Lady Dark

ขอบคุณท่านรีดทุกคนนะงับที่เข้ามาอ่านนิยายของเก๊าาา ><

บทสรุปที่ 1 กับเวลาที่เหลือเพียงสามชั่วโมง

ชื่อตอน : บทสรุปที่ 1 กับเวลาที่เหลือเพียงสามชั่วโมง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย สยองขวัญ,สั่นประสาท

คนเข้าชมทั้งหมด : 416

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 30 มี.ค. 2560 15:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทสรุปที่ 1 กับเวลาที่เหลือเพียงสามชั่วโมง
แบบอักษร

บทสรุป

            บทสรุปนี้จะกล่าวยาวไปถึงฉากและความเป็นไปของตัวละครนะคะ โดยกะจะสรุปให้เหมือนกับตอนแรกที่ตั้งใจ พยายามให้มันต่อเนื่องกันอย่างสมเหตุสมผลที่สุด ><

            ฉากที่ต่อจากบทล่าสุดก็คือหลังจากที่ทุกคนผ่านเหตุการณ์ที่สระว่ายน้ำในยิมแล้ว คาเรนที่สภาพจิตใจย้ำแย่ก็เหมือนสติจะหลุดไปช่วงหนึ่ง เดินไม่ทันระวังจนตกลงไปในท่อระบาย ที่ ทุกคนเดินข้ามท่อไป ไม่รู้ว่าเพราะความบังเอิญหรือว่าโชคชะตากำหนด ทำให้เซรีนและคณะเดินทางเจอกับประตูกลลับ ๆ ที่แม้แต่โจชัวก็ยังไม่รู้ อยู่ในทางท่อระบาย ด้วยความสงสัย ทุกคนก็เลยเดินตามทางเข้ามาอีก จนเจอกับประตูของห้อง ๆ หนึ่ง ซึ่งในห้องนั้น มีแสงไฟลอดผ่านออกมาจากรูประตู มีเงาของคนเดินไปมา ทีแรกเซรีนคิดว่าในห้องอาจจะมีผู้ติดเชื้อ ก็เลยพยายามบอกทุกคนกลับไปกันดีกว่า แต่เพราะจมูกของสองแฝดทำงาน เลยไม่ฟังเซรีน กลับช่วยกันพังประตู และสิ่งที่ปรากฏให้เห็นก็คือ...ผอ.ที่กำลังเสวยสุขอยู่กับอาหารและน้ำดื่มอย่างสบายใจ ห้อง ๆ นั้นเหมือนห้องพักส่วนตัวที่มีทุกอย่างครบครัน แม้ว่าทุกคนจะตะลึงที่เห็นผอ.อยู่อย่างสบาย แต่สิ่งที่ตะลึ่งยิ่งกว่าคือสายตาและคำพูดของผอ.ที่มองมาที่โจชัว

            “โจชัว...ลูกมาที่นี่ได้ยังไงกัน”

