jackxy wu

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Chapter 17 I’m Yours & You’re Mine

ชื่อตอน : Chapter 17 I’m Yours & You’re Mine

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.3k

ความคิดเห็น : 42

ปรับปรุงล่าสุด : 11 เม.ย. 2560 00:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 17 I’m Yours & You’re Mine
แบบอักษร

Chapter 17

I’m Yours & You’re Mine

[Tasha’s Part]

“ธชา”

“...”

“ธชา”

“...”

“ธชา!”

“ฮะ อะไร?” ผมหลุดจากภวังค์ความคิดหลังโดนเสียงหวานๆ ตะโกนชิดใบหู ลินินหรี่ตามองหน้าผม เธอหัวเราะหึหึจนผมต้องถามออกไป “เธอมีอะไรลินิน จู่ๆ ก็ตะโกนใส่หูกันแบบนี้”

“ฉันสิต้องถามนาย” ลินินกอดอก เธอยื่นหน้ามาชิด “ว่านายมีอะไรหรือเปล่าถึงได้เหม่อเอาๆ แบบนี้ ทำไมฮะ แค่ออกมาช้อปปิ้งเป็นเพื่อนฉันไม่ได้เลยเหรอ”

“ที่จริงก็ได้นะ ถ้าเธอไม่ได้ช้อปปิ้งสามวันติด เช้าจรดเย็นแบบนี้”

“จะหาว่าฉันเบียดเบียนเวลาของนายว่างั้นเถอะ”

“อันนี้ก็แล้วแต่เธอจะคิดนะ :)”

ผมยิ้มยียวนให้ลินิน เธอจิ๊ปากใส่ผมแต่ไม่วายยอมแพ้ ลากผมเข้าร้านนู้นออกร้านนี้ ถุงเสื้อผ้าและของใช้จิปาถะในมือผมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่ต้องถามว่าของใครถ้าไม่ใช่ของลินิน แต่จะว่าเธอก็ไม่ได้ เพราะแต่ไหนแต่ไรมาผมก็ตามใจลินินจนเธอติดเป็นนิสัยไปแล้ว จะว่าไปผมตามใจเธอมากกว่าธันวาซะอีก

“แวะกินข้าวเย็นกันธชา”

ลินินว่าหลังจากที่เธอช้อปปิ้งจนเวลาผ่านมาถึงช่วงเย็น ผมก้มมองนาฬิกาข้อมือตัวเอง เผลอขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าตอนนี้ใกล้จะทุ่มนึงแล้ว

“กลับไปกินที่รีสอร์ทไม่ดีกว่าเหรอ”

“อาหารที่รีสอร์ทก็อร่อยอยู่หรอก” ลินินว่าพลางเดินนำผมไปที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในตัวห้าง “แต่ว่าฉันอยากเปลี่ยนบรรยากาศบ้างนี่นา”

“เธอเปลี่ยนบรรยากาศมาสามวันแล้วนะ”

“โอ๊ะ จริงเหรอ” เธอแสร้งทำเสียงตกใจ ลินินยิ้มหวานให้ผมแล้วเมินไปหาพนักงานต้อนรับหน้าร้าน “สองที่ค่ะ”

“เชิญทางนี้เลยครับ”

พนักงานต้อนรับเดินนำผมกับลินินไปที่โต๊ะอาหารติดกับกระจก พอพวกเรานั่งเรียบร้อยเขาถึงหยิบใบเมนูมาให้เลือก ผมได้แต่จิ้มรายการอาหารส่งๆ เพราะไม่ได้รู้สึกอยากกินเท่าไหร่ มีแค่ลินินนั่นแหละที่คิดแล้วคิดอีกกว่าจะเลือกเมนูได้

“อะไร มองหน้าฉันแบบนี้ด่ากันมาตรงๆ เลยก็ได้นะ” ลินินทำปากจู๋ใส่ ผมหัวเราะ ส่ายหน้าเบาๆ

“ไม่ล่ะ ให้เธอคิดได้เองดีกว่า”

“นี่!”

“จุ๊ๆ ไม่เอาน่า เธอคงไม่โวยวายกลางร้านอาหารให้คนมองใช่ไหม?”

“นายก็ชอบขัดฉันอย่างนี้อยู่เรื่อย” ลินินส่ายหน้า เธอยิ้มออกมานิดๆ “น่าหงุดหงิดจริงๆ ให้ตายสิ”

“ถ้าจะมีใครหงุดหงิด ฉันคิดว่าน่าจะเป็นฉันมากกว่านะ”

“หงุดหงิดที่ฉันลากนายไปนู่นมานี่น่ะเหรอ”

“ไม่เอาน่าลินิน อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่”

ผมว่าออกไปแบบนั้น ลินินชะงักแล้วเหยียดยิ้มหวาน ผมมองแล้วได้แต่ถอนหายใจ ภายนอกลินินดูเป็นสาวหวานไร้พิษภัย แต่ใครจะรู้ว่าจริงๆ แล้วเธอน่ะมันยัยตัวแสบชัดๆ เห็นได้จากที่เธอพยายามแกล้งผมแต่ยังทำหน้าซื่อตาใสเหมือนไม่รู้เรื่อง ตลอดสามวันที่ลินินมา เธอเอาแต่กันผมออกจากแฮกเตอร์ ที่จริงผมจะปฏิเสธก็ได้แต่ต้องยอมรับว่าผมเองกลับคิดว่าแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน

แฮกเตอร์น่ะหึงผม ถึงแม้ว่าการพูดแบบนี้มันจะดูหลงตัวเองไปหน่อย แต่ยังไงก็คือความจริง ผมรู้สึกได้ว่าเขาแปลกไปหลังเห็นลินินสนิทกับผมมากขนาดนั้น ตอนแรกก็รู้สึกดีนะที่เขาหึงผม นั่นแสดงว่าเขาเองก็รักผมเหมือนกัน แต่ไปๆ มาๆ กลับหงุดหงิด หงุดหงิดที่แฮกเตอร์ไม่ยอมพูดออกมาตรงๆ ผมให้โอกาสเขาหลายครั้ง ถ้าเขาถามผมยินดีจะตอบ แต่แฮกเตอร์ไม่ถามอะไรทั้งนั้น

ให้ตายสิ เขากลัวอะไร กลัวคำตอบผมงั้นเหรอ?

