Gila

ขอบคุณที่สนับสนุนนะคะ แนะนำ ติชม ได้น้า : ) อย่าลืมกด "ถูกใจ" ให้เค้าด้วยน้า

บทที่ 6 เพื่อนร่วมชายคา (50%)

ชื่อตอน : บทที่ 6 เพื่อนร่วมชายคา (50%)

คำค้น : ชะตารักพิศวาสหัวใจเถื่อน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.6k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 29 มี.ค. 2560 22:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 6 เพื่อนร่วมชายคา (50%)
แบบอักษร

รถหรูเลี้ยวเข้ามาในคฤหาสน์หลังหนึ่งซึ่งอยู่ชานเมืองออกมา หญิงสาวอดไม่ได้ที่จะทอดสายตาออกไปภายนอก แม้หิมะที่โปรยปรายจะทำให้ทุกอย่างขมุกขมัวไม่ชัดเจน แต่เธอก็พอที่จะมองเห็นถึงความกว้างขวางโออ่าที่ซ่อนอยู่ภายใต้พื้นหลังสีขาวยะเยือกนี้ได้

ภาพผ่านกระจกตรงมืดไปชั่วขณะเมื่อชายหนุ่มพาเธอเข้ามายังที่อีกแห่ง ยังไม่ทันที่เธอจะเอ่ยถาม ไฟสว่างจ้าทั้งหมดก็ถูกเปิดขึ้นตามที่ตั้งค่าไว้เมื่อรับรู้ผ่านเซ็นเซอร์ว่ามีผู้มาเยือน

“คุณพาฉันมาคลังสินค้าส่งออกรถยนต์เหรอ” หญิงสาวเอ่ยถามเมื่อเห็นรถสปอร์ตราคาแพงนับสิบจอดเรียงรายเป็นระเบียบภายในตัวอาคาร

ชายหนุ่มเลิกคิ้วระบายยิ้มบนมุมปากเล็กน้อย เขาไม่แน่ใจว่าหล่อนถามเพราะไม่รู้จริงๆหรือแค่ถามเพราะไม่มีอะไรจะพูด

“แค่โรงจอดรถครับ ถ้า ‘คลังสินค้า’ จริงๆ คุณไม่อยากเห็นแน่” ชายหนุ่มตอบเป็นปริศนา

ฉากหน้าของ ‘แอล รอยัล’ คือธุรกิจประเภทอสังหาริมทรัพย์ครอบคลุมทั่วยุโรป แต่เบื้องลึกกว่านั้นคือการผลิตและส่งออกอาวุธสงครามไปยังตะวันออกกลาง ทั้งหมดนี้ได้ถูกปูทางไว้โดย ‘กาเอล ลูเซียส’ ผู้เป็นบิดา กล่าวได้ว่านายท่านคนก่อนคือผู้ยิ่งใหญ่แห่งวงการธุรกิจสีดำอย่างแท้จริง ทั้งค้ามนุษย์ ค้ายา ค้าอาวุธ และอื่นๆที่ร่ายไม่หมด แต่หลังจากเหตุการณ์สะเทือนใจครั้งนั้น ผู้นำคนปัจจุบัน…มิเกล ลูเซียส ก็ได้ปฏิวัติธุรกิจสีดำออกไปจนเกือบหมด เหลือเพียงแต่การค้าอาวุธซึ่งเป็นเส้นเลือดหลัก

‘ไม่ฆ่า ไม่เข้าร่วม แค่ส่งเสริม’ นั่นคือจุดยืนที่ผู้เป็นเจ้านายกล่าวไว้เสมอ

รถราคาแพงที่หญิงสาวเห็นเป็นแค่ ‘ของขวัญ’ ส่วนหนึ่งของการฟอกเงิน ยังไม่รวมเรือสำราญต่างๆที่เช่าท่าเรือในหลายประเทศจอดทิ้งนับสิบ แต่ไม่ใช่ธุระอะไรของเขาที่ต้องมานั่งสาธยาย 

พาหนะคันโปรดของยะตีมกลับสู่ที่ประจำของมัน ชายหนุ่มปลดเข็มขัดนิรภัยแทบจะทันทีที่ล้อนิ่งสนิท ร่างสูงกำยำก้าวลงจากรถ เดินอ้อมไปเปิดประตูให้หญิงสาวตามมารยาท

