แมวน้อยตัวนั้น

ถ้าใครชอบช่วยสนับสนุนและเป็นกำลังให้ผู้เขียนด้วยนะคะขอบคุณทุกคนที่ติดตามล่วงหน้าค่ะ😁

🐉แมวขอชี้แจงเพิ่มเติมเผื่อคนอ่านใหม่นะคะ

ชื่อตอน : 🐉แมวขอชี้แจงเพิ่มเติมเผื่อคนอ่านใหม่นะคะ

คำค้น : คุยกัน

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.3k

ความคิดเห็น : 22

ปรับปรุงล่าสุด : 30 มี.ค. 2560 13:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
🐉แมวขอชี้แจงเพิ่มเติมเผื่อคนอ่านใหม่นะคะ
แบบอักษร

อาจจะมีคนคิดบางอย่างเกี่ยวกับเหตุการ์ณในเรื่องด้วยจะเหตุใดนั้นหรือเพราะที่เอาเพลงทงอีมาแปะไว้น่ะค่ะไรท์จะชี้แจงเพิ่มเติมเพราะเริ่มมีเวลาว่างและก็เผื่อคนอ่านที่ไม่ทันตอนไรท์อธิบายไปตอนเรื่องนี้จบในเม้นแรกๆหรือคุยกับคนอ่านหลังจากเรื่องนี้จบแล้วเราได้มาพบกันอีก ที่จริงไรท์ทำเรื่องนี้มาจากเรื่องของฮ่องเต้ซุ่นจื้อในราชวงศ์ชิง หย่งฟางคือไรท์ได้มาจากฮองเฮาต้วนจิ้งกับฮองเฮาอูลานารา(ฮองเฮาในฮ่องเต้เฉียนหลง)ซึ่งมงในภาพรวมจะยกมาจากซุ่นจื้อซะเป็นส่วนใหญ่เพียงแต่ฮองเฮาต้วนจิ้งถูกลดตำแหน่งแต่ฮองเฮาอูลานาราสิ้นพระชนส์ไรท์จึงจับมาที่ละฉากของทั้งคู่นำมาเรียบเรียงต่อเรื่องกันเหมือนที่อิงเรื่องต่างๆมาจากหลายๆราชวงศ์ซึ่งไรท์บอกไว้ตอนต้น อีกตัวที่เทียบได้ชัดคือเฟิงชิงที่ไรท์ได้มาจากฮองเฮาเซี่ยวฮุ่ยชางน้องสาวฮองเฮาต้วนจิ้งที่ขึ้นมาแทน(แต่ในเรื่องไรท์เลือกให้ซูฮวาขึ้นแทนเพราะไรท์คิดว่าการปูทางตั้งแค่ต้นซูฮวาเหมาะกว่าเฟิงชิง)และที่แน่ชัดคือซุ่นจื้อโปรดพระสนมมากที่สุดคือต๋งเอ๋อหวงกุ้ยเฟย ซึ่งไรท์ค่อนข้างนอยตั้งแต่อูลานาราทำไมไรท์อ่านฮองเฮาเรื่องไหนก็ร้ายไปซะหมดฮ่องเต้ก็รักแบบผิวเผินเรื่องนี้เลยเกิดขึ้นมา และฉากลาสุดท้ายของฮองเฮาก็มาจากอูลานาราที่ไรท์คิดว่าคือฮองเฮาองค์เดียวกับในซีรีย์จีนองค์หญิงกำมะลอที่ภาค3ได้สิ้นพระชนม์ในตำหนักเย็น จากตรงนี้จะเห็นได้ว่าไรท์ได้แรงบันดาลใจมาจากหลายๆเรื่องซึ่งล้วนเป็นฮองเฮาที่ถูกกระทำ(คิดแล้วเศร้า) เมื่อนั้นไรท์ถึงอยากให้ทุกคนรู้ถึงมุมของฮองเฮาบ้างและไรท์คิดว่าจะเป็นยังไงถ้าไรท์เอาฮองเฮาจริงๆที่ไม่ได้มาจากการพบกับฮ่องเต้โดยบังเอิญแล้วตกหลุมรักกันแต่เป็นฮองเฮาที่สมัยก่อนมักถูกเลือกทั้งๆที่อาจจะยังไม่เคยรู้จักฮ่องเต้ และในเรื่องนี้ไรท์ใช้การจับมือเป็นการสื่อถึงความรักที่ไม่ใช่รักแบบหวานฉ่ำแต่เป็นรักที่เต็มไปด้วยความผูกผันซึ่งอาจจะเหมือนกับที่เราเคยได้ยิน"อยู่ๆกันไปก็รักกันเอง" อีกทั้งไรท์อยากวัดความคิดของผู้หญิงสมัยใหม่ถ้าหากไปเกิดในสมัยนั้นเราจะเห็นได้เลยว่าในหลายๆอย่างผู้หญิงต้องอดทนเพราะพวกเธอไม่ได้เกิดในสมัยนี้เหมือนพวกเรา(และไรท์ก็อินเหมือนคนอ่านคือรู้สึกเกลียดฮ่องเต้ถ้าได้หลุดมาในสมัยนี้คงตายตั้งแต่มีสนมคนแรก)เรื่องนี้ไรท์พยายามใส่หลายมุมมองของความรัก ความรักของพ่อแม่ อคติ จวบจนความอิจฉาริษยา ไรท์ถึงให้คนอ่านคิดเอาเองว่าเมื่ออ่านแล้วใครคือนางเอกเพราะไรท์คิดว่าคนอ่านคือคนตัดสินใจ