“มันก็ดีกับนายด้วยไม่ใช่หรือไง” ลินินยกแก้วน้ำส้มขึ้นจิบ “คนปากแข็งแบบนั้น ต้องเล่นแบบนี้แหละ”

“แฮกเตอร์ปากแข็งก็จริง แต่เขาก็คิดมากเหมือนกัน” ผมถอนหายใจ ก้มมองจานอาหารตรงหน้าที่เพิ่งถูกยกมาเสิร์ฟ มันส่งกลิ่นหอมน่าทาน แต่ผมกลับไม่อยากสักนิด “ฉันไม่อยากทำให้เขาคิดมาก”

“น่า นายเชื่อฉันสิธชา ทำแบบนี้นี่แหละดีแล้ว”

“มันดียังไงฮะ ฉันกับแฮกเตอร์ห่างกันมาสามวันแล้วนะ”

“ห่างแค่สามวันก็ดีกว่าคบกันแบบไม่ชัดเจนไปตลอดไม่ใช่หรือไง” ลินินเลิกคิ้วใส่ผมแล้วคลี่ยิ้ม ดวงตากลมโตเป็นประกายเจ้าเล่ห์ “ฉันแค่ช่วยกระตุ้นพวกนายให้เลื่อนขั้นขึ้นไปอีก ไม่ดีหรือไง นี่เป็นห่วงนะเนี่ย”

“เธอทำเพราะสนุกมากกว่า”

“งั้นนายอยากจะเดิมพันกับฉันไหมล่ะ”

“เธอคิดจะทำอะไรอีก” ผมหรี่ตาจ้องหน้าลินิน เธอหัวเราะเสียงใส ตักสลัดผักเข้าปากแล้วเคี้ยวเอื่อยๆ คล้ายจะยั่วให้ผมหงุดหงิด

“โทรไปหาแฮกเตอร์สิ”

“ทำไม”

“บอกเขาไปว่าคืนนี้จะกลับดึก” ลินินหัวเราะ ดวงตาเป็นประกายจนผมอยากจับเธอมาตีก้นสักที “เพราะว่านายติดธุระอยู่กับฉัน”

“ฉันว่า...”

“ไม่อยากรู้เหรอว่าเขาจะมีปฏิกิริยายังไง” ลินินโน้มน้าวผม “อยากให้เขาพูดออกมาไม่ใช่เหรอว่าหึงนายหวงนาย ไม่อยากให้นายใกล้ชิดกับฉัน ไม่เอาน่าธชา กล้าๆ หน่อย ไม่เจอกันนานขี้ขลาดขึ้นเยอะนะ”

ผมเงียบไป ไม่ได้โกรธที่โดนลินินถางถาง แต่ผมกำลังคิด...คิดว่าสิ่งที่ลินินพูดมันก็ค่อนข้างน่าสนใจเหมือนกัน ผมยังยืนยันว่าไม่อยากให้แฮกเตอร์คิดมาก แต่ก็อยากรู้เหมือนกันว่าขีดจำกัดเขาอยู่ที่ไหน และผมสามารถทำให้เขา ‘หลุดการควบคุม’ ได้หรือไม่ รู้ตัวอีกทีผมก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมากดโทรหาแฮกเตอร์ เสียงรอสายดังนานจนเกือบคิดว่าเขาจะไม่รับ แต่สุดท้ายแฮกเตอร์ก็รับสายผม

“มีอะไร” เขาถามเสียงเรียบ ผมพยายามปั้นเสียงให้เป็นปกติแล้วตอบกลับไป

“นายกินข้าวเย็นหรือยัง”

“กินแล้ว” แฮกเตอร์เงียบไปนิดหนึ่ง “ถามทำไม นายยังไม่ได้กินเหรอ?”

“เปล่าๆ ฉันกินแล้ว” ผมเหลือบตามองลินิน เธอส่งรอยยิ้มเคลือบยาพิษให้ผม “มากินกับลินินน่ะ”

“อ้อ...”

“แฮกเตอร์” ผมเรียกเขาเมื่อเห็นว่าปลายสายเงียบไป แฮกเตอร์พึมพำเบาๆ ประมาณว่าฟังอยู่ ผมเลยกลั้นใจพูดออกไป “คืนนี้ฉันกลับดึกนะ มีธุระต้องไปต่อกับลินินนิดหน่อยน่ะ”

“...แล้วมาบอกฉันทำไม”

“ฉันแค่...”

โครม!!!

เสียงโครมครามดังลอดมา พร้อมกับเสียงหอบหายใจหนักๆ ที่ดูคล้ายพยายามกลั้นไว้ไม่ให้ผมได้ยิน ผมขมวดคิ้ว รู้สึกสังหรณ์ใจบางอย่าง

“แฮกเตอร์ เป็นอะไร เมื่อกี้เสียงอะไร?”

“SHIT!!!”

“แฮกเตอร์?!”

ไม่มีเสียงตอบรับจากปลายสายนอกจากเสียงของแข็งกระแทกกับอะไรสักอย่างแล้วสัญญาณก็ตัดหายไป ผมลดโทรศัพท์ลง มองหน้าจอด้วยสายตาครุ่นคิด จนกระทั่งเสียงของลินินดังขึ้นถึงได้เงยหน้ามองเธอ

“เชื่อฉันสิว่าตอนนี้เขาคงพังห้องตัวเองจนเละไปแล้ว”

“ฉันกลับดีกว่า” ผมว่าแล้วทำท่าจะลุกขึ้น แต่ลินินจับแขนผมเอาไว้

“รอก่อนเถอะ”

“ลินินฉันไม่อยากเล่นเกมกับเธอแล้ว” ผมว่าเสียงเข้ม แต่ลินินกลับยกนิ้วขึ้นจุ๊ปาก เธอไม่มีท่าทีเกรงกลัวผมเลยสักนิด

“เชื่อฉันสิ ให้เวลาได้ทำหน้าที่ของมันแล้วเราค่อยเก็บเกี่ยวผลลัพธ์” เสียงหัวเราะคิกคักดังเบาๆ ลินินตบหลังมือผมแปะๆ “ฉันขอสามชั่วโมง นับจากนี้สามชั่วโมงแล้วนายค่อยกลับไป แล้วฉันรับรองว่ามันจะไม่เสียเปล่า”

ผมหรี่ตาจ้องหน้าลินินเขม็ง แต่ลินินก็ยังเป็นลินิน เธอไม่กลัวผมสักนิด

“ได้ แต่ถ้ามันแย่กว่าเดิม เธอคงรู้นะว่าต้องรับผิดชอบอะไรบ้าง”

“นายก็รู้ว่าฉันยอมรับผลจากการกระทำของตัวเองเสมอน่ะ :)”

----------------------------------------------------

พอครบสามชั่วโมงปุ๊บผมก็แทบจะอุ้มลินินยัดเข้ารถแล้วขับบึ่งกลับรีสอร์ทด้วยความรวดเร็ว หลังจัดการอะไรเสร็จเรียบร้อยก็มาเคาะห้องแฮกเตอร์รัวๆ

“แฮกเตอร์ อยู่ไหม เปิดประตูให้ฉันหน่อย”

เงียบ...ไม่มีการตอบรับ

“แฮกเตอร์ เฮ้ นายนอนแล้วเหรอ?”