            และแล้วความจริงก็ปรากฏออกมาให้ทุกคนรู้ เซรีนออกตัวก่อนเลยคนแรก

            “ลูก...หึ นายคงเป็นเด็กกำพร้าคนแรกที่พ่อยังมีชีวิตอยู่นะโจชัว” หลังจากพูดเสร็จ เซรีนก็เดินออกจากห้องนั้นทันที ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ แต่ไม่ค่อยสงบ ผอ.พูดอะไรไม่ออกหลังจากที่เซรีนพูดออกมา (ช็อคที่ลูกตัวเองบอกว่าเป็นกำพร้า) สองแฝดฮันนาห์และแอชลีย์กำลังแอบผอ.เพื่อจิกเอาอาหารและน้ำดื่มไป โจชัวไม่พูดอะไรนอกจากคลี่ยิ้มบาง ๆ อบิเกลมองหน้าโจชัวเฉย ๆ ก่อนจะยิ้มที่มุมปาก สองสาวคาเรนและชาลอตตามเซรีนไป คาเรนเมื่อตามเซรีนที่เดินหน้าต่อ ๆ ไป ก็เริ่มที่จะเล่าความจริงว่าตัวเองเป็นใครมาจากไหนพร้อมกับบอกเล่าเรื่องราวของโจชัวที่ตัวเองรู้ให้เซรีนฟัง อบิเกลที่ออกมาตามก็ได้ยินด้วย และเหมือนคุ้น ๆ ว่าเคยเจอโจชัวมาก่อนที่งานประกวดตอนสมัยตัวเองยังเป็นเด็ก ((และเพื่อให้เรื่องมันสดใสไรท์เลยให้โจชัวเป็นรักแรกในวัยเด็กตอนไปประกวดของอบิเกล เพราะเหมือนตอนนั้นอบิเกลจะโดนบังคับให้ไปแข่งทั้งที่ตัวเองไข้ขึ้นสูง และเกือบจะเป็นลมล้มหัวฟาด แต่ได้โจชัวมาช่วยไว้ก่อนก็เลย ตู๊มม เกิดเป็นโกโก้ครั้น)) ความไม่น่าไว้ว่างใจในตอนแรกที่มีต่อโจชัวเริ่มเบาบางลง ผอ.ที่เริ่มรู้สึกตัวว่าถูกสองแฝดขโมยอาหารก็ออกปากไล่ และรีบดึงประตูที่พังแล้วขึ้นมาปิดไว้อย่างเดิม พร้อมกับหาอะไรมาดันไว้ให้แน่นหนากว่าเดิม โดยไม่รู้เลยว่า ที่ตรงนั้นจะกลายเป็นโลงศพของตัวเอง

            เมื่อตั้งสติได้ เซรีนคิดออกว่า มันไม่มีเหตุจำเป็นอะไรเลยที่จะต้องโกรธที่โจชัวโกหก เพราะไม่ว่าอย่างไร โจชัวก็เป็นคนแปลกหน้าสำหรับเธออยู่แล้วตั้งแต่แรก ส่วนฝ่ายโจชัวนั้น แม้จะนึกรำคาญใจที่พ่อของตัวเองมาทำหมดสนุก แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก

            “เธอจะทิ้งฉันไว้ก็ได้ ตามใจเธอเลย แต่ก็ไม่รู้ว่าเธอจะหาคนที่รู้ทางหนีออกจากโรงเรียนที่ถูกกองทัพปิดตายได้ทันก่อนโรงเรียนโดนบอมมั้ย” พูดจบประโยคนี้โจชัวก็ยิ้มหวานส่งไปให้เซรีน ซึ่งแน่นอนว่าเซรีนค่อนข้างจะหัวเสีย แต่มันก็จริงอย่างที่โจชัวว่า ประกอบกับคำบอกเล่าของคาเรน ไม่มีใครในโรงเรียนที่จะรู้ทางหนีออกได้เท่ากับโจชัวแล้ว

            “ฉันจะตามนายไป” อบิเกลพูดสั้น ๆ และแน่นอน อบิเกลไปไหน สองแฝดย่อมต้องไปด้วย

            “เราจะหนีออกไปได้ยังไง” เซรีนถามโจชัว

            “ที่ท่อระบายนี้ มีทางต่อไปถึงท่อระบายของเมืองอยู่ แต่ไม่รับประกันว่าจะปลอดภัย” โจชัวตอบกลับพร้อมกับยักไหล่ด้วยท่าทีสบาย ๆ

            “ฉันต้องการหลักประกัน” กระสุนที่เหลือน้อย กับอาวุธทำมือที่ไม่เพียงพอ ถ้าจะหนีออกไปจริง ๆ มันคงเป็นอะไรที่ยากต่อการเอาชีวิตรอดแน่ เพราะในทางท่อระบายอาจมีพวกมันหลงอยู่ก็ได้ แถมนี้ก็ใกล้จะครบกำหนดวันที่กองทัพประกาศออกมา ถึงแม้คำพูดจากโจชัวจะไม่สามารถเชื่อใจได้ แต่ในเวลานี้ก็คงมีแต่กับต้องเสี่ยง

            “ที่ห้องยามมีปืนเก็บสำรองไว้อยู่ น่าจะประมาณสองสามกระบอกได้ แต่...”

