Gila

ขอบคุณที่สนับสนุนนะคะ แนะนำ ติชม ได้น้า : ) อย่าลืมกด "ถูกใจ" ให้เค้าด้วยน้า

บทที่ 6 เพื่อนร่วมชายคา (จบตอน)

ชื่อตอน : บทที่ 6 เพื่อนร่วมชายคา (จบตอน)

คำค้น : ชะตารักพิศวาสหัวใจเถื่อน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.9k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 01 เม.ย. 2560 17:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 6 เพื่อนร่วมชายคา (จบตอน)
แบบอักษร

เปลือกตาที่ไร้การแต่งแต้มทั้งคู่สั่นไหวเมื่อได้ยินเสียงตึงตังลอยมากระทบโสตประสาท หญิงสาวพลิกกายบน ‘ที่นอนแคบๆ’ ของตน ดึงทั้งหมอน มือ ผ้าห่มมาใช้แทนที่อุดหู แต่ถึงอย่างนั้น สิ่งเหล่านี้ไหนเลยจะปิดกั้นความเกรี้ยวกราดจาก ‘ผู้รบกวน’ ได้ นอกจากไม่มีทีท่าจะหยุด ยังเพิ่มเลเวลความดังขึ้นเรื่อยๆ แม้ความง่วงงุนยังคงเรียกหา แต่เธอก็สุดความสามารถที่จะฝืนหลับตาต่อไปได้

“พิมพ์นารา! เปิดประตูเดี๋ยวนี้!!”

นั่นคือชื่อเธอแน่แท้ยิ่งกว่าแช่แป้ง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใครกันที่สะกดคำว่าเกรงใจไม่เป็น

ปึง*!! ปึง!! ปึง!!*

มลพิษทางหูดูท่าจะทวีความดังขึ้นเรื่อยๆ นอกจากเสียงทุ้มซึ่งตวาดหยาบคายทั้งภาษาอังกฤษและบ้านเกิดที่เธอไม่เข้าใจ ยังมีอย่างอื่นที่เธอเดาว่ายังไงก็ ‘เท้า’ เพราะถ้ามือคนสามารถออกแรงได้ขนาดนั้น คงเป็นพี่น้องที่หายสาบสูญของหมีควายแน่นอน 

อ่า…เธอพึ่งจะตระหนักว่าของแพงมันคงทนเช่นนี้นี่เอง

“นังตัวดี!!”

เธอไม่อยากจะจินตนาการว่าหน้าตาของผู้พูดจะบิดเบี้ยวเพราะแรงโทสะขนาดไหน แต่มาถึงขนาดนี้แล้ว จะเปิดประตูให้อีกฝ่ายเข้ามาหรือไม่ผลลัพธ์คงไม่ต่างกัน…

ร่างบางพลิกตัวนอนตะแคงหันหลังให้ประตู ‘อ่างอาบน้ำ’ กลายเป็น ‘หลุมหลบภัย’ ชั้นดี นับว่าเธอตัดสินใจถูกอย่างยิ่งที่ขนข้าวของเครื่องนอนเข้ามาหลบในนี้ หากเธอไม่เฉลียวใจว่าอีกฝ่ายอาจจะพังประตูเข้ามาได้ ป่านนี้คงกลายเป็นเนื้อในจานให้อีกฝ่ายแทะเล่นไปแล้ว

มิเกลไม่เคยรู้สึกเดือดดาลกับใครขนาดนี้มาก่อน นัยน์แดงก่ำตัดกับสีคราม ใบหน้าคมสันขบกราบจนเห็นเป็นรอยนูน มือหยาบทั้งคู่กำหมัดจนขึ้นเส้นเลือดปูดโปน

ประตูห้องน้ำเป็นแบบล็อกจากภายใน ความหนาและหนักของมันทำให้ความเป็นไปได้ที่จะพังเข้าไปเกือบจะเท่ากับศูนย์ ชายหนุ่มก่นด่านักออกแบบภายในที่สาระแนเลือกแต่ของดีๆมาใช้ หากไม่อย่างนั้น เขาหรือจะกลายเป็นตัวตลกดิ้นเร่าๆขูดประตูอยู่แบบนี้

“ถ้าคิดว่าจะหลบอยู่ในนั้นได้ตลอดก็ลองดู!!”