"ถ้าคุณจะใช้รถก็เลือกได้เลยนะครับ กุญแจวางอยู่ที่เบาะหน้าของทุกคัน แต่ยกเว้นเจ้าหนูนี่ไว้คันหนึ่ง ช่วงนี้ผมค่อนข้างรักมัน" ชายหนุ่มพยักพเยิดไปยังรถที่ทั้งสองพึ่งลงมา ก่อนจะยืนยันคำพูดของตนด้วยการชูกุญแจในมือ

"ขอบคุณค่ะ แต่ฉันคงไม่ต้องใช้" หญิงสาวตัดบท

ขนาดเป็นเจ้าหนี้ชีวิตเธอยังถูกราวี เจ็บตัวเจ็บใจขนาดนี้ ไม่อยากจะคิดถ้าเธอทำข้าวของแพงหูฉี่ของอีกฝ่ายพัง เปลี่ยนสถานะเป็นลูกหนี้คงได้ชดใช้ทั้งชีวิตแน่ๆ

“งั้นเชิญทางนี้ครับ”

ชายหนุ่มไม่เซ้าซี้เพิ่ม เดินนำ 'เพื่อนร่วมชายคา' คนใหม่เข้าไปในตัวบ้าน


‘โล่ง’ นั่นคือคำจำกัดความคำเดียวของสิ่งที่เธอเคยคิดว่ามันเป็นคฤหาสน์

หญิงสาวเดินผ่านห้องรับแขกที่กว้างที่สุด แต่ก็โล่งที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมาในชีวิต ข้าวของเครื่องใช้มีแต่สิ่งที่ ‘จำเป็น’ เฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้นเหมือนแค่ตั้งเอาไว้แค่ไม่ให้กลายเป็นห้องว่าง ตามทางเดินมีภาพแขวนตกแต่งไม่กี่อัน ตัดกับสีขาวดำเรียบง่ายซึ่งเป็นสองสีหลักภายในบ้าน

หากไม่นับรวมราคาที่ดิน เธอเชื่อว่ารถที่จอดอยู่ข้างนอกนั้นแค่คันเดียวก็ซื้อ ‘บ้าน’ แบบนี้ได้สองสามหลัง

“ขึ้นไปแล้วเลี้ยวซ้ายนะครับ เลือกเอาซักห้องตามที่คุณชอบ” ชายหนุ่มกล่าวเมื่อมาถึงหน้าบันได

“ห้องไหนก็ได้เหรอคะ”

เมื่อเห็นสายตาหวาดระแวงของหญิงสาว เขาจึงให้คำตอบโดยที่อีกฝ่ายไม่ต้องถาม

“ครับ ห้องไหนก็ได้ บ้านนี้มีคนอยู่แค่ 3 คน ผมกับน้องชาย แล้วก็เจ้าของบ้าน” 

เขาไม่ได้โกหก เพียงแค่พูดความจริงไม่หมด น้อยครั้งมากในแต่ละเดือนที่บ้านหลังนี้จะมีผู้อยู่อาศัย ปกติแล้ว ‘เจ้าของบ้าน’ ที่ว่ามักจะเลือกพักโรงแรมห้าดาวสลับไปมา ไม่ได้อยู่ที่ไหนเป็นประจำ ‘ผู้ติดตาม’ เช่นพวกเขาก็ต้องพลอยลำบากย้ายตามไปด้วย

แต่ไม่รู้ทำไม ครั้งนี้เขารู้สึกว่าตนเองจะได้มีที่อยู่แบบเป็นหลักแหล่งเสียที

“งั้นเหรอคะ…” พิมพ์นาราชะงัก ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใครเป็นเจ้าของบ้านอึมครึมหลังนี้

“แล้วฉันจะรู้ได้ยังไงคะว่าห้องไหนมีหรือไม่มีเจ้าของ” หญิงสาวถามหยั่งเชิง ถึงต้องอยู่บ้านเดียวกัน แต่เธอก็ไม่จำเป็นต้องไปอยู่ข้างห้องกับคนพวกนี้ ห่างไกลเท่าไหร่ยิ่งดี คนละทิศกันเลยก็ได้

“พวกผมอยู่ฝั่งขวาครับ ถ้าคุณไม่รังเกียจก็มาอยู่ติดกันเลยก็ได้ เวลาแม่บ้านเข้ามาทำความสะอาดจะได้ไม่ต้องเดินแยกหาไกลๆ”