            “แต่อะไร”

            “ห้องยามมันอยู่กันคนละฟากกับที่นี่นะสิ แถมยังอยู่ใกล้ ๆ กับหอประชุมใหญ่ด้วย” ความสนุกใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น โจชัวคิดแบบนี้เงียบ ๆ ในใจพร้อมกับแย้มยิ้มออกมาให้เซรีน

            เหมือนจะคิดหาทางง่าย แต่มันก็ไม่ง่ายเลย หากให้แยกทีมกัน คนหนึ่งไปตามท่อระบาย อีกคนหนึ่งไปเอาปืน ถ้าหากว่าเจอผู้ติดเชื้อ ไม่ใครก็ใครต้องจบไม่สวย ในสถานการณ์นี้ การมีเซรีนเป็นทางรอดเดียวค่อนข้างที่จะรอดครบทุกคนยาก

            ถ้าให้ไปกันหมดก็คงจะรอดออกไปไม่ครบคนอีกอยู่ดี เพราะจุดที่ต้องไปคือหอประชุมใหญ่หรือจุดเกิดการระบาด ถ้าพูดถึงความเป็นจริง ด้วยอาวุธที่มีกับจำนวนคนที่รอด มันก็เสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย

            “พวกคาเรนรออยู่ที่นี่ ถ้าสามสิบนาทีแล้วฉันยังไม่กลับมา ก็รีบไปต่อ” พูดจบเซรีนก็เอาทั้งปืนพก มีดกระจก และขวานให้คาเรนและอบิเกล โดยเซรีนสอนอบิเกลให้ใช้ปืน และให้โจชัวบอกเส้นทางกับคาเรน เซรีนที่มีเพียงตัวเปล่า ๆ กับโจชัวจะเป็นคนไปเอาปืนเอง

            ระหว่างทางที่มาก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น นอกจากเสียงกรีดร้องเป็นระยะ จากตอนนี้ เซรีนเดาว่าคงมีคนรอดเหลือน้อยลงทุกที และเหมือนจะมีคนปรับตัวเอาชีวิตรอดกันมากขึ้น เมื่อเปรียบกับเสียงร้องโหยหวนที่ตอนแรก ๆ ดังเป็นระยะ ๆ มาตลอด แต่ตอนนี้กลับนาน ๆ ทีมีมาครั้ง เมื่อมาถึงที่ห้องยามก็เป็นไปอย่างที่คิด ผู้ติดเชื้อเดินวน ๆ เวียน ๆ อยู่แถวนั้นเกือบสามสิบคน เซรีนคิดแผนไว้ว่า ตัวเองจะเป็นคนล่อผู้ติดเชื้อ แล้วให้โจชัวไปเอาปืนมา แล้วมาเจอกันที่ทางเข้าท่อระบาย แม้ว่าสถานการณ์แบบนี้จะเชื่อใจโจชัวได้ยาก แต่เซรีนก็อยากลองเสี่ยงดู

            ตัดภาพกลับมาที่พวกคาเรน ผ่านมาแค่สิบนาที เกลก็เริ่มออกเดินตามทางที่โจชัวเขียนทิ้งไว้ให้ โดยที่ไม่สนใจเสียงร้องของคาเรน มีปากเสียงกันเล็กน้อย แต่ชาลอตบอกให้คาเรนเดินตามเกลไป โดยที่ตัวเองก็แอบเขียนทางทิ้งไว้ให้เซรีน เผื่อเซรีนกลับมาทัน

            “ฉันจะไม่ยอมรออยู่โง่ ๆ แล้วให้พวกมันมารุมฉีกทึ้งร่างตายหรอกนะ” เกลตอกกลับคาเรนที่ตัดพ้อว่าเกลเห็นแก่ตัว

            “อะไรทำให้เธอคิดว่าสองคนนั้นจะกลับมา พวกเธอพึ่งเจอกันได้ไม่นาน พวกเธอรู้นิสัยกันจริง ๆ รึไง ขนาดพี่น้องคลานกันตามมายังทิ้งให้อีกคนตายแทนได้เลย” เกลพูดไปเดินไปอย่างไม่สนใจว่าคาเรนจะหัวเสียกับคำพูดของเธอมากแค่ไหน

            “เฮ้อออ พวกโลกสวย” ก่อนจะทิ้งท้ายและเดินต่อไปโดยมีสองแฝดเดินตามหลัง แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาคิดก็เกิดขึ้น จู่ ๆ ชาลอตก็ได้ยินเสียงแปลก ๆ ดังมาจากในกำแพง ทั้งสี่คนหยุดเดินและลองเงียบฟังดู

            แกร๊ก!!! แกร๊ก!!!!

