สามารถรักษาโรคผิวหนังที่เป็นมาหลายปีให้หายขาด จนนึกว่าเป็นหมอเทวดาเสียอีก

ท่านหมอผู้นี้คือท่านหมอหลาน...ใบหน้าชรามีหนวดเคราสีขาวเข้ากับเส้นผม การรักษาด้วยการฝังเข็มอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายเดือน บางครั้งความอยากรู้ในวิชาแพทย์หนิงลี่จึงมักสอบถามเรื่องการรักษา ทำให้เริ่มมีความรู้อยู่บ้าง

หลังจากฝังเข็มสุดท้ายเสร็จ หมอหลานจึงได้ตรวจชีพจรอีกครั้ง ท่าทีแสดงถึงความพออกพอใจในการรักษา โชคดีที่โรคผิวหนังที่พระสนมเป็นไม่ได้ส่งผลเสียอะไรมากนัก

“พระสนม ท่านสุขภาพแข็งแรง อีกสามวันก็สามารถเดินทางได้อย่างไม่น่าเป็นกังวล”

หนิงลี่ยิ้มแผ่ว “เกรงใจท่านหมอหลานแล้ว ขอบคุณท่านมากที่ให้การรักษา”

“พระสนมลี่ท่านเกรงใจไปแล้ว”

“หากวันข้างหน้า ข้าสงสัยในเรื่องการรักษา ข้าไปหาท่านเพื่อถามไถ่ความรู้ได้อีกหรือไม่”

“พระสนม หากเป็นท่านข้าไม่อาจเก็บรั้งความรู้ได้ หากท่านมีข้อข้องใจ ข้ายินดีช่วย”

“ขอบคุณท่านมาก”

“ถ้าเช่นนั้นข้าคงต้องขอตัว”

หมอหลานลุกขึ้นคารวะทีหนึ่งก่อนเดินออกจากห้องหลังจากที่ทำหน้าที่ลุล่วง

เซียวถิงเย่เดินเข้ามาด้านในแทนที่ นางตรงเข้าหาพระสนมผู้บัดนี้มีใบหน้าน่ารักน่าชัง ด้วยหัวใจที่เต้นโครมครามไม่หยุด ไม่คิดเลยว่าพระสนมที่เคยอัปลักษณ์มีรอยผืนแดงพอได้รักษาแล้วจะเป็นเช่นนี้ ท่าทีของนางอดทำให้หนิงลี่นึกหมั่นไส้ด้วยความนึกเอ็นดู

“พระสนม ถ้าฝ่าบาทมาเห็นพระสนมตอนนี้ก็คงตกตะลึงแน่เพคะ น่าเสียดายที่หลายวันผ่านมานี้ฝ่าบาททรงมีภารกิจมาก จึงไม่อาจปลีกตัวมาหาพระสนมได้ ข้าว่าถ้าฝ่าบาททรงเห็นท่านคงได้รักได้หลงมากกว่าเก่าแน่”

“ถิงเย่ เจ้านี่พูดเกินไปแล้ว”

หนิงลี่พยายามทำเสียงปกติ ซ่อนใบหน้าเขินอายเอาไว้ภายใต้ดวงตาที่ดุดัน ยามที่ได้ยินชื่ออีกฝ่ายหัวใจของหนิงลี่กระตุกวูบหนึ่ง

ซ่งจินเหลียง ถ้าท่านเห็นแล้วจะทำหน้าเช่นไร...

การรอคอยก็สิ้นสุดเมื่อถึงวันเดินทางกลับจี้หนาน ครั้นเมื่อหนิงลี่เดินออกมาจากตำหนัก เหล่านางกำนันและพระสนมรวมแม้แต่กระทั่งเหล่าทหารหรือเสนาอำมาตย์ต่างมองด้วยความตกตะลึง พระสนมอัปลักษณ์ที่เป็นที่เลื่องลือกลับไร้รอยมลทิน

ด้วยหลายวันที่ผ่านมานี้หนิงลี่กลัวการที่จะพบผู้คนด้วยความไม่คุ้นชินจึงได้เอาแต่อยู่ในตำหนัก ครั้นพอได้ออกมากลับสร้างความแตกตื่นให้รอบด้านไม่น้อย

ซ่งจินเหลียงอยู่เบื้องหน้า...ดวงตาพราวทอประกายมองราวกับเห็นสิ่งที่ไม่คาดฝัน

หนิงลี่โน้มกายทำความเคารพ

“ฝ่าบาท”

ซ่งจินเหลียงไม่คาดคิด หัวใจองค์ฮ่องเต้สั่นไหวราวกับกลองศึกจนไม่อาจเอื้อนเอ่ยเป็นคำได้...นี่น่ะรึ! พระสนมหนิงลี่...นี่น่ะรึชายผู้ซึ่งถูกทุกคนในแคว้นต่างกล่าวขาน