นี่ก็เช่นกัน เขาไม่ได้โกหก เพียงแค่พูดความจริงไม่หมด…

ใช่ พวกเขาอยู่ฝั่งขวา แต่แค่ ‘พวกเขาสองพี่น้อง’ เท่านั้น

“ฉันไม่รบกวนให้มากดีกว่า ถึงยังไงก็คงอยู่ไม่นานหรอกค่ะ” หญิงสาวเค้นยิ้มตอบ

เธอไม่รู้ตัวเลยว่าการที่ชิ้นเนื้อหลุดเข้าปากเสื้อไปแล้ว กว่าจะง้างเอาออกมาได้นั้น บางทีเสือมันอาจจะชิงกลืนลงท้องไปก่อน

“แล้วกระเป๋าเสื้อผ้าของฉันละคะ” เธอเอ่ยถามเพราะหลังจากที่อีกฝ่ายลากตัวเธอมาจากสนามบินก็ตรงมาที่นี่เลย ไม่ได้แวะรับข้าวของเครื่องใช้เธอมาด้วย

“เดี๋ยวผมให้คนมาส่งให้ครับ” ชายหนุ่มให้คำตอบพร้อมกับยกนาฬิกาขึ้นมาดู

“ขาดเหลืออะไรก็จดไว้ก่อนนะครับ วันนี้ผมมีธุระด่วน ขอตัวก่อนนะครับ”

ร่างสูงหันหลังเดินจากไป ไม่กี่ก้าวก็หันกลับมาเหมือนพึ่งนึกได้ว่าลืมอะไรบางอย่าง

“ผมชื่อยะตีมนะครับ ยินดีที่ได้รู้จัก”

“ค่ะ” หญิงสาวตอบรับสั้นๆ ก่อนจะเดินขึ้นบันไดไปโดยไม่สนใจผู้อยู่เบื้องหลัง

‘ถึงคุณไม่แนะนำตัว พวกผมสองพี่น้องรู้จักคุณดี…’ ยะตีมคิดในใจ ซ่อนยิ้มแฝงความหมายที่หญิงสาวไม่มีวันได้เห็น


หญิงสาวเลือกห้องรองสุดท้ายของฝั่งซ้าย ห้องที่ซึ่งต้องเดินไกลพอสมควรถ้าเดินเลี้ยวมาจากบันได ใจจริงเธออยากได้ห้องถัดไปเพื่อที่จะอยู่ให้ไกลจากคนแปลกหน้าพวกนี้ให้มากที่สุด แต่มันดันล็อครหัสด้านหน้าเอาไว้ นั่นทำให้เธอไม่มีทางเลือก

เธอไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองได้ตัดสินใจผิดพลาดครั้งใหญ่ อะไรที่ถูกปิดล็อคไว้ ถ้าไม่เป็นที่เก็บของสำคัญ ก็ต้องเป็นที่ของคนสำคัญ…

ร่างบางทิ้งลงบนเตียง มองเพดานห้อยโคมระย้าอย่างเหม่อลอย ภาวนาให้เวลาวันนี้ผ่านไปไวๆ พรุ่งนี้เธอจะได้เริ่มต้นนับ 30 29 28 ไปเรื่อยๆจวบจนถึงเลข 0

            ดวงตาทั้งคู่ปิดลงเพราะความเหนื่อยล้าภายในจิตใจ หลับไปเสียเลยก็ดี เผื่อว่าพรุ่งนี้ตื่นมาจะพบว่ามันเป็นแค่ฝันร้ายเรื่องหนึ่งเท่านั้น…


02:00 a.m.

ร่างสูงกำยำของบุรุษหนุ่มเดินเข้ามาในตัวบ้านที่ไม่ได้กลับมานาน นิ้วแข็งแรงดีดให้สัญญาณปิดไฟอัตโนมัติเพราะมันคือสิ่งไม่จำเป็น ถึงจะไม่ค่อยได้อยู่บ่อยนัก แต่เขาก็ไม่ใช่คนปัญญาอ่อนที่จะลืมทางเดินในบ้านตัวเองไปได้