            เสียงอะไรบางอย่างกำลังพยายามครูดกำแพงอยู่ แต่กว่าจะทันรู้ตัวก็เหมือนจะสายไปแล้ว

            ผัวะ!!!!

            “กรี๊ดดดดดด!!!!”

            “กรี๊ดดด!!!! ฮันนาห์!!!!” เสียงกรีดร้องของแอชลีย์ดังขึ้นหลังจากมีผู้ติดเชื้อรายหนึ่งโผล่พรวดพลาดออกมาจากกำแพงและดึงเอาฮันนาห์ที่เอาหูแนบกับกำแพงเพื่อฟังเสียงไป

            “กรี๊ดดดดด!!! แอชลีย์! เกล! ช่วยด้วย!!!” เสียงร้องขอความช่วยเหลือจากฮันนาห์สร้างความแตกตื่นให้กับคาเรนและชาลอตมาก ทั้งสามพยายามจะช่วยฮันนาห์ แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ทัน เมื่อคอขาว ๆ ของฮันนาห์ มีรอยกัดทึ้งจนเหวอะเลือดอาบ แขนขาที่พยายามจะต่อสู้ขัดขื่นต่างถูกปากนับสิบปากรุมกัดทึ้งเสียงร้องโหยหวนอย่างทรมานดังมาอย่างไม่หยุด พร้อม ๆ กับกลิ่นเลือดที่โชยมา แม้ว่าทั้งเกลและแอชลีย์พยายามที่จะช่วยแล้ว แต่เหมือนว่าผู้ติดเชื้อจะยิ่งทวีเพิ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ จนสุดท้าย เกลต้องดึงแอชลีย์ออกมาจากตรงนั้นเพื่อรีบหนีเอาชีวิตรอด ผู้ติดเชื้อที่เริ่มทยอยกันเข้ามารุมฉีดร่างของฮันนาห์ ทั้งเสื้อผ้า และผิวกาย ต่างก็ขาดกระจุย เลือดและเศษเนื้อกระจายไปทั่วทางเดิน พร้อม ๆ กับลมหายใจของฮันนาห์ที่ดับสนิท...

เหลืออีกเพียงสามชั่วโมงก่อนที่โรงเรียนจะถูกปิดตายของจริง**!!!**

((อวสานตำนานสองแฝดผู้ตามล่าหาของกิน))

กับบทสรุปนี้มีตรงไหนที่สงสัยคอมเมนต์ถามได้นะคะ เดียวไรท์เข้ามาตอบ ขอโทษด้วยที่เก๊าลงช๊าาาาาาาา ((แต่จริง ๆ กะลงไปแล้วทีหนึ่ง แต่ไม่รู้ว่าเกิดปัญหาอะไร ทำให้มันติด ๆ ขัดๆ ไรท์เลยลบทิ้ง ตอนนั้นทั้งพิมพ์ทั้งลงผ่านแอพฯ))

บทสรุปที่สองน่าจะไม่เกินพรุ่งนี้นะคะ เดียวจะรีบปั่นวันละบทสรุปให้รีด ๆ ทั้งหลายหายข้องใจและกระจ่างแจ้ง >< ขอบคุณทุกคนมากน๊าาาาาาาาาาาาาาาาา ที่ถึงแม้เก๊าจะหายไปนานแค่ไหนก็ยังเข้ามาอ่าน เข้ามาติดตาม กราบขออภัยที่ข้าน้อยไม่มีมารยาทในการลงและทำให้ท่านทั้งหลายรอนาน กราบขออภัยที่ทำให้หลาย ๆ ท่านเสียความรู้สึกกับการอ่านนิยายเรื่องนี้ กราบขออภัยที่อาจใช้คำพูดหรือตัวอักษรไม่ชัดเจน ไม่ถูกต้อง ทำให้เห็นภาพไม่ออก กราบขออภัยจริง ๆ ค่ะ TOT

ความคิดเห็น