ผมลองส่งเสียงถามแล้วเคาะอีกสี่ห้าครั้งแต่ก็ไม่มีเสียงอะไรตอบกลับมา ผมขมวดคิ้ว เดินกลับห้องไปหยิบคีย์การ์ดสำรองห้องแฮกเตอร์ที่แอบซ่อนเอาไว้มาเปิดประตูแล้วตรงเข้าไปข้างใน สิ่งแรกที่เห็นคือโซนห้องรับแขกที่เละเทะเหมือนกับโดนพายุลูกใหญ่ลง โต๊ะล้มคว่ำ นิตยสารที่วางไว้บนโต๊ะกระจุยกระจาย ดีที่เป็นโต๊ะไม้ไม่ใช่กระจก หมอนถูกปากระจายไปคนละทิศละทาง โซฟาคล้ายถูกบางอย่างกระแทกจนขยับออกจากจุดเดิม ผมมองไปตรงกำแพง โทรศัพท์มือถือเครื่องหนึ่งชิ้นส่วนกระจัดกระจายจนไม่น่ากลับมาใช้งานได้นอกจากจะไปซื้อใหม่

หลังอึ้งกับความเสียหายได้ไม่ทันไร ผมก็ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวเบาๆ ดังมาจากโซนเคาน์เตอร์บาร์ พอเดินไปดูก็เห็นแฮกเตอร์กำลังกระดกแก้วเครื่องดื่มสีอำพันอึกใหญ่ บนบาร์มีขวดเหล้าเปล่าๆ วางเรียงห้าขวด ไม่นับรวมกระป๋องเบียร์ที่หล่นกลิ้งอยู่บนพื้น พอตั้งสติได้ผมก็รีบวิ่งไปยื้อมือคนที่กำลังจะกระดกแก้วเหล้าขึ้นอีกครั้ง กลิ่นแอลกอฮอล์จากร่างแฮกเตอร์ฉุนจัดกลบกลิ่นน้ำหอมของเขาที่ผมชอบดมเป็นประจำ

“แฮกเตอร์ เฮ้!”

“เอา...แก้ว...ฉันมา!!!” แฮกเตอร์ว่าเสียงยานคาง เขากระชากแก้วเหล้าจากผมจนมันกระฉอกหดรดเสื้อตัวเอง เจ้าตัวทำหน้าเบ้แล้วสบถดังลั่น “Shit! Damn it!!!”

“นี่นายดื่มไปเยอะแค่ไหนเนี่ย?!”

“ยุ่ง...ไม่ต้องมายุ่ง...กับฉัน!”

“เฮ้ พอเถอะ” ในที่สุดผมก็แย่งแก้วเหล้าจากแฮกเตอร์มาได้ แม้ว่าจะโดนหมัดของคนเมาเหวี่ยงเฉียดปลายคางไปมาก็ตาม “เลิกดื่มได้แล้ว ลุกไหวไหมเนี่ย”

ผมค่อยๆ พยุงแฮกเตอร์เดินกลับห้องนอน ลำบากนิดหน่อยเพราะเขาตัวใหญ่เอาเรื่อง อันที่จริงก็ตัวพอๆ กับผม แต่ผมคิดว่าแฮกเตอร์น้ำหนักเยอะกว่าผมสักสิบกิโลได้ พอเขาเมาแล้วทิ้งน้ำหนักตัวมาที่ผมทีเดียวแบบนี้มันเลยทุลักทุเลนิดนึง ดีนะที่แผลผมสมานดีแล้วไม่งั้นคงได้แผลแตกวุ่นวายกันอีกคนแน่ แฮกเตอร์ส่งเสียงงึมงำสลับกับเสียงสบถไทยคำอังกฤษคำดังอยู่ข้างหู ผมพยายามจะฟังแต่ก็จับใจความไม่ได้สักที

พอพาแฮกเตอร์มาเกือบถึงเตียง เจ้าตัวก็ทำท่าพะอืดพะอมจนผมพาวิ่งเข้าไปอ้วกในห้องน้ำแทบไม่ทัน ผมถอนหายใจ ยืนประคองแฮกเตอร์ที่เกาะขอบอ้างล้างหน้าแล้วอาเจียนออกมา มือก็ลูบหลังเขาไปเรื่อยๆ พอเสร็จเรียบร้อยก็จัดการเปิดน้ำล้างหน้าล้างปากให้จนเสร็จ ถือโอกาสบีบยาสีฟันใส่แปรงแล้วแปรงให้เขาซะเลย

“ฮึ่ม!”

“ไม่เอาน่า อย่าดื้อได้ไหม” ผมว่าเสียงดุ แฮกเตอร์พยายามจะเบี่ยงหน้าหนี แต่ผมก็จับเขาแปรงฟันจนเสร็จ ก็ให้มันรู้ไปว่าผมจะสู้แรงคนเมาไม่ได้น่ะ “เอ้า เสร็จแล้ว อาบน้ำไหม หรือจะให้เช็ดตัว?”

“ไม่ต้องมายุ่ง...”