ฝีเท้าเงียบกริบและเงาทอดยาวให้ความรู้สึกเหมือนผู้ล่าที่จ้องจะตะครุบเหยื่อก็ไม่ปาน มือหนาปลดเปลื้องความอึดอัดจากเนคไทให้คลายออก ริมฝีปากใต้เคราเขียวกระตุกยิ้มกับคำพูดกวนโทสะของผู้ติดตามที่ยังก้องอยู่ในหัว

‘ผมไม่ทราบครับว่า ‘แขก’ จะพักห้องไหน’ ผู้ติดตามที่เขาใช้ให้ไปทำงานพูดเน้นบางคำ

‘แขกที่ไหน’ แฝดผู้น้องอีกคนผู้ซึ่งถือแฟ้มเอกสารหนากำลังยืนเช็ครายการสินค้าหันขวับกลับมาถามด้วยสีหน้างุนงง

‘พรุ่งนี้เช้าก็คงได้เจอ แต่ถ้าแกสงสัยขนาดนั้น จะไปเคาะทีละห้องตามหาก็ได้นะ’ ผู้ตอบยิ้มมีเลศนัย

ฟังดูก็รู้ว่าคำพูดประโยคนี้ ‘จงใจ’ พูดกับใคร ผู้ถูกพูดกระทบวางปากกาในมือลง เท้าคางจ้องสองผู้ติดตามด้วยใบหน้ากึ่งบึ้งตึง

‘ได้ข่าวว่าช่วงนี้โจรกลางคืนมันเยอะ ไปนอนเฝ้าโกดังหน่อยเป็นไง ไว้พรุ่งนี้เช้าค่อยมารายงานว่ามีหมาซักตัวหลุดเข้ามารึเปล่า’

ร่างหนาเดินขึ้นชั้นสองอย่างไม่เร่งรีบ ถึงยังไงลูกแกะก็อยู่ในถ้ำเสือแล้ว ขึ้นอยู่ที่ว่าจะหาเจอช้าหรือเร็วก็เท่านั้น

ชายหนุ่มเลือกไปที่ห้องตัวเองเป็นลำดับแรก จากนิสัยของหญิงสาวก็พอจะคาดเดาได้ว่าอีกฝ่ายคงไม่เปิดประตูรอต้อนรับเขาอย่างแน่นอน แต่เจ้าของบ้านก็ยังเป็นเจ้าของบ้านอยู่วันยังค่ำ มีห้องไหนบ้างที่เขาจะเข้าไปไม่ได้

มิเกลกดรหัสหกหลักเปิดประตูเข้าไปภายใน ไฟอัตโนมัติยังทำหน้าที่ของมันเช่นเคย ครั้งนี้ชายหนุ่มเลือกที่จะปล่อยมันไว้แล้วลงมือค้นหากุญแจสำรองในลิ้นชักส่วนตัว

เขาไม่ชอบอะไรยุ่งยาก บ้านหลังนี้เลยมีแบบแปลนไม่ซับซ้อน ตกแต่งเรียบง่าย ฉะนั้นประตูทุกบานในบ้านก็เช่นกัน ไม่ซับซ้อนและเรียบง่าย…ใช้กุญแจดอกเดียวกันหมด

เสียงดีดนิ้วดังขึ้นมาอีกครั้ง ไม่จำเป็นต้องใช้ไฟอีกต่อไป เพราะยังไงคืนนี้เขาก็คงไม่ได้ค้างที่ห้องนี้

เริ่มลองไขจากห้องถัดไปเลยก็แล้วกัน!


---------------------------------------------------------------

สวัสดีค่าผู้อ่านทุกคนนนน วันนี้กี้รีบมาอัพ หวังว่าจะยังไม่หลับกันนะคะ 55555

เมื่อคืนกี้แอบมาอัพตอนตีสอง นึกว่าดึกไปคงไม่มีใครเห็นแจ้งเตือนซะแล้ว แต่ตื่นเช้ามาเห็นคอมเม้นต์แล้วดีใจมาก ขอบคุณผู้อ่านจริงๆนะคะที่ติดตาม และยังให้คำแนะนำอีกด้วย (กี้ชอบพิมพ์เพลินๆแล้วผิด 5555)

มาลุ้นกันเนอะว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นด้านหลังประตู...

คืนนี้ฝันดีราตรีสวัสดิ์ทุกคนนะคะ

ป.ล. หนึ่งคอมเม้นต์ = หนึ่งกำลังใจให้ผู้เขียน

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น