ถึงแม้หย่งฟางจะน่าสงสารแต่ลู่เสียนก็นางสงสารเช่นกัน(หากนางไม่มีฮ่องเต้นางก็ไม่มีใครเลย-นี่คือสิ่งที่ฮ่องเต้และลู่เสียนคิด)เพียงแต่รักมากไปจนหวาดระแวงทำให้ลู่เสียนเดินทางผิดออกไปจากความรักที่นางกับฮ่องเต้มีตั้งแต่ต้น หากต้นเหตุที่ลู่เสียนเป็นเช่นนี้มาจากฮองไทเฮาจะเห็นได้ว่า(ก็แค่คนเป็นแม่ที่ทำทุกอย่างที่คิดว่าดีที่สุดให้ลูก)ในเรื่องนี้ไรท์ได้ใส่ไปแล้วที่ฮองไทเฮาเคยตัดพ้อว่าฮ่องเต้สนิทกับพ่อของเขา(ทำให้สนิทกับไต้เท้าเจี้ยน)กล่าวคือนางคิดว่าฮ่องเต้รักพ่อมากกว่าแม่ซึ่งไรท์พูดในมุมฮ่องเต้ก็อาจจะจริงในตอนแรกแต่ยังไงฮ่องเต้ก็รักแม่ของตนมากเหมือนกัน และฮองไทเฮาก็มีอดีตที่เจ็บแค้นเพราะนางเคยเป็นที่รักของสามีแค่ถูกสนมแย่งความรักนั้นไป(คนๆนั้นคือพระสนมฝ่ายตะวันตกหรือแม่ของจิ่นหยาง เพราะฮ่องเต้เป็นลูกคนแรกคนต่อมาคือองค์หญิงสองที่แต่งงานกับราชาเผ่ามองโกลและคนที่สามก็คือองค์ชายสามหรือจิ่นหยางนั่นเอง )นั่นจึงเป็นสิ่งที่นางสอนหย่งฟางตั้งแต่ว่า"ความรักไม่มีในวังหลวง"เพราะนางก็เคยสู้กับความโปรดปรานสนมของสามีจนในที่สุดก็ทำให้ลูกของนางได้เป็นฮ่องเต้และกลัวคว้าใครมาจะทำให้การปกครองเสียถ้ายิ่งรักมาก(นางเห็นภัยที่ลู่เสียนทำให้ฮ่องเต้ถึงขั้นกล้าตั้งฝ่ายกับแม่ได้)และที่ปฏิเสธไม่ได้คือนางอาจจะมองเห็นว่าแม้ลู่เสียนจะรักฮ่องเต้จริงแต่นางก็ไม่เหมาะกับตำแหน่งนี้เพราะฮองเฮาใช้หญิงที่มีความรักมากไปมาเป็นไม่ได้ผสมกับชสติกำเนิดและการตั้งฝ่ายกับไทฮองไมเฮานั่นยิ่งทำให้นางอคติใส่ลู่เสียน(สังเกตเรื่องแม่ผัวลูกสะใภ้ที่ในเรื่องได้บอกไว้แล้วมันมีมาทุกยุค ไทฮองไทเฮาไม่ชอบฮองไทเฮาและขัดขวางกันแต่แรกมาช่วงลูกหลานฮองไทเฮาก็ไม่พอใจลู่เสียน)แม้จะแสดงออกถึงการรักษาสายเลือดให้บริสุทธิ์แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าฮองไทเฮาก็มองถูกว่าลู่เสียนไม่เหมาะสมกับตำแหน่งฮองเฮา(และเราก็เห็นกันแล้ว)เป็นเหตุให้นางดึงคนที่นางถูกใจทั้งชาติกำเนิด ความงาม(ที่น่าจะสยบฮ่องเต้ได้)เข้ามาร่วมในเรื่องนี้(ในตอนอำลาฮองไทเฮาถึงขอโทษหย่งฟางเพราะแต่แรกนางก็ยังไม่ได้รักหย่งฟางมากที่สุดแต่พอนางได้เห็นอะไรหลายๆอย่างที่ผิดคาดนางจึงรู้สึกผิดที่ดึงหย่งฟางมาตกที่นั่งเดียวกับตนเพราะนางรู้ดีว่ามันเจ็บปวดแค่ไหนเมื่อตนก็เคยอยู่ในจุดเดียวกัน)และมุมที่น่าสงสารนอกจากลูกทำเหมือนไม่รักก็คือการที่ต้องต่อสู้กับไทฮองไทเฮา(ตอนลากันจะได้เห็นว่าท้ายที่สุดฮองไทเฮาก็อยากให้แม่สามีโปรดนางเหมือนกัน)สรุปคือฮองไทเฮาก็เหมือนลู่เสียนในอนาคตนั่นแหละค่ะเมื่อความรักจางก็ทำทุกอย่างให้มันเป็นของตนจนหลงคิดไปว่าอำนาจคือสิ่งที่ต้องคว้าเอาไว้(แม้มันก็อาจจะจริง)