“โอเค เดี๋ยวเช็ดตัวให้แล้วกัน”

ผมไม่สนว่าแฮกเตอร์จะคัดค้านยังไง พอลากเขาไปโยนทิ้งบนเตียงได้ก็เดินไปหยิบผ้าขนหนูมาชุบน้ำแล้วเช็ดตามใบหน้าลำคอและแขนเขา ตอนแรกว่าจะเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ด้วย แต่ดูๆ แล้วมันก็ไม่ได้เลอะอะไรนอกจากมีกลิ่นเหล้าเหม็นหึ่ง กลับกันกับผม เสื้อผมเปียกน้ำไปหมดจากการที่แฮกเตอร์ขัดขืนนั่นแหละ ดูท่าว่าผมคงต้องไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าตัวเองก่อนแล้วค่อยกลับมาจัดการแฮกเตอร์

ผมเหลือบตามองคนเมาที่หลับไม่ได้สติไปแล้ว ก่อนลุกขึ้นเปิดตู้เสื้อผ้าแฮกเตอร์ หยิบเสื้อกับกางเกงมาอย่างละตัวแล้วเดินเข้าห้องน้ำไปจัดการธุระส่วนตัวภายในเวลาไม่นานนัก พอออกมาก็เห็นแฮกเตอร์พยายามชันตัวลุกขึ้นนั่ง เขายกมือกุมหัวตัวเองแล้วขมวดคิ้วมุ่น

“ตื่นมาทำไม นอนพักซะ พรุ่งนี้นายแฮงค์แน่ๆ”

“นาย...” แฮกเตอร์มองหน้าผม ท่าทางเหมือนกับสร่างเมาแล้วแต่ยังมึนงงอยู่นิดหน่อย เขาขมวดคิ้ว บีบขมับตัวเองแรงๆ แล้วส่งเสียงครางเบาๆ “...กลับมาทำไม”

“พูดอะไรแบบนั้น ฉันก็ต้องกลับมาอยู่แล้วสิ หือ?...” ผมชะงักเมื่อเห็นรอยถลอกบริเวณข้อมือเขา แฮกเตอร์ผิวขาว เพราะฉะนั้นรอยถลอกแดงๆ นั่นเลยเด่นเป็นพิเศษ ที่ผมไม่เห็นตอนแรกอาจเพราะมัวตกใจที่เห็นเขาดื่มเหล้าแทนน้ำแบบนั้น “มือไปโดนอะไรมาแฮกเตอร์”

“ไม่รู้” เขาปฏิเสธแล้วเสตาหนีผม

“นายจะไม่รู้ได้ไง” ผมว่าเสียงดุแล้วจับมือเขามาดู พอได้พิจารณารอยแผลชัดๆ ก็เดาออก “นี่นายไปต่อยอะไรมาเนี่ย?!”

“เรื่องของฉัน!” แฮกเตอร์ว่าเสียงเข้ม เขานวดขมับตัวเองอีกครั้ง “นายออกไปซะธชา ฉันไม่อยากเห็นหน้านาย”

“แฮกเตอร์...”

“ไม่อยากเห็น ไม่อยากรับรู้ด้วยว่านายจะไปต่อกับผู้หญิงคนไหน!” เสียงเขาดังขึ้นเรื่อยๆ ดวงตาสีฟ้าคมกริบถลึงจ้องผม มันเต็มไปด้วยความหงุดหงิด เสียใจ และเจ็บปวด “ไม่ต้องเสนอหน้ามาบอกฉันว่านายจะกลับดึกเพราะต้องอยู่กับใคร! ฉัน...ฉันไม่ได้อยากรู้สักนิด!”

“แฮกเตอร์นาย...”

“ฉันไม่อยากรู้...ไม่อยากรู้ ทำไมต้องโทรมาบอกฉันด้วย ฉันขอหรือไง!”

“แฮกเตอร์” ผมเรียกชื่อเขาแล้วประคองหน้าคนที่เอาแต่ตัดพ้อให้มองผมชัดๆ ผมสบเข้าไปในดวงตาสีฟ้าเจือแววเจ็บปวดและตัดสินใจให้โอกาสเขา “...ฉันจะถามนายอีกครั้ง นายมีอะไรจะพูดหรือถามฉันไหม? เพราะถ้าไม่ ฉันจะไม่ถามคำถามนี้กับนายอีก คิดดีๆ ก่อนตอบนะ ฉันอยากได้ยินสิ่งที่นายซ่อนเอาไว้ในใจมากกว่าคำโกหก”

แฮกเตอร์เงียบไป เขาจ้องหน้าผมนิ่ง ส่วนผมเองก็เงียบและได้แต่ภาวนาให้คราวนี้เขายอมพูดสิ่งที่อยู่ในใจกับผมเสียที เวลาผ่านไปวินาทีแล้ววินาทีเล่า ในที่สุดริมฝีปากหยักของแฮกเตอร์ก็ขยับไหว

“...นายกับลินิน ไม่ได้มีอะไรกันมากไปกว่าเพื่อนใช่ไหม”

“ใช่ พวกเราไม่ได้มีอะไรกัน”

“นาย...รักฉันใช่ไหม” ประโยคนี้มันเบาจนเหมือนเสียงกระซิบ แต่ผมกลับได้ยินชัดเจน มันเป็นประโยคคำถามที่ทำให้ผมรู้สึกถึงความสั่นไหวในใจของคนพูด ผมพยักหน้ารับ ยิ้มน้อยๆ ให้แฮกเตอร์สบายใจ

“ฉันรักนาย รักนายแค่คนเดียว”

“แสดงให้ฉันเห็นสิ...” แฮกเตอร์ว่าพลางออกแรงดึงผมเข้ามาชิด เขายื่นหน้าเข้ามาจูบผมเบาๆ แล้วผละออก ดวงตาสีฟ้าฉายแววจริงจังพอๆ กับน้ำเสียงทุ้มต่ำ “ทำให้ฉันเห็นว่านายรักฉันคนเดียว มีแค่ฉันคนเดียวที่พิเศษกว่าคนอื่นรอบตัวนาย”

แฮกเตอร์สอดมือเข้าใต้เสื้อผม สัมผัสกับกล้ามเนื้อหน้าท้องโดยที่ตาไม่ละไปจากผมสักนิด ผมไม่ได้โง่ รู้ได้ทันทีว่านี่เป็นการเชิญชวน ผมกระตุกยิ้มเมื่อแฮกเตอร์ถอดเสื้อผมออกด้วยมือของเขาแล้วปามันทิ้งไปสักที่ ดวงตาคมกริบไล่มองร่างกายผม แววตาเขาอัดแน่นด้วยความต้องการ แฮกเตอร์ยื่นหน้าเข้ามาจูบผมอีกครั้ง จูบหวานๆ ที่วินาทีต่อมาเปลี่ยนเป็นร้อนแรงในพริบตา!