เซียวถิงเย่กระหยิ่มยิ้มย่อง “ฝ่าบาท จ้องพระสนมจนแทบจะกลืนกินไปทั้งตัวแล้วเพคะ”

ซ่งจินเหลียงได้สติ “ไปกันเถิดพระสนม”

หนิงลี่พยักหน้ารับพลางกระโดดตัวขึ้นบนอาชาสีน้ำตาลเข้ม ความที่เคยออกศึกมานับต่อนับจึงทำให้ไม่ยากนักที่จะควบคุม ทว่าสิ่งที่ทำให้หนิงลี่นึกกังวลมากกว่าการตกม้าคือซ่งจินเหลียงที่กระโดดขึ้นซ้อนด้านหลัง หนิงลี่ผวาเฮือกหันมองบุรุษร่างงดงามอย่างไม่คาดฝัน

“ฝ่าบาท!”

“อยู่นิ่งๆ สิพระสนม เจ้าไม่กลัวตกม้ารึ” ซ่งจินเหลียงไม่ปล่อยให้คนคิดหาข้ออ้างได้หนี กักตัวพระสนมในอ้อมแขน

อาชาใหญ่เคลื่อนกายไปด้านหน้าพร้อมกับกองทัพขนาดย่อมที่คอยทำการอารักขา ซ่งจินเหลียงผินดวงหน้าหันมองเสียนหยางที่อยู่เบื้องหลัง...อ้อมแขนแกร่งองค์จักรพรรดิโอบประคองพระสนม กองทัพเริ่มห่างจากเสียนหยาง นำไปสู่บ้านเกิดเมืองนอนของพระสนม

อดีตนายทหารผู้ที่ได้ขึ้นชื่อว่า...อัปลักษณ์

พญาอินทรีบินโฉบขอบฟ้า ปีกกางสยายใหญ่ต้านสายลม เป็นเงาสะท้อนรับกับดวงอัศดงใหญ่...บุรุษผู้หนึ่งยืนตระหง่านท่ามกลางแสงแดดจ้าบนหน้าผาสูงชัน เป่าปากเผยเรียกนกอินทรีย์ให้มาเกาะตรงข้อแขน บนขาของมันมีกระดาษข้อความใบหนึ่ง

เขาแกะมันขึ้นมาอ่าน...ข้อความที่สร้างความปลื้มปิติยินดี

“ท่านรองแม่ทัพ” นายทหารป่าคารวะ “เตรียมการเรียบร้อยแล้วขอรับ”

มือข้างที่มีอินทรีย์มาเกาะถูกยื่นไปด้านหน้า นกอินทรีย์ถลาบินโฉบเฉี่ยว

“ออกไปต้อนรับสหายเก่ากันเถิด”

กายใหญ่เคลื่อนกายลงจากเขา สู่ที่พักของเหล่าทหาร บุรุษฉกรรณ์กางแผนที่ของแคว้นต้าฉี บนแผนที่แสดงถึงเส้นทางหลากหลาย เขามองไปยังบนถนนเส้นหนึ่งรอบด้านมีภูเขาสามลูกขนาบข้างด้านซ้ายขวา มีแม่น้ำไหลผ่าน และเป็นอีกเส้นทางที่ขบวนกองทัพของซ่งจินเหลียงจะผ่าน

หนิงลี่...เจ้าจะตกใจหรือไม่ที่ข้ายังมีชีวิต



-------

TAKE

มาแล้วว ตอนนี้อาจสั้นหน่อยน่อ เทคยังอึนๆ เบลอๆ เพราะยาอยู่ ถามว่าหายหรือยังรถล้มเนี่ย บอกเลยว่ายัง ฮาา แต่กลัวรอกันก็เลยฝืนแต่ง แขนไม่ค่อยเจ็บมากแล้วแต่แต่ที่มันหนักคือตัวยานี่แหละ กินละง่วงจริงๆ ทำเบลอเลย

ช่วงนี้ฝนตก ถนนลื่น รักษาตัวเอง ระวังตัวด้วย ขับรถขับราก็ระวังอย่าเป็นแบบเทคน่อ

แล้วก็ขอบคุณที่ทุกคนเป็นห่วงกันนะค้าา กำลังใจล้นเปี่ยมเลย ><

ขอบคุณที่ให้การสนับสนุนจนมาถึงจุดนี้ได้ ติดท็อปเฉยเลย ตกใจแปป

ติได้ ชมได้ มีอะไรที่เห็นว่าเทคต้องปรับ แจ้งเลยจ้าา บอกเทคได้เลย เทคมิกัด

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น