ไปๆมาๆได้การตีความตัวละครฮองไทเฮาไปเลย มาต่อกันที่สิ่งที่อาจจะทำให้คนอ่านคิดว่าคล้ายกับอีกเรื่อง(ไรท์ได้ศึกษาฝั่งโชซอนมาด้วยเพราะว่าสถานะการของโชซอนกับจีนมันตรงกันในราชวงศ์ชิงที่ไรท์ตั้งเอาช่วงราชวงศ์ชิงและราชวงศ์ถังมาใช้ในการปกครอง แต่ถังจะเป็นภายในประเทศมากกว่า-เหตุผลส่วนตัวคือไรท์ชอบถังไท่จง~)ไรท์ได้อ่านเรื่องพระเจ้าซุกจงมาบ้างและพอรู้ว่ามีเรื่องคล้ายๆกันเกิดขึ้นเพียงแต่ไรท์ไม่โทษถ้าคนอ่านจะคิดแต่อย่าคิดว่าไรท์ไปเอาเรื่องเกาหลีมาเปลี่ยนเป็นจีนเพราะมันขัดความตั้งใจแต่แรกของไรท์เพราะไรท์เอาเรื่องจีนมาทำเป็นจีนนะจ๊ะ เข้าประเด็นสิ่งที่ดูเหมือนจะใช่คือเพลงใช่ม๊า~ตอนเขียนไรท์ก็มีอินเนอร์ที่ต่างไปเมื่อต้องย้ายมาสวมบทเป็นฮ่องเต้รวมถึงคนอื่นๆไรท์จึงมีเพลงจีนหลายเพลงมากๆในโทรศัพท์และที่โปรดก็คือเพลง Naihe หรือเพลงต้นแบบของเรื่องถ้าตั้งได้ไรท์ให้เป็นเพลงหลักอินเนอร์เลยเพราะไรท์รู้สึกว่ามันดูเหมาะกับการบ่งบอกความรู้สึกของทุกๆตัวละครหญิงที่อยู่ในวังทั้งสนมทั้งหลายหรือตัวฮองเฮาเอง แต่เมื่อฟังไปเรื่อยๆไรท์คิดว่ามันเหมือนเพลงเรียกร้องฮ่องเต้ยังไม่ตอบโจทย์เรื่องความสัมพันธ์ของในแต่ละมุมของตัวละครไรท์จึงเริ่มหาเพลงเพราะที่มีมันยังไม่ใช่ ซึ่งขอบเขตคือแนวต่างชาติที่เป็นซีรีย์เพราะเพลงพวกนี้จะหาได้ง่ายกว่าและต้องเป็นแนวสมัยก่อนให้อธิบายคงร่ายยาวแน่ข้ามมาที่เมื่อไรท์เจอเพลง Jang nara ไรท์ขอสาบานว่าฟังแต่ดนตรีและคิดเอาไรท์เชื่อว่าเพลงนี้ตอบโจทย์หย่งฟางได้ดีที่สุดจนไรท์ยังหาเพลงมาลบล้างไม่ได้ ความรูเสึกปะปนกับฟังออกบางคำและมัวเอาในบางคำ ทั้งจังหวะที่ฟังแล้วหดหู่(เหมือนชีวิตหย่งฟาง)และเสียงร้องท่อนแรก(ไรท์ไม่ได้ว่านะแต่มันคล้ายเสียงเด็กสาวๆ)เด็กที่ไม่รู้ปะสีปะสาแต่ได้มาเจอความรัก(เหมือนหย่งฟางแรกเข้าวังก็ไม่รู้อะไรเลยนางยังเป็นหญิงสาวที่เพ้อถึงความรักอันแสนหวาน แต่!เมื่อเจอความรักจริงๆก็ช็อกสิคะ)แต่ถึงจะชะงักก็เลือกจะรักต่อแม้จะเจ็บปวด(นี่คืออินเนอร์ที่ไรท์จิ้นมาเอง)ยังทำเพื่อคนที่เรารักต่อไปในแบบฉบับใสซื่อหงส์ตัวน้อยที่มีแต่น้ำตาข้างมังกร แค่แรกเมื่อรู้ว่ามันเป็นสิ่งที่จะเปิดดราม่านอกเรื่องไรท์ควรเลี่ยงเอาเพลงอื่นมาแต่ในเมื่อไรท์ไม่ได้ทำอะไรผิดและไรท์จะซื่อสัตย์กับความรู้สึกและหย่งฟางไรท์จึงหยิบเพลงนี้มาแปะหน้าเรื่องเพราะมันเข้ากับอารมณ์หย่งฟางที่สุดแล้วในความคิดของไรท์(แม้จะเป็นภาษาเกาหลีก็เถอะ) ต่อกันที่เพลงที่ไรท์ยกมาแทนความรู้สึกของฮ่องเต้กันบ้าง เพลงนี้เจอโดยบังเอิญเมื่อเขียนจบแรกและเตรียมแพลน(อุ้บ!เกือบสปอย)เพลงนี้เสียงและหน้าตาพระเอกทำไมมันทำให้ไรท์นึกถึงฮ่องเต้นัก ตาคมปากบางๆหน้าตาดูเด็กน้อยแต่การกระทำนี่ชั่ง(ฮึ่ม!)และโชคดีเพลงนี้ไรท์เลือกดูเอ็มวีด้วยเพราะหลงหน้าตาพระเอกแต่ก็ได้พบกับต้นเหตุความชั่วร้ายของไรท์นั่นก็คือซับในท่อนที่บอกประมานว่า"เมื่อการรักฉันมันทำให้เธอลำบากใจ"นี่แหละคะ!ไรท์สะดุดให้เพลงนี้เลยถึงจะรู้เรื่องอยู่ท่อนเดียวแต่มันชั่งเข้ากับมุมฮ่องเต้ที่มีต่อหย่งฟางนักแม้จะอาจสื่อถึงลู่เสียนได้แต่หย่งฟางมาเต็มกว่า(ทำไมเพลงเกาหลีมันถึงใช่ตลอดเลย)เพราะงั้นเพลงจีนแรกตกอันดับไปไรท์จึงเอาเพลงที่ไรท์เชื่อว่าจะสื่ออินเนอร์ฮ่องเต้ได้ดีที่สุดมาแปะหน้าเรื่อง และก็ไม่ลืมเพลงจีนแรกของเรามาแปะด้วย ต่อกันที่เพลงที่ยกมาเต็มๆคือเพลงที่คนอ่านแนะนำว่าเหมือนความรู้สึกลู่เสียน(อันนี้ไรท์แปะในตอน)และมันทำให้ไรท์เริ่มอยากจะลองเรื่องแนวเกาหลีบ้างแต่ยังคิดๆเอาไว้แค่นั้น เพลงที่เปิดมาไรท์รู้สึกหดหู่แบบกัดฟันและมันก็โอเค มีระบายเต็มที่ในท่อนฮุคและยิ่งเอ็มทีที่ทำให้ไรท์ถึงบางอ้อว่าจางอ๊กจองคือพระสนมฮีบินที่ไรท์เคยได้ยินเรื่องเล่าเกี่ยวกับว่าสุสานแต่ยังไม่เคยสนใจเท่าไหร่ ไรท์ก็อยากให้คนอ่านอินทั้งเพลงทั้งตัวหนังสือก็แปะมาด้วยเลย😊และเพลงจีนที่ไม่เคยมีใครหักล้างได้ก็มาถึงพร้อมกับที่คนอ่านจะเริ่มเห็นความชั่วร้ายของไรท์แล้ว😁นั่นคือเพลงจีนที่แปะในตอนซึ่งนำมาแทนความรู้สึกจิ่นหยางและชงหยวน