ผมถูกผลักลงไปบนเตียง แฮกเตอร์ไม่ออมแรงสักนิด ผมเอามือเท้าเบาะไว้ทันก่อนล้มลงไปนอนทั้งตัว ตอนนี้เลยกลายเป็นว่ากึ่งนั่งกึ่งนอนแทน ผมเงยหน้ามองแฮกเตอร์ เขาป่ายขาขึ้นนั่งคร่อมตักผม แขนสองข้างไขว้จับชายเสื้อยืดตัวเองแล้วเลิกถอดขึ้นเหนือหัว หุ่นแน่นๆ ฉบับหนุ่มนักกีฬาปรากฏตรงหน้า ผมไล้มือไปตามลอนกล้ามหน้าท้องเขา ยื่นหน้าเข้าใกล้ ตวัดปลายลิ้นหยอกเย้าตุ่มไตสีชมพูอ่อนจนเสียงครางแหบพร่าดังขึ้น

“อา...ธชา”

เสียงแฮกเตอร์ปลุกความต้องการในตัวผมให้พุ่งขึ้นสูง แฮกเตอร์ทึ้งเส้นผมผมจนยุ่งเหยิง เขากดหัวผมให้ชิดหน้าอกตัวเองโดยไม่รู้ตัว ส่วนผมก็ตั้งอกตั้งใจกับการกลั่นแกล้งยอดอกนุ่มๆ นั่น ทั้งดูดดึง ขบเม้ม ยิ่งเวลาที่ฟันผมครูดผิวเนื้ออ่อนเบาๆ แฮกเตอร์ก็ยิ่งส่งเสียงครางแหบๆ เซ็กซี่อยู่ข้างหู กระตุ้นอารมณ์ให้โหมหนักกว่าเก่า

“แฮกเตอร์...” ผมพึมพำเรียกชื่อเขา มืออีกข้างตะโบมบีบหน้าอกอีกข้างของแฮกเตอร์ไม่ให้เหงา ปลายนิ้วสะกิดยอดอกไปมาจนมันแข็งชัน “...อา หน้าอกนายแน่นชะมัด”

“อึก! อา...พูดมาก!”

เขากระซิบเสียงดุ ดันหน้าผมให้ผละจากอกตัวเองก่อนยื่นหน้าเข้ามาจูบ ปลายลิ้นร้อนสอดแทรกเข้ามาในโพลงปาก เกี่ยวกระหวัดปลายลิ้นผมอย่างดุดันเร้าร้อนแล้วผละออก เขาซุกหน้าเข้ากับซอกคอผม เสียงหายใจดังถี่ ลมร้อนๆ ปะทะผิวเนื้ออ่อนบริเวณต้นคอจนผมรู้สึกขนลุกซู่ แฮกเตอร์ไล้มือไปตามร่างกายผมในขณะที่ขบเม้มทิ้งร่องรอยแสดงความเป็นเจ้าของไว้ที่ซอกคอ

“อึก!...เจ็บ” ผมประท้วงเบาๆ เมื่อหัวไหล่ถูกฝังเขี้ยวลงมา

“นายเป็นของฉัน” แฮกเตอร์จูบซับรอยกัดนั้น เขาเคลื่อนหน้าไปข้างๆ แล้วฝังเขี้ยวลงกับเนื้อผมอีกครั้ง “ทุกส่วนในร่างกายนายเป็นของฉัน!”

ผมได้แต่ปล่อยให้แฮกเตอร์ทำตามใจอยาก เขากัดผมที่แล้วที่เล่า ความรู้สึกแสบแล่นพล่านไปทั่วตัวแต่ผมไม่บอกให้เขาหยุด ยิ่งถูกแฮกเตอร์กัดก็ยิ่งเจ็บ และเมื่อยิ่งเจ็บ ความตื่นเต้นในตัวผมก็เพิ่มมากขึ้นเท่านั้น ผมซุกไซ้ใบหน้าเข้ากับซอกคอแฮกเตอร์ สูดกลิ่นกายเขาเข้าปอดซ้ำๆ มือไล้ลงไปถึงขอบกางเกง แฮกเตอร์ไม่ขยับหนีหรือมีทีท่าปฏิเสธ ผมเลยค่อยๆ ดึงมันออกโดยมีแฮกเตอร์ขยับสะโพกให้ความร่วมมือแต่โดยดีจนเหลือแค่บ็อกเซอร์ตัวเดียว

“รอบนี้ฉันจะไม่หยุดแล้วนะ”

ผมว่าเสียงหอบ ร่างกายส่วนล่างร้อนผ่าว บางอย่างเริ่มตื่นตัวจนปวดร้าว ไม่รู้ว่าเรื่องมาถึงจุดนี้ได้เพราะอะไรระหว่างแฮกเตอร์แค่เมาหรือเขาอยากยอมให้ผมเอง

“ก็ไม่ต้องหยุด” แฮกเตอร์กระซิบเสียงพร่า เขาจูบติ่งหูผมแล้วขบเม้มสร้างความเสียวซ่าน มือเลื่อนลงมาวางอยู่บนจุดที่ปวดร้าวของผม ฝ่ามือใหญ่ลูบไล้มันผ่านเนื้อผ้า บีบเบาๆ สลับกับกดคลึงคล้ายจะแกล้งกัน ผมกระตุก หลุดเสียงหอบหนักๆ ออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ “เอามันออกมาสิ”

“หึ...งั้นนายช่วยฉันหน่อย”

“อะไร”

“เอามันออกมา...” ผมกระซิบ ไล้ริมฝีปากจูบสันกรามแกร่งแล้วเลื่อนมากัดริมฝีปากแฮกเตอร์อย่างยั่วเย้า “...ด้วยมือของนาย”

แฮกเตอร์สบตาผมนิ่ง ดวงตาสีฟ้าอัดแน่นด้วยความต้องการ เขาแลบลิ้นเลียริมฝีปากตัวเอง จะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจผมไม่รู้ รู้แค่ว่ามันโคตรเอ็กซ์จนผมอยากจะจัดการเขาให้สาสม บดขยี้ร่างกายแน่นๆ นี้ให้ส่งเสียงครางจนแหบแห้ง ผมกระตุกยิ้มเมื่อแฮกเตอร์สอดมือเข้ามาในกางเกง กอบกุมความต้องการแข็งขืนแล้วขยับรูดรั้งมันอย่างเชื่องช้า ก่อนเร่งจังหวะขึ้นเรื่อยๆ จนลมหายใจผมถี่กระชั้น หลุดเสียงครางแหบพร่าออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ แฮกเตอร์จ้องหน้าผม เขากระตุกยิ้มมุมปากเมื่อเห็นว่าการชักนำของตัวเองทำให้ผมสุขสม

อา...เวรเอ๊ย ผมทนไม่ไหวแล้ว!