สายตาคมกริบตวัดไปที่เตียง วางแผนเป็นอย่างดีสินะถึงได้ขนเครื่องนอนเข้าไปกกด้วย ทันใดสมองก็คิดอะไรได้บางอย่าง ริมฝีปากบางแสยะยิ้มดุจยมทูตก็ไม่ปาน

ชายหนุ่มมองหาฮีทเตอร์ ก่อนจะกดปุ่มปิดด้วยจุดประสงค์ร้าย หน้าต่างกระจกทุกบานในห้องถูกเปิด ‘รับลม’ ความเย็นที่พัดมากระทบชวนให้ขนลุกเกรียว

‘เลือกเอาแล้วกัน จะแข็งตายในนั้นหรือจะออกมารับโทษกับฉัน!!’



กว่าชั่วโมงแล้วที่เสียงภายนอกเงียบหายไป แต่ความสุขสบายของเธอกลับไม่เพิ่มขึ้น น่าแปลกที่อากาศภายในห้องเย็นลงเหมือนเธอไปนั่งอยู่กลางลานกว้างหน้าบ้านก็ไม่ปาน หญิงสาวกระชับผ้าห่มแน่น กัดริมฝีปากไม่ให้สั่นระริกไปมากกว่านี้

ถ้าใจคิดว่าไม่ร้อน กายก็จะไม่ร้อน แต่นี่เธอพยายามคิดว่าไม่หนาวแล้ว แต่ทำไมมือทั้งคู่กลับเย็นเฉียบเหมือนถือก้อนน้ำแข็งเช่นนี้

สมองที่เคยคิดอะไรได้คล่องแคล่วว่องไวเริ่มทำงานช้าลงทุกขณะ ร่างบางค่อยๆลุกขึ้นนั่งชันเข่ามองฝ่าความมืดออกไปยังประตู เธอรู้ดีกว่าอะไรรออยู่ คนที่เธอเกลียดที่สุด ไม่อยากเจอที่สุด กำลังรอให้เธอพ่ายแพ้ออกไปศิโรราบ

‘ฝันไปเถอะ’

ใบหน้าสวยเกยเข่าหลับตาพริ้มสะกดกั้นความร้อนผ่าวในดวงตา แต่ท้ายที่สุดก็ยื้อได้ไว้ไม่นาน ปราการความรู้สึกภายในใจพังทลาย หยาดน้ำตาเอ่อล้นออกมาสู่ภายนอกเงียบๆ

“หนูอยากไปจากที่นี่…หนูคิดถึงคุณแม่เหลือเกิน” เสียงหวานสั่นเครือ ก่อนจะซบหน้าปล่อยความรู้สึกอัดอั้นทั้งหมดกับตัวเอง

เธอไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปเท่าไหร่ ความรู้สึกสุดท้ายที่จำได้คือความเหน็บหนาวเกาะกินทั่วสรรพร่าง ก่อนที่ทุกสิ่งจะแปรเปลี่ยนเป็นความดำมืด



เมื่อกะว่าเวลาผ่านไปพอสมควร ผู้เป็นเจ้าของบ้านจึงมาทุบประตูเรียกแขกอีกครั้ง

“จะนอนในนั้นทั้งคืนรึไง! ถ้าอยากแข็งตายนักละก็ นู่น ออกไปนอนนอกบ้าน!”