"ครั้งเดียวก็พอ"ทั้งเพลงทั้งการสื่อไรท์ยกมาเป็นจิ่นหยางเลย(เลวร้ายมากใช่ไหม😁)เอาจริงๆไรท์สะดุดเรื่องนี้เพราะเคยเจอว่าเรื่องนี้ตอนจบนางเอกของเรื่องกลับไปยุคปัจจุบันและพระเอกกำลังเป็นหมอกำลังผ่าตัดและตึ้ง!ตื่นมาเจอสามีในอดีตชาตินี้เป็นหมอกำลังช่วยชีวิตเราอยู่ซึ่งไรท์อยากจะลองทำแนวข้ามภพข้ามชาติอยู่พอดี และเมื่อเจอเพลงนี้ในช่วงเขียนฮองเฮานอกหัวใจบวกกับการสื่อสารไรท์ว่ามันดูเป็นเพลงเรื่อยๆที่ให้ความรู้สึกไรท์คือ"ขอแค่รักเธอต่อไป"มันดูเหมือนหนุ่มน้อยเพ้อฝันหลงรักผู้หญิงคนหนึ่งอย่างบริสุทธิ์ใจและอยากใกล้ชิดเธอตลอดเวลา(ใช่จิ่นหยางไหมล๊าาา)ไรท์จึงแปะเพลงนี้มาในตอนให้แทนจิ่นหยางเพราะไรท์อยากให้คนอ่านอินเหมือนไรท์ แม้ไม่ได้แปะในหน้าเรื่องเพราะไรท์กลัวคนอ่านจะตกใจว่านี่กระทู้รวมเพลงหรือเปล่า😁 ต่อกับเพลงที่ไรท์ยังหาอะไรมาหักล้างน้องจีนในมุมชงหยวนไม่ได้(มันคือชงหยวนของไรท์)