พลั่ก!

“SHIT! เบาๆ หน่อย!”

แฮกเตอร์ประท้วงหลังโดนผมจับพลิกตัวกระแทกลงกับเตียงแล้วขึ้นคร่อม ผมตรึงข้อมือเขาไว้แน่น ซุกหน้าเข้ากับซอกคอขาวผ่องอย่างรุนแรง ขบเม้มและดูดดึงผิวเนื้อตีตราความเป็นเจ้าของ เสียงหอบหายใจกระเส่าดังผสานจนแยกไม่ออกว่าของใครเป็นของใคร ผมกดสะโพกตัวเองลง เบียดแนบความต้องการเข้ากับของแฮกเตอร์ที่แข็งขืนไม่ต่างกัน ขยับเอวเบาๆ แรงเสียดสีสร้างความเสียวซ่านจนไม่อาจเก็บเสียงครางเอาไว้ได้ แฮกเตอร์เองก็ไม่น้อยหน้า เขาขยับสะโพกตอบรับจังหวะ ใบหน้าหล่อเหลาแหงนเงยไปด้านหลัง ริมฝีปากเผยอเปล่งเสียงครางทุ้มต่ำ ดวงตาเต็มไปด้วยความต้องการจนหยาดเยิ้ม

ผมผละจากซอกคอมาจูบเขาอีกครั้ง ปลายลิ้นเกี่ยวกระหวัดกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ในขณะที่แลกเปลี่ยนจูบอันดุเดือด ผมก็เลื่อนมือลงต่ำ เกี่ยวบ็อกเซอร์แฮกเตอร์ออกแล้วโยนทิ้งลงข้างเตียง ความต้องการแข็งขืนผงาดตรงหน้า ผมลูบไล้มันเบาๆ แต่กลับทำให้แฮกเตอร์สั่นกระตุก เสียงหอบหายใจดังถี่ขึ้นเรื่อยๆ ผมขยับมือรูดรั้งจนสัมผัสได้ถึงความเปียกชื้นที่ส่วนปลาย ก่อนจับของพวกเรารวบเข้าหากันแล้วขยับมืออีกครั้ง

“อา...ธชา อื้ม! อะ อา...”

“แฮกเตอร์...” ผมหอบหายใจกระเส่า ผละหน้ามาจ้องดวงตาสีฟ้าคมกริบ ส่งทุกความรู้สึกผ่านสายตาให้เขารับรู้ว่าตัวเองพิเศษกับผมมากแค่ไหน “แฮกเตอร์ อา...ฉันรักนาย”

“ธชา...” แฮกเตอร์ยกมือแตะใบหน้าผม ดวงตาสีฟ้าสั่นไหว ก่อนมุมปากจะยกยิ้มน้อยๆ ริมฝีปากหยักขยับเปล่งเสียงตอบเบาๆ แต่ผมกลับได้ยินชัดเจนเหมือนเขามาพูดข้างหู “...ฉันรักนาย”

ผมรู้สึกเหมือนกับหัวใจหยุดเต้น แล้วกลับมาเต้นใหม่อีกครั้งด้วยจังหวะที่หนักหน่วงกว่าเดิม

ไม่รู้ว่าผมแสดงสีหน้าอะไรออกไป แฮกเตอร์ถึงได้หลุดหัวเราะออกมาแบบนั้น แต่นาทีนี้ผมไม่สนใจอะไรแล้ว หลังได้ยินคำบอกรักจากปากเขา ผมก็กดริมฝีปากจูบแฮกเตอร์หนักๆ เป็นรางวัลให้สมกับความกล้าของคนปากแข็ง แล้วเลื่อนมาจูบที่ปลายคาง ผมขบกัดอย่างหยอกเย้า แฮกเตอร์เชิดใบหน้าขึ้น ลำคอขาวปรากฏตรงหน้าเชิญชวนให้เข้าไปสัมผัส ผมไล้ปลายจมูกไปมา กดจูบลงบนลูกกระเดือกเขา แฮกเตอร์หายใจหนัก ผมเลื่อนลงมาที่แผ่นอก จูบย้ำลงบนตุ่มไตสีชมพู ตวัดลิ้นหยอกเอินผิวนุ่มอย่างเอ็นดู และเลื่อนต่ำลงไปที่กล้ามหน้าท้องเป็นลอนสวย จูบไล่ลงไปเรื่อยๆ จนแฮกเตอร์กระตุก เขายื่นมือดันหน้าผม สีหน้าดูตื่นๆ ชอบกล

“จะทำอะไรตรงนั้นฮะ?!”

ผมยิ้ม ตอบกลับหน้าตาย

“ทำให้นายครางเรียกชื่อฉัน :)”

ไม่รอให้แฮกเตอร์ห้าม ผมเบียดตัวแทรกลงหว่างเขาเขา ไล่จูบตั้งแต่ผิวเนื้อขาด้านในต่ำลงเรื่อยๆ เสียงทุ้มครางแผ่ว ผมไม่ได้เงยหน้าขึ้นดูว่าแฮกเตอร์กำลังทำสีหน้าแบบไหน แต่ตั้งอกตั้งใจขบเม้มสร้างรอยความเป็นเจ้าของเขาที่ขาพับด้านในใกล้กับจุดอ่อนไหวที่ชูชัน

“พอ...ธชา พอ...”

“ชู่...”

ผมปรามเขา กระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์กับตัวเองแล้วตวัดลิ้นเลียส่วนอ่อนไหวตรงหน้าอย่างไม่นึกรังเกียจ แฮกเตอร์ผวาเฮือก เขาเด้งตัวลุกขึ้นมาหมายจะห้าม แต่กลับต้องตัวงอเชิดหน้าครางกระเส่าแทน แฮกเตอร์แทรกมือขยุ้มเส้นผมของผมแล้วดึงทึ้งมันระบายความเสียวซ่านที่ได้รับ ผมเงยหน้าขึ้นมา ใช้นิ้วปาดของเหลวที่ผุดซึมจากส่วนบนมาเป็นตัวช่วยหล่อลื่นในขั้นตอนต่อไป ปลายนิ้วแตะลงที่ปากทางด้านหลัง ค่อยๆ กดนิ้วเข้าไปช้าๆ

“ฮ้า! อึก...อืม!”