เจ้าหล่อนคิดจะเล่นสงครามประสาทกับเขาเหรอ ถึงได้ดื้อด้านไม่ยอมตอบ ความหงุดหงิดทำให้คิ้วคมขมวดเข้าหากันจนเกิดรอยย่นบนหน้าผาก

ปึง*! ปึง! ปึง!*

ชายหนุ่มเท้าเอวเตะประตูตรงหน้าแรงๆอีกสองสามที อยากจะเลื่อยประตูเข้าไปบีบคออีกฝ่ายให้ตายนัก ไม่ว่าจะส่งเสียงดังเท่าไหร่หล่อนก็ยังคงเงียบเหมือนไร้ตัวตน

แม้จะมีเสื้อโค้ทขนสัตว์อย่างดี แต่ลมหายใจที่เข้าสู่ปอดก็ยังเย็นยะเยือก พลันชายหนุ่มก็ตระหนักได้ถึงอะไรบางอย่าง

ร่างสูงกำยำหันหลังออกไปยังห้องตนเอง กระชากลิ้นชักข้างเตียงหยิบของสองสิ่งออกมา มือหนาหมุนกระบอกเก็บเสียงเข้า ‘ปืนพก’ ด้วยกันอย่างชำนาญ ก่อนจะเร่งฝีเท้ากลับไปยังที่ที่ตนจากมา

ปัง*!!*

ไม่ให้สัญญาณใดๆทั้งสิ้น มิเกลยิงเข้าไปที่กลอนประตูอย่างแม่นยำในนัดเดียว ฝ่าเท้ายกขึ้นถีบสิ่งกีดขวางตรงหน้าเพื่อที่จะเข้าไปสู่ภายใน ไฟอัตโนมัติทำหน้าที่ของมันให้แสงสว่างอีกครั้ง ชายหนุ่มกวาดตามองรอบห้องน้ำอันกว้างขวางก่อนจะสะดุดสายตากับชายผ้าห่มขาวที่โผล่พ้นอ่างอาบน้ำออกมา

คำพูดที่ว่า ‘หลับหรือตาย’ ถูกกลืนลงคอเมื่อดึงผ้าห่มออกจากร่างบาง ใช่…หล่อนยังคงหลับอยู่ แต่ใบหน้าภายใต้ขนตางอนกลับซีดเซียวไร้เลือด ริมฝีปากอวบอิ่มกลายเป็นสีม่วงเขียว ชายหนุ่มทิ้งอาวุธในมือก่อนจะช้อนร่างบางขึ้นมาแทบจะทันที เนื้อตัวเย็นเฉียบของอีกฝ่ายทำให้เขาตกใจไม่น้อย

มิเกลพาร่างบางในอ้อมแขนมายังห้องนอนอันอบอุ่นของตน นอกจากเสื้อที่เขาสละให้แล้ว ผ้าห่มหนายังถูกดึงขึ้นมาคลุมกายหญิงสาวเพื่อให้ความอบอุ่นมากที่สุด มือหยาบกร้านจากธุรกิจที่ทำแตะที่ใบหน้าของอีกฝ่ายเพื่อวัดอุณหภูมิ ความเย็นเฉียบที่ส่งผ่านออกมาสร้างความตะหนกอย่างที่ไม่เคยเป็น

‘ต้องทำขนาดนี้เลยเหรอ!’

ชายหนุ่มกัดฟันกรอดจนหน้าขึ้นรอยกรามนูน โทรศัพท์ในกระเป๋าถูกกดไปหาผู้ติดตามทันทีที่ผละออกมาจากร่างตรงหน้า เขาต้องบ้าไปแล้วแน่ๆที่รู้สึกร้อนใจถึงเพียงนี้

‘ครับนายท่าน’ ยะตีมกรอกเสียงนุ่มมาตามสาย

“ไปตายที่ไหนมา!” เสียงทุ้มตวาดกราดเกรี้ยวทั้งๆที่ผู้ติดตามคู่ใจรับสายภายในเวลาไม่ถึงห้าวินาที

“ตามหมอมาที่บ้านเดี๋ยวนี้ เอามาหลายๆคน เครื่องมือให้พร้อม!”

‘หมอ! นายท่านได้รับบาดเจ็บเหรอครับ!’