และความ(เลว)ร้ายขั้นสุด นั่นคือเพลงจีนที่สื่อนัยยะ"บอกข้าในอนาคต"ฮั่นแน่!รู้แล้วใช่ไหมว่าไรท์เอาเพลงนี้มาแทนชงหยวนอย่างหมดเปลือก เปิดมาแรกๆต่างกับเพลงจิ่นหยางตรงที่ดนตรีมาแบบช้าๆนุ่มๆดูอบอุ่น เสียงร้องเหมือนเล่าว่ารักใครคนนึงแอบอยู่ใกล้เขาแต่ก็ไม่อาจจะสมหวังได้ในชาตินี้แต่ในชาติหน้าเราก็ยังมีหวัง ความรู้สึกพี่ชายและความเศร้าในใจของคนที่คอยเป็นที่พึ่งและหวังดีปกป้องดูแลมาโดยตลอดก็ตรงกับสิ่งที่ชงหยวนทำ(จิ่นหยางและชงหยวนจะแตกต่างตรงที่จิ่นหยางจะพยายามทำให้หย่งฟางยิ้มและชวนทำเรื่องสนุกๆเพื่อให้เธอลืมความทุกข์แต่ชงหยวนจะเป็นที่ปรึกษาที่ดีและคอยปกป้องร่วมทุกข์กับหย่งฟางเสมอ)และถ้าหากตั้งกฏกับไรท์ว่าสมมติว่าหย่งฟางต้องเลือกไปกับจิ่นหยางและชงหยวนจริงๆหย่งฟางจะไปกับใครและถ้าให้ไรท์ตอบในความรู้สึกหย่งฟางก็คงตอบว่าชงหยวนสังเกตได้จากแผนวัดใจฮ่องเต้เป็นครั้งสุดท้ายหย่งฟางเลือกบอกชงหยวนเพียงคนเดียวเพราะเธอกับชงหยวนก็มีความผูกพันกันมานานและหย่งฟางรู้ว่าชวหยวนคิดยังไงกับเธอในตอนลากันไปต้าหลี่จิ่นหยางและหย่งฟางลากันถ้าให้เทียบแบบความรักหนุ่มสาวแต่ตอนลาชวหยวนทั้งๆที่เขาไม่ได้พูดอะไรเหมือนไม่อยากตอกย้ำแต่ท่าทีของชงหยวนหย่งฟางกับรู้ได้ดีและชงหยวนก็รู้นิสัยหย่งฟางดีถึงได้บอกทุกคนว่าหย่งฟางมักจะทำอะไรที่คนอื่นคิดไม่ถึงเสมอ เพียงแต่บางครั้งเขาก็เดาไม่ออกว่าเธอจะทำอะไร