“เจ็บไหม” ผมถามด้วยความเป็นห่วง

“...ไม่”

เขาส่ายหัวปฏิเสธ ตาจ้องมองผมเหมือนต้องการที่ยึดเหนี่ยว ใบหน้าหล่อเหลามีเม็ดเหงื่อผุดซึม แฮกเตอร์หอบหายใจถี่จนหน้าอกแน่นตึงกระเพื่อมไหว เขาเท้าศอกลงกับเตียงอยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน ผมมองเขาตาวาว แฮกเตอร์เซ็กซี่แบบดิบๆ จนผมอยากจับเขากินให้รู้แล้วรู้รอด แต่สำนึกในส่วนคนดีบอกให้รอก่อน

แฮกเตอร์ยอมให้ผมขนาดนี้ ผมจะไม่ทำให้เขาต้องเจ็บตัวเพราะความต้องการของตัวเองแน่ๆ

รอจนช่องทางอ่อนนุ่มเริ่มคุ้นชินผมถึงค่อยเพิ่มจำนวนนิ้วเพื่อขยาย จากหนึ่งเป็นสอง จากสองเป็นสาม ระหว่างนั้นมีเพียงเสียงหอบหายใจและเสียงครางแผ่วเป็นระยะเมื่อปลายนิ้วผมสัมผัสเข้ากับจุดหนึ่งภายในที่ทำให้แฮกเตอร์สั่นสะท้าน เขาเผยอปาก เชิดหน้าหลับตาครวญครางไม่ได้ศัพท์

เสียงครางแหบพร่าติดจะทุ้มต่ำ ไม่ใช่เสียงครางหวานเหมือนผู้หญิง แต่กลับเร้าอารมณ์ผมได้มากกว่าจนส่วนร่างปวดหนึบอยากทำหน้าที่ของมันเต็มแก่ ผมกัดฟันกรอด ท่องในใจให้ใจเย็นๆ จนแน่ใจดีแล้วว่าแฮกเตอร์พร้อมรับตัวตนผมเข้าไปทั้งหมดถึงได้ถอนนิ้วออก

“อึก อา...!”

“ฉันจะเข้าไปแล้วนะ” ผมบอกเขาเสียงพร่า กลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ในขณะที่จับแก่นกายตัวเองจ่อปากทางที่เตรียมความพร้อมไว้แล้ว “...นายไม่เปลี่ยนใจแน่นะแฮกเตอร์?”

ถามไปงั้นแหละ ถึงเปลี่ยนใจแต่ตอนนี้ผมถอยไม่ได้แล้ว!

“ไม่...เข้ามาสิ อา...”

แฮกเตอร์พูดด้วยน้ำเสียงกระท่อนกระแท่นคล้ายทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาขยับแยกขาออก เผยให้เห็นช่องทางด้านหลังชัดเจน ดวงตาคมกริบสีฟ้าใสจ้องสบผม แววตาอัดแน่นด้วยความต้องการและร้องขอ เขาระบายลมหายใจออกผ่านริมฝีปากหยัก ใบหน้าหล่อเหลามีเสน่ห์ขึ้นเป็นกองจนความยับยั้งชั่งใจผมขาดสะบั้น!

ผมกดตัวตนเข้าไปในร่างเขา เสียงครางกระเส่าตอบรับพร้อมกับร่างกายที่สั่นระริก ผมกัดริมฝีปากแน่นเมื่อความอุ่นร้อนบีบรัดจนปวดหนึบ ในขณะเดียวกันก็รู้สึกดีจนต้องขยับตัว เริ่มจากจังหวะช้าๆ และเร่งความเร็วขึ้นเรื่อยๆ ความรู้สึกเสียวซ่านก่อตัวจนร่างกายแทบระเบิด ผมขยับเอวกระแทกเข้าสุด กดเน้นจุดที่แฮกเตอร์รู้สึกดีจนเจ้าตัวครวญครางไม่ได้ศัพท์ มือจับสะโพกแน่นไว้แล้วบีบคลึงมันอย่างบ้าคลั่ง!

“อะ อา แฮกเตอร์!”

“อึก ธชา ไอ้เวร! อ๊ะ ช้า...ช้าหน่อย อะ!”

แฮกเตอร์กำผ้าปูที่นอนจนมันยับยู่นี่ เขาเบี่ยงหน้าไปด้านข้าง ใบหน้าเหยเก ดวงตาหวานเยิ้ม เขากัดริมฝีปากกลั้นเสียงครางจนผมต้องกระแทกแรงๆ เพื่อให้เขาหลุดเสียงร้องออกมา

“ครางดังๆ สิ เรียกชื่อฉันแฮกเตอร์!”

“อะ อะ...ธชา!”

ผมยกยิ้มด้วยความพอใจ โน้มตัวก้มหน้ามอบจูบหวานๆ ให้โดยที่สะโพกยังขยับไหว แฮกเตอร์ยกมือคล้องคอผมไว้ เขาออกแรงดึงผมเข้าไปบดเบียดริมฝีปากอย่างดุดัน เปลี่ยนจูบหวานๆ ให้กลายเป็นร้อนแรงและดิบเถื่อนอย่างที่ผู้ชายคนหนึ่งจะให้กับผู้ชายอีกคนหนึ่งได้

แฮกเตอร์ไม่ใช่คนอ่อนหวาน แต่ผมกลับชอบที่เขาเป็นแบบนี้ ผมไม่ต้องการให้เขาตอบรับสัมผัสผมด้วยความอ่อนโยนเหมือนผู้หญิง แต่เป็นตัวเขาที่ดุดัน เซ็กซี่ดิบๆ แบบผู้ชายคนหนึ่งก็พอ

