Gila

ขอบคุณที่สนับสนุนนะคะ แนะนำ ติชม ได้น้า : ) อย่าลืมกด "ถูกใจ" ให้เค้าด้วยน้า

บทที่ 6 เพื่อนร่วมชายคา (30%)

ชื่อตอน : บทที่ 6 เพื่อนร่วมชายคา (30%)

คำค้น : ชะตารักพิศวาสหัวใจเถื่อน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.7k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 29 มี.ค. 2560 02:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 6 เพื่อนร่วมชายคา (30%)
แบบอักษร

บทที่หก


แม้จะไม่ได้ติดต่อกลับไปเนื่องจากนามบัตรแผ่นนั้นกลายเป็นซากกระดาษนอนในถังเรียบร้อย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าการทำแบบนั้นเธอจะมีทางเลือกมากกว่าเดิม

“เธอนี่โชคดีจริงๆเลย” อลิซกระซิบกระซาบ

“มีเจ้านายที่ไหนจะใจดีขนาดนี้! ดูสิ…อุตส่าห์ส่งผู้ช่วยมารับมาส่ง มาคอยดูแลจัดการ แถมยังบังเอิญเป็นคนที่เราเคยเจออีก นี่แหละน้าที่เขาเรียกว่าพรหมลิขิต”

พิมพ์นาราปรายตามอง ‘ผู้คุม’ ในเสื้อโค้ทสีดำซึ่งยืนเฝ้าอยู่ไม่ไกลนัก ทั้งใบหน้า รูปร่าง และการแต่งกายของเขาเหมือนกับ ‘สารถี’ ที่เคยมาส่งเธอเมื่อหลายวันก่อนทุกประการ โชคดีที่ริมฝีปากไร้รอยยิ้มและนัยน์ตาสงบนิ่งทำให้เธอแยกออกว่าทั้งสองคือคนละคน

แต่ถึงกระนั้น สำหรับเธอแล้วจะเป็นใครก็ไม่ต่าง ยังไงพวกเขาก็ถูกส่งมาทำหน้าที่เดียวกันอยู่แล้ว

หญิงสาวดึงสายตากลับ ไม่ตอบรับความตื่นเต้นของเพื่อนสาวผมทอง จะแสดงอาการดีอกดีใจแบบออกนอกหน้าก็ดูจะเกินความสามารถไป เพราะเธอเสแสร้งไม่เก่งขนาดนั้น จะปึ่งปังพูดความความรู้สึกจริงๆแล้วไล่ตะเพิดชายหนุ่มก็ทำไม่ได้ เพราะนั่นจะทำให้เกิดคำถามตามมาอีกเป็นพรวน ไหนๆเรื่องก็มาถึงขั้นนี้แล้ว เธอไม่อยากให้เพื่อนต้องมากังวลร่วมไปกับเธอ

“ดูแลตัวเองด้วยนะ ไว้ว่างๆฉันจะไปหา” สาวเอเชียเปลี่ยนประเด็น โผกอดเพื่อนสาวตรงหน้าแน่น

“ใกล้แค่นี้เอง เธออยากมาตอนไหนก็มาได้” อลิซตบหลังอีกฝ่ายเบาๆ

“จริงเหรอ…ทำไมฉันไม่เห็นรู้เลย”

“เพราะเธอน่ะ ชอบลืมอยู่เรื่อยว่ามีฉันเป็นเพื่อนเธออีกคน” ผู้พูดถอนหายใจสั้นๆหนึ่งครั้ง

อาการของเพื่อนที่แปลกไปในช่วงหลายวันมานี้ ผู้อยู่ใกล้แบบเธอทำไมจะไม่สังเกตเห็น แต่ในเมื่ออีกฝ่ายพยายามกลบเกลื่อน ไม่เล่าไม่พูดถึง ทำทุกอย่างเหมือนปกติ เธอก็ไม่กล้าที่จะคาดคั้นเอาคำตอบ ได้แต่พยายามหัวเราะครื้นเครง หาเรื่องมาเบี่ยงเบนความสนใจอีกฝ่ายให้มากๆ เผื่อว่าเพื่อนสาวจะคลายความกังวลใจในเรื่อง ‘ส่วนตัว’ ที่กำลังแบกรับอยู่

“เธอไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวนะนารา ฉันจะดีใจมากถ้าเธอมีอะไรขึ้นมาแล้วนึกถึงฉัน”

“ฉันรักเธอจัง” หญิงสาวตอบอู้อี้

หน้ากากไร้อารมณ์ซึ่งสวมอยู่เหมือนจะปริร้าวขึ้นมานิดๆ ที่ทำได้มีแต่การซ่อนใบหน้าลงกับไหล่ของเพื่อน สกัดความร้อนผ่าวที่ขอบตาไม่ให้ไหลลงมาจริงๆ

มันเป็นเรื่องน่าแปลกของมนุษย์ที่บางครั้งความรู้สึกนึกคิดก็ส่งผ่านซึ่งกันและกันได้ รับรู้โดยที่ไม่ต้องใช้คำพูดแม้แต่คำเดียว

“ที่รัก ใกล้จะได้เวลาแล้วล่ะ” ปิแอร์เอ่ยเตือนภรรยาหลังจากได้ยินเสียงประกาศเรียกจากเที่ยวบิน