ประเด็นสุดท้ายที่ไรท์รีบจนทำความเลวร้ายทิ้งไว้นั้นคือการเขียนชื่อของหย่งฟาง

หากเป็นในสิ่งที่ทั้งเรื่องพูดถึงคือความหมายของหย่งฟางคือความกล้าหาญและความหอมจะเขียนแบบนี้ค่ะ

芳 ฟาง ตัวนี้จะแปลว่ากลิ่นหอมหรือเครื่องหอมซึ่งทีแรกไรท์ทำไปผสมหย่งที่แปลว่าความกล้าหาญให้ออกมาเป็น กล้าหาญ,ความหอม

แต่ที่ไรท์แนะนำไปเนื่องจากช่วงนั้นรีบต้องขออภัยด้วยนะคะ ชื่อที่เขียนไปแต่ต้นก็อ่านว่าหย่งฟางแต่การตีความหมายเป็นครึ่งหลังเหมือรชื่อเดิมแต่ความหมายใหม่ที่เป็นตัวหย่งฟางในตอนท้ายและการกลับมานั่งบัลลังค์อีกครั้งนั่นคือ

勇方    อ่านว่า หย่งฟาง  ความหมายคือ ผู้มีความกล้าหาญถูกต้องเที่ยงธรรม

ซึ่งไรท์ผิดพลาดที่ลืมแจ้งไปต้องขออภัยยคนอ่านด้วยนะคะ😭

เป็นอันว่าไรท์ขอจบการอธิบายไว้เท่านี้นะคะความจริงไรท์เคยตอบในเม้นไปแล้วแต่ไรท์ลืมว่าถ้าเม้นเยอะมันจะหายคนอ่านที่มาใหม่อาจจะสงสัยและอ่านไม่ทันไรท์จึงตั้งตอนนี้อธิบายเพิ่มเติมมาเลย ถ้าหากผิดพลาดประการใดก็ต้องขออภัยและถ้าคนอ่านมีเรื่องสงสัยก็เม้นถามได้นะคะบางทีอาจตอบช้าเพราะไรท์ไม่ค่อยได้เข้ามาในห้องนี้แต่พยายามเข้ามาดูความคิดเห็นคนอ่านเสมอขอขอบคุณที่ติดตามและชื่นชอบผลงานเรื่องนี้ของนักเขียนมือสมัครเล่นกันค่ะ

..แมวน้อยตัวนั้น...


ความคิดเห็น