“ไม่ต้องถาม! มาเดี๋ยวนี้!” นั่นคือประโยคสุดท้ายที่ผู้เป็นเจ้านายกล่าวก่อนจะตัดสาย

โทรศัพท์ในมือถูกเหวี่ยงลงกับพื้นจนเศษซากกระเด็นกระดอนไปคนละทิศทาง แต่นั่นไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มใส่ใจมันขึ้นมาแม้แต่น้อย

“พิมพ์นารา! พิมพ์นารา!” มือที่สีเข้าหากันเพื่อสร้างความร้อนตบลงบนแก้มเย็นเฉียบของผู้ถูกเรียกชื่อเบาๆ หมายว่าการทำแบบนั้นจะทำให้อีกฝ่ายตื่นขึ้นมาได้

เกือบสองชั่วโมงที่ห้องของหล่อนเปิดอ้ารับลมหนาวอันหฤโหด เขาอดคิดไม่ได้ว่าชายอกสามศอกบางคนยังมีความอดทนไม่เท่าร่างบางตรงหน้าด้วยซ้ำ เทียบกับนั่งเผชิญหน้ากับความหนาวเหน็บแล้ว ออกมาเจอเขามันแย่กว่าขนาดนั้นเลยหรือ

ผู้ติดตามทั้งสองจัดการอะไรได้รวดเร็วทุกครั้ง หมอและผู้ช่วยสองคนถูกนำตัวมาถึงที่บ้านภายในเวลาครึ่งชั่วโมง บ้านอันเงียบสงบไร้รอยผู้บุกรุกยิ่งตอกย้ำให้สมมุติฐานของฝาแฝดเป็นจริงขึ้นเรื่อยๆ

‘ใครกันจะกล้าเอาชีวิตมาทิ้งที่นี่!’

แม้จะดูเหมือนไม่มีใครอื่นนอกจากเจ้าของบ้านและผู้อาศัยคนใหม่ แต่แท้จริงรอบๆละแวกบ้านมี ‘คนงาน’ พร้อมอาวุธครบมือที่พวกเขาส่งมาเฝ้าดูแลความปลอดภัยผู้เป็นเจ้านายอยู่เกือบยี่สิบชีวิต หากเกิดเรื่องขึ้นมาจริงๆ หิมะขาวปูทางเข้าคงได้ย้อมเป็นพรมแดง และเกรงว่าหมอแค่คนเดียวคงจะไม่พอ

“เร็วสิ! จะให้ฉันรักษาเองรึไง!” เสียงทุ้มตวาดลั่นเมื่อเห็นผู้มาเยือน

‘เคาะหาทีละห้องจริงๆสินะ’ ยะตีมคิดในใจ

ดูจากที่เดินวนไปมาเหมือนหนูติดจั่น ผู้เป็นเจ้านายของพวกเขาร่างกายภายนอกยังสบายดีไม่มีรอยขีดข่วน มีแค่สติเท่านั้นที่ดูจะไม่ค่อยอยู่กับร่องกับรอย

‘ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเรียกหมอมารักษาใคร’ สองพี่น้องมองหน้ากัน สื่อสารโดยไม่ขยับปาก

เสียงกระโชกโฮกฮากทำให้หมอและผู้ช่วยที่กำลังตรวจอาการคนไข้สะดุ้งเป็นระยะ หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ ต่อให้มีหมอสิบคนก็รักษาไม่เสร็จก่อนเที่ยงแน่นอน

ต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการหลอกล่อผู้เป็นเจ้านายออกมาจากห้อง ฮาฟิซตามเก็บเศษซากเครื่องมือสื่อสารด้วยสีหน้าระอาใจ

‘เที่ยวคราวหน้าคงต้องใช้โทรศัพท์รุ่นไทเทเนี่ยมแล้วล่ะนายท่าน’


--------------------------------------------------------------

สวัสดีวันเสาร์ค่าผู้อ่านทุกคน ขอโทษนะคะที่ทำให้รอ

ตอนใหม่มาแล้วววว ก่อนหน้านี้มีให้ลุ้นว่าเปิดประตูแล้วจะเจออะไร แต่ปรากฎว่าหนูนาราเราก็ดื้อสุดขาดใจดิ้นเหมือนกัน ส่วนใครที่คิดว่าจะเจออะไรหวานๆ อย่าพึ่งเผาพริกเผาเกลือด่ากี้เนาะ  555555

ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นต์แนะนำและให้กำลังใจนะคะ รักผู้อ่านเสมอออ <3

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น