จังหวะรักของพวกเราบรรเลงต่อไปอย่างไม่มีใครยอมใคร ผมขยับเอวปรนเปรอความสุขสมให้แฮกเตอร์โดยไม่ลืมใช้ฝ่ามือรูดรั้งความต้องการด้านหน้าให้เขา ในขณะเดียวกัน แฮกเตอร์ขยับสะโพกตอบรับ เรียวขากระหวัดโอบรัดเอวผมไว้แน่น เขาซุกหน้าเข้าหาซอกคอผมอีกครั้ง เสียงครางแหบพร่าทุ้มต่ำดังอยู่ข้างหู แฮกเตอร์จูบไหล่ผม สลับกับขบเม้มสร้างรอยและกัดฝังเขี้ยวประทับตราความเป็นเจ้าของ ปลายเล็บจิกลงบนผิวเนื้อผม ข่วนระบายความเสียวซ่านจนแสบยิบๆ ไปทั้งแผ่นหลัง

ลมหายใจร้อนรินรดปะทะผิวเนื้อ เสียงหอบหายใจดังถี่ผสานกันเป็นสัญญาณว่าเกมรักครั้งนี้ใกล้ถึงจุดสิ้นสุด ผมเร่งจังหวะกระทั้นกาย มือยังขยับไหวปรนเปรอแฮกเตอร์ให้เขาถึงฝั่งฝันจนกระทั่งทุกอย่างพร่างพราย ผมฝังตัวตนเข้าไปในร่างเขา ฝังลึกจนสุดและแช่ค้างเอาไว้ ร่างผมกระตุก ปลดปล่อยทุกความต้องการเข้าไปภายใน ส่วนแฮกเตอร์ผวาเฮือก เสียงครางหนักๆ ดังขึ้นในขณะที่ร่างเขากระทุกเกร็งและปลดปล่อยความต้องการเต็มฝ่ามือผม

ผมค่อยๆ ถอนตัวตนออกจากร่างแฮกเตอร์ ถึงจะอยากต่ออีกสักรอบแต่ผมเป็นห่วงร่างกายเขามากกว่า แฮกเตอร์เป็นผู้ชายปกติ ผมหมายถึงเคยใช้งานแต่ ‘ข้างหน้า’ ไม่ใช่ ‘ข้างหลัง’ ผมเลยอดกังวลไม่ได้ว่าครั้งแรกของเขาที่ผมได้ไปจะทำให้แฮกเตอร์บาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า

“ธชา...” แฮกเตอร์เรียกชื่อผมเสียงพร่า เขาชันตัวขึ้นนั่งแล้วยกมือแตะใบหน้าผม ปลายนิ้วโป้งเกลี่ยเบาๆ ที่ผิวแก้ม ดวงตาสีฟ้าคมกริบจ้องผมนิ่ง เขายังหอบหายใจเพราะเหนื่อยจากกิจกรรมเมื่อครู่อยู่ “...นายเป็นของฉันเข้าใจไหม ฉันไม่อนุญาตให้นายไปมีคนอื่นเด็ดขาด!”

“คนขี้หวง” ผมหยอกเขายิ้มๆ แต่ดูเหมือนแฮกเตอร์จะไม่ตลกด้วย เขายื่นหน้าเข้ามาจูบหนักๆ แล้วกัดริมฝีปากผมจนเจ็บจี๊ด สัมผัสได้ถึงกลิ่นคาวเลือด ผมย่นหัวคิ้ว อดบ่นไม่ได้ “เฮ้...นายกัดฉันอีกแล้ว”

“นายเป็นของฉัน”

อา...ดูท่าทางเขาจะจริงจังกับประเด็นนี้สุดๆ แฮะ ผมยิ้มให้เขา รู้สึกเหมือนส่วนหนึ่งในร่างกายได้รับการเติมเต็ม ทั้งที่การถูกแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของแบบนี้มันควรจะอึดอัด แต่ผมกลับชอบ...ชอบให้แฮกเตอร์ประกาศความเป็นเจ้าของผมแบบนี้ ผมจูบเขาอีกครั้ง แล้วอ้อยอิ่งคลอเคลียอยู่กับสันกรามแกร่งที่ผมโคตรชอบ

“อืม...ฉันเป็นของนาย” ผมจูบเบาๆ ที่ข้างแก้มแฮกเตอร์ “ทุกอย่างของฉันเป็นของนายทั้งหมด”

“ก็ดี...” แฮกเตอร์กระตุกยิ้ม รู้ตัวอีกทีเขาก็ขึ้นมานั่งคร่อมผมแล้ว ดวงตาสีฟ้าฉายประกายวาววับ ริมฝีปากหยักกระตุกยิ้ม “งั้นแสดงให้ฉันเห็นอีกรอบสิว่านายเป็นของฉันจริงๆ”

“หืม...ติดใจหรือไง”

ผมยิ้มล้อเลียน แฮกเตอร์หัวเราะหึหึในลำคอ ดวงตาเขาคล้ายมีแผนการบางอย่างอยู่ในใจ

“ครั้งนี้ยอมให้นายก่อนนะธชา” แฮกเตอร์จูบปลายคางผมเบาๆ ก่อนอ้าปากกัดพอให้ผมได้เจ็บๆ คันๆ “แต่ระวังตัวไว้ให้ดี ถ้านายพลาดเมื่อไหร่ ฉันจะเอาคืนบ้าง...”

“ถ้าอย่างนั้นฉันคงต้องทำให้นายติดใจ...” ผมโอบเอวเขา ก้มหน้าลงชิดอกแน่นตึง ตวัดลิ้นโลมเลียติ่งไตอ่อนนุ่มเรียกเสียงครางพร่า “...จนพลิกกลับมาอยู่ด้านบนไม่ได้เลยเป็นไง?”

“หึ! ถ้าคิดว่าลีลาเจ๋งจนเปลี่ยนฉันได้ก็ลองดู”

ผมหัวเราะในลำคอ ในเมื่อแฮกเตอร์กล้าท้าผมก็กล้ารับ ผมเหยียดยิ้ม จัดการปิดปากเขาด้วยจูบหวานๆ และเปลี่ยนให้หนักหน่วงในวินาทีต่อมาก่อนเริ่มต้นกิจกรรมรักฉบับดุเดือดใหม่อีกครั้ง...

...และดูเหมือนว่าพอจบคืนนี้ไป ผมคงได้รอยกัดมาเต็มตัว :)

------------------

แจ็ค ทอร์ค

สำหรับใครที่ตามมาอ่านจากเว็บเด็กดี กลับไปเม้นให้แจ็คด้วยเด้อออ หรือจะเม้นในนี้เลยก็ได้ค่ะ แล้วแต่สะดวกเลย ขอบคุณค่าาาา

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น