สองสาวผละออกจากกัน ดวงตาแดงรื้นด้วยกันทั้งคู่

“ฉันอยากให้เธอไปด้วยกันจังเลย ไม่มีเธอ…ฉันก็ต้องนั่งหง่าวจัดของพะเนินเป็นภูเขาคนเดียวน่ะสิ!” อลิซกลับมาออดอ้อนเช่นเคย หน้านิ่วคิ้วขมวดเหมือนเด็กๆช่วยผ่อนคลายบรรยากาศได้ไม่น้อย

“เดี๋ยวก็มี ‘ตัวเล็ก’ มาช่วยน่า…โอ้ย! เธอตีแรงไปแล้วนะ” หญิงสาวพูดติดตลก ก่อนจะโอดโอยเนื่องด้วยฝ่ามือพิฆาตที่ซัดเข้ามาตรงต้นแขน

“ฝากดูแลอลิซด้วยนะคะ” เพื่อนต่างเพศกอดกันเบาๆ เต็มไปด้วยมิตรภาพ

“เธอก็ดูแลตัวเองดีๆด้วยนะ มีอะไรก็โทรมาได้ตลอด” อลิซกำชับทิ้งท้าย

“ไม่ต้องห่วง ฟ้าร้อง ฝนตก แดดออก พายุหิมะ ฉันจะนึกถึงเธอเป็นคนแรก”

“ให้มันจริงเถอะ”

“รีบไปเถอะน่า เดี๋ยวก็ได้ค้างที่สนามบินหรอก เดินทางปลอดภัยนะ”

หญิงสาวมองตามสองสามีภรรยาที่เดินหายเข้าไปในฝูงชน ให้กำลังใจตนเองว่าเธอทำถูกต้องแล้ว เพื่อนของเธอควรจะมีความสุข ส่วนเธอ…ไม่มีฝนที่ไหนตกแบบไม่มีวันหยุด ไม่มีพายุที่ไหนจะพัดไปเรื่อยๆแบบไม่อ่อนกำลัง

ถึงพยายามคิดในแง่ดี แต่ก็อดที่จะถอนหายใจไม่ได้ ความจริงมันรอเธออยู่ตรงหน้า ประวิงเวลาไปก็เท่านั้น ถึงยังไงเธอก็ไม่สามารถเมินอีกฝ่ายได้ตลอดไปอยู่ดี

“!!!”

ร่างบางผงะเมื่อหันหลังกลับไปพบกับชายหนุ่มซึ่งเดินเข้ามาประชิดตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ทั้งสีหน้าและสีเครื่องแต่งกายดุจยมทูตผู้มารับวิญญาณก็ไม่ปาน แม้จะตกใจ แต่เธอก็ปรับสีหน้ากลับมาเป็นปกติได้ในเวลาอันสั้น

“หลังจากจัดการธุระเสร็จ นายท่านให้ผมมาพาคุณไปที่พักที่เตรียมไว้ให้ครับ” แม้จะใช้น้ำเสียงสุภาพ แต่ฟังแล้วดูเหมือนประโยคคำสั่งมากกว่าประโยคเชื้อเชิญ

“ที่พัก?” คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน เธอไม่ยักจะจำได้ว่าตัวเองตกลงหอบผ้าหอบผ่อนไปอยู่กับอีกฝ่ายตั้งแต่เมื่อไหร่

“ผมได้รับคำสั่งมาแบบนี้”

“ขอบคุณค่ะ แต่ฉันติดต่อโรงแรมไว้แล้ว” หญิงสาวพูดปด

“ครับ นายท่านคาดไว้ว่าน่าจะได้รับคำตอบประมาณนี้ ผมเลยได้มาอีกคำสั่ง ‘ให้หล่อนเลือกว่าจะทำตามที่สั่งดีๆ หรือชอบแบบปิดปากลักพาตัว’ เชิญคุณเลือกมาตามสบายครับ” ชายหนุ่มกล่าวเสียงเรียบ ตามประโยคที่จำมาจากผู้เป็นเจ้านายไม่มีตกหล่นซักคำ

“!!!”

หญิงสาวแทบไม่เชื่อหูตนเอง เรื่องข่มขู่หรือใช้กำลังนี่มันสามารถติดต่อกันทางผิวหนังได้หรืออย่างไร เจ้านายเป็นแบบไหนลูกน้องถึงได้ไม่ต่าง!!

“คุณเงียบแบบนี้ ผมขออนุญาตเดาว่าคุณเลือกข้อแรกนะครับ” ชายหนุ่มมัดมือชกเลือกคำตอบให้กับอีกฝ่าย เพราะถ้าหญิงสาววิ่งเตลิดพยายามหนีขึ้นมา การวิ่งไล่จับกลางสนามบินคงไม่ใช่การกระทำที่เข้าท่าแน่ๆ

“ฉันยังมีทางเลือกอยู่อีกเหรอ” หญิงสาวเค้นเสียงขึ้นจมูก

“งั้นเชิญครับ” ชายหนุ่มผายมือไปยังทางออก

ดูจากท่าทางเต็มใจเดินจนขาแทบจะพันกันนี้แล้ว หญิงสาวคงข่มความเกรี้ยวกราดเอาไว้ไม่ใช่น้อย แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องสนใจ เพราะยังไงคนที่เธอต้องเจอหลังจากนี้…ไม่ใช่เขาอยู่แล